วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ตำรวจสบปราบสกัดจับสาววัย 41 ปี ขนยาบ้า 1 แสนเม็ด ซุกกระเป๋าเดินทางขึ้นรถทัวร์เชียงใหม่-กาญจนบุรี

 


เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 21.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สบปราบ ร่วมกับ ศูนย์สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 5, กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง และฝ่ายปกครองอำเภอสบปราบ ได้ร่วมกันจับกุม น.ส.ยาหล่าง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี บริเวณด่านตรวจยาเสพติดสบปราบ สภ.สบปราบ พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 50 มัด รวมประมาณ 100,000 เม็ด



สืบเนื่องจากเวลาประมาณ 21.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับการแจ้งเบาะแสจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดมากับรถทัวร์โดยสารปรับอากาศ สีม่วง-ขาว สายเชียงใหม่-กาญจนบุรี หมายเลขทะเบียน 10-2602 กาญจนบุรี โดยผู้ต้องสงสัยเป็นหญิง รูปร่างสูงประมาณ 147 ซม. สวมเสื้อกันหนาวแขนยาวสีดำ มีกระเป๋าเดินทาง 2 ใบที่มีน้ำหนักผิดปกติ

ต่อมาเมื่อรถทัวร์คันดังกล่าวขับเข้ามายังด่านตรวจสบปราบ เจ้าหน้าที่จึงให้สัญญาณหยุดรถเพื่อขอทำการตรวจค้น พบ น.ส.ยาหล่าง นั่งอยู่ที่นั่งหมายเลข 4 C มีท่าทางลุกลี้ลุกลนและมีพิรุธ จากการขอตรวจค้นกระเป๋าเดินทาง 2 ใบที่วางอยู่ข้างตัว พบยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายใน



เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สบปราบ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเครือข่ายนี้เป็นกลุ่มลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ตอนเหนือเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ ซึ่งทางตำรวจภูธรจังหวัดลำปางจะเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้ร่วมกระทำผิดและยึดทรัพย์สินผู้เกี่ยวข้องตามนโยบายต่อไป


Share:

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569

หนีไม่รอด! รวบโจ๋ 18 ชิงทรัพย์เซเว่นสบปราบ ก่อนขี่รถหนีข้ามจังหวัด

ตำรวจลำปางไล่ล่ารวบหนุ่มวัย 18 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ หลังก่อเหตุพยายามชิงทรัพย์ร้านทองในพื้นที่ อ.ห้างฉัตร และก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ สาขา ปตท.สบปราบ ได้เงินสด 5,400 บาท ก่อนขับรถหลบหนีข้ามจังหวัด สุดท้ายจนมุมที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ พร้อมตรวจยึดของกลาง 10 รายการ

จากกรณีเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 13.14 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้างฉัตร ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายก่อเหตุพยายามชิงทรัพย์จากร้านทองฉัตรสุวรรณ หมู่ 2 ต.ห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ก่อนขับรถหลบหนีไปตามเส้นทางหลัก เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่

ต่อมา วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 03.51 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สบปราบ รับแจ้งเหตุคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ (เซเว่นอีเลฟเว่น) สาขา ปตท.สบปราบ อ.สบปราบ จ.ลำปาง ได้เงินสดจำนวน 5,400 บาท ก่อนหลบหนีไปตามเส้นทาง อ.เกาะคา–อ.เสริมงาม–อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง และ อ.แม่ทา–อ.ป่าซาง จ.ลำพูน มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่


หลังเกิดเหตุ ตำรวจภูธรภาค 5 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สบปราบ ร่วมกับตำรวจในพื้นที่เกี่ยวข้องรวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายชยธร หรือ ครีม อายุ 18 ปี ชาว อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ และเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดลำปาง

กระทั่งวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวนายชยธรได้บริเวณหน้าบ้านพักในพื้นที่หมู่ 6 ต.สบเตี๊ยะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ก่อนแสดงหมายจับและควบคุมตัวดำเนินคดี

เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยมีอาวุธ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจ โดยการขู่เข็ญ” พร้อมตรวจยึดสิ่งของที่เกี่ยวข้องจำนวน 10 รายการ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สบปราบ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการเร่งติดตามผู้ต้องหาหลังเกิดเหตุอย่างต่อเนื่อง จนสามารถแกะรอยเส้นทางหลบหนีจากพื้นที่ จ.ลำปาง ผ่าน จ.ลำพูน ก่อนตามไปจับกุมได้ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ในที่สุด

