วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569

โรงพยาบาลแจ้ห่ม รับสมัครพนักงานขับรถยนต์ จำนวน 2 อัตรา เงินเดือน 8,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 17 - 25 สิงหาคม 2569

 



ประกาศโรงพยาบาลแจ้ห่ม เรื่อง คัดเลือกเพื่อจ้างเหมาบุคคลมาปฏิบัติงาน ด้วยโรงพยาบาลแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง มีความประสงค์จะคัดเลือกบุคคลมาปฏิบัติงานในตำแหน่ง ดังนี้

ตำแหน่ง

  • พนักงานขับรถยนต์ จำนวน 2 อัตรา

เงื่อนไขการจ้าง/ขอบเขตงาน/คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง (รายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบท้ายประกาศนี้)

คุณสมบัติของผู้เข้ารับการคัดเลือก 

คุณสมบัติทั่วไป

  • มีสัญชาติไทย อายุ 20 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 45 ปี นับถึงวันปิดรับสมัคร

  • เพศชายต้องผ่านการเกณฑ์ทหารมาแล้ว

  • ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพ จนไม่สามารถทำงานได้ ไร้ความสามารถ จิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.

  • เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งให้พักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 หรือตามกฎหมายอื่น

  • ไม่เป็นผู้ถูกลงโทษ ปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

  • ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

  • ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี

  • ไม่เป็นผู้มีหนี้สินพ้นตัว

  • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

  • ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง กรรมการพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

การรับสมัคร ให้ผู้ประสงค์จะสมัคร ขอและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ งานธุรการ กลุ่มงานบริหารทั่วไป ชั้น 2 โรงพยาบาลแจ้ห่ม ตั้งแต่วันที่ 17 - 25 สิงหาคม 2569 ในวันราชการ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. - 16.00 น.







Share:

ผกก.สภ.ห้างฉัตรเร่งตามตัวชายต้องสงสัย พยายามชิงทรัพย์ร้านทองใน อ.ห้างฉัตร แต่ประตูล็อคจึงเผ่นหนี

 

ร้านทองผวา ชายต้องสงสัยแต่งชุดดำ สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ขี่รถจักรยานยนต์จอดหน้าร้านทองใน อ.ห้างฉัตร ก่อนพยายามเปิดประตู แต่ร้านล็อกไว้ จึงรีบขี่รถหลบหนี ตำรวจเร่งตรวจกล้องวงจรปิดติดตามตัว

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ศูนย์วิทยุ สภ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ได้รับแจ้งว่ามีบุคคลต้องสงสัยขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณหน้าร้านทองฉัตรสุวรรณ หมู่ 2 ต.ห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร ก่อนพยายามเปิดประตูหน้าร้านทอง แต่ไม่สามารถเข้าไปภายในได้


            หลังได้รับแจ้ง พ. ต.อ.ประภาส. อุบลศรี  ผกก.สภ.ห้างฉัตร  พร้อมด้วย  พ.ต.ท.สุวิทย์  ดีทีหาญ สว.(สอบสวน)สภ.ห้างฉัตร เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านทองและบริเวณใกล้เคียง เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับรูปพรรณและเส้นทางหลบหนีของบุคคลต้องสงสัย


          จากการตรวจสอบเบื้องต้น บุคคลต้องสงสัยเป็นชายรูปร่างสูงผอม สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าผ้าใบสีดำ และสวมหมวกกันน็อกสีดำแบบเต็มใบ ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าร้าน จากนั้นพยายามเปิดประตูร้าน แต่ประตูถูกล็อกไว้ จึงไม่สามารถเข้าไปภายในร้านได้ ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางแยกไฟแดงห้างฉัตร

เบื้องต้นยังไม่มีรายงานทรัพย์สินสูญหายหรือถูกประทุษร้าย เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดและภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด เพื่อติดตามตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



Share:

กรมกิจการสตรีฯ จับมือมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ลำปาง-ลำพูน รวม 34 ราย มูลค่ากว่า 6.5 แสนบาท หนุนสร้างงาน สร้างรายได้ พึ่งพาตนเอง

 

