วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569

อบจ.ลำปาง มอบเงินช่วยเหลือเกษตรกร 8.24 ล้านบาท บรรเทาผลกระทบวิกฤตน้ำมันกว่า 2,700 ราย ควบคู่หนุนเกษตรปลอดภัย

     


 

   องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง มอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย จำนวน 8,244,000 บาท เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตราคาน้ำมัน ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดลำปาง จำนวน 2,748 ราย พร้อมเดินหน้าส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ ยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ของเกษตรกรอย่างยั่งยืน

         นางสาวตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิด “โครงการส่งเสริมอาชีพเกษตรผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย/อินทรีย์จังหวัดลำปาง” ณ ห้องประชุมชั้น 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานด้านการเกษตร สมาชิกสภา อบจ. และเกษตรกรจากทั้ง 13 อำเภอเข้าร่วม เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา 

        ภายในงาน อบจ.ลำปางได้มอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตราคาน้ำมัน รวมวงเงิน 8,244,000 บาท ให้แก่เกษตรกรจำนวน 2,748 ราย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลและช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น

        นางสาวตวงรัตน์ กล่าวว่า อบจ.ลำปางให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะภาคการเกษตร ซึ่งเป็นอาชีพหลักของประชาชนในจังหวัด การช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพการผลิต จะช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพมากยิ่งขึ้น

        นอกจากนี้ อบจ.ลำปางยังได้จัดโครงการส่งเสริมอาชีพเกษตรผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ เพื่อพัฒนาทักษะการผลิตตามหลักวิชาการ ส่งเสริมการลดใช้สารเคมี เพิ่มมูลค่าผลผลิต และสร้างเครือข่ายเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง โดยมีเกษตรกรและเจ้าหน้าที่จากทั้ง 13 อำเภอเข้าร่วมโครงการรวม 450 คน

Share:

ขนส่งลำปางเรียกอบรมเข้ม 3 คนขับรถนักเรียน เป็นเวลา 3 ชั่วโมง หลังฝ่าไฟแดง-บรรทุกเกิน พร้อมนำรถมาตรวจสภาพให้ถูกต้อง สั่งเข้มมาตรการความปลอดภัย

  

   
         สำนักงานขนส่งจังหวัดลำปางเรียกผู้ขับรถรับส่งนักเรียน 3 ราย ที่กระทำความผิดกรณีฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรและบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนตามที่ปรากฏในคลิปบนสื่อสังคมออนไลน์ เข้ารับการอบรมด้านความปลอดภัยและกฎหมายจราจร พร้อมตรวจสภาพรถหลังแก้ไขข้อบกพร่อง ย้ำต้องปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

          เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 นายโกศล ธนบัตร ขนส่งจังหวัดลำปาง มอบหมายให้กลุ่มวิชาการขนส่งนำผู้ขับรถทั้ง 3 ราย ซึ่งกระทำความผิดจากกรณีขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรและบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวน ตามที่มีการเผยแพร่คลิปผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันที่ 17 และ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา เข้ารับการอบรมเกี่ยวกับการขับรถอย่างปลอดภัยตามกฎหมายจราจร การให้บริการผู้โดยสารอย่างปลอดภัยระหว่างการเดินทาง และข้อปฏิบัติสำหรับผู้ขับรถรับส่งนักเรียน เป็นเวลา 3 ชั่วโมง

        นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ฝ่ายตรวจสภาพรถนำรถคันที่มีการแก้ไขดัดแปลง โดยถอดเบาะนั่งส่วนเกินออก เข้ารับการตรวจสภาพด้านความมั่นคงแข็งแรงและอุปกรณ์ส่วนควบอีกครั้ง ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดลำปาง

        ผลการตรวจสอบพบว่ารถคันดังกล่าวผ่านการตรวจสภาพ สามารถนำกลับไปใช้งานได้ตามปกติและมีความปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด

        ทั้งนี้ สำนักงานขนส่งจังหวัดลำปางได้กำชับผู้ประกอบการและผู้ขับรถรับส่งนักเรียนให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกและมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของนักเรียนและประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน

ที่มา สำนักงานขนส่งลำปาง

Share:

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569

“LandMoS” ผลงานวิจัยร่วม กฟผ.-มช. คว้าอนุสิทธิบัตร ต่อยอดนวัตกรรมเฝ้าระวังการเคลื่อนตัวของมวลดิน

            นายบุญฤทธิ์ เขียวอร่าม หัวหน้าแผนกรังวัดเหมือง กองวางแผนปฏิบัติการ ฝ่ายวางแผนและบริหารเหมืองแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ เปิดเผยว่า ระบบเฝ้าติดตามการเคลื่อนตัวของมวลดินแบบเรียลไทม์ (Land Monitoring System : LandMoS) ซึ่งเป็นผลงานวิจัยและพัฒนาภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง กฟผ. และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับการจดทะเบียนอนุสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 หลังจากยื่นขอรับอนุสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2567

        LandMoS เป็นระบบติดตามการเคลื่อนตัวของมวลดินแบบเรียลไทม์ที่สามารถตรวจวัดและรายงานผลได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดย กฟผ. ได้นำมาใช้งานในพื้นที่บ่อเหมืองแม่เมาะและพื้นที่ทิ้งดินตั้งแต่ปี 2563 ปัจจุบันมีการติดตั้งใช้งานมากกว่า 80 เครื่อง เพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวของมวลดินอย่างต่อเนื่อง

        นอกจากนี้ ยังมีการขยายผลการใช้งานไปยังพื้นที่อื่นของ กฟผ. อาทิ การตรวจวัดการเคลื่อนตัวของอ่างพักน้ำตอนบน หรืออ่างพักน้ำเขายายเที่ยง ของโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 2 เครื่อง และบริเวณแนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูงของฝ่ายปฏิบัติการภาคใต้ อีก 2 เครื่อง

        ล่าสุด ในปี 2569 กฟผ. ได้ต่อยอดนวัตกรรมดังกล่าวสู่เชิงธุรกิจ โดยลงนามสัญญาซื้อขาย บริการติดตั้ง และบำรุงรักษาระบบกับบริษัท ไฟฟ้าหงสา จำกัด (Hongsa Power Company Limited : HPC) ผู้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนหงสา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จำนวน 12 เครื่อง เป็นระยะเวลา 3 ปี

        สำหรับ LandMoS สามารถตรวจวัดการเคลื่อนตัวของมวลดินได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยความละเอียดระดับเซนติเมตร โดยติดตั้งเซนเซอร์ในพื้นที่เสี่ยง ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ที่ชาร์จด้วยแผงเซลล์แสงอาทิตย์ และประมวลผลข้อมูลจากสัญญาณดาวเทียมเพื่อคำนวณค่าพิกัดความละเอียดสูง

        ข้อมูลจากเซนเซอร์จะถูกส่งเข้าสู่ระบบจัดการข้อมูลกลางทุก 1 นาที ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ พร้อมมีระบบเครือข่ายไร้สายพลังงานต่ำแบบ Zigbee เป็นช่องทางสำรอง เพื่อรองรับกรณีเครือข่ายหลักขัดข้อง ช่วยให้การส่งข้อมูลเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

        จากนั้น ข้อมูลที่ได้รับจะผ่านกระบวนการกรองและคัดเลือกข้อมูลที่มีคุณภาพก่อนจัดเก็บในฐานข้อมูลกลาง ผู้ใช้งานสามารถติดตามผลผ่านหน้าจอแสดงผลในรูปแบบกระดานข้อมูลและกราฟแสดงขนาด รวมถึงความเร็วของการเคลื่อนตัว พร้อมตั้งค่าการแจ้งเตือนและแจ้งซ่อมได้ตามความต้องการ

