วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2565

เจ้าของอู่ขับรถยนต์ลูกค้ามาลอง เจอ จยย.พุ่งข้ามทางตัดหน้าชนเข้าอย่างจัง ร่างกระเด็นเสียชีวิตคาที่ 2 ศพ


เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 29 ก.ย.65 ร.ต.อ.ณัฐนันท์ คำสาร รอง สว.(สอบสวน) สภ.เขลางค์นคร  อ.เมืองลำปาง  ได้รับแจ้งให้ตรวจสอบอุบัติเหตุรถชนด้านหน้า สภ.เขลางค์นคร ถ.เลี่ยงเมือง ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ  2 ราย  จึงประสานแพทย์นิติเวช รพ.ลำปาง และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยลำปาง ร่วมออกตรวจสอบเหตุทันที 

 พบเป็นอุบัติเหตุรถยนต์เอสยูวี ชนกับรถจักรยานยนต์ โดยพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 2 ราย  รายแรกชายอายุประมาณ 35-40 ปี นอนอยู่บนถนนเลนขวา สภาพศีรษะแตก แขนขาผิดรูป ขาข้างซ้ายหักหวิดขาด ในตัวไม่พบบัตรประจำตัวประชาชน   ส่วนรายที่ 2 ห่างออกไป20 เมตร พบศพชายนอนคว่ำหน้าอยู่ในร่องกลางถนน ศีรษะแตก ตามตัวเขียวช้ำ ถลอกตามร่างกาย  ทราบชื่อคือนายสุพล กาอินต๊ะ อายุ 66 ปี ราษฎร ม.14 ต.บ่อแฮ้ว อ.เมืองลำปาง  และพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีแดงดำ ทะเบียน ขจว 363 ลำปาง อยู่ในร่องกลางถนน สภาพพังเสียหายบิดเบี้ยวทั้งคัน   

           ส่วนคู่กรณีเป็นรถยนต์ เอสยูวี ยี่ห้อเชฟโรเลต สีขาว ทะเบียน ขต 156 เชียงใหม่  จอดห่างไปประมาณ 100 เมตร  กลางถนนยังพบรอยเบรคยาวตั้งแต่ปากทางแยกหมู่บ้านบุญเกิดไปยังจุดที่รถจอดอยู่  โดยมีคนขับรถรอให้การในที่เกิดเหตุ  ทราบชื่อคือ นายกฤตพัส  อายุ 25 ปี เป็นเจ้าของอู่รถยนต์แห่งหนึ่ง ต.ชมพู ให้การว่า รถคันดังกล่าวเป็นของลูกค้า ซึ่งตนเองได้ขับรถขับออกจากอู่เพื่อมาลองเครื่อง มีพ่อนั่งโดยสารมาด้วย  เมื่อมาถึงปากทางเข้าบ้านบุญเกิด รถจักรยานยนต์ก็ได้พุ่งออกมาตัดหน้าทันที จึงได้เหยียบเบรคจนสุดแรง แต่ก็ชนเข้ากับรถจักรยานยนต์เข้าอย่างจัง และมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว  หลังเกิดเหตุได้ติดต่อกับเจ้าของรถให้ทราบเรื่องและเดินทางมายังที่เกิดเหตุด้วย 
อย่างไรก็ตามทราบว่ารถยนต์ได้ติดตั้งกล้องหน้ารถไว้ด้วย ซึ่งทางร้อยเวรจะได้ตรวจสอบ คู่กรณีสอบสวนและผู้เห็นเหตุการณ์อย่างละเอียดต่อไป

Share:

‘SX Food Festival’ งาน SX 2022 มหกรรมอิ่มอร่อยแบบไม่สร้างขยะใหญ่สุดในอาเซียน

 

ชั่งใจอยู่นานสองนานว่าจะหยิบยกเรื่องราวของ “ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ซึ่งกลับมาในรูปโฉมใหม่แบบอลังการงานสร้างด้วยการขยายพื้นที่เกือบ 5 เท่าหวังตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมือง พร้อมกับให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อกลางเดือนที่แล้ว มาเล่าให้พี่น้องเมืองลำปางได้รับทราบดีหรือไม่...แต่สุดท้ายอดใจไม่ไหว

