วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ลุงขี่มอเตอร์ไซค์ลากสุนัขโผล่มอบตัว! อ้างไม่ได้เจตนา เผยโซ่พันมอเตอร์ไซค์โดยไม่รู้ตัว ที่ไม่จอดรถเพราะกลัวสุนัขลุกมากัด

 

ความคืบหน้ากรณีเหตุการณ์สะเทือนใจชาวบ้านและโลกออนไลน์ เมื่อช่วงเช้ามืดเวลา 03.35 น. ของวันที่ 6 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา หลังสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ สีดำ มีโซ่เหล็กล่ามคอ ถูกชายนิรนามขี่รถจักรยานยนต์ลากมาตามถนนระยะทางไกลเป็นกิโลเมตร ในสภาพบาดเจ็บสาหัส เลือดไหลทั่วตัว นำมาปล่อยไว้หน้าตลาดออมสิน ก่อนที่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดจะช่วยกันออกเงิน และประสานเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครลำปาง อุ้มสุนัขส่งโรงพยาบาลสัตว์นครลำปางอย่างเร่งด่วนนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. ที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองลำปาง นายเสน อายุ 58 ปี ซึ่งมีอาชีพเป็นพ่อค้า ได้เดินทางเข้ามาพบ พ.ต.ท.กิตติเชษฐ์ ถาปนา รอง ผกก.(สอบสวน)   และ พ.ต.ท.พรต เศรษฐกร รอง ผกก.สส.  พร้อมกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 100 สีเทาดำ คันที่ใช้ในวันเกิดเหตุ เพื่อเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว

จากการสอบถาม นายเสน ได้ชี้แจงกระแสข่าวในโซเชียลมีเดีย โดยยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาทำร้ายหรือเจตนาฆ่าสุนัขแต่อย่างใด โดยเล่าว่า ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์ ได้มีสุนัขประมาณ 23 ตัว วิ่งเข้ามาไล่ ซึ่งตนไม่ทราบว่าโซ่ที่ติดอยู่กับตัวสุนัขเข้ามาพันเข้ากับรถได้อย่างไร  เห็นสุนัขวิ่งตามก็กลัวจะถูกกัดจึงขี่รถไปเรื่อยๆ  มารู้ตัวอีกทีเมื่อสุนัขหยุดนิ่งลงแล้ว แต่เหตุที่ตนไม่จอดรถเพราะว่า กลัวสุนัขจะลุกขึ้นมากัด


นายเสน กล่าวอีกว่า  ตั้งใจขับรถเข้ามาที่ตลาดออมสินเพื่อเร่งซื้อของเพื่อไปทำมาค้าขาย  เมื่อทางกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเห็น จึงมาช่วยกันปลดโซ่ออก ตนก็รีบไปซื้อของเลยไม่ได้มาดูสุนัขว่าเป็นอย่างไร เห็นว่านอนอยู่ก็เลยออกไป  เพราะต้องไปทำมาหากิน

ส่วนกระแสในโซเชียลที่ต่อว่าตนอย่างหนักนั้น ทำให้รู้สึกน้อยใจและเครียดมาก  เพราะไม่รู้ตอนแรกไม่รู้ว่าสุนัขติดรถมา   และไม่รู้ว่าเป็นสุนัขของใคร  สุนัขควรดูแลเลี้ยงสุนัขไว้ภายในบริเวณบ้าน ไม่ปล่อยให้ออกมารับหรือวิ่งไล่รถริมถนน  เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุเช่นนี้อีก

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองลำปาง ได้ดำเนินการตรวจสอบรถจักรยานยนต์  และทดลองนำโซ่มาพันกับโช้ครถตามที่นายเสนกล่าวอ้าง   ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบปากคำและดำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

Share:

วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เครือข่ายผู้บริโภค-ภาคประชาชน ยื่นค้านแก้กฎหมายบัตรทอง ชี้ "ร่วมจ่าย" กระทบคนป่วย ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

 