วันที่ 18 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. นายรณรงค์ เทพรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยนางศรีสุดา เถาเมืองใจ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำปาง นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  นายพงษ์ศักดิ์ ชูชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคเหนือ จังหวัดลำปาง  ผู้แทนจากกองคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ และผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ จังหวัดลำพูน  ร่วมมอบวัสดุอุปกรณ์สนับสนุนการประกอบอาชีพแก่กลุ่มเป้าหมาย ครั้งที่ 7  ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคเหนือ จังหวัดลำปาง


โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อสนับสนุนการสร้างงาน สร้างรายได้ และส่งเสริมให้กลุ่มสตรีและประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2569  มีผู้ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคเหนือ จังหวัดลำปาง จำนวน 24 ราย และศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ จังหวัดลำพูน จำนวน 10 ราย  โดยได้รับวัสดุและอุปกรณ์สำหรับประกอบอาชีพ อาทิ จักรอุตสาหกรรม จักรโพ้ง จักรสานนวด เตาอบขนม รวมถึงอุปกรณ์เสริมสวย ตัดผมสตรีและบุรุษ อุปกรณ์ทำเล็บเจล และต่อขนตา รวมมูลค่าประมาณ 650,000  บาท

กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวคาดหวังว่าผู้ได้รับการสนับสนุนจะนำวัสดุอุปกรณ์ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการประกอบอาชีพ พร้อมพัฒนาความรู้และทักษะอย่างต่อเนื่อง ประกอบอาชีพด้วยความสุจริต เพื่อสร้างรายได้และความมั่นคงให้แก่ตนเองและครอบครัว ตลอดจนเป็นแรงบันดาลใจให้สตรีเปราะบางและประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถก้าวข้ามข้อจำกัด สร้างอาชีพ พึ่งพาตนเอง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นอกจากนี้กิจกรรมภายในงาน ยังมีการให้บริการตรวจสุขภาพ  ตัดผมชายและหญิงฟรี  มอบแว่นสายตาสั้นและสายตายาวฟรี  การออกบูธฝึกอาชีพร้านกาแฟสด ร้านเบเกอรี  ซาลาเปา และจำหน่ายสินค้าเสื้อผ้าพื้นเมือง ฯลฯ

Share:

เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนรถจักรยานยนต์ ตรงข้าม รพ.สต.แม่วะเด่นชัย อ.เถิน ตายายบาดเจ็บ 2 ราย เจ้าหน้าที่เร่งปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาลเถิน

 

        เมื่อเวลา 09.28 น. วันที่ 18 สิงหาคม 2569 งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.แม่วะ อ.เถิน จ.ลำปาง รับแจ้งจากประชาชนว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ บนถนนพหลโยธิน ขาล่อง ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 604-605 บริเวณตรงข้ามโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่วะเด่นชัย จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ

        ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งโตโยต้า สีเขียว จอดอยู่บริเวณริมถนนด้านหน้าได้รับความเสียหาย ขณะที่ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์สีส้ม-ดำ ล้มตะแคงอยู่บนพื้นถนน สภาพรถได้รับความเสียหายจากแรงกระแทก โดยมีชิ้นส่วนรถบางส่วนกระจัดกระจายอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ



    จากการตรวจสอบพบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย เป็นผู้สูงอายุ ชายและหญิง อายุ 65-70ปี ชาวบ้าน หมู่ 6 ต.แม่วะ อ.เถิน  เจ้าหน้าที่กู้ภัย อบต.แม่วะ ร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์จาก รพ.สต.แม่วะเด่นชัย และกู้ภัยเทศบาลเถินบุรี เข้าช่วยเหลือ ปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเถิน เพื่อให้แพทย์ตรวจรักษาอย่างละเอียด

        เบื้องต้นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดของอุบัติเหตุและสอบถามผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตรวจสอบจุดเกิดเหตุและหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ขอบคุณภาพข่าว : งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.แม่วะ / เจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่

Share:

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำปาง รับสมัครพนักงาน เงินเดือน 16,700 บาท ตั้งแต่วันที่ 24 -28 สิงหาคม 2569

จังหวัดลำปาง โดยคณะกรรมการดำเนินการสรรหาและเลือกสรรพนักงานกองทุนพัฒนา บทบาทสตรี สังกัดสำนักงานเลขานุการคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัด จังหวัดลำปางจะดำเนินการสรรหาและเลือกสรรบุคคลเพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี สังกัดสำนักงานเลขานุการคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัด จังหวัดลำปาง ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล จำนวน 1 อัตรา ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในข้อบังคับคณะกรรมการ บริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีว่าด้วยการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พ.ศ. 2559 และข้อบังคับ คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีว่าด้วยการบริหารงานบุคคลพ.ศ. 2562 และคำสั่งกรมการพัฒนาชุมชน ที่ 1983/2568 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2568 จึงประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อสรรหาและเลือกสรรเป็นพนักงานกองทุน สังกัดสำนักงานเลขานุการคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัด จังหวัดลำปาง ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล จำนวน 1 อัตรา โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ 

