วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569

ป่าไม้–ปกครอง–ตำรวจ สนธิกำลัง จับคาป่า! นายช่างโยธา อบต. ลักลอบตัดไม้ พบยาบ้าในตัว 5 เม็ด

 


ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง และตำรวจอำเภองาว จังหวัดลำปาง สนธิกำลังบุกตรวจป่าท้ายหมู่บ้านห้วยอูน รวบตัวนายช่างโยธา อบต.แห่งหนึ่งในพื้นที่ หลังตรวจพบพฤติกรรมลักลอบชักลากไม้หวงห้าม พร้อมของกลางไม้ก่อไม้รัง และยาบ้า 5 เม็ด คุมตัวส่ง สภ.งาว ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที


วันที่ 30 ม.ค.69 ภายใต้การอำนวยการของ นายกรัณย์พล แสงทอง ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) นายกมล ร่างมณี ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สั่งการห้นายประกาสิทธิ์ นางวงศ์ หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้งาว เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.19 (แม่โป่ง) ประสานนายสมจิตร จุลเจริญ นายอำเภองาว พ.ต.อ.สกุลรัชช์ คงทอง ผกก.สภ.งาว เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภองาว และคณะกรรมการหมู่บ้านห้วยอูน ตำบลปงเตา อำเภองาว จังหวัดลำปาง ได้ร่วมกันออกตรวจลาดตระเวนป้องกันการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และตรวจปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ยาเสพติด ระหว่างถึงเส้นทางลูกรังลัดเลาะป่าท้ายหมู่บ้าน พบชายคนหนึ่งมีลักษณะต้องสงสัยและตรวจพบว่ามีพฤติกรรม ค้าไม้เถื่อนและ ยุ้งเกี่ยวกับยาเสพติด จึงได้สั่งการให้หยุดและขอตรวจสอบ

เบื้องต้นทราบชื่อคือนายอภิสิทธิ์ ชาวบ้านในพื้นที่แห่งนี้ (ขอสงวนนามสกุลและที่อยู่) รับราชการตำแหน่งนายช่างโยธาฯ อบต.แห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กัน ในพื้นที่ อำเภองาว จังหวัดลำปาง พบว่ากำลังเตรียมชักลากไม้ ห้วงห้าม จำนวน 1 ท่อน เมื่อขอตรวจสอบที่มีที่ไปของไม้ แต่ไม่มีมาแสดงว่าได้มาอย่างถูกต้อง ตรวจสอบไม้ท่อนดังกล่าวเป็นไม้หวงห้าม  (ก่อ,รัง) จำนวน 2 ท่อน ปริมาตร 0.66 ลูกบาศก์เมตร คิดค่าเสียของรัฐเป็นเงิน 8,475 บาท และเมื่อตรวจค้นร่างกายพบยาเสพติดประเภท 1 ยาบ้า (เมทแอมเฟตามีน) จำนวน 5 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาและของกลาง ส่ง สภ.งาว ดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมายทันที

          สำหรับการจับกุมผู้ต้องหาได้ครั้งนี้เป็นการบูรณาการหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการ ในพื้นที่ อำเภองาว ออกตรวจลาดตระเวนป้องกันการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า เผาป่าหญ้าแห้ง และตรวจปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ยาเสพติด เป็นการป้องกันและป้องปรามเพื่อลดปัญหาการแพร่ระบาดยาเสพติด และการตัดไม้ทำลายป่า อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ จนกระทั่งมาพบตัวผู้ต้องสงสัยและขอตรวจค้นและพบการกระทำผิดจึงควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฏหมายทัน ทำให้ผู้ต้องหารายนี้หมดอนาคตไปอีกราย ทั้งที่รับราชการแต่เข้าไปยุ่งเกี่ยวการกระทำผิดกฏหมายก็ไม่รอด

Share:

วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569

ตำรวจแม่ทะลุยกวาดล้างยาเสพติด บุกจับหนุ่มมั่วสุมยาบ้าในพื้นที่ ยึดของกลางยาบ้า 159 เม็ด พร้อมอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ หลังชาวบ้านร้องเรียนเอือมพฤติกรรม

 

