วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ผู้ว่าฯ ลำปาง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำภาพรวม อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ กิ่วลม-กิ่วคอหมา

 
         ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ลงพื้นที่กับทีมผู้บริหารหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำกักเก็บ ของสองเขื่อนใหญ่ในเขตจังหวัด พบปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นหลังมีฝนตกเหนือเขื่อน ยืนยันภาพรวมลำปางปีนี้น้ำมีพอใช้ แต่ยังห่วงพื้นที่เสี่ยงย้ำหน่วยงานแต่ละภาคส่วนเร่งวางมาตรการช่วยเหลือตั้งแต่เนิ่นๆ 
           นายสิธิชัย  จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย นายชาญ  จูดคง นายอำเภอแจ้ห่ม และหัวหน้าหน่วยงานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของอำเภอแจ้ห่ม และหน่วยงานในสังกัดกรมชลประทาน ร่วมลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำภาพรวม ในสองเขื่อนใหญ่ของจังหวัดลำปาง กิ่วลม กิ่วคอหมา หลังพบพื้นที่ได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมมีฝนตกบริเวณด้านบนเหนือเขื่อน ซึ่งได้ส่งผลดีต่อปริมาณน้ำกักเก็บที่จะต้องนำมาบริหารจัดการ ใช้ภายในเขตพื้นที่จังหวัดให้เพียงพอตลอดช่วงหน้าแล้ง ทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ ใช้ในการเกษตร และในภาคอุตสาหกรรม 
          โดยจากการลงพื้นที่ติดตาม ทางเจ้าหน้าที่หน่วยงานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา ได้รายงานถึงสถานการณ์น้ำภาพรวมของสองเขื่อนใหญ่ ที่พบว่าปัจจุบันมีปริมาณน้ำกักเก็บเพิ่มมากขึ้น เฉลี่ยอยู่ที่ระดับร้อยละ 72 ของความจุอ่างทั้งหมดรวมกัน ซึ่งเขื่อนกิ่วคอหมา มีปริมาณน้ำกักเก็บประมาณ 113 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนกิ่วลม มีปริมาณน้ำกักเก็บประมาณ 82 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งถือได้ว่าอยู่ในระดับเกณฑ์พอใช้ ต่ำกว่าเกณฑ์ปกติเพียงเล็กน้อย 
         นายสิธิชัย  จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำกักเก็บที่มีอยู่ในตอนนี้ นับได้ว่าเป็นข่าวดีของชาวลำปาง เพราะน้ำที่กักเก็บได้มีปริมาณมากกว่าหลายๆ ปีที่ผ่านมา ซึ่งหลายปีก่อนหน้านี้พื้นที่จังหวัดลำปางก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วง ทำให้ตลอดห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา หลายๆ พื้นที่ในจังหวัดลำปางต้องประสบกับปัญหาภัยแล้ง ประชาชนขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ พืชผลทางการเกษตรไม่สามารถเพาะปลูกได้ 
             ส่วนในปีนี้พื้นที่จังหวัดลำปางมีปริมาณน้ำกักเก็บค่อนข้างมาก โดยในอ่างกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก และในพื้นที่เพาะปลูกเขตชลประทาน พบว่ามีปริมาณน้ำรวมทั้งหมดเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 73 มั่นใจว่าปีนี้ประชาชนชาวลำปาง ในเขตพื้นที่ชลประทานจะไม่ประสบปัญหากับวิกฤตภัยแล้งอย่างแน่นอน โดยการบริหารจัดการน้ำจะนำมาตรการปฏิบัติของปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นมาตรการที่ใช้ในห้วงวิกฤตที่สุดมาบริหารจัดการ เพื่อจะให้น้ำที่มีอยู่นำไปใช้ประโยชน์ ทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภค ทำการเพาะปลูก และใช้ในกิจการอุตสาหกรรม ได้อย่างคุ้มค่าเพียงพอทั่วถึง ทั้งในเขตพื้นที่จังหวัดลำปางรวมถึงจังหวัดใกล้เคียงด้วย 
              ในส่วนของพื้นที่นอกเขตชลประทาน ที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่แล้งซ้ำซาก ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้กล่าวถึงการเตรียมการรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในปีนี้ว่า จะต้องเร่งดำเนินการก่อนเสียแต่เนิ่นๆ โดยหลังจากนี้จะได้มีการแจ้งหน่วยงานท้องที่ในทุกอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน เร่งทำการสำรวจพื้นที่แล้งซ้ำซาก แบ่งระดับความเสี่ยง เสี่ยงมาก เสี่ยงปานกลาง และเสี่ยงน้อย เพื่อจะได้เป็นข้อมูลนำมาใช้ในการวางแผนบริหารจัดการน้ำร่วมกัน โดยจะยังคงเน้นย้ำจุดสำคัญในเรื่องการสำรองเก็บน้ำไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ซึ่งจะต้องมีเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคเป็นอันดับแรก ประชาชนต้องไม่ขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ รวมถึงพืชไม้ผลของเกษตรกรต้องไม่ยืนต้นตายจากการขาดแคลนน้ำ 