ชื่อตำแหน่ง และรายละเอียดการจ้าง 

ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล จำนวน 1 อัตรา 

ค่าตอบแทนเดือนละ 16,700 บาท 

ระยะเวลาการจ้าง นับแต่วันที่จ้าง ถึงวันที่ 30 กันยายน 2573 และอาจได้รับ การต่อสัญญาจ้างอีก ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับกรอบอัตรากำลังและความจำเป็นต่อภารกิจของหน่วยงาน กรณีพนักงานกองทุน อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ สัญญาจ้างจะสิ้นสุดเมื่อสิ้นปีงบประมาณที่พนักงานกองทุนผู้นั้นมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ 

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ผู้สมัครต้องได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ ในระดับเดียวกัน ในประเภทวิชาบริหารธุรกิจ ประเภทวิชาศิลปกรรม ประเภทวิชาคหกรรม ประเภทวิชาเกษตรกรรม ประเภทวิชาประมง ประเภทวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ประเภทวิชาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ประเภทวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ประเภทวิชาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตรอุตสาหกรรม หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่ ก.พ.กำหนดว่า ใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ได้ซึ่งระบุไว้ในรายละเอียดตามเอกสารแนบท้าย ทั้งนี้ ผู้สมัครต้องเป็น ผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติภายใน วันปิดรับสมัคร คือ วันที่ 28 สิงหาคม 2569

การรับสมัคร ผู้ประสงค์จะสมัครสอบเข้ารับการสรรหาและเลือกสรรเป็นพนักงานกองทุน สังกัดสำนักงาน เลขานุการคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัด จังหวัดลำปางตำแหน่งเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล สามารถสมัครได้ที่ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำปาง ศาลากลางจังหวัดลำปาง ชั้น 3 ตั้งแต่วันที่ 24 -28 สิงหาคม 2569 ในวันและเวลาราชการ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมคลิกที่นี่

Share:

ฝนตกถนนลื่น เกิดอุบัติเหตุรถกระบะเฉี่ยวชนรถเก๋งบนถนนลำปาง-แพร่ ก่อนถึงด่านตรวจปางมะโอ อ.แม่ทะ รถเสียหลักตกข้างทาง มีผู้บาดเจ็บ 8 ราย

เมื่อเวลา 13.50 น. ของวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ศูนย์กู้ชีพจังหวัดลำปาง 1669 รับแจ้งเหตุรถกระบะเฉี่ยวชนกับรถเก๋ง บนถนนสายลำปาง-แพร่ ขาออกเมือง ก่อนถึงด่านตรวจปางมะโอ ต.แม่ทะ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงประสานสมาคมกู้ภัยแม่ทะ พร้อมรถพยาบาลโรงพยาบาลแม่ทะ และตำรวจ สภ.แม่ทะ เข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ สีเทา จอดอยู่ริมถนน สภาพด้านหน้าพังเสียหายอย่างหนัก ใกล้กันพบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว เสียหลักตกลงไปในร่องข้างทาง สภาพด้านหน้าและด้านหลังได้รับความเสียหาย โดยขณะเกิดเหตุมีฝนตก ทำให้ถนนเปียกลื่น


เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 8 ราย แบ่งเป็นผู้โดยสารรถกระบะ 3 ราย และรถเก๋ง 5 ราย โดยมีเด็กหญิงวัย 2 ขวบรวมอยู่ด้วย เจ้าหน้าที่กู้ภัยและพยาบาลเร่งปฐมพยาบาล ก่อนลำเลียงผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลแม่ทะ

ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่รู้สึกตัวดี มีอาการแตกต่างกัน เช่น เจ็บแน่นหน้าอก ปวดหัวเข่า หน้าแข้งบวม มีบาดแผลถลอกตามร่างกายและใบหน้า รวมถึงเด็กหญิงวัย 2 ขวบมีอาการบวมบริเวณใบหน้า ส่วนผู้บาดเจ็บหญิงวัย 49 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