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผกก. สภ.แม่ทะ สั่งการให้ชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.อนันต์ คำมี รอง ผกก.สส. และ พ.ต.ท.ประสิทธิ์ ยอดเรือน สว.สส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ เร่งดำเนินการเข้าตรวจสอบผู้กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน

ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมตัวนายเอ็ม (ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลสันดอนแก้ว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 159 เม็ด และอาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)และ มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ทะ ดำเนินคดีตามกฎหมาย



นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ทะ ยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาชายอีก 2 ราย ในพื้นที่ตำบลป่าตัน อำเภอแม่ทะ พร้อมของกลางยาบ้ารวม 389 เม็ด ส่งดำเนินคดีแล้วเช่นกัน

ทั้งนี้ การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นนโยบายเร่งรัดกวาดล้างยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง และ พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ให้ทุก สภ.ในพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ที่มา เซเว่น นัมเบอร์ 

Share:

รถบรรทุก 6 ล้อเสียหลักพุ่งชนต้นไม้กลางถนน หนุ่มคนขับเสียชีวิตติดซากรถ ผู้โดยสารบาดเจ็บ กู้ภัยเร่งตัดถ่างช่วยเหลือ

 

เมื่อเวลา 03.50 น. วันที่ 30 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะคา รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุก 6 ล้อเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ บริเวณ หลัก กม.ที่ 676-677  ใกล้จุดกลับรถหลังเทิร์น ถนนพหลโยธิน ขาเข้าเมืองลำปาง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ  จึงประสาน ว่าที่ พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ สุริมา สว.(สอบสวน) สภ.เกาะคา  พร้อมด้วยด้วยแพทย์นิติเวช เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัย จุดเกาะคา อาสาสมัครกู้ภัยเกาะคา ร่วมให้การช่วยเหลือ

ในที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 6ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน จ.กาญจนบุรี พุ่งตกลงร่องกลางถนน โดยหน้ารถมีต้นไม้ใหญ่หักติดคาอยู่ ภายในที่นั่งคนขับรถร่างผู้เสียชีวิต เป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อคือ นายณัฐพงษ์ เรากสิกรรม อายุ 24 ปี ชาวบ้าน หมู่ 4 ต.ห้วยด่าน อ.ดอนตูม จ.นครปฐม   ทีมกู้ภัยเกาะคา ได้ประสานเครื่องตัดถ่างจากหน่วยกู้ภัยสว่างนครลำปาง สมาคมกู้ภัยลำปาง ร่วมให้การช่วยเหลืองัดร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากรถ ส่งชันสูตรที่ นอกจากนี้มีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย คือ นายเตชิน อายุ 18 ปี ชาวบ้าน อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี  เป็นเด็กรถที่นั่งโดยสารมาด้วย

 สาเหตุเบื้องต้นคาดว่า คนขับอาจเกิดหลับในทำให้รถเสียการควบคุมดังกล่าว  ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้ส่งไปยังนิติเวชโรงพยาบาล เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและประสานแจ้งญาติรับทราบต่อไป

ภาพ กู้ภัยสว่างนครลำปาง

 


Share:

โรงพยาบาลลำปาง รับสมัครลูกจ้างรายวัน วุฒิ ม.3 – ป.ตรี ค่าจ้างวันละ 350 – 440 บาท ตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค. – 6 ก.พ. 2569


โรงพยาบาลลำปางประกาศ รับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าปฏิบัติงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวรายวัน

1. นักวิเคราะห์นโยบายและแผน จำนวน 1 อัตรา
อัตราค่าจ้าง วันละ 440 บาท

2. พนักงานธุรการ จำนวน 1 อัตรา
อัตราค่าจ้าง วันละ 400 บาท

3. พนักงานบริการ (คนงาน) จำนวน 1 อัตรา
อัตราค่าจ้าง วันละ 350 บาท

การรับสมัคร
ผู้มีความประสงค์ขอและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล ชั้น 6 อาคารนวมินทรราชประชาภักดี โรงพยาบาลลำปาง ตั้งแต่วันที่ 26 – 30 มกราคม 2569 และ 2 – 6 กุมภาพันธ์ 2569 ในวันและเวลาราชการ

อ่านรายละเอียดแต่ละตำแหน่งเพิ่มเติมที่นี่

Share:

