วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569

Voice of Voters: ถามแทนใจ ถึงว่าที่ผู้แทน ธนาธร โล่ห์สุนทร ผู้สมัคร ส.ส.ลำปาง เขต 2 พรรคเพื่อไทย

ในสนามเลือกตั้งที่การแข่งขันเข้มข้น พลังเสียงของประชาชนคือผู้ตัดสินอนาคต วันนี้เราจะพาไปพูดคุยกับอดีต ส.ส. ที่ขอกลับมาสานงานต่อ เพื่อพิสูจน์ว่า "ผลงาน" และ "ความจริงใจ" คือกุญแจสำคัญในการคว้าชัยชนะในใจคนลำปาง


ลานนาโพสต์: ท่ามกลางคู่แข่งที่มีกระแสดีมาก อะไรคือ "จุดเด่น" ที่จะใช้ชนะใจประชาชน?

ธนาธร: ผมให้เกียรติคู่แข่งทุกคนและไม่ได้มองว่าใครคือคู่แข่งหลักครับ หน้าที่ของผมคือเดินหน้าหาเสียง นำเสนอนโยบายของพรรคเพื่อไทย และย้ำถึงสิ่งที่เราได้ช่วยผลักดัน เป็นปากเป็นเสียงให้พี่น้องประชาชนตลอดสมัยที่ผ่านมา


ลานนาโพสต์: ปัญหาเร่งด่วนในพื้นที่เขต 2  ยังคงมีเรื่องไหนที่ต้องแก้ไข?

ธนาธร: เรื่องโครงสร้างพื้นฐานครับ ไม่ว่าจะเป็นถนน แหล่งน้ำ หรือสาธารณูปโภคต่างๆ ในพื้นที่ห่างไกลที่ยังขาดแคลน  จากประสบการณ์ที่เป็น ส.ส. สมัยที่แล้ว ผมได้ร่วมผลักดันกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และนำปัญหาไปอภิปรายในสภาจนนำมาซึ่งการแก้ไขในหลายพื้นที่ ซึ่งผมตั้งใจจะทำงานประสานกับทุกภาคส่วนเพื่อขยายผลการพัฒนาต่อไปครับ

 


ลานนาโพสต์: วิกฤตฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ อ.งาว และ อ.แจ้ห่ม มีแผนจัดการอย่างยั่งยืนอย่างไร?

ธนาธร: แม้ปีที่ผ่านมาความร่วมมือจากฝ่ายปกครองจะทำให้การเผาลดลง แต่ยังไม่น่าพอใจครับ เราต้องประสานความร่วมมือทุกส่วนเพื่อลดการเผาอย่างต่อเนื่อง และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ให้สำเร็จ  แม้กฎหมายจะยังค้างอยู่ในชั้น สว. แต่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 147 บัญญัติไว้ว่า กรณีที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภา...คณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่หลังการเลือกตั้งทั่วไปสามารถร้องขอต่อรัฐสภาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาแล้วแต่กรณีพิจารณาร่างกฎหมายต่อไปได้ แต่คณะรัฐมนตรีต้องร้องขอภายใน 60 วันนับแต่วันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกหลังมีการเลือกตั้ง

“ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล ผมขอให้ร่วมกันผลักดันต่อ เพราะกฎหมายฉบับนี้ใกล้ถึงเส้นชัยเพื่อคืนอากาศบริสุทธิ์ให้ประชาชนแล้วครับ”

 


ลานนาโพสต์: หากต้องเลือกข้างระหว่างประโยชน์ส่วนตัว พรรค หรือประชาชน คุณมีหลักการอย่างไร?

