วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2564

อีกหนึ่งจิตอาสารับผู้ป่วยโควิด-19 กลับมารักษาตัวที่ จ.ลำปาง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทีมงานสมาคมกู้ภัยนครลำปาง โดย “ท็อป พันธ์ทิพย์”



          สถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19  ในขณะนี้ยังคงมีผู้ป่วยทยอยเดินทางกลับไปรักษาตัวที่ภูมิลำเนาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ จ.ลำปาง มียอดผู้ป่วยสะสมแล้ว 1,040 คน  รักษาหายแล้ว 596 คน  แต่ก็ยังมีผู้ป่วยจากโครงการรับคนลำปางกลับบ้าน เดินทางมารักษาอย่างต่อเนื่อง ไม่ต่ำกว่า 20-30 คนต่อวัน  ซึ่งยอดจากโครงการนี้ ที่ จ.ลำปาง รับเข้ารักษานั้นมีจำนวน 544 คนแล้ว ซึ่งการเดินทางกลับบ้านเกิดนั้น มีทั้งรถยนต์ส่วนตัว และการจ้างรถกู้ภัยของเอกชน  แต่ยังมีบรรดาจิตอาสาที่ให้การช่วยเหลือรับส่งผู้ป่วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ดังเช่นทีมงาน “ท็อป พันธ์ทิพย์” หรือ นายพันธ์ศักดิ์ มัชชะ 



นายพันธ์ศักดิ์ มัชชะ กรรมการอุปถัมภ์ สงเคราะห์ 2 สมาคมกู้ภัยลำปาง หรือที่รู้จักกันในนามของ  ท็อป พันธ์ทิพย์  เป็นหนุ่มชาววังเหนือ จ.ลำปาง ที่ได้ผันตัวไปทำงานที่ จ.กรุงเทพฯ มีชื่อเสียงจากการเป็นเซียนพระ ได้เสียสละตัวเองเพื่อช่วยเหลือคนลำปางบ้านเกิดเดียวกัน ด้วยการรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาศัยอยู่ใน จ.กรุงเทพฯ และปริมณฑล ไม่มีเตียงรักษา ส่งมารักษาตัวที่ จ.ลำปาง ตามโครงการ “รับคนลำปางกลับบ้าน”

นายพันธ์ศักดิ์ หรือ ท็อป  เปิดเผยกับลานนาโพสต์ว่า  ตนเองเป็นชาว อ.วังเหนือ จ.ลำปาง โดยกำเนิด แต่ไปเป็นเขยอยู่ อ.แจ้ห่ม ได้ร่วมงานกับสมาคมกู้ภัยนครลำปางมาตั้งแต่อายุ 17 ปี  จนกระทั่งย้ายไปทำงานที่ จ.กรุงเทพฯ เปิดร้านพระเครื่อง เปิดโรงงาน กว่า 10 ปีแล้ว จนสร้างเนื้อสร้างตัวได้ แต่ก็ยังไม่ลืมบ้านเกิด ได้สนับสนุนสมาคมกู้ภัยมาตลอด  


แนวคิดที่มาเริ่มการรับส่งผู้ป่วยนี้ ในตอนแรกก็ไม่ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับระบบการรับส่งเลย แต่ไปเจอเคสหนึ่งที่เป็นคน อ.แจ้ห่ม บ้านใกล้กัน เขาไม่มีเงินและลำบากมาก  จึงคิดว่าจะช่วยเหลืออย่างไรดี เพราะหลายคนไม่มีรถเดินทางกลับบ้าน  ถ้าเดินทางเองก็จะเสี่ยงนำเชื้อไปติดคนอื่น   และไม่ได้รับการต้อนรับที่ดีจากคนในชุมชน จึงเกิดความเห็นใจ เลยโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวไปว่าจะรับส่งผู้ป่วยฟรี  จากนั้นได้มีคนโทรศัพท์เข้ามาเยอะมาก

“ มีคนโทรศัพท์มาร้องห่มร้องไห้ขอความช่วยเหลือ บอกว่าเป็นความหวังสุดท้ายที่จะได้กลับบ้าน  เพราะโทรไปที่อื่นไม่ติดเลย” 