Share:

วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ลำปาง ประกาศเตรียมพร้อมเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่มน้ำป่าไหลหลากหลังพบว่ามีปริมาณฝนตกสะสมสูง


         สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง ติดตามสถานการณ์ เมื่อเวลา 17.30 น. ของวันที่ 16 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมาพบว่ามีฝนตกหนักถึงหนักมาก ในพื้นที่ จ.ลำปาง ปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมง สูงสุด  ที่อ.แม่ทะ ( อบต.บ้านกิ่ว) 98.0 มม.อ.เสริมงาม (บ้านปงป่าป๋อ) 51.0 มม. อ.เกาะคา (บ้านทุ่งขาม) 48.5 มม. จึงได้มีการประกาศให้ในพื้นที่ดังกล่าว เฝ้าระวัง แจ้งเตือน อย่าใกล้ชิด
          ด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง แจ้งว่า ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอให้อาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัยของกรมทรัพยากรธรณีและประชาชนทั่วไป พื้นที่เสี่ยงภัยให้ เฝ้าระวังภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ในระหว่างวันที่ 16-18 ตุลาคม 2564 โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มบริเวณ อำเภองาว อำเภอแจ้ห่ม อำเภอวังเหนือ อำเภอแม่ทะ อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง เนื่องจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเกิดน้ำป่าไหลหลากแล้วในบางพื้นที่ รวมทั้งปริมาณน้ำฝนที่ตกสะสมมาหลายวัน ทำให้ชั้นดินบนภูเขาอุ้มน้ำไว้มาก อาจส่งผลให้เกิดดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากได้
           ขอให้อาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัยของกรมทรัพยากรธรณี เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังภัย และวัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง หากเกิดเหตุให้แจ้งเตือนสถานการณ์ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากให้ประชาชนในหมู่บ้านได้รับทราบ และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมปฏิบัติตามแผนเฝ้าระวังด้วย 

Share:

อุบัติเหตุรถชน 3คันรวด ซ้ำจุดเดิมบ้านผาลาด เจ็บระนาว 7 คน คาดเหตุจากฝนตกถนนลื่น อยู่ระหว่างสอบสวน

        เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 16 ต.ค.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถชนกันหลายคัน มีผู้ได้บาดเจ็บจำนวนมาก บริเวณถนนผาลาด-แม่เมาะ เขตบ้านผาลาด หมู่ 4 ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง  หลังรับแจ้งจึงรีบประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจตู้ยามผาลาด และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยนครลำปาง ตรวจสอบให้การช่วยเหลือ 

