วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569

Voice of Voters: ถามแทนใจ ถึงว่าที่ผู้แทน "ปุ้ย" เพ็ญภัค รัตนคำฟู ผู้สมัคร เขต 4 พรรคกล้าธรรม

        จากประสบการณ์คนทำงานท้องถิ่นกว่า 20 ปี สู่สนามเลือกตั้งระดับชาติ ปุ้ย - เพ็ญภัค รัตนคำฟูผู้สมัคร ส.ส. ลำปาง เขต 4 (เกาะคา, สบปราบ, เสริมงาม, เถิน, แม่พริก) พรรคกล้าธรรม เปิดใจถึงแรงผลักดันและวิสัยทัศน์ในการอาสาเข้ามาเป็นกระบอกเสียงให้พี่น้องชาวลำปางตอนใต้ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้และยั่งยืน

ลานนาโพสต์: อะไรคือแรงผลักดันที่ทำให้ตัดสินใจลงสมัคร ส.ส. ในครั้งนี้?

เพ็ญภัค: แรงผลักดันสำคัญคืออยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ เพื่อที่จะเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่เกิดการเหลื่อมล้ำ และอยากเห็นการทำงานทางการเมืองแบบมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายโดยใช้ ความเดือดร้อนและปัญหาในพื้นที่เป็นเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยไม่มีการแบ่งฝักฝ่าย สร้างการทำงานทางการเมืองแบบสร้างสรรค์


ลานนาโพสต์: ในเขต 4 ต้องเจอคู่แข่งทั้งเจ้าของพื้นที่เดิมและตระกูลใหญ่ คุณมองว่าอะไรคืออุปสรรคและจุดเด่นของคุณ?

เพ็ญภัค: ต้องยอมรับว่าผู้สมัครในเขต 4 ทุกท่านน่าสนใจและมีจุดเด่นที่ต่างกัน สำหรับปุ้ย อุปสรรคที่หินที่สุดคือ "เวลา" ที่ค่อนข้างน้อยในการลงพื้นที่ แต่ที่ผ่านมาปุ้ยเตรียมตัวมาหลายเดือน ลงพื้นที่ครบทุกตำบล และจัดเวทีย่อยคุยกับผู้นำพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาอย่างเจาะลึกมาแล้ว

ส่วนจุดเด่นคือ ปุ้ยเป็น "คนทำงานจริง" ที่มีประสบการณ์ทำงานท้องถิ่นยาวนานกว่า 20 ปี ทำให้เข้าใจเข้าถึงบริบทของทั้ง 5 อำเภอได้เป็นอย่างดี ปุ้ยมุ่งเน้นการประสานงานกับทุกภาคส่วนเพราะเชื่อว่าหากไม่เริ่มสะสางปัญหาตั้งแต่วันนี้ ปัญหาก็จะสะสมไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้รับการแก้ไข


ลานนาโพสต์: ปัญหาเร่งด่วนของเขต 4 ที่ต้องได้รับการแก้ไขทันทีคืออะไร?

เพ็ญภัค: ปัญหาใน 5 อำเภอ (เกาะคา, สบปราบ, เสริมงาม, เถิน, แม่พริก) มีความคล้ายคลึงกัน คือเรื่องการขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ในหน้าแล้ง และน้ำท่วมในหน้าฝน นอกจากนี้ยังมีเรื่องราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ปัญหาที่ดินเอกสารสิทธิ์ และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

เป้าหมายของปุ้ยคือการทำให้ชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีแหล่งน้ำเพียงพอ และจะเข้าไป ส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชน เพราะทั้ง 5 อำเภอมีจุดเด่นที่น่าสนใจมากแต่ยังพัฒนาได้ไม่เต็มศักยภาพ หากทำได้จะช่วยสร้างรายได้และแก้ปัญหาความยากจนตามแนวคิด "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"


ลานนาโพสต์: สำหรับปัญหา PM 2.5 และการเผาป่าที่เป็นเรื่องใหญ่ของลำปาง คุณมีแผนรับมืออย่างไร?