 


เพราะล่าสุดเมื่อวันก่อน เกิดปรากฎการณ์ ทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์ เมื่องาน Sustainability Expo 2022 หรือ SX 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่สุดในอาเซียน ถูกจัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  โดยความร่วมมือของ 5 องค์กรชั้นนำด้านความยั่งยืนของไทย ได้แก่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ จีซี, บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ครอบคลุมพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตรของศูนย์ฯ สิริกิติ์

 


สำหรับการเปิดโซน SX Food Festival ในครั้งนี้ถือเป็นการต้อนรับเหล่าฟู้ดเลิฟเวอร์ให้มาตะลุยกินอาหารจานเด็ดที่เสิร์ฟความอร่อยพร้อมรักษ์โลกจาก 20 เชฟชื่อดัง ซึ่งรวมไว้ที่นี่ที่เดียว  อย่างเชฟจ๋า -น้ำทิพย์ ภูศรี มาสเตอร์เชฟ ออลสตาร์ ประเทศไทย นำเสนอเมนูอาหารพิเศษ ลาบเห็ดทอด และ Plant-based แกงเห็ดและผักรวมเพื่อสุขภาพ  ลาบก้อยเห็ด  คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพหลากสำรับฉบับอีสาน แท้ๆ รสชาติแซบนัว, เชฟเป่าเป้ เจสสิ ก้า หวัง แชมป์มาสเตอร์เชฟ  ออล สตาร์ ประเทศไทย  เอาใจสายหวานชวนชิมเค้กเด้งดึ๋งไต้หวัน หวานเย็นไต้หวัน  และชาไต้หวันโลว์ชูการ์ ดีต่อสุขภาพจากวัตถุดิบออร์แกนิก

 


ส่วน เชฟจีโน่ -จิตศักดิ์ หลิมภากรกุล  มาสเตอร์เชฟประเทศไทยนำเสนอเกี๋ยวซ่าและข้าวซอยมังสวิรัติ โดนใจชาวผัก จัดเต็มวัตถุดิบจากสวนเกษตรอินทรีย์ปลูกบนภูเขาและวัตถุดิบอื่นๆ จากฟาร์มสีเขียว จ.เชียงใหม่  แล้วยังมี เชฟอ๊อฟ-ณัฐวุฒิ ธรรมพันธุ์, เชฟอาร์-ธีรภัทร ตียาสุนทรานนท์, เชฟพฤกษ์ สัมพันธวรบุตร, เชฟแก้ว-ปวีณ์นุช ยอดปรีชาวิจิตร, เชฟเฟิร์ส-ธนภัทร สุยา  และ เชฟบอล-สุชาติ ใจฉ่ำ เสนออาหารรูปแบบใหม่ๆ เพื่อสุขภาพ และเมนูที่ใช้วัตถุดิบออร์แกนิก ซึ่งมีประชาชนแห่มาชิม-ช้อป โซน SX Food Festival อย่างคึกคักทุกวัน

 


โซน SX Food Festival บนพื้นที่หมื่นตารางเมตรภายใน “ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” แบ่งเป็นโซนย่อย คือ ไทย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และยุโรป กว่า 100 ร้าน แต่ละร้านที่รวบรวมมาล้วนเป็นร้านดังที่สายกินคุ้นเคย ไม่ต้องไปตามหาแต่ละร้านให้เหนื่อย ตามไปปักหมุดด่วน ทั้งเจ๊แดงสามย่าน, เจ๊ไข่ซีฟู้ด, หมูทอดเจ๊จง, สิรินทร์ทิพย์ขนมเบื้องตลาดพูล รวมถึงเมนูซิกเนเจอร์ของโรงแรมระดับตำนาน อย่างข้าวมันไก่มณเฑียร โซนอาหารญี่ปุ่นพบกับร้านอาหารชื่อดังในเครือโออิชิ ซาซิมิปลาส้มจากธรรมชาติซีฟู้ด  ราเมน พิซซ่าญี่ปุ่น น้ำนมจากงารายแรกของโลก