        ในที่เกิดเหตุพบว่าเป็นจุดเดิมที่เกิดอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต 1 รายช่วงกลางดึกที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยเป็นเหตุรถชนกัน 3 คัน  พบรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสันแคป สีดำ หมายเลขทะเบียน บท 5891 ลำปาง จอดขวางกลางถนนฝั่งขาเข้า อ.แม่เมาะ สภาพหน้ารถพังยับ เครื่องยนต์กระเด็นกระจัดกระจาย มีผู้บาดเจ็บที่โดยสารมากับรกระบะ จำนวน 4 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้น
         ส่วนอีกคันเป็นรถยนต์เก๋งฮอนด้าแจ๊ส สีแดง หมายเลยทะเบียน กพ 5824 ลำปาง ซุกอยู่ในพงหญ้าข้างทาง สภาพกระจกแตก หน้ารถยุบ กันชนหลุดตกอยู่บนถนน  โดยมีผู้บาดเจ็บจำนวน 2 ราย และอีกคันเป็นรถจักรยานยนต์เวสป้า สีส้ม ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน พังยับทั้งคันเช่นกัน ล้มอยู่ริมถนน คนขับชายได้รับบาดเจ็บ 1 ราย  รวมมีผู้บาดเจ็บชายและหญิงทั้งหมดรวม 7 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลลำปางอย่างเร่งด่วน 
          สอบถามญาติคนขับรถยนต์กระบะ ทราบว่า ทั้งหมดเป็นชาว อ.เสริมงาม มารับเหมาก่อสร้างใน อ.แม่เมาะ ด้วยกัน 4 คน 1  และกำลังจะขับรถกลับบ้านที่ อ.เสริมงาม  ส่วนเหตุการณ์ยังไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร  
         ส่วนเพื่อนของชายคนขับรถเวสป้า บอกเช่นกันว่าไม่ทราบเหตุการณ์ แต่เพื่อนของตนได้ขี่รถมุ่งหน้าไปทาง อ.แม่เมาะ  รอเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบสวน 
         อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ได้เกิดฝนตกต่อเนื่องตลอดทั้งวัน คาดว่าอาจจะเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนคู่กรณีทั้งหมดต่อไป 
Share:

ผลตรวจคัดกรองเชิงรุกพ่อค้า-แม่ค้า ในตลาดหลักเมือง “พบเป็นบวก 1 ราย” ส่งตรวจยืนยันที่ รพ.ลำปางอีกครั้งพร้อมกับภรรยา และผลติดเชื้อทั้ง 2 คน

 



กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครลำปาง ร่วมกับ โรงพยาบาลลำปาง และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองลำปาง ดำเนินการตรวจเชิงรุก Antigen Test Kit หรือ ATK ให้กับพ่อค้า-แม่ค้าในตลาดเทศบาล 1 (หลักเมือง) พร้อมดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 สำหรับพ่อค้า-แม่ค้าที่ยังไม่ได้รับการฉีดเข็มแรก เพื่อความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่มาเลือกซื้อสินค้าในตลาด เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ผลการตรวจเชิงรุก Antigen Test Kit พ่อค้า-แม่ค้าในตลาดเทศบาล 1 (หลักเมือง) รอบแรก เวลา 15.00 – 17.00 น. จำนวน 239 คน พบว่า ผลเป็นบวก 1 ราย ซึ่งเป็นพ่อค้าผักจากนอกพื้นที่เขตเทศบาลลำปาง มาขายผักบริเวณ "กาดน้อย" จึงให้เก็บของเพื่อกลับไปกักตัวที่บ้าน และรอฟังผลในวันที่ 16 ตุลาคม 2564 ซึ่งได้ทำการตรวจ RT PCR ซ้ำ พร้อมภรรยา พบว่า มีผลเป็นบวกทั้ง 2 คน จึงดำเนินการสอบสวนโรค และเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป

ในส่วนของการตรวจเชิงรุก Antigen Test Kit พ่อค้า-แม่ค้าในตลาดเทศบาล 1 (หลักเมือง) รอบที่สอง เวลา 20.30 – 21.30 น. จำนวน 51 คน พบว่า ผลเป็นลบทั้งหมด