เบื้องต้นตำรวจ สภ.แม่ทะ บันทึกภาพและตรวจสอบสภาพรถทั้งสองคันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝากเตือนประชาชนที่ใช้เส้นทางช่วงฝนตกให้เพิ่มความระมัดระวัง ลดความเร็ว และเว้นระยะห่างจากรถคันหน้า เนื่องจากพื้นผิวถนนเปียกลื่น อาจทำให้รถเสียการควบคุมและเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

ภาพข่าว : สมาคมกู้ภัยแม่ทะ จังหวัดลำปาง

Share:

ตำรวจสืบสวน ภ.จว.ลำปาง สนธิกำลังฝ่ายปกครองเกาะคา บุกจับหนุ่มวัย 37 ปี ตามหมายจับ 3 หมาย หลังซ่อนบ้านแฟน กระโดดหนีแต่ไม่รอดถูกไล่จับพร้อมยาบ้า 282 เม็ด ขณะที่แฟนสาวพบอีก 10 เม็ด

 

        ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.ลำปาง สนธิกำลังฝ่ายปกครองอำเภอเกาะคา บุกจับกุมหนุ่มวัย 37 ปี ชาว ต.วังพร้าว อ.เกาะคา จ.ลำปาง ผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 หมาย หลังได้รับข้อมูลว่าหลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านพักของแฟนสาว ก่อนเจ้าตัวพยายามกระโดดหน้าต่างหลบหนี แต่ถูกเจ้าหน้าที่ไล่ติดตามจับกุมได้กลางทุ่งนา พร้อมของกลางยาบ้า 282 เม็ด ส่วนแฟนสาวพบยาบ้าอีก 10 เม็ด

        การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งของ พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ ผบก.ภ.จว.ลำปาง, พ.ต.อ.ไพโรจน์ ทองขาว ผกก.สส.ภ.จว.ลำปาง และ พ.ต.ท.ปรัชญารัตน์ จำปา รอง ผกก.สส.ภ.จว.ลำปาง ให้เจ้าหน้าที่เร่งกวดขันป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่

        เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ประสานกำลังฝ่ายปกครองอำเภอเกาะคา นำโดย นายกิตติพันธ์ ศิรายุพงศธร ปลัดอำเภอ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง พร้อมกำลังสมาชิก อส.ร้อย อส.เกาะคา ที่ 3 เข้าตรวจสอบบ้านพักหลังหนึ่ง หลังสืบทราบว่า นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี ชาว ต.วังพร้าว อ.เกาะคา ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับของ สภ.เมืองลำปาง มาหลบซ่อนตัวอยู่กับ น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี แฟนสาว

         เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง ได้กระจายกำลังปิดล้อมบริเวณบ้าน ก่อนพบ นายเอ พยายามหลบหนีออกทางหน้าต่างด้านหลังบ้าน แล้ววิ่งมุ่งหน้าไปทางทุ่งนา เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตาม กระทั่งสามารถควบคุมตัวไว้ได้

        จากการตรวจค้นภายในห้องพัก พบยาบ้าจำนวน 282 เม็ด ซึ่งตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ขณะที่ตรวจค้นห้องนอนของ น.ส.บี พบยาบ้าอีกจำนวน 10 เม็ด จึงควบคุมตัวทั้งสองพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

        เบื้องต้นพบว่า นายเอ มีหมายจับติดตัวถึง 3 หมาย เจ้าหน้าที่จึงอายัดตัวดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ส่วน น.ส.บี ถูกดำเนินคดีตามข้อหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก่อนนำตัวเข้าสู่กระบวนการสอบสวนตามกฎหมายต่อไป

Share:

จากดอกไม้ในป่าสู่ลายผ้าอัตลักษณ์ “ดอกนางแย้มป่า” ยกระดับภูมิปัญญาปกากะญอ บ้านโป่งน้ำร้อน อ.เสริมงาม สร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน

 

ท่ามกลางสายหมอกและขุนเขาของอำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง ชุมชนเล็กๆ อย่าง บ้านโป่งน้ำร้อน ยังคงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไว้อย่างเหนียวแน่น ชาวปกากะญอที่นี่ดำเนินชีวิตกลมกลืนกับผืนป่า ถ่ายทอดรากเหง้าผ่าน "กี่เอว" และเส้นใยทอมือจากรุ่นสู่รุ่น ทว่าในโลกยุคใหม่ มรดกอันล้ำค่านี้กำลังได้รับการเจียระไนให้เปล่งประกายอีกครั้ง ผ่านการผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับงานวิจัยเชิงสร้างสรรค์