 


ใครที่หลงรักอาหารจีนจัดเต็มของขึ้นชื่อหลายย่าน อาทิ บะหมี่ปู ข้าวต้มจากถนนแปลงนาม, เซ็ง วิม จากตรอกโรงหมู สายเกาหลีจะต้องร้องกรี๊ด ร้านโอเวอร์โซลส่งตรงไก่ทอดเกาหลี คิมบับยักษ์ คิมบับตำหนักดอกไม้ หรือทดลองชิมจางจังมยอนจากร้าน Tudari สาวกอาหารยุโรปอร่อยกับจานเด็ดจากโรงแรม 5 ดาวชื่อดังมาประชัน แต่ละโซนออกแบบตกแต่งอย่างสวยงามเป็นเอกลักษณ์แต่ละสัญชาติ  กลายเป็นจุดเด่นดึงดูดให้ผู้เข้าร่วมงานถ่ายภาพเช็กอินสนุกสนาน ทั้งนี้ ทุกร้านมีป้ายแสดงข้อมูลอาหารดีต่อสุขภาพ ดีต่อโลกอย่างไร แถมใช้บรรจุภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

 


ต้องใจ ธนะชานันท์ ผู้อำนวยการคณะจัดงาน Sustainability  Expo 2022 เผยที่มาการจัด “SX Food Festival” ว่า อาหารการกินของพวกเราสามารถทำลายหรือทำความดีให้แก่โลกได้ ทั้งเรื่องอาหารขยะ (Food Waste) บรรจุภัณฑ์ต่างๆ การจัดการของเสีย เช่น น้ำมัน ฉะนั้น อาหารมีส่วนสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ ถ้าเราใส่ใจดูแล งาน SX 2022 ต้องการสื่อสารกับผู้บริโภคโดยตรง ขณะที่งานอื่นพูดกับผู้ประกอบการ  จึงทำสิ่งที่จับต้องได้อย่างอาหาร เพื่อให้คนทั่วไปเข้าถึงเรื่องความยั่งยืนง่ายขึ้น  SX 2022 มีพันธมิตรที่ทำรายการมาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย และรายการเชฟกระทะเหล็กประเทศไทย ซึ่งเชฟทุกคนให้ความสำคัญกับประเด็นอาหารเพื่อความยั่งยืน  เชฟทั้ง 20 คนยินดีที่มาร่วมพูดคุยถ่ายทอดแนวคิดอาหารรักษ์โลก

 

“SX 2022 คือ มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน  และโซน SX Food Festival รวบรวมทางเลือกอาหารแห่งอนาคต เป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านอาหาร ที่สำคัญจะสร้างแรงบันดาลใจและสร้างความตระหนักรู้ในการคัดแยกขยะ ผ่านสถานีจัดการเศษอาหาร หรือ  Food Waste Station  เจ้าหน้าที่แต่ละสถานีแนะนำการทิ้งขยะลงถังให้ถูกประเภทเพื่อนำขยะไปรีไซเคิลได้ การแปลงขยะเศษอาหารเป็นปุ๋ย รวมถึงมีโซน  Organic Market คาดว่างานนี้จะสร้างความตระหนักรู้เรื่องความยั่งยืนและเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคในมิติด้านอาหารให้ทุกคนได้อย่างแน่นอน ผอ.คณะจัดงาน Sustainability  Expo 2022 กล่าว

 


หนึ่งในเชฟชื่อดัง เชฟบอล-สุชาติ ใจฉ่ำ มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย ซีซั่น 3 ที่มานำเสนอเมนูแจงลอน แป้งจี่ดักแด้ และเคบับเห็ดกรอบ เอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร บอกว่า เราสามารถได้รับโปรตีนสูงจากการกินแมลง ไม่จำเป็นต้องกินสัตว์ใหญ่แล้ว รวมถึงใช้พลังงานจากพืชผักออร์แกนิก  ทุกวันนี้เรากินเพื่ออยู่ ไม่ได้กินเพื่อความสะใจ การลดเนื้อสัตว์ช่วยลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคปศุสัตว์ ตัวการเกิดภาวะเรือนกระจก 