        ทั้งนี้ ระบบยังมีการประมวลผลข้อมูลการเคลื่อนตัวของมวลดินตลอดเวลา ทั้งการเปรียบเทียบกับค่าตั้งต้นและการวิเคราะห์ตามช่วงเวลา ก่อนประเมินความเสี่ยงตามเกณฑ์ที่กำหนด และส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังช่องทางต่าง ๆ ที่ผู้ใช้งานกำหนดไว้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและลดความเสี่ยงจากการเคลื่อนตัวของมวลดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ



Share:

อุตุฯ เตือนฝนเพิ่มทั่วไทย 24-30 มิ.ย. มีฝนตกหนักต่อเนื่อง เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก


        กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ระบุว่า ประเทศไทยจะเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง

        กรมอุตุนิยมวิทยา ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ

        ขณะที่สภาพทะเลมีคลื่นลมแรงขึ้น โดยบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร

        ทั้งนี้ พยากรณ์อากาศในช่วง 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 24-30 มิถุนายน 2569 คาดว่าประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น รวมถึงหย่อมความกดอากาศต่ำเหนือประเทศเวียดนามตอนบน

        กรมอุตุนิยมวิทยา จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการสัญจรในช่วงสัปดาห์นี้ ขณะที่ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

Share:

ตำรวจวังเหนือสนธิกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยหลวง ดักซุ่มจับ 2 ชายสูงวัยกลางป่าห้วยบวกขาว พบอาวุธปืนลูกซองเถื่อน กระสุนปืน ยาบ้า และอุปกรณ์ล่าสัตว์ป่า สารภาพเสพยาบ้าก่อนเข้าป่า

        เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 15.15 น. ชุดสืบสวน สภ.วังเหนือ ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยหลวง เข้าดักซุ่มตรวจสอบบริเวณป่าห้วยบวกขาว ท้องที่บ้านห้วยป้าย ม.6 ต.วังแก้ว อ.วังเหนือหลังได้รับแจ้งจากสายลับว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกใช้เป็นแหล่งมั่วสุมเสพยาและลักลอบล่าสัตว์ป่า

        ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พบชาย 2 คนยืนอยู่ในพื้นที่ป่าและมีลักษณะต้องสงสัย โดยพบว่าทั้งคู่มีอาวุธปืนลูกซองติดตัว จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ ทราบชื่อคือ นายพร อายุ 64 ปี และนายสุคำ อายุ 66 ปี ชาวตำบลวังแก้ว อำเภอวังเหนือ




        จากการตรวจค้นนายพร พบยาบ้า 4 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าคาดเอวภายในกระเป๋าสะพายหลังสีดำ พร้อมกระสุนปืนลูกซองขนาด 12 จำนวน 19 นัด ตอดไก่ป่า 1 อัน และไฟฉายคาดศีรษะ 1 ดวง รวมทั้งอาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก โดยผู้ต้องหารับว่าเป็นของตนเองทั้งหมด และไม่มีใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืน

        ส่วนการตรวจค้นนายสุคำ พบอาวุธปืนลูกซองยาวแบบไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก กระสุนปืนลูกซองขนาด 12 จำนวน 11 นัด ตอดเก้ง 1 อัน และไฟฉายคาดศีรษะ 2 ดวง ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายลายพราง โดยรับว่าเป็นของตนเอง และไม่มีใบอนุญาตเช่นกัน

        เจ้าหน้าที่ได้ตรวจปัสสาวะทั้งสองราย พบผลเป็นบวก ก่อนส่งตรวจยืนยันที่โรงพยาบาลวังเหนือ ซึ่งผลตรวจยืนยันพบสารเมทแอมเฟตามีนในร่างกายทั้งคู่ โดยผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่าได้เสพยาบ้ามาก่อนเข้าป่า และไม่ประสงค์เข้ารับการบำบัดฟื้นฟู

        เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการครอบครองและเสพยาเสพติด มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และนำอาวุธหรือเครื่องมือล่าสัตว์เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังเหนือ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


Share:

โรงพยาบาลมะเร็งลำปาง รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานกระทรวงสาธารณสุขทั่วไป เงินเดือน 18,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 22 - 30 มิถุนายน 2569


ด้วยโรงพยาบาลมะเร็งลำปาง ประสงค์จะรับสมัครบุคคลเพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานกระทรวงสาธารณสุข ประเภทพนักงานกระทรวงสาธารณสุขทั่วไป ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการจ้างพนักงานกระทรวงสาธารณสุข การสรรหาและเลือกสรรรรรทั้งแบบสัญญาจ้าง พ.ศ. 2556 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2556 และประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดประเภท ตำแหน่ง ลักษณะงานและคุณสมบัติเฉพาะของกลุ่ม และการจัดทำกรอบอัตรากำลังพนักงานกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2556 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2556 ประกอบคำสั่งกรมการแพทย์ ที่ 1209/2563 ลงวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2563 เรื่อง มอบอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับพนักงานกระทรวงสาธารณสุข จึงประกาศรับสมัครสรรหาและเลือกสรร ดังต่อไปนี้

ชื่อกลุ่มงาน ตำแหน่ง และรายละเอียดการจ้างงาน 

กลุ่มตามลักษณะงาน : วิชาชีพเฉพาะ (ค) 

ชื่อตำแหน่ง : นักวิชาการคอมพิวเตอร์  จำนวน 1 อัตรา เงินเดือน 18,000 บาท 

กลุ่มงานที่จะปฏิบัติ : กลุ่มงานดิจิทัลการแพทย์ 

ลักษณะงานที่จะปฏิบัติ : ปฏิบัติงานทางวิทยาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีลักษณะงานที่ปฏิบัติเกี่ยวกับการศึกษา วิเคราะห์ กำหนดคุณลักษณะของเครื่อง จัดระบบติดตั้งเชื่อมโยงระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ เกี่ยวกับชุดคำสั่ง ระบบชุดคำสั่งประยุกต์ การจัดทำคู่มือการใช้คำสั่งต่าง ๆ กำหนดคุณลักษณะ ติดตั้งและใช้เครื่องมือชุดคำสั่งสื่อสาร การจัดและบริหารระบบสารสนเทศ รวมทั้งการดำเนินการเกี่ยวกับการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ และธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ การให้คำปรึกษาแนะนำ อบรมเกี่ยวกับวิทยาการคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีใหม่ ๆ และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง 

การรับสมัคร ให้ผู้ประสงค์จะสมัครสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.lpch.go.th หรือ ดาวน์โหลดใบสมัครทาง QR Code และยื่นใบสมัครด้วยตนเองที่ งานทรัพยากรบุคคล กลุ่มงานบริหารทั่วไป ภารกิจด้านอำนวยการ ชั้น 4 อาคารรังสีรักษาและเวชศาสตร์นิวเคลียร์ โรงพยาบาลมะเร็งลำปาง ตั้งแต่วันที่ 22 - 30 มิถุนายน 2569 ในวันและเวลาราชการ (ภาคเช้า เวลา 08.30 - 12.00 น. และ ภาคบ่าย เวลา 13.00 - 16.30 น.


Share:

ฝ่ายปกครอง–ตำรวจสบปราบ บุกจับ 2 ผู้ต้องหา พร้อมยาบ้า 284 เม็ด ในพื้นที่บ้านแม่กัวะ

        วันที่ 22 มิถุนายน 2569 นายกองโทปิยะวุฒิ พิทักษ์บริบาล นายอำเภอสบปราบ และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอสบปราบ (ศป.ปส.อ.สบปราบ) ได้สั่งการให้ นายไพรัช ผมไผ ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง และนายพิทพันธ์ พงษปัน ปลัดอำเภอ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยสมาชิกร้อย อส.อ.สบปราบ 12 บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สบปราบ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.จรูญ ถิ่นอ่วน ผู้กำกับการ สภ.สบปราบ ลงพื้นที่ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่อำเภอสบปราบ

        การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐบาล ภายใต้แนวทาง “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นในพื้นที่บ้านแม่กัวะ หมู่ 7 ตำบลแม่กัวะ อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง

        ผลการตรวจค้นพบผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จำนวน 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 284 เม็ด จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สบปราบ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

        ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะยังคงเดินหน้าปราบปรามและสกัดกั้นการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอสบปราบและจังหวัดลำปางต่อไป

ที่มา ที่ทำการปกครองอำเภอสบปราบ

Share:

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ชาวบ้านเวียงหงส์ล้านนา อ.แม่เมาะ ยืนกรานขอโฉนดที่ดิน คณะกรรมการฯ รับเรื่องคัดค้าน ส่งกรมป่าไม้เสนอส่วนกลางพิจารณาต่อ

 

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ที่ศาลากลางจังหวัดลำปาง  นายพัชระ สิมะเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาเพิกถอนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติบางส่วน กรณีแก้ไขปัญหาการออกเอกสารสิทธิ์พื้นที่รองรับการอพยพบ้านเวียงหงส์ ล้านนา หมู่ที่ 12 ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง  เพื่อพิจารณาข้อคัดค้านของชาวบ้านต่อแนวทางแก้ไขปัญหาของภาครัฐเกี่ยวกับการจัดการที่ดินในพื้นที่รองรับการอพยพ



โดยมีนายสุรชัย แสงสิริ ผอ.ทสจ.ลำปาง  ตัวแทนจากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่3 ลำปาง  เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดลำปาง ตัวแทนจาก กฟผ.แม่เมาะ  ผู้ใหญ่บ้านเวียงหงส์ล้านนา หมู๋ 12 และตัวแทนชาวบ้าน  พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม


สำหรับปัญหาดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากชาวบ้านบ้านเวียงหงส์ล้านนา ซึ่งเป็นชุมชนรองรับการอพยพจากโครงการขยายเหมืองแม่เมาะ ได้เรียกร้องให้ภาครัฐออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินให้แก่ประชาชนในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อปี 2568 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้เสนอให้รัฐบาลพิจารณาเพิกถอนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติบางส่วนในตำบลแม่เมาะ และออกเอกสารสิทธิ์เฉพาะพื้นที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการอพยพ

ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาความเป็นไปได้และแนวทางแก้ไขปัญหา ก่อนที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะประชุมพิจารณาเมื่อปี 2568 และมีความเห็นว่า พื้นที่ดังกล่าวควรดำเนินการจัดที่ดินในรูปแบบของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เนื่องจากเป็นพื้นที่ของรัฐและอยู่ภายใต้แนวทางบริหารจัดการที่ดินของภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านบ้านเวียงหงส์ล้านนาไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ได้ร่วมตัวกันยื่นหนังสือคัดค้านต่อจังหวัดลำปาง ยืนยันว่าปลายทางของการแก้ไขปัญหาจะต้องเป็นการได้รับโฉนดที่ดินหรือเอกสารสิทธิ์ในกรรมสิทธิ์ที่ดินเท่านั้น ไม่ใช่การจัดสรรที่ดินในรูปแบบ คทช.

ภายหลังการหารือ ที่ประชุมมีมติให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) รวบรวมข้อคัดค้านและข้อเรียกร้องของประชาชน เสนอต่ออธิบดีกรมป่าไม้เพื่อรับทราบและพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ก่อนส่งเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของหน่วยงานส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง


ด้านตัวแทนภาคประชาชนเปิดเผยว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในทุกเวทีการประชุม ชาวบ้านได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนมาโดยตลอดว่า ต้องการได้รับโฉนดที่ดินเป็นทางออกสุดท้ายของปัญหา เพื่อสร้างความมั่นคงในการถือครองที่ดินและเป็นหลักประกันให้กับลูกหลานในอนาคต โดยยังคงยืนยันข้อเรียกร้องดังกล่าวจนกว่าจะได้รับการพิจารณาจากรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีต่อไป

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์