ธนาธร: ชัดเจนครับว่า ผลประโยชน์ของประชาชนสูงสุดเหนือสิ่งอื่นใด และใหญ่กว่าผลประโยชน์ของพรรค ผมยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งเสมอครับ

“การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเลือกคนไปนั่งในสภา แต่คือการเลือกคนที่จะเข้าไปสู้เพื่อสิทธิและสวัสดิภาพของคนลำปาง  วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ อย่านอนหลับทับสิทธิ”



Share:

Voice of Voters :ถามแทนใจว่าที่ผู้แทน ธนภัทร ศรีปินตา ผู้สมัคร ส.ส.ลำปาง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่กำลังพัดผ่าน ลำปาง เขต 3 กำลังก้าวเข้าสู่หมุดหมายสำคัญที่ประชาชนจะเป็นผู้กำหนดทิศทางพื้นที่ของตนเองอีกครั้ง  ทนายโมหรือ ธนภัทร ศรีปินตา เป็นอีกคนในฐานะคนรุ่นใหม่ที่ประกาศชัดว่า หมดยุคนักการเมืองสืบทอดพร้อมนำความรู้ด้านกฎหมายและเทคโนโลยีมาเปลี่ยนบ้านเกิด  

ลานนาโพสต์: ในฐานะที่เป็นผู้สมัครหน้าใหม่  เหตุใดจึงตัดสินใจมาลงสนามเลือกตั้ง ส.ส.ในเขต 3 ลำปางครั้งนี้?

ทนายโม: ผมมั่นใจในนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่ว่า ส.ส. ที่ดี คุณเองก็เป็นได้ประชาธิปไตยยุคใหม่ต้องขับเคลื่อนโดยคนรุ่นใหม่ ผมเกิด โต และใช้ชีวิตที่นี่มาทั้งชีวิต จึงเข้าใจปัญหาพื้นที่เป็นอย่างดี 

ผมมั่นใจว่า คำว่า ส.ส.ที่ดี คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหัว หน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้กล่าวไว้ สำหรับผม คือใครก็ได้ที่ไม่ต้องพึ่งพาระบบบ้านใหญ่หรือการสืบทอดอำนาจ เพราะมันหมดยุคของการวางผ้าไตรนักการเมืองสืบทอดแล้วครับ


ลานนาโพสต์: อะไรคือ "ไม้เด็ด" ในการหาเสียงครั้งนี้ ท่ามกลางคู่แข่งที่มีทั้งอดีต ส.ส. และเจ้าของพื้นที่เดิม?

ทนายโม: ผมเน้นการหาเสียงแบบประชาธิปไตยยุคใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีและ AI เข้ามาช่วยเพื่อให้เข้าถึงผู้คน  ผมไม่ซีเรียสว่าใครจะเป็นอดีต ส.ส. หรือมีตำแหน่งอะไร ผมเน้นที่ตัวผมและการหาเสียงที่ยุติธรรม ประสบการณ์ที่ผมเก็บเกี่ยวมา ทั้งจากการเป็นทนายความและพื้นฐานครอบครัว ทำให้ผมมั่นใจว่าผมพร้อมที่จะทำเต็มที่เพื่อคว้าที่นั่งเขต 3 ให้ได้


ลานนาโพสต์:คุณคิดว่าปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องได้รับการแก้ไขในพื้นที่ เขต 3 ลำปาง มีอะไรบ้าง?

ทนายโม: ปัญหาที่เร่งด่วนในตอนนี้คือปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ผมเองก็เป็นลูกชาวนา ทุกวันนี้ทำนาก็แทบเสมอตัว เพราะปุ๋ยและต้นทุนทุกอย่างแพงมาก ผมจะผลักดันให้พืชผลการเกษตร โดยเฉพาะข้าว มีราคาที่สูงขึ้นและมีตลาดรองรับที่ชัดเจน นอกจากนี้ผมจะนำความรู้ด้านเทคโนโลยีมาช่วยพี่น้องไม่ให้ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดในชีวิตประจำวันครับ

ผมอยากให้มีการศึกษาที่เท่าเทียม โดยมีนโยบาย ยกหนี้ กยศ.เพื่อลดภาระให้คนรุ่นใหม่ และมีสวัสดิการสนับสนุนการเกิด เพื่อจูงใจให้ครอบครัวมีความพร้อม คือ เกิดปุ๊บรับปั๊บ 65,000 บาทและรับต่อเนื่องรวม 100,000 บาท จนถึงอายุ 18 ปี นี่คือสิ่งที่ผมตั้งใจจะทำเพื่อสร้างรากฐานที่ดีให้เขต 3 ครับ

 


ลานนาโพสต์ : ในฐานะนักกฎหมาย มีแนวคิดในการจัดการกับวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ที่รุนแรงทุกปีอย่างไร?

