วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569

ศึกชิงฐานเสียงส้ม-แดง! 'มิ้ง รภัสสรณ์' สวมเสื้อเพื่อไทยรักษาฐานเดิม ชน 'หมอบอล' ผู้สมัครหน้าใหม่พรรคประชาชน ท่ามกลางกระแสบ้านใหญ่ทวงคืนเขต 4

 

          พื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 4 ประกอบด้วย  อ.เกาะคา  อ.เสริมงาม อ.เถิน อ.แม่พริก และ อ.สบปราบ ในเขตนี้คงจะคึกคักเป็นพิเศษ  เพราะชัดเจนว่าเป็นการช่วงชิงตำแหน่ง ส.ส. ระหว่าง ประชาชน และเพื่อไทย เช่นกัน  เมื่อ มิ้ง รภัสสรณ์ อดีต ส.ส.ก้าวไกล ย้ายสังกัดไปอยู่เพื่อไทย  อีกทั้งยังมีทายาทนักการเมือง และนักการเมืองท้องถิ่น มากหน้าหลายตามาลงสมัครช่วงชิงเก้าอี้  ทั้งหมด 7 คน 7 พรรคการเมือง

          แน่นอนว่า เขต 4 จะต้องจับตามอง  มิ้ง รภัสสรณ์ นิยะโมสถ” เบอร์ 2 พรรคเพื่อไทย   อดีต ส.ส.สมัยที่ผ่านมาเป็นพิเศษ  หลังย้ายสังกัดมาจากพรรคส้มมาอยู่เพื่อไทย  ซึ่งมิ้งอาจจะต้องทำงานหนักขึ้น ต้องรักษาฐานเสียงเดิมไว้ให้ได้  เพราะการได้มาของตำแหน่ง ส.ส.เขต 4 ในสมัยที่แล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากกระแสของพรรคก้าวไกลมากกว่าครึ่ง  

รภัสสรณ์ นิยะโมสถ

ถึงแม้จะยังมีแฟนคลับ รวมถึงเครือข่ายคนรุ่นใหม่สนับสนุน  มีผลงานเกี่ยวกับการแก้ปัญหาน้ำในพื้นที่  การขยันขันแข็งลงพื้นที่หาเสียงเป็นโอกาสที่มิ้งจะรักษาตำแหน่ง ในการเลือกตั้งครั้งนี้ไว้ได้

ขณะที่ พรรคประชาชน ส่ง “หมอบอล  บอนด์ สุริยะ” เบอร์ 7 เข้าชิงชัย  อาศัยความเป็นคนลำปางโดยกำเนิดเข้ามาท้าชิง  มีเชื่อมั่นว่ากระแสพรรคส้มจะยังคงรั้งเก้าอี้ ส.ส.ของพรรคในเขตนี้ไว้ได้  ด้วยความที่หมอบอลเป็นผู้สมัครหน้าใหม่สดๆซิงๆ และไปใช้ชีวิตอยู่ต่างถิ่นมานาน ทำให้ต้องขยันลงพื้นที่มากขึ้นเป็นสองเท่า เพื่อแนะนำตัวให้ชาวบ้านได้รู้จัก และทำความเข้าใจกับชาวบ้านว่าใครคือผู้สมัครพรรคส้มตัวจริง  นับว่าเป็นงานหนักพอสมควรสำหรับหมอบอล  

บอนด์ สุรยะ

          นอกจากนี้เขต 4 ยังคงมีผู้สมัครพรรคอื่นๆที่น่าจับตามองอีกหลายคน ซึ่งล้วนมีผลงานและคลุกคลีทางการเมืองท้องถิ่นมาอย่างโชกโชน

“ปุ้ย เพ็ญภัค รัตนคำฟู” เบอร์ 3 พรรคกล้าธรรม ดีกรีนายกเทศบาลตำบลเกาะคาหญิงหลายสมัยยาวนานถึง 20 ปี  คว้ารางวัลท้องถิ่นมากมาย สร้างชื่อไว้ใน อ.เกาะคาไม่น้อย  ด้วยความที่เป็นหญิงเก่ง นิสัยดี สุภาพ เรียบร้อย ผลงานเป็นที่ประจักษ์ ทำให้ปุ้ยเป็นที่รักของชาวบ้าน  แต่จะเจาะพื้นที่อำเภออื่นๆ อีก 4 อำเภอได้หรือไม่  ชื่อของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกพรรคกล้าธรรม จะทำให้คนลงคะแนนให้ปุ้ยมากแค่ไหนต้องติดตาม