เพ็ญภัค: ปัญหาฝุ่นPM2.5 และปัญหาหมอกควันนี้เป็นปัญหาใหญ่ ที่ลำปางเจอหนัก ในช่วงเดือนธันวาถึงมีนาคมของ ทุกปีค่ะ ซึ่ง ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้ชีวมวลทางการเกษตรและปัญหาไฟป่า รวมถึงปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน ปุ้ยมองว่าการแก้ไขปัญหาฝุ่นและปัญหาหมอกควันต้องใช้การมีส่วนร่วมและการบูรณาการการร่วมมือกับทุกภาคส่วนสูงมากๆค่ะ เพราะไม่ใช่ปัญหาของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นปัญหาสาธารณะที่พวกเราทุกคนต้องเจอร่วมกัน

ที่ผ่านมาภาครัฐภาคเอกชนและภาคประชาชนเองได้มีการร่วมมือกันเพื่อรณรงค์และแก้ไขปัญหาเรื่องนี้มาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้และความเข้าใจในการลดการเผาป่า การออกมาตรการช่วงเวลาห้ามเผาในชุมชนท้องถิ่น  การทำแนวกันไฟ แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นทุกปี เพราะฉะนั้นในการแก้ไขต้องมาคุยกันเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันคะว่าเราจะทำอย่างไรเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นและหมอกควันอย่างจริงจังในส่วนที่พวกเราชาวลำปางทำได้


ลานนาโพสต์: หากต้องตัดสินใจระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัว/พรรค กับประโยชน์ของประชาชน คุณจะเลือกสิ่งไหน?

เพ็ญภัค:  ในการทำงานปุ้ย เชื่อมั่นในแนวทางการพัฒนาแบบยั่งยืนโดยใช้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและยึดผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญนะคะเพราะฉะนั้นถ้าต้องตัดสินใจในเรื่องที่ขัดแย้งกับผลประโยชน์ส่วนตนหรือผลประโยชน์ของส่วนรวม ตอบได้ชัดเจนเลยค่ะปุ้ยยึดผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญอย่างแน่นอนค่ะ

        "เพราะหนึ่งเสียงของท่านคือพลังสำคัญในการกำหนดทิศทางของบ้านเกิด การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะเปลี่ยนลำปาง เขต 4 ให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยมือของประชาชนเอง"



Share:

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569

Voice of Voters: ถามแทนใจ ถึงว่าที่ผู้แทน กับหมอบอล - นายบอนด์ สุริยะ | ผู้สมัคร ส.ส. ลำปาง เขต 4 พรรคประชาชน

        เพราะเสียงของประชาชนคือหัวใจของการเปลี่ยนแปลง "Voice of Voters" อาสาพาไปทำความรู้จักกับ "หมอบอล" บอนด์ สุริยะ  แพทย์หนุ่ม  ที่ขอวางหูฟังมาลงสนามเลือกตั้ง เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง และเปลี่ยนลำปางที่ "เงียบเหงา" ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ลานนาโพสต์ : อะไรคือแรงผลักดันที่ทำให้คนรุ่นใหม่และคนทำงานประจำอย่าง "หมอ" ตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.?

หมอบอล : ผมมองว่าพรรคประชาชนเป็นศูนย์รวมของคนธรรมดาที่ทำงานประจำและเห็นปัญหาจริง ในฐานะคนเป็นคนลำปาง  ผมเห็นว่าลำปางไม่เคยเปลี่ยนและกลับ "เงียบลงเรื่อยๆ" จึงต้องการใช้ความเข้าใจปัญหาชาวบ้านในฐานะแพทย์ มาวางรากฐานเศรษฐกิจที่ยั่งยืนผ่านนโยบายที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง

 


ลานนาโพสต์: อะไรคือ "อุปสรรคหินที่สุด" และคุณมี "จุดเด่น" อะไรมานำเสนอชาว เขต 4 ?