ทนายโม: ปัญหานี้ต้องใช้การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังครับ การเผาในที่โลกมีทั้งกฎหมายอาญา จำคุกไม่เกิน 7 ปีและปรับไม่เกิน 140,000บาท และกฎหมายการสาธารณสุข มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000บาท  ผมมองว่าหากเอาจริงเอาจังจะช่วยลดการเจ็บป่วยของประชาชนได้ ควบคู่ไปกับการตรวจสอบมลพิษจากรถยนต์และโรงงานอย่างเข้มงวดตามโครงการที่รัฐมีอยู่แล้ว

 


ลานนาโพสต์: หากต้องเลือกระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน พรรค หรือประชาชน คุณจะตัดสินใจอย่างไร?

ทนายโม: ผมตัดสินใจชัดเจนครับว่า ต้องเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้งผมไม่สนใจประโยชน์ส่วนตนหรือส่วนอื่นใด เพราะผมมาจากประชาชน เป็นลูกชาวบ้านชาวนาที่อยากเห็นบ้านเกิดดีขึ้น เมื่อประชาชนให้โอกาสผม ผมก็ต้องทำเพื่อประชาชนอย่างที่สุดครับ

"สุดท้ายแล้ว อนาคตของลำปางเขต 3 ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำมั่นสัญญาใดๆ แต่ขึ้นอยู่กับปลายปากกาของพี่น้องประชาชนทุกคน ในวันเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้"

Share:

เกิดอุบัติเหตุสลด รถเก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ บนถนนเลี่ยงเมืองลำปาง หน้า สภ.เขลางค์นคร ชายชาวอำเภอแม่ทะเสียชีวิตคาที่ สาเหตุอยู่ระหว่างสอบสวน

 

เมื่อเวลา 14.41 น. วันที่ 14 มกราคม 2569  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนรถจักรยานยนต์  บริเวณหน้า สภ.เขลางค์นคร  ถนนเลี่ยงเมือง ช่องทางมุ่งหน้าศูนย์ราชการลำปาง ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จึงแจ้งทางร้อยเวรสอบสวนเข้าตรวจสอบร่วมกับ แพทย์เวร รพ.ลำปาง และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยลำปาง


ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีขาวแดง ทะเบียนจังหวัดลำปาง ตกลงไปในร่องกลางถนน ห่างไป 50 เมตร พบร่างผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายวีระกิจสุขะ อายุ 38 ปี  ชาวบ้านหมู่ 4 ต.แม่ทะ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง  ใกล้กันพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อเชฟโรเลต สีน้ำตาล ทะเบียนจังหวัดลำปาง สภาพมีร่องรอยการชนอย่างแรง


เบื้องต้น จากชายคนขับรถเก๋ง เป็นวัยรุ่นอายุ 17 ปี ให้การว่า ได้ขับรถมาทางตรงและรถจักรยานยนต์ได้พุ่งตัดหน้า  ซึ่งเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทางกู้ภัยจึงได้ปฐมพยาบาล จากนั้นจึงได้เข้าให้ปากคำกับร้อยเวรที่ สภ.เขลางค์นครทันที 

ต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ทำการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์ชันสูตรตามขั้นตอน  ขณะที่ พนักงานสอบสวน สภ.เขลางค์นคร อยู่ระหว่างตรวจสอบที่เกิดเหตุและสอบสวนพยาน เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ตามใบขับขี่ ยังได้ระบุว่า ผู้เสียชีวิตเกิดวันที่ 13 มกราคม เพิ่งผ่านวันเกิดไปเพียงวันเดียวก็มาประสบอุบัติเหตุดังกล่าว 



ภาพ สมาคมกู้ภัยลำปาง
Share:

วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569

ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร รวบหนุ่ม–สาว 2 ราย พร้อมยาบ้ารวม 18 เม็ด ฉี่ม่วงทั้งคู่ สารภาพซื้อจากเอเย่นต์รายเดียวกันในพื้นที่ อ.เกาะคา