เพ็ญภัค รัตนคำฟู

          ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ครั้งนี้ส่ง  ดร.เอ้ ณฐอร ชมภูรัตน์เบอร์ 5 ทายาทนักการเมืองเก่าแก่ “โกแอ๊ด จุมพร ชมพูรัตน์” อดีตนายกเทศมนตรีเมืองล้อมแรดหลายสมัย ลงแข่งขัน  ซึ่งรู้ปัญหาต่างๆในพื้นที่อย่างดี  นามสกุล ชมพูรัตน์ นับว่าเป็นที่เคารพนับถือ และรู้จักมากมายในพื้นที่ อ.เถิน เนื่องจากโกแอ๊ดสร้างผลงานและคุณงามความดีไว้มาก  รวมทั้ง น้องชาย “ชยพล ชมพูรัตน์” นายกเทศมนตรีเมืองล้อมแรดคนปัจจุบัน ก็มีฐานเสียงจากท้องถิ่นอยู่ไม่น้อย  ดร.เอ้ ก็เคยช่วยงานน้องชายมานาน   แต่ทั้งนี้ยังต้องขยันอย่างหนักหน่วง ในการลงพื้นที่อำเภออื่นๆ ให้ตนเองเป็นที่รู้จักเช่นกัน เพราะคะแนนจาก อ.เถินที่เดียวคงจะไม่เพียงพอ

ณฐอร ชมภูรัตน์

ด้าน พรรคภูมิใจไทย ดึง หญิง ภุมรา จันทรสุรินทร์เบอร์ 6  มาชิงเก้าอี้ของสามีคืน  ด้วยความตั้งอกตั้งใจมาสานงานต่อจากสามี “อิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์” อดีต ส.ส.ลำปางหลายสมัยที่ได้เสียชีวิตไป  ประกอบกับที่ผ่านมาได้ทำงานร่วมกับพ่อพินิจ และสามีมาไม่น้อย ครั้งนี้ หญิง ภุมรา จึงอยากจะเสนอตัวเข้ามาเป็นผู้แทน  เพื่อรักษาพื้นที่ของ “จันทรสุรินทร์” ไว้  แม้ว่าชื่อของ อิทธิรัตน์ และพรรคภูมิใจไทย จะเป็นจุดขายให้ หญิง ภุมรา ทำคะแนนได้ แต่เป็นงานที่หนักเอาการ

ภุมรา จันทรสุรินทร์

ส่วนพรรคอื่นๆ คงต้องลุ้นจนหืดขึ้นคอ อาจจะได้คะแนนนิยมมาบ้าง อย่าง เบอร์4  สรินทิพย์ วงค์วรกิจกุล พรรคประชาธิปัตย์   คะแนนสมาชิกพรรคและกระแสพรรคก็อาจจะไม่ธรรมดา  และ เบอร์1 “แก๊ซ ธัญญาทิพย์ ดาวเรือง” พรรคไทยสร้างไทย  พรรคของหญิงหน่อย ก็มีคนชื่นชอบ และศรัทธาอุดมการณ์คุณหญิงหน่อยทุกอำเภอ คะแนนที่จะเทให้ทั้งเขตคาดไม่น้อย

สรินทิพย์ วงค์วรกิจกุล


ธัญญาทิพย์ ดาวเรือง

เขต 4 ลำปางครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเลือกตั้งธรรมดา แต่คือเวทีพิสูจน์ว่า 'ตัวบุคคล' หรือ 'สังกัดพรรค' ใครจะครองใจประชาชนได้มากกว่ากัน ระหว่างอดีต ส.ส. ที่ย้ายบ้านใหม่, ผู้สมัครหน้าใหม่ที่สวมอุดมการณ์เดิม, หรือพลังบ้านใหญ่ที่หวังกลับมาสานต่อเจตนารมณ์

Share:

สมรภูมิเขต 3 ลำปาง 'เพียว ชลธานี' แชมป์เก่าลุ้นรักษาเก้าอี้ ท่ามกลางศึกขนาบข้าง 'เพื่อไทย-ภูมิใจไทย' ชิงฐานเสียงเดียวกัน

 

จับตาศึกชิงเก้าอี้ ส.ส.ลำปาง เขต 3 จาก 9 ผู้สมัคร 9 พรรคการเมือง  ครอบคลุมพื้นที่ อำเภอเมืองลำปาง (เฉพาะเทศบาลเมืองเขลางค์นคร และตำบลพิชัยนอกเขตเทศบาลนครลำปาง)  , อำเภอแม่เมาะ  และอำเภอแม่ทะ

เมื่อเจ้าของพื้นที่เดิมจากพรรคประชาชนอย่าง 'เพียว ชลธานี' ต้องเผชิญบทพิสูจน์ใหญ่ ท่ามกลางการรุกหนักของ 'จรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์' ที่ย้ายค่ายมาคัมแบ็คในนามภูมิใจไทย และอดีต สจ. 'บุญเลิศ แสนเทพ' จากเพื่อไทย งานนี้ใครจะกวาดคะแนนไปครอง

เจ้าของพื้นที่เก่า “เพียว ชลธานี เชื้อน้อย” เบอร์ 4 จากพรรคประชาชน  อดีต ส.ส.สมัยที่ผ่านมา นับว่าทำผลงานไว้ได้ดีไม่น้อย ในการช่วยแก้ไขปัญหาให้แก่ชาวบ้าน โดยเฉพาะ พื้นที่ อ.แม่เมาะ อ.แม่ทะ และเขตเทศบาลเมืองเขลางค์นครบางส่วน  