หมอบอล: ความท้าทายที่สุดการที่เจ้าของพื้นที่เดิมอย่าง "คุณมิ้ง รภัสสรณ์" เคยชนะการเลือกตั้งในนามพรรคก้าวไกล  แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้เธอได้ย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทย  ทำให้กลายเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า ฐานเสียงส่วนใหญ่ในเขต 4 จะยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์และนโยบายของพรรค  หรือจะยึดติดที่ตัวบุคคล  จึงเป็นเรื่องท้าทายในการทำความเข้าใจกับฐานเสียงเดิมว่าใครคือตัวแทนที่แท้จริงของพรรคประชาชนในปัจจุบัน  

นอกจากนั้นยังมีคู่แข่งที่เป็นตระกูลการเมืองใหญ่อย่าง "จันทรสุรินทร์"  ผมชูจุดเด่นความเป็น "คนลำปาง และเข้าใจวิถีชีวิต" และเสนอแนวทางพัฒนาที่ยั่งยืนกว่าเพียงแค่การขยายถนนหรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบเดิมๆ

 


ลานนาโพสต์: ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องในเขต 4 มีแผน "แก้ทันที" และ "ดูแลระยะยาว" อย่างไรบ้าง?

หมอบอล: ยกระดับรายได้เกษตรกร  เช่น  ส่งเสริมการปลูก "โกโก้"  ซึ่งมีราคาสูงขึ้นต่อเนื่องในตลาดโลก เพื่อเปลี่ยนจากเกษตรกรรมแบบเดิมมาเป็นการผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งจะช่วยเพิ่ม GDP ให้กับท้องถิ่นได้

พื้นที่ เขต 4 มีศักยภาพสูงในการเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ กับเชียงใหม่ และเชื่อมไปยังจังหวัดอื่นๆ เช่น ลำพูน, สุโขทัย, ตาก และแพร่  ดังนั้น โครงการ EV Charging Hub: เสนอการสร้างศูนย์ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในพื้นที่อำเภอเถิน พร้อมพัฒนาให้มีโซลาร์ฟาร์ม คาเฟ่ และร้านค้าชุมชน   เป็นการกระตุ้นการใช้จ่าย  เปลี่ยนจากเดิมที่เป็นเพียงทางผ่าน ให้กลายเป็นจุดพักรถที่ดึงดูดกลุ่มผู้ใช้พลังงานสะอาด ช่วยสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและบริการในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว

ผลักดันให้มีการศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างอุตสาหกรรมขนาดกลางเพื่อเป็นโมเดลเศรษฐกิจใหม่  เน้นการพัฒนาที่ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนในชุมชนอย่างยั่งยืน

ระยะยาว: สร้างระบบดูแลผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ เพื่อให้คนวัยทำงานไปทำงานต่างถิ่นได้อย่างสบายใจและมีความสุข

 


ลานนาโพสต์: วิกฤตฝุ่น PM 2.5 คุณมีแผนการที่ "จับต้องได้" อย่างไร?

หมอบอล: การผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด ในระดับนโยบายระดับชาติ ซึ่งปัจจุบันผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว 3 วาระ และอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของวุฒิสภา โดยเป้าหมายหลักคือการผลักดันให้กฎหมายมีผลบังคับใช้จริงโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เป็นเครื่องมือในการจัดการปัญหาฝุ่นควันอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อได้เข้าไปเป็นรัฐบาล

พร้อมแก้ที่ต้นเหตุในภาคเกษตรโดยการประสานนักวิชาการลงพื้นที่หาพืชชนิดใหม่ที่ไม่ต้องเผามาทดแทน และส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียวผ่านศูนย์บริการ EV Charging Hub เพื่อลดมลพิษในระยะยาว

 


ลานนาโพสต์: หากต้องเลือกระหว่าง "พรรค" กับ "ประชาชน" คุณมีหลักการตัดสินใจอย่างไร?