        


        เมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 มกราคม 2569  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร จ.ลำปาง ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ภูชิชย์ ตรียัมปราย ผกก.สภ.เขลางค์นคร นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน โดยมี พ.ต.ท.สิงห์แก้ว มูลฟู สว.สส.สภ.เขลางค์นคร เป็นหัวหน้าชุด สนธิกำลังเข้าปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่บ้านทุ่งกู่ด้าย ต.ปงแสนทอง อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวภาคประชาชนว่าบ้านหลังดังกล่าวมีการมั่วสุมเสพและจำหน่ายยาเสพติดเป็นประจำ



เจ้าหน้าที่พบผู้ต้องหา 2 ราย อยู่ภายในบ้านหลังหนึ่ง  ทรายชื่อต่อมาคือ นายโอ๊ต อายุ 31 ปี ชาว อ.ห้างฉัตร และ น.ส.รุ่ง อายุ 44 ปี ชาว ต.สบตุ๋ย อ.เมืองลำปาง ทั้งคู่มีท่าทางพิรุธคล้ายผู้เสพยาเสพติด  ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ นายโอ๊ต ได้พยายามวิ่งหลบหนี แต่พลาดเหยียบเศษแก้วได้รับบาดเจ็บที่ฝ่าเท้า ก่อนถูกควบคุมตัวได้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวและขอทำการตรวจค้นผู้ต้องหาทั้งสอง

ผลการตรวจค้นพบ ยาบ้ารวม 18 เม็ด โดยเป็นของ นายโอ๊ต จำนวน 5 เม็ด และของ น.ส.รุ่ง จำนวน 13 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าสะพายของทั้งสองคน

จากการสอบสวน นายโอ๊ด ให้การรับสารภาพว่าได้เสพยาบ้าไปแล้ว 1 เม็ด เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 และซื้อยาบ้ามาจำนวน 20 เม็ด ราคา 300 บาท จากชายชื่อ นายเบียร์ ไม่ทราบนามสกุล เป็นชาวบ้าน ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา  ขณะที่ น.ส.รุ่ง ก็ให้การรับสารภาพว่าได้ซื้อยาบ้ามาจาก นายเบียร์เช่นกัน

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปตรวจปัสสาวะที่ สภ.เขลางค์นคร ก่อนส่งตรวจยืนยันที่โรงพยาบาลลำปาง ซึ่งผลตรวจยืนยันพบสารเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีนในร่างกายทั้งคู่  จากนั้นได้แจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมายก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เขลางค์นคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

Share:

ชนวินาศสันตะโร 6 คัน กลางแยกศรีชุมเมืองลำปางเจ็บรวม 8 คน


ชนวินาศสันตะโร เก๋งดำเลี้ยวตัดเลนกระทันหันชนกับฟอร์จูนเนอร์ ไถลไปชนกับรถยนต์และจักรยานยนต์ที่จอดติดไฟแดงอีก 4 คัน  บาดเจ็บรวม 8 ราย คนขับเก๋งคันต้นเหตุสาหัส 

            เมื่อเวลา ประมาณ 19.30 น.วันที่ 13 ม.ค.69 ศูนย์วิทยุ 191 จ.ลำปางรับแจ้งเหตุ รถชนกันหลายคัน มีผู้บาดเจ็บหลายราย และมีคนติดอยู่ภายในรถ บริเวณสี่แยกไฟแดงศรีชุม ถ.ซุปเปอร์ไฮเวย์ อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง  จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.ลำปาง กู้ภัยสว่างนครลำปางร่วมช่วยเหลือ 

            ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ชนกันอยู่กลางแยกไฟแดง 4 คัน  และรถจักรยานยนต์อีก 2 คัน  โดยคันแรกเป็นรถยนต์เก๋งโตโยต้าสีดำ ทะเบียน จ.ลำปาง จอดอยู่ริมฟุตบาทขาไปทาง อ.เกาะคา พบคนขับรถเป็นชายถูกอัดติดภายใน เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำเครื่องตัดถ่างช่วยออกจากรถ และทำการ CPR ก่อนจะรีบนำส่ง รพ.ลำปาง   

