วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

สืบสวนแม่ทะผนึกฝ่ายปกครองกวาดล้างยาเสพติด-พนัน-อาวุธปืน จับ 4 รายรวด รวบลุงวัย 70 พร้อมยาบ้า 45 เม็ด

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 15 พฤษภาคม 2569เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.แม่ทะ ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอแม่ทะ เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมและยาเสพติดในพื้นที่ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 4 ราย พร้อมของกลางยาบ้า อาวุธปืน และคดีพนันออนไลน์

ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผกก.สภ.แม่ทะ และ พ.ต.ท.อนันต์ คำมี รอง ผกก.สส.สภ.แม่ทะ โดยมอบหมายให้ พ.ต.ท.ประสิทธิ์ ยอดเรือน สว.สส.ฯ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สืบสวน ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอแม่ทะ นำโดย นายชวิช วงค์คำ ปลัดอำเภอแม่ทะ และเจ้าหน้าที่ อส. ออกปฏิบัติการตรวจค้นในพื้นที่

รายแรกจับกุมชายอายุ 70 ปี ชาว ต.บ้านกิ่ว อ.แม่ทะ พร้อมของกลางยาบ้า 45 เม็ด และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ภายในบ้านพักไม่มีเลขที่ บ้านกิ่วพัฒนา หมู่ 10 ต.บ้านกิ่ว โดยแจ้งข้อหาครอบครองยาเสพติดและเสพยาเสพติด

นอกจากนี้ยังจับกุมชายอายุ 38 ปี ในพื้นที่ ต.สันดอนแก้ว หลังตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย, จับชายอายุ 63 ปี ชาว อ.สบปราบ พร้อมอาวุธปืนไทยประดิษฐและเครื่องกระสุนปืน และจับชายอายุ 34 ปี ในข้อหาเล่นพนันออนไลน์และเสพยาเสพติด

หลังจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ทะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Share:

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ลำปางเปิดตัวรถพุ่มพวงอำเภอเมืองลำปางเข้าร่วม 10 คัน ลุยขายของถูกถึงหน้าบ้าน ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน

จังหวัดลำปางเดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง” เปิดตลาดเคลื่อนที่นำสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดตระเวนจำหน่ายตามชุมชน เพื่อช่วยประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาถูกกว่าท้องตลาด

        วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายพัชระ สิมะเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิดกิจกรรม Kick-off การจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น พ่อค้าแม่ค้า และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก



        สำหรับโครงการดังกล่าว อำเภอเมืองลำปางพร้อมด้วยทุกอำเภอในจังหวัด ได้ร่วมกันนำรถพุ่มพวงออกจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น ไข่ไก่ น้ำมันพืช ข้าวสาร อาหารแห้ง สินค้าเกษตร และอาหารพื้นบ้าน ไปยังหมู่บ้านและชุมชนต่างๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ถึงหน้าบ้าน ในราคาประหยัด

        โดยอำเภอเมืองลำปาง มีเครือข่ายรถพุ่มพวงเข้าร่วมโครงการจำนวน 10 คัน ซึ่งถือเป็นอีกช่องทางสำคัญในการกระจายสินค้าราคาถูกให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

        นอกจากนี้ รถพุ่มพวงที่เข้าร่วมโครงการในช่วงแรก จะได้รับการสนับสนุนสินค้าสำหรับนำไปจำหน่ายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และในครั้งต่อไป หากมีการสั่งซื้อสินค้าตามวงเงินที่กำหนด จะได้รับการช่วยเหลือค่าน้ำมันเพิ่มเติม โดยรถยนต์จะได้รับสนับสนุนค่าน้ำมันสัปดาห์ละ 750 บาท ส่วนรถจักรยานยนต์จะได้รับสัปดาห์ละ 250 บาท เพื่อลดภาระต้นทุนและช่วยให้สามารถออกตระเวนจำหน่ายสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง

        โครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง” เป็นนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินค้าคุณภาพดีในราคาประหยัด ผ่านความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และไปรษณีย์ไทย โดยเริ่มดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป

Share:

คณะผู้ตรวจสอบ กพร. ไฟเขียว กฟผ. เดินหน้าแผนจัดการเปลือกดินฯ หลังลงพื้นที่ตรวจสอบ

คณะผู้ตรวจสอบ กพร. ร่วมกับ สรข.3 เชียงใหม่ และ สอจ.ลำปาง ลงพื้นที่เหมืองแม่เมาะ ตรวจสอบแผนการจัดการเปลือกดินฯ เห็นชอบให้ กฟผ. ดำเนินการตามแผน ระบุมีความเหมาะสม เป็นไปตามหลักวิชาการ มีวิศวกรควบคุมรับรอง และมีอาจารย์ที่ปรึกษาด้านวิศกรรมปฐพีเป็นผู้ศึกษาเสถียรภาพของการเก็บกองเปลือกดิน พร้อมวาง 10 เงื่อนไขปฏิบัติตามเคร่งครัดป้องกันเกิดเหตุซ้ำ 

นายสุชาติ ตุ่นแก้ว ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ (ชชม.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้อง นำคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 3 เชียงใหม่ (สรข.3 เชียงใหม่) นำโดย นายจิโรจน์ รัมมนต์ ผอ.สรข.3 เชียงใหม่ , เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเหมืองแร่ ธรณีวิทยาและด้านสิ่งแวดล้อม กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) นำโดย นายณัฏฐพงษ์ จุลาเกตุโพธิชัย ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการวัตถุดิบอุตสาหกรรม (กบว.) และเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง (สอจ.ลำปาง) ลงพื้นที่ตรวจสอบแผนการจัดการเปลือกดินในบริเวณจุดทิ้งดินนอกบ่อเหมือง ระหว่างวันที่ 11-12 พฤษภาคม 2569 

โดยคณะได้ฟังสรุปแนวทางการแก้ปัญหาทั้งที่มาและความสำคัญ ข้อกำหนดทางด้านวิศวกรรมพื้นที่กองเปลือกดิน การวิเคราะห์เสถียรภาพตามความเห็นที่ปรึกษา แนวทางการกู้คืนและติดตั้งสายพานลำเลียงดินบนพื้นที่ดินสไลด์ รวมถึง แนวทางการเก็บกองเปลือกดิน จากนั้น ได้ลงพื้นที่จุดปรับพื้นที่บริเวณดินสไลด์    จุดติดตั้งระบบสายพานลำเลียง จุดติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดการเคลื่อนตัวและเครื่องวัดระดับแรงดันน้ำใต้ดิน พื้นที่เก็บกองเปลือกดินบริเวณจุดที่ 1 ตามผลการศึกษา และพื้นที่ส่วนขยายการเก็บกองเปลือกดินบริเวณจุดที่ 2 ตามผลการศึกษา 

นายจิโรจน์ รัมมนต์ ผอ.สรข.3 เชียงใหม่ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อตรวจสอบให้ความเห็นชอบตามหลักวิศวกรรม หลังจากที่ กฟผ. ได้เสนอแผนการจัดการเปลือกดินในบริเวณจุดทิ้งดินนอกบ่อเหมืองให้มีความปลอดภัยมากขึ้น พร้อมแบบแปลนการเดินหน้าเหมืองและการทิ้งดิน รวมถึง แผนระบบระบายน้ำซึ่งวิศวกรควบคุมได้ลงนามรับรองเรียบร้อยแล้ว โดยได้ใช้ผลการศึกษาจากที่ปรึกษา รศ.ดร.ฐิรวัตร บุญญะฐี อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมปฐพีในคณะกรรมการวิชาการสาขาวิศวกรรมโยธา สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ว.ส.ท.) ประกอบการจัดทำแผนการจัดการเปลือกดิน ทั้งนี้ สอจ.ลำปาง ได้ส่งแผนการจัดการเปลือกดินและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ สรข.3 เชียงใหม่ 

