วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ตาวัย 67 ปี จมน้ำเสียชีวิตหลังวัดหนามปู่ย่า อ.แม่ทะ หลังหายตัวจากงานศพช่วงกลางดึก คาดเหตุจากลื่นล้มหัวกระแทก ใบหน้ามุดลงน้ำช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

        เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 พนักงานสอบสวน สภ.แม่ทะ จ.ลำปาง รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตจมน้ำบริเวณหลังวัดหนามปู่ย่า ตำบลนาครัว อำเภอแม่ทะ จึงประสานแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลแม่ทะ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯกู้ภัยป่าตัน เข้าตรวจสอบ

        ที่เกิดเหตุพบร่างชายเสียชีวิตในสภาพคว่ำหน้าจุ่มอยู่ในน้ำ เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างขึ้นมาตรวจสอบ พบมีบาดแผลถลอกบริเวณศีรษะ ทราบชื่อคือ นายนิรันดร์ อายุ 67 ปี ชาวบ้านหนามปู่ย่า

        จากการสอบถามญาติทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ไปร่วมงานศพของเด็กหญิงวัย 14 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน โดยหลังเสร็จพิธีได้ร่วมรับประทานอาหารและพูดคุยกับญาติจนถึงเวลาประมาณ 02.00 น. ก่อนจะหายตัวออกจากบ้านงานศพ โดยทุกคนเข้าใจว่าเดินทางกลับไปพักผ่อน

        กระทั่งช่วงเช้าวันเดียวกัน มีผู้พบร่างนายนิรันดร์เสียชีวิตอยู่ในแหล่งน้ำหลังวัด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ผู้ตายอาจลื่นล้มจนศีรษะกระแทก ทำให้หมดสติและใบหน้าจมน้ำ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จนเสียชีวิต

        หลังการชันสูตร ญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงมอบร่างให้ครอบครัวนำไปประกอบพิธีทางศาสนาตามประเพณีต่อไป.

ภาพ มูลนิธิฯกู้ภัยป่าตัน

Share:

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เทศบาลนครลำปาง เร่งเครื่องแก้ไขปัญหาน้ำเสีย “แม่น้ำวัง” กางโรดแมป 4 ปี งบ 400 ล้าน สร้างระบบบำบัด คืนน้ำใสให้เมืองลำปาง

 

นายสุวัฒน์ ตรีมานะพันธ์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครลำปาง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในแม่น้ำวัง เขตเทศบาลนครลำปาง เพื่อฟื้นฟูระบบบำบัดน้ำเสีย  และคืนความสะอาดสดใสให้กับแม่น้ำวัง   โดยกล่าวว่า ปัญหาน้ำเสียในแม่น้ำวังที่เรื้อรังมานานกว่า 20 ปี มีสาเหตุหลักมาจากการที่เทศบาลเคยถูกขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) เกี่ยวกับการใช้งานเงินกองทุนในอดีต ส่งผลให้การพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียต้องชะงักลง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้รับการปลดล็อกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้เทศบาลนครลำปางสามารถเดินหน้ายื่นขอสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาน้ำเสียเต็มรูปแบบอีกครั้ง

          สำหรับโครงการบำบัดน้ำเสียรวม เทศบาลนครลำปางเตรียมใช้วงเงินงบประมาณกว่า 400 ล้านบาท ในการวางระบบท่อรับน้ำเสียขนานแม่น้ำวังทั้งสองฝั่ง เพื่อรวบรวมน้ำเสียจากครัวเรือนและชุมชนในเขตเมือง ส่งต่อไปยังสถานีบำบัดน้ำเสียที่ ต.ปงแสนทอง


  • เปิดโรดแมป 4 ปี ก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียครอบคลุม 2 ฝั่งแม่น้ำ

นายสุวัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ตั้งงบประมาณ 7 ล้านบาท เพื่อศึกษาความเหมาะสมและออกแบบระบบบำบัดน้ำเสียรวม   อยู่ระหว่างการพิจารณาผู้เสนอราคา  ซึ่งมีสถาบันการศึกษาอย่าง ม.เชียงใหม่ และ ม.ขอนแก่น ให้ความสนใจ   คาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาจ้างผู้ศึกษาความเหมาะสมและออกแบบ ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้  โดยมีกำหนดระยะเวลาดำเนินการศึกษาและออกแบบ 240 วัน  