   ตนเองจึงได้ชวนเพื่อนในวงการพระเครื่อง รวบรวมเงินมาได้ก้อนหนึ่ง นำไปจ้างรถฉุกเฉินวิ่งรับส่งคันละ 1 หมื่นบาท จากนั้นได้ใช้เงินส่วนตัวซื้อรถตู้มา 1 คันไว้รับส่ง จึงได้ประสานขอรับรองจากสมาคมกู้ภัยนครลำปาง ให้เป็นรถวิ่งฉุกเฉิน โดยมี สสจ.ลำปาง และพยาบาลวิชาชีพจาก รพ.รามาฯ เป็นที่ปรึกษาในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และตรวจสอบอาการผู้ป่วย


โดยเริ่มรับส่งผู้ป่วย วันละ 1-2 รอบ  จนผ่านไปเกือบ 20 วัน รับผู้ป่วยได้เกือบ 100 คน  หมดงบประมาณไปหลักแสนบาท  เพราะมีค่าน้ำมัน ค่าชุด น้ำยาฆ่าเชื้อ  นำเงินมาบริหารได้มากที่สุด  การรับส่งจะรับในเขต กรุงเทพฯ และปริมณฑล มุ่งหน้าสู่ จ.ลำปาง โดยไม่แวะข้างทางเด็ดขาด และเฉพาะเติมน้ำมันเท่านั้น  แนะนำให้ผู้ป่วยจิบน้ำน้อยๆ อย่าทานอาหารหนัก ใครมีแพมเพิสก็ใส่ไว้ได้เลย 1 คันจะรับได้ประมาณ 6 คนลดการแออัด เพื่อให้ผู้ป่วยหายใจได้สะดวก 

การดูแลตัวเองของเจ้าหน้าที่ก็ต้องใส่ชุด PPE ป้องกันให้กระชับแน่นหนา ฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อ และแอลกอฮอล์ ใส่แมส 2 ชั้น เฟสชิว ถุงมือ และถุงเท้า ป้องกันตามระบบสาธารณสุข เมื่อใช้เสร็จแล้วก็จะนำชุดทิ้งทันที  ซึ่งรถจะเปิดไฟฉุกเฉิน วิ่งออกตั้งแต่ 09.00 น. ถึงลำปางประมาณ 15.00 น. จะมีระยะเวลากำหนดไว้   ต่อมาก็ได้มีเพื่อนผู้ร่วมอุดมการณ์เข้ามาร่วมวิ่งรับส่งด้วย  ซึ่งได้รับการรับรองจากสมาคมกู้ภัยนครลำปาง ขณะนี้มีทีมงานรวม 5 คัน รวม 10 คน


เงื่อนไขในการรับส่งผู้ป่วยนั้น จะต้องเป็นโควิด 100 เปอร์เซ็นต์ และประสานงานผ่านโครงการ รับคนลำปางกลับบ้านเรียบร้อยแล้ว จะมีการโทรเช็คกับทางโรงพยาบาลว่ามีการรองรับผู้ป่วยชื่อนี้จริงหรือไม่ เพราะหากรับโดยพลการ ทางเราก็จะมีความผิดทางกฎหมายควบคุมโรค มีค่าปรับและโทษจำคุกด้วย

ท็อป พันธ์ทิพย์  กล่าวอีกว่า วันหนึ่งรับสายโทรศัพท์ไม่ต่ำกว่า 80 สาย เพราะคนติดต่อศูนย์ฯรับคนกลับบ้านไม่ได้ หลายคนโกหกอาการต่างๆนานา คิดว่าถ้าอาการหนักจะได้รับกลับบ้านเร็วขึ้น  ซึ่งตนเองก็จะต้องอธิบายให้เข้าใจ ให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองระหว่างรอ พูดปลอบใจให้เขาใจเย็นลง และให้กำลังใจ และบางเคสได้โทรกลับไปติดตามว่ามีอาการอย่างไร เพื่อให้เขาไม่เครียด เชื่อว่าถ้าใจสู้อาการต่างๆก็จะดีขึ้น

ในส่วนของการรับการช่วยเหลือนั้น  ท็อป พันธ์ทิพย์  บอกว่าไม่ได้ปิดกั้นการช่วยเหลือจากผู้อื่น แต่ส่วนใหญ่แล้วจะใช้งบประมาณส่วนตัว  โดยการรับส่งแต่ละรอบนั้นจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 25,000 บาท 