เครือข่ายหลักประกันสุขภาพและเครือข่ายผู้บริโภคภาคเหนือใน จ.ลำปาง ยื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด คัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่อาจเปิดทางให้มีการ "ร่วมจ่าย ณ จุดบริการ" ย้ำบัตรทองเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่สวัสดิการสงเคราะห์ พร้อมยื่น 4 ข้อเรียกร้องให้รัฐบาลยุติแนวคิดดังกล่าว

วันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายอนันต์ เมืองมูลไชย เครือข่ายหลักประกันสุขภาพจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย น.ส.วิมล ตุ้ยแก้ว หัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัดลำปาง สภาองค์กรของผู้บริโภค และตัวแทนเครือข่ายกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ เครือข่ายศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพภาคประชาชน และเครือข่ายผู้บริโภคภาคเหนือ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำปาง เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการแก้ไขพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ที่อาจเปิดช่องให้มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ป่วย หรือ "ร่วมจ่าย ณ จุดบริการ" (Co-payment)   พร้อมกันนี้ได้ยื่นหนังสือถึงรัฐบาล ผ่านนายชลธานี เชื้อน้อย ส.ส.ลำปาง เขต 3 พรรคประชาชน อีกทางหนึ่งด้วย

เครือข่าย ระบุว่า การแก้ไขกฎหมายในบางมาตรา รวมถึงข้อเสนอปรับโครงสร้างคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) และแนวโน้มที่หน่วยบริการบางแห่งเริ่มเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ป่วย เป็นสัญญาณที่อาจส่งผลกระทบต่อหลักการของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และอาจทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลได้ยากขึ้น

        พร้อมกันนี้ได้ประกาศจุดยืนว่า ระบบบัตรทองเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคน ไม่ใช่สวัสดิการแบบสงเคราะห์ การให้ประชาชนต้องพิสูจน์ความยากจนเพื่อขอรับการยกเว้นค่ารักษา ถือเป็นการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณด้านสาธารณสุขอย่างเพียงพอ ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างกองทุนสุขภาพ และดูแลสวัสดิการบุคลากรทางการแพทย์อย่างเหมาะสม

สำหรับข้อเรียกร้องสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ คัดค้านการบังคับร่วมจ่าย ณ จุดบริการ ยืนยันหลักการของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปกป้องและพัฒนาระบบโดยไม่ลดทอนสิทธิของประชาชน รวมทั้งคัดค้านการแก้ไขกฎหมายที่ขาดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างโปร่งใสและมีส่วนร่วม

เครือข่ายย้ำว่า ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นสมบัติร่วมของประชาชนไทยทุกคน การพัฒนาระบบควรตั้งอยู่บนหลักสิทธิ ความเป็นธรรม ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วม โดยไม่ผลักภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพไปยังประชาชน และไม่ทำให้ผู้ป่วยต้องยากจนจากการเข้ารับการรักษาพยาบาล.

Share:

สลด! ลุง 55 นั่งดื่มกับเพื่อนที่ศาลาริมน้ำ ก่อนลงเล่นน้ำว่ายไปกลับ แต่กระแสน้ำเชี่ยวซัดจมหายต่อหน้าเพื่อน

 

วันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายธรรมนูญ เรืองวัฒนานนท์ กำนันตำบลต้นธงชัย  ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลต้นธงชัย  สมาคมกู้ภัยลำปาง  กู้ภัยตำบลต้นธงชัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมกำลังลงพื้นที่ค้นหาร่าง นายชาตรี บุญพร้อม  อายุ 55 ปี ชาวบ้านวังหม้อ หมู่ 2 ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมืองลำปาง หลังจมน้ำสูญหายในแม่น้ำวัง บริเวณบ้านวังหม้อ ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา   พร้อมกับร่วมกันวางแผนและอำนวยการค้นหา ท่ามกลางความหวังของครอบครัวและชาวบ้านว่าจะสามารถนำร่างกลับคืนสู่ครอบครัวได้


สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา  15.50 น. วันที่ 6 สิงหาคม 2569  นายธรรมนูญ เรืองวัฒนานนท์ กำนันตำบลต้นธงชัย ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีชายจมน้ำสูญหายในแม่น้ำวัง บริเวณบ้านวังหม้อ หมู่ 2 ตำบลต้นธงชัย จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยตำบลต้นธงชัย และสมาคมกู้ภัยลำปาง เข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ

จากการตรวจสอบทราบว่า ผู้สูญหายคือ  นายชาตรี บุญพร้อม อายุ 55 ปี ชาวบ้านวังหม้อ โดยเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุผู้สูญหายได้นั่งดื่มสุรากับเพื่อนประมาณ 3-4 คน ที่ศาลาริมแม่น้ำวัง ก่อนจะลงเล่นน้ำและว่ายข้ามฝั่งไป-กลับได้ 1 รอบ จากนั้นได้ลงว่ายน้ำอีกครั้ง แต่ระหว่างว่ายกลับเกิดหมดแรง ประกอบกับกระแสน้ำไหลเชี่ยว ทำให้จมหายไปต่อหน้าต่อตาเพื่อนที่พยายามช่วยเหลือแต่ไม่ทัน


หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ระดมกำลังค้นหาตลอดช่วงเย็นของวันที่ 6 สิงหาคม แต่ยังไม่พบร่างผู้สูญหาย จึงยุติการค้นหาเมื่อเข้าสู่ช่วงค่ำ ก่อนกลับมาปฏิบัติการค้นหาอีกครั้งในช่วงเช้าวันนี้ (7 สิงหาคม) โดยยังคงเดินหน้าค้นหาอย่างต่อเนื่อง

ภาพ กำนันธรรมนูญ 

Share:

ตำรวจ สภ.เกาะคา สนธิกำลังฝ่ายปกครองบุกตรวจค้นบ้านหนุ่มใหญ่วัย 45 ปี พบยาบ้า 83 เม็ด พร้อมอุปกรณ์แบ่งบรรจุและโทรศัพท์มือถือ เจ้าตัวยอมรับเสพและขายให้วัยรุ่นกับผู้ใช้แรงงานในพื้นที่

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 6 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เกาะคา จังหวัดลำปาง ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.กฤษฎา พงษ์สุวรรณ ผกก.สภ.เกาะคา และ พ.ต.ท.ภัทรวุฒิ อัครภัทร รอง ผกก.สส.สภ.เกาะคา นำโดย พ.ต.ท.ภาค พิจอมบุตร สว.สส.สภ.เกาะคา พร้อมกำลังชุดสืบสวน สนธิกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอเกาะคา เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 7 ตำบลวังพร้าว อำเภอเกาะคา หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด


เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบนายน้อย อายุ 45 ปี เจ้าของบ้าน ยืนอยู่บริเวณหน้าบ้าน มีอาการพิรุธ พูดจาวกวนคล้ายผู้เสพยาเสพติด จึงแสดงตัวและขอเข้าตรวจค้น โดยเจ้าตัวยินยอมให้ตรวจค้นด้วยความสมัครใจ ผลการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 33 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกล่องลูกอมภายในกระเป๋ากางเกงที่ผู้ต้องหาสวมใส่ และพบยาบ้าอีก 50 เม็ด ซุกอยู่ในกล่องโทรศัพท์ภายในห้องนอน รวมของกลางทั้งหมด 83 เม็ด นอกจากนี้ยังพบถุงพลาสติกแบบรูดปิดเปิดสำหรับแบ่งบรรจุยาเสพติดจำนวน 50 ถุง พร้อมโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าใช้ในการติดต่อซื้อขายยาเสพติด

