วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569

กรมทางหลวงเปิดเวทีรับฟังความเห็นประชาชน ศึกษาออกแบบแยกต่างระดับ “หลักกิโลยักษ์” คนพื้นที่ร้องแก้จุดกลับรถ ไม่ต้องอ้อมไกลเหมือนเดิม

 


กรมทางหลวงเดินหน้าศึกษาจุดตัดแยกต่างระดับ หลักกิโลยักษ์เปิดเวทีรับฟังความเห็นประชาชนครั้งแรก  ขณะที่ผู้นำชุมชนในพื้นที่วอนออกแบบให้เอื้อประโยชน์การใช้ถนนของคนในพื้นที่ด้วย อย่ามองแต่บุคคลภายนอก

กรมทางหลวง โดยโครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางแยกต่างระดับ จุดตัดทางหลวงหมายเลข 1 กับทางหลวงหมายเลข 11 ช่วงเกาะคาสามัคคี หรือบริเวณ แยกหลักกิโลยักษ์จัดการประชุมปฐมนิเทศ (สัมมนาครั้งที่ 1) เพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการ รับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ ก่อนดำเนินการศึกษาและออกแบบโครงการอย่างเป็นรูปธรรม


เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมจันผา โรงแรมเวียงลคอร อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง นายวันเฉลิม เจตะบุตร รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงลำปางที่ 1 ฝ่ายวิศวกรรม เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมรับฟังข้อมูล

นายวันเฉลิม กล่าวว่า จุดตัดทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) กับทางหลวงหมายเลข 11 บริเวณแยกหลักกิโลยักษ์ ถือเป็นจุดเชื่อมโยงการคมนาคมสำคัญของจังหวัดลำปาง รองรับการเดินทางและการขนส่งระหว่างภาคเหนือกับภาคอื่นของประเทศ มีปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดและมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ จึงมีความจำเป็นต้องศึกษาความเหมาะสมและออกแบบทางแยกต่างระดับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสัญจร

สำหรับโครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาด้านวิศวกรรมและการจราจร ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน โดยจะรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อนำไปประกอบการพิจารณารูปแบบโครงการที่เหมาะสม

          โดยเบื้องต้นมีการออกแบบรายละเอียดทางแยกไว้ 3 รูปแบบ  ซึ่งรูปแบบที่ 1 มีแนวโน้มว่าต้องมีการเวนคืนที่ดินบางส่วน เนื่องจากมีการก่อสร้างทางเชื่อมต่างระดับและทางขึ้นลงเพิ่มเติม ซึ่งกินพื้นที่ออกนอกเขตทางเดิมของทางหลวงในบางตำแหน่ง   สำหรับรูปแบบที่ 2 แนวทางโครงการออกแบบให้มีการสอดคล้องกับเขตทางหลวงที่มีอยู่ในปัจจุบัน ส่งผลให้ไม่ต้องดำเนินการเวนคืนที่ดินเพิ่มเติม และลดผลกระทบต่อทรัพย์สินของประชาชน  และรูปแบบที่ 3  มีแนวโน้มว่าต้องมีการเวนคืนที่ดินบางส่วน เนื่องจากมีการก่อสร้างทางเชื่อมต่างระดับและทางขึ้นลงเพิ่มเติม ซึ่งกินพื้นที่ออกนอกแนวเขตเดิมในบางตำแหน่ง เช่นเดียวกับแบบที่ 1

          ขณะเดียวกันได้มีผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งเป็นประธานชุมชนพื้นที่ศึกษาโครงการ ได้แสดงความคิดเห็นด้วยว่า ปัจจุบันนี้คนในพื้นที่เองที่ประสบปัญหาต้องกลับรถไกลมาก เพราะไม่มีจุดตัดทางแยกเชื่อมทางที่จะให้เลี้ยวเข้าหมู่บ้าน ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจช่วงนี้น้ำมันก็แพง จึงต้องเปลี่ยนมาใช้รถจักรยานยนต์แทน เพื่อความคล่องตัวและประหยัดกว่ารถยนต์ บางครั้งต้องยอมขี่รถย้อนศร ซึ่งก็รู้ว่าไม่ถูกต้องและไม่ปลอดภัย  

ต้องการฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยพิจารณาปรับปรุง  เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ใช้เส้นทางกลับบ้านสัญจรได้สะดวกเหมือนเดิม โดยไม่ต้องขับขี่ย้อนศรหรืออ้อมไกล

ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้ว่าจ้างบริษัท ออโรส จำกัด และบริษัท สิ่งแวดล้อมสยาม จำกัด เป็นบริษัทที่ปรึกษาฯ  โดยโครงการอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบเบื้องต้น โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 450 วัน เริ่มสัญญาเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 และสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 16 มิถุนายน 2570  หลังจากนี้ ที่ปรึกษาโครงการจะดำเนินการศึกษาด้านวิศวกรรม การจราจร และสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ก่อนสรุปรูปแบบที่เหมาะสมเพื่อนำเสนอในเวทีประชุมครั้งต่อไป





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น