ทั้งนี้ ภายหลังการตรวจสอบ มีทำบันทึกตรวจสอบ ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบได้พิจารณาแผนการจัดการเปลือกดินในบริเวณจุดทิ้งดินนอกบ่อเหมืองแม่เมาะและฉบับเพิ่มเติมแล้ว มีความเห็นร่วมกันว่า มีความเหมาะสมเป็นไปตามหลักวิชาการ มีวิศวกรควบคุมรับรอง และมีอาจารย์ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมปฐพี             เป็นผู้ศึกษาเสถียรภาพของการเก็บกองเปลือกดิน จึงเห็นชอบแผนการจัดการดังกล่าว 

โดยให้ กฟผ. ดำเนินการเก็บกองเปลือกดินเฉพาะบริเวณจุดที่ 1 ตามที่ได้เสนอมา และจะต้องดำเนินการตามเงื่อนไข ดังนี้ 1. ให้เก็บกองเปลือกดิน โดยมีความหนาของชั้นการโปรยดินเป็น Low Dump 10 เมตร และ High Dump 10 เมตร รวมประมาณ 20 เมตรต่อรอบ โดยเริ่มจากระดับ 480 เมตร รทก.             เป็นต้นไป และให้มี Overall slope ไม่ชันกว่า 1 : 8.64  

2. ให้ส่งรายงานข้อมูลการรังวัดภูมิประเทศพื้นที่ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่ทิ้งหรือเก็บมูลดินทรายนอกเขตประทานบัตร ด้วยอากาศยานไร้คนขับ ปีละ 2 ครั้ง พร้อมข้อมูลการรังวัดภูมิประเทศพื้นที่ประทานบัตร

3.  ให้ส่งรายงานข้อมูลปริมาณการเก็บกองดิน โดยให้รวบรวมรายงานข้อมูลปริมาณดินรายเดือน      ส่งทุกๆ 3 เดือน (ภายในเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม) 

4. ให้ส่งรายงานข้อมูลการวัดระดับแรงดันน้ำใต้ดิน ทุกจุดของหลุมตรวจวัดระดับแรงดันน้ำใต้ดิน (Piezometer) ให้รวบรวมรายงานข้อมูลระดับแรงดันน้ำใต้ดินรายเดือน ส่งทุกๆ 3 เดือน (ภายในเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม) 

5. ให้ส่งรายงานข้อมูลการเคลื่อนตัวของมวลดิน (RTK - LandMos) โดยให้รวบรวมรายงานข้อมูลการเคลื่อนตัวของมวลดินรายเดือน ส่งทุกๆ 3 เดือน (ภายในเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม) กรณีพบโซนการเคลื่อนตัวมีแนวโน้มแผ่ออกไปมากกว่า 300 เมตร หรือพบข้อมูลการเคลื่อนตัวจากเครื่องมือที่ติดตั้งต่างระดับกันมากกว่า 20 เมตร ต้องรายงานเจ้าหน้าที่ สรข.3 และ สอจ.ลำปาง โดยทันที พร้อมวิเคราะห์สาเหตุการเคลื่อนตัวเพิ่มเติม 

6. ให้ส่งรายงานข้อมูลการเคลื่อนตัวของมวลดิน (RTK - LandMos) บริเวณพื้นที่ดินสไลด์ โดยให้รวบรวมรายงานข้อมูลการเคลื่อนตัวของมวลดินรายเดือน ส่งทุกๆ 3 เดือน (ภายในเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม) กรณีเกิดการเคลื่อนตัวของมวลดิน ที่มีอัตราเร็วของการเคลื่อนตัวมากกว่า 1.5 เซนติเมตรต่อวัน ต่อเนื่องกัน 3 วัน ต้องรายงานเจ้าหน้าที่ สรข.3 และ สอจ.ลำปาง โดยทันที พร้อมวิเคราะห์สาเหตุการเคลื่อนตัวเพิ่มเติม 

7. ให้ส่งรายงานข้อมูล ผลการวิเคราะห์และประเมินเสถียรภาพของกองดิน โดยให้ส่งตามรอบที่มีการเปลี่ยนแปลงของลักษณะพื้นที่ (เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นชั้นความสูงในการโปรยดิน หรือเมื่อขึ้นไปโปรยดินในชั้นถัดไป) โดยให้รวบรวมผลการวิเคราะห์ส่งทุกๆ 3 เดือน (ภายในเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม) และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของค่า Factor of safety ที่มีค่าต่ำกว่า 1.25 ให้รายงานผลการวิเคราะห์และประเมินเสถียรภาพของกองดินแก่เจ้าหน้าที่ สรข.3 และ สอจ.ลำปาง โดยทันที 