จากนั้นจะเสนอโครงการเข้าสู่แผนพัฒนาจังหวัด และยื่นขอสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อม หรือ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) โดยเทศบาลจะสมทบงบประมาณ 10%  เข้าสภาขออนุมัติจัดซื้อจัดจ้างเพื่อหาผู้รับจ้าง คาดว่ากระบวนการอนุมัติและจัดซื้อจัดจ้างจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี   หากได้ผู้รับจ้างแล้ว จะใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 300400 วัน           หากดำเนินงานตามแผนโดยไม่มีอุปสรรค คาดว่าโครงการจะเสร็จสมบูรณ์ภายใน  4 ปี ซึ่งจะช่วยให้แม่น้ำวังกลับมาสะอาด สามารถรองรับการกักเก็บน้ำได้นานถึง 30 วันโดยไม่เกิดการเน่าเสีย จากเดิมที่กักเก็บได้เพียง 710 วันเท่านั้น



  • เดินหน้ามาตรการระยะสั้น เพิ่มคุณภาพน้ำแล้ว 30%

ที่ปรึกษานายกฯ กล่าวว่า  ในระหว่างรอการดำเนินโครงการใหญ่ เทศบาลนครลำปางได้บูรณาการร่วมกับจังหวัดลำปาง และหน่วยงานภาคีเครือข่าย อาทิ ปภ., อบจ.ลำปาง, เทศบาลเมืองเขลางค์นคร, เทศบาลตำบลพิชัย และกรมชลประทาน ร่วมกันเร่งฟื้นฟูคุณภาพน้ำในระยะสั้น ส่งผลให้ค่าวัดระดับออกซิเจนในน้ำ (DO) ของแม่น้ำวังปรับตัวดีขึ้นทันทีถึง 30%

นอกจากนี้ ยังมีแผนปรับปรุงฝายบริเวณวัดต้นธงชัยให้เป็นฝายสำรองน้ำทางตอนเหนือ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายและเปลี่ยนถ่ายน้ำในเขตเทศบาลให้รวดเร็วขึ้น จากเดิมที่ต้องใช้เวลาถึง 2 วัน เหลือเพียงครึ่งวันเท่านั้น

แฟ้มภาพ ..บ่อบำบัดน้ำเสีย ต.ปงแสนทอง 

แฟ้มภาพ ..บ่อบำบัดน้ำเสีย ต.ปงแสนทอง 




Share:

มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง รับสมัครสอบแข่งขันเป็นพนักงานราชการทั่วไป จำนวน 4 อัตรา เงินเดือน 21,780 - 31,400 รับสมัครถึงวันที่ 7 สิงหาคม 2569

 


กลุ่มงานบริหารทั่วไป จำนวน 2 อัตรา 
- ตำแหน่งนิติกร จำนวน 1 อัตรา 

อัตราค่าตอบแทน เดือนละ 21,780 บาท สังกัดงานบริหารทรัพยากรบุคคลและนิติการ กองกลาง สำนักงานอธิการบดี ตามเอกสารแนบท้ายประกาศฯ (ภาคผนวก ก)
- ตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชี จำนวน 1 อัตรา 

อัตราค่าตอบแทน เดือนละ 21,780 บาท สังกัดงานคลัง กองกลาง สำนักงานอธิการบดี ตามเอกสารแนบท้ายประกาศฯ (ภาคผนวก ข)

วัน เวลา และสถานที่รับสมัคร

       ผู้ประสงค์จะสมัครเข้ารับการสรรหาและเลือกสรรเป็นพนักงานราชการ ติดต่อขอรับใบสมัคร และยื่นใบสมัครที่งานบริหารทรัพยากรบุคคลและนิติการ กองกลาง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ชั้น 3 อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 – 7 สิงหาคม 2569 ภาคเช้าเวลา 09.00 – 15.30 น. ในวันและเวลาราชการ (เว้นวันหยุดราชการ) หรือสอบถามทางโทรศัพท์ได้ที่ 095-4502288

