วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

กฟภ.ลำปาง แจ้งพื้นที่ดับไฟฟ้า อ.เมืองลำปาง วันที่ 23-24 กรกฎาคม 2569

 

วันที่พฤหัสบดี  23 กรกฎาคม  2569

  • ย้ายแนวระบบจำหน่ายแรงสูง หลบแยกตัดใหม่ถนนเลี่ยงเมือง เวลา 08.30-13.00 น. พื้นที่ไฟฟ้าดับ  ถนน ลำปาง-ห้างฉัตร สายเก่า ตั้งแต่ บ้านกล้วยไม้ บ่อแฮ้ว  ถึง บ้านป่าเหียง ฝั่งเทศบาลตำบลบ่อแฮ้ว , บ้านกล้วยไม้ , บ้านพชรพล , บ้านรพช ,บ้านบ่อแฮ้วสันกลาง ,บ้านป่าเหียง และบังอรรับซื้อของเก่า

  •  ปรับปรุงระบบจำหน่าย ติดต้องอุปกรณ์ป้องกันสัตว์  เวลา 07.00-08.00 น. พื้นที่ไฟฟ้าดับ ถนน ท่าคราวน้อย ฝั่งตรงข้ามเซเว่นตลาดอัศวิน


วันที่ศุกร์  24 กรกฎาคม 2569  

  • ปรับปรุงระบบจำหน่าย ติดต้องอุปกรณ์ป้องกันสัตว์   เวลา 09.00-12.00 น. พื้นที่ไฟฟ้าดับ  ตลาดอัศวิน ตั้งแต่ เซเว่นหน้าตลาดอัศวิน ถึง ร้านชัยโภชนา และภายในตลาดอัศวิน

  • ปรับปรุงระบบจำหน่าย ติดต้องอุปกรณ์ป้องกันสัตว์   เวลา 13.00-16.00 น. พื้นที่ไฟฟ้าดับ ถนน ท่าคราวน้อย ตั้งแต่ วิทยาลัยเทคนิคลำปาง ถึง เซเว่นหน้าตลาดอัศวิน ถนน เวียงละกอน ฝั่งตรงข้าม สำนักงานสรรพากร  ซอย ประพันธ์นิเวศน์

       ทั้งนี้ หากพื้นที่บริเวณที่ดับกระแสไฟฟ้าปฏิบัติงาน มีผู้ป่วยติดเตียงต้องการใช้กระแสไฟฟ้าสำหรับเครื่องมือทางการแพทย์ โปรดแจ้ง PEA ลำปาง ก่อนล่วงหน้า เพื่อติดตั้งเครื่องสำรองไฟฟ้า หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์ 054-251102

Share:

ฝ่ายปกครอง-ตำรวจงาว รวบ 2 คดียา ยึดยาบ้า 168 เม็ด รวบหมายจับอีก 1 ราย

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายสมจิตร จุลเจริญ นายอำเภองาว และ พ.ต.อ.สกุลรัชช์ คงทอง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรงาว จังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการ Operation 90 Days : ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด ตามนโยบาย "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราช พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล" เดินหน้าปราบปรามและกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่อำเภองาวอย่างเข้มข้น

ในการปฏิบัติครั้งนี้ ได้มอบหมายให้ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ร้อย อส.อ.งาว 2 ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.งาว เข้าตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่ บ้านปางหละ (ขุนแม่หวด) หมู่ 4 ตำบลบ้านหวด ก่อนสามารถจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้ 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้ารวม 168 เม็ด







ผู้ต้องหารายแรก เป็นราษฎรบ้านปางหละ (ขุนแม่หวด) ถูกจับกุมพร้อมของกลางยาบ้า 160 เม็ด เบื้องต้นแจ้งข้อหา จำหน่ายโดยมีไว้เพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต และ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย

ส่วนผู้ต้องหารายที่สอง เป็นราษฎรชาวอำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ถูกจับกุมพร้อมของกลางยาบ้า 8 เม็ด แจ้งข้อหา ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) และ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดลำปางได้อีก 1 ราย ระหว่างการปฏิบัติการดังกล่าว