8. ให้ส่งรายงานผลการดำเนินการตามแผนการจัดการน้ำผิวดินบริเวณพื้นที่ดินสไลด์ โดยส่งรายงานในรูปแบบภาพถ่ายทางอากาศ (บินโดรน) พร้อมกับระบุตำแหน่งของร่องระบายน้ำภายในพื้นที่เพิ่มเติม โดยให้รวบรวมรายงานผลการดำเนินการตามแผนการจัดการน้ำผิวดินรายเดือน ในระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึง เดือนพฤศจิกายน ของทุกปี โดยให้รวบรวมส่งทุกๆ 3 เดือน (ภายในเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม) 

9. ให้ปรับการส่งรายงานผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำ ได้แก่ บริเวณอ่างตกตะกอนห้วยทราย สะพานหางฮุง และอ่างเก็บน้ำแม่เมาะ ประจำเดือน โดยให้รวบรวมส่งทุกๆ 3 เดือน (ภายในเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม) 

และ 10. ให้ปฏิบัติตามแผนผังโครงการทำเหมืองและมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยเคร่งครัด 

สำหรับพื้นที่เก็บกองเปลือกดินบริเวณจุดที่ 2 ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนขยาย กฟผ. จะเริ่มดำเนินการทิ้งดินได้หลังจากได้รับอนุญาตจาก กพร. ในการขอเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการทำเหมืองบางส่วนเสร็จเรียบร้อยแล้ว 

ด้าน นายสุชาติ ตุ่นแก้ว ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ (ชชม.) กล่าวว่า กฟผ. ได้ปรับพื้นที่ดินสไลด์ โดยการปรับแต่งลาดดินและเสริมความมั่นคง ลดความชัน เสริมฐาน (Toe Buttress) ทำชั้นพักลาด มีระบบการจัดการน้ำผิวดิน และมีการเฝ้าระวังการเคลื่อนตัวต่อเนื่องด้วยการติดตั้งเครื่องวัดการเคลื่อนตัวของดินหรือลาดดินด้วยระบบดาวเทียม (GNSS/LandMos) จำนวน 32 จุด และยังเจาะติดตั้งเครื่องวัดแรงดันน้ำใต้ดิน (Piezometer) 15 จุด เพื่อศึกษาประเมินเสถียรภาพหลังการพังทลาย 

โดยมีผลการศึกษาจากที่ปรึกษา รศ.ดร.ฐิรวัตร บุญญะฐี อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมปฐพีในคณะกรรมการวิชาการสาขาวิศวกรรมโยธา สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ว.ส.ท.) พบว่า บริเวณที่เกิดเหตุดินสไลด์ ปัจจุบันมีเสถียรภาพเพียงพอที่จะเข้าไปดำเนินการกู้คืนและติดตั้งระบบสายพานลำเลียงดิน ซึ่งผู้รับจ้างของ กฟผ. สัญญาที่ 8 และสัญญาที่ 9 ติดตั้งสายพานสำหรับลำเลียงดินไปยังที่เก็บกองเปลือกดินบริเวณจุดที่ 1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

พร้อมกันนี้ ยังได้กำหนดเพิ่มเติมเกณฑ์ความปลอดภัย การดำเนินการควบคุมเสถียรภาพจุดทิ้งดินนอกบ่อเหมือง ระดับการเตือน (Alert Level) และระดับหยุดดำเนินการ (Stop Work Level) พร้อมแผนฉุกเฉินรองรับกรณีเกิดการเคลื่อนตัวหรือการสไลด์ของกองดิน ทั้งนี้ มีวิศวกรควบคุมและที่ปรึกษา ลงนามรับรองผลการศึกษาการวิเคราะห์เสถียรภาพ ความปลอดภัยของแนวสายพานลำเลียงดินและการเก็บกองเปลือกดิน ว่ามีความแข็งแรงและปลอดภัย ตามหลักวิศวกรรม ข่าวจาก : แผนกประชาสัมพันธ์เหมืองแม่เมาะ