  • เริ่มต้นจากงานวิจัย สู่การค้นหาอัตลักษณ์ท้องถิ่น

จุดเริ่มต้นของการยกระดับอัตลักษณ์เกิดขึ้นเมื่อ ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา ลำปาง ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  (สคสว.) เข้ามาทำงานร่วมกับชุมชนบ้านโป่งน้ำร้อน  โดย ผศ.วรัญญา ธาราเวชรักษ์  รองคณบดีฝ่ายบริหารและแผนยุทธศาสตร์กำกับดูแลพื้นที่ลำปาง  ผศ.อนิตา ประดาอินทร์  อาจารย์หลักสูตรบริหารธุรกิจ (การตลาดและการตลาดด จิทัล) คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์  พร้อมทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา ลำปาง  ได้ลงพื้นที่ร่วมกับ  พี่พลอย  หรือนางพลอย กาวิโร  ประธานกลุ่มผ้าทอมือบ้านโป่งน้ำร้อน นำไปสู่การค้นพบแรงบันดาลใจจาก "ดอกนางแย้มป่า" หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "ดอกปิ้ง" สมุนไพรพื้นบ้านที่ผูกพันกับวิถีชีวิตและการรักษาโรคภัยไข้เจ็บของชนเผ่า

  • ดอกนางแย้มป่า แรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาสมุนไพร

ผศ.อนิตา ประดาอินทร์ เปิดเผยว่า โครงการวิจัยได้รับทุนสนับสนุนจาก สคสว. โดยเลือกบ้านโป่งน้ำร้อนเป็นพื้นที่ดำเนินงาน เนื่องจากเป็นชุมชนปกากะญอที่มีภูมิปัญญาการทอผ้าดั้งเดิมและทุนทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง อีกทั้งยังคงวิถีชีวิตที่อยู่ร่วมกับป่าอย่างกลมกลืน ทำให้มีเรื่องเล่า ความเชื่อ และองค์ความรู้ดั้งเดิมที่สามารถนำมาต่อยอดได้

  • ดอกนางแย้มป่า แรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาสมุนไพร

แนวคิดสำคัญของการออกแบบคือการนำเรื่องเล่าและวิถีชีวิตของชาวปกากะญอมาสะท้อนลงบนผืนผ้า เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะของชุมชน โดยเลือก ดอกนางแย้มป่าหรือดอกปิ้ง ซึ่งเป็นสมุนไพรท้องถิ่นที่ชาวบ้านนำมาใช้รักษาอาการเจ็บป่วยในชีวิตประจำวัน มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบลวดลาย

ทีมวิจัยร่วมกับชาวบ้านใช้เวลาพัฒนาและปรับลวดลายประมาณ 7-8 เดือน เพื่อให้ได้รูปแบบที่สวยงาม สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของชุมชน และที่สำคัญสามารถนำไปทอได้จริงในกระบวนการผลิตของกลุ่ม โดยถ่ายทอดรูปทรง ความอ่อนช้อย และคุณค่าของดอกนางแย้มป่าลงบนผืนผ้าผ่านเทคนิคการทอแบบดั้งเดิม เกิดเป็นลวดลายที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคน ป่า และภูมิปัญญาสมุนไพรพื้นบ้าน

  • ยื่นจดสิทธิบัตร คุ้มครองลายผ้าเป็นของชุมชน

นอกจากการพัฒนาลวดลายแล้ว ทีมวิจัยยังให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา โดยได้ยื่นคำขอจดสิทธิบัตรลายผ้าดังกล่าว เพื่อคุ้มครองสิทธิให้เป็นของชุมชนโดยตรง ลดปัญหาการเลียนแบบ และสร้างความมั่นคงให้กับอาชีพช่างทอในท้องถิ่น ผศ.อนิตา กล่าว