Share:

ขนมพื้นบ้านไม่ธรรมดา! สองสามีภรรยาปรับชื่อ-ปรับโฉม สร้างจุดขาย “ไข่นกกะเต่าหนานดอน” และข้าวเกรียบว่าวพอดีคำ

        จากขนมพื้นบ้านธรรมดา สู่สินค้าสร้างรายได้ สองสามีภรรยาชาวลำปางไอเดียเก๋ ปรับชื่อ “ขนมไข่นกกระทา-ไข่เต่า” เป็น “ไข่นกกะเต่า” พร้อมปรับรูปแบบข้าวเกรียบว่าวให้รับประทานง่าย บรรจุภัณฑ์ทันสมัย กลายเป็นสินค้าถูกใจลูกค้า สร้างเอกลักษณ์ให้ร้านขายต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี

            เจ้าของร้านคือ นายอุเทน อกกว้าง  หรือ หนานดอน รับหน้าที่ทอดขนมขาย ขณะที่ภรรยาช่วยปั้นขนมและจำหน่าย โดยทั้งคู่มักนำสินค้าไปออกบูธตามงานแสดงสินค้าและงานโอทอปของจังหวัดลำปาง รวมถึงเปิดร้านจำหน่ายบริเวณหน้าโรงเรียนลำปางกัลยาณี และกาดนั่งก้อม ภายในสวนสาธารณะหนองกระทิง ตำบลบ่อแฮ้ว อำเภอเมืองลำปาง

          ชื่อ “ไข่นกกะเต่า”  มีที่มา  พี่อุเทน เล่าว่า  เมื่อตอนทอดขนมไข่นกกระทาขายอยู่บริเวณหน้าโรงเรียนลำปางกัลยาณี โดยลูกค้าที่เป็นนักเรียนมักเรียกขนมแตกต่างกันไป ทั้ง “ขนมไข่นกกระทา” และ “ขนมไข่เต่า” เนื่องจากขนาดของขนมมีความใหญ่กว่าไข่นกกระทา แต่ก็ไม่ถึงกับใหญ่เท่าไข่ไก่

        จึงนำชื่อทั้งสองมาปรับรวมกันเป็น “ไข่นกกะเต่า” กลายเป็นชื่อที่แปลกหูและเป็นเอกลักษณ์ของร้าน ส่วนคำว่า “หนานดอน” มาจากชื่อที่ใช้เรียกผู้ชายทางภาคเหนือที่เคยบวชพระและลาสิกขาแล้ว โดยพี่อุเทนเคยบวชมาก่อน จึงนำคำว่า “หนาน” มาผสมกับชื่อ “ดอน” กลายเป็นชื่อร้าน “ ไข่นกกะเต่าหนานดอน”

        ปัจจุบันพี่อุเทนและภรรยาขายขนมบริเวณหน้าโรงเรียนลำปางกัลยาณีมานานกว่า 10 ปี โดยจะจำหน่ายตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ส่วนวันเสาร์และวันอาทิตย์จะนำสินค้าไปจำหน่ายที่ กาดนั่งก้อม สวนสาธารณะหนองกระทิง ซึ่งเป็นตลาดนัดที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปางจัดขึ้น เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการและประชาชนนำสินค้าชุมชนมาจำหน่าย รวมถึงเป็นแหล่งพักผ่อนและเลือกซื้อสินค้าของประชาชนและนักท่องเที่ยว

        นอกจาก “ไข่นกกะเต่า” แล้ว ร้านยังมี หมี่กรอบโบราณสูตรสับปะรด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่นำวัตถุดิบท้องถิ่นมาสร้างมูลค่า โดยเลือกใช้สับปะรด ซึ่งเป็นผลไม้สำคัญของจังหวัดลำปาง มาพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของสินค้า นอกจากจะเพิ่มความหลากหลายให้กับผลิตภัณฑ์แล้ว ยังเป็นการช่วยสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดในพื้นที่อีกทางหนึ่ง

