เมื่อเวลา
12.45 น. วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เครือข่ายประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move)
พร้อมเครือข่ายประชาชนในพื้นที่จังหวัดลำปาง ประมาณ 50 คน
ได้รวมตัวกันบริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. หน้าศาลากลางจังหวัดลำปาง
ก่อนเคลื่อนขบวนเข้าสู่ศาลากลาง โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้จัดกิจกรรมปราศรัยเป็นระยะ
โดยมีนายพชร คำชำนาญ เป็นแกนนำ พร้อมชาวบ้านถือป้ายแสดงข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินและการคุ้มครองสิทธิของประชาชน
ต่อมาเวลา 13.10 น. นายปกรณ์ กรรณวัลลี ปลัดจังหวัดลำปาง ได้ลงมารับหนังสือแทนผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมรับข้อเรียกร้องจากตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุม ก่อนที่นายถาวร หลักแหลม จะอ่านแถลงการณ์ โดยเหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ทั้งนี้
กลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการยื่นข้อเรียกร้อง 3 ประเด็น ได้แก่
1.
ขอเร่งแก้ไขปัญหาพื้นที่ทหารค่ายประตูผา อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง
โดยติดตามการกันพื้นที่ทหารออกจากเขตการใช้ประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่บ้านท่าสี
บ้านจำปุย บ้านปงผักหล๊ะ และบ้านห้วยคาด ตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ
ซึ่งได้รับผลกระทบจากพื้นที่ทับซ้อนกับค่ายฝึกการรบพิเศษที่ 3 ค่ายประตูผา
โดยมีพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการกันออกประมาณ 4,702 ไร่ และมีพื้นที่ทำกินกับที่อยู่อาศัยของประชาชนภายในเขตดังกล่าวกว่า
3,009 ไร่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอความชัดเจนจากกองทัพบกและกระทรวงกลาโหม
จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดติดตามความคืบหน้าและเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ในพื้นที่เพื่อประกอบอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง
2.
ขอให้ตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐ
กรณีความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเรียกร้องให้ดำเนินการอย่างเป็นธรรมและคุ้มครองสิทธิของประชาชน
3.
ขอให้รัฐบาลเร่งกำหนดมาตรการคุ้มครองโฉนดชุมชน
และทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน)
โดยขอให้เร่งออกมาตรการคุ้มครองพื้นที่โฉนดชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน
พ.ศ. 2553 และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2555 เพื่อคุ้มครองชุมชนที่ได้รับอนุญาตแล้ว 4
ชุมชน ชุมชนที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน
(ปจช.) จำนวน 30 ชุมชน และชุมชนที่ประสงค์จะดำเนินการอีก 176 ชุมชน
นอกจากนี้
ยังเรียกร้องให้รัฐบาล ทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 ที่เกี่ยวข้องกับการยุบสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน
(องค์การมหาชน) และ ขยายระยะเวลาการดำเนินงานของ บจธ. ออกไปอย่างน้อย 1 ปี หรือจนกว่าจะมีองค์กรใหม่เข้ามารับภารกิจ
พร้อมเร่งจัดตั้ง "ธนาคารที่ดิน"
หรือองค์กรที่มีภารกิจในลักษณะเดียวกันให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี
เพื่อให้การกระจายการถือครองที่ดิน
การแก้ไขปัญหาที่ดินของเกษตรกรและผู้ยากจนดำเนินต่อเนื่อง
ไม่เกิดช่องว่างในการให้ความช่วยเหลือประชาชน
และผลักดันร่างพระราชบัญญัติสถาบันบริหารจัดการที่ดินและการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว












