            ส่วนอีก 5 คันจอดอยู่กลางแยกไฟแดง เป็นรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์สีขาว 1 คัน รถยนต์เก๋งเบนซ์สีขาว 1 คัน รถยนต์กระบะอิซูซุสี่ประตูสีขาว 1 คัน  รถจักรยานยนต์ 1 คันล้มติดคาอยู่หน้ารถกระบะอิซูซุ  และจักรยานยนต์อีก 1 คัน ล้มอยู่ท้ายรถเบนซ์  โดยรอบมีเศษกระจก เศษอะไหล่รถกระจัดกระจายเต็มพื้นถนน  เสาสัญญาณไฟแดงหวิดหัก  โดยพบผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ รวมทั้งคนขับรถเก๋ง รวม 8 ราย 

            เหตุการณ์เบื้องต้น เก๋งสีดำขับมาจากเส้นพระบาท มุ่งหน้าไปทางเกาะคา โดยใช้เลนคู่ขนาน แต่จู่ๆก็เลี้ยวตัดเข้าเส้นทางหลักขณะไฟเขียว ฟอร์จูนเนอร์สีขาว ซึ่งขับอยู่เลนหลักจึงพุ่งชนอย่างแรง ทำให้รถฟอร์จูนเนอร์ถไลไปชนกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จอดติดไฟแดงอยู่ฝั่งตรงข้ามได้รับบาดเจ็บหลายรายดังกล่าว ทำให้เกิดรถติดยาว

        ทั้งนี้ ทางร้อยเวร สภ.เมืองลำปางได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมตรวจสอบหลักฐานกล้องวงจรปิด และกล้องหน้ารถยนต์ต่างๆ เพื่อหาสาเหตุ และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


Share:

Voice of Voters: ถามแทนใจ ถึงว่าที่ผู้แทน กับเพียว ชลธานี เชื้อน้อย | ผู้สมัคร ส.ส. ลางปาง เขต 3 พรรคประชาชน

 

เพราะเสียงของประชาชนคือเข็มทิศสำคัญในการพัฒนาจังหวัด "Voice of Voters" จึงขอพาไปเจาะลึกวิสัยทัศน์ของอดีต ส.ส. ที่กลับมาอาสาทำงานต่อ เพื่อดูว่า "ประสบการณ์" และ "นโยบายใหม่" จะช่วยยกระดับชีวิตชาวลำปาง เขต 3 ได้อย่างไร

ลานนาโพสต์: อะไรคือ "อุปสรรคหินที่สุด" และคุณมี "จุดเด่น" อะไรมานำเสนอชาว เขต 3?

ชลธานี: อุปสรรคสำคัญคือ คู่แข่งที่มีเครือข่ายท้องถิ่นเหนียวแน่น และทำงานมาอย่างยาวนาน  ประชาชนรู้จักมากกว่า   แต่จุดเด่นของผมคือประสบการณ์การเป็น ส.ส. มา 2 ปีกว่า ทำให้มองเห็นภาพรวมการขับเคลื่อนจังหวัด โดยเฉพาะบทบาทประธานอนุกรรมาธิการศึกษาการปรับลดและปลดระวางถ่านหิน เพื่อการเปลี่ยนผ่านในกรรมาธิการพลังงาน ทำให้ผมรู้ต้นทุนของลำปาง และการนำต้นทุนเหล่านี้ผลักดันนิคมอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ที่ใช้พลังงานสะอาด ซึ่งเป็นแต้มต่อสำคัญในระดับสากล

 


ลานนาโพสต์: ปัญหา "เร่งด่วน" ในพื้นที่เขต 3 ที่ต้องเร่งแก้ไขมีเรื่องใดบ้าง?