หมอบอล: พรรคประชาชนมีวัฒนธรรมการทำงานที่รับฟังกัน และมีทีมงานนโยบายที่แข็งแกร่ง พร้อมที่จะสนับสนุนข้อมูลและผลักดันเป้าหมายที่ ส.ส. ในพื้นที่ได้รับฟังปัญหามาจากประชาชน

มั่นใจว่าพรรคประชาชนเป็นพรรคมวลชนที่รวบรวมหลากหลายความคิดเห็นและตั้งอยู่บนผลประโยชน์ของประชาชนที่ตรวจสอบได้ จึงขอยืนยันว่ายึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักอย่างแน่นอน     

            "ลำปางที่เงียบเหงา ต้องกลับมาเดินหน้าด้วยวิสัยทัศน์ใหม่... 1 เสียงของคุณ คือคำตอบของเขต 4"


Share:

สืบแม่ทะบุกรวบคาบ้าน “ปอม หลุกแพะ” ซุกยาบ้า 10 เม็ด หลังชาวบ้านหวั่นแพร่พิษสู่เยาวชน


ตำรวจ สภ.แม่ทะ เดินหน้ากวาดล้างยาเสพติดตามนโยบาย ผบก.ภ.จว.ลำปาง รับแจ้งเบาะแสพลเมืองดี ก่อนเข้าจับกุมชายวัย 41 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 10 เม็ด รับสารภาพทั้งครอบครองและเสพ นำตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

            เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 14.30 น. โดยการอำนวยการของ พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผู้กำกับการ สภ.แม่ทะ และ พ.ต.ท.อนันต์ คำมี รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.แม่ทะ ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ประสิทธิ์ ยอดเรือน สารวัตรสืบสวน สภ.แม่ทะ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน ได้เข้าทำการจับกุมตัวนายปอม (ขอสงวนนามสกุลจริง) อายุ 41 ปี


        การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า นายปอม หรือที่รู้จักในชื่อ “ปอม หลุกแพะ” มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมานาน และมีอาการผิดปกติ น่าเกรงว่าจะนำยาบ้าไปแพร่ระบาดในหมู่เยาวชนภายในชุมชน ประกอบกับกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับความสูญเสียจากยาเสพติด ทำให้ชาวบ้านเกิดความหวาดวิตก จึงประสานให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

        จากการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบของกลางยาบ้า จำนวน 10 เม็ด ซุกซ่อนไว้ในครอบครอง จึงควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครอง และเสพโดยผิดกฎหมาย” ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ทะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


       ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจย้ำขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสหรือพฤติกรรมต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนอย่างยั่งยืน.

ที่มา เซเว่น นัมเบอร์ 

Share:

วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2569

ระทึก หนุ่มรถยนต์กระบะขับพุ่งเข้าโรงเรียน ชนอาคารเรียนทะลุห้องเรียนที่เด็กนักเรียนกำลังพักทำกิจกรรม


        วันที่ 7 มกราคม 2568 เวลาประมาณ 12.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะ ขับพุ่งเข้าไปในโรงเรียน และพุ่งทะลุอาคารห้องเรียน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่โรงเรียนบ้านโทกหัวช้าง หมู่ 3 ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง  หลังรับแจ้ง ทางร้อยเวร สภ.เขลางค์นคร เจ้าหน้าที่กู้ภัยอัมรินทร์  เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างนครลำปาง  ร่วมตรวจสอบ

        เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะ สีบรอนด์  พุ่งชนรถจักรยาน รถจักรยานยนต์ ที่จอดข้างอาคารเรียน ห้องเรียนระดับชั้นอนุบาล 2 พังเสียหาย  ตัวรถยนต์กระบะพุ่งทะลุตัวอาคารเรียนจนติดคาอยู่กับกำแพง  สภาพภายในห้องเรียนโต๊ะเก้าอี้กระจัดกระจายไปทั่วห้อง เบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บ เป็นเด็กนักเรียน ได้รับบาดเจ็บหัวบวมโน เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึง ได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น


