กรณีเพจชมรม
STRONG
ต้านทุจริตประเทศไทย เผยแพร่เอกสารบันทึกข้อความของเทศบาลนครลำปาง
ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 เรื่องรายงานข้อมูลที่อยู่พนักงานจ้าง
ซึ่งระบุถึงการให้พนักงานจ้างที่มีทะเบียนบ้านอยู่นอกเขตเทศบาล
ดำเนินการย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาในเขตเทศบาลภายใน 3 เดือน
หากไม่สามารถดำเนินการได้ให้แจ้งเป็นรายบุคคล
จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของคำสั่งดังกล่าว
ล่าสุด
นายสุวัฒน์ ตรีมานะพันธ์ รองนายกเทศมนตรีนครลำปาง ชี้แจงว่า
เทศบาลนครลำปางเคยมีประชากรมากกว่า 70,000 คน แต่ปัจจุบันลดลงเหลือต่ำกว่า 50,000
คน ขณะที่ประชากรผู้สูงอายุมีสัดส่วนมากกว่า 34% ของประชากรในเขตเทศบาล
ส่งผลให้จำนวนประชากรมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง
ตามหลักเกณฑ์การจัดตั้งเทศบาลนคร
ต้องมีประชากรมากกว่า 50,000 คน
เทศบาลจึงต้องการสนับสนุนให้มีประชากรเพิ่มขึ้นในเขตเทศบาล เพื่อรักษาสถานะเทศบาลนครลำปางไว้
เนื่องจากหากถูกปรับลดสถานะเป็นเทศบาลเมือง
อาจส่งผลต่อการจัดสรรงบประมาณและเงินสนับสนุนจากภาครัฐ
ซึ่งคำนวณตามจำนวนประชากรในพื้นที่
สำหรับการแจ้งให้พนักงานจ้างและลูกจ้างตามสัญญาย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาในเขตเทศบาลนั้น
นายสุวัฒน์ ยืนยันว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อขอความร่วมมือ
ไม่ได้มีเจตนาบังคับหรือมีเงื่อนไขให้ต้องย้ายเข้าทะเบียนบ้านส่วนกลางของเทศบาล
โดยเปิดให้ดำเนินการได้หลายแนวทาง เช่น ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านของญาติพี่น้อง
หรือให้บุคคลในครอบครัว รวมถึงบุตรหลาน ย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาอยู่ในเขตเทศบาลได้
โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ
นายสุวัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการพูดคุยกับพนักงานและลูกจ้าง พบว่าทุกคนเข้าใจเหตุผลและพร้อมให้ความร่วมมือ โดยย้ำว่าหากเทศบาลนครลำปางถูกปรับลดสถานะและงบประมาณลดลง ผู้ที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรงคือพนักงานจ้างและลูกจ้างตามสัญญา เนื่องจากงบประมาณที่ลดลงอาจทำให้เทศบาลมีข้อจำกัดในการจ้างบุคลากรกลุ่มดังกล่าว
ทั้งนี้
ประเด็นดังกล่าวเป็นกรณีที่มีการเผยแพร่เอกสารคำสั่งและคำชี้แจงจากฝ่ายบริหารเทศบาล
โดยยังมีข้อสงสัยจากสังคมเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติและเงื่อนไขในการย้ายทะเบียนบ้าน
ซึ่งควรมีการชี้แจงรายละเอียดให้ชัดเจน
เพื่อให้พนักงานจ้างได้รับทราบและเข้าใจตรงกัน

