        เทศบาลนครลำปาง จึงขอย้ำให้พ่อค้า-แม่ค้า เช็ดทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสและอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงผู้ที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

ภาพและข้อมูล เทศบาลนครลำปาง 







 

 

Share:

กกต.ลำปาง เผยยอดผู้สมัครนายก อบต. และสมาชิกสภา อบต.ทั้งหมด 59 แห่ง รวมกว่า 1,567 คน อยู่ระหว่างตรวจสอบคุณสมบัติ และประกาศรายชื่ออย่างเป็นทางการ

 



          หลังจาก คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดลำปาง ได้เปิดรับสมัครนายกองค์การบริหารส่วนตำบล พร้อมด้วยสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) รวมทั้งหมด 59  แห่ง  ระหว่างวันที่ 11-15 ต.ค. 64 ที่ผ่านมา เป็นเวลา 5 วัน หลังจากปิดรับสมัครแล้ว กกต.ลำปาง ได้มีการรวบรวมยอดผู้สมัครทั้งหมดในพื้นที่ จ.ลำปาง พบว่ามีผู้สมัครรวม 1,567 คน 

สำหรับผู้สมัครทั้งหมด แยกเป็นผู้สมัครนายก อบต. จำนวน 154 คน และผู้สมัครสมาชิกสภา อบต. จำนวน 1,413 คน  โดยมาสมัครมากที่สุดในวันแรกกว่า 700 คน  ส่วนวันอื่นๆ มีผู้สมัครลดลงตามลำดับ ทั้งนี้ ทาง กกต.จะได้ทำการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครทั้งหมด ก่อนจะทำการประกาศรายชื่อผู้สมัครอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

และในวันที่ 18 ต.ค.64 ได้กำหนดจัดกิจกรรมการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ในการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ผ่านระบบ Zoom Cloud Meeting ณ ศูนย์ถ่ายทอดสด หัองประชุมที่ทำการ อบต.พิชัย ไปยัง อบต.ทั้ง 58 แห่ง ของจังหวัดลำปาง โดยสามารถรับชมได้ผ่านทางเพจ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำปาง https://www.facebook.com/ect.lampang.fanpage



Share:

วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2564

รถยนต์พุ่งชนพ่วง 18 ล้อ หนุ่มพนักงาน กฟผ.แม่เมาะ เสียชีวิตคาที่ โชเฟอร์รถพ่วงเผยเห็นรถยนต์ขับส่ายไปมาแต่ไกล ก่อนจะพุ่งข้ามเลน พยายามหักหลบแล้วแต่ไม่ทัน



เมื่อเวลา 21.28 น. วันที่ 15 ต.ค. 64  ศูนย์วิทยุ 191 จ.ลำปาง ได้รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถพ่วง 18 ล้อ มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บริเวณ ถ.ผาลาด-แม่เมาะ ใกล้เคียงทางเข้าบ้านผาลาดวังหลวง ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง หลังรับแจ้งจึงประสานร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองลำปาง พร้อมแพทย์เวร รพ.ลำปาง และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยนครลำปาง ร่วมตรวจสอบ

          ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์เอนกประสงค์ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กท 9947 ลำปาง สภาพรถพังยับเยินไปทั้งคัน ภายในบริเวณที่นั่งคนขับพบชายคนขับถูกอัดก๊อปปี้เสียชีวิตอยู่ ในสภาพมีบาดแผลทั่วตัว เลือดไหลนอง และยังคงสวมชุดพนักงาน กฟผ.แม่เมาะ พร้อมมีบัตรห้อยคอ ทราบชื่อคือ นายชวดล ครุฑปั้น  ทางเจ้าหน้าที่สมาคมภู้ภัยลำปาง ร่วมกับกู้ภัยแม่เมาะ ได้ช่วยกันนำเครื่องตัดถ่างงัดซากรถ เพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา ส่งทำการชันสูตรที่นิติเวช รพ.ลำปางอีกครั้ง