ชลธานี เชื้อน้อย

          และเป็นไปได้ว่าเพียวอาจจะลอยลำ เนื่องจาก  2 พรรคใหญ่ เพื่อไทย และ ภูมิใจไทย ส่งผู้สมัครลงช่วงชิงเก้าอี้  ซึ่งฐานเสียงของสองพรรคนี้เป็นฐานเดียวกัน

พรรคเพื่อไทยก็ส่งอดีต สจ.อย่าง “บุญเลิศ แสนเทพ” เบอร์ 7 มาเป็นคู่ต่อสู้  ซึ่งนับว่า บุญเลิศ คว่ำหวอดอยู่ในวงการเมืองท้องถิ่นมายาวนาน และมีฐานเสียงที่เป็นชาวบ้านในพื้นที่อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะในเขต อ.แม่ทะ แต่บุญเลิศเองก็ต้องขยันขันแข็ง เพราะกระแสของคนรุ่นใหม่ยังคงมาแรงแซงโค้ง

บุญเลิศ แสนเทพ

อีกทั้งยังมี  'จรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ ' จากพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 5 ที่คัมแบ็ค หวังมาทวงตำแหน่งคืน แม้จะย้ายพรรค แต่ฐานเสียงเดิมที่เคยมีอยู่ในพื้นที่จากที่เคยเป็น ส.ส.ลำปางมาหลายสมัย ก็อาจจะยังเรียกคืนได้ แต่ครั้งนี้คงไม่ราบเรียบนัก เพราะอาจจะต้องช่วงชิงฐานเสียงเดียวกับพรรคเพื่อไทย

ทำให้ในครั้งนี้ ขาเก้าอี้ของ เพียว ชลธานี อาจจะยังคงแน่นหนา  แต่อย่างไรก็ตาม เพียว จะประมาทไม่ได้ เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้

จรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์

ส่วนพรรคกล้าธรรม ครั้งนี้ส่ง  หมอกบ "ระพีพรรณ โพธิ์ทอง" เบอร์1   ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำพรรค สนับสนุนให้โอกาสผู้หญิงแกร่งคนนี้อีกครั้ง  โดยมีฐานเสียงมีเดิมอยู่บางส่วน และยังมีฐานจาก ไพฑูรย์ โพธ์ทอง นายกเทศบาลเมืองเขลางค์นคร และ สจ.พานเพชร โพธิ์ทอง ลูกชายมาเป็นผู้ช่วยหาเสียงตัวยง  อาจจะช่วยเรียกคะแนนได้ไม่น้อย

ระพีพรรณ โพธิ์ทอง

อีกคน  'ประยูร แก้วเดียว' เบอร์ 2 ครั้งนี้ลงในนามพรรคเศรษฐกิจ  มีประชาชนจับตามองไม่น้อย เพราะหลายคนชื่นชอบในตัวของ  พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายก  จากประสบการณ์ของประยูร ที่เคยลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ผ่านมา อาจจะทำให้เก็บเกี่ยวคะแนนมาได้

ประยูร แก้วเดียว

ด้าน พรรคประชาธิปัตย์  “ทนายโม ธนภัทร ศรีปินตา” เบอร์ 8 อาศัยความเป็นคนพื้นถิ่น เกิดและโตในพื้นที่  บวกกับชูความเป็นพรรคเก่าที่พร้อมจะเป็นทางเลือกใหม่  ครั้งนี้ทนายโมมั่นใจว่าจะคว้าชัยได้แน่ แต่ทั้งนี้อยู่ที่ความพยายามลงพื้นที่และแนะนำตัว

ธนภัทร ศรีปินตา

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ  “ชาญณรงค์ มาเรียน” เบอร์ 3   ต้องขยันสักหน่อย เพราะเพิ่งผันตัวมาลงการเมืองครั้งแรก  อาจจะยากสำหรับมือใหม่

ชาญณรงค์ มาเรียน

เอาใจช่วย เบอร์ 6  ดร.อรุณรัตน์ พลอยจันทร์กูล พรรครวมไทยสร้างชาติ และเบอร์ 9 วิชัย หมื่นประจักษ์ พรรคประชากรไทย  การทำคะแนนครั้งนี้ต้องขยันและแนะนำชาวบ้านให้ได้มากที่สุด 

อรุณรัตน์ พลอยจันทร์กูล


          สมรภูมิครั้งนี้ใครจะเป็นผู้คว้าชัย? ระหว่างแชมป์เก่าที่ขอรักษาเก้าอี้ หรือผู้ท้าชิงที่ขอมาทวงคืนพื้นที่  วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 69 นี้ มาร่วมกันชี้ชะตาประเทศ เข้าคูหาเลือกคนดีเป็นผู้แทนและเลือกพรรคดีมาบริหารประเทศ

วิชัย หมื่นประจักษ์

Share:

วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569

Voice of Voters: ถามแทนใจถึงว่าที่ผู้แทน "กิตติกร โล่ห์สุนทร" ผูสมัคร ส.ส.ลำปาง เขต 1 พรรคเพื่อไทย

 

ท่ามกลางกระแสการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จังหวัดลำปางยังคงเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่ต้องการผู้แทนที่ "เข้าใจระบบ" และ "ทำเป็นจริง"   ลานนาโพสต์ได้พูดคุยกับ กิตติกร โล่ห์สุนทร อดีต ส.ส. หลายสมัยที่ขอกลับมาลงสนามอีกครั้ง พร้อมประสบการณ์ใหม่จากฝั่งบริหารที่เขาเชื่อมั่นว่าจะช่วยแก้ปัญหาให้คนลำปางได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำกว่าเดิม

ลานนาโพสต์: ในการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องเจอกับคู่แข่งที่เคยสอบติดในรอบที่แล้วอย่างคุณไก่ ทิพา และผู้สมัครพรรคอื่นๆ มองว่าเป็นอุปสรรคไหม  ประเด็นที่คุณกิตติกร หยิบยกมาว่า "ผมเคยสอบตก" แต่จะกลับมาอีกครั้ง  คุณมีจุดเด่นอะไร' ในการเอาชนะผู้สมัครท่านอื่นๆ?

กิตติกร: ผมมองว่าการที่ผมเคยสอบตกในครั้งที่แล้ว กลับเป็นโอกาสให้ได้ไปเรียนรู้งานในฝั่งบริหาร ทั้งในตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และเลขานุการ รมว.สาธารณสุข ซึ่งทำให้ผมพบว่าฝ่ายบริหารคือกลไกหลักในการแก้ปัญหาที่รวดเร็ว จุดเด่นของผมคือความเข้าใจในระบบราชการที่ลึกซึ้ง ผู้แทนต้องไม่เพียงแค่รับปัญหามาส่งต่อ แต่ต้องรู้กระบวนการทำงานว่าหน่วยงานไหนรับผิดชอบ เพื่อให้การแก้ไขไม่ล่าช้าครับ


ลานนาโพสต์ : ในฐานะที่เคยเป็น ส.ส.ลำปางมาหลายสมัย และคลุกคลีกับคนลำปางมานาน ปัญหาไหนในเขต 1 ที่คุณมองว่าต้องแก้ไขเร่งด่วน?

กิตติกร: ปัญหาเร่งด่วนที่สุดคือเรื่องปากท้องและเศรษฐกิจครับ ตามสโลแกนพรรคเพื่อไทยคือ "สร้างโอกาส ล้างหนี้ มีกิน" ผมมักมองปัญหาในภาพรวมของจังหวัดลำปางมากกว่าแค่เขตใดเขตหนึ่ง เราต้องสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน (Competitive Advantage) โดยดึงจุดแข็งของอำเภอเมืองที่เป็นศูนย์กลางภาคเหนือตอนบน พัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่ง ทั้งสนามบินนานาชาติ รถไฟรางคู่ และมอเตอร์เวย์ครับ

ผมเสนอแนวทาง "Lampang Green Model" ครับ โดยการยกระดับโรงไฟฟ้าและเหมืองแม่เมาะให้เป็นแหล่งผลิตพลังงานสะอาดที่ทันสมัย ผสานเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน พลังงานแสงอาทิตย์ และชีวมวล พร้อมพัฒนาพื้นที่รอบเหมืองเป็นนิคมอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด แนวคิดนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อแม่เมาะเพียงพื้นที่เดียว แต่จะเป็นการพัฒนาลำปางแบบก้าวกระโดด เพื่อดึงดูดอุตสาหกรรม Hi-tech เช่น Data Center หรือ Semiconductor สิ่งนี้จะทำให้ลำปางกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจยุคใหม่ในระดับภาคเหนือ

 


ลานนาโพสต์: สำหรับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เรื้อรัง คุณมีแผนงานที่ทำได้จริงอย่างไรโดยไม่ต้องรอกฎหมาย?

กิตติกร: ผมเห็นด้วยกับ พ.ร.บ.อากาศสะอาด แต่เราลงมือทำได้ทันทีใน 3 ด้านครับ คือ

1. ยกระดับคุณภาพน้ำมันให้สูงขึ้นจากปัจจุบัน Euro5 เป็น Euro และส่งเสริมรถ EV อย่างจริงจัง 

2. แก้การเผาในที่โล่งโดยส่งเสริมโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กเพื่อรับซื้อเศษซากเกษตรมาเป็นเชื้อเพลิง โดยใช้แรงจูงใจทางเศรษฐกิจให้คุ้มค่าขนส่ง และ

3. เจรจากับประเทศเพื่อนบ้านพร้อมใช้มาตรการภาษี/โควต้า ไม่รับสินค้าที่มีห่วงโซ่เกี่ยวกับการเผาในที่แจ้งมายังประเทศไทย

 


ลานนาโพสต์: หากต้องเลือกระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน พรรค หรือประชาชน คุณมีหลักการอย่างไร?