        อีกหนึ่งสินค้าที่ได้รับความสนใจคือ ข้าวเกรียบว่าว ซึ่งโดยทั่วไปมักทำเป็นแผ่นขนาดใหญ่ รับประทานค่อนข้างลำบาก พี่อุเทนจึงนำมาปรับรูปแบบใหม่ จากแผ่นใหญ่ให้กลายเป็นแผ่นสามเหลี่ยมขนาดเล็ก รับประทานง่าย หยิบสะดวก และนำมาบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดมิดชิด สามารถพกพาเป็นของฝากได้ ทำให้ได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างดี

        สำหรับขนมไข่นกกะเต่า ทางร้านยังคงใช้สูตรแบบดั้งเดิม โดยเลือกใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ รวมถึงนำวัตถุดิบธรรมชาติมาใช้ในการสร้างสีสันให้ขนมดูน่ารับประทาน ขณะที่การทอดขนมจะทำสดๆ ให้ลูกค้าได้เห็นขั้นตอนการทำและสามารถเลือกซื้อกลับไปรับประทานได้ทันที

        พี่อุเทนบอกว่า การทำขนมพื้นบ้านไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสูตรหรือเปลี่ยนทุกอย่าง เพียงรู้จัก “ปรับชื่อ ปรับรูปแบบ และสร้างเรื่องราวให้กับสินค้า” ก็สามารถทำให้ขนมธรรมดากลายเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์และสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้

        ผู้สนใจสามารถแวะเลือกซื้อและชมการทำขนมได้ที่ หน้าโรงเรียนลำปางกัลยาณี วันจันทร์-ศุกร์ และ กาดนั่งก้อม สวนสาธารณะหนองกระทิง ในวันเสาร์-อาทิตย์ รวมถึงตามงานแสดงสินค้าและงานโอทอปต่างๆ ที่จัดขึ้นในจังหวัดลำปาง



Share:

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง รับสมัครพนักงานรักษาความปลอดภัย เงินเดือน 9,000 บาท รับสมัครตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม - 4 กันยายน 2569

ด้วยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง มีความประสงค์รับสมัครบุคคลเข้ารับการคัดเลือกเป็นจ้างเหมาบริการบุคคลภายนอก ตำแหน่งพนักงานรักษาความปลอดภัย ดังนี้

ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร

จ้างเหมาบริการบุคคลภายนอก ตำแหน่งพนักงานรักษาความปลอดภัย ปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2569 - 30 กันยายน 2570 ณ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง จำนวน 1 อัตรา

คุณสมบัติทั่วไป

(1) เพศชาย

(2) มีสัญชาติไทย

(3) มีอายุระหว่าง 25 - 60 ปี นับถึงวันรับสมัคร

(4) วุฒิการศึกษา ไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือเทียบเท่า

(5) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ

(6) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดไว้ในกฎ ก.พ.ว่าด้วยโรค พ.ศ. 2553

(7) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรรมการพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

(8) ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(9) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม

(10) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากราชการรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

(11) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

(12) มีใบอนุญาตขับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ตามกฎหมาย

ลักษณะงานที่ต้องปฏิบัติ

(1) ดูแลและรักษาความปลอดภัยบริเวณสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง

(2) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

(3) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

อัตราค่าจ้าง

ตำแหน่ง พนักงานรักษาความปลอดภัย เดือนละ 9,000 บาท (เก้าพันบาทถ้วน)

วิธีการสอบคัดเลือก

ผู้สมัครจะต้องเข้ารับการประเมินภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งด้วยวิธีการสอบสัมภาษณ์เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา บุคลิกภาพ ท่วงทีวาจา และวุฒิภาวะทางอารมณ์ ทัศนคติ และแรงจูงใจในการทำงาน ความกระตือรือร้น อุดมคติ ประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน โดยพิจารณาจากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เชาว์ปัญญาในการตอบปัญหา วิธีแก้ปัญหา และแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน

เอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ในการสมัคร

  • รูปถ่ายหน้าตรง 1 นิ้ว (ถ่ายไม่เกิน 3 เดือน) จำนวน 2 รูป

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน อย่างละ 1 ฉบับ

  • สำเนาหลักฐานรับรองวุฒิการศึกษา 1 ฉบับ

  • ใบรับรองแพทย์ (แสดงว่าไม่เป็นโรคต้องห้ามตามกฎ ก.พ., ออกไม่เกิน 1 เดือน) จำนวน 1 ฉบับ