หากมีใครต้องการที่จะช่วยเหลือ ก็สามารถร่วมบริจาคผ่านบัญชีของคุณท๊อปได้ที่ บัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อ นายพันธ์ศักดิ์ มัชชะ เลขที่ 055-8-59293-1   


ซึ่งคุณท๊อปยินดีให้ตรวจสอบบัญชีได้ เพราะจะมียอดการโอนเข้า และเงินออก มีใบเสร็จการใช้จ่ายต่างๆแสดงรายการใช้เงินได้ทั้งหมด

สุดท้ายนี้ “ท็อป พันธ์ทิพย์” ฝากขอบคุณผู้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ ขออนุโมทนาบุญ และขอให้ปลอดภัยกับโควิดทุกคน  










Share:

วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2564

ไฟช๊อตคัทเอาท์เกิดไฟไหม้เพิงพัก ขณะที่เจ้าของออกไปทำธุระ ชาวบ้านช่วยกันเข็นรถตู้ออกมาได้ทัน เจ้าหน้าที่คุมไฟไว้ได้ หวิดลามข้างบ้าน

 



เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 2 สิงหาคม 2564 ศูนย์วิทยุ 191  ลำปาง ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุไฟไหม้ บริเวณกระท่อมเพิงพัก ในชุมชนบ้านริมธาร ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง  จึงรีบประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองเขลางค์นครเข้าระงับเหตุ ก่อนจะแจ้งให้ร้อยเวรสอบสวน เข้าตรวจสอบ  

ในที่เกิดเหตุ พบรถดับเพลิงของเทศบาลเมืองเขลางค์ ได้ฉีดน้ำควบคุมเพลิงบริเวณเพิงพัก ซึ่งสร้างด้วยไม้และมุงหญ้าคาล้อมด้วยสะแลมอีกชั้นหนึ่ง  ไว้ในวงจำกัดและดับได้ในเวลาต่อมา โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที เบื้องต้นถูกไฟไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง  ขณะเกิดเหตุเจ้าของบ้านไม่อยู่ออกไปทำธุระ โชคดีที่พลเมืองดี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านเห็นเหตุการณ์ ได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้ามาช่วยเหลือ และได้ช่วยกันเข็นรถตู้ รถจักรยานยนต์ ที่จอดอยู่ในเพิงพักที่กำลังเกิดเพลิงไหม้ออกมาได้สำเร็จ



ขณะเดียวกันนายจำเนียร  พรมเพชร รองนายกเทศมนตรีเมืองเขลางค์นคร พร้อมด้วย ร้อยเวร สอบสวน สภ.เขลางค์นคร ได้เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้นจากการสอบถามพลเมืองดี ที่เป็นเพื่อนบ้าน ได้เล่าเหตุการณ์ว่า ขณะเกิดเหตุมีเสียงหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิดอย่างรุนแรง ที่ปากซอยเข้าชุมชน ตนจึงออกมาดูและสังเกตเห็นกลุ่มควันไฟสีขาวโพยพุ่งแล้วมีไฟไหม้อย่างรวดเร็วในที่เกิดเหตุ จึงรีบตะโกนให้เพื่อนบ้านช่วย พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือ  โดยพบว่าไฟกำลังจะลุกไหม้รถยนต์ตู้และจักรยานยนต์ที่จอดในเพิงพักดังกล่าว จึงเข้าไปช่วยเหลือกันเข็นออกมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนที่ไฟจะไหม้เพิงพักวอด  นอกจากนี้ยังหวิดลุกลามไปยังบ้านเพื่อนบ้านที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึง 5 เมตร โชคดีที่เหตุการณ์นี้เพื่อนบ้านมาเห็นก่อนและสามารถเอาทรัพย์สินออกมาได้สำเร็จ และบางส่วนก็ถูกไฟไหม้เสียหายส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบต่อไป

 






Share:

ผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตอีกราย ชายอายุ 44 ปี ชาว อ.เถิน มีโรคอ้วน เดินทางกลับลำปางเพื่อรับการรักษาได้ 10 วัน ก่อนเสียชีวิตลง เป็นรายที่ 5 ของลำปาง



