วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

สทนช.ภาค 1 ติดตามแผนบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำแม่จาง ย้ำใช้ข้อมูลร่วมจัดสรรน้ำอย่างยั่งยืน รับมือวิกฤตภัยแล้งและน้ำท่วม

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 1 (สทนช.ภาค 1) ติดตามแผนบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำวัง เตรียมรับมือภัยแล้งและน้ำหลาก ปี 2569/2570 โดยเข้าติดตามแผนการบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำแม่จาง อ่างเก็บน้ำแม่ขาม เสนอทุกภาคส่วนหาทางออกร่วมกัน เดินหน้าพัฒนาศูนย์บริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ เพิ่มประสิทธิภาพการพยากรณ์ สร้างความโปร่งใสและความร่วมมืออย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นายสุรเดช ทองใบ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ -2 นายปณิธาน คันธิยะรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตเหมืองแม่เมาะ- 1 พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ ให้การต้อนรับนายอนันต์ เพ็ชร์หนู ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 1 พร้อมคณะ ในโอกาสเข้าตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำวัง คณะฯ ได้ประชุมติดตามแผนการบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำแม่จาง ในช่วงฤดูแล้งและฤดูน้ำมาก ปี 2569/2570 เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งจากสถานการณ์เอลนิโญ่ที่อาจส่งผลต่อปริมาณน้ำในพื้นที่ โดยที่ประชุมได้นำเสนอข้อมูลภารกิจ กฟผ.แม่เมาะที่ใช้ทรัพยากรน้ำในกระบวนการผลิตไฟฟ้าควบคู่ไปกับการดูแลชุมชนรอบพื้นที่ พร้อมทั้งหารือแผนเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตน้ำท่วมและภัยแล้งในพื้นที่ ณ ห้องประชุม M6 อาคารบริหารเหมืองแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) แม่เมาะ

นายสุรเดช ทองใบ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ-2 กล่าวว่า กฟผ.แม่เมาะ ได้บริหารจัดการน้ำตามคู่มือการบริหารจัดการและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด รวมทั้งมีแผนการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำชลประทาน (Irrigation gate) เพื่อรักษาระบบนิเวศในลำน้ำจาง และติดตามสถานการณ์น้ำของฝายชุมชนทั้ง 17 แห่ง รวมถึงได้พัฒนาศูนย์บริหารจัดการน้ำอัจฉริยะที่เชื่อมโยงข้อมูลกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์และบริหารน้ำร่วมกับเขื่อนต่าง ๆ ในลุ่มน้ำวัง ทั้งนี้ กฟผ. แม่เมาะ มีแนวทางบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับทั้งภัยแล้งและน้ำหลาก โดยมุ่งรักษาความมั่นคงในการผลิตไฟฟ้าควบคู่กับการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม
นายอนันต์ เพ็ชร์หนู ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 1 กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำในลำน้ำจางควรยึดข้อมูลเป็นหลัก ทั้งข้อมูลการใช้น้ำของภาคเกษตรและชุมชน เพื่อให้สามารถวางแผนจัดสรรน้ำร่วมกับปริมาณน้ำต้นทุนของ กฟผ.แม่เมาะได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสนอให้ทุกภาคส่วน ทั้งท้องถิ่น เจ้าของฝาย และกลุ่มผู้ใช้น้ำ ร่วมกันหารือเพื่อหาทางออกที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกัน โดยในปี 2569
กฟผ.แม่เมาะ มีการลดกำลังการผลิตตามแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้า(PDP) ทำให้มีการใช้น้ำในการผลิตไฟฟ้าลดลง พร้อมทั้งได้เน้นถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีและศูนย์บริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพในการพยากรณ์และบริหารจัดการน้ำระหว่างหน่วยงาน ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำวัง รวมถึงให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในการสื่อสารข้อมูลคุณภาพน้ำจากระบบบำบัดและจุดตรวจวัดต่าง ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน และลดความขัดแย้งในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำร่วมกันอย่างยั่งยืน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น