วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569

อำเภอวังเหนือลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ยายวัย 66 ปี เดินทางจากลำปางไปสนามบินเชียงใหม่ ตามหารักแท้ หลังเห็นภาพชายในเฟซบุ๊ก ยืนยันไม่ได้ถูกใครหลอก ก่อนเจ้าหน้าที่ช่วยส่งกลับบ้านอย่างปลอดภัย

       

         ตามที่มีการนำเสนอข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ ว่ามียายวัย 66 ปี คนลำปาง ข้ามจังหวัดตามหารักแท้นักบิน สุดท้ายพบเป็น AI ถูกหลอกเก้อ เหตุเกิดที่สนามบินเชียงใหม่นั้น 

         วันที่ 17 กัยายน 2569 เวลา 14.00 น.นายทศพล จักรบุญมา นายอำเภอวังเหนือ พร้อมด้วยสาธารณสุขอำเภอวังเหนือ ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ตำบลวังเหนือ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าบุคคลดังกล่าว ชื่อนางอิโพ อายุ 66 ปี อาศัยอยู่ที่ ม.6 ตำบลวังเหนือ เป็นผู้ป่วยที่มีอาการทางจิต เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลวังเหนือ โดยจากการสอบถามนางอิโพ (ซึ่งสื่อสารภาษาไทยได้เพียงนิดหน่อย) ผ่านบุตรชายที่เป็นล่ามแปลให้ 

        ทราบว่าเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น.นางอิโพได้ขึ้นรถ บขส จากวังเหนือไปจังหวัดเชียงใหม่ โดยอ้างว่าจะไปหาหลาน และไปหาหมอที่เชียงใหม่ แต่กลับไปอยู่ที่สนามบิน เพราะนางอิโพ ได้ดูเฟสบุ๊ค ชื่อ Ganni Bhai Kalik แล้วอาการเห็นภาพ หูแว่ว คิดไปเองว่า บุคคลในรูป โบกมือให้ตนเองไปหาที่สนามบิน จึงได้เดินทางไปที่สนามบินเชียงใหม่ โดยนางอิโพไม่ได้พูดคุยหรือสนทนาทางข้อความในเฟสบุ๊คกับใคร ไม่ได้ถูกผู้ใดหลอก แต่อย่างใด จนเมื่อไปถึงสนามบินเชียงใหม่ และเมื่อพบเจ้าหน้าที่สนามบิน เจ้าหน้าที่จึงช่วยตามหาญาติ และได้พูดคุยบุตรชาย โดยเจ้าหน้าที่สนามบินเชียงใหม่ได้ส่งนางอิโพ ขึ้นรถ บขส.และกลับมาถึงที่อำเภอวังเหนือ 

        โดยในวันที่ 17 กันยายน 2569  ช่วงสาย บุตรชายได้รับกลับมาอยู่บ้านอย่างปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในเบื้องต้น อำเภอวังเหนือ สาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลวังเหนือ ได้ช่วยกันดูแลรักษาอย่างเร่งด่วน และได้ขอให้ทางครอบครัว ชุมชน ช่วยกันดูแลให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น เพื่อมิให้เกิดเหตุการดังกล่าวขึ้นอีก ทั้งนี้อำเภอวังเหนือขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยเหลือ ดูแล และประสานงาน ให้นางอิโพ ได้กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย 

Share:

ฝนถล่มแจ้ห่ม น้ำแม่แมะทะลักท่วมบ้าน20 ครัวเรือนเดือดร้อน เร่งอพยพขึ้นที่สูง

ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่แจ้ห่ม ทำให้น้ำป่าจากลำน้ำแม่แมะเอ่อล้นตลิ่ง ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนพื้นที่ลุ่มต่ำ บ้านเปียงใจ หมู่ 4 ต.ปงดอน กระทบ 20 ครัวเรือน เบื้องต้นไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เจ้าหน้าที่เร่งแจ้งเตือนและเข้าช่วยเหลือ 

วันที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 13.30 น. กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง ได้รับแจ้งจากอำเภอแจ้ห่มว่า เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ ส่งผลให้มีน้ำป่าไหลหลากจากลำน้ำแม่แมะ ซึ่งรับน้ำจากบ้านเลาสู ก่อนเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ บ้านเปียงใจ หมู่ 4 ตำบลปงดอน อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง

เบื้องต้นมีบ้านเรือนได้รับผลกระทบประมาณ 20 ครัวเรือน โดยยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ภายหลังเกิดเหตุ นายอำเภอแจ้ห่ม พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้ใหญ่บ้าน และองค์การบริหารส่วนตำบลปงดอน ได้เร่งแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงใกล้ลำน้ำแม่แมะ ผ่านเสียงตามสาย พร้อมขอให้ประชาชนเตรียมอพยพคนและสิ่งของมีค่าขึ้นไปไว้ในพื้นที่สูง เพื่อความปลอดภัย

ขณะเดียวกัน อำเภอแจ้ห่ม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหน่วยกู้ชีพกู้ภัย ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

Share:

วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2569

ปภ.ลำปาง เตรียมพร้อมรับมือ "อุทกภัย" ถอดบทเรียนเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันพื้นที่ อ.ห้างฉัตร จัดเครื่องมือและแผนรับมือน้ำท่วมฉุกเฉินอย่างเต็มที่

 

        สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดลำปาง บูรณาการทุกภาคส่วนเร่งวางมาตรการเชิงรุกเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยอย่างเข้มข้น หลังศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติประเมินสภาพอากาศที่มีความเสี่ยงจากปริมาณฝนและน้ำหลากในช่วงรอยต่อฤดูกาล

       นายมนัส คำต่าย หัวหน้าสำนักงาน ปภ.ลำปาง เปิดเผยว่า ทาง ปภ. ได้ถอดบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลัน เช่น เหตุการณ์วันที่ 29 พฤษภาคม 69 ที่ผ่านมา   พื้นที่ ต.เวียงตาล  ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร และ ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา  เสียหายกว่า 400 หลังคาเรือน  ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็นการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนล่วงหน้าแบบ "ชิงรุกก่อนน้ำถึง" ทุกวินาที โดยจัดตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์น้ำฝนและระดับน้ำในลำน้ำสำคัญอย่างใกล้ชิด ประชุมติดตามสถานการณ์ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนประชาชนได้ทันท่วงที

        ในด้านความพร้อมของสรรพกำลังและเครื่องมือ  จ.ลำปาง มี ปภ.เขต 10 ลำปาง ซึ่งได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ ประกอบด้วย  รถยนต์ยกสูง, เรือท้องแบน, และเรือเจ็ตสกี พร้อมสนับสนุนการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย  นอกจากนั้นยังมีการเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดเสี่ยง เช่น บริเวณลำน้ำแม่วังและลำน้ำแม่ตุ๋ย, รถสูบส่งน้ำระยะไกลที่สามารถดึงน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติได้ในรัศมี 3–10 กิโลเมตร    ในส่วนเรื่องอาหาร ก็มีรถประกอบอาหารเคลื่อนที่ และรถผลิตน้ำดื่ม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว

        หัวหน้าสำนักงาน ปภ.ลำปาง กล่าวอีกว่า   ภาครัฐได้เตรียมวงเงินงบประมาณเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยตามมติคณะรัฐมนตรี ในอัตราครัวเรือนละ 9,000 บาท สำหรับบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมขังและได้รับผลกระทบ รวมถึงเงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิตรายละ 20,000 - 50,000 บาท โดย ปภ.ลำปาง ได้เร่งรัดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งในพื้นที่ 13 อำเภอ โดยเฉพาะจุดเสี่ยงภัยน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุและประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนผ่านหอกระจายข่าวและทุกช่องทาง เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนให้น้อยที่สุด

Share:

วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569

ตำรวจสืบสวน สภ.แม่ทะ บุกกระท่อมท้ายหมู่บ้านฮ่อม รวบชายวัย 58 ปี พร้อมหญิงวัย 48 ปี พร้อมยาบ้า หลังชาวบ้านแจ้งเบาะแสพบวัยรุ่นขี่รถเข้า-ออกช่วงกลางคืน

        เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.แม่ทะ จ.ลำปาง ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผกก.สภ.แม่ทะ และ พ.ต.ท.อนันต์ คำมี รอง ผกก.สส.สภ.แม่ทะ นำโดย พ.ต.ท.ประสิทธิ์ ยอดเรือน สว.สส.ฯ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบกระท่อมท้ายหมู่บ้านฮ่อม หมู่ 9 ต.นาครัว อ.แม่ทะ หลังได้รับข้อมูลเกี่ยวกับพฤติการณ์ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

        จากการเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายหวิน วงวาร อายุ 58 ปี และ นางสาวอุ๋ย อายุ 48 ปี ทั้งสองเป็นชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 9 ต.นาครัว อ.แม่ทะ พร้อมตรวจยึดของกลางเป็น ยาบ้า จำนวน 5 เม็ด



        เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

        สำหรับกระท่อมดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ใช้พักอาศัยและเลี้ยงไก่ โดยข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า ช่วงเวลากลางคืนมักมีวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์เข้า-ออกและแวะเวียนบริเวณกระท่อมอยู่เป็นระยะ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ กระทั่งพบของกลางและดำเนินการจับกุมดังกล่าว

Share:

อุตุฯ ลำปาง เตือนเฝ้าระวังฝนตกชุกช่วงกลางและปลายเดือนกันยายนนี้ ยันภาพรวมน้ำยังรับได้ ไร้กังวลวิกฤตแล้งปีหน้า

 

นายสิทธิพันธ์ มณีท่าโพธิ์ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง  ได้ชี้แจงถึงสถานการณ์ปริมาณฝนและน้ำในพื้นที่ โดยระบุว่า จากสถิติและข้อมูลปัจจุบัน ภาพรวมปริมาณน้ำในจังหวัดลำปางยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถบริหารจัดการได้ และยังไม่เข้าขั้นวิกฤตภัยแล้ง แม้ในบางพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัดอาจมีปริมาณน้ำน้อยกว่าปกติเล็กน้อย

โดยในส่วนของปรากฏการณ์เอลโซ่ (ซึ่งเกิดขึ้นในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก และทำให้ภาพรวมประเทศไทยมีโอกาสเกิดฝนน้อย) นั้น เป็นปรากฏการณ์ที่ค่อนข้างแรงแต่มีระยะเวลาสั้น โดยคาดว่าจะมามีช่วงพีคสูงสุดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ปีหน้า

สำหรับในพื้นที่จังหวัดลำปาง คาดว่าจะได้รับผลกระทบไม่ถึงขั้นวิกฤต และยังอยู่ในเกณฑ์ที่พอรับมือได้  นอกจากนี้ ยังมีอิทธิพลจากปรากฏการณ์ลานีญาที่มีความชื้นเข้ามาเสริม ช่วยไม่ให้สถานการณ์แล้งจนเกินไป โดยมีการคาดการณ์ช่วงที่มีฝนตกชุก คือระหว่างวันที่ 1720 กันยายน และต่อเนื่องในวันที่ 2324 กันยายนนี้

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกรมชลประทาน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมใช้ระบบเรดาร์ตรวจวัดสภาพอากาศเพื่อแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า เพื่อลดผลกระทบและบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่

Share:

ตอกย้ำมาตรฐานสิ่งแวดล้อม! เหมืองหินปูน กฟผ.แม่เมาะ คว้ารางวัล EIA Monitoring Awards 2026 ระดับยอดเยี่ยม


        โครงการเหมืองแร่หินปูนเพื่ออุตสาหกรรมเคมี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ คว้ารางวัลสถานประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรการในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2569 (EIA Monitoring Awards 2026) รางวัลระดับยอดเยี่ยม 


        โดยนายปณิธาน คันธิยะรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตเหมืองแม่เมาะ-1 (ช.อผม-1.) เป็นผู้แทน กฟผ.แม่เมาะ รับมอบรางวัลในงาน EIA Symposium and Monitoring Awards 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “SHAPING SUSTAINABLE TOMORROW: พัฒนาสมดุล สู่อนาคตที่ยั่งยืน” โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ ซึ่งมี พลตำรวจตรี นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานพิธีมอบรางวัล



        ในการนี้ กฟผ. ยังได้ร่วมจัดนิทรรศการเพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงาน นำเสนอข้อมูลต่อหน่วยงานราชการและภาคเอกชน โดยโครงการเหมืองแร่หินปูนฯ ได้นำเสนอในส่วนการติดตามและแจ้งข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การรายงานผลการตรวจวัดฝุ่น PM10 และ Pm2.5 แบบ Real time ระบบบันทึกและแจ้งเตือนไฟป่า Zero Fire และ แอปพลิเคชั่น Lampang Hotspot สำหรับติดตามข้อมูลจุดความร้อนและสถานการณ์ฝุ่น Pm2.5 ในพื้นที่ จ.ลำปาง และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยรอบพื้นที่