          ส่วนรถคู่กรณี เป็นรถพ่วง 18 ล้อ บรรทุกขี้เถ้าลอย หมายเลขทะเบียน 70-7307 นครสวรรค์ จอดอยู่กลางถนน โดยคนขับรถรออยู่ในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นให้การว่า  ตนเองขับรถเพื่อจะเข้าไปรอรับเถ้าลอยในโรงไฟฟ้า ส่วนนายชวดล ผู้เสียชีวิต คาดว่ากำลังเลิกงาน และได้ขับรถสวนทางออกมามุ่งหน้าไปยัง อ.เมืองลำปาง ขณะนั้นได้เห็นรถยนต์ขับส่ายไปมา ก่อนที่จะพุ่งข้ามเลนมาชนรถของตนเองก่อนจะแน่นิ่งอยู่กลางถนน และมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนอย่างละเอียดต่อไป  พร้อมกับประสานญาติผู้เสียชีวิตรับศพไปดำเนินการตามประเพณี

ขอบคุณภาพ สมาคมกู้ภัยนครลำปาง , กู้ภัยแม่เมาะ






 

 

Share:

3 ผู้ชนะเลิศประกวดออกแบบลายผ้าไทยสู่สากล 2564

 


ก่อนหน้านี้ได้นำเสนอข่าวคราวการจัดงานแถลงข่าวการประกวดออกแบบลายผ้าไทยสู่สากล เพื่อการต่อยอดและพัฒนา (Cultural Textile Awards 2021) ภายใต้โครงการพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2564 โดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับ ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผ้าทอพื้นถิ่นของไทย และนักออกแบบลายผ้ารุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิดจากหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย (Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2022) นำเสนอการสร้างสรรค์ลายผ้าไทย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด และต่อยอดภูมิปัญญาสู่ความยั่งยืนสืบไป มาวันนี้จะบอกว่าโครงการดังกล่าวดำเนินผ่านไปเรียบร้อยแล้ว

 




โดยเมื่อวันก่อน นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ให้เกียรติเป็นประธานในงานมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดฯ จากประเภทต่างๆ ให้แก่ นางสาวเปมิกา เพียเฮียง เจ้าของผลงาน “โครมาโทกราฟี่” ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทสิ่งทอสร้างสรรค์, นางสาวสุพัฒตรา กล้าหาญ เจ้าของผลงานEfflorescence of Feminine (ความเปล่งปลั่งของหญิงสาว)  ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทผ้าฝ้าย และ นายประพนธ์ ชนะพล เจ้าของผลงาน “มนต์เสน่ห์สงขลา” คว้ารางวัลชมเชย ประเภทผ้าไหม ไปครอง โดยมีคณะกรรมการ อาทิ นายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข เจ้าของแบรนด์วิชระวิชญ์, นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผ้าไทย และ ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฯลฯ ร่วมแสดงความยินดี

 

นายชาย นครชัย กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดโอกาสให้นักออกแบบรุ่นใหม่และผู้ประกอบการได้สร้างสรรค์พัฒนาผ้าไทยให้ได้รับความนิยมในระดับสากล ส่งเสริมการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากผ้าไทยและเครื่องนุ่งห่มตรงตามความต้องการของผู้บริโภคที่นำมาใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยผู้ประกอบการ และนักออกแบบรุ่นใหม่ ใช้แนวคิดหลัก “สังคมสรรค์สร้าง Social Creation” ซึ่งเป็นองค์ความรู้จากหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทย และการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย (Thai Texiles Trend Book Spring/Summer 2022) มาเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยรางวัลแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย และสิ่งทอสร้างสรรค์ ซึ่งผลงานเหล่านี้ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่จะส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของเด็กและเยาวชน จะเห็นว่าผ้าแต่ละผืนที่ออกมามีความสวย มีวิธีคิด มีการนำภูมิปัญญามาต่อยอดซึ่งถือเป็นก้าวแรก และคงไม่หยุดที่ก้าวนี้ แต่จะต้องก้าวต่อไปเพื่อให้วงการผ้าไทยไปสู่สากล และเป็นที่ยอมรับของทุกคนให้อยากใช้ผ้าไทยในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยนักออกแบบไทยถือว่าไม่ธรรมดา ทั้งมีชื่อเสียงและฝีมือระดับสากลมากมาย เพียงแต่ทำอย่างไรจึงจะสามารถมัดใจคนได้ ตรงนี้เป็นสิ่งที่พยายามผลักดันให้สำเร็จ