 

แป้งจี่ดักแด้ใช้แป้งกลูเตนฟรี คนแพ้แป้งสาลีสามารถกินได้ ใส่ดักแด้ลงไปในแป้งด้วยเพิ่มความมัน ส่วนแจงลอนทั่วไปใช้เนื้อปลาเป็นหลัก แต่เมนูงานนี้ใช้ Plant-based จากธัญพืช เช่น งาขาว งาดำ ถั่วเหลือง เพื่อความอร่อยโดยนำมาตีกับไข่ขาว ตีเนื้อให้เหนียวเหมือนเนื้อปลา โลว์โซเดียม โลว์ชูการ์ โลว์แคลลอรี่ ใช้การปิ้งย่าง รสชาติกลมกล่อมเหมือนทอดมันและห่อหมก ผมทำอาหารให้เป็นยา ดีต่อสุขภาพเชฟบอล-สุชาติกล่าว

 

คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจโลกต้องถูกใจสิ่งนี้จากโซน  Village: Food Waste Station ที่มีพนักงานหนุ่มสาวตั้งใจแนะนำวิธีการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง และให้ความรู้เกี่ยวกับขยะอาหาร ขยะขวดพลาสติก และอาหารส่วนเกินที่สามารถส่งต่อและแบ่งปันได้ เพื่อลดปริมาณขยะ ไฮไลท์ภายในสถานีนี้มีเครื่องกำจัดเศษขยะอาหารที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการย่อยสลายขยะเศษอาหาร ซึ่งทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ผู้ร่วมงานนำขยะอาหารที่เหลือ มากำจัดลงเครื่องนี้ ขยะอาหารจะกลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงในเวลา 24 ชม. โดยมีการแจกปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงที่ผ่านกระบวนการดังกล่าวฟรี วันละ 200 ถุงอีกด้วย   ปุ๋ยสามารถใช้งานได้เลยนำไปบำรุงต้นไม้พืชผลการเกษตร  กลับมาเป็นอาหารจานใหม่ 

 


ทั่วงานมีถังขยะไฮเทครักษ์โลกขนาดใหญ่ 2 เครื่อง กำจัดเศษขยะอาหารได้เครื่องละ 25  กิโลกรัมต่อวัน เท่ากับปุ๋ยอินทรีย์  25 กิโลกรัม  และถังกำจัดเศษขยะอาหารขนาดเล็กอีก 10 เครื่อง กำจัดได้เครื่องละ 5 กิโลกรัมต่อวัน ถือเป็นนวัตกรรมการหมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่  แล้วยังมีเครื่องรับคืนขวดพลาสติกใส นำขวดมารีไซเคิล 1 ขวด รับ 1 คะแนน เมื่อสะสมครบ 10 คะแนน รับน้ำดื่มหรือของแจกจากงาน เป็นลูกเล่นที่ดึงคนร่วมเยียวยาโลก

 


สถานีจัดการเศษอาหารนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานส่งต่ออาหารส่วนเกินที่ทานได้ให้แก่คนที่ขาดแคลนหรือรายได้น้อย  สถานสงเคราะห์ต่างๆ   อาหารที่บริจาคได้จะเป็นอาหารพร้อมทาน เบเกอรี่  ผักและผลไม้ เนื้อสัตว์ แช่แข็ง  ส่วนอาหารที่ไม่รับบริจาคเป็นเมนูมีกะทิหรือครีมผสม  อาหารที่เลยวันหมดอายุ  หรืออาหารที่ทานแล้ว โดยนำอาหารบริจาคเข้าตู้เย็นปันสุขที่ตั้งอยู่ในสถานี จากนั้นมูลนิธิเอสโอเอส เข้ารับอาหารเพื่อส่งต่อให้แก่ชุมชนที่ต้องการ  อิ่มอร่อย รักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมีความสุขจากการเป็นผู้ให้