กิตติกร: ผลประโยชน์ส่วนรวมต้องมาก่อนเสมอครับ  ผลประโยชน์ส่วนตนจะมาก่อนประโยชน์ส่วนรวมได้ในบางกรณี ในเรื่องคอขาดบาดตาย ซึ่งคงต้องพิจารณาเป็นกรณีไป

“การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการพิสูจน์ผลงานในอดีต แต่คือการเลือกวิสัยทัศน์ที่จะนำพาลำปางไปสู่อนาคต เพราะทุกเสียงของท่านคือพลังที่จะกำหนด  เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกไปใช้สิทธิเพื่อกำหนดทิศทางบ้านเราในวันเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง”

Share:

สลด! หนุ่มพะเยาวัย 29 ขี่บิ๊กไบค์หลุดโค้งชนหัวสะพานนาป้อ กู้ภัยยื้อไม่ไหว เสียชีวิตที่โรงพยาบาล


        วันที่ 25 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 23.00น. จนท. สมาคมกู้ภัยต้นธงชัยลำปาง รับแจ้งจาก ศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ว่าเกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนหัวสะพานนาป้อเหนือ ต.ทุ่งฝาย อ.เมืองลำปาง จึงจัดกำลังรุดช่วยเหลือ

        เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบ ชาย 1 ราย บาดเจ็บสาหัสไม่รู้สึกตัว นอนอยู่บนสะพาน ทราบชื่อต่อมาคือ นายเนติพงษ์ กาศคำสุข อายุ 29 ปี ชาว ม.4 ต.สันโค้ง อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา และพบบัตรเป็นเจ้าหน้าที่อยู่ที่โรงพยาบาลลำปาง จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ทำการ CPR ผู้บาดเจ็บก่อนเร่งนำส่งโรงพยาบาลต่อไป  โดยมีรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีเหลือง ทะเบียน พะเยา ของคนเจ็บ ล้มลงอยู่ใกล้ๆกัน 

        ซื่งต่อมารับแจ้งว่า ผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตลงขณะรักษาที่โรงพยาบาลลำปาง จากนั้นจึงจะได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งฝาย เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุต่อไป

ภาพ บุรุษ นิรนาม 

Share:

วันเสาร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569

ลำปาง เขต 1 ลุกเป็นไฟ! ประชาชนส่ง 'ทิพา' แชมป์เก่าชน 'กิตติกร' ทวงบัลลังก์เพื่อไทย ขณะที่ 'ตระกูลจันทรสุรินทร์' ส่งทายาทชิงพื้นที่ ศึกนี้ใครคือตัวจริง?

 

สนามเลือกตั้งลำปาง เขตเลือกตั้งที่ 1  ครอบคลุมพื้นที่ อำเภอเมืองลำปาง (ยกเว้นตำบลบ้านแลง ตำบลบ้านเสด็จ เทศบาลเมืองเขลางค์นคร และตำบลพิชัยนอกเขตเทศบาลนครลำปาง) และอำเภอห้างฉัตร   เขตนี้ มีผู้สมัคร ส.ส.เข้าช่วงชิงเก้าอี้กัน  9 คน จาก 9 พรรคการเมือง       

อดีต ส.ส.เจ้าของพื้นที่เดิม  “ทิพา ปวีณาเสถียร”  เบอร์ 8 จากพรรคประชาชน กลับมาช่วงชิงตำแหน่งอีกครั้ง ด้วยกระแสพรรคที่ดี รวมถึงแกนนำพรรค ไม่ว่าจะเป็น เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  ไอซ์ รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ  กุ้ง ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์  ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต่างทยอยลงพื้นที่ช่วยหาเสียงอย่างต่อเนื่อง  คู่แข่งจะประมาทไม่ได้

ทิพา ปวีณาเสถียร

ขณะที่ กิตติกร โล่ห์สุนทรเบอร์ 4  พรรคเพื่อไทย  ที่เคยสอบตกในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา งัดกลยุทธการหาเสียงต่างๆ พ่วงด้วยการใช้สื่อโซเชียลมีเดียอย่างหนัก กลับมาสู้ศึกหวังจะทวงเก้าอี้ ส.ส.ลำปางคืน ซึ่งพ่อไพโรจน์ โล่ห์สุนทร และ ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร  นายก อบจ.ลำปาง พี่สาวยังเป็นแรงหนุนสำคัญ ฐานคะแนนที่เป็นทุนเดิมของเพื่อไทย คาดว่ายังคงมีพอสมควร

