วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ถกแผน PDP 2026 ชี้อนาคตพลังงานลำปาง ฝ่ายการเมืองยื่นข้อเสนอตั้ง "คกก.เปลี่ยนผ่านเป็นธรรม-ดัน พ.ร.บ.ปลดระวางถ่านหิน" ทุกภาคส่วนเห็นพ้องต้องดึงภาคประชาชนร่วมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจใหม่

 


ถกแผน PDP 2026 ชี้อนาคตพลังงานลำปาง ฝ่ายการเมืองยื่นข้อเสนอตั้ง "คกก.เปลี่ยนผ่านเป็นธรรม-ดัน พ.ร.บ.ปลดระวางถ่านหิน"  ทุกภาคส่วนเห็นพ้องต้องดึงภาคประชาชนร่วมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจใหม่

เมื่อวันที่ 30 ก.ย.69 ที่ผ่านมา  ได้มีการจัดเวทีเสวนาหัวข้อ  "PDP2026 มองเห็นคนเหนือแค่ไหน" ณ โรงแรมเวียงละคร จังหวัดลำปาง โดย JETinThailand  JUSTPOW และ LANNER เพื่อระดมความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2026) ซึ่งที่ผ่านมามีการจัดรับฟังความคิดเห็นอย่างเร่งรีบเพียงครั้งเดียวในกรุงเทพฯ และเปิดเผยข้อมูลล่วงหน้าเพียง 7 วัน  เวทีนี้จึงเป็นสะท้อนเสียงจากทุกภาคส่วนในพื้นที่จังหวัดลำปาง ทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และฝ่ายการเมือง ต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานและการทยอยปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและการจ้างงานในท้องถิ่น

ทั้งนี้ ร่างแผน PDP 2026 และทิศทางพลังงานระดับสากลกำลังนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงาน  รวมถึงการปรับลดกำลังการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินลง  สำหรับจังหวัดลำปาง เศรษฐกิจจากการพึ่งพิงกิจกรรมของโรงไฟฟ้าแม่เมาะและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง  17.5% ของผลิตภัณฑ์จังหวัด (GPP)  การลดกำลังการผลิตไฟฟ้าด้วยถ่านหินลง 1,200 เมกะวัตต์ ส่งผลกระทบเป็นห่วงโซ่ต่อการจ้างงาน ร้านค้า ชุมชน ตลอดจนงบประมาณรายได้ของท้องถิ่น และกองทุนพัฒนาไฟฟ้าแม่เมาะที่ตอนนี้ลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง ทำให้พื้นที่ต้องเร่งปรับตัว

-เสียงสะท้อนจากแผนPDP2026 จากตัวแทน 4 ภาคส่วน

นางมะลิวัลย์ นาควิโรจน์  ประธานเครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ   ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่แม่เมาะมาตั้งแต่ปี 2527 ได้สะท้อนถึงความไม่ไว้วางใจต่อกระบวนการจัดทำแผนพลังงานของรัฐ โดยระบุว่า ชุมชนรอบโรงไฟฟ้าต้องแบกรับผลกระทบทางสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมานานกว่า 40 ปี แต่แผน PDP ของภาครัฐกลับเน้นย้ำเฉพาะแผนการพัฒนาและการสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม  โดยไม่มีการระบุ "แผนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจชุมชน" อย่างเป็นรูปธรรม

หลังจากที่ผ่านเวทีรับฟังความคิดเห็นมามากมาย สิ่งที่ตอบกลับมา เราให้ความคิดเห็นไป ทุกอย่างถูกบันทึกหมด แต่มันไม่ถูกปฏิบัติตาม นั่นคือจุดแห่งความที่ไม่เชื่อถือในเวทีกระบวนการคิดเห็นต่าง ๆ นางมะลิวัลย์ กล่าว

พร้อมกับได้ย้ำเน้นว่า  "ก่อนจะเปลี่ยนผ่านพลังงาน ให้เปลี่ยนผ่านอคติกันก่อน" โดยขอให้ภาครัฐและผู้กำหนดนโยบายก้าวข้ามอคติที่มีต่อภาคประชาชน ยอมรับข้อเท็จจริงและผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ พร้อมเปิดโอกาสให้มี โต๊ะไตรภาคี ให้ภาคประชาชนได้เข้าร่วมวางแผนนโยบายพลังงานอย่างเท่าเทียม  นอกจากนี้ ยังได้เสนอแนวทางเปลี่ยนผ่านที่ยั่งยืนด้วยการส่งเสริมโซลาร์รูฟท็อปบนหลังคาบ้านเรือน เพื่อให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าสะอาดใช้เองและขายคืนเข้าระบบได้จริง