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.งาว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยยืนยันว่าจะเดินหน้าปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสงบสุขให้กับประชาชนในพื้นที่

เครดิต ที่ว่าการอำเภองาว จังหวัดลำปาง

Share:

ลำปางเปิดตัวพื้นที่นำร่วม บูรณาการ 5 กองทุน รับมือวิกฤตสิ่งแวดล้อม ชู "แม่น้ำวัง สายน้ำแห่งชีวิต" สร้างต้นแบบพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ


ลำปางจัดพิธีแสดงเจตนารมณ์ขับเคลื่อนการบูรณาการระหว่างกองทุนด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีหน่วยงานกองทุนระดับประเทศ 5 แห่ง ผนึกกำลังร่วมกันยกระดับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะของประชาชน พร้อมเลือกจังหวัดลำปางเป็นพื้นที่นำร่อง ภายใต้แนวคิด "แม่น้ำวัง...สายน้ำแห่งชีวิตของจังหวัดลำปาง"

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ณ ศาลากลางจังหวัดลำปาง นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิดงาน พร้อมผู้แทนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เข้าร่วมลงนามความร่วมมือ

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า  ที่ผ่านมากระบวนการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่มักเกิดต่างคนต่างทำ แต่ละหน่วยงานต่างมีแผนงานและงบประมาณของตนเอง ส่งผลให้การแก้ปัญหาไม่ตรงจุดและชุมชนได้รับประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ ความร่วมมือครั้งนี้มี แนวคิด "ลำปางโมเดล" จึงเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบครั้งใหญ่ โดยนำงบประมาณ งานวิชาการ และนวัตกรรมจากทุกกองทุนมารวมไว้ตรงกลาง แล้วจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกัน  เพื่อลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และชี้เป้าแก้ปัญหาได้อย่างแม่นยำ

สำหรับเป้าหมายหลักของการลงพื้นที่จังหวัดลำปาง จะมุ่งเน้นไปที่การจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุม ทั้งการดูแลระบบลุ่มน้ำ (ลุ่มน้ำวัง) สภาพภูมิอากาศ และวิกฤตฝุ่นละออง PM2.5 ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับมิติทางสังคม เศรษฐกิจ และสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะข้อมูลสถิติที่พบว่า ประชาชนในจังหวัดลำปางมีอัตราการป่วยเป็น มะเร็งปอด สูงอย่างน่ากังวล ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบจากปัญหาสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่สะสมมานาน

ในส่วนของบทบาท สสส. ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าวเสริมว่า สสส. มุ่งเน้นการปรับสภาพแวดล้อมเพื่อป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ โดยมองว่าการสื่อสารให้ความรู้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องขยับไปสู่การเสริมศักยภาพชุมชน ปรับเปลี่ยนกฎระเบียบหรือข้อตกลงร่วมในระดับท้องถิ่น ตลอดจนการพัฒนาทักษะคนทำงานในพื้นที่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีความยั่งยืน

ขั้นตอนหลังจากนี้ จะเป็นการเดินหน้าจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกับทีมงานจังหวัด นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ภาคสาธารณสุข ภาคสิ่งแวดล้อม และภาคเกษตร โดยจะกำหนดพื้นที่เป้าหมาย บทบาทของแต่ละหน่วยงาน รวมถึงการนำงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ลงไปทดลองปฏิบัติจริง พร้อมประเมินผลอย่างใกล้ชิด เพื่อขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นในวงกว้างต่อไป


ด้านนายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ระบุว่า การได้รับเลือกเป็นพื้นที่นำร่วมถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้าง "ลำปางโมเดล" เป็นต้นแบบการบูรณาการกองทุนด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในจังหวัดอื่นของประเทศได้ในอนาคต โดยจังหวัดจะจัดตั้งคณะทำงานเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกันของทั้ง 5 กองทุน มุ่งดูแลแม่น้ำวังควบคู่กับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