           


ทั้งนี้ นางสาวเปมิกา เพียเฮียง เจ้าของผลงานชื่อ โครมาโทกราฟี่ เผยถึงแนวคิดที่นำมาใช้ในการทำงานครั้งนี้ว่า ได้ดูสีจาก Thai Texiles Trend Book แล้วเราก็คิดว่าสีดำมันเข้าได้กับทุกลุค สามารถนำมาปรับใช้ได้ทุกช่วงวัย ทุกช่วงอายุคน ถ้าเป็นวัยรุ่นเขาก็นิยมสีดำ ส่วนผู้ใหญ่เขาก็มักใช้โทนสีดำเหมือนกัน สีดำสามารถเข้าได้กับทุก generation ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้ชนะวันนี้ น่าจะเพราะเรื่องการเลือกใช้เส้นใยที่หลากหลาย แล้วเราก็มีการย้อมสีหลายเฉดสี อย่างสีดำ เราก็ไม่ได้ย้อมสีดำแค่เฉดเดียว แต่ว่าเรามีทั้งดำที่ออกน้ำตาล ดำที่ออกแดง ดำที่ออกน้ำเงิน แล้วเส้นใยต่างๆ ที่ใช้ ให้ตรงกับการประกวดในหัวข้อสิ่งทอสร้างสรรค์ ซึ่งประกอบด้วย เส้นไหมอีรี่ เส้นใยเปลือกไหม โดยเส้นไหมควบเป็นการที่เอาเส้นใยขนแกะที่นำมาจากแม่ฮ่องสอนผสมกับเส้นไหมหลืบ เป็นการสร้างเส้นใยขึ้นมาใหม่ ให้มีความแปลกตามากขึ้น แล้วในผ้าทอผืนนี้ก็มีเส้นใย ส่วนใหญ่นำมาใช้ในการทำงานเพื่อทำให้สิ่งที่ใช้งานแล้วกลับมาใช้งานได้ใหม่อีกรอบหนึ่ง

 


ด้าน นางสาวสุพัฒตรา กล้าหาญ เจ้าของผลงานชื่อ Efflorescence of Feminine  (ความเปล่งปลั่งของหญิงสาว เผยแรงบันดาลใจว่า มาจากแนวคิดเรื่องความเปล่งปลั่งของหญิงสาว ในตัวผ้าก็จะมีสีสันที่ค่อนข้างสดใส อย่างสีเหลือง สีคราม สีน้ำตาล สีแดง ซึ่งสีที่ได้มาก็คือย้อมจากธรรมชาติ แต่ว่าใช้เทคนิคการทอเป็นการมัดหมี่แล้วก็นำไปทอจนเกิดชิ้นงาน แนวคิดอีกอย่างก็ได้มาจากหนังสือ Thai Texiles Trend Book ซึ่งตนเองก็นำคอนเซ็ปต์ของสีมาใช้ ส่วนลวดลายเป็นลวดลายที่ดีไซน์ออกแบบจากกระบวนการทำงานที่มีความซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสี เทคนิคการทอ เรื่องสีจากการย้อมธรรมชาติ หรือเป็นการทอด้วยเทคนิคมัดหมี่

 


