วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ตำรวจ ปทส.สนธิกำลังลำปาง บุกยึดคืนป่าสงวนแม่พริก หลังพบนายทุนล้อมรั้ว–ตัดไม้หวงห้าม

วันที่ 6 ก.พ. 69  ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) กองกำกับการ 4 บก.ปทส. สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้จังหวัดลำปาง และฝ่ายปกครองอำเภอแม่พริก เข้าตรวจยึดคืนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีกลุ่มนายทุนลักลอบบุกรุกป่า ปักรั้วลวดหนาม แผ้วถางพื้นที่ และตัดไม้หวงห้าม โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย

การปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการ บก.ปทส., พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง รอง ผบก.ปคม. รักษาราชการแทน รอง ผบก.ปทส., พ.ต.อ.ณัทกฤช น้อยคำปัน ผู้กำกับการ 4 บก.ปทส. พร้อมด้วย พ.ต.ท.เกียรติพันธ์ เจริญชนิกานต์ รอง ผกก.4  ร.ต.ท.วสุอนันต์ สารีพันธ์ รอง สว. (ป)  และชุดปฏิบัติการ กก.4 บก.ปทส. จังหวัดลำปาง

นอกจากนี้ ยังบูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) กรมป่าไม้ นำโดย นายเมธี ศาสตร์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์ฯ, นายกรัณย์พล แสงทอง ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 ลำปาง, นายกมล ร่างมณี ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า รวมถึงเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.1 (แม่พริก) และฝ่ายปกครองในพื้นที่

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ จุดเกิดเหตุในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่พริก บริเวณบ้านเชียงรายลุ่ม หมู่ 3 ตำบลแม่พริก อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง พบการแผ้วถางป่าในวงกว้าง มีร่องรอยการตัดไม้หวงห้ามหลายชนิด และพบไม้ของกลางกองอยู่ในพื้นที่ แต่ไม่พบบุคคลใดอยู่ในที่เกิดเหตุ และยังไม่สามารถระบุตัวผู้ครอบครองพื้นที่และไม้ของกลางได้

จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกจำนวน 11 ไร่ 3 งาน 42 ตารางวา คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐ 809,034 บาท พร้อมตรวจยึดไม้ของกลาง ประกอบด้วย ไม้สักท่อน จำนวน 28 ท่อน  มูลค่า 321,600 บาท, ไม้แดงท่อน จำนวน 4 ท่อน มูลค่า 20,000 บาท, ไม้เต็ง จำนวน 2 ท่อน มูลค่า 3,325 บาท และไม้พลวง จำนวน 2 ท่อน มูลค่า 2,100 บาท

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษในความผิดตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 11, มาตรา 54 และมาตรา 69 รวมถึงความผิดตาม พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 และได้นำของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อเร่งสืบสวนติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Share:

สลด! กระบะเฉี่ยวชนมอเตอร์ไซค์ หนุ่มใหญ่เสียชีวิตกลาง ถนนลำปาง–งาว จุดทางโค้งกิ่วไร่ ช่วงก่อสร้างถนน คาดมอเตอร์ไซค์แซงไม่พ้น

 

          เมื่อเวลาประมาณ 20.20 น. ของวันที่ 6 ก.พ.2569  ร.ต.อ.นพคุณ ใจแข็ง  รอง สว.(สอบสวน)  สภ.บ้านเสด็จ อ.เมืองลำปาง ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุอุบัติเหตุรถกระบะเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์  มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บนถนนสายลำปาง-งาว บริเวณขาล่องลงเนินกิ่วไร่ (ช่วงจุดที่มีการก่อสร้างทาง)  หมู่ 15 ต.บ้านเสด็จ อ.เมือง จ.ลำปาง จึงประสานแพทย์นิติเวช พร้อม จนท.กู้ชีพกู้ภัยบ้านเสด็จ  ออกตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน จ.ลำปาง จอดอยู่กลางถนนได้รับความเสียหายบริเวณด้านหน้ารถ โดยมีนายวิถี  ชาวบ้านหมู่ 1 ต.บ้านแหง อ.งาว จ.ลำปาง แสดงตัวเป็นคนขับรถ ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด



ส่วนคู่กรณีเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ ทะเบียน จ.ลำปาง ล้มอยู่กลางถนนได้รับความเสียหาย  ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิตนอนอยู่กลางถนน ทราบชื่อต่อมาคือ  นายเลิศ ธีรบรรจง อายุ 52 ปี เป็นราษฎรบ้านแม่ทรายคำ หมู่ 6 ต.ต้นธงชัย อ.เมืองลำปาง

​​เบื้องต้น ทราบว่าผู้ตายทำงานอยู่ที่ อ.แม่เมาะ และอยู่ระหว่างการขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านพักที่ ต.ต้นธงชัย อ.เมืองลำปาง  แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นช่วงทางโค้งกิ่วไร่และมีการก่อสร้างทางให้ใช้เลนสวนกัน มีคนเห็นว่ารถจักรยานยนต์พยายามจะแซงรถคันหน้า แต่แซงไม่พ้นจึงได้เฉี่ยวชนกับรถยนต์กระบะที่สวนมาอย่างรุนแรง จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว

หลังจากทำการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น  จึงได้มอบร่างให้ญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป  ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนคู่กรณีและพยานหลักฐานอย่างละเอียด

​เครดิตภาพ: ผู้ใหญ่เอกวัสส์ หิรัญกุลสมบูรณ์

Share:

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ตำรวจ สภ.แม่ทะ ล่อซื้อกวาดล้างยาเสพติดพื้นที่ ต.นาครัว อ.แม่ทะ จับ 2 ผู้ต้องหา พร้อมยาบ้า หลังหนึ่งในผู้ต้องหาพยายามทิ้งของกลางลงส้วม

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้นโยบายปราบปรามยาเสพติดของ พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ ผบก.ภ.จว.ลำปาง และ พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผกก.สภ.แม่ทะ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่อย่างเข้มข้น

โดย พ.ต.ท.อนันต์ คำมี รอง ผกก.สืบสวน สภ.แม่ทะ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประสิทธิ์ ยอดเรือน และกำลังเจ้าหน้าที่ ออกทำการสืบสวน จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ในพื้นที่ ต.นาครัว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง

รายแรก จับกุมนาย โหม่ง” (ขอสงวนชื่อสกุลจริง) ด้วยวิธีล่อซื้อ ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 10 เม็ด และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง แจ้งข้อหา จำหน่ายและครอบครองยาบ้าเพื่อการค้า และเสพยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย

รายที่สอง จับกุมนาย โป้” (ขอสงวนชื่อสกุลจริง) ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายยาบ้าอีกทอดหนึ่ง ขณะเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม ผู้ต้องหาได้พยายามทิ้งยาบ้าลงในโถส้วมภายในบ้าน ตรวจพบยาบ้าตกค้างอยู่ในโถชักโครกจำนวน 1 เม็ด


          โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ทะได้ทำการล่อซื้อยาบ้าจากนายโหน่งจำนวน 10 เม็ด โดยนายโหน่งได้ซัดทอดว่าซื้อยาบ้ามาจากนายโป้อีกต่อหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านของนายโป้ ซึ่งพบว่านายโป้อยู่ในห้องน้ำได้พยายามนำสิ่งของบางอย่างราดลงโถส้วม จึงได้เรียกให้ออกมา จากการตรวจสอบพบยาบ้าตกค้างอยู่ในโถส้วม 1 เม็ด จึงคุมตัวนายโป้ไปที่บ่อเกรอะเพื่อตรวจสอบ  ซึ่งพบเพียงซองยาบ้าสีฟ้าและสีดำ 2 ซองอยู่ในบ่อเกรอะ นายโป้อ้างว่าเป็นของเก่า  เจ้าหน้าที่จึงได้คุมตัว พร้อมแจ้งข้อหา จำหน่ายและครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) เพื่อการค้า ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          ที่มา เซเว่น นัมเบอร์

Share:

กฟภ.ลำปาง ประกาศแจ้งพื้นที่ดับไฟฟ้า อ.เมืองลำปาง วันที่ 6-10 กุมภาพันธ์ 2569

 


วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569

  • ปรับปรุงระบบจำหน่ายแรงสูง เปลี่ยนขนาดเสาไฟฟ้าแรงสูงองรับสายตัวนำชนิดหุ้มชนวนขนาด 185 ตร.มม.  เวลา 09.00-17.00 น. พื้นที่ไฟฟ้าดับ  บ้านแม่ทรายคำ บ้านศรีดอนชัย บ้านห้วยฮี บ้านรวมชัย บ้านจำบอน และบ้านใหม่จำบอน

  • ปรับปรุงระบบจำหน่ายแรงสูง เปลี่ยนขนาดเสาไฟฟ้าแรงสูงองรับสายตัวนำชนิดหุ้มชนวนขนาด 185 ตร.มม.  เวลา 09.00-10.00 น. และ 16.00-17.00 น.  พื้นที่ไฟฟ้าดับ บ้านกลาง

 


วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569

  • ย้ายแนวเสาไฟฟ้าแรงต่ำเข้าพื้นที่ส่วนบุคคล  เวลา 09.00-12.00 น.  พื้นที่ไฟฟ้าดับ บ้านประสบสุข

 


วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569

  • ปรับปรุงระบบจำหน่ายแรงสูง แก้ไขจุดเสี่ยงในระบบจำหน่ายและตัดต้นไม้ใกล้แนวระบบจำหน่ายแรงสูง เวลา 09.00-16.00 น. พื้นที่ไฟฟ้าดับ  บ้านห้วยหลอ ซอย 2   ลำปางวิลล่า  และร้าน ร.พอตั้งก๋วยเตี๋ยวเรือดำน้ำ

            ทั้งนี้ หากพื้นที่บริเวณที่ดับกระแสไฟฟ้าปฏิบัติงาน มีผู้ป่วยติดเตียงต้องการใช้กระแสไฟฟ้าสำหรับเครื่องมือทางการแพทย์ โปรดแจ้ง PEA ลำปาง ก่อนล่วงหน้า เพื่อติดตั้งเครื่องสำรองไฟฟ้า หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์ 054-251102

Share:

วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สืบสวนเวียงมอก จับกุมชายวัย 32 ปี พร้อมยาบ้า 17 เม็ด อาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์และเครื่องกระสุน

 


ตำรวจสภ.เวียงมอก เปิดปฏิบัติการเข้าปิดล้อมบ้านพักพื้นที่หมู่ 4 ต.เวียงมอก อ.เถิน จ.ลำปาง หลังรับแจ้งวัยรุ่นมั่วสุมยาเสพติด ก่อนจับกุมชายวัย 32 ปี พร้อมยาบ้า 17 เม็ด อาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์และเครื่องกระสุน

วันที่ 4 ก.พ.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เวียงมอก อ.เถิน จ.ลำปาง  โดยการอำนวยการของ พ.ต.อ.พิรชัช  ปากเพรียว ผกก.สภ.เวียงมอก พ.ต.ท.ศตวรรษ มาใจวงศ์ รอง ผกก.ป.ฯ พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ  ปั้นมูล รอง ผกก.สส.สภ.เวียงมอก  ร่วมกันจับกุมต้วนายท็อป  อายุ 32 ปี ที่อยู่ หมู่ 4 ต.เวียงมอก อ.เถิน จ.ลำปาง  พร้อมยาบ้า 17 เม็ด  อาวุธปืนลูกซองยาวแบบไทยประดิษฐ์  เครื่องกระสุนปืนลูกซองขนาดเบอร์ 12 จำนวน 2 นัด  ข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)ไว้ในครอบครอง โดยผิดกฎหมาย , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย


ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับ และการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เวียงมอกว่า มีวัยรุ่นมั่วสุมที่บ้านหลังหนึ่ง พื้นที่ หมู่ที่ 4 ต.เวียงมอก อ.เถิน จ.ลำปาง  ทางด้าน พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ  ปั้นมูล รอง ผกก.สส.สภ.เวียงมอก เป็นคนนำชุดจับกุมทำการเข้าปิดล้อมตรวจค้นบริเวณดังกล่าว และ ได้อาศัยอำนาจ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ของ ร.ต.อ.สุรินทร์ จันนุ่ม รอง สว.(ป.) สภ.เวียงมอก ในการเข้าทำการตรวจค้น

เมื่อไปถึงพบนายท็อป อายุ 32 ปี  นั่งอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัว  แต่นายท็อปแสดง ท่าทางพิรุธ พยายามเดินหลบหนีเข้าไปภายในบ้าน จึงได้ติดตามไปควบคุมตัวไว้ และขอตรวจค้นตัว พบยาบ้า จำนวน 17 เม็ด เครื่องกระสุนปืนลูกซองขนาดเบอร์ 12 จำนวน 2 นัด อยู่ในกระเป๋าสะพายข้างสีแดงขาวที่นายท็อปสะพายไว้  เจ้าหน้าที่จึงได้ขอทำการตรวจค้นบ้าน โดยความยินยอมจากนายท็อป  ผลการตรวจค้นพบอาวุธปืนลูกซองยาวแบบไทยประดิษฐ์ ไม่มีหมายเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอก ซุกซ่อนอยู่ด้านหลังตู้เย็นในห้องครัวของบ้าน  นายท็อป ยอมรับว่าทั้งหมดเป็นของตนเองจริง และมีไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตแต่อย่างใด  จึงคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เวียงมอก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รายที่2  เจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.เวียงมอก ได้จับกุมตัวนายพรศักดิ์  อายุ 39 ปี ที่อยู่ หมู่ที่ 4 ต.เวียงมอก อ.เถิน จ.ลำปาง พร้อมยาบ้า 4 เม็ด ซุกซ่อนในซองบุหรี่ พร้อมตรวจปัสสาวะผลเป็นบวก จึงคุมตัวนายพรศักดิ์ ส่งพนักงานสอบสวน แจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)ไว้ในครอบครอง โดยผิดกฎหมาย  และ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

 

Share:

ตำรวจแม่ทะปราบเข้ม รวบ “นู สบเป๊าะ” เอเย่นปล่อยยาในพื้นที่ พบแบกปืนลูกซองกลางไร่ ยึดยาบ้า 737 เม็ด

 

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผู้กำกับการ สภ.แม่ทะ  ได้สั่งการชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.อนันต์ คำมี รอง ผกก.สืบสวน และ พ.ต.ท.ประสิทธิ์ ยอดเรือน สว.สืบสวน เร่งสืบสวนจับกุมผู้มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและอาวุธปืนผิดกฎหมาย ให้ดำเนินคดีถึงที่สุด ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่

ต่อมา เจ้าหน้าที่จับกุมตัว นายนู่ (สงวนชื่อจริง) อายุประมาณ 40 ปี ชาวบ้านหมู่ 3 บ้านสบเป๊าะ ต.แม่ทะ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง พร้อมของกลางยาบ้า 737 เม็ด อาวุธปืนลูกซองยาวไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก  กระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 4 นัด และซองพลาสติกใสสำหรับแบ่งบรรจุยาบ้าประมาณ 50 ซอง



การจับกุมสืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากสายลับและชาวบ้าน พบชายต้องสงสัยแบกปืนลูกซองเดินวนเวียนอยู่บริเวณกระท่อมกลางไร่ข้าวโพดท้ายหมู่บ้าน มีอาการลุกลี้ลุกลน พูดโทรศัพท์เสียงดังคล้ายติดต่อซื้อขายสิ่งผิดกฎหมาย บางครั้งมีท่าทีเล็งอาวุธปืน สร้างความหวาดกลัวให้ชาวบ้านในพื้นที่

เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและตรวจค้น พบยาบ้าและกระสุนปืนซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพาย รวมถึงอาวุธปืนลูกซองยาว จึงควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ทะ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้นแจ้งข้อหา จำหน่ายและครอบครองยาเสพติดประเภท 1 เพื่อการค้า, เสพยาเสพติด, และครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ที่มา เซเว่น นัมเบอร์