ผู้ว่าฯ ได้กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ว่า แม่น้ำวังถือเป็นแม่น้ำสายหลักของชาวลำปาง ไหลผ่านระบบกักเก็บน้ำสำคัญ เช่น เขื่อนกิ่วคอหมา และเขื่อนกิ่วลม อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาพบว่า สภาพแม่น้ำวังในเขตเมืองมีปัญหาความสะอาด ไม่สวยงาม และระบบนิเวศยังไม่สมบูรณ์ เนื่องจากการตื้นเขินของลำน้ำบริเวณหน้าฝายยางสวนพิรมย์ธารที่ไม่มีการขุดลอกมานานหลายสิบปี รวมถึงการระบายน้ำเสียจากชุมชนและบ้านเรือนลงสู่แม่น้ำ

สำหรับแผนการแก้ไขปัญหาระยะยาว จังหวัดลำปางได้ร่วมมือกับองค์การจัดการน้ำเสีย (อจ.น.) และกรมเจ้าท่า ในการขยายระบบบำบัดน้ำเสียในเขตเมือง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการผลักดันงบประมาณต่อเนื่องในช่วงปี 2570–2572 รวมวงเงินเกือบ 400 ล้านบาท เพื่อรวบรวมน้ำเสียจากเขตเมืองส่งไปบำบัดยังระบบบำบัดน้ำเสียที่ตำบลสบตุ๋ยอย่างเต็มระบบ

นายสุวัฒน์ ตรีมานะพันธ์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครลำปาง เปิดเผยถึงทิศทางการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในแม่น้ำวัง เขตเทศบาลนครลำปาง โดยระบุว่า ปัญหาน้ำเสียในแม่น้ำวังที่เรื้อรังมานานกว่า 20 ปี มีสาเหตุหลักมาจากการที่เทศบาลเคยถูกขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) เนื่องจากปัญหางบประมาณในอดีต ส่งผลให้โครงการระบบบำบัดน้ำเสียชะงักลง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หน่วยงานระดับนโยบายได้ปลดล็อกดังกล่าวแล้ว เปิดโอกาสให้เทศบาลนครลำปางสามารถยื่นขอสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมเพื่อดำเนินโครงการเต็มรูปแบบอีกครั้ง

เทศบาลนครลำปางได้วางแผนงานรวบรวมน้ำเสียเพื่อแก้ปัญหาทั้งระบบด้วยงบประมาณกว่า 400 ล้านบาท โดยเตรียมก่อสร้างท่อรับน้ำเสียขนานแม่น้ำวังทั้งสองฝั่ง เพื่อดักน้ำเสียจากครัวเรือนและตัวเมือง ก่อนส่งไปยังสถานีบำบัดน้ำเสียที่บ่อ ต.ปงแสนทอง

นายสุวัฒน์ กล่าวว่า  ในระหว่างรอโครงการระยะยาว เทศบาลนครลำปางได้รับความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ในการระดมหน่วยงานภาคี อาทิ ปภ., อบจ.ลำปาง, เทศบาลเมืองเขลางค์นคร, เทศบาลตำบลพิชัย และกรมชลประทาน เข้ามาฟื้นฟูแม่น้ำวังร่วมกัน ส่งผลให้ค่าวัดระดับออกซิเจนในน้ำ ปรับตัวดีขึ้นทันทีถึง 30% นอกจากนี้ ยังมีแผนปรับปรุงฝายสำรองน้ำบริเวณวัดต้นธงชัย เพื่อช่วยเพิ่มความเร็วในการผลักดันและเปลี่ยนถ่ายน้ำในเขตเมืองให้เร็วขึ้นจาก 2 วัน เหลือเพียงครึ่งวัน

