วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569

กรมชลฯ ทุ่มงบ 1,380 ล้าน ปรับปรุง “โครงการแม่วัง” วางระบบ AI-IoT สู้ภัยแล้ง พร้อมตัดยอดน้ำเลี่ยงเมืองลำปาง แก้ปัญหาน้ำท่วมยั่งยืน

 

นายพรมงคล ชิดชอบ ผู้อำนวยการกองพัฒนาการบริหารจัดการน้ำและการมีส่วนร่วม เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่วัง จังหวัดลำปาง เพื่อยกระดับการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ปัจจุบัน

ชูเทคโนโลยีอัจฉริยะ ลดสูญเสียน้ำ

นายพรมงคล ระบุว่า โครงการแม่วังฯ มีอายุการใช้งานมายาวนานกว่า 91 ปี ทำให้ระบบส่งน้ำและอาคารชลประทานเริ่มชำรุดทรุดโทรม มีการรั่วซึมส่งผลให้ประสิทธิภาพการส่งน้ำลดลง กรมชลประทานจึงมีแนวทางนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาปรับใช้  โดยการนำระบบ IoT และ AI: นำมาใช้คำนวณการปล่อยน้ำแบบ Real-time หากมีฝนตกในพื้นที่ ระบบจะประมวลผลเพื่อลดการระบายน้ำจากเขื่อนกิ่วลมทันที ช่วยประหยัดน้ำได้อย่างละเอียดและแม่นยำ  ซึ่งน้ำที่ประหยัดได้จากการลดการรั่วซึมและการใช้ AI ควบคุม จะถูกนำไปขยายโครงข่ายส่งน้ำให้กับพื้นที่เกษตรกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกร

พรมงคล ชิดชอบ

ปั้น "คลองคู่ขนาน" แก้ท่วม-แล้ง ในหนึ่งเดียว

นอกจากภารกิจด้านการเกษตร  ชลประทานฯ ยังได้รับนโยบายจากผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเขตเมือง โดยเตรียมพัฒนา คลองคู่ขนานตามแนวเขตทางเดิมของกรมชลประทาน  ช่วงฤดูน้ำหลากจะใช้คลองนี้ช่วยตัดยอดน้ำจากแม่น้ำวัง ก่อนเข้าเขตเทศบาลนครลำปาง  เพื่อระบายน้ำลงสู่ท้ายน้ำได้รวดเร็วขึ้น ลดความเสี่ยงอุทกภัย

นอกจากนั้นในช่วงฤดูแล้ง คลองที่มีความยาวนับ 10 กิโลเมตรนี้ จะถูกใช้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำสำรอง (แก้มลิง) เพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้สอยตลอดปี โดยการดำเนินการนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อที่ดินของราษฎร เนื่องจากใช้พื้นที่เขตคลองเดิมที่มีอยู่แล้ว

พนมศักดิ์ ใช้สมบุญ

ด้าน นายพนมศักดิ์ ใช้สมบุญ ผู้อำนวยการส่วนวางโครงการที่ 1 ระบุว่า การปรับปรุงโครงการในเขตลุ่มน้ำแม่วังมีความจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากปัจจุบันความต้องการใช้น้ำสูงกว่าความจุเก็บกักของแหล่งน้ำที่มีอยู่ การปรับปรุงอาคารชลประทานและระบบส่งน้ำจึงต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการวางแผนการใช้น้ำร่วมกับชุมชน เพื่อให้ทุกหยดน้ำถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าที่สุด


ทุ่ม 1,380 ล้าน! ปรับปรุงชลประทานลุ่มน้ำแม่วัง

นายพนมศักดิ์ ระบุว่า  โครงการดังกล่าวต้องใช้งบประมาณในภาพรวมทั้งสิ้น  1,380 ล้านบาท  แผนการดำเนินการประมาณ 10 ปี  โดยแยกเป็นระยะ 5 ปีแรก เกี่ยวกับเรื่องโครงสร้างและสิ่งก่อสร้างทั้งหมด  ส่วนระยะ 5 ปีหลัง เน้นการนำเทคโนโลยี IOT มาใช้และการบริหารจัดการกลุ่มผู้ใช้น้ำ   ซึ่งงบประมาณปกติสำหรับการปรับปรุงโครงการอยู่แล้ว และผลการศึกษาล่าสุดมีความสอดคล้องกับแผนงานเดิม โดยหากเป็นแผนเร่งด่วน คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างต่างๆ ได้ทันทีในปีงบประมาณถัดไป เพื่อให้ระบบชลประทานสามารถใช้งานได้ครอบคลุมเต็มพื้นที่ตามเป้าหมายที่วางไว้