“ก่อนจะเปลี่ยนผ่านพลังงาน ขอให้เปลี่ยนผ่านอคติกันก่อนได้ไหม ทุกวันนี้สิ่งที่เราออกมาพูดความจริง ออกมาพูดเรื่องผลกระทบ มันกลายเป็นว่าคนที่นั่งบนเก้าอี้หอคอยสูงๆ มองเราแบบมีอคติ”

ด้านนายพีระรักษ์ พิชญกุล  ประธานหอการค้าจังหวัดลำปาง  ได้แสดงความเห็นในมุมมองจากภาคเอกชนว่า การปลดระวางถ่านหินและการลดกำลังผลิตไฟฟ้ากระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน การจ้างงาน และธุรกิจท้องถิ่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกัน แผน PDP ฉบับใหม่ที่มุ่งไปสู่ ระบบกระจายศูนย์ (Distributed Generation) และแนวคิดการจัดตั้ง นิคมอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียว  ก็ถือเป็นโอกาสสำคัญของลำปาง เนื่องจากมีโครงสร้างระบบสายส่งขนาดใหญ่รองรับอยู่แล้ว

ประธานหอการค้าจังหวัดลำปาง เสนอว่าคนลำปางต้องร่วมกันกำหนดทิศทางเดียวกันในการขับเคลื่อนพื้นที่ โดยขณะนี้ภาคเอกชนลำปางได้ร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ GIZ และ UNESCAP จัดทำ Master Plan 5 ด้าน ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีพลังงาน, การดึงการลงทุนขนาดใหญ่, การพัฒนา SME บนฐานนวัตกรรม, การพัฒนาทักษะคน และการบริหารจัดการอย่างมีธรรมาภิบาล เพื่อหาฐานเศรษฐกิจใหม่มาทดแทนเค้กเศรษฐกิจถ่านหินที่สูญเสียไป

“ลำปางกำลังเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจถ่านหินไปสู่เศรษฐกิจใหม่  ซึ่งการเปลี่ยนจากพลังงานที่ผลิตด้วยถ่านหิน ไปเป็นพลังงานหมุนเวียนชนิดอื่น การจ้างแรงงานจะลดลงเยอะมาก แล้วมันจะกระทบกับการจ้างงาน ลามไปถึงร้านค้า ร้านอาหารในชุมชน แบบเลี่ยงไม่ได้”

ขณะที่นายพินิจ ทองคำ  ผู้ช่วย ส.ส. พรรคประชาชน  ได้ตั้งคำถามถึงกระบวนการจัดทำร่างแผน PDP 2026 ซึ่งรัฐบาลใช้งบประมาณรวมกว่า 73 ล้านบาท แต่กลับจัดรับฟังความคิดเห็นอย่างจำกัดและไม่มีประชาชนอยู่ในสมการการตัดสินใจ ทั้งนี้ จากการทำงานติดตามเรื่องดังกล่าวร่วมกับอนุกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายชลธานี เชื้อน้อย ส.ส. ลำปาง เขต 3 พรรคประชาชน เป็นประธาน ได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการสร้างหลักประกันเชิงโครงสร้างและกฎหมาย

"ถ้าหากทุกคนฟังสิ่งที่ภาครัฐพูดถึง PDP ไม่มีคำว่า 'ประชาชน' เลยแม้แต่คำเดียว มีแต่รัฐและเอกชน  งบ 73 ล้านบาทในการจัดทำแผน PDP ฉบับนี้ แต่กลไกการรับฟังความคิดเห็นกลับจำกัดอยู่เพียงในกรุงเทพฯและห่างไกลประชาชน"

นายพินิจ ได้นำเสนอข้อเสนอสำคัญ 2 ประการจากการศึกษาของอนุกรรมาธิการฯ ได้แก่  การจัดตั้งคณะกรรมการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นธรรม  เพื่อเป็นกลไกหลักในการดูแลผู้ได้รับผลกระทบทุกภาคส่วน   และ การผลักดัน พ.ร.บ. การปรับลดและปลดระวางถ่านหิน เพื่อกำหนดบทบาท หน้าที่ แผนการฟื้นฟูพื้นที่เหมือง ตลอดจนสร้างหลักประกันทางกฎหมายและสร้างความเชื่อมั่นต่อสถาบันการเงินและผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