นอกจากนั้น ยังได้รับการสนับสนุนจาก 5 กองทุนระดับประเทศ ที่เล็งเห็นศักยภาพของจังหวัดลำปาง และเลือกให้เป็น "พื้นที่นำร่วม" ในการบูรณาการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างครบวงจร เพื่อขับเคลื่อนให้แม่น้ำวังกลับมาเป็นสายน้ำแห่งชีวิตของชาวลำปางอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ การลงนามแสดงเจตนารมณ์ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงพิธีเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการผสานงบประมาณ องค์ความรู้ และความร่วมมือจากทั้ง 5 กองทุน เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวลำปางให้สามารถอยู่ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน





Share:

ผกก.สภ.แม่ทะ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุรถชนเด็กหญิงวัย 14 ปี เสียชีวิต ก่อนเป็นตัวแทนตำรวจวางพวงหรีด แสดงความอาลัย และให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย

        เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่ทะ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นเหตุให้เด็กหญิงอายุ 14 ปี เสียชีวิต ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.แม่ทะ เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีและกำชับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด

        ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีร้อยเวร 20 สายตรวจ 201 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดชุมชนสัมพันธ์ (ชมส.) ร่วมตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ เก็บรวบรวมรายละเอียดและพยานหลักฐาน เพื่อประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมาย

        ภายหลังการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของผู้เสียชีวิต เพื่อเป็นผู้แทนของสถานีตำรวจภูธรแม่ทะ วางพวงหรีดแสดงความอาลัย พร้อมมอบกำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย และแสดงความห่วงใยต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์


        การลงพื้นที่ในครั้งนี้สะท้อนถึงการติดตามคดีอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการดูแลเยียวยาด้านจิตใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ตามแนวนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มุ่งสร้างความเชื่อมั่นในการดูแลและช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง.



อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง https://www.lannapost.net/2026/07/14.html

Share:

โรงเรียนอนุบาลลำปางเขลางค์รัตน์อนุสรณ์ รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่ง นักการภารโรง จำนวน 1 อัตรา เงินเดือน 9,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม – 10 สิงหาคม 2569

ด้วยโรงเรียนอนุบาลลำปางเขลางค์รัตน์อนุสรณ์ สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ได้รับจัดสรรอัตราและงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อจัดจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งนักการภารโรง จำนวน 1 อัตรา กรณีทดแทนลูกจ้างประจำที่ปฏิบัติงานนักการภารโรงที่เกษียณอายุราชการ หรือว่างลงโดยเหตุอื่น ทำให้ตำแหน่งดังกล่าวว่างลง โรงเรียนจึงดำเนินการรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราว ทำหน้าที่ในตำแหน่ง นักการภารโรง จึงประกาศรับสมัครบุคคลทั่วไป จำนวน 1 อัตรา อาศัยความตามหนังสือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 ที่ ศธ 04131/2664 ลงวันที่ 15กรกฎาคม 2569 เรื่อง การจัดสรรอัตราและงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เพื่อเป็นค่าจ้างบุคลากรสนับสนุนการปฏิบัติงานให้ราชการ ครั้งที่ 5 ตำแหน่งนักการภารโรง กรณีทดแทนลูกจ้างประจำที่ปฏิบัติงานนักการภารโรง ที่เกษียณอายุราชการ หรือว่างลงโดยเหตุอื่น โรงเรียนอนุบาลลำปางเขลางค์รัตน์อนุสรณ์จึงขอประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือก ตำแหน่ง นักการภารโรง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ดังนี้

ชื่อตำแหน่ง และรายละเอียดการจ้างงาน 

1.1 ชื่อตำแหน่ง ลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่ง นักการภารโรง จำนวน 1 อัตรา 

1.2 อัตราค่าตอบแทนเดือนละ 9,000 บาท(เก้าพันบาทถ้วน) 

1.3 ลักษณะการจ้างโดยวิธีจ้างเหมาบริการ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ

คุณสมบัติของผู้สมัคร 

1. มีสัญชาติไทย 

2. เพศชาย อายุ 21 - 55 ปีบริบูรณ์ 

3. วุฒิการศึกษา จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) ขึ้นไป 

4. มีความสามารถตามกฎหมาย และมีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง 

5. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง 

6. ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย 

7. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

8. เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ 

9. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี 

10. ไม่เป็นผู้เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เหตุเพราะกระทำความผิดทางอาญาเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ 

11. ถ้ามีประสบการณ์ดังต่อไปนี้จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ 

    (1) ผ่านการเกณฑ์ทหารหรือผ่านการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร 

    (2) สามารถขับรถยนต์ และหรือ รถจักรยานยนต์ได้ และมีใบอนุญาตขับรถ 

    (3) มีทักษะเกี่ยวกับงานด้านช่างไม้ ช่างปูน ช่างไฟฟ้า ช่างก่อสร้าง ฯลฯ

ขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบและงานที่ปฏิบัติของผู้ปฏิบัติงานนักการภารโรง ขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบและงานที่ปฏิบัติของผู้ปฏิบัติงานนักการภารโรง ดังนี้ 

1. การดูแลและทำความสะอาดบริเวณทั่วไปภายในพื้นที่ของโรงเรียน เพื่อให้โรงเรียนมีความเหมาะสมต่อการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนการสอน 

1.1 ดูแล ปรับปรุง ตกแต่งสวนหย่อม ตัดแต่งต้นไม้ ตัดหญ้า ในบริเวณโรงเรียนให้ร่มรื่น เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม และเหมาะสม 

1.2 ทำความสะอาดอาคารเรียน อาคารประกอบ และพื้นที่บริเวณโรงเรียน 

1.3 ดูแล บำรุงรักษา ซ่อมแซม และจัดระเบียบวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ในโรงเรียน ให้อยู่ในสภาพดี พร้อมใช้งาน และจัดทำทะเบียนคุมรายการอุปกรณ์เครื่องใช้ 

2. การดูแลอาคารเรียนและดูแลความสะดวกในการใช้พื้นที่ของโรงเรียน 

2.1 ดูแลเปิด - ปิด อาคารเรียน อาคารประกอบ ประตูรั้วทางเข้า-ออกของโรงเรียน 

2.2 อำนวยความสะดวกยานพาหนะ เข้า - ออก ของบุคลากรและผู้มาติดต่อราชการของโรงเรียน 

3. การดูแลความปลอดภัยในโรงเรียน 

3.1 ดูแลความเรียบร้อย และเฝ้าระวังความปลอดภัยของสถานที่ราชการตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน 

3.2 ดูแลเปิด - ปิด ไฟฟ้าในบริเวณอาคาร และรอบบริเวณพื้นที่ของโรงเรียน 

3.3 บันทึกปฏิบัติงานหรือบันทึกเหตุการณ์ผิดปกติระหว่างเวลาปฏิบัติงาน หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินให้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบทันที 

4. งานอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมาย

 วัน เวลา และสถานที่รับสมัคร ให้ผู้สมัครยื่นใบสมัครด้วยตนเองที่ งานบริหารบุคคล โรงเรียนอนุบาลลำปางเขลางค์รัตน์อนุสรณ์ ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม – 10 สิงหาคม 2569 ณ ห้องบริหารงานบุคคลโรงเรียนอนุบาลลำปางเขลางค์รัตน์อนุสรณ์ ตั้งแต่เวลา 08.30 น. – 16.30 น. (ภายในวันและเวลาราชการ)

เอกสารและหลักฐานที่จะต้องยื่นในการสมัคร 

  •  สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ – ชื่อสกุล(ถ้ามี) ใบผ่านงาน/ประสบการณ์ 
  •  สำเนาใบรับรองการตรวจเลือกทหารกองเกิน สด.8 หรือ สด.9 
  • รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกและไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 รูป (ติดใบสมัคร) 
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (ยังไม่หมดอายุ) จำนวน 1 ฉบับ 
  • สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ฉบับ 
  • สำเนาหลักฐานการศึกษา จำนวน 1 ฉบับ (เอกสารแสดงผลการเรียน,สำเนาปริญญาบัตร) 
  • ใบรับรองแพทย์(ที่ออกโดยโรงพยาบาลของรัฐ) แสดงว่าไม่เป็นโรคที่ต้องห้ามตามกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. 2549 หมายเหตุ ให้รับรองสำเนาถูกต้องในเอกสารทุกฉบับ