วันที่ 2 สิงหาคม 2554  จังหวัดลำปาง ได้รายงานกรณีมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของจังหวัดลำปาง เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ในวันที่ 1 สิงหาคม 2554  นับว่าเป็นรายที่ 5 ของจังหวัดลำปาง  โดยผู้เสียชีวิตรายนี้ เป็นผู้ป่วยรายที่ 677 จากโครงการรับคนลำปางกลับบ้าน เพศชาย อายุ 44 ปี ชาว อ.เถิน จ.ลำปาง อาชีพพนักงานขับรถขนส่งสินค้า มีโรคประจำตัว คือ โรคความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน มีน้ำหนักตัว 125 กิโลกรัม  ได้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี Rapid test  ผลพบเชื้อ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา  จึงไปรับการตรวจยืนยันที่โรงพยาบาลอีกครั้ง ด้วยวิธี RT-PCR  ผลการตรวจยืนยันพบเชื้อโควิด-19 หลังจากนั้นจึงเดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อเข้ารับการรักษา โดยมีการประสานและได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสบปราบ วันที่ 23 กรกฎาคม 2564  ด้วยอาการไอมีเสมหะ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ

 ต่อมาอาการหายใจเหนื่อยหอบมากขึ้น จึงมีการส่งต่อมารับการรักษาที่โรงพยาบาลลำปาง ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2564 มีผู้ป่วยรู้สึกตัวดี ช่วยเหลือตัวเองได้ ขณะรักษาที่โรงพยาบาลลำปาง ผู้ป่วยมีอาการหายใจเหนื่อยหอบมากขึ้น แพทย์จึงใส่เครื่องช่วยหายใจร่วมกับการรักษาโดยการให้ยา วันที่ 25 กรกฎาคม 2554 ผู้ป่วยเริ่มไม่รู้สึกตัว และเริ่มมีไข้สูง จนกระทั่ง วันที่ 1 สิงหาคม 2564 ความดันโลหิตเริ่มต่ำลงจนไม่สามารถวัดค่าได้ และถึงแก่กรรม เวลา 13.55 น.

ทางโรงพยาบาลได้แจ้งญาติได้นำร่างไปฌาปนกิจ วันที่ 2 สิงหาคม 64 ภายใต้แนวทางการจัดการศพด้วยโรคโควิด-19 ของกองบริหารสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจังหวัดลำปาง






ขอบคุณภาพ ประธานกู้ภัยสว่างนครลำปาง 

 

Share:

ปิดประตูวัดใส่บาตรข้ามรั้วป้องกันโควิด หลังพบว่ามีคนในพื้นที่ติดเชื้อ ขณะที่ชาวบ้านมาทำบุญใส่บาตรอย่างต่อเนื่อง

 



        วันที่ 2 สิงหาคม 2564 ที่บริเวณ ประตูทางเข้าวัดทางด้านทิศตะวันออกของวัดนางแล หมู่ 13 ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ซึ่งภายในวัดมีโรงเรียนวิสิฐวิทยา(นางแล) ที่เปิดการเรียนการสอนระดับมัธยมต้นถึงมัธยมปลาย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาเอกชน ในพระพุทธศาสนา ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างนำอาหาร น้ำดื่ม มาใส่บาตรพระภิกษุสามเณร ที่นั่งรอบิณฑบาตภายในวัด โดยชาวบ้านต้องใส่อาหารผ่านช่องรั้วประตูวัด จากนั้นก็ไปนั่งรอที่ด้านนอกวัด เพื่อรับศีลรับพร เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตนเองและครอบครัว อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือ พระภิกษุสามเณรและฆราวาส ที่อยู่ภายในวัดได้ฉันอาหารและกับข้าวที่ชาวบ้านนำมาถวาย

         ทั้งนี้ ทางวัดได้ปิดประตูรั้ววัดทุกทางเข้าออกของวัด เพื่อไม่ให้พระภิกษุสามเณรและฆราวาส ภายในวัดออกไปข้างนอกวัดและบุคคลภายนอกไม่สามารถเข้ามาภายในวัดได้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดลำปางในขณะนี้