คลิกเพื่ออ่านรายละเอียด

ดาวน์โหลดใบสมัคร

Share:

ชาวบ้านทนไม่ไหว แจ้งเบาะแสบ้านมั่วสุมยาเสพติด ชุดสืบสวน สภ.แม่ทะ บุกจับ 2 หนุ่มพร้อมยาบ้า หลังพยายามวิ่งหนีแต่ไม่รอด

 

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ชุดสืบสวน สภ.แม่ทะ สนธิกำลังฝ่ายปกครองและสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) อำเภอแม่ทะ เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดตามเบาะแสจากประชาชน จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้ารวม 32 เม็ด และตรวจพบทั้งคู่เสพยาเสพติด

การปฏิบัติครั้งนี้เป็นไปตามการอำนวยการของ พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผู้กำกับการ สภ.แม่ทะ และ พ.ต.ท.อนันต์ คำมี รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.แม่ทะ โดยมอบหมายให้ พ.ต.ท.ประสิทธิ์ ยอดเรือน พร้อมชุดสืบสวน ร่วมกับฝ่ายปกครองและ อส.แม่ทะ ลงพื้นที่ตรวจสอบตามข้อมูลที่ได้รับจากพลเมืองดี

ก่อนเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าบุคคลทั้งสองมีพฤติกรรมเปิดบ้านมั่วสุมยาเสพติดเป็นประจำ โดยมักมีวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์เข้า-ออกในช่วงเวลากลางคืนอย่างต่อเนื่อง จึงวางแผนเข้าตรวจสอบ

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบผู้ต้องหาทั้งสองอยู่ภายในบริเวณบ้าน และเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ต่างพากันวิ่งหลบหนี แต่ถูกติดตามควบคุมตัวไว้ได้ทั้งคู่


รายแรกคือ นายนุ อายุ 34 ปี ชาวตำบลดอนไฟ อำเภอแม่ทะ ถูกจับกุมบริเวณบ้านในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลดอนไฟ  พร้อมของกลางยาบ้า 29 เม็ด และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

อีกรายคือ นายโบก อายุ 54 ปี ชาวตำบลหัวเสือ อำเภอแม่ทะ ถูกจับกุมบริเวณบ้านหมู่ 11 ตำบลหัวเสือ พร้อมของกลางยาบ้า 3 เม็ด และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาทั้งสองรายในความผิดฐาน มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย  ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ทะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา เซเว่น นัมเบอร์ 





Share:

วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

กฟภ.ลำปาง แจ้งพื้นที่ดับไฟฟ้า อ.เมืองลำปาง วันที่ 23-24 กรกฎาคม 2569

 

วันที่พฤหัสบดี  23 กรกฎาคม  2569

  • ย้ายแนวระบบจำหน่ายแรงสูง หลบแยกตัดใหม่ถนนเลี่ยงเมือง เวลา 08.30-13.00 น. พื้นที่ไฟฟ้าดับ  ถนน ลำปาง-ห้างฉัตร สายเก่า ตั้งแต่ บ้านกล้วยไม้ บ่อแฮ้ว  ถึง บ้านป่าเหียง ฝั่งเทศบาลตำบลบ่อแฮ้ว , บ้านกล้วยไม้ , บ้านพชรพล , บ้านรพช ,บ้านบ่อแฮ้วสันกลาง ,บ้านป่าเหียง และบังอรรับซื้อของเก่า

  •  ปรับปรุงระบบจำหน่าย ติดต้องอุปกรณ์ป้องกันสัตว์  เวลา 07.00-08.00 น. พื้นที่ไฟฟ้าดับ ถนน ท่าคราวน้อย ฝั่งตรงข้ามเซเว่นตลาดอัศวิน