ตาวัย 65 ปี ก่อเหตุยิงหนุ่มใหญ่ ลูกชายผุ้ก่อเหตุเผย พ่อถูกตามหาเรื่องไม่จบไม่สิ้น หลังเคยมีเหตุทะเลาะกันเมื่อนานมาแล้ว

          เมื่อเวลาประมาณ 12.10 น.  วันที่ 29 ม.ค.69  ศูนย์วิทยุ 191 จ.ลำปาง รับแจ้งว่าเกิดเหตุมีคนยิงกันกลางทุ่งนาที่บ้านป่ากล้วย หมู่ 4 ต.ปงแสนทอง อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง  มีผู้ได้รับบาดเจ็บ  จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยอัมรินทร์ เข้าให้การช่วยเหลือ ก่อนจะแจ้งให้ทางผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร้อยเวรสอบสวนเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ 

          เบื้องต้นทราบว่า ผู้บาดเจ็บเป็นชาย ชื่อนายบรรพต อายุ 52 ปี เป็นชาวบ้านในหมู่บ้านดังกล่าว โดยถูกอาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ เบอร์ 12  ยิงเข้าที่มือได้รับบาดเจ็บสาหัส  ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นชายอายุประมาณ 65 ปี  ชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกัน  ซึ่งไม่ได้หลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไปทำการสอบสวน และนำไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดที่เหตุ

ลูกชายผู้ก่อเหตุ

          ด้านลูกชายของผู้ก่อเหตุ เล่าเบื้องต้นว่า พ่อของตนและนายบรรพต เคยมีเรื่องทะเลากันมานานมากแล้ว และได้บอกพ่อให้หลีกเลี่ยงที่จะเจอกัน เวลาไปทุ่งนาไปสวน ก็ให้พ่อใช้เส้นทางอ้อมที่ไม่ต้องผ่านบ้านของคู่กรณี แต่ทางคู่กรณีก็ยังคอยตามหาเรื่องไม่จบไม่สิ้น  เวลาพ่อไปไหนก็ชอบตามไป โดยก่อนกิดเหตุก็เช่นกัน พ่อได้ขี่รถไปทุ่งนา ทางคู่กรณีก็ตามไปอีก จนเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น 

          อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งรวบรมพยานหลักฐาน และจะได้ทำการสอบสวนคู่กรณีทั้งสองฝ่ายอย่างละเอียด ถึงสาเหตุการก่อเหตุในครั้งนี้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Share:

วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569

ลำปางเตรียมปรับโฉม “สำนักงานยาสูบ” สู่ TCDC แห่งใหม่ ปักหมุดเปิดตัวปี 2571

 

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) เดินหน้าขยายโครงข่ายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เตรียมเปลี่ยนพื้นที่ประวัติศาสตร์ "สำนักงานยาสูบจังหวัดลำปาง" ให้กลายเป็น ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) แห่งใหม่ มุ่งเป้าเป็นแลนด์มาร์กการเรียนรู้และยกระดับธุรกิจท้องถิ่นด้วย Soft Power

ลำปางอยู่ในกลุ่มที่ 2 โครงการจัดตั้ง New TCDC ในระยะถัดไปได้แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 กลุ่มจังหวัด ดังนี้  กลุ่มที่ 1 (5 จังหวัด): ชุมพร, นครศรีธรรมราช, ยะลา, ร้อยเอ็ด และสกลนคร  เริ่มออกแบบปีงบประมาณ 2569  ปรับปรุงพื้นที่ปีงบประมาณ 2570

ส่วนกลุ่มที่ 2 (5 จังหวัด): ลำปาง, กระบี่, ราชบุรี, สุโขทัย และหนองคาย  เริ่มออกแบบ ปีงบประมาณ 2570  ปรับปรุงพื้นที่ ปีงบประมาณ 2571

โครงการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบแห่งใหม่ (New TCDC) จัดตั้งขึ้นเพื่อกระจายองค์ความรู้และโอกาสด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ฐานราก สู่พื้นที่เสริมสร้างทักษะนักสร้างสรรค์ ต่อยอดสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมและธุรกิจท้องถิ่น ผ่านพื้นที่บริหารแหล่งเรียนรู้และจัดแสดงผลงาน (Co-Creation Space & Creative Programs) รวมถึงกิจกรรมการทดลองและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้หลากหลายสาขา (Creative Lab) ภายใต้อัตลักษณ์และบริบทที่แตกต่างของแต่ละจังหวัด