ปิดท้ายที่ นายประพนธ์ ชนะพล เจ้าของผลงานชื่อ มนต์เสน่ห์สงขลา สะท้อนแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานว่า ปัจจุบันเราจะเห็นเทคนิคการทำผ้าแบบใหม่ๆ แต่เรามองย้อนกลับไปว่าเทคนิคเก่าๆ ผ้าโบราณที่คนสมัยก่อนเขาได้ทำ การย้อมสีธรรมชาติจากสียางกล้วย จากคราม จะเริ่มหมดไป จึงได้นำการย้อมแบบโบราณกลับมาใช้ใหม่ จุดเด่นของผลงานชิ้นนี้จึงมีความโบราณ มีความคลาสสิค การออกแบบผ้านั้นปกติจะเน้นการใช้ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ก็คือเป็นผ้าธรรมชาติ และใช้สีธรรมชาติ โดยจะทำลายธรรมชาติให้น้อยที่สุด เพื่อตอบโจทย์คนที่ไม่นิยมใช้ผ้าที่ทำมาจากใยสังเคราะห์”

 


อย่างไรก็ตาม สำหรับกิจกรรมการประกวดออกแบบลายผ้าไทยสู่สากลเพื่อการต่อยอดและพัฒนา (Cultural Textile Awards 2021) ภายใต้ โครงการพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2564 จะเป็นการนำทุนทางวัฒนธรรมเรื่องผ้าไทย มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสู่สากล สร้างคุณค่าทางจิตใจและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับชุมชน ระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค และระดับชาติต่อไป

 

กอบแก้ว แผนสท้าน...เรื่อง

 

Share:

เร่งตรวจคัดกรองผู้ค้าตลาดหลักเมือง ขอความร่วมมือฉีดวัคซีนเข็มแรกจึงเข้าค้าขายได้ ส่วนตลาดออมสิน ถนนบุญวาทย์ และถนนราชวงค์ สั่งปิดต่อเนื่องอย่างไม่มีกำหนด

 



 เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 15 ตุลาคม 2564 ที่ตลาดหลักเมือง หรือตลาดเทศบาล 1 ต.หัวเวียง อ.เมืองลำปาง เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลนครลำปาง ร่วมกับโรงพยาบาลลำปาง เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองลำปาง นำโดยนางสาวดวงเดือน ไชยชนะ รองนายกเทศมนตรีนครลำปาง  ได้ดำเนินการตรวจ Antigen Test Kit หรือ ATK ให้กับพ่อค้า-แม่ค้าในตลาดทุกคน  พร้อมขอความร่วมมือในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 สำหรับพ่อค้า-แม่ค้าที่ยังไม่ได้รับการฉีดเข็มแรก เพื่อความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่มาเลือกซื้อสินค้าในตลาดด้วย  



โดยมีเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของเทศบาลนครลำปางได้นำรถติดเครื่องขยายเสียงประกาศให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาดหลักเมือง ได้รับทราบโดยทั่วกันว่า พ่อค้าแม่ค้า ที่จะขายของในตลาดแห่งนี้ ต้องผ่านการตรวจ ATK ทุกคนและมีใบรับรองผลการตรวจถึงจะสามารถนำสินค้ามาวางขายได้ตามปกติ  ทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่เตรียมตัวจะมาขายของต่างเข้าคิวรับการตรวจกันอย่างคึกคัก เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ไม่ให้การระบาดขยายวงกว้างออกไปในพื้นที่จังหวัดลำปาง



ในส่วนของตลาดออมสิน ซึ่งจะมีการตั้งวางจำหน่ายสินค้าบนถนนและทางเท้า ถนนบุญวาทย์ และถนนราชวงค์  ต.หัวเวียง อ.เมืองลำปาง ยังคงสั่งปิดอย่างไม่มีกำหนด โดย นายนายสุรพล ตันสุวรรณ รองนายกเทศมนตรีนครลำปาง มอบหมายให้ งานเทศกิจ สำนักปลัดเทศบาลนครลำปาง ร่วมกับ งานจราจร สถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง คอยดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อย  หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก และพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง





 

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์