          พระครูวิสิฐพัฒนานุยุต เจ้าอาวาสวัดนางแล และผู้ได้รับใบอนุญาตโรงเรียนวิสิฐวิทยา(นางแล) เปิดเผยว่า เหตุที่ต้องปิดประตูวัดห้ามเข้าออกวัดอย่างเด็ดขาด เนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด- 19 ที่เกิดขึ้น โดยก่อนหน้าที่ทางโรงเรียนฯซึ่งมีนักเรียนและบุคลากรของโรงเรียน ทั้งสามเณรและฆราวาสทั้งหมดกว่า 200 คน ทั้งหมดมาจากในพื้นที่ 5 จังหวัดทางภาคเหนือ ตาก  ลำปาง เชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน ได้หยุดการเรียนการสอนมานานกว่า 1 เดือน ส่วนใหญ่ได้กลับไปบ้านและกลับไปจำวัดต่างๆแล้ว โดยได้ทำการเรียนการสอนแบบออนไลน์ และยังไม่มีกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการ รอจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น และยังคงเหลืออยู่ภายในวัดโรงเรียนแห่งนี้ มีพระภิกษุสงฆ์จำนวน 3 รูป สามเณร 10 รูป และฆราวาสที่เป็นนักเรียนอีก 23 คน รวม 35 รูป/คน




          และหลังจากทราบว่า มีชาวบ้านในพื้นที่ ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงได้หารือกันและมีมติปิดประตูวัดทั้งหมด โดยห้ามออกไปภายนอกวัดและห้ามคนนอกเข้ามาภายในวัดในขณะนี้ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2564 เป็นต้นมา เมื่อปิดประตูวัด พระภิกษุสามเณรที่เคยออกไปเดินบิณฑบาต ตอนเช้าทุกวันก็ไมได้ออกไป ชาวบ้านที่เคยรอทำบุญใส่บาตรตามบ้านเรือนก็ต้องปรับเปลี่ยนมาที่วัด โดยการใส่บาตรพระผ่านช่องรั้วประตูวัด ด้วยการเว้นระยะห่าง สามหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวด โดยยังไม่มีกำหนดที่จะเปิดประตูวัดรอจนกว่าสถานการณ์ต่างๆจะคลี่คลาย

        ส่วนผลกระทบก็มีบ้างในเรื่องอาหารการกิน เพราะทางพระและสามเณรจะฉันเพียงวันละ 2 มื้อส่วนฆราวาสที่เป็นนักเรียน ก็ต้องกินวันละ 3 มื้อ โดยวันไหนที่อาหารที่ชาวบ้านทำบุญมาไม่เพียงพอทางฆราวาสก็จะประกอบทำอาหารกินกันภายในแต่ละมื้อไปซึ่งหากใครอยากร่วมมอบปัจจัย ข้าวสาร อาหารแห้ง สามารถมาร่วมทำบุญที่วัดได้ หรือโทรศัพท์มาสอบถามได้ที่ เบอร์ 081-2872962 พระครูวิสิฐพัฒนานุยุต เจ้าอาวาทวัดนางและ และผู้ได้รับใบอนุญาต โรงเรียนวิสิฐวิทยา(นางแล)

Share:

กลุ่มพิราบขาวเพื่อมวลชน นำคาร์ม็อบลำปาง ผู้ร่วมอุดมการณ์ต่างใส่เสื้อดำร่วมขบวนกว่า 500 คัน

 




     วันที่ 1 สิงหาคม 2564  เวลา 15.30 น. กลุ่มพิราบขาวเพื่อมวลชน จ.ลำปาง จัดกิจกรรม Carsmobลำปาง โดยได้รวมตัวกันที่ด้านหน้าสวนสาธารณะเขลางค์นคร เพื่อเคลื่อนขบวนตามเส้นทางต่างๆ  โดยมีรถจักรยานยนต์เข้าร่วมขบวนกว่า 300 คัน และรถยนต์อีกประมาณ 200 คัน ซึ่งทุกคนพร้อมใจกันใส่เสื้อสีดำ เพื่อแสดงเจตนารมย์ในการขับไล่รัฐบาลของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา 
         โดยขบวนรถได้เคลื่อนออกจาก สวนสาธารณะเขลางค์นคร ไปตามเส้นทางสายสำคัญต่างๆในเขตเทศบาลนครลำปาง โดยได้พร้อมใจกันกดแตรรถแสดงพลังเป็นระยะ  โดยขบวนผ่านหน้าวิทยาลัยเทคนิคลำปาง  วงเวียนหน้าสถานีรถไฟนครลำปาง  ห้าแยกหอนาฬกาลำปาง  ตลาดหลักเมือง มิวเซียมลำปาง  