สำหรับการดำเนินงานใน เฟส 1 (10 จังหวัดแรก) ได้แก่ เชียงราย, นครราชสีมา, ปัตตานี, พิษณุโลก, แพร่, ภูเก็ต, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, อุตรดิตถ์ และอุบลราชธานี ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงพื้นที่ตลอดปี 2568 และ พร้อมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในปี 2569 นี้

ที่มา  Creative Economy Agency

Share:

วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569

กระทรวงพลังงาน เสริมความรู้ SMR ให้พลังงานจังหวัดภาคเหนือ เตรียมพร้อมรับพลังงานใหม่ในอนาคต

 

        กระทรวงพลังงาน ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดกิจกรรม “โครงการสร้างความเข้าใจด้านการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า Small Modular Reactor (SMR) กับพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ครั้งที่ 1” เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเทคโนโลยี SMR และเตรียมความพร้อมบุคลากรด้านพลังงานในการสื่อสารข้อมูลพลังงานใหม่ที่มั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืน ตามนโยบายรัฐ

        กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–22 มกราคม 2569 ณ โรงแรมเดอะสเปซ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง โดยมีนายโสภณ มณีโชติ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนจาก กฟผ. นักวิชาการจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ รวมถึงเจ้าหน้าที่พลังงานจังหวัดภาคเหนือเข้าร่วม

        ภายในงานประกอบด้วยการเสวนานโยบายและทิศทางพลังงานของประเทศ บทบาทของเทคโนโลยี SMR ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) การบรรยายด้านเทคโนโลยี SMR ความปลอดภัย การกำกับดูแล การใช้ประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์ และการจัดการกากกัมมันตรังสี รวมถึงการแบ่งกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและตอบข้อซักถามเกี่ยวกับโรงไฟฟ้า SMR

        ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีกำหนดจัดรวม 4 ครั้งทั่วประเทศ โดยภาคเหนือเป็นพื้นที่แรก ก่อนขยายไปยังภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เพื่อเพิ่มศักยภาพบุคลากรพลังงานจังหวัดให้สามารถถ่ายทอดข้อมูลเกี่ยวกับโรงไฟฟ้า SMR ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กที่ประเทศไทยอยู่ระหว่างการศึกษาและเตรียมพัฒนา เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในอนาคตอย่างถูกต้องและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน



Share:

จังหวัดลำปาง ประกาศห้ามเผาป่าและพื้นที่โล่ง ยกเว้นพื้นที่ตามแผนการบริหารจัดการเชื้อเพลิง


ด้วยปรากฏว่า ในห้วงฤดูแล้งช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายนของทุกปี มักเกิดไฟป่าขึ้นเป็นประจำ ทั้งในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ป่าชุมชน พื้นที่เขต ส.ป.ก. พื้นที่การเกษตร พื้นที่ริมทาง พื้นที่ราชพัสดุ รวมทั้งในพื้นที่ชุมชน ส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า เกิดปัญหาไฟป่า หมอกควันปกคลุมพื้นที่ และเป็นสาเหตุให้ค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เกินค่ามาตรฐาน ๓๗.๕ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม การคมนาคม และการท่องเที่ยว ทำให้รัฐต้องสูญเสียรายได้ และสูญเสียงบประมาณในการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ และยานพาหนะในการดับไฟป่าเป็นจำนวนมาก

