จังหวัดลำปางเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านพลังงานที่สำคัญของประเทศ
จากการเป็นที่ตั้งของเหมืองลิกไนต์และโรงไฟฟ้าแม่เมาะของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
(กฟผ.) ซึ่งมีบทบาทในการผลิตไฟฟ้าและหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของพื้นที่มาอย่างยาวนาน
นับตั้งแต่ปี 2515 ตลอด 54 ปีที่ผ่านมา
ทั้งเหมือง-โรงไฟฟ้าแม่เมาะไม่เพียงหนุนความมั่นคงด้านไฟฟ้าของประเทศ
แต่ยังเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านการจ้างงานและรายได้ของภาครัฐ
หากอีกไม่นานนับจากนี้...ภาพเหล่านั้นกำลังจะเปลี่ยนไป
เมื่อโลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาด
คำถามสำคัญที่กำลังเกิดขึ้นกับลำปางไม่ใช่เพียงว่า “ถ่านหินจะหมดเมื่อไร”
หากคือ “เมื่อวันนั้นมาถึง
ลำปางจะเดินต่อไปอย่างไร”
โจทย์นี้กำลังถูกนำมาวางแผนอย่างจริงจัง
ผ่านความร่วมมือของกระทรวงพลังงาน สำนักงานพลังงานจังหวัดลำปาง กฟผ.
องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) และคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก
หรือ UN ESCAP จัดทำแผนยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่ยั่งยืนจังหวัดลำปาง
(Sustainable Energy Transition Road Map : SET Road Map)
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม
2569 ที่โรงแรมเวียงลคอร อ.เมืองลำปาง
มีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่ยั่งยืนของจังหวัดลำปาง
เพื่อให้คนในพื้นที่และทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของจังหวัด
โดยนำเครื่องมือจำลองสถานการณ์ด้านพลังงาน NEXSTEP มาใช้วิเคราะห์ฉากทัศน์และแนวทางด้านพลังงาน
ตั้งแต่ปี 2565 ไปจนถึงปี 2593
หัวใจของแผนไม่ได้อยู่เพียงการเปลี่ยนจากถ่านหินไปสู่พลังงานหมุนเวียน
แต่รวมถึงการเตรียมพื้นที่ เศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน การลงทุน
และที่สำคัญที่สุดคือ “คน” เพื่อไม่ให้การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่กลายเป็นภาระของประชาชนในพื้นที่
- จุดเปลี่ยนของแม่เมาะ หลังหมดถ่านหิน
นายสมนึก จรัสไกรสร
ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตเหมืองแม่เมาะ
กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นว่า
ปัจจุบันโรงไฟฟ้าแม่เมาะได้ลดกำลังการผลิตลงเกือบครึ่งหนึ่ง จากเดิม 2,455
เมกะวัตต์ เหลือ 1,255 เมกะวัตต์
ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของระบบพลังงานในพื้นที่
“การเปลี่ยนผ่านไม่ใช่จุดสิ้นสุด
แต่เป็นโอกาสใหม่” ร่วมกันยกระดับเศรษฐกิจของท้องถิ่นก้าวไปสู่การเป็น
“ศูนย์กลางพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมสีเขียวของภาคเหนือ”
- การเปลี่ยนผ่านของ กฟผ.แม่เมาะ
หนึ่งในภารกิจสำคัญของ
กฟผ. คือการเตรียมพื้นที่แม่เมาะให้พร้อมสำหรับอนาคต
ผ่านการศึกษาแผนการจัดการหลังปิดเหมือง หรือ Post-Mining โดยร่วมมือกับกระทรวงพลังงานและ
GIZ เพื่อศึกษาการฟื้นฟูทรัพยากรและการปรับโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจภายหลังการปิดเหมืองอย่างเป็นระบบ
ขณะเดียวกันยังเดินหน้า
แม่เมาะเมืองน่าอยู่ หรือ Mae
Moh Smart City เพื่อพัฒนาแม่เมาะไปสู่เมืองเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
ควบคู่กับพลังงานสะอาด การยกระดับคุณภาพชีวิต
และการสร้างอาชีพทางเลือกใหม่ให้กับชุมชน สำหรับ กฟผ.