วันที่ศุกร์  24 กรกฎาคม 2569  

  • ปรับปรุงระบบจำหน่าย ติดต้องอุปกรณ์ป้องกันสัตว์   เวลา 09.00-12.00 น. พื้นที่ไฟฟ้าดับ  ตลาดอัศวิน ตั้งแต่ เซเว่นหน้าตลาดอัศวิน ถึง ร้านชัยโภชนา และภายในตลาดอัศวิน

  • ปรับปรุงระบบจำหน่าย ติดต้องอุปกรณ์ป้องกันสัตว์   เวลา 13.00-16.00 น. พื้นที่ไฟฟ้าดับ ถนน ท่าคราวน้อย ตั้งแต่ วิทยาลัยเทคนิคลำปาง ถึง เซเว่นหน้าตลาดอัศวิน ถนน เวียงละกอน ฝั่งตรงข้าม สำนักงานสรรพากร  ซอย ประพันธ์นิเวศน์

       ทั้งนี้ หากพื้นที่บริเวณที่ดับกระแสไฟฟ้าปฏิบัติงาน มีผู้ป่วยติดเตียงต้องการใช้กระแสไฟฟ้าสำหรับเครื่องมือทางการแพทย์ โปรดแจ้ง PEA ลำปาง ก่อนล่วงหน้า เพื่อติดตั้งเครื่องสำรองไฟฟ้า หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์ 054-251102

Share:

ฝ่ายปกครอง-ตำรวจงาว รวบ 2 คดียา ยึดยาบ้า 168 เม็ด รวบหมายจับอีก 1 ราย

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายสมจิตร จุลเจริญ นายอำเภองาว และ พ.ต.อ.สกุลรัชช์ คงทอง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรงาว จังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการ Operation 90 Days : ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด ตามนโยบาย "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราช พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล" เดินหน้าปราบปรามและกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่อำเภองาวอย่างเข้มข้น

ในการปฏิบัติครั้งนี้ ได้มอบหมายให้ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ร้อย อส.อ.งาว 2 ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.งาว เข้าตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่ บ้านปางหละ (ขุนแม่หวด) หมู่ 4 ตำบลบ้านหวด ก่อนสามารถจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้ 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้ารวม 168 เม็ด







ผู้ต้องหารายแรก เป็นราษฎรบ้านปางหละ (ขุนแม่หวด) ถูกจับกุมพร้อมของกลางยาบ้า 160 เม็ด เบื้องต้นแจ้งข้อหา จำหน่ายโดยมีไว้เพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต และ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย

ส่วนผู้ต้องหารายที่สอง เป็นราษฎรชาวอำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ถูกจับกุมพร้อมของกลางยาบ้า 8 เม็ด แจ้งข้อหา ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) และ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดลำปางได้อีก 1 ราย ระหว่างการปฏิบัติการดังกล่าว

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.งาว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยยืนยันว่าจะเดินหน้าปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสงบสุขให้กับประชาชนในพื้นที่

เครดิต ที่ว่าการอำเภองาว จังหวัดลำปาง

Share:

ลำปางเปิดตัวพื้นที่นำร่วม บูรณาการ 5 กองทุน รับมือวิกฤตสิ่งแวดล้อม ชู "แม่น้ำวัง สายน้ำแห่งชีวิต" สร้างต้นแบบพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ


ลำปางจัดพิธีแสดงเจตนารมณ์ขับเคลื่อนการบูรณาการระหว่างกองทุนด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีหน่วยงานกองทุนระดับประเทศ 5 แห่ง ผนึกกำลังร่วมกันยกระดับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะของประชาชน พร้อมเลือกจังหวัดลำปางเป็นพื้นที่นำร่อง ภายใต้แนวคิด "แม่น้ำวัง...สายน้ำแห่งชีวิตของจังหวัดลำปาง"

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ณ ศาลากลางจังหวัดลำปาง นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิดงาน พร้อมผู้แทนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เข้าร่วมลงนามความร่วมมือ