สาเหตุสำคัญของการเกิดไฟป่าส่วนใหญ่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ได้แก่ การเผากำจัดวัชพืชและเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก โดยไม่มีการทำแนวกันไฟหรือการควบคุม รวมถึงการลักลอบเผาพื้นที่ป่าเพื่อบุกรุกพื้นที่ เก็บหาของป่า และล่าสัตว์ป่า ทำให้เกิดปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรง
จังหวัดลำปางพิจารณาแล้ว เห็นว่า พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ป่าอนุรักษ์ พื้นที่ป่าชุมชน พื้นที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) พื้นที่ ส.ป.ก. พื้นที่การเกษตร พื้นที่ริมทาง และพื้นที่ชุมชน มีกฎหมายควบคุมการเผาของแต่ละหน่วยงานเป็นการเฉพาะ เพื่อป้องกันการเกิดสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน เศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปาง อาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ ประกอบกับแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐ และแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐ จังหวัดลำปางจึงอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ประกาศกำหนดให้ทั้ง ๑๓ อำเภอ ในทุกพื้นที่ของจังหวัดลำปาง งดเว้นการเผาป่า การเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร การเผาขยะ การเผาเศษไม้ ใบไม้ การเผาวัชพืชสองข้างทาง การเผาในพื้นที่ชุมชน และการเผาในพื้นที่โล่งแจ้งทุกกรณี #ตั้งแต่วันที่๑กุมภาพันธ์๒๕๖๙ถึงวันที่ #๓๐เมษายน๒๕๖๙
ทั้งนี้ ยกเว้นพื้นที่ตามแผนการบริหารจัดการเชื้อเพลิงตามหลักวิชาการ ซึ่งดำเนินการโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ และมาตรา ๕๒ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยต้องมีการจัดทำแนวกันไฟ และได้รับการพิจารณาอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบพื้นที่ก่อนดำเนินการทุกครั้ง หากผู้ใดฝ่าฝืนถือว่ามีความผิดตามเอกสารแนบ
ท้ายประกาศนี้ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ทุกหน่วยงานดำเนินการดังนี้
๑) ให้ทุกหน่วยงานสนธิกำลังทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการประชาสัมพันธ์ ลาดตระเวน และป้องกันไม่ให้มีการลักลอบเผาในพื้นที่ทุกประเภท (ยกเว้นพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นพื้นที่บริหารจัดการเชื้อเพลิงในห้วงเวลาที่กำหนด) หากพบการลักลอบเผา ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด
๒) จัดชุดรณรงค์ประชาสัมพันธ์แบบเคาะประตูบ้าน เพื่อรณรงค์ไม่ให้มีการเผาในพื้นที่โล่งทุกประเภท โดยให้อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการหมู่บ้าน ดำเนินการประชาสัมพันธ์และกำกับดูแลราษฎรในเขตปกครองของตน มิให้มีการเผาในพื้นที่โล่งทุกประเภท
๓) การบริหารจัดการเชื้อเพลิงในเขตพื้นที่ป่า ให้เป็นไปตามหลักวิชาการและแผนงานที่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่กำกับดูแลพื้นที่เท่านั้น โดยต้องมีการจัดทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันการลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ภายใต้การควบคุมของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ หากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) มีความรุนแรง ให้หยุดดำเนินการจนกว่าสถานการณ์จะเหมาะสม
๔) สำหรับพื้นที่การเกษตรในโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ และพื้นที่ทำกินในเขตป่าอนุรักษ์ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ ยังคงถือเป็นพื้นที่ป่าตามกฎหมาย หากมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในการเตรียมพื้นที่การเกษตรที่ไม่สามารถดำเนินการโดยวิธีอื่นได้ ให้ดำเนินการขึ้นทะเบียน ณ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (War Room ระดับตำบล) เพื่อบริหารจัดการเชื้อเพลิงตามหลักวิชาการ โดยต้องจัดทำแนวกันไฟและได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่กำกับดูแลพื้นที่ก่อนดำเนินการ
๕) สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการถ่ายโอนภารกิจการควบคุมไฟป่าจากกรมป่าไม้ ให้จัดทำแผนการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันตามกรอบแนวทางที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำหนด และประสานบูรณาการร่วมกับอำเภอ ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่กำกับดูแลพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน และป้องกันมิให้เกิดสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในเขตปกครองของตน
๖) ตามข้อ ๔ ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายและเงื่อนไขการอนุญาตให้อยู่อาศัยและทำกิน ให้หน่วยงานที่กำกับดูแลพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลพิกัดและบัญชีรายชื่อ เพื่อดำเนินการตามระเบียบและขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
๗) การดำเนินการตามข้อ ๑ ถึงข้อ ๖ หากเกิดปัญหาอุปสรรค ให้ศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room ระดับอำเภอ) เร่งรัดแก้ไข หากเกินขีดความสามารถ ให้รายงานศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room ระดับจังหวัด) ทราบโดยด่วน เพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหาต่อไป
ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙
Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์