วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2569

รองผู้ว่าฯ ลำปาง นำทีมตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ลงตรวจวัดถ้ำขุมทรัพย์ หลังสามเณร 7 ขวบเสียชีวิต แต่ไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ เร่งนำศพชันสูตร ขณะที่พระพี่ชายยืนยันจมน้ำในสระวัด

 

        วันที่ 18 กันยายน 2569 นายกฤษณะ พินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย พ.ต.อ.คมสัน สะอาดล้วน รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง นางวณิชดา ไชยศิริ นายอำเภอเกาะคา พ.ต.อ.กฤษดา พงษ์สุวรรณ ผกก.สภ.เกาะคา พ.ต.ท.สุระเชษฐ์ สุริมา สว.(สอบสวน) พร้อมชุดสืบสวน สภ.เกาะคา เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบ วัดถ้ำขุมทรัพย์ หมู่ 5 ต.ใหม่พัฒนา อ.เกาะคา จ.ลำปาง

        กรณี  สามเณรจอมพล อายุ 7 ขวบ เสียชีวิตภายในวัด  หลังพบว่าก่อนหน้านี้ทางวัดไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองให้เข้าตรวจสอบเหตุการณ์ ขณะเดียวกันยังมีการเปิดรับบริจาคโดยใช้บัญชีส่วนตัวของพระลูกวัด ทำให้มีข้อกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสในการดำเนินการ จึงมีคำสั่งให้อายัดศพไว้ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาสาเหตุการเสียชีวิตให้ชัดเจน

        เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำร่างสามเณรจอมพลออกจากโลงเย็น ก่อนส่งไปชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลลำปาง เพื่อหาสาเหตุและรายละเอียดเกี่ยวกับการเสียชีวิต

        ขณะเดียวกัน รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง ได้เรียกพระพี่ชายของสามเณรเข้าสอบถามถึงเหตุการณ์ โดยพระพี่ชายให้ข้อมูลว่า สามเณรจมน้ำเสียชีวิตในสระน้ำภายในวัด ก่อนเกิดเหตุสามเณรได้หายตัวไป ทำให้พระและสามเณรภายในวัดช่วยกันออกตามหา กระทั่งพบรองเท้าอยู่บริเวณริมสระน้ำ พระพี่ชายจึงกระโดดขึ้นไปบนแพที่อยู่ในสระเพื่อค้นหา ก่อนพบร่างของสามเณรจมอยู่ในน้ำและเสียชีวิตแล้ว

           นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้เข้าตรวจสอบพระสงฆ์และสามเณรที่พำนักอยู่ภายในวัด รวมทั้งหมด21 รูป แบ่งเป็นพระสงฆ์ 11 รูป และสามเณร 10 รูป  โดยพบว่าส่วนใหญ่เป็นบุคคลต่างด้าว ซึ่งมีบัตรประจำตัวถูกต้องตามกฎหมาย แต่มีข้อมูลต้นสังกัดอยู่ที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมข้อมูลไว้ตรวจสอบเพิ่มเติม

        จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำพระสงฆ์เข้าลงบันทึกประจำวันแจ้งเหตุการณ์เสียชีวิตของสามเณรให้ถูกต้อง รวมทั้งนำพระสง์และสามเณรทั้งหมดไปให้ปากคำที่ สภ.เกาะคา เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และผลักดันสามเณรกลับไปยังต้นสังกัดต่อไป

        ส่วนกรณี การเปิดบัญชีรับบริจาค ล่าสุดมีการแจ้งปิดรับบริจาคแล้ว โดยมีการระบุว่า มีผู้ไม่ประสงค์ดีนำข้อมูลไปแอบอ้างเปิดรับบริจาคต่อ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกประเด็น โดยเฉพาะสาเหตุและลักษณะการเสียชีวิตของสามเณร ซึ่งต้องรอผลการชันสูตรจากโรงพยาบาลลำปางประกอบการตรวจสอบต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น