Share:

วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

เลือกตั้ง 69 ตลกร้ายในหีบบัตร เมื่อการเลือกตั้งไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

 

            หากสำรวจแคมเปญเลือกตั้งของสื่อต่างๆ เราจะพบแนวคิดที่แตกต่าง หลากหลาย หากแต่มีวิธีการสื่อสารที่คล้ายกันในประการหนึ่ง คือเชื่อในความเปลี่ยนแปลงหลังการเลือกตั้ง เชื่อว่าการเลือกตั้งคือความหวัง

            เครือมติชน ที่มีแนวทางเสนอข่าวการเมืองเข้ม จัดดีเบต ภายใต้หัวข้อ “สงคราม 9 พรรค THE LAST WAR  ไทยรัฐ “เริ่มใหม่ไทยแลนด์กับไทยรัฐ” เนชั่น “จุดเปลี่ยนประเทศไทย” The Standard ENDGAME เกมที่แพ้ไม่ได้” ไทยพีบีเอส “เสียงของทุกคนฝ่าวิกฤตประเทศไทย” ช่อง 7 HD “ศึกชิงผู้นำ อนาคตประเทศไทย” และช่อง 3 “เลือกตั้ง 69 เปลี่ยนใหม่หรือไปต่อ”

            สำหรับลานนาโพสต์ หากต้องคิดแคมเปญเลือกตั้ง เราอาจจะบอกว่า “เลือกตั้ง 69 ตลก 69 ไม่มีความหวังหลัง 8 กุมภา”

            เหตุผลสำคัญที่ทำให้การพยากรณ์การเมืองหลังเลือกตั้ง แตกต่างจากจารีตที่สื่ออื่นๆ มองว่า การเลือกตั้งจะเป็นประตูไปสู่ความหวังใหม่ๆ ก็เพราะภายใต้โครงสร้างการเมืองที่เป็นอยู่ การเลือกตั้งก็เป็นเพียงช่องทางของนักการเมืองที่จะเข้าสู่อำนาจ แล้วใช้อำนาจไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องเท่านั้นเอง

            คิดสมการทางการเมือง บนฐานข้อมูลจากการสำรวจคะแนนนิยมของโพลต่างๆ จะมีพรรคการเมืองเพียง ไม่เกิน 5 พรรคที่จะเป็นตัวเล่นในเกมการเมืองกระดานใหม่ ได้แก่ พรรคประชาชน ภูมิใจไทย เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ และกล้าธรรม

            พรรคที่มีศักยภาพ หรือมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นพรรครัฐบาล หรืออย่างน้อยเป็นแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล คือ พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย ส่วนประชาธิปัตย์ และกล้าธรรม จะเป็นพรรคตัวแปรที่เทไปข้างไหน พรรคนั้นเป็นผู้ชนะทันที

            แต่...พรรคประชาชนไม่ร่วมกับพรรคกล้าธรรม และไม่โหวตสนับสนุนอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี

            พรรคภูมิใจไทย ไม่ปิดทางร่วมกับพรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม แต่ไม่ร่วมกับพรรคเพื่อไทย และไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคที่มีนโยบายแก้ไขมาตรา 112

            พรรคประชาธิปัตย์ไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม

            พรรคกล้าธรรม เปิดประตูร่วมได้ทุกพรรค หากแนวทางทำงานสอดคล้องกัน และพร้อมคุยกับทุกฝ่ายหลังรู้ผลเลือกตั้ง

            พรรคเพื่อไทย ไม่ประกาศไม่ร่วมกับพรรคใดชัดเจน

            ดูสมการนี้ พรรคประชาชนจะเป็นพรรคที่มีทางเลือกน้อยที่สุด พรรคที่ร่วมได้ค่อนข้างแน่นอน คือพรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็ต้องผ่านการตกลงจัดสรรผลประโยชน์กันให้ลงตัว

