ท่ามกลางกระแสการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
จังหวัดลำปางยังคงเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่ต้องการผู้แทนที่
"เข้าใจระบบ" และ "ทำเป็นจริง" ลานนาโพสต์ได้พูดคุยกับ กิตติกร โล่ห์สุนทร
อดีต ส.ส. หลายสมัยที่ขอกลับมาลงสนามอีกครั้ง
พร้อมประสบการณ์ใหม่จากฝั่งบริหารที่เขาเชื่อมั่นว่าจะช่วยแก้ปัญหาให้คนลำปางได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำกว่าเดิม
กิตติกร:
ผมมองว่าการที่ผมเคยสอบตกในครั้งที่แล้ว กลับเป็นโอกาสให้ได้ไปเรียนรู้งานในฝั่งบริหาร
ทั้งในตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และเลขานุการ รมว.สาธารณสุข
ซึ่งทำให้ผมพบว่าฝ่ายบริหารคือกลไกหลักในการแก้ปัญหาที่รวดเร็ว
จุดเด่นของผมคือความเข้าใจในระบบราชการที่ลึกซึ้ง
ผู้แทนต้องไม่เพียงแค่รับปัญหามาส่งต่อ แต่ต้องรู้กระบวนการทำงานว่าหน่วยงานไหนรับผิดชอบ
เพื่อให้การแก้ไขไม่ล่าช้าครับ
ลานนาโพสต์ : ในฐานะที่เคยเป็น ส.ส.ลำปางมาหลายสมัย และคลุกคลีกับคนลำปางมานาน
ปัญหาไหนในเขต 1 ที่คุณมองว่าต้องแก้ไขเร่งด่วน?
กิตติกร:
ปัญหาเร่งด่วนที่สุดคือเรื่องปากท้องและเศรษฐกิจครับ ตามสโลแกนพรรคเพื่อไทยคือ
"สร้างโอกาส ล้างหนี้ มีกิน"
ผมมักมองปัญหาในภาพรวมของจังหวัดลำปางมากกว่าแค่เขตใดเขตหนึ่ง
เราต้องสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน (Competitive
Advantage) โดยดึงจุดแข็งของอำเภอเมืองที่เป็นศูนย์กลางภาคเหนือตอนบน
พัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่ง ทั้งสนามบินนานาชาติ รถไฟรางคู่
และมอเตอร์เวย์ครับ
ผมเสนอแนวทาง "Lampang
Green Model" ครับ
โดยการยกระดับโรงไฟฟ้าและเหมืองแม่เมาะให้เป็นแหล่งผลิตพลังงานสะอาดที่ทันสมัย
ผสานเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน พลังงานแสงอาทิตย์ และชีวมวล พร้อมพัฒนาพื้นที่รอบเหมืองเป็นนิคมอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด
แนวคิดนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อแม่เมาะเพียงพื้นที่เดียว
แต่จะเป็นการพัฒนาลำปางแบบก้าวกระโดด เพื่อดึงดูดอุตสาหกรรม Hi-tech เช่น Data Center หรือ Semiconductor สิ่งนี้จะทำให้ลำปางกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจยุคใหม่ในระดับภาคเหนือ
ลานนาโพสต์: สำหรับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เรื้อรัง
คุณมีแผนงานที่ทำได้จริงอย่างไรโดยไม่ต้องรอกฎหมาย?
กิตติกร:
ผมเห็นด้วยกับ พ.ร.บ.อากาศสะอาด แต่เราลงมือทำได้ทันทีใน 3 ด้านครับ คือ
1.
ยกระดับคุณภาพน้ำมันให้สูงขึ้นจากปัจจุบัน Euro5
เป็น Euro และส่งเสริมรถ EV อย่างจริงจัง
2.
แก้การเผาในที่โล่งโดยส่งเสริมโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กเพื่อรับซื้อเศษซากเกษตรมาเป็นเชื้อเพลิง
โดยใช้แรงจูงใจทางเศรษฐกิจให้คุ้มค่าขนส่ง และ
3.
เจรจากับประเทศเพื่อนบ้านพร้อมใช้มาตรการภาษี/โควต้า ไม่รับสินค้าที่มีห่วงโซ่เกี่ยวกับการเผาในที่แจ้งมายังประเทศไทย
ลานนาโพสต์: หากต้องเลือกระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน พรรค หรือประชาชน
คุณมีหลักการอย่างไร?
กิตติกร:
ผลประโยชน์ส่วนรวมต้องมาก่อนเสมอครับ ผลประโยชน์ส่วนตนจะมาก่อนประโยชน์ส่วนรวมได้ในบางกรณี
ในเรื่องคอขาดบาดตาย ซึ่งคงต้องพิจารณาเป็นกรณีไป
“การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการพิสูจน์ผลงานในอดีต
แต่คือการเลือกวิสัยทัศน์ที่จะนำพาลำปางไปสู่อนาคต
เพราะทุกเสียงของท่านคือพลังที่จะกำหนด
เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกไปใช้สิทธิเพื่อกำหนดทิศทางบ้านเราในวันเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง”



.jpg)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น