          ส่วนผู้ก่อเหตุ เป็นชายอายุระหว่าง 40-50 ปี รอให้การกับร้อยเวรสอบสวน สภ.เขลางค์นคร ที่รุดมาตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน ซึ่งยังให้การสับสน ด้านเพื่อนผู้ที่ก่อเหตุ ที่นั่งรถมาด้วยกัน ได้รับบาดเจ็บมีแผลบริเวณจมูก ให้การว่า ผู้ก่อเหตุคนขับรถยนต์กระบะ ได้มาชักชวนตนเองที่บ้าน บ้านหัวทุ่ง ตำบลพระบาท ไปทานข้าวกลางวัน ทานขนมจีน และกำลังจะกลับบ้าน ซึ่งจุดดังกล่าว เป็นสามแยก ซ้าย ขวา และโรงเรียนอยู่ตรงหน้า จู่ๆคนขับได้ขับรถพุ่งเข้าไปในโรงเรียนทันทีจนเกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งยังไม่ทราบว่าเพราะอะไร  แต่ผู้ก่อเหตุอยู่ในระหว่างรักษาอาการป่วยด้านจิต ทานยาประจำ  อยู่ในระหว่างการสอบปากคำของเจ้าหน้าที่  

        ทั้งนี้ เหตุการณ์นี้ หวิดเกิดเหตุร้ายแรงในโรงเรียน เนื่องจากขณะที่เกิดเหตุนั้น ได้มีคุณครูและเด็กอยู่ในห้องเรียนหลายคน   โดยช่วงพักกลางวันครูได้พาเด็กๆมานั่งพักและทำกิจกรรมกันในห้องดังกล่าว อยู่อีกมุมหนึ่ง ขณะนั้น ครูสังเกตเห็นรถยนต์พุ่งเข้ามาในโรงเรียน จึงได้บอกให้เด็กๆ หมอบลงกับพื้น  จนกระทั่งรถพุ่งชนทะลุอาคารเรียนจนเศษอิฐปูนกระจาย มีเด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่ศีรษะ ส่วนเด็กคนอื่นๆปลอดภัยดี 



Share:

สำรวจแนวรบเลือกตั้งลำปาง 4 เขต “เพื่อไทย” ชิงดำ “ประชาชน” ใครจะพลิกกระดาน!?

          

           เหลือเวลาอีกเพียงเดือนเดียว เราก็จะรู้ชะตากรรมของประเทศนี้ว่า จะฝากความหวังไว้กับใคร แต่ไม่ว่าสื่อจะบอกว่า การเลือกตั้งคืออนาคต คือจุดเปลี่ยน อย่างไร การเมืองก็ยังคงเป็นการเมือง วงจรอุบาทว์ของการแข่งขันแย่งชิงอำนาจ ได้อำนาจแล้ว ก็เสี่ยงต่อการสูญเสียอำนาจ ได้อำนาจแล้วแก่งแย่งแข่งขันกันเพื่อยึดครองตำแหน่ง แสวงหาผลประโยชน์ ขัดแย้ง ยุบสภาวนเวียนเช่นนี้ต่อไป

            หากประชามติ 8 กุมภา สามารถสะท้อนความเป็นปึกแผ่นของพรรคการเมือง พรรคใดพรรคหนึ่ง เพื่อโอกาสที่พรรคการเมืองนั้นจะพิสูจน์ตัวเอง โดยไม่ต้องปันส่วนอำนาจ พะว้าพะวงกับการรักษาอำนาจ ไม่ต้องแบ่งเก้าอี้ให้กับพรรคขนาดกลาง หรือพรรคเล็กพรรคน้อย เราก็อาจคาดหวังการทำงานที่มุ่งต่อผลประโยชน์ของประชาชนได้

            แปลว่าควรจะมี 2 พรรคใหญ่ ที่มีคะแนนเสียงมากพอที่จะเป็นรัฐบาลพรรคเดียว หรือเป็นพรรคฝ่ายค้านที่มีจำนวนมากพอในการถ่วงดุล คานอำนาจกับรัฐบาล

            เราจะใช้ ลำปางโมเดล เป็นแบบจำลอง เพื่อฉายให้เห็นภาพการเมืองสนามใหญ่ โดยประเมินสถานการณ์ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พบว่า ทั้ง 4 เขต มีพรรคการเมืองเพียง 2 พรรคเท่านั้น ที่จะมีโอกาสเบียดชิงกัน คือพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกล ที่เคยสร้างปาฏิหาริย์ไว้เมื่อการเลือกตั้งครั้งก่อน