กิตติกร โล่ห์สุนทร

          ส่วนพรรคที่ท้าชนท้าชิงอื่นๆที่น่าจับตามอง ไม่พ้น พรรคภูมิใจไทย ที่ครั้งนี้ ส่ง “ชวนิต จันทร์สุรินทร์” เบอร์ 3  ลูกชายคนโตของ พินิจ จันทร์สุรินทร์ ลงสู้ในเขต 1  ซึ่งเดิม ชวนิต เคยได้รับตำแหน่ง ส.อบจ.ลำปาง เขต อ.เกาะคา ก่อนลาออกมาลงสมัคร ส.ส. และเคยเป็นนายก อบต.นาแส่ง อ.เกาะคา ทำให้ชื่อของ ชวนิต เป็นที่รู้จักอยู่บ้างในพื้นที่ของเขต 4   แต่การมาลงสมัครในเขต 1 ชวนิต จะช่วงชิงคะแนนได้หรือไม่ ต้องติดตาม

ชวนิต จันทรสุรินทร์

อีกพรรคก็คือ พรรคกล้าธรรม  ส่ง “ต่อ อธิวัฒน์ ศรีไชยยานุพันธ์” เบอร์ 1  มาเสนอตัวเป็นผู้แทนให้กับประชาชน โดยเน้นความเป็นลำปางต้องไม่ใช่เมืองผ่านอีกต่อไป  ซึ่งชื่อของต่อ อธิวัฒน์ ก็คุ้นหูอยู่ไม่น้อย เนื่องจากเคยลงสมัครชิงเก้าอี้ นายก อบจ.ลำปาง เมื่อสมัยที่ผ่านมาด้วย

อธิวัฒน์ ศรีไชยยานุพันธ์


          ด้านพรรคเก่าแก่ อย่างประชาธิปัตย์  ส่ง  อมลยา เจนตวานิช เบอร์ 7  อดีต สท.นครลำปางหลายสมัย โดยมี นายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา ,อดีตนายกรัฐมนตรี  ลงมาช่วยหาเสียง ชูความเป็นพรรคเก่าแก่ 

อมลยา เจนตวานิช

ส่วนพรรคอื่นๆ ผู้สมัครก็อาจจะมีสลับสับเปลี่ยนพรรคกันไปบ้าง  แต่ยังคุ้นหน้าคุ้นตากันไม่ว่าจะเป็น  เบอร์ 2 นายบุญเชิด พรหมศร จากพรรคโอกาสใหม่    เบอร์ 5  นายนริศ แสงบุญเรือง พรรคไทยก้าวใหม่   เบอร์ 6 ร.ต.อ.ประสิทธิ์ ทิวงศ์ษา พรรคเศรษฐกิจ  และเบอร์ 9 นายก้องเกียรติ มาทา พรรครวมไทยสร้างชาติ  จะได้คะแนนมากหรือน้อย  อยู่ที่ความขยันลงพื้นที่ต้องพบปะประชาชนมากที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นสร้างศรัทธา และการยอมรับของประชาชนผู้ลงคะแนนเสียง

นริศ แสงบุญเรือง

บุญเชิด พรหมศร




เลือกตั้งครั้งนี้  ผลงานพรรคใดจะเข้าตากรรมการ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมากันบ้าง  ทั้งพลังชาวลำปางจะเป็นผู้ชี้ขาด


ประสิทธิ์ ธิวงษา

ก้องเกียรติ มาทา



Share:

เจาะปราการเหล็ก! ลำปางเขต 2 เพื่อไทยหวังรักษาเก้าอี้หนึ่งเดียวในลำปาง ประชาชนส่ง 'มิ้วส์ สุวิภา' ท้าชน ขณะที่ 'ดาชัย' กลับถิ่นลุ้นเสียบเก้าอี้


สนามเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 2 จ.ลำปาง ประกอบด้วย อ.เมืองลำปาง  เฉพาะ ต.บ้านแลง และต.บ้านเสด็จ  อ.งาว อ.แจ้ห่ม อ.วังเหนือ และ อ.เมืองปาน  ในครั้งนี้ เป็นการสู้ศึกกันชัดเจน ระหว่าง  “เพื่อไทย” เจ้าของพื้นที่เดิม และ “ประชาชน” ที่จะมาช่วงชิงเก้าอี้ ส.ส. จากพรรคเพื่อไทยที่ยังเหนียวแน่นอยู่เขตเดียวของ จ.ลำปางได้หรือไม่  และยังมีผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรม และภูมิใจไทย เป็นตัวแปรสำคัญ  ในเขตนี้ก็มีผู้สมัคร ส.ส. 7 คน จาก 7  พรรคการเมือง

แน่นอนว่าเจ้าของพื้นที่เดิมอย่าง พรรคเพื่อไทย ส่ง น๊อต "ธนาธร โล่ห์สุนทร " เบอร์ 6  ลงสมัครเช่นเดิม  ซึ่งเขต 2 เป็นพื้นที่เดียวที่เพื่อไทยยังคงรักษาเก้าอี้ไว้ได้   เนื่องจากพ่อไพโรจน์  เคยเป็น ส.ส.ในพื้นที่เขต 2  และวางรากฐานไว้อย่างแน่นหนา ในเขตนี้ฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยจึงยังคงรักษาพื้นที่ไว้ได้