            พรรคภูมิใจไทยมีโอกาสสูง แต่ก็ปิดกั้นตัวเอง โดยประกาศไม่ร่วมกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งก็จะเป็นพรรคที่มีคะแนนเสียงเป็นกอบเป็นกำ

            ความเสี่ยงอีกข้อหนึ่งของพรรคภูมิใจไทย คือเป็นพรรคที่เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มนักการเมือง มุ้งเล็ก มุ้งใหญ่ในพรรคการเมืองอื่น เพื่อหวังประโยชน์เฉพาะหน้า เป็นพรรคเฉพาะกิจไม่แตกต่างไปจากพรรคพลังประชารัฐในอดีต มีโอกาสแตกหักง่ายถ้าเจรจาแบ่งปันอำนาจและผลประโยชน์กันไม่ได้

            จำนวน ส.ส.ในสภาทั้งบัญชีรายชื่อ และส.ส.เขต จำนวน 400 คน ทุกพรรคก็ฝันว่าจะได้ ส.ส.เกินครึ่ง จะแบ่งเค้กกันแบบไหนถึงจะได้กินกันทั่วหน้า ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย ทั้งประชาชน ภูมิใจไทย และเพื่อไทย มีสิทธิฝันเกินร้อย แต่ไม่มีทางมากพอจะเป็นพรรครัฐบาลพรรคเดียวแน่นอน

            ท้ายที่สุดแล้ว แม้สมรภูมิเลือกตั้งปี 2569 จะถูกฉาบหน้าด้วยคำว่า "ความหวัง" หรือ "จุดเปลี่ยน" ผ่านแคมเปญอันเร้าใจ แต่เมื่อกางสมการอำนาจและเงื่อนไขการ "จับขั้ว" ของพรรคตัวเต็งทั้งหลาย เรากลับพบเพียงกงเกวียนกำเกวียนทางการเมืองที่วนเวียนอยู่ในอ่างใบเดิม

            เพราะในขณะที่ประชาชนเข้าคูหาเพื่อวาดฝันถึงอนาคต แต่นักการเมืองกลับกางตำราคำนวณสูตรแบ่งเค้กและขีดเส้นใต้เงื่อนไขการต่อรองไว้ล่วงหน้า

            ตราบใดที่โครงสร้างอำนาจยังไม่เคยถูกแตะต้อง การเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นเพียง "ตลกร้าย" ที่เปลี่ยนตัวละครเล่น วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ก็จะเป็นเพียงวันเปลี่ยนผ่านจาก "วิกฤตหนึ่ง" ไปสู่ "อีกวิกฤตหนึ่ง" ที่ห่อหุ้มมาในคราบของชัยชนะในหีบบัตรเท่านั้นเอง

Share:

ตำรวจแม่ทะจับ “แจ๊ค หนองถ้อย” พร้อมยาบ้า 51 เม็ด หลังจากเมายาทำท่าทีดุดัน ชาวบ้านเกรงกลัว

 

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 12.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่ทะ และ พ.ต.ท.อนันต์ คำมี รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.แม่ทะ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.ประสิทธิ์ ยอดเรือน สารวัตรสืบสวน พร้อมกำลัง เข้าจับกุมชายรายหนึ่งในพื้นที่บ้านหนองถ้อย

ผู้ถูกจับกุมคือ นายแจ๊ค (ขอสงวนนามสกุลจริง) อายุประมาณ 40 ปี จับกุมได้ที่บริเวณบ้านหนองถ้อย หมู่ 7 ตำบลนาครัว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 51 เม็ด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมายก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ทะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีชายคนดังกล่าวเดินเข้าออกบ้านและตามถนนภายในหมู่บ้านด้วยท่าทางดุดัน สีหน้าเคร่งเครียด น่าเกรงขาม สร้างความหวาดระแวงให้กับชาวบ้าน โดยเฉพาะเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ จึงขอให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึง พบว่านายแจ๊คพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ด้วยถ้อยคำสุภาพ แต่ยังมีลักษณะสีหน้าเคร่งเครียด จึงขอตรวจค้นและพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ จึงควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



ที่มา เซเว่น นัมเบอร์

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์