ชลธานี: ขอใช้คำว่าปัญหาเรื้องรังของเขตเรา  ผมมุ่งเน้นจัดการปัญหาที่สะสมมานานในแต่ละอำเภอ ดังนี้

อ.แม่เมาะ: เร่งจัดการเรื่องเอกสารสิทธิ์จากการอพยพประชาชนเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้า

อ.แม่ทะ: พัฒนาระบบน้ำเพื่อการเกษตร อุปโภคบริโภค และลุ่มน้ำจาง

อ.เมืองลำปาง: ปรับปรุงผังเมืองเพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจและถนนเลี่ยงเมือง

รวมทั้งการผลักดันนิคมอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดเพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้ลำปาง  และภาคเหนือ

 


ลานนาโพสต์: ปัญหาฝุ่น PM 2.5 คุณมีแผนการที่ "จับต้องได้" อย่างไร?

ชลธานี: 1. ระบบป่าเปียก: ต่อยอดโครงการกระจายน้ำ เพื่อเพิ่มความชื้นและลดเหตุไฟป่าในพื้นที่ดอยพระบาทและอุทยานเขลางค์บรรพต 

2. นโยบายสนับสนุน ให้เงินชดเชยเกษตรกรแทนการเผา 250 บาทต่อไร่ 

3. กฎหมายอากาศสะอาด: ผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ตรวจสอบแหล่งผลิต และลดการนำเข้าสินค้าเกษตรที่มีการเผาจากประเทศเพื่อนบ้าน


ลานนาโพสต์: หากต้องเลือกระหว่างผลประโยชน์ของ "พรรค" กับ "ประชาชน" คุณมีหลักการตัดสินใจอย่างไร?

ชลธานี: ผมมั่นใจว่าพรรคประชาชนเป็นพรรคมวลชนที่ตรวจสอบได้และยึดโยงกับความคิดเห็นที่หลากหลาย จึงขอยืนยันว่าในการตัดสินใจใดๆ ผมยึดถือ "ผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก" อย่างแน่นอนครับ

"คำตอบที่ชัดเจน คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง... แล้วคุณล่ะ พร้อมจะเปลี่ยนไปกับเราไหม?"



 

Share:

Voice of Voters : ถามแทนใจว่าที่ผู้แทน กับ "วิชุดา ว่องวัฒนวิโรจน์" | ผู้สมัคร ส.ส.ลำปาง เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์


ท่ามกลางการแข่งขันทางการเมืองที่ดุเดือดในพื้นที่ลำปาง เขต 2 "วิชุดา ว่องวัฒนวิโรจน์" ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์  เป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่น่าจับตามอง  ด้วยภาพลักษณ์นักการเมืองรุ่นใหม่ที่ชูความซื่อสัตย์เป็นที่ตั้ง วันนี้เราจะไปหาคำตอบว่าเธอมองปัญหาและอนาคตของพี่น้องชาวงาว แจ้ห่ม วังเหนือ และเมืองปาน อย่างไร


ลานนาโพสต์: ในสนามที่ต้องเจอทั้งเจ้าของพื้นที่เดิมและกระแสพรรคดัง มองว่าเป็นอุปสรรคไหม และจะสู้ด้วยอะไร?

วิชุดา: ดิฉันมองว่าไม่มีใครเป็นเจ้าของพื้นที่ที่แท้จริง เพราะ ประชาชนคือเจ้าของพื้นที่ดิฉันอาจเป็นหน้าใหม่ในสนามการเมือง แต่ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับพื้นที่นี้ เพราะดิฉันเกิดและเติบโตที่นี่ จุดแข็งที่ดิฉันนำมาสู้คือความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่ซื้อเสียง และเน้นการเดินเท้าเข้าหาพี่น้องในพื้นที่ห่างไกลที่มักถูกมองข้าม ภายใต้แคมเปญ ส.ส. ที่ดีคุณเองก็เป็นได้ค่ะ

 


ลานนาโพสต์: ปัญหาเร่งด่วนที่ตั้งใจเข้ามาสะสางทันทีหากได้รับความไว้วางใจคือเรื่องใด?

วิชุดา: เรื่องที่รอไม่ได้คือ ปากท้องและราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ นอกจากนี้ยังมีปัญหาโครงสร้างพื้นฐานอย่างถนนลูกรังในหลายหมู่บ้านของ อ.งาว และ อ.แจ้ห่ม รวมถึงการผลักดันไฟฟ้าเข้าสู่หมู่บ้านแม่พร้าว และการเร่งแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้กับพี่น้องประชาชนค่ะ


ลานนาโพสต์: วิกฤตฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ อ.งาว และ อ.แจ้ห่ม มีแผนจัดการอย่างยั่งยืนอย่างไร?