วัน เวลา และการประกาศผลการคัดเลือก

  • วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม 2569 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์คัดเลือก ทาง www.ablp.ac.th

  • วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น.: ดำเนินการคัดเลือก

  • วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม 2569 ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก ทาง www.ablp.ac.th

  • วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม 2569 รายงานตัว และเริ่มปฏิบัติงาน

Share:

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ตำรวจสืบสวนแม่ทะ สนธิกำลังฝ่ายปกครองและ อส. บุกจับเครือข่ายยาบ้าในกระท่อมกลางไร่ รวบ “เอ็ม” พร้อมยาบ้า 328 เม็ด ขณะ “บูม สบเป๊าะ” อาศัยความชำนาญพื้นที่วิ่งเข้าป่าหลบหนี


เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 12.00 น. ชุดสืบสวน สภ.แม่ทะ สนธิกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอแม่ทะ และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ร่วมกันเข้าตรวจสอบกระท่อมกลางไร่ข้าวโพดท้ายหมู่บ้านสบเป๊าะ หมู่ 3 ตำบลแม่ทะ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีกลุ่มผู้มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเข้าไปหลบซ่อนตัว จนสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้าน โดยเฉพาะผู้หญิงและผู้ที่จะเข้าไปทำไร่หรือหาของป่า



ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผกก. สภ.แม่ทะ มอบหมายให้ พ.ต.ท.อนันต์ คำมี รอง ผกก.สส. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประสิทธิ์ ยอดเรือน สว.สส. และ ร.ต.อ.เสกสรรค์ สุยะวงศ์ รอง สว.สส. นำกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบชาย 3 คน คือ นายบูม นายเอ็ม และนายแอล นั่งอยู่ภายในกระท่อม เมื่อแสดงตัวเข้าตรวจสอบ ทั้งหมดต่างพากันวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด สามารถจับกุม นายเอ็ม อายุ 34 ปี ชาวบ้านสบเป๊าะ และ นายแอลไว้ได้ ส่วน นายบูม สบเป๊าะ อาศัยความชำนาญเส้นทางวิ่งหลบหนีเข้าป่าไปได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย ยาบ้าจำนวน  328 เม็ดโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และรถจักรยานยนต์ 1 คัน

เบื้องต้น นายเอ็ม ถูกแจ้งข้อหา  ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย  ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ทะ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วน นายแอล  เจ้าหน้าที่ได้นำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูที่โรงพยาบาลแม่ทะ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า จะเร่งติดตามตัว  นายบูม สบเป๊าะ  ผู้หลบหนีมาดำเนินคดีโดยเร็ว พร้อมฝากถึงผู้ต้องหาว่า การหลบหนีไม่ใช่ทางออก เพราะนอกจากต้องหลบซ่อนเป็นเวลานานแล้ว ยังอาจต้องเผชิญข้อหาหรือโทษที่เพิ่มขึ้น หากเข้ามอบตัวและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับตนเองและครอบครัว.