จากการตรวจปัสสาวะเบื้องต้นพบสารเสพติดในร่างกาย และภายหลังผลตรวจจากโรงพยาบาลยืนยันพบสารเมทแอมเฟตามีน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเสพยาบ้าจริง โดยครั้งล่าสุดเสพเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังรับว่าเพิ่งซื้อยาบ้ามา 100 เม็ด ในราคา 2,000 บาท จากชายชื่อ "แจ๊ค" ซึ่งนำยาเสพติดมาส่งที่บ้าน ก่อนแบ่งจำหน่ายให้กลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงานในพื้นที่ตำบลวังพร้าวและพื้นที่ใกล้เคียง ในราคาเม็ดละ 50 บาท ได้กำไรเฉลี่ยเม็ดละ 30 บาท ส่วนที่เหลือ 83 เม็ด ถูกเก็บไว้ภายในบ้านก่อนถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาเพิ่มเติม พบข้อมูลการสนทนาผ่านบัญชีเฟซบุ๊กที่ใช้ติดต่อจำหน่ายยาเสพติดให้ลูกค้าในพื้นที่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อขยายผลไปยังเครือข่ายผู้ค้ายารายอื่น

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา "จำหน่ายโดยมีไว้เพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย" ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะคา ดำเนินคดีตามกฎหมาย

Share:

เปิดคลิป คนใจเหี้ยม ลากสุนัขไปตามถนนกว่า 2 กิโล ก่อนไปปล่อยทิ้งตลาดกลางเมือง พ่อค้าแม่ค้าตลาดออมสิน รวมเงินช่วย "ตังตัง" ล่าสุดปลอดภัยแล้ว เร่งตามตัวผู้ก่อเหตุ


        วันที่ 7 ส.ค.69  ชาวลำปางที่อยู่ในกลุ่ม Lampang City ได้เปิดคลิปกล้องวงจรปิดหน้าบ้านของตนเอง ที่บันทึกภาพของผู้ก่อเหตุขณะขี่รถจักรยานยนต์ลากสุนัข น้องตังตัง ไปตามถนน  เป็นภาพที่คนรักสุนัขเห็นแล้วต้องสลดหดหู่ใจอย่างมาก  และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ตามภาพจากกล้องวงจรปิดมาดำเนินการ สอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้  ส่วนอาการล่าสุด น้องตังตังปลอดภัยแล้วอยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด




            เหตุการร์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 03.35 น. ของวันที่ 6 ส.ค.69 เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครลำปาง เข้าช่วยอุ้มสุนัขนำส่งโรงพยาบาลสัตว์นครลำปาง เพื่อรักษาอย่างเร่งด่วน โดยมีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าร่วมกันออกค่ารักษาทั้งหมด



         ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กำลังเร่งเช็คกล้องวงจรปิดในพื้นที่ เพื่อติดตามตัวชายวัยกลางคน ที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ลากสุนัขคาดว่าจาก สะพานท่ามะโอหรือที่บ้านหลังค่ายสุรศักดิ์มนตรี ต.หัวเวียง อ.เมืองลำปาง มาทิ้งแถวตลาดออมสิน ระยะทางประมาณ 2-3 กิโลเมตร  เบื้องต้นทราบว่า คนก่อเหตุไม่ใช่เจ้าของสุนัข โดยเจ้าของได้ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองลำปาง เรียบร้อยแล้ว  ล่าสุดได้มีพลเมืองดีได้แชร์ภาพจากกล้องวงจรปิด คาดว่าจะจับกุมตัวได้เร็วๆนี้ 

ขอบคุณคลิป  ณชเชตุ ดวงประภา

 

        

Share:

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ตำรวจ สภ.ร่องเคาะ ร่วมปกครองอำเภอวังเหนือ ตั้งด่านสกัดยาเสพติดกลางดึก รวบหนุ่มวัยรุ่น 16 ปี พร้อมยาบ้า 808 เม็ด หลังพยายามวกกลับรถหลบหนี สารภาพรับยาบ้าเป็นของตนเอง เตรียมนำไปจำหน่าย

 

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 6 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ร่องเคาะ นำโดย ร.ต.อ.พีรภาส ใยสำลี พร้อมกำลังตำรวจ และฝ่ายปกครองอำเภอวังเหนือ นำโดย นายอภิชาติ กันธิมา ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง สนธิกำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณถนนสาธารณะท้ายหมู่บ้านผาช่อ ทางไปหมู่บ้านห้วยวาด หมู่ 1 ต.ร่องเคาะ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง หลังได้รับข้อมูลจากสายลับว่ามีการลักลอบลำเลียงยาบ้าผ่านเส้นทางดังกล่าว

ขณะปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 100 สีดำ-เทา ขับมาจากหมู่บ้านห้วยวาด มุ่งหน้าเข้าหมู่บ้านผาช่อ จึงส่งสัญญาณให้หยุดตรวจ แต่ผู้ขับขี่มีท่าทีพิรุธ พยายามชะลอรถและวกกลับเพื่อหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวไว้ได้ทัน

จากการตรวจค้นพบ  นายเอ  (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ชาว ต.เมืองปาน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง ซุกซ่อนยาบ้าจำนวน  808 เม็ด  บรรจุในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน 4 ถุง อยู่ในกระเป๋ากางเกงขาสั้นด้านขวา

เบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของตนเอง และมีไว้เพื่อรอจำหน่ายให้ลูกค้า ส่วนผลตรวจปัสสาวะที่โรงพยาบาลวังเหนือ  ไม่พบสารเสพติดในร่างกาย

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา "จำหน่าย โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยผิดกฎหมาย"  ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมแจ้งผู้ปกครอง ซึ่งเป็นย่าของผู้ต้องหาให้รับทราบการจับกุมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว.

Share:

สืบสวนลำปางกวาดล้างยาเสพติด หลังได้รับแจ้งเบาะแสแหล่งมั่วสุมในพื้นที่เมืองลำปางและห้างฉัตร ผู้ต้องหาพากันวิ่งหนีเมื่อเห็นตำรวจ แต่สุดท้ายถูกไล่จับได้ครบ 4 ราย พร้อมของกลางยาบ้า

วันที่ 6 สิงหาคม 2569 พ.ต.อ.ไพโรจน์ ทองขาว ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง และ พ.ต.ท.ปรัชญารัตน์ จำปา รองผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง สั่งการให้ชุดปราบปรามยาเสพติด กก.สส.ภ.จว.ลำปาง นำโดย พ.ต.ท.ณภัทร แสนชัยชุม สว.กก.สส.ภ.จว.ลำปาง พร้อมกำลัง ออกสืบสวนปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ หลังได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มผู้เสพมั่วสุมและพกพายาบ้าในพื้นที่ ต.บ่อแฮ้ว อ.เมืองลำปาง และ ต.หนองหล่ม อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง

จุดแรก เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.บ่อแฮ้ว พบชาย 2 คนอยู่ภายในบ้าน เมื่อเห็นตำรวจต่างพากันแตกตื่นวิ่งหลบหนี โดยหนึ่งในนั้นกระโดดหนีออกทางหน้าต่างและหลบหนีไปได้ ส่วน นายทอม (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี หนีไม่ทัน ถูกควบคุมตัวพร้อมของกลางยาบ้า 5 เม็ด


จากนั้น เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ ต.หนองหล่ม อ.ห้างฉัตร พบชายอีก 3 คนกำลังอยู่ภายในสวน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ต่างวิ่งหลบหนีไปคนละทิศละทาง แต่ถูกชุดสืบสวนไล่ติดตามจับกุมตัวได้ทั้งหมด ประกอบด้วย นายที (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี พร้อมยาบ้า 5 เม็ด, นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 51 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ พร้อมยาบ้า 2 เม็ด และ นายบี (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ชาว ต.เวียงเหนือ อ.เมืองลำปาง พร้อมยาบ้า 10 เม็ด

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ในความผิดฐาน "มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต" ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

 

Share:

อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ประกาศฝนตกหนักถึงหนักมาก วันที่ 6-9 สิงหาคม 2569

ในช่วงวันที่ 6-9 สิงหาคม 2569 ภาคเหนือจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้

  • วันที่ 6 สิงหาคม 2569: จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก

  • วันที่ 7-8 สิงหาคม 2569: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

  • วันที่ 9 สิงหาคม 2569: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ [http://www.cmmet.tmd.go.th](http://www.cmmet.tmd.go.th) หรือที่ 053-277919 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง



Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์