  • สำเนาหลักฐานอื่น ๆ (เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ หรือทะเบียนสมรส ถ้ามี) พร้อมเขียนรับรอง "สำเนาถูกต้อง" ทุกฉบับ

ระยะเวลารับสมัคร

ยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง เลขที่ 409 ถนนพระเจ้าทันใจ ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง กำหนดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม - 4 กันยายน 2569 ในวันและเวลาราชการ

การคัดเลือก

สอบสัมภาษณ์ความรู้ความสามารถเฉพาะบุคคล 100 คะแนน ณ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง และจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบวันที่ 8 กันยายน 2569 ผ่านทางเว็บไซต์และ Facebook ของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง


Share:

ตำรวจ สภ.แม่ทะ บุกตรวจสอบพระสงฆ์วัย 48 ปี หลังรับแจ้งพัวพันยาเสพติดและครอบครองอาวุธปืน พบลำกล้องปืน ลำกล้องเก็บเสียง และกระสุน ตรวจพบฉี่ม่วงนำตัวลาสิกขา

        เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.แม่ทะ  โดย พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผกก.สภ.แม่ทะ พ.ต.ท.อนันต์ คำมี รอง ผกก.สส.สภ.แม่ทะ   และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบพระเวศน์  อายุ 48 ปี ซึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.นาครัว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง หลังได้รับข้อมูลจากพลเมืองดีว่ามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

        จากข้อมูลพบว่า พระเวศน์มีพฤติกรรมสั่งซื้อยาบ้ามาเสพเป็นประจำ โดยมักนำเงินใส่ไว้ในกล่องไม้ขีดไฟ ก่อนนำไปซ่อนไว้บริเวณต้นลำไยหรือประตูด้านหลังวัด จากนั้นจะมีบุคคลภายนอกเข้ามาหยิบเงินและนำยาเสพติดมาซุกซ่อนไว้แทน


        ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่าพระเวศน์มีการสั่งซื้อลำกล้องเก็บเสียงปืนจากกรุงเทพฯ จึงเข้าตรวจสอบเรื่องการครอบครองอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และยุทธภัณฑ์ กระทั่งพบของกลาง ได้แก่ ลำกล้องขนาด 5.5 มม. จำนวน 2 ท่อน, ท่อบังคับเสียงขนาด 5.5 มม. หรือกล้องเก็บเสียงปืน จำนวน 4 ชิ้น และกระสุนปืนขนาด 5.5 มม. จำนวน 47 นัด

        เจ้าหน้าที่จึงตรวจปัสสาวะพระเวศน์เพื่อหาสารเสพติด ผลตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย จึงนำตัวไปลาสิกขา ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย  เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา “มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มียุทธภัณฑ์ (ท่อบังคับเสียง) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ทะ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Share:

อนาคตลำปาง...หลังหมดถ่านหิน กฟผ.แม่เมาะ จับมือ UN ESCAP-GIZ วางแผนเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นธรรม สู่เศรษฐกิจสีเขียว

จังหวัดลำปางเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านพลังงานที่สำคัญของประเทศ จากการเป็นที่ตั้งของเหมืองลิกไนต์และโรงไฟฟ้าแม่เมาะของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งมีบทบาทในการผลิตไฟฟ้าและหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของพื้นที่มาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ปี 2515  ตลอด 54 ปีที่ผ่านมา ทั้งเหมือง-โรงไฟฟ้าแม่เมาะไม่เพียงหนุนความมั่นคงด้านไฟฟ้าของประเทศ แต่ยังเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านการจ้างงานและรายได้ของภาครัฐ หากอีกไม่นานนับจากนี้...ภาพเหล่านั้นกำลังจะเปลี่ยนไป

เมื่อโลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาด คำถามสำคัญที่กำลังเกิดขึ้นกับลำปางไม่ใช่เพียงว่า ถ่านหินจะหมดเมื่อไรหากคือ เมื่อวันนั้นมาถึง ลำปางจะเดินต่อไปอย่างไร

โจทย์นี้กำลังถูกนำมาวางแผนอย่างจริงจัง ผ่านความร่วมมือของกระทรวงพลังงาน สำนักงานพลังงานจังหวัดลำปาง กฟผ. องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) และคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก หรือ UN ESCAP  จัดทำแผนยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่ยั่งยืนจังหวัดลำปาง (Sustainable Energy Transition Road Map : SET Road Map)