Share:

วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ระทึก! รถบรรทุกตู้ทึบชนคานสะพานรัษฎาภิเศก ปูนแตกคานงอ หวั่นกระทบสะพานเก่าแก่ร้อยปีคู่เมืองลำปาง


        ช่วงเช้าวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เกิดเหตุรถบรรทุกตู้ทึบความสูงเกินกำหนด ขับชนเข้ากับคานสะพานรัษฎาภิเศก จังหวัดลำปาง ส่งผลให้ปูนบริเวณคานสะพานแตกร้าวและหัก เศษปูนตกกระจายเต็มพื้น ขณะที่คานปูนมีลักษณะโค้งงอ สร้างความตกใจให้กับประชาชนและผู้ใช้เส้นทางเป็นอย่างมาก



        หลังเกิดเหตุ นายวิวัฒน์ อินไทยวงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย โยธาธิการและผังเมืองลำปาง  ตัวแทน นายปุณณสิน มณีนันทน์ นายกเทศมนตรีนครลำปาง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายทันที พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประเมินโครงสร้างสะพาน เพื่อป้องกันผลกระทบด้านความปลอดภัย


       สำหรับสะพานรัษฎาภิเศก ถือเป็นสะพานประวัติศาสตร์สำคัญของจังหวัดลำปาง มีอายุกว่า 109 ปี และเป็นสะพานสีขาว 4 โค้ง อันเป็นแลนด์มาร์กชื่อดังของเมืองลำปาง อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาสะพานแห่งนี้เคยเกิดเหตุรถชนคานหลายครั้ง ส่วนใหญ่เป็นรถบรรทุกจากต่างจังหวัดที่ไม่ชำนาญเส้นทาง

รถบรรทุกที่คาดว่าเป็นคันที่ชนคานสะพาน 

        ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2565 รถเครนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดตาก เคยขับชนคานป้ายสะพานฝั่งตลาดเทศบาล 3 อย่างรุนแรง จนทำให้คานเกิดการโค้งงอมาแล้ว โดยทางเทศบาลนครลำปางได้แจ้งความดำเนินคดี พร้อมวางแผนซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงของคานสะพาน เพื่อป้องกันเหตุซ้ำอีกครั้ง

ภาพ  อำนาจ ดวงใย , นิเวศน์ อินติ๊บ 

Share:

พัดลมช็อตไฟไหม้บ้านกลางดึก ชายวัย 52 ถูกไฟคลอกสาหัส แม่วัย 80 เจ็บด้วย

เมื่อเวลาประมาณ 02.10 น. วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 418 บ้านวังหม้อ ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งฝาย พร้อมรถดับเพลิงเทศบาลตำบลต้นธงชัย และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยต้นธงชัยลำปาง เร่งเข้าตรวจสอบและควบคุมสถานการณ์

เมื่อไปถึงพบเป็นบ้านไม้ผสมปูน 2 ชั้น โดยบริเวณชั้นล่างซึ่งก่อเป็นปูนและใช้เป็นห้องนอน กำลังถูกเพลิงลุกไหม้อย่างหนัก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งฉีดน้ำสกัด ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นพบว่าข้าวของภายในห้องได้รับความเสียหายหลายรายการ ทั้งที่นอน หมอน มุ้ง พัดลม ฝ้าเพดาน ประตู และทรัพย์สินอื่น ๆ ภายในห้องนอน



ในที่เกิดเหตุยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย โดยรายแรกคือ นายศักดิ์สิทธิ์ สุวรรณกูล อายุ 52 ปี ถูกไฟคลอกทั่วบริเวณศีรษะ ใบหน้า มือทั้งสองข้าง แขน และหน้าแข้งขวา อาการสาหัส ส่วนอีกรายคือ นางศิริพร สุวรรณกูล อายุ 80 ปี ได้รับบาดเจ็บจากไฟลวกบริเวณศีรษะและหัวไหล่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งให้การปฐมพยาบาล ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลลำปางอย่างเร่งด่วน

