น.ส.ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
เปิดเผยถึงกรณีข้อสงสัยในการลดภาษีน้ำมัน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนตามอย่างบางจังหวัด
โดยยืนยันว่าจากการศึกษาข้อมูลเชิงลึกพบว่ามาตรการดังกล่าวไม่เกิดประโยชน์ต่อภาคประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมพร้อมเตรียมแผนโยกงบประมาณไปสนับสนุนระบบขนส่งมวลชนและช่วยเกษตรกรแทน
น.ส.ตวงรัตน์ กล่าวว่า ภาษีที่ อบจ.จัดเก็บจริงนั้นมีอัตราเพียง 0.0454
บาท หรือ 4.54 สตางค์ต่อลิตร
(ทศนิยมตำแหน่งที่ 3) ไม่ใช่ 4 บาทตามที่ประชาชนบางส่วนเข้าใจคลาดเคลื่อน หากคำนวณจากการเติมน้ำมันเต็มถัง (ประมาณ 30-35
ลิตร) เป็นเงิน 1,500 บาท ประชาชนจะได้รับส่วนลดเพียง 1.63 บาท เท่านั้น ซึ่งถือว่าแทบจะไม่ได้ลดภาระค่าใช้จ่ายเลย
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องความโปร่งใส
เนื่องจากราคาหน้าปั๊มน้ำมันจะแสดงทศนิยมเพียง 2 ตำแหน่ง ทำให้ตรวจสอบได้ยากว่าสถานีบริการน้ำมันได้ลดราคาให้ประชาชนจริงหรือไม่
เพราะส่วนลด 4
สตางค์นั้นไม่ปรากฏโชว์บนป้ายราคา
นายก อบจ. เปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า หากคงการเก็บภาษีน้ำมันไว้ อบจ. จะมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 1 ล้านบาท การจัดเก็บเป็นระยะเวลา 6 เดือน ได้รับงบประมาณ 6 ล้านบาท หากนำไปใช้ในโครงการอื่นจะเกิดความคุ้มค่ามากกว่า
ดังนั้น อบจ.ลำปาง
จึงได้วางแผนดำเนินการช่วยเหลือตามแผนในระยะ 6 เดือน ตามมาตรการเร่งด่วน
2 เรื่องคคือการสนับสนุนเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย และการสนับสนุนสหกรณ์เดินรถเพื่อช่วยเหลือประชาชนในด้านค่าเดินทาง โดยตั้งเป้าให้ประชาชนสามารถลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งสาธารณะลงได้ถึงครึ่งหนึ่ง ซึ่งมองว่าเป็นแนวทางที่ช่วยเหลือลดค่าครองชีพได้ตรงจุด
และคุ้มค่ากว่าการลดภาษีน้ำมันเพียงไม่กี่สตางค์ต่อลิตร

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น