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมเวียงลคอร อ.เมืองลำปาง มีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่ยั่งยืนของจังหวัดลำปาง เพื่อให้คนในพื้นที่และทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของจังหวัด โดยนำเครื่องมือจำลองสถานการณ์ด้านพลังงาน NEXSTEP มาใช้วิเคราะห์ฉากทัศน์และแนวทางด้านพลังงาน ตั้งแต่ปี 2565 ไปจนถึงปี 2593

หัวใจของแผนไม่ได้อยู่เพียงการเปลี่ยนจากถ่านหินไปสู่พลังงานหมุนเวียน แต่รวมถึงการเตรียมพื้นที่ เศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน การลงทุน และที่สำคัญที่สุดคือ คนเพื่อไม่ให้การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่กลายเป็นภาระของประชาชนในพื้นที่

- จุดเปลี่ยนของแม่เมาะ หลังหมดถ่านหิน

นายสมนึก จรัสไกรสร ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตเหมืองแม่เมาะ กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นว่า ปัจจุบันโรงไฟฟ้าแม่เมาะได้ลดกำลังการผลิตลงเกือบครึ่งหนึ่ง จากเดิม 2,455 เมกะวัตต์ เหลือ 1,255 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของระบบพลังงานในพื้นที่

 ในอนาคตโรงไฟฟ้าแม่เมาะจะเข้าสู่วาระหยุดเดินเครื่องและยุติการทำเหมืองอย่างแน่นอน ซึ่งย่อมส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของอำเภอแม่เมาะและจังหวัดลำปางโดยตรง กฟผ.จึงมองว่าการเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเกิดประโยชน์สูงสุดทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

การเปลี่ยนผ่านไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นโอกาสใหม่ ร่วมกันยกระดับเศรษฐกิจของท้องถิ่นก้าวไปสู่การเป็น ศูนย์กลางพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมสีเขียวของภาคเหนือ

 

- การเปลี่ยนผ่านของ กฟผ.แม่เมาะ

หนึ่งในภารกิจสำคัญของ กฟผ. คือการเตรียมพื้นที่แม่เมาะให้พร้อมสำหรับอนาคต ผ่านการศึกษาแผนการจัดการหลังปิดเหมือง หรือ Post-Mining โดยร่วมมือกับกระทรวงพลังงานและ GIZ เพื่อศึกษาการฟื้นฟูทรัพยากรและการปรับโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจภายหลังการปิดเหมืองอย่างเป็นระบบ

ขณะเดียวกันยังเดินหน้า แม่เมาะเมืองน่าอยู่ หรือ Mae Moh Smart City เพื่อพัฒนาแม่เมาะไปสู่เมืองเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ควบคู่กับพลังงานสะอาด การยกระดับคุณภาพชีวิต และการสร้างอาชีพทางเลือกใหม่ให้กับชุมชน สำหรับ กฟผ. การเปลี่ยนผ่านจึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนชนิดของเชื้อเพลิง แต่คือการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและวิถีการประกอบอาชีพของคนในพื้นที่ไปพร้อมกัน

-ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังคือโจทย์สำคัญ

สิ่งที่ถูกเน้นย้ำในเวทีครั้งนี้คือหลักการ “Leave No One Behind” หรือไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะแรงงานและคนรุ่นใหม่ในพื้นที่  แผนยุทธศาสตร์จะต้องนำไปสู่การพัฒนาทักษะใหม่ หรือ Reskilling เพื่อให้แรงงานสามารถก้าวเข้าสู่ การจ้างงานสีเขียวที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นในอนาคต รวมถึงทำให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ในราคาที่เป็นธรรม

จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการวางแผนอนาคตของลำปางไม่สามารถมองเพียงตัวเลขกำลังผลิตไฟฟ้าได้ แต่ต้องมองถึงชีวิตของคนที่เคยพึ่งพาเศรษฐกิจจากเหมืองและโรงไฟฟ้าด้วย

 