ธนาธร โล่ห์สุนทร


แต่ขณะเดียวกัน ผู้สมัครจากพรรคประชาชน  “มิ้วส์ สุวิภา กุศลจูง” เบอร์ 2  นับว่าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว แม้จะเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ แต่ มิ้วส์ เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมน้ำและภัยพิบัติ และยังเป็นอดีตผู้ช่วย สส. ศิริกัญญา ตันสกุล ที่ช่วยผลักดันเรื่องน้ำมาก่อน  พรรคเพื่อไทยประมาทไม่ได้แม้แต่น้อย

สุวิภา กุศลจูง

และเขตนี้ยังมีตัวแปรสำคัญอย่าง “ดาชัย เอกปฐพี” เบอร์ 5 จากพรรคกล้าธรรม กลับมาลงสมัครในเขต 2 ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของดาชัยอีกครั้ง  หลังจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ดาชัยได้เปลี่ยนไปลงสมัครเขต 3 แต่คะแนนของเขาก็ทำไว้ได้ดี ได้มาเป็นอันดับ 3 กวาดไปกว่า 2.7 หมื่นคะแนน  จึงเป็นที่น่าจับตาว่าการกลับมาลงเขต 2 ของดาชัย เขาอาจจะกวาดคะแนนจากคนในพื้นที่ไปได้ไม่น้อย 

ดาชัย เอกปฐพี


ด้านพรรคภูมิใจไทย เขตนี้ได้ส่ง “ศรีพรหม หอมยก” เบอร์ 3  ลงสมัคร  ดีกรีเป็นอดีตข้าราชการ ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด  และเคยเป็นอดีตปลัดจังหวัดลำปาง นายอำเภอเกาะคา นายอำเภอเมืองลำปาง อีกด้วย ชื่อของ ศรีพรหมอาจจะติดหูชาวลำปางบ้างไม่มากก็น้อย แต่สุดท้ายก็คงต้องดูที่กระแสพรรคว่าภูมิใจไทย จะทำคะแนนในเขตนี้ได้หรือไม่

ศรีพรหม หอมยก

นอกจากนั้นยังมี "วิชุดา ว่องวัฒนวิโรจน์" เบอร์ 1 พรรคประชาธิปัตย์  ที่ขายความเป็นคนชาติพันธุ์ เกิดและโต อีกทั้งยังคลุกคลีกับคนในพื้นที่เป็นอย่างดี  โดยใช้ความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่ซื้อเสียง และเน้นการเดินเท้าเข้าหาพี่น้องในพื้นที่ห่างไกลที่มักถูกมองข้ามเป็นจุดแข็งในการหาเสียง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความสามารถและความขยันลงพื้นที่  แต่ไม่ง่ายสำหรับผู้สมัครมือใหม่ 

วิชุดา ว่องวัฒนวิโรจน์


สำหรับพรรคอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น  เบอร์ 4 นายสมบูรณ์ รูปสะอาด พรรคโอกาสใหม่  และเบอร์ 7  พ.อ.สันทัด ภัทรกิตตินนท์ พรรคพลังประชารัฐ  ต้องขยันขันแข็งลงพื้นที่ให้ประชาชนเห็นหน้าเห็นตากันถี่ๆ และมีความพยายามอย่างหนัก  อาจจะมีโอกาสทำคะแนนในพื้นที่ได้ 

สมบูรณ์ รูปสะอาด (ซ้าย)

สันทัด ภัทรกิตตินนท์ 

บทสรุปของสนามเลือกตั้งลำปาง เขต 2 ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การรักษาพื้นที่ของพรรคเพื่อไทยที่มีฐานเสียงแน่นหนามาอย่างยาวนานเท่านั้น แต่ยังเป็นการพิสูจน์พลังของคนรุ่นใหม่และความเชื่อมั่นในตัวบุคคลที่ขยันลงพื้นที่ ทั้ง 'ผู้สมัครหน้าใหม่' ที่ชูนโยบายแก้ปัญหาจริงจัง และ 'คนคุ้นเคย' ที่ขอกลับมาแก้ตัวในถิ่นเก่า

สุดท้ายแล้ว พลังบริสุทธิ์ของชาวลำปางในเขต 2 จะตัดสินใจเลือก 'ความเปลี่ยนแปลง' หรือ 'ความต่อเนื่อง' อีกไม่นานเกินรอคงได้รู้กัน"

Share:

วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569

วุ่นปมเสื้อคนละสี! ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเศรษฐกิจแจ้งความถูก "หมวกฟาด" ด้านพรรคประชาชนโต้แค่หยอกล้อ -จ่อปกป้องสิทธิ์

 