การเปลี่ยนผ่านจึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนชนิดของเชื้อเพลิง
แต่คือการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและวิถีการประกอบอาชีพของคนในพื้นที่ไปพร้อมกัน
- “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” คือโจทย์สำคัญ
สิ่งที่ถูกเน้นย้ำในเวทีครั้งนี้คือหลักการ
“Leave No
One Behind” หรือไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
โดยเฉพาะแรงงานและคนรุ่นใหม่ในพื้นที่
แผนยุทธศาสตร์จะต้องนำไปสู่การพัฒนาทักษะใหม่ หรือ Reskilling เพื่อให้แรงงานสามารถก้าวเข้าสู่ “การจ้างงานสีเขียว”
ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นในอนาคต
รวมถึงทำให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ในราคาที่เป็นธรรม
จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการวางแผนอนาคตของลำปางไม่สามารถมองเพียงตัวเลขกำลังผลิตไฟฟ้าได้
แต่ต้องมองถึงชีวิตของคนที่เคยพึ่งพาเศรษฐกิจจากเหมืองและโรงไฟฟ้าด้วย
- ลำปางต้องเปลี่ยน ก่อนความเปลี่ยนแปลงมาถึง
นายกฤษณะ พินิจ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง มองว่า
ลำปางเป็นพื้นที่ผลิตกระแสไฟฟ้าที่มีความสำคัญต่อประเทศมาอย่างยาวนาน
เป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย
แต่เมื่อระบบพลังงานของโลกกำลังเปลี่ยนผ่าน
ลำปางก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนจากการพึ่งพาถ่านหินไปสู่พลังงานทางเลือกได้
ขณะเดียวกันการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย
เพราะผลกระทบจะเกิดขึ้นเป็นวงกว้างทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม
“ลำปางหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาถ่านหิน
ไปสู่ตัวเลือกพลังงานทดแทนรูปแบบอื่น ๆ การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย และส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง
ทั้งในมิติทางด้านเศรษฐกิจและสังคมของพื้นที่ การจัดทำแผนยุทธศาสตร์จะเป็นการร่วมกันวางแผนอนาคต
เพื่อส่งต่อพื้นที่และสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดให้แก่ลูกหลาน” รองผู้ว่าฯ กล่าว
NEXSTEP
เข็มทิศวางแผนพลังงานอนาคต
Mr. Anis Zaman, Energy Division,
UNESCAP
กล่าวถึงแบบจำลองสถานการณ์ด้านพลังงาน NEXSTEP ว่าเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับช่วยวางแผนและมองภาพอนาคตด้านพลังงาน
โดยนำข้อมูลของพื้นที่มาจำลองเป็นฉากทัศน์ต่าง ๆ
เพื่อให้เห็นแนวทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่เหมาะสมกับบริบทของจังหวัดลำปาง
สำหรับการจัดทำแผนพลังงานของลำปาง
NEXSTEP ถูกนำมาใช้วิเคราะห์ข้อมูลด้านพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ก่อนนำผลการจำลองมาให้หน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาและเสนอความคิดเห็น
เพื่อปรับปรุงฉากทัศน์ให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์จริงมากที่สุด
แนะทิศทางเปลี่ยนผ่าน 5 ด้าน
UN ESCAP ยังได้มีข้อเสนอแนะต่อทิศทางการเปลี่ยนผ่านพลังงานลำปาง
5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ เร่งยุติการใช้ถ่านหิน
พร้อมลงทุนพลังงานหมุนเวียน เพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงาน และเพิ่มศักยภาพลำปางในการเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักของประเทศ
, จัดทำกรอบการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม ครอบคลุมทั้งแรงงานและชุมชน
เพื่อเสริมทักษะ ความสามารถในการปรับตัว
และลดผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ,วางแผนพัฒนาแม่เมาะในระยะยาว
ปรับทิศทางพื้นที่ไปสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมสีเขียว
สร้างเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ทดแทนเศรษฐกิจที่พึ่งพาถ่านหิน , สร้างกลไกกำกับดูแลที่เข้มแข็งและบูรณาการทุกภาคส่วน
เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความรับผิดชอบ
และมีหน่วยงานที่ชัดเจนในการขับเคลื่อน
และ
จัดตั้งกลไกธรรมาภิบาลหลายระดับ เพื่อบริหารจัดการการเปลี่ยนผ่านอย่างโปร่งใส
สร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณะ
และเปิดให้ประชาชนและทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของแนวทางการเปลี่ยนผ่านร่วมกัน
คำถามสำคัญไม่ใช่
“หลังถ่านหินแล้วจะเหลืออะไร”
แต่คือ “ลำปางจะสร้างอะไรขึ้นมาแทน”
จากที่เคยคาดการณ์ไว้เหมืองแม่เมาะสามารถดำเนินการจนถึง พ.ศ. 2593 แต่จากวิกฤตเหตุการณ์ทางพลังงานที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้เหมืองแม่เมาะสามารถดำเนินการได้ถึงช่วง พ.ศ. 2583-2586 ซึ่งเหลือเวลาไม่ถึง 20 ปี
ลำปางกำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญ
ระหว่างการเป็นจังหวัดที่พึ่งพาถ่านหินมานาน
กับโอกาสในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางพลังงานสะอาดของประเทศ คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่า
"จะเปลี่ยนหรือไม่" แต่อยู่ที่ว่า "จะเปลี่ยนเร็วแค่ไหน
และเปลี่ยนแล้วจะเป็นธรรมกับทุกฝ่ายหรือไม่"








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น