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า  ที่ผ่านมากระบวนการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่มักเกิดต่างคนต่างทำ แต่ละหน่วยงานต่างมีแผนงานและงบประมาณของตนเอง ส่งผลให้การแก้ปัญหาไม่ตรงจุดและชุมชนได้รับประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ ความร่วมมือครั้งนี้มี แนวคิด "ลำปางโมเดล" จึงเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบครั้งใหญ่ โดยนำงบประมาณ งานวิชาการ และนวัตกรรมจากทุกกองทุนมารวมไว้ตรงกลาง แล้วจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกัน  เพื่อลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และชี้เป้าแก้ปัญหาได้อย่างแม่นยำ

สำหรับเป้าหมายหลักของการลงพื้นที่จังหวัดลำปาง จะมุ่งเน้นไปที่การจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุม ทั้งการดูแลระบบลุ่มน้ำ (ลุ่มน้ำวัง) สภาพภูมิอากาศ และวิกฤตฝุ่นละออง PM2.5 ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับมิติทางสังคม เศรษฐกิจ และสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะข้อมูลสถิติที่พบว่า ประชาชนในจังหวัดลำปางมีอัตราการป่วยเป็น มะเร็งปอด สูงอย่างน่ากังวล ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบจากปัญหาสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่สะสมมานาน

ในส่วนของบทบาท สสส. ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าวเสริมว่า สสส. มุ่งเน้นการปรับสภาพแวดล้อมเพื่อป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ โดยมองว่าการสื่อสารให้ความรู้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องขยับไปสู่การเสริมศักยภาพชุมชน ปรับเปลี่ยนกฎระเบียบหรือข้อตกลงร่วมในระดับท้องถิ่น ตลอดจนการพัฒนาทักษะคนทำงานในพื้นที่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีความยั่งยืน

ขั้นตอนหลังจากนี้ จะเป็นการเดินหน้าจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกับทีมงานจังหวัด นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ภาคสาธารณสุข ภาคสิ่งแวดล้อม และภาคเกษตร โดยจะกำหนดพื้นที่เป้าหมาย บทบาทของแต่ละหน่วยงาน รวมถึงการนำงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ลงไปทดลองปฏิบัติจริง พร้อมประเมินผลอย่างใกล้ชิด เพื่อขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นในวงกว้างต่อไป


ด้านนายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ระบุว่า การได้รับเลือกเป็นพื้นที่นำร่วมถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้าง "ลำปางโมเดล" เป็นต้นแบบการบูรณาการกองทุนด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในจังหวัดอื่นของประเทศได้ในอนาคต โดยจังหวัดจะจัดตั้งคณะทำงานเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกันของทั้ง 5 กองทุน มุ่งดูแลแม่น้ำวังควบคู่กับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

ผู้ว่าฯ ได้กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ว่า แม่น้ำวังถือเป็นแม่น้ำสายหลักของชาวลำปาง ไหลผ่านระบบกักเก็บน้ำสำคัญ เช่น เขื่อนกิ่วคอหมา และเขื่อนกิ่วลม อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาพบว่า สภาพแม่น้ำวังในเขตเมืองมีปัญหาความสะอาด ไม่สวยงาม และระบบนิเวศยังไม่สมบูรณ์ เนื่องจากการตื้นเขินของลำน้ำบริเวณหน้าฝายยางสวนพิรมย์ธารที่ไม่มีการขุดลอกมานานหลายสิบปี รวมถึงการระบายน้ำเสียจากชุมชนและบ้านเรือนลงสู่แม่น้ำ

สำหรับแผนการแก้ไขปัญหาระยะยาว จังหวัดลำปางได้ร่วมมือกับองค์การจัดการน้ำเสีย (อจ.น.) และกรมเจ้าท่า ในการขยายระบบบำบัดน้ำเสียในเขตเมือง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการผลักดันงบประมาณต่อเนื่องในช่วงปี 2570–2572 รวมวงเงินเกือบ 400 ล้านบาท เพื่อรวบรวมน้ำเสียจากเขตเมืองส่งไปบำบัดยังระบบบำบัดน้ำเสียที่ตำบลสบตุ๋ยอย่างเต็มระบบ