เมื่อวันที่ 23 มกราคม 69 เวลาประมาณ 10.30 น. ที่ สภ.เมืองลำปาง ได้มี น.ส.จิตลดา อายุ 45 ปี ที่อยู่ หมู่ 15 ต.พิชัย อ.เมืองลำปาง  เดินทางมาพร้อมกับนายประยูร แก้วเดียว ผู้สมัครเขต 3 พรรคเศรษฐกิจ   เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.หญิง นันทวัน ไพฑูรย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองลำปาง ว่าตนเองถูกทำร้ายร่างกาย เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บมีรอยแผลชัดเจนบริเวณด้านหลัง  โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.วันที่ 22 ม.ค. ที่ร้านสมเกียรติมินิมาร์ท ต.พิชัย อ.เมืองลำปาง


น.ส.จิตรลดา  ระบุในใบแจ้งความว่า ขณะที่กำลังนั่งอยู่ในร้าน ได้มีนางพรชนก พร้อมด้วยนางน้อย ขับรถยนต์มาจอด และลงจากรถ โดยทั้งสองได้สวมเสื้อของพรรคการเมืองสีส้ม  น.ส.จิตรลดาได้พูดคุยกับนางน้อย แต่นางพรชนกมีท่าทางเหมือนจะไม่พอใจ จะใช้หมวกที่ถืออยู่พาดใส่ตนเอง  ซึ่งน.ส.จิตรลดาก็ได้ห้ามปราบไว้ว่าอย่าทำ  แต่ทางนางพรชนกไม่ฟังได้ใช้หมวกฟาดเข้าที่บ่าขวาทำให้สายคาดคางของหมวกฟาดโดนที่แผ่นหลังของตนเองจนได้รับบาดเจ็บเป็นรอยแดง   


สาเหตุเบื้องต้นคาดว่ามาจากที่ คู่กรณีทั้งสองเป็นผู้ช่วยหาเสียงของพรรคการเมือง จึงเกิดการไม่พอใจกับขึ้น หลังเกิดเหตุ น.ส.จิตรลดา จึงเข้าแจ้งความต่อ พงส.สภ.เมืองลำปาง ดังกล่าว


          ต่อมาช่วงบ่ายเวลาประมาณ 15.00 น. นายชลธานี เชื้อน้อย ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน เขต 3  พร้อมคณะทำงานผู้สมัคร สส. ลำปาง เขต 3 พรรคประชาชน  ได้เดินทางมายัง สภ.เมืองลำปาง พร้อมกับนางพรชนก ผู้ช่วยแจกใบปลิวของพรรคประชาชน ซึ่งเป็นคู่กรณีของ น.ส.จิตรลดา เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวน ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว พร้อมกับลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานทางฝ่ายของตนเองด้วย 


นางพรชนก  ระบุรายละเอียดในบันทึกประจำวัน ว่าในคืนเกิดเหตุ ได้เข้าไปทักทายคนรู้จักที่นั่งอยู่หน้าร้านมินิมาร์ท และพูดคุยกัน แต่ น.ส.จิตรลดา คู่กรณีที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว พูดจาในลักษณะห้ามไม่ให้สีส้มมานั่ง ตนจึงได้ตอบกลับไปว่า  “อย่าพูดอย่างนั้นลูก เราเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน อย่าพูดว่าคนละสีคนละพรรค อยากกินอะไรแม่ก็ซื้อให้กินตลอด เดี๋ยวตีซะเลย"

นางพรชนกยอมรับว่าได้ใช้หมวกฟาดไปที่ไหล่ของคู่กรณี ในลักษณะหยอกล้อ ซึ่งทางสามีและลูกของคู่กรณีก็ได้ยกมือไหว้ขอโทษตนเอง  แต่สถานการณ์ได้ตึงเครียดขึ้นอีก เมื่อคู่กรณีพยายามลุกขึ้นเข้ามาหาตนเอง  จนสามีและลูก รวมถึงกำนันตำบลพิชัย ที่อยู่ในเหตุการณ์ได้เข้ามาห้ามปราม  คู่กรณีได้พยายามจะขว้างกระป๋องเครื่องดื่มใส่  นางพรชนกจึงได้ยกมือไหว้ขอโทษ  อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายของเหตุการณ์ สามีและลูกของคู่กรณี ก็ได้พาตัวขึ้นรถกลับไป และได้กล่าวขอโทษอีกครั้งก่อนจะขึ้นรถและกลับออกจากร้าน


หลังจากนี้ ทีมงานกำลังรอผลการตรวจร่างกายของบุคคลที่อ้างว่าถูกทำร้ายร่างกาย เพื่อยืนยันถึงที่มาของร่องรอยดังกล่าวว่ามาจากการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่อย่างไร  เพื่อปกป้องสิทธิและพิจารณาดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุดต่อไป เนื่องจากการแจ้งความดำเนินคดีของผู้ที่กล่าวอ้างว่าถูกทำร้ายร่างกาย ได้ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายจากพื้นที่สื่อออนไลน์ที่ได้แสดงความคิดเห็นเชิงลบ ดูหมิ่นและสร้างความเกลียดชังต่อผู้ถูกกล่าวหาและคณะทำงานผู้สมัคร สส. ลำปาง เขต 3 พรรคประชาชน เป็นอย่างมาก

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์