- ลำปางต้องเปลี่ยน ก่อนความเปลี่ยนแปลงมาถึง

นายกฤษณะ พินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง มองว่า ลำปางเป็นพื้นที่ผลิตกระแสไฟฟ้าที่มีความสำคัญต่อประเทศมาอย่างยาวนาน เป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย แต่เมื่อระบบพลังงานของโลกกำลังเปลี่ยนผ่าน ลำปางก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนจากการพึ่งพาถ่านหินไปสู่พลังงานทางเลือกได้ ขณะเดียวกันการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผลกระทบจะเกิดขึ้นเป็นวงกว้างทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม

“ลำปางหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาถ่านหิน ไปสู่ตัวเลือกพลังงานทดแทนรูปแบบอื่น ๆ  การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย และส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งในมิติทางด้านเศรษฐกิจและสังคมของพื้นที่ การจัดทำแผนยุทธศาสตร์จะเป็นการร่วมกันวางแผนอนาคต เพื่อส่งต่อพื้นที่และสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดให้แก่ลูกหลาน”  รองผู้ว่าฯ กล่าว


 

NEXSTEP เข็มทิศวางแผนพลังงานอนาคต

Mr. Anis Zaman, Energy Division, UNESCAP กล่าวถึงแบบจำลองสถานการณ์ด้านพลังงาน NEXSTEP ว่าเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับช่วยวางแผนและมองภาพอนาคตด้านพลังงาน โดยนำข้อมูลของพื้นที่มาจำลองเป็นฉากทัศน์ต่าง ๆ เพื่อให้เห็นแนวทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่เหมาะสมกับบริบทของจังหวัดลำปาง

สำหรับการจัดทำแผนพลังงานของลำปาง NEXSTEP ถูกนำมาใช้วิเคราะห์ข้อมูลด้านพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ก่อนนำผลการจำลองมาให้หน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาและเสนอความคิดเห็น เพื่อปรับปรุงฉากทัศน์ให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์จริงมากที่สุด

แนะทิศทางเปลี่ยนผ่าน 5 ด้าน

UN ESCAP ยังได้มีข้อเสนอแนะต่อทิศทางการเปลี่ยนผ่านพลังงานลำปาง 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ เร่งยุติการใช้ถ่านหิน พร้อมลงทุนพลังงานหมุนเวียน เพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงาน และเพิ่มศักยภาพลำปางในการเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักของประเทศ , จัดทำกรอบการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม ครอบคลุมทั้งแรงงานและชุมชน เพื่อเสริมทักษะ ความสามารถในการปรับตัว และลดผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ,วางแผนพัฒนาแม่เมาะในระยะยาว ปรับทิศทางพื้นที่ไปสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมสีเขียว สร้างเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ทดแทนเศรษฐกิจที่พึ่งพาถ่านหิน , สร้างกลไกกำกับดูแลที่เข้มแข็งและบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความรับผิดชอบ และมีหน่วยงานที่ชัดเจนในการขับเคลื่อน

และ จัดตั้งกลไกธรรมาภิบาลหลายระดับ เพื่อบริหารจัดการการเปลี่ยนผ่านอย่างโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณะ และเปิดให้ประชาชนและทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของแนวทางการเปลี่ยนผ่านร่วมกัน


คำถามสำคัญไม่ใช่ หลังถ่านหินแล้วจะเหลืออะไรแต่คือ ลำปางจะสร้างอะไรขึ้นมาแทน

จากที่เคยคาดการณ์ไว้เหมืองแม่เมาะสามารถดำเนินการจนถึง พ.ศ. 2593  แต่จากวิกฤตเหตุการณ์ทางพลังงานที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้เหมืองแม่เมาะสามารถดำเนินการได้ถึงช่วง พ.ศ. 2583-2586 ซึ่งเหลือเวลาไม่ถึง 20 ปี

ลำปางกำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญ ระหว่างการเป็นจังหวัดที่พึ่งพาถ่านหินมานาน กับโอกาสในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางพลังงานสะอาดของประเทศ คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่า "จะเปลี่ยนหรือไม่" แต่อยู่ที่ว่า "จะเปลี่ยนเร็วแค่ไหน และเปลี่ยนแล้วจะเป็นธรรมกับทุกฝ่ายหรือไม่"

SET Road Map ที่กำลังจัดทำขึ้น จึงไม่ใช่เพียงเอกสารสำหรับวันข้างหน้า แต่คือ เข็มทิศที่จะกำหนดว่า เมื่อลำปางเดินออกจากยุคถ่านหินแล้ว จังหวัดแห่งนี้จะเลือกเดินเส้นทางไหนต่อไป