นายสุวัฒน์ ตรีมานะพันธ์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครลำปาง เปิดเผยถึงทิศทางการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในแม่น้ำวัง เขตเทศบาลนครลำปาง โดยระบุว่า ปัญหาน้ำเสียในแม่น้ำวังที่เรื้อรังมานานกว่า 20 ปี มีสาเหตุหลักมาจากการที่เทศบาลเคยถูกขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) เนื่องจากปัญหางบประมาณในอดีต ส่งผลให้โครงการระบบบำบัดน้ำเสียชะงักลง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หน่วยงานระดับนโยบายได้ปลดล็อกดังกล่าวแล้ว เปิดโอกาสให้เทศบาลนครลำปางสามารถยื่นขอสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมเพื่อดำเนินโครงการเต็มรูปแบบอีกครั้ง

เทศบาลนครลำปางได้วางแผนงานรวบรวมน้ำเสียเพื่อแก้ปัญหาทั้งระบบด้วยงบประมาณกว่า 400 ล้านบาท โดยเตรียมก่อสร้างท่อรับน้ำเสียขนานแม่น้ำวังทั้งสองฝั่ง เพื่อดักน้ำเสียจากครัวเรือนและตัวเมือง ก่อนส่งไปยังสถานีบำบัดน้ำเสียที่บ่อ ต.ปงแสนทอง

นายสุวัฒน์ กล่าวว่า  ในระหว่างรอโครงการระยะยาว เทศบาลนครลำปางได้รับความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ในการระดมหน่วยงานภาคี อาทิ ปภ., อบจ.ลำปาง, เทศบาลเมืองเขลางค์นคร, เทศบาลตำบลพิชัย และกรมชลประทาน เข้ามาฟื้นฟูแม่น้ำวังร่วมกัน ส่งผลให้ค่าวัดระดับออกซิเจนในน้ำ ปรับตัวดีขึ้นทันทีถึง 30% นอกจากนี้ ยังมีแผนปรับปรุงฝายสำรองน้ำบริเวณวัดต้นธงชัย เพื่อช่วยเพิ่มความเร็วในการผลักดันและเปลี่ยนถ่ายน้ำในเขตเมืองให้เร็วขึ้นจาก 2 วัน เหลือเพียงครึ่งวัน

นอกจากนั้น ยังได้รับการสนับสนุนจาก 5 กองทุนระดับประเทศ ที่เล็งเห็นศักยภาพของจังหวัดลำปาง และเลือกให้เป็น "พื้นที่นำร่วม" ในการบูรณาการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างครบวงจร เพื่อขับเคลื่อนให้แม่น้ำวังกลับมาเป็นสายน้ำแห่งชีวิตของชาวลำปางอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ การลงนามแสดงเจตนารมณ์ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงพิธีเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการผสานงบประมาณ องค์ความรู้ และความร่วมมือจากทั้ง 5 กองทุน เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวลำปางให้สามารถอยู่ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน





Share:

ผกก.สภ.แม่ทะ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุรถชนเด็กหญิงวัย 14 ปี เสียชีวิต ก่อนเป็นตัวแทนตำรวจวางพวงหรีด แสดงความอาลัย และให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย

        เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่ทะ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นเหตุให้เด็กหญิงอายุ 14 ปี เสียชีวิต ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.แม่ทะ เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีและกำชับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด

        ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีร้อยเวร 20 สายตรวจ 201 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดชุมชนสัมพันธ์ (ชมส.) ร่วมตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ เก็บรวบรวมรายละเอียดและพยานหลักฐาน เพื่อประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมาย

        ภายหลังการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของผู้เสียชีวิต เพื่อเป็นผู้แทนของสถานีตำรวจภูธรแม่ทะ วางพวงหรีดแสดงความอาลัย พร้อมมอบกำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย และแสดงความห่วงใยต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์


        การลงพื้นที่ในครั้งนี้สะท้อนถึงการติดตามคดีอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการดูแลเยียวยาด้านจิตใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ตามแนวนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มุ่งสร้างความเชื่อมั่นในการดูแลและช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง.



อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง https://www.lannapost.net/2026/07/14.html

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์