วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ถกแผน PDP 2026 ชี้อนาคตพลังงานลำปาง ฝ่ายการเมืองยื่นข้อเสนอตั้ง "คกก.เปลี่ยนผ่านเป็นธรรม-ดัน พ.ร.บ.ปลดระวางถ่านหิน" ทุกภาคส่วนเห็นพ้องต้องดึงภาคประชาชนร่วมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจใหม่

 


ถกแผน PDP 2026 ชี้อนาคตพลังงานลำปาง ฝ่ายการเมืองยื่นข้อเสนอตั้ง "คกก.เปลี่ยนผ่านเป็นธรรม-ดัน พ.ร.บ.ปลดระวางถ่านหิน"  ทุกภาคส่วนเห็นพ้องต้องดึงภาคประชาชนร่วมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจใหม่

เมื่อวันที่ 30 ก.ย.69 ที่ผ่านมา  ได้มีการจัดเวทีเสวนาหัวข้อ  "PDP2026 มองเห็นคนเหนือแค่ไหน" ณ โรงแรมเวียงละคร จังหวัดลำปาง โดย JETinThailand  JUSTPOW และ LANNER เพื่อระดมความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2026) ซึ่งที่ผ่านมามีการจัดรับฟังความคิดเห็นอย่างเร่งรีบเพียงครั้งเดียวในกรุงเทพฯ และเปิดเผยข้อมูลล่วงหน้าเพียง 7 วัน  เวทีนี้จึงเป็นสะท้อนเสียงจากทุกภาคส่วนในพื้นที่จังหวัดลำปาง ทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และฝ่ายการเมือง ต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานและการทยอยปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและการจ้างงานในท้องถิ่น

ทั้งนี้ ร่างแผน PDP 2026 และทิศทางพลังงานระดับสากลกำลังนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงาน  รวมถึงการปรับลดกำลังการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินลง  สำหรับจังหวัดลำปาง เศรษฐกิจจากการพึ่งพิงกิจกรรมของโรงไฟฟ้าแม่เมาะและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง  17.5% ของผลิตภัณฑ์จังหวัด (GPP)  การลดกำลังการผลิตไฟฟ้าด้วยถ่านหินลง 1,200 เมกะวัตต์ ส่งผลกระทบเป็นห่วงโซ่ต่อการจ้างงาน ร้านค้า ชุมชน ตลอดจนงบประมาณรายได้ของท้องถิ่น และกองทุนพัฒนาไฟฟ้าแม่เมาะที่ตอนนี้ลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง ทำให้พื้นที่ต้องเร่งปรับตัว

-เสียงสะท้อนจากแผนPDP2026 จากตัวแทน 4 ภาคส่วน

นางมะลิวัลย์ นาควิโรจน์  ประธานเครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ   ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่แม่เมาะมาตั้งแต่ปี 2527 ได้สะท้อนถึงความไม่ไว้วางใจต่อกระบวนการจัดทำแผนพลังงานของรัฐ โดยระบุว่า ชุมชนรอบโรงไฟฟ้าต้องแบกรับผลกระทบทางสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมานานกว่า 40 ปี แต่แผน PDP ของภาครัฐกลับเน้นย้ำเฉพาะแผนการพัฒนาและการสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม  โดยไม่มีการระบุ "แผนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจชุมชน" อย่างเป็นรูปธรรม

หลังจากที่ผ่านเวทีรับฟังความคิดเห็นมามากมาย สิ่งที่ตอบกลับมา เราให้ความคิดเห็นไป ทุกอย่างถูกบันทึกหมด แต่มันไม่ถูกปฏิบัติตาม นั่นคือจุดแห่งความที่ไม่เชื่อถือในเวทีกระบวนการคิดเห็นต่าง ๆ นางมะลิวัลย์ กล่าว

พร้อมกับได้ย้ำเน้นว่า  "ก่อนจะเปลี่ยนผ่านพลังงาน ให้เปลี่ยนผ่านอคติกันก่อน" โดยขอให้ภาครัฐและผู้กำหนดนโยบายก้าวข้ามอคติที่มีต่อภาคประชาชน ยอมรับข้อเท็จจริงและผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ พร้อมเปิดโอกาสให้มี โต๊ะไตรภาคี ให้ภาคประชาชนได้เข้าร่วมวางแผนนโยบายพลังงานอย่างเท่าเทียม  นอกจากนี้ ยังได้เสนอแนวทางเปลี่ยนผ่านที่ยั่งยืนด้วยการส่งเสริมโซลาร์รูฟท็อปบนหลังคาบ้านเรือน เพื่อให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าสะอาดใช้เองและขายคืนเข้าระบบได้จริง

“ก่อนจะเปลี่ยนผ่านพลังงาน ขอให้เปลี่ยนผ่านอคติกันก่อนได้ไหม ทุกวันนี้สิ่งที่เราออกมาพูดความจริง ออกมาพูดเรื่องผลกระทบ มันกลายเป็นว่าคนที่นั่งบนเก้าอี้หอคอยสูงๆ มองเราแบบมีอคติ”

ด้านนายพีระรักษ์ พิชญกุล  ประธานหอการค้าจังหวัดลำปาง  ได้แสดงความเห็นในมุมมองจากภาคเอกชนว่า การปลดระวางถ่านหินและการลดกำลังผลิตไฟฟ้ากระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน การจ้างงาน และธุรกิจท้องถิ่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกัน แผน PDP ฉบับใหม่ที่มุ่งไปสู่ ระบบกระจายศูนย์ (Distributed Generation) และแนวคิดการจัดตั้ง นิคมอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียว  ก็ถือเป็นโอกาสสำคัญของลำปาง เนื่องจากมีโครงสร้างระบบสายส่งขนาดใหญ่รองรับอยู่แล้ว