Share:

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569

กฟภ.ลำปาง แจ้งพื้นที่ดับไฟฟ้า อ.เมืองลำปาง วันที่ 26 และ 28 สิงหาคม 2569

 


วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569

  • ปรับปรุงระบบจำหน่ายแรงสูง และเปลี่ยนชนิดสายตัวนำเป็นหุ้มฉนวน  เวลา 09.00 - 16.00 น. พื้นที่ไฟฟ้าดับ บ้านบุญเกิด ซอย 13 - 20 ตั้งแต่แยกรตินันทร์เนอร์สเซอรี่ ถึงปลายสาย


วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569

  • สับเปลี่ยนหม้อแปลงตามวาระ ประจำปี 2569   เวลา 09.00-13.00 น.  

        พื้นที่ไฟฟ้าดับ  เวลา 9.00-10.00 น. โครงการบ้านแสงตะวัน 

             เวลา 10.00-11.00 น. บ้านหนองร่อง หมู่ 8 

            เวลา 11.00-12.30 น.  หน้าตลาดเขลางค์สุขสวัสดิ์






        ทั้งนี้ หากพื้นที่บริเวณที่ดับกระแสไฟฟ้าปฏิบัติงาน มีผู้ป่วยติดเตียงต้องการใช้กระแสไฟฟ้าสำหรับเครื่องมือทางการแพทย์ โปรดแจ้ง PEA ลำปาง ก่อนล่วงหน้า เพื่อติดตั้งเครื่องสำรองไฟฟ้า หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์ 054-251102

Share:

ตำรวจแม่ทะสนธิกำลังฝ่ายปกครอง บุกตรวจค้นบ้านต้องสงสัย พบยาบ้าซุกหลายจุดรวม 302 เม็ด รวบ "อ้าย คิตตี้" หนุ่มวัย 42 ปี แจ้งข้อหาหนักทั้งจำหน่ายและเสพ

        วันที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 14.05 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ทะ จ.ลำปาง ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผกก.สภ.แม่ทะ และ พ.ต.ท.อนันต์ คำมี รอง ผกก.สส.สภ.แม่ทะ โดยชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ประสิทธิ์ ยอดเรือน สว.สส.สภ.แม่ทะ และฝ่ายปกครองอำเภอแม่ทะ นำโดยนายชวิช วงค์คำ ปลัดอำเภอแม่ทะสนธิกำลังเข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 9 ต.แม่ทะ อ.แม่ทะ หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่าบริเวณดังกล่าวมีการมั่วสุมและลักลอบจำหน่ายยาเสพติด สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่

        เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบ้านหลังดังกล่าว พบนายอ้าย อายุ 42 ปี หรือฉายา “อ้าย คิตตี้”  เพราะนายอ้ายสักรูปคิดตี้ไว้ที่แขนด้านขวา  นอนหลับอยู่ภายในห้องนอน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานและขอตรวจค้น โดยผู้ต้องหายินยอมและเป็นผู้นำเจ้าหน้าที่ตรวจค้น  ผลการตรวจค้นพบยาบ้าเม็ดกลมแบน ประทับอักษร WY สีส้ม ซุกซ่อนอยู่หลายจุด โดยจุดแรกพบจำนวน 5 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติกใส ซุกอยู่ภายในขวดน้ำบริเวณมุมห้องนอน

        จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นบริเวณรอบบ้าน พบยาบ้าอีก 60 เม็ด, 79 เม็ด และ 158 เม็ด รวมทั้งหมด 302 เม็ด โดยของกลางส่วนใหญ่ถูกซุกซ่อนภายในช่องอิฐบล็อกที่วางอยู่บนพื้นบริเวณที่จอดรถข้างบ้าน และมีอิฐบล็อกวางทับปิดบังไว้ นอกจากนี้ยังตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

        หลังการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายอ้ายไปยัง สภ.แม่ทะ เพื่อเก็บตัวอย่างปัสสาวะส่งตรวจยืนยันที่โรงพยาบาลแม่ทะ ผลตรวจทางวิทยาศาสตร์พบสารเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะ  เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาว่า จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ทะ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



ที่มา เซ่เว่นนัมเบอร์ 

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์