จากการสอบถามผู้บาดเจ็บทราบว่า ขณะเกิดเหตุตนนอนพักอยู่บริเวณชั้นล่างของบ้าน และได้เปิดพัดลมเสียบปลั๊กทิ้งไว้ ก่อนพบประกายไฟลุกจากปลั๊กพัดลม แล้วลุกลามติดที่นอนอย่างรวดเร็ว ตนจึงพยายามดับไฟและนำที่นอนออกจากบ้าน พร้อมร้องเรียกคนช่วยเหลือ แต่ระหว่างนั้นถูกไฟลวกจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งฝาย จะเข้าตรวจสอบรายละเอียดความเสียหาย และสอบสวนหาสาเหตุของเพลิงไหม้อย่างละเอียดอีกครั้งต่อไป

ภาพ กำนัน ต.ต้นธงชัย , งานป้องกันฯ ทต.ต้นธงชัย
Share:

หนุ่มวิ่งหนีด่านตำรวจทางหลวง ชุลมุนแย่งปืนเจ้าหน้าที่ ก่อนลั่นใส่ขาตัวเองบาดเจ็บ ถูกหามส่งโรงพยาบาล พบหมายจับหลายคดี

 

ระทึกกลางชุมชนบ้านม่อนหินแก้ว อ.เกาะคา ชายวัย 45 ปี ขับเก๋งผ่านด่านตรวจ ก่อนมีพิรุธวิ่งหนีเข้าซอย พยายามหลบในบ้านชาวบ้าน ระหว่างตำรวจเข้าควบคุมตัวเกิดชุลมุนแย่งอาวุธปืน จนปืนลั่นใส่ขาตัวเองได้รับบาดเจ็บ ตรวจสอบพบมีหมายจับหลายคดี

เมื่อเวลาประมาณ 13.50 น. วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ศูนย์วิทยุ 191 จังหวัดลำปาง ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงลำปาง ว่ามีเหตุชายถูกอาวุธปืนลั่นใส่ขาได้รับบาดเจ็บ ภายในซอย 9 บ้านม่อนหินแก้ว หมู่ 4 ตำบลวังพร้าว อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง จึงประสานพนักงานสอบสวน สภ.เกาะคา เจ้าหน้าที่กู้ภัยตำรวจทางหลวงลำพูนลำปาง กู้ภัยวังพร้าว  สมาคมกู้ภัยลำปาง จุดเกาะคา   เข้าตรวจสอบ


ที่เกิดเหตุบริเวณลานหน้าบ้านหลังหนึ่ง พบชายได้รับบาดเจ็บ 1 ราย นอนอยู่บนพื้น ถูกยิงเข้าที่บริเวณขาขวา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวใส่กุญแจมือไว้ ทราบชื่อต่อมาคือ นายอนุวัตร หรือ วัตรอายุ 45 ปี ชาวบ้านแม่เลียง หมู่ 7 ตำบลเสริมขวา อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเร่งนำส่งโรงพยาบาลเกาะคา

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้ตั้งจุดตรวจบริเวณถนนพหลโยธิน ขาเข้าเมืองลำปาง เขตบ้านม่อนหินแก้ว โดยพบรถยนต์เก๋งโตโยต้า อัลติส สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ขับผ่านมา จึงเรียกตรวจสอบ พบมีนายอนุวัตรเป็นผู้ขับขี่ พร้อมชายอายุ 20 ปี และหญิงอายุ 18 ปี นั่งโดยสารมาด้วย

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังสอบถามข้อมูล นายอนุวัตรกลับมีท่าทีพิรุธ ก่อนจะถอดรองเท้า วิ่งหลบหนีเข้าไปในซอย 9 และพยายามเข้าไปหลบซ่อนภายในบ้านของชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจึงวิ่งติดตามเพื่อควบคุมตัว กระทั่งเกิดการชุลมุนขึ้น โดยนายอนุวัตรพยายามแย่งอาวุธปืนจากเจ้าหน้าที่ จนปืนลั่นใส่ขาของตัวเองได้รับบาดเจ็บ