ประธานหอการค้าจังหวัดลำปาง เสนอว่าคนลำปางต้องร่วมกันกำหนดทิศทางเดียวกันในการขับเคลื่อนพื้นที่ โดยขณะนี้ภาคเอกชนลำปางได้ร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ GIZ และ UNESCAP จัดทำ Master Plan 5 ด้าน ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีพลังงาน, การดึงการลงทุนขนาดใหญ่, การพัฒนา SME บนฐานนวัตกรรม, การพัฒนาทักษะคน และการบริหารจัดการอย่างมีธรรมาภิบาล เพื่อหาฐานเศรษฐกิจใหม่มาทดแทนเค้กเศรษฐกิจถ่านหินที่สูญเสียไป

“ลำปางกำลังเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจถ่านหินไปสู่เศรษฐกิจใหม่  ซึ่งการเปลี่ยนจากพลังงานที่ผลิตด้วยถ่านหิน ไปเป็นพลังงานหมุนเวียนชนิดอื่น การจ้างแรงงานจะลดลงเยอะมาก แล้วมันจะกระทบกับการจ้างงาน ลามไปถึงร้านค้า ร้านอาหารในชุมชน แบบเลี่ยงไม่ได้”

ขณะที่นายพินิจ ทองคำ  ผู้ช่วย ส.ส. พรรคประชาชน  ได้ตั้งคำถามถึงกระบวนการจัดทำร่างแผน PDP 2026 ซึ่งรัฐบาลใช้งบประมาณรวมกว่า 73 ล้านบาท แต่กลับจัดรับฟังความคิดเห็นอย่างจำกัดและไม่มีประชาชนอยู่ในสมการการตัดสินใจ ทั้งนี้ จากการทำงานติดตามเรื่องดังกล่าวร่วมกับอนุกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายชลธานี เชื้อน้อย ส.ส. ลำปาง เขต 3 พรรคประชาชน เป็นประธาน ได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการสร้างหลักประกันเชิงโครงสร้างและกฎหมาย

"ถ้าหากทุกคนฟังสิ่งที่ภาครัฐพูดถึง PDP ไม่มีคำว่า 'ประชาชน' เลยแม้แต่คำเดียว มีแต่รัฐและเอกชน  งบ 73 ล้านบาทในการจัดทำแผน PDP ฉบับนี้ แต่กลไกการรับฟังความคิดเห็นกลับจำกัดอยู่เพียงในกรุงเทพฯและห่างไกลประชาชน"

นายพินิจ ได้นำเสนอข้อเสนอสำคัญ 2 ประการจากการศึกษาของอนุกรรมาธิการฯ ได้แก่  การจัดตั้งคณะกรรมการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นธรรม  เพื่อเป็นกลไกหลักในการดูแลผู้ได้รับผลกระทบทุกภาคส่วน   และ การผลักดัน พ.ร.บ. การปรับลดและปลดระวางถ่านหิน เพื่อกำหนดบทบาท หน้าที่ แผนการฟื้นฟูพื้นที่เหมือง ตลอดจนสร้างหลักประกันทางกฎหมายและสร้างความเชื่อมั่นต่อสถาบันการเงินและผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

ดร.สุธีกานต์ มณีจันทรา ตัวแทนจาก Greenpeace Thailand  ให้ความเห็นว่า เป้าหมายแรกในแผน PDP คือมุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายในปี 2593 แต่เมื่อดูไทม์ไลน์ 12 ปีแรก แผนกลับมุ่งเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มโรงไฟฟ้าฟอสซิล ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซและอื่นๆ แล้วช่วง 13 ปีหลังถึงค่อยนำเทคโนโลยีมาดักจับคาร์บอนไดออกไซด์และเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน

การเพิ่มโรงไฟฟ้าฟอสซิลและก๊าซในช่วง 12 ปีแรก จะทำให้ประเทศติดอยู่กับการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลไปอีกนาน และทำให้ติดอยู่กับคำว่า คาร์บอนล็อกอิน หรือการติดล็อกอยู่กับโครงสร้างพลังงานเดิมจนไม่สามารถก้าวผ่านไปสู่เชื้อเพลิงทางเลือกได้


 "จริงๆ แล้วทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน รัฐ และเอกชน ต่างมีจุดร่วมเดียวกัน คืออยากเห็นสิ่งแวดล้อมดีขึ้น และอยากเห็นบ้านเกิดของเราดีขึ้น เพียงแต่มีวิธีมองต่างกัน ดังนั้นทุกฝ่ายต้องมาพูดคุยกันบนพื้นฐานความจริง ลดอคติต่อกัน และเปิดให้ภาคประชาชนเข้ามาร่วมออกแบบนโยบายพลังงานอย่างแท้จริง"

อย่างไรก็ตาม ในเวทีเสวนาได้มีข้อสรุปตรงกันว่า การจัดทำแผน PDP 2026 จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจากการสั่งการจากบนลงล่าง  มาเป็นการขับเคลื่อนจากล่างขึ้นบน  โดยการผสานพลังระหว่างภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และฝ่ายการเมือง เพื่อร่วมกันวางแผนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นธรรมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมทั้งกำหนดอนาคตเศรษฐกิจใหม่ของจังหวัดลำปางให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น