            มีตัวแปรอยู่เฉพาะใน 2 เขต คือเขต 2 พรรคกล้าธรรม และเขต 4 พรรคภูมิใจไทย

            เริ่มด้วย เขต 1 ( อำเภอเมืองลำปาง ยกเว้น ต.บ้านแลง ต.บ้านเสด็จ เทศบาลเมืองเขลางค์นคร ตำบลพิชัยนอกเขตเทศบาลนครลำปาง อำเภอห้างฉัตร ) จะเป็นการชิงพื้นที่กันระหว่าง กิตติกร โล่ห์สุนทร พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีแต้มต่อจากฐานเสียงที่เหนียวแน่นของบ้านสวน กับ ส.ส.ไก่ ทิพา ปวีณาเสถียร พรรคประชาชน เป็น ส.ส.เก่าพรรคก้าวไกล ที่เอาชนะกิตติกรเมื่อการเลือกตั้ง66 ก่อนเข้าสู่การเมือง ทิพา ปวีณาเสถียร เป็นนักธุรกิจ ในช่วงที่เป็น ส.ส. เธอมีบทบาทสำคัญในการผลักดันร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการอากาศสะอาด เพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ การเลือกตั้งครั้งนี้ กระแสพรรคไม่แรงเท่าครั้งก่อน จึงต้องวัดกันที่ตัวบุคคล ขณะที่ กิตติกร โล่ห์สุนทร ส..เก่า น่าจะได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวของพรรคเพื่อไทยด้วยภาพผู้นำรุ่นใหม่ เขตนี้ ยังก่ำกึ่ง แต่อาจเทไปทาง ส.ส.ไก่เล็กน้อย

            เขต 2 ( อำเภอเมืองลำปาง เฉพาะต.บ้านแลง ต.บ้านเสด็จ อำเภองาว อำเภอแจ้ห่ม อำเภอวังเหนือ และอำเภอเมืองปาน )

            ธนาธร โล่ห์สุนทร พรรคเพื่อไทย แชมป์เก่า จะวัดกับ สุวิภา กุศลจูง พรรคประชาชน ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานนโยบายของ ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ธนาธร แต่งงานกับ รภัสสรณ์ นิยะโมสถ อดีต ส.ส.พรรคประชาชน ถือเป็นการกินรวบภรรยา และสร้างฐานเสียงให้พรรคเพื่อไทยไปในเวลาเดียวกัน เพราะหลังแต่งงาน เป็นสะใภ้บ้านสวน รภัสสรณ์ ก็เปลี่ยนเสื้อสีส้มมาเป็นสีแดง ลงเลือกตั้งในเขต 4 สำหรับ สุวิภา กุศลจูง ก็ประมาทไม่ได้ ด้วยดีกรีวิศวกร รวมกับประสบการณ์ทางการเมืองจากการเป็นทีมนโยบายของ ไหม ศิริกัญญา มีความเชี่ยวชาญเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย ถ้า สุวิภา ยืนให้มั่น สามารถขายนโยบายให้คนลำปางได้ สุวิภาก็มีโอกาสไปถึงฝั่งฝันเช่นเดียวกัน แต่เขตนี้ อย่าได้ประมาท ดาชัย เอกปฐพี พรรคกล้าธรรม ที่แม้จะพลาดหวังมาหลายครั้ง แต่คะแนนก็ดีวันดีขึ้น เขาอาจกลายเป็นตาอยู่ในเขตนี้

            เขต 3 ( อำเภอเมืองลำปาง เฉพาะเทศบาลเมืองเขลางค์นคร และตำบลพิชัยนอกเขตเทศบาลนครลำปาง อำเภอแม่ทะ อำเภอแม่เมาะ )

            แคนดิเดท คือ บุญเลิศ แสนเทพ พรรคเพื่อไทย อดีต ส.จ.แม่ทะ หลายสมัย กับ ชลธานี เชื้อน้อย เจ้าของพื้นที่จาก พรรคประชาชน ฐานเสียงจากการเลือกตั้งท้องถิ่น อาจเป็นสปริงบอร์ดให้บุญเลิศ แสนเทพ ก้าวกระโดดเป็นตัวจริงในสนามใหญ่ได้ แต่ก็คงเหนื่อยหนัก เมื่อเจอกับชลธานี เชื้อน้อย ที่ถึงแม้จะไม่ได้กระแสพรรค แต่ลูกขยันบวกกับการใช้โซเชียลมีเดีย ทำให้คนลำปางยังคงจดจำได้ ชลธานี เชื้อน้อย จึงมิใช่ตะเกียงที่ไร้น้ำมัน ถ้ากระแสเพื่อไทยไม่แรงพอ การโค่นชลธานี ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย

            เขต 4 (อำเภอเกาะคา อำเภอเสริมงาม อำเภอสบปราบ อำเภอเถิน และอำเภอแม่พริก)

            ถือว่าเป็นเขตรวมดาว ที่สองสะใภ้ รภัสสรณ์ นิยะโมสถ พรรคเพื่อไทย สะใภ้บ้านสวน และภุมรา จันทรสุรินทร์ สะใภ้บ้านดอยเงิน พรรคภูมิใจไทย อาจตัดคะแนนกันเอง เพราะสารตั้งต้น ต่างเคยเป็นฐานคะแนนเสียงเดียวกัน ในขณะที่ ณฐอร ชมภูรัตน์ พรรคพลังประชารัฐ และ เพ็ญภัค รัตนคำฟู พรรคกล้าธรรม ที่มีฐานเสียงของตัวเองเพราะเกิด เติบโต อยู่ในพื้นที่มาตลอดเรียกได้ว่าเป็นตัวจริงของพื้นที่ก็ไม่ผิด ก็มองข้ามไม่ได้

            ถ้าสมมติฐานนี้เป็นจริง คนที่ส้มหล่น ก็อาจเป็น บอนด์ สุริยะ พรรคประชาชน คุณหมอผู้เชี่ยวชาญศัลยกรรมความงาม ที่อาจมีจุดอ่อนในแง่ของความใกล้ชิดกับพื้นที่ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ ส.ส.เขตเลือกตั้ง เขตนี้ ธนาธร โล่ห์สุนทร เดิมพันสูง เลือกเขาก็ต้องเลือกภรรยาเขาด้วย และก็ต้องยอมรับว่าอานุภาพของบ้านสวน บวกบารมีโล่ห์สุนทร คงไม่ยอมให้นักการเมืองป้ายแดงก้าวข้ามไปได้ง่ายๆ

            ทุกนาทีที่ผ่านไป การเมืองพลิกผันวันต่อวัน คะแนนนิยมของพรรคก็ผันผวนไปตามกระแสการเมืองระดับชาติ แต่ถ้าวัดกันโดยไม่มีเงื่อนไขเรื่องกระแส หรือสถานการณ์ คนลำปาง คู่ชิงสำคัญคงมีแต่พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชนเท่านั้น

 


Share:

วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569

การเมืองเริ่มร้อนแรง มือดีกรีดป้ายผู้สมัคร ส.ส. พรรคกล้าธรรม เน้นใบหน้าร้อยเอกธรรมนัส แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

 

บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ทั้ง4 เขตของจังหวัดลำปาง เริ่มคึกคักมีสีสันมากขึ้น  หลังมีการเปิดรับสมัครและผู้สมัครได้เบอร์ของตัวเองเรียบร้อยแล้ว  ทำให้ผู้สมัครส.ส.แต่ละเขตทั้งพรรคใหญ่พรรคเล็กเริ่มติดป้ายหาเสียง และใช้รถแห่เพื่อแนะนำตัวในพื้นที่ คาดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะมีการแข่งขันกันสูงและดุเดือดพอสมควร

เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา  ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ ภายในชุมชนบ้านหนองยาง ม.8 ต.ชมพู อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง หลังรับแจ้งจากประชาชนว่า มีการทำลายป้ายหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส. ได้รับความเสียหาย  

           เมื่อไปถึงจุดดังกล่าว อยู่บริเวณปากทางเข้าสุสานบ้านหนองยาง พบป้ายเสียงของนาง ระพีพรรณ โพธิ์ทอง  พรรคกล้าธรรม เบอร์ 1 ซึ่งติดตั้งไว้ข้างถนน โดยผู้สมัครได้เดินทางมาตรวจสอบป้ายด้วยตนเอง  และพบว่าป้ายถูกกรีด โดยเน้นตรงใบหน้าของร้อยเอกธรรมนัส  พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคกล้าธรรม  ซึ่งอยู่บริเวณมุมขวาของป้ายได้รับความเสียหาย