        สำหรับรางวัล EIA Monitoring Awards 2026 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติตามมาตรการสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมให้สถานประกอบการพัฒนากลไกการจัดการสิ่งแวดล้อมของตนเอง รวมทั้งตระหนักถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมในการดำเนินงาน และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สถานประกอบการอื่น ๆ



Share:

สทนช. เตือนพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย น้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง วันที่ 15 - 19 กันยายน 2569


สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้

ทั้งนี้ สทนช. ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำตามฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ำจากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน ในช่วงวันที่ 15 - 19กันยายน 2569 ดังนี้
1. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม
1.1 ภาคเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน(อำเภอสบเมย ขุนยวม แม่ลาน้อย ปาย และแม่สะเรียง)
จังหวัดเชียงใหม่ (อำเภออมก๋อยแม่แจ่ม จอมทอง และฮอด)
จังหวัดเชียงราย(อำเภอแม่สรวย และเมืองเชียงราย)
จังหวัดลำปาง (อำเภอเถิน และแจ้ห่ม)
จังหวัดพะเยา(อำเภอปง ดอกคำใต้ และเชียงคำ)
จังหวัดแพร่(อำเภอสองหนองม่วงไข่ ร้องกวาง เมืองแพร่และวังชิ้น)
จังหวัดน่าน (อำเภอทุ่งช้าง แม่จริมบ่อเกลือ เวียงสา และปัว)
จังหวัดตาก (อำเภอท่าสองยาง บ้านตาก อุ้มผางสามเงา แม่ระมาด เมืองตาก และแม่สอด)
จังหวัดอุตรดิตถ์ (อำเภอน้ำปาด บ้านโคก และลับแล)
จังหวัดพิษณุโลก (อำเภอชาติตระการเนินมะปราง นครไทย วังทอง บางระกำบางกระทุ่ม พรหมพิราม และเมืองพิษณุโลก)
จังหวัดเพชรบูรณ์ (อำเภอหล่มสัก เมืองเพชรบูรณ์ เขาค้อ หล่มเก่า วังโป่ง หนองไผ่ น้ำหนาว ศรีเทพ และชนแดน)
และจังหวัดอุทัยธานี(อำเภอบ้านไร่ และลานสัก)
1.2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดเลย (อำเภอด่านซ้าย วังสะพุง ภูกระดึง ผาขาว และเอราวัณ)
จังหวัดชัยภูมิ (อำเภอแก้งคร้อ เมืองชัยภูมิ ภูเขียว เกษตรสมบูรณ์ คอนสาร หนองบัวระเหว ภักดีชุมพล หนองบัวแดง จัตุรัส และเทพสถิต)
จังหวัดสกลนคร (อำเภอบ้านม่วงวานรนิวาส คำตากล้า อากาศอำนวย และโคกศรีสุพรรณ)
และจังหวัดนครพนม (อำเภอศรีสงคราม โพนสวรรค์ นาแก ท่าอุเทน ปลาปากนาหว้า วังยาง นาทม และเมืองนครพนม)
1.3 ภาคตะวันออก จังหวัดจันทบุรี(อำเภอขลุง เขาคิชฌกูฏ มะขาม โป่งน้ำร้อน และแก่งหางแมว)
และจังหวัดตราด (อำเภอเมืองตราด เขาสมิง บ่อไร่ แหลมงอบ คลองใหญ่ และเกาะช้าง)
1.4 ภาคตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี (อำเภอสังขละบุรี ไทรโยค ทองผาภูมิ ด่านมะขามเตี้ย และศรีสวัสดิ์)
1.5 ภาคใต้ จังหวัดระนอง (อำเภอเมืองระนอง สุขสำราญ กระบุรี และกะเปอร์)
จังหวัดพังงา (อำเภอกะปง คุระบุรี ตะกั่วป่า เมืองพังงา และท้ายเหมือง)
จังหวัดภูเก็ต (อำเภอถลาง เมืองภูเก็ต และกะทู้)
จังหวัดกระบี่ (อำเภอเกาะลันตา คลองท่อม และอ่าวลึก)
จังหวัดสตูล(อำเภอเมืองสตูล และละงู)
จังหวัดสงขลา (อำเภอสะบ้าย้อย และเทพา)
จังหวัดยะลา (อำเภอเบตง บันนังสตา รามันธารโต และเมืองยะลา)
จังหวัดปัตตานี (อำเภอยะรังและทุ่งยางแดง)
และจังหวัดนราธิวาส(อำเภอสุคิริน จะแนะ ศรีสาคร รือเสาะ ระแงะ และสุไหงปาดี)
2. เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกักบริเวณ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน เพชรบูรณ์ ตาก อุทัยธานี ชัยภูมิ สกลนคร จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี กระบี่ และระนอง
3. เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของ ลำน้ำยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน แม่น้ำสาย และแม่น้ำกกบริเวณจังหวัดเชียงราย แม่น้ำน่าน บริเวณจังหวัดน่าน แม่น้ำเมย บริเวณจังหวัดตาก แม่น้ำแควน้อย บริเวณจังหวัดพิษณุโลก แม่น้ำป่าสักบริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์ แม่น้ำสงคราม บริเวณจังหวัดสกลนคร และแม่น้ำโก-ลก และคลองตันหยงมัส บริเวณจังหวัดนราธิวาส
ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้
1. ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ
2. ติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมปรับการบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก น้ำในลำน้ำ รวมถึงเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำ
ถึงปลายน้ำและ อิทธิพลของการขึ้น – ลง ของน้ำทะเล โดยการเร่งระบายและพร่องน้ำรองรับสถานการณ์ฝนที่คาดว่าจะตกหนัก
3. เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ลอกท่อระบายน้ำ และบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที
4. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์
Share:

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2569

โรงเรียนแจ้ห่มวิทยา รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งครูอัตราจ้าง เงินเดือนเดือน 8,340 บาท ตั้งแต่วันที่ 14 -24 ก.ย.69

ด้วยโรงเรียนแจ้ห่มวิทยา อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลำปาง ลำพูน มีความประสงค์จะรับสมัครลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งครูอัตราจ้าง ครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ จำนวน 1 อัตรา อาศัยความตามหนังสือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ศธ 04009/ว 3034 ลงวันที่ 18 มีนาคม 2557 และคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 29/2546 สั่ง ณ วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 เรื่อง มอบอำนาจปฏิบัติราชการแทนเกี่ยวกับลูกจ้างชั่วคราว และเกณฑ์และวิธีการบริหารงานบุคคล/ลูกจ้างชั่วคราว สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2547 จึงประกาศรับสมัครลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งครูอัตราจ้าง ครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ ปฏิบัติหน้าที่ครูผู้สอน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ตำแหน่งที่รับสมัครคัดเลือก

  • ตำแหน่งครูอัตราจ้าง ปฏิบัติหน้าที่ ครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ จำนวน 1 อัตรา (อัตราค่าจ้างเดือนละ 8,340 บาท)

การรับสมัคร  

ยื่นใบสมัครด้วยตนเองที่ ห้องกลุ่มธุรการ โรงเรียนแจ้ห่มวิทยา ตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน - 24 กันยายน 2569 ในวันและเวลาราชการ (เวลา 08.30 - 16.00 น.) 

เอกสารหลักฐานที่ต้องนำมายื่น

  • สำเนาปริญญาบัตร หรือหนังสือรับรองคุณวุฒิ และใบรายงานผลการศึกษา (Transcript) ที่แสดงว่าเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงกับตำแหน่งสาขาที่รับสมัคร จำนวน 1 ฉบับ

  • สำเนาใบอนุญาตปฏิบัติการสอน หรือหนังสือรับรองสิทธิที่ออกโดยคุรุสภา หรือใบอนุญาตปฏิบัติการสอน จำนวน 1 ฉบับ

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 1 ฉบับ

  • สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ฉบับ

  • รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวกและไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1 นิ้ว (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน) จำนวน 1 รูป

  • ใบรับรองแพทย์ ซึ่งออกให้ไม่เกิน 1 เดือน และแสดงว่าไม่เป็นโรคที่ต้องห้ามตามกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. 2549 จำนวน 1 ฉบับ

  • หลักฐานอื่นๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส, ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี) จำนวน 1 ฉบับ

ข้อควรทราบเพิ่มเติม

  • สำเนาหลักฐานทุกฉบับ ต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง

  • สำหรับ ต้นฉบับทุกฉบับให้นำมาในวันสอบคัดเลือก เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง










 

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์