ดร.สุธีกานต์ มณีจันทรา ตัวแทนจาก Greenpeace Thailand  ให้ความเห็นว่า เป้าหมายแรกในแผน PDP คือมุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายในปี 2593 แต่เมื่อดูไทม์ไลน์ 12 ปีแรก แผนกลับมุ่งเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มโรงไฟฟ้าฟอสซิล ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซและอื่นๆ แล้วช่วง 13 ปีหลังถึงค่อยนำเทคโนโลยีมาดักจับคาร์บอนไดออกไซด์และเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน

การเพิ่มโรงไฟฟ้าฟอสซิลและก๊าซในช่วง 12 ปีแรก จะทำให้ประเทศติดอยู่กับการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลไปอีกนาน และทำให้ติดอยู่กับคำว่า คาร์บอนล็อกอิน หรือการติดล็อกอยู่กับโครงสร้างพลังงานเดิมจนไม่สามารถก้าวผ่านไปสู่เชื้อเพลิงทางเลือกได้


 "จริงๆ แล้วทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน รัฐ และเอกชน ต่างมีจุดร่วมเดียวกัน คืออยากเห็นสิ่งแวดล้อมดีขึ้น และอยากเห็นบ้านเกิดของเราดีขึ้น เพียงแต่มีวิธีมองต่างกัน ดังนั้นทุกฝ่ายต้องมาพูดคุยกันบนพื้นฐานความจริง ลดอคติต่อกัน และเปิดให้ภาคประชาชนเข้ามาร่วมออกแบบนโยบายพลังงานอย่างแท้จริง"

อย่างไรก็ตาม ในเวทีเสวนาได้มีข้อสรุปตรงกันว่า การจัดทำแผน PDP 2026 จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจากการสั่งการจากบนลงล่าง  มาเป็นการขับเคลื่อนจากล่างขึ้นบน  โดยการผสานพลังระหว่างภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และฝ่ายการเมือง เพื่อร่วมกันวางแผนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นธรรมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมทั้งกำหนดอนาคตเศรษฐกิจใหม่ของจังหวัดลำปางให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

 

Share:

วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2569

สลดเช้ามืด ลุงวัย 65 ปี ขี่รถจักรยานยนต์แฉลบล้ม เสียชีวิตใกล้ปากทางบ้านฮ่องกอก ตำรวจเร่งสอบหาสาเหตุ

 

เมื่อเวลา 05.08 น. วันที่ 1 ต.ค. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ได้รับแจ้งเหตุ รถจักรยานยนต์แฉลบล้มเอง บริเวณใกล้เคียงทางเข้าบ้านฮ่องกอก  ถ.ลำปาง-เมืองปาน ช่องทางเข้าเมืองลำปาง  ต.บ่อแฮ้ว  อ.เมืองลำปาง ที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต จึงประสานร้อยเวรสอบสวน แพทย์นิติเวช  รพ.ลำปาง และ ชุดนิติเวช สมาคมกู้ภัยลำปางเข้าตรวจสอบ

พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้าดรีมสีดำ ล้มอยู่กลางถนน โดยมีร่างชายผู้ขับขี่เสียชีวิตอยู่ข้างรถ เจ้าหน้าที่ร่วมกันชันสูตรเบื้องต้นทราบชื่อ นายสวัสดิ์ ขัดกันทะ อายุ 65 ปี  ชาวบ้านเหล่า ต.บ้านเป้า อ.เมืองลำปาง  เบื้องต้น ชุดนิติเวชสมาคมกู้ภัยลำปางใด้นำร่างผู้เสียชีวิตนำส่งห้องนิติเวชโรงพยาบาลลำปาง  ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

ภาพ ชุดนิติเวช สมาคมกู้ภัยลำปาง

Share:

อดีตพนักงานชักปืนยิงเข้าร้านขายส่งดังกลางเมือง กระสุนถูกหัวหน้างานกลางเมืองลำปาง เจ็บที่ขา ก่อนซิ่ง จยย.หนี ตำรวจเร่งล่าตัว

เมื่อเวลา 08.28 น. วันที่ 1 ต.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง รับแจ้งเหตุชายใช้อาวุธปืนยิงคนได้รับบาดเจ็บ บริเวณด้านหลังร้านขายส่งใหญ่ ต.สวนดอก อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง  ใกล้โรงแรมเวียงลคร ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ จึงเร่งเข้าตรวจสอบและติดตามตัวผู้ก่อเหตุ


เบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชายมีรอยสักตามร่างกาย ทราบชื่อ “นายซี” หรือนายเทพบุตร อายุ 32 ปี ชาวบ้านกล้วยกลาง ม.5 ต.กล้วยแพะ อ.เมืองลำปาง  ซึ่งเป็นอดีตพนักงานของร้าน โดยขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า มีโอ สีแดง มาจอดบริเวณสามแยกด้านหลังร้าน ก่อนชักอาวุธปืนสั้นขึ้นมายิงเข้าไปภายในร้าน และยิงจำนวน 1 นัด จากนั้นขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

นายซี ผู้ก่อเหตุ

กระสุนถูกนายชัย อายุประมาณ 40 ปี ซึ่งเป็นหัวหน้างานของร้าน เข้าที่บริเวณข้อเท้าซ้ายได้รับบาดเจ็บ เพื่อนร่วมงานได้ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาแล้ว


จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ ระบุว่า นายซีเคยเป็นพนักงานของร้าน แต่ถูกให้ออกจากงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 เดือน ส่วนสาเหตุของการก่อเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่

หลังเกิดเหตุ ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่ผู้ก่อเหตุหลบหนี และประสานสถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี หากประชาชนพบเห็นบุคคลหรือรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านสายด่วน 191 ทันที

นายซี ผู้ก่อเหตุ เคยถูกจับกุมคดีเสพยาบ้า


Share:

โรงพยาบาลงาว รับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้าเป็นลูกจ้างชั่วคราว (รายวัน) จำนวน 1 อัตรา ค่าจ้างวันละ 433 บาท วันที่ 28 กันยายน 2569 - 7 ตุลาคม 2569


ด้วยโรงพยาบาลงาว ประสงค์จะรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้าเป็นลูกจ้างชั่วคราว (รายวัน) ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการจ่ายเงินบำรุง เพื่อเป็นค่าจ้างลูกจ้างชั่วคราวหรือลูกจ้างรายคาบของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2545 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2545 จึงประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นลูกจ้างชั่วคราวรายวันโดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

ชื่อตำแหน่ง

  • ตำแหน่ง พนักงานบริการ จำนวน 1 อัตรา อัตราค่าจ้าง วันละ 433 บาท

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

  • ปฏิบัติงานด้านเวชระเบียน มีลักษณะงานที่ปฏิบัติให้บริการจัดทำบัตรผู้ป่วยประเภทต่างๆ ในระบบสารสนเทศ ค้นหาเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มารับบริการ พร้อมบันทึกลงทะเบียนรหัสโรคตามระบบสากล และจัดเก็บเวชระเบียน แฟ้มประวัติผู้ป่วย ตามมาตรฐานที่หน่วยงานกำหนด รวมถึงปฏิบัติงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงาน ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ ทักษะและประสบการณ์ในการทำงานด้านเวชระเบียน ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ ของนักวิชาการสถิติหรือเจ้าพนักงานเวชสถิติและปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

  • จัดเตรียมความพร้อมของวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ในการให้บริการแก่ผู้มารับบริการ เพื่ออำนวยความสะดวกการปฏิบัติงาน

  • บริการค้นหาเวชระเบียน จัดเก็บตามระบบ และซ่อมบำรุงรักษา เพื่อให้มีสภาพคงทนพร้อมใช้งาน

  • ร่วมกับทีมงานในการลงทะเบียนให้รหัสโรคตามระบบสากลในระบบสารสนเทศ เพื่อใช้ประกอบการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์

  • ให้บริการยืมหรือคืนเวชระเบียนแก่ผู้มารับบริการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมจัดระบบควบคุมติดตาม ตามมาตรฐานที่หน่วยงานกำหนด เพื่อให้การดำเนินงานมีความราบรื่นและเกิดประสิทธิภาพ

วัน เวลาและสถานที่รับสมัคร

ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้ารับการสรรหาและเลือกสรร รับใบสมัครและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ โรงพยาบาลงาว อำเภองาว จังหวัดลำปาง ในระหว่างวันที่ 28 กันยายน 2569 - 7 ตุลาคม 2569 ในวันและเวลาราชการ และจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ในวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ทางเว็บไซต์ของโรงพยาบาลงาว

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

Share:

วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2569

โรงเรียนอนุบาลแจ้ห่ม รับสมัครเพื่อคัดเลือกเป็นครูอัตราจ้าง จำนวน 1 อัตรา ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย.- 8 ต.ค.69

ด้วยโรงเรียนอนุบาลแจ้ห่ม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 3 มีความประสงค์ จะดำเนินการคัดเลือกบุคลากรเป็นครูอัตราจ้าง ทำหน้าที่ครูผู้สอน วิชาเอกดนตรี โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ตำแหน่งที่รับสมัครคัดเลือก

ตำแหน่ง ครูอัตราจ้าง ทำหน้าที่ครูผู้สอน วิชาเอกดนตรี จำนวน 1 อัตรา อัตราเงินเดือน 7,500 บาท / เดือน

 คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง

  • เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาดนตรี

  • ต้องมีคุณสมบัติปริญญาตรีตามที่ ก.ค. หรือ ก.ค.ศ. กำหนด

การรับสมัคร

  • วัน เวลา ประกาศรับสมัคร ประการศรับสมัคร ระหว่างวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2569 ถึงวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เว้นวันหยุดราชการ โดยติดต่อขอรับใบสมัครได้ ณ ห้องธุรการ อาคารคุณากร โรงเรียนอนุบาลแจ้ห่ม เวลา 08.30 - 16.30 น. เบอร์โทรศัพท์ 054-271219หรือ 095-1456821

เอกสารแนบเพิ่มเติม






Share:

ด่วน! สำนักงานสวนรุขชาติพระบาท รับสมัครเจ้าหน้าที่ธุรการ จำนวน 1 อัตรา เงินเดือน 9,500 บาท ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย. - 4 ต.ค. 69

 


รับสมัครเจ้าหน้าที่ธุรการ ประจำสวนรุกขชาติพระบาท จำนวน 1 อัตรา ด่วนน!!

เส้นทาง : สำนักงานสวนรุขชาติพระบาท อยู่ห่างจากศูนย์ราชการจังหวัดลำปาง ประมาณ 1.5 กม. (ทางขึ้นศาลเจ้าพ่อโรงดอย)

รับสมัครด้วยตนเองเท่านั้น

สิ่งที่ท่านต้องเตรียม มาในการสมัคร

- รูปถ่าย 1ใบ

- สำเนาบัตรประชาชน 1ใบ

- สำเนาทะเบียนบ้าน 1ใบ

- สำเนาวุฒิการศึกษา 1ใบ

- สำเนาใบผ่านการเกณฑ์ทหาร 1 ใบ (สำหรับผู้ชาย )

- เอกสารที่เกี่ยวข้องอื่นๆ

 หากท่านมีข้อสงสัย สอบถาม โทร. 093-2514045 และ 087-1927938




Share:

เทศบาลเวียงตาลจับมือ มทร.ล้านนา ลำปาง เดินหน้าระบบเตือนภัยน้ำท่วม 6 จุดเสี่ยง ติดตั้งชุดตรวจวัดระดับน้ำแม่ตาล เพิ่มความปลอดภัยประชาชน


        เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ดร.นิวัฒน์ ปะระมา นายกเทศมนตรีตำบลเวียงตาล พร้อมด้วย นายสิริไตรภูมิ ปะระมา รองนายกเทศมนตรี นางธาลิกา คุณชมภู ที่ปรึกษานายกฯ คณะกรรมการชุมชนในพื้นที่ หัวหน้าส่วนราชการ นำโดย นายสายัณห์ ฉัตรแก้ว รองปลัดเทศบาลตำบลเวียงตาล เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และทีมวิจัยจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ลำปาง ลงพื้นที่ดำเนินโครงการวิจัย “การพัฒนาระบบและกลไกการบริหารจัดการภัยพิบัติน้ำท่วมจังหวัดลำปางอย่างมีส่วนร่วมด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมเฉพาะพื้นที่ ระยะที่ 3”


        การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจจุดที่เหมาะสมสำหรับติดตั้ง “ระบบวัดน้ำท่า น้ำฝน และน้ำท่วม ในพื้นที่ลุ่มน้ำตาล” เพื่อเตรียมความพร้อมและพัฒนาระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยให้มีประสิทธิภาพ สามารถติดตามสถานการณ์น้ำและรองรับการบริหารจัดการภัยพิบัติในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างรวดเร็ว