          จากนั้นขบวนรถได้วนไปจอดบริเวณด้านหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เพื่ออ่านแถลงการณ์ ถึงความล้มเหลวในการบริหารงานของรัฐบาล เกี่ยวกับการแก้ปัญหาโควิด-19 ทั้งเรื่องการจัดหาวัคซีน การรักษา ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก  รวมถึงการแก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง มาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม  เป็นต้น โดยต้องการให้มีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ เพื่อสกัดการกลับคืนอำนาจของรัฐบาลชุดนี้ด้วย และยังฝากถึงนายกฯ และคณะรัฐมนตรี ให้พิจารณาตัวเองว่าควรดำรงตำแหน่งต่อไปหรือไม่ โดยใช้เวลาแถลงการณ์ ประมาณ 10 นาที ซึ่งแถลงการณ์ฉบับนี้จะส่งถึงนายกรัฐมนตรีต่อไป



           จากนั้นขบวนได้เคลื่อนต่อ จนไปสิ้นสุดขบวนที่ข่วงนคร ห้าแยกหอนาฬิกา  โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ สังเกตุการณ์และรักษาความสะดวกเรียบร้อยกว่า 50 นาย  ก่อนที่กลุ่มคาร์ม็อบจะแยกย้ายกันในเวลา 17.30 น. ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย 


Share:

สลด หนุ่มเมืองเถิน ขี่จักรยานยนต์ประสบอุบัติเหตุตอนเช้ามืด พบร่างนอนจมกองเลือดถนนเลียบน้ำวัง จนท.เร่งตรวจสอบสาเหตุแล้ว

 



วันที่ 1 สิงหาคม 2564 เวลาประมาณ 04.40น. เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์วิทยุ สภ.เถิน อ.เถิน จ.ลำปาง รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเหตุรถจักรยานยนต์แฉลบล้มเอง มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เป็นชาย 1 ราย บริเวณถนนเลียบแม่น้ำวัง เขตระหว่างบ้านล้อมแรด-เด่นแก้ว ต.ล้อมแรด อ.เถิน จ.ลำปาง เบื้องต้นจึงแจ้ง ร.ต.อ. เกชา ปากสวัสดิ์ รองสว.(สอบสวน)สภ.เถิน  แพทย์เวร โรงพยาบาลเถิน เจ้าหน้าที่กู้ภัยเทศบาลเมืองล้อมแรด  และกู้ภัยออมบุญเถิน ร่วมตรวจสอบ

โดยที่เกิดเหตุ บริเวณกลางถนน พบร่างชายวัยรุ่น 1 ราย สภาพนอนคว่ำตะแคงจมกองเลือด โดยที่ศีรษะมีแผลฉกรรจ์ ใกล้กันมีรถจักรยานยนต์ สีน้ำเงิน สภาพแต่ง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มอยู่ข้างถนน ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมา คือ นายภูมินทร์ บุญมา อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 ม.2 บ้านเวียง ต.ล้อมแรด อ.เถิน จ.ลำปาง

ซึ่งในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่คาดว่า ผู้เสียชีวิตน่าจะขี่รถจักรยานยนต์ออกไปซื้อของในตลาดเช้ามืด ก่อนจะมาประสบอุบัติเหตุรถล้มหัวฟาดพื้นจนเสียชีวิตในครั้งนี้ อย่างไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ก่อนจะประสานญาติเพื่อรับศพไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป

ภาพและข้อมูล เครือข่ายกู้ภัยอำเภอเถิน  






Share:

ลำปางยอดสะสมแตะ 1 พันรายแล้ว เตียงโควิดใน รพ.ใช้ไปกว่า 93 เปอร์เซ็นต์ ผู้ว่าฯ เปิดโรงพยาบาลสนามเพิ่ม 2 แห่งอย่างเป็นทางการ ที่มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ และ หอประชุมจังหวัดลำปาง

 



          เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2564 เวลา 13.00 น. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยนายแพทย์ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง และนายแพทย์พงษ์ศักดิ์ โสภณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำปาง ได้ร่วมกันเปิดโรงพยาบาลสนามของ จ.ลำปาง อย่างเป็นทางการอีก 2 แห่ง คือ อาคารหอประชุมโรงอาหารมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตลําปาง จำนวน 200 เตียง ซึ่งจะรับผู้ป่วยเพศชาย  และ อาคารหอประชุมจังหวัดลำปาง จำนวน 150-200 เตียง  จะรับผู้ป่วยเพศหญิง  

โดยจะเริ่มย้ายผู้ป่วยโควิด-19 ตามเกณฑ์ คือ รักษาในโรงพยาบาลมาแล้วอย่างน้อย 3 วันขึ้นไป และอายุระหว่าง 10-60 ปี ไม่มีอาการหอบ ไม่ต้องใช้ออกซิเจน ไม่มีโรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ได้ มีน้ำหนักน้อยกว่า 90 กิโลกรัม ปริมาณออกซิเจนในเลือดมากกว่า 96%  ช่วยเหลือตัวเองได้ ทำกิจวัตรได้  และหากผู้ป่วยขณะที่รักษาในโรงพยาบาลสนาม มีปริมาณออกซิเจนในเลือดน้อยกว่า 96% หรือ มีไข้สูงมากกว่า 39 องศาเซลเซียส หรือความดันโลหิตต่ำ (น้อยกว่า 90/60 mmHg) จะถูกส่งต่อไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลลำปางทันที

โดยการเปิดใช้งานในวันแรกนี้ ได้เตรียมส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลสนาม มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตลําปาง จำนวน 50 ราย  ส่วนโรงพยาบาลสนาม หอประชุมศาลากลางจังหวัดลำปาง จะเริ่มรับผู้ป่วยในวันที่ 2 สิงหาคม 2564  ขณะนี้ โรงพยาบาลสนามทั้ง 2 แห่ง มีอุปกรณ์ และเครื่องใช้ เพียงพอ และขอขอบคุณผู้บริจาคพัดลม และเครื่องใช้ต่างๆ หากมีความจำเป็น จังหวัดลำปาง จะแจ้งให้ทราบ




สำหรับสถานการณ์โรคโควิด-19 จังหวัดลำปาง วันที่ 1 สิงหาคม 64 พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 53 ราย จำแนกเป็น ผู้ติดเชื้อที่ติดต่อเข้ารับการรักษาจากโครงการรับคนลำปางกลับบ้าน จำนวน 36 ราย ผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์ Big C ลำปาง จำนวน 1 ราย ผู้ติดเชื้อที่ตรวจพบในจังหวัด จำนวน 16 ราย รักษาหายเพิ่มอีก 50 ราย เสียชีวิต 1 ราย ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2564 ถึงปัจจุบัน  จังหวัดลำปางมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมรวม 1,006 ราย รักษาหายแล้ว 568 ราย กำลังรักษา 436 ราย เสียชีวิต 2 ราย

          ทั้งนี้ จากสถานการณ์ดังกล่าว จังหวัดลำปางมีจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่ครองเตียงโควิดที่ได้จัดเตรียมไว้แล้วถึง 93 %  คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจึงได้เตรียมสถานที่จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม 2 แห่ง  เพื่อให้มีจำนวนเตียงเพียงพอที่จะรองรับผู้ป่วยและสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างใกล้ชิด การจัดพื้นที่ที่มีระบบและมาตรการในการควบคุม เพื่อดูแลผู้ป่วยโควิด-19 จะทำให้ดูแลผู้ป่วยได้ง่ายขึ้น เกิดความปลอดภัย และลดการแพร่กระจายเชื้อสู่ชุมชน




ขอให้มั่นใจว่า จังหวัดลำปางสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ขอความร่วมมือชาวลำปางทุกท่านปฏิบัติตามมาตรการที่จังหวัดกำหนด  รวมทั้งปฏิบัติตนตามมาตรการความปลอดภัย (DMHT) อย่างเคร่งครัด หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนศูนย์โควิด-19 จ.ลำปาง   โทร.093-1408023 ได้ทุกวันระหว่างเวลา 08.30 -16.30 น.





 

 

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์