โครงการนี้จะช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในภาพรวมของจังหวัดลำปาง แม้จะไม่สามารถแก้ได้ทั้งหมด แต่จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดความเสียหายต่อพื้นที่เศรษฐกิจและช่วยให้เกษตรกรบริหารจัดการน้ำได้ดียิ่งขึ้น 

วศิน ลีลาชินาเวศ 

ขณะที่ นายวศิน ลีลาชินาเวศ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่วัง เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำในเขตพื้นที่จังหวัดลำปาง ว่ากรมชลประทานกำลังเร่งดำเนินโครงการปรับปรุงระบบชลประทานเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในเขตเทศบาลนครลำปาง และเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำให้แก่เกษตรกร

หากย้อนกลับไปในปี 2548 จังหวัดลำปางเคยประสบปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในเขตตัวเมือง เนื่องจากในขณะนั้นมีเพียง เขื่อนกิ่วลม เพียงแห่งเดียวที่ทำหน้าที่รองรับน้ำ แต่ภายหลังจากปี 2551 เป็นต้นมา เมื่อมีการก่อสร้าง เขื่อนกิ่วคอหมา แล้วเสร็จ ทำให้การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น การทำงานร่วมกันของเขื่อนใหญ่ทั้งสองแห่งช่วยในการหน่วงน้ำและตัดยอดน้ำที่จะไหลเข้าสู่แม่น้ำวังได้ดีกว่าในอดีต


แก้จุดตัด "คอขวด" เร่งระบายน้ำผ่านเขตเทศบาล

สำหรับปัญหาสำคัญที่พบคือ บริเวณ สะพานเสตุวารี ซึ่งถือเป็นจุดที่ลำน้ำวังมีความแคบที่สุด  ส่งผลให้การระบายน้ำทำได้จำกัดเพียงประมาณ 240 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่วัง จึงได้ศึกษาและวางแผนเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำ ซึ่งแผนงานใหม่จะช่วยแบ่งเบาภาระการระบายน้ำจากลำน้ำสายหลักได้ประมาณ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  คงเหลือ 190 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที   เมื่อโครงการเสร็จสิ้น จะช่วยลดความเสี่ยงน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนและเขตเศรษฐกิจในเทศบาลนครลำปางได้


จัดทำ"คลองระบายน้ำ" คู่ขนาน

ในส่วนของแผนการดำเนินงาน นายวศิน ระบุว่าได้วางแผนทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยกลยุทธ์สำคัญคือการปรับปรุงคลองส่งน้ำที่มีอยู่เดิม คือ  ปรับปรุงคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวาให้สามารถทำหน้าที่เป็นคลองระบายน้ำได้ในตัว เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำออกจากตัวเมืองในช่วงวิกฤต  ควบคู่กับการดำเนินการปรับปรุงประตูระบายน้ำ อาคารอัดน้ำกลางคลอง และท่อส่งน้ำต่างๆ ให้มีความมั่นคงและใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ


นอกจากการแก้ปัญหาน้ำท่วมแล้ว โครงการนี้ยังส่งผลดีโดยตรงต่อภาคการเกษตร  โดยมีพื้นที่รับประโยชน์ ครอบคลุมพื้นที่โครงการทั้งหมดกว่า 90,000 ไร่  โดยเป็นพื้นที่ชลประทานประมาณ 75,000 ไร่  การปรับปรุงระบบจะช่วยให้การส่งน้ำไปยังพื้นที่ปลายน้ำทำได้รวดเร็วขึ้น ลดปัญหาการแย่งน้ำระหว่างเกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง

"เรามุ่งเน้นการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการป้องกันอุทกภัยในเขตเมืองและการสร้างความมั่นคงทางน้ำให้แก่เกษตรกรในพื้นที่"  นายวศิน กล่าวทิ้งท้าย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น