วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569

สมรภูมิเขต 3 ลำปาง 'เพียว ชลธานี' แชมป์เก่าลุ้นรักษาเก้าอี้ ท่ามกลางศึกขนาบข้าง 'เพื่อไทย-ภูมิใจไทย' ชิงฐานเสียงเดียวกัน

 

จับตาศึกชิงเก้าอี้ ส.ส.ลำปาง เขต 3 จาก 9 ผู้สมัคร 9 พรรคการเมือง  ครอบคลุมพื้นที่ อำเภอเมืองลำปาง (เฉพาะเทศบาลเมืองเขลางค์นคร และตำบลพิชัยนอกเขตเทศบาลนครลำปาง)  , อำเภอแม่เมาะ  และอำเภอแม่ทะ

เมื่อเจ้าของพื้นที่เดิมจากพรรคประชาชนอย่าง 'เพียว ชลธานี' ต้องเผชิญบทพิสูจน์ใหญ่ ท่ามกลางการรุกหนักของ 'จรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์' ที่ย้ายค่ายมาคัมแบ็คในนามภูมิใจไทย และอดีต สจ. 'บุญเลิศ แสนเทพ' จากเพื่อไทย งานนี้ใครจะกวาดคะแนนไปครอง

เจ้าของพื้นที่เก่า “เพียว ชลธานี เชื้อน้อย” เบอร์ 4 จากพรรคประชาชน  อดีต ส.ส.สมัยที่ผ่านมา นับว่าทำผลงานไว้ได้ดีไม่น้อย ในการช่วยแก้ไขปัญหาให้แก่ชาวบ้าน โดยเฉพาะ พื้นที่ อ.แม่เมาะ อ.แม่ทะ และเขตเทศบาลเมืองเขลางค์นครบางส่วน  

ชลธานี เชื้อน้อย

          และเป็นไปได้ว่าเพียวอาจจะลอยลำ เนื่องจาก  2 พรรคใหญ่ เพื่อไทย และ ภูมิใจไทย ส่งผู้สมัครลงช่วงชิงเก้าอี้  ซึ่งฐานเสียงของสองพรรคนี้เป็นฐานเดียวกัน

พรรคเพื่อไทยก็ส่งอดีต สจ.อย่าง “บุญเลิศ แสนเทพ” เบอร์ 7 มาเป็นคู่ต่อสู้  ซึ่งนับว่า บุญเลิศ คว่ำหวอดอยู่ในวงการเมืองท้องถิ่นมายาวนาน และมีฐานเสียงที่เป็นชาวบ้านในพื้นที่อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะในเขต อ.แม่ทะ แต่บุญเลิศเองก็ต้องขยันขันแข็ง เพราะกระแสของคนรุ่นใหม่ยังคงมาแรงแซงโค้ง

บุญเลิศ แสนเทพ

อีกทั้งยังมี  'จรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ ' จากพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 5 ที่คัมแบ็ค หวังมาทวงตำแหน่งคืน แม้จะย้ายพรรค แต่ฐานเสียงเดิมที่เคยมีอยู่ในพื้นที่จากที่เคยเป็น ส.ส.ลำปางมาหลายสมัย ก็อาจจะยังเรียกคืนได้ แต่ครั้งนี้คงไม่ราบเรียบนัก เพราะอาจจะต้องช่วงชิงฐานเสียงเดียวกับพรรคเพื่อไทย

ทำให้ในครั้งนี้ ขาเก้าอี้ของ เพียว ชลธานี อาจจะยังคงแน่นหนา  แต่อย่างไรก็ตาม เพียว จะประมาทไม่ได้ เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้

จรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์

ส่วนพรรคกล้าธรรม ครั้งนี้ส่ง  หมอกบ "ระพีพรรณ โพธิ์ทอง" เบอร์1   ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำพรรค สนับสนุนให้โอกาสผู้หญิงแกร่งคนนี้อีกครั้ง  โดยมีฐานเสียงมีเดิมอยู่บางส่วน และยังมีฐานจาก ไพฑูรย์ โพธ์ทอง นายกเทศบาลเมืองเขลางค์นคร และ สจ.พานเพชร โพธิ์ทอง ลูกชายมาเป็นผู้ช่วยหาเสียงตัวยง  อาจจะช่วยเรียกคะแนนได้ไม่น้อย

ระพีพรรณ โพธิ์ทอง

อีกคน  'ประยูร แก้วเดียว' เบอร์ 2 ครั้งนี้ลงในนามพรรคเศรษฐกิจ  มีประชาชนจับตามองไม่น้อย เพราะหลายคนชื่นชอบในตัวของ  พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายก  จากประสบการณ์ของประยูร ที่เคยลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ผ่านมา อาจจะทำให้เก็บเกี่ยวคะแนนมาได้

ประยูร แก้วเดียว

ด้าน พรรคประชาธิปัตย์  “ทนายโม ธนภัทร ศรีปินตา” เบอร์ 8 อาศัยความเป็นคนพื้นถิ่น เกิดและโตในพื้นที่  บวกกับชูความเป็นพรรคเก่าที่พร้อมจะเป็นทางเลือกใหม่  ครั้งนี้ทนายโมมั่นใจว่าจะคว้าชัยได้แน่ แต่ทั้งนี้อยู่ที่ความพยายามลงพื้นที่และแนะนำตัว

ธนภัทร ศรีปินตา

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ  “ชาญณรงค์ มาเรียน” เบอร์ 3   ต้องขยันสักหน่อย เพราะเพิ่งผันตัวมาลงการเมืองครั้งแรก  อาจจะยากสำหรับมือใหม่

ชาญณรงค์ มาเรียน

เอาใจช่วย เบอร์ 6  ดร.อรุณรัตน์ พลอยจันทร์กูล พรรครวมไทยสร้างชาติ และเบอร์ 9 วิชัย หมื่นประจักษ์ พรรคประชากรไทย  การทำคะแนนครั้งนี้ต้องขยันและแนะนำชาวบ้านให้ได้มากที่สุด 

อรุณรัตน์ พลอยจันทร์กูล


          สมรภูมิครั้งนี้ใครจะเป็นผู้คว้าชัย? ระหว่างแชมป์เก่าที่ขอรักษาเก้าอี้ หรือผู้ท้าชิงที่ขอมาทวงคืนพื้นที่  วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 69 นี้ มาร่วมกันชี้ชะตาประเทศ เข้าคูหาเลือกคนดีเป็นผู้แทนและเลือกพรรคดีมาบริหารประเทศ

วิชัย หมื่นประจักษ์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น