Share:

อุบัติเหตุสลด! กระบะขับข้ามเลนชนมอไซค์ เด็กหญิงวัย 14 ปี เสียชีวิตคาที่

อุบัติเหตุสลด เด็กหญิงวัย 14 ปี รถกระบะเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ตำรวจเร่งสอบสวนสาเหตุ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินการตามกฎหมาย

        เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 พนักงานสอบสวน สภ.แม่ทะ จังหวัดลำปาง รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถกระบะ บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันบางจาก ตำบลนาครัว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง จึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลแม่ทะ และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยแม่ทะ ร่วมเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ





        เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ พบรถกระบะสีดำจอดอยู่บริเวณไหล่ทาง สภาพด้านหน้าฝั่งซ้ายได้รับความเสียหายอย่างหนัก กันชนและชุดไฟหน้าหลุด กระจกหน้ารถแตกร้าวจากแรงกระแทก ขณะที่รถจักรยานยนต์ล้มคว่ำอยู่ริมถนน สภาพพังเสียหายทั้งคัน ชิ้นส่วนรถกระจัดกระจายทั่วบริเวณ

        ใกล้กับรถจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตเป็นเด็กหญิงภาสินี หรือ น้องไข่มุก นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2  อายุ 14 ปี ชาวบ้านหนามปู่ย่า ตำบลนาครัว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง สภาพมีบาดแผลฉกรรจ์และกระดูกหักผิดรูปหลายแห่ง เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและแพทย์เวรได้เข้าตรวจสอบ ชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติและชาวบ้านที่เดินทางมาดูเหตุการณ์จำนวนมาก

        เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร พร้อมตรวจสอบร่องรอยการเฉี่ยวชน เก็บหลักฐาน และบันทึกภาพในจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด ขณะที่เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยแม่ทะได้เคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตส่งแผนกนิติเวช โรงพยาบาลลำปาง เพื่อชันสูตรอย่างละเอียด ก่อนประสานญาติรับศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา

        เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.แม่ทะ อยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ขับขี่รถกระบะ ซึ่งเป็นชาย อายุ 63 ปี อดีต ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่ง   โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือด พบว่า มีปริมาณแอลกอฮอล์ขึ้นสูงถึง 171 มิลลิกรัม/เปอร์เซ็น ถูกตั้งข้อหาหนัก ขับรถขณะมึนเมาสุรา , ขับรถประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต

         ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ภาพ : สมาคมกู้ภัยแม่ทะ 


Share:

วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เทศบาลตำบลแม่เมาะ เปิดรับสมัครงานพนักงาน จำนวน 4 อัตรา เงินเดือน 11,000-14,600 บาท ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค. - 10 ส.ค. 69

 


เทศบาลตำบลแม่เมาะ เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อสรรหาและเลือกสรรเป็นพนักงานจ้าง จำนวน 2 ตำแหน่ง รวม 4 อัตรา ดังนี้

ประเภทพนักงานจ้างตามภารกิจตำแหน่งสำหรับผู้มีคุณวุฒิ

ตำแหน่ง ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ สังกัดกองช่าง จำนวน 1 อัตรา 

อัตราค่าตอบแทน

1. ผู้มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง คุณวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ให้ได้รับอัตราค่าตอบแทนเดือนละ 11,380 บาท และให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว 2,000 บาท 

2. ผู้มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง คุณวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ให้ได้รับอัตราค่าตอบแทนเดือนละ 13,130 บาท และให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว 1,470 บาท

3. ผู้มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง คุณวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ ให้ได้รับอัตราค่าตอบแทนเดือนละ 13,920 บาท และให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว 680 บาท


ประเภทพนักงานจ้างทั่วไป

ตำแหน่ง พนักงานดับเพลิง สังกัดสำนักปลัดเทศบาล จำนวน 3 อัตรา

อัตราค่าตอบแทน เดือนละ 9,000 บาท และให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว 2,000 บาท

เปิดรับสมัคร ระหว่างวันที่ 27 กรกฎาคม – 10 สิงหาคม 2569

วันและเวลารับสมัคร วันจันทร์ วันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. (เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์)

สถานที่รับสมัคร

ห้องสำนักปลัดเทศบาล สำนักงานเทศบาลตำบลแม่เมาะ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม งานการเจ้าหน้าที่ สำนักปลัดเทศบาล โทร. 054-340104 ต่อ 117














Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์