ด้านชายและหญิงที่โดยสารมาด้วย ให้การว่า ทั้งคู่เป็นญาติห่าง ๆ ของนายอนุวัตร และกำลังจะเดินทางไปเอารถที่ตำบลบ้านเอื้อม อำเภอเมืองลำปาง โดยนายอนุวัตรอาสาขับรถมาส่ง พร้อมยืมรถของพี่สาวมาใช้ ซึ่งก่อนเดินทางได้ดื่มแอลกอฮอล์กันเล็กน้อย และไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นภายในรถอย่างละเอียด แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายอนุวัตรมีหมายจับติดตัวหลายคดี คาดว่าอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้พยายามหลบหนีการตรวจค้น ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ภาพ กู้ภัยทางหลวงลำพูนลำปาง 

Share:

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

รวบ “เต๋า” ค้ายาบ้าคาบ้านพัก ยึดของกลางกว่า 5 พันเม็ด รับสารภาพสั่งซื้อผ่านแอปฯ ก่อนขายต่อเม็ดละ 50 บาท

        เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นางวณิชดา ไชยศิริ นายอำเภอเกาะคา และ พ.ต.อ.กฤษฎา พงษ์สุวรรณ ผกก.สภ.เกาะคา จังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอำเภอเกาะคา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะคา ลงพื้นที่บ้านวังพร้าว หมู่ 2 ตำบลวังพร้าว อำเภอเกาะคา เพื่อตรวจติดตามและกวาดล้างผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ ตามแผนปฏิบัติการ “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ Quick Big Win”


        จากการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายอานุภาพ หรือ “เต๋า” อายุ 44 ปี พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 5,708 เม็ด ภายในพื้นที่เป้าหมาย โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า สั่งซื้อยาเสพติดผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ก่อนนำมาจำหน่ายต่อให้ลูกค้าในพื้นที่ในราคาเม็ดละ 50 บาท


        เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย” และ “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)” ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะคา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา ส.ปชส.ลำปาง , สภ.เกาะคา

Share:

รถบรรทุกเฉี่ยวชนเก๋งรวม 3 คัน ลุง-ป้าวัยกว่า 60 ปี บาดเจ็บหลายราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำส่งโรงพยาบาลเถิน ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างสอบสวน

 


เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 พ.ต.ท.สมบัติ พุ่มเพ็ชรษา สว.(สอบสวน) สภ.เถิน จังหวัดลำปาง รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกัน บริเวณถนนหน้าศูนย์บริการตำรวจทางหลวง หมู่ 14 ตำบลเถินบุรี อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง มีผู้บาดเจ็บหลายราย  หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ



ในที่เกิดเหตุพบจำนวน 3 คัน คันแรก รถบรรทุก ยี่ห้ออิซูซุ ทะเบียน จ.เชียงใหม่  โดยมี นายดิเรก ชัยลังกา อายุ 46 ปี ชาวตำบลล้อมแรด อำเภอเถิน เป็นผู้ขับขี่  

คันที่ 2 เป็นรถยนต์ ทะเบียน จ.เชียงใหม่ จอดอยู่กลางถนน เกิดไฟลุกไหม้บริเวณด้านหน้ากระโปรงรถ พลเมืองได้ช่วยกันดับไฟไว้ได้สำเร็จ   โดยมีนายจำนง แก้วมา อายุ 58 ปี ชาวอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้ขับขี่ และมีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 3 ราย  คือ นางสมปอง อายุ 60 ปี  น.ส.จินตนา  อายุ 55 ปี และ นายสิงห์คำ อายุ 64 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลเถิน


คันที่ 3 เป็นรถยนต์เก๋งสีขาว จ. กรุงเทพมหานคร มี นายอุดมรักษ์ อายุ 41 ปี ชาวอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นผู้ขับขี่ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และรถได้รับความเสียหายเช่นกัน  เบื้องต้นพนักงานสอบสวน อยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างละเอียดต่อไป




ภาพ เครือข่ายกู้ชีพกู้ภัย อ.เถิน 

 

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์