วิชุดา: ปัญหานี้ต้องแก้ที่ต้นเหตุด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วนค่ะ แผนของดิฉันคือการส่งเสริม เกษตรธรรมชาติลดการเผาเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ตอซังหรือใบไม้ ให้กลายเป็นรายได้ด้วยการทำเป็นใบไม้อัดแท่งหรือเชื้อเพลิงพลังงานทดแทน รวมถึงการสร้างฝายชะลอน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นในพื้นที่ป่า และพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรโดยชุมชนเพื่อสร้างจิตสำนึกควบคู่กับรายได้ค่ะ

 


ลานนาโพสต์: หากต้องเลือกข้างระหว่างประโยชน์ส่วนตัว พรรค หรือประชาชน คุณมีหลักการอย่างไร?

วิชุดา: ดิฉันยึดถือ ประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นเข็มทิศหลักค่ะ ในฐานะลูกหลานกลุ่มชาติพันธุ์ ดิฉันตั้งใจจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นหลัง ในเรื่องความถูกต้อง ความซื่อสัตย์ และความสุจริต เพื่อนำพาชุมชนและท้องถิ่นของเราให้พัฒนาไปข้างหน้าอย่างภาคภูมิใจ

"หมดยุคของการรอคอย ถึงเวลาที่ลำปาง เขต 2 ต้องเดินหน้าด้วยวิสัยทัศน์ใหม่... เข้าคูหาเลือกคนที่พร้อมสร้างโอกาสและแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เพื่อบ้านเกิดที่น่าอยู่ของพวกเราทุกคน"



Share:

วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569

นายอำเภอเมืองลำปางนำทีมบุกสวน รวบ "หนุ่ม" เอเย่นต์ยาบ้า พร้อมของกลางและรถกระบะ

 

ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองลำปาง สนธิกำลังวางแผนบุกจับกุมเอเย่นต์ยาเสพติดในสวนพื้นที่ตำบลบ้านค่า หลังสายลับแจ้งเบาะแสลักลอบจำหน่ายให้วัยรุ่นในชุมชน พบยาบ้าซุกซ่อนในรถกระบะ เจ้าตัวรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 เวลาประมาณ  19.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายธนารัฐ สายเทพ นายอำเภอเมืองลำปาง ที่ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง นำโดย นายภูมิทัศน์ พิศไทย และ นายปฏิพันธ์ คงแดง ปลัดอำเภอ นำกำลังสมาชิก อส. เข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย ณ บริเวณสวนไม่มีเลขที่ บ้านค่ากลาง หมู่ที่ 2 ต.บ้านค่า อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง หลังได้รับรายงานว่ามีการใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นจุดนัดพบเพื่อซื้อขายยาเสพติด

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบนายณรงค์ หรือ หนุ่ม อายุ 40 ปี  ชาวบ้าน ม.7 ต.บ้านค่า อ.เมืองลำปาง  ซึ่งมีลักษณะตรงตามที่สายลับแจ้งไว้ แสดงตัวเป็นผู้ดูแลสวน เจ้าหน้าที่จึงแสดงบัตรเพื่อขอตรวจค้น ผลการตรวจสอบพบ ยาบ้าซุกซ่อนอยู่บริเวณหลังเบาะนั่งคนขับในรถยนต์กระบะ ทะเบียน จ.ลำปาง ที่จอดอยู่ในโรงจอดรถภายในสวน  รวม 6,060 เม็ด

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายณรงค์ให้การ รับสารภาพ ว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของตนเองจริง เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปตรวจปัสสาวะที่ที่ว่าการปกครองอำเภอเมืองลำปาง พบผลเป็นบวก (มีสารเสพติดในร่างกาย) เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาหนัก 2 ข้อหา ได้แก่  มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าโดยผิดกฎหมาย  และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย  ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเอื้อม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป






Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์