           นางระพีพรรณ โพธิ์ทอง  พรรคกล้าธรรม เบอร์ 1 เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่าป้ายหาเสียงของตน ถูกทำลายได้รับความเสียหายจึงรีบมาตรวจสอบพบว่าป้ายถูกมีดกรีดที่ใบหน้าของร้อยเอกธรรมนัส  พรหมเผ่า เป็นรอยฉีกขาด ซึ่งได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

 คาดว่าอาจจะเป็นการกลั่นแกล้งในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่  8ก.พ.69 นี้ หรืออาจจะมาสาเหตุอื่นก็เป็นไปได้




Share:

อบจ.ลําปาง ประกาศรับสมัครบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ กรณีพิเศษไม่ต้องสอบแข่งขัน จำนวน 42 อัตรา เงินเดือน 18,200 - 26,500 บาท ตั้งแต่วันที่ 15 - 29 ม.ค. 2569


องค์การบริหารส่วนจังหวัดลําปาง ประกาศรับสมัครบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ กรณีพิเศษไม่ต้องสอบแข่งขัน จำนวน 42 อัตรา เงินเดือน 18,200 - 26,500 บาท ตั้งแต่วันที่ 15-29 ม.ค. 2569


ตำแหน่งและจำนวนตำแหน่ง
ตำแหน่งนายแพทย์ ระดับปฏิบัติการ จำนวน 2 อัตรา

- สังกัดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล กองสาธารณสุข องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง



ตำแหน่งทันตแพทย์ ระดับปฏิบัติการ จำนวน 2 อัตรา

- สังกัดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล กองสาธารณสุข องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง


ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ ระดับปฏิบัติการ จำนวน 38 อัตรา

- สังกัดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล กองสาธารณสุข องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง


กำหนดการรับสมัคร

ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้ารับการคัดเลือก สามารถยื่นใบสมัครพร้อมแอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องด้วยตนเอง ณ ลานอเนกประสงค์องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง ชั้น 1 ในวันเวลาราชการ ตั้งแต่วันที่ 15 – 29 มกราคม 2569


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่


Share:

วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569

พบศพชายวัย 43 ปี เสียชีวิตในรถ ริมคันคลองชลประทานห้างฉัตร คาดรมควันจบชีวิต

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 4 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบรถยนต์จอดทิ้งไว้ริมถนนคันคลองชลประทาน บริเวณหน้าป่าช้าบ้านปงใต้ หมู่ 7 ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง จึงประสานสายตรวจตำบลปงยางคกเข้าตรวจสอบ

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชายรูปร่างใหญ่ 1 ราย อยู่ภายในรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า อเวนซ่า สีทอง ทะเบียน จ.เชียงใหม่ โดยไม่สามารถเปิดประตูรถได้ เจ้าหน้าที่จึงประสานช่างกุญแจเข้าดำเนินการเปิดรถ เมื่อเปิดได้แล้วพบภายในรถมีเตาอั้งโล่ที่ถูกจุดไฟแล้วจำนวน 1 เตา จึงคาดการณ์สาเหตุเบื้องต้นว่าเป็นการฆ่าตัวตายด้วยวิธีรมควัน
ตรวจสอบเอกสารภายในรถพบบัตรประจำตัวประชาชน ระบุชื่อ นายพีระณัฐ วิพุทธ อายุ 43 ปี ที่อยู่ หมู่ 10 ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
ต่อมาได้แจ้ง พ.ต.อ.ประภาส อุบลศรี ผกก.สภ.ห้างฉัตร ร.ต.อ.รุ่งเรืองชัย อุปกาละ รองสว. (สอบสวน)  แพทย์เวรโรงพยาบาลห้างฉัตร และเจ้าหน้าที่กู้ภัยปงยางคก เข้าร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายและประสานญาติ และจะทำการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดต่อไป
Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์