        โดยก่อนหน้านี้ คณะทำงานได้สำรวจพื้นที่สำคัญรวม 6 จุด ได้แก่ บริเวณบ้านปางปง-ปางทราย หมู่ที่ 9, บริเวณสะพาน, บริเวณสถานีรถไฟแม่ตานน้อย, บริเวณบ้านห้วยเรียน หมู่ที่ 7, ฝายหลวง (อบจ.) ตำบลเวียงตาล, บริเวณบ้านหัววัง หมู่ที่ 5 และบริเวณบ้านสันทราย หมู่ที่ 1 เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่สำหรับติดตั้งระบบตรวจวัดและรวบรวมข้อมูลสถานการณ์น้ำ

        ช่วงเช้า มีการชี้แจงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการ ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลเวียงตาล ก่อนลงพื้นที่บ้านปางปง-ปางทราย หมู่ที่ 9 เพื่อดำเนินการติดตั้งเทคโนโลยีชุดตรวจวัดระดับน้ำ ขณะที่ช่วงบ่ายได้ลงพื้นที่บ้านหัววัง หมู่ที่ 5 เพื่อติดตั้งชุดตรวจวัดระดับน้ำเพิ่มเติม พร้อมสาธิตการใช้งานและการติดตามข้อมูล



        สำหรับการดำเนินงานดังกล่าว มุ่งเตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติ เพิ่มประสิทธิภาพระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย รวมถึงบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และชุมชน เพื่อยกระดับการรับมืออุทกภัยในพื้นที่เสี่ยงให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน

        ทั้งนี้ โครงการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบบริหารจัดการภัยพิบัติในพื้นที่เสี่ยงของทีมวิจัย “ลำปางสู้น้ำ” ซึ่งมุ่งนำองค์ความรู้และนวัตกรรมจากงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริง เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและพื้นที่เสี่ยงภัยในจังหวัดลำปาง ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน


        ขณะเดียวกัน ยังสอดคล้องกับบทบาทของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ลำปาง ในการผลิตและถ่ายทอดองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่นและสังคมอย่างยั่งยืน โดยการติดตั้งระบบตรวจวัดน้ำจะช่วยให้พื้นที่มีข้อมูลสำหรับเฝ้าระวังสถานการณ์ สามารถเตรียมการแจ้งเตือนและรับมือกับสถานการณ์น้ำได้อย่างทันท่วงที ลดความเสี่ยงและผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่

ที่มา เทศบาลตำบลเวียงตาล 


Share:

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2569

สองผัวเมียนอนหลับอยู่ชั้นสอง ได้ยินเสียงคล้ายระเบิดดังจากชั้นล่าง ก่อนพบไฟลุกไหม้ รีบหนีตายออกจากบ้าน เพลิงเผาวอดทั้งหลัง เสียหายกว่า 1.28 ล้านบาท



        เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 29 กันยายน 2569 ร.ต.อ.กิตตนันท์ ชนะวงค์ พนักงานสอบสวนเวร สภ.บ้านเอื้อม อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.บ้านเอื้อมว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านประชาชน บ้านโป่งหลวง หมู่ 15 ต.บ้านเอื้อม อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในปกครอง


          ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเลขที่ 102 หมู่ 15 บ้านโป่งหลวง ต.บ้านเอื้อม พบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านพัก เจ้าหน้าที่และชาวบ้านช่วยกันนำรถดับเพลิงเข้าระงับเหตุ จนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นพบว่าบ้านถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหลัง

        จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุ นายสิงห์คำ สมฤกษ์ อายุ 67 ปี และภรรยา กำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่ภายในห้องนอนชั้น 2 ของบ้าน จู่ ๆ รู้สึกร้อนและได้ยินคล้ายเสียงระเบิดดังมาจากชั้นล่าง จึงรีบตื่นขึ้นมาและพากันวิ่งหนีออกจากตัวบ้าน พร้อมร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ก่อนที่จะมีการแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุ


        จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า โทรทัศน์ พัดลม เครื่องซักผ้า หม้อหุงข้าว เครื่องปรับอากาศ เตารีด โทรศัพท์ และเครื่องอุปโภคบริโภคอื่น ๆ โดยประเมินความเสียหายของตัวบ้านและทรัพย์สินประมาณ 1,280,000 บาท



        ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดต่อไป เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ภาพ ดับเพลิงและกู้ภัย สมาคมกู้ภัยลำปาง 

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์