  • 5 เฉดสีธรรมชาติ ถอดรหัสวิถีชีวิตปกากะญอ

ผ้าทอลายดอกนางแย้มป่า นอกจากจะแสดงถึงลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว   ผศ.วรัญญา ธาราเวชรักษ์ ได้นำทีมวิจัยถอดรหัสสภาพแวดล้อมและเรื่องเล่าท้องถิ่นออกมาเป็น “5 เฉดสีธรรมชาติ”  ที่มีมาตรฐานสากล (PANTONE) สะท้อนวิถีชีวิตและความเชื่ออย่างลึกซึ้ง  โดยกล่าวว่า

สีน้ำเงินหรือสีฟ้า: ตัวแทนความศรัทธาต่อ "พระอินทร์"  , สีเทา: ไอเย็นของ "น้ำแร่ธรรมชาติ" ในหมู่บ้าน , สีดำ: ความสมบูรณ์ของ "แร่ธาตุ" จากแหล่งน้ำพุร้อน , สีชมพู: ความอบอุ่นอันบริสุทธิ์ของ "ผ้าห่มแม่"  และสีน้ำตาล: "ลูกสะบ้า" พืชและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อท้องถิ่น

  • สีจากธรรมชาติ 100% สู่ผืนผ้ายั่งยืน

ความโดดเด่นของกระบวนการนี้ คือการสกัดสีจากธรรมชาติ 100% เช่น การสังเกตเปลือกไม้และใบไม้แห้งในป่า เพื่อสกัดให้ได้เฉดสีน้ำตาลเข้มของลูกสะบ้า พร้อมทั้งใช้เทคนิคการตรึงสี จากธรรมชาติทั้งหมด โดยปราศจากสารเคมีสังเคราะห์ ยึดหลักความยั่งยืนและปลอดภัยเป็นสำคัญ

  • เปลี่ยนผ้าพื้นถิ่นสู่แฟชั่นร่วมสมัย

การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้มี  พี่พลอย กาวิโร เป็นหัวเรือใหญ่ในการขับเคลื่อน จากเดิมที่ชุมชนทอผ้าและตัดเย็บ "เสื้อกะเหรี่ยง" ทรงโบราณเพื่อใช้ในพิธีกรรม พี่พลอยได้เปิดรับการพัฒนาโดยร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ปรับดีไซน์เสื้อผ้าให้สวมใส่ง่ายในชีวิตประจำวันของคนยุคใหม่ แต่ยังคงกลิ่นอายงานฝีมือชนเผ่าไว้อย่างครบถ้วน

พี่พลอย กล่าวว่า ชุมชนมีภูมิปัญญาการทอผ้าของชาวปกากะญอ ทั้งการทอด้วยกี่เอว การปักผ้า และการใช้วัสดุจากธรรมชาติ เดิมกลุ่มเน้นการทอผ้าและทำเสื้อกะเหรี่ยงทรงโบราณสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันและพิธีกรรม แต่ยังมีข้อจำกัดด้านการออกแบบและการสร้างมูลค่าเพิ่ม

  • ต่อยอดลายดอกนางแย้มป่า สู่ตลาดยุคใหม่

เมื่อได้รับโอกาสร่วมงานกับสถาบันการศึกษา จึงนำงานวิจัยและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาผ้านุ่งและเสื้อผ้าให้มีรูปแบบร่วมสมัย สวมใส่ง่าย และเข้ากับชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ โดยยังคงเอกลักษณ์ของงานฝีมือและวัฒนธรรมปกากะญอไว้ พร้อมให้ความสำคัญกับวัตถุดิบธรรมชาติในพื้นที่ เพื่อสะท้อนวิถีชีวิตที่เคารพและพึ่งพาธรรมชาติ

“การนำ "ลายดอกนางแย้มป่า" มาผสมผสานลงบนเสื้อกะเหรี่ยงประยุกต์ นับว่าเป็นการเตรียมต่อยอดสู่ช่องทางการตลาดออนไลน์ และการออกบูธนิทรรศการ หลังการจดสิทธิบัตรเสร็จสิ้น”   พี่พลอย กล่าว

ความสำเร็จของผ้าทอบ้านโป่งน้ำร้อน ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสวยงามบนผืนผ้า หากแต่คือสะพานเชื่อมระหว่างภูมิปัญญากับนวัตกรรม ที่เปลี่ยนต้นทุนทางธรรมชาติและวัฒนธรรมให้กลายเป็นอาชีพที่มั่นคง ส่งต่อความภาคภูมิใจจากรุ่นสู่รุ่น และยืนยันว่า วิถีชีวิตที่เคารพธรรมชาติ สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนได้ในโลกร่วมสมัย

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์