 





หากพี่น้อง “ชาวลำปาง” มีโอกาสได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ อยากเชิญชวนให้ไปเปิดประสบการณ์ดีๆ  เพราะที่นี่มีครบจบอิ่มอร่อยแบบไม่สร้างขยะ แถมได้แรงบันดาลใจรักษ์โลกกลับไปทำที่บ้าน อีกทั้งยังเดินทางมาก็สะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT “ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์”  ตามมาเช็กอินกันได้ที่โซน SX Food Festival ของงาน SX2022 เปิดตั้งแต่วันนี้ ถึง 2 ตุลาคม 2565 เวลา 10.00-21.00 น. ที่ฮอลล์ 5-6 ชั้น LG ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 









Share:

ศูนย์ ปภ.เขต 10 เข้าดำเนินการติดตั้งสะพานเบลีย์ บริเวณสะพานข้ามน้ำแม่ตุ๋ยบ้านท่าขัว ต.บ่อแฮ้ว หลังถูกน้ำป่าซัดสะพานขาดเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

 



          วันที่ 27-29 ก.ย.65 เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลำปาง โดยการอำนวยการสั่งการของ  ว่าที่ ร.ต.ณัฐพงค์ ฐิตวิกรานต์  ผู้อำนวยการศูนย์ ปภ.เขต 10 ลำปาง ได้นำเครื่องจักรพร้อมอุปกรณ์ชุดติดตั้งสะพานเบลีย์ ความยาว 47 เมตร  เข้าดำเนินการเตรียมความพร้อมการติดตั้งบริเวณสะพานข้ามน้ำแม่ตุ๋ย ที่เชื่อมต่อระหว่างบ้านปงท่าขัว  หมู่ 10 และบ้านท่าขัว หมู่  4 ต.บ่อแฮ้ว อ.เมืองลำปาง   หลังจากได้ถูกน้ำป่าไหลหลากซัดสะพานขาดไปเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 22 ส.ค.65 ที่ผ่านมา ทำให้ชาวบ้านต้องใช้เส้นทางอ้อมไกลไปกว่า 10 กิโลเมตร

สำหรับการปฏิบัติงานดังกล่าวได้เริ่มตั้งแต่วันที่  26ก.ย.65 โดยเจ้าหน้าที่ได้นำรถแบ็คโฮเข้ามาดำเนินการปรับเกลี่ยดินถมวางตอหม้อสะพานให้แน่นหนา มีความคืบหน้าแล้วประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ หากถมดินเสร็จแล้วจะทำการติดตั้งสะพานเบลีย์ต่อไป










 

Share:

แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน พร้อมมุ่งสู่เวิร์ลคลาส เป้าหมาย TOP5 สนามวิ่งมาตรฐานระดับสากล World Athletics

 



          ใกล้เข้ามาแล้วกับการแข่งขัน “แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 29   ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี   ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม 65  โดยในปีนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนในหลายรายการ เพื่องาน แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน จะเดินหน้าสู่การเป็นสนามวิ่งมาตรฐานระดับสากล  หรือ เวิร์ลคลาส นั่นเอง 

          สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ก็คือ การปรับเส้นทางวิ่งใหม่ โดยปรับตามเกณฑ์ภายใต้การดูแลของสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  เนื่องจากเส้นทางเดิมมีความชันสะสมมากเกินไป 



นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ.แม่เมาะ  กล่าวว่า ปีนี้ได้เชิญสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  มาวัดเส้นทางการวิ่งให้เป็นมาตรฐานโลก เนื่องจากต้องมีเส้นทางที่ชัดเจน  ระยะความชันเหมาะสม และมีความปลอดภัย ให้นักวิ่งได้ดำเนินการแข่งขันได้ดีที่สุด   โดยวันที่ 11 สิงหาคม 65 ที่ผ่านมา  ทางคณะกรรมการสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์   นำโดย นายจิระศักดิ์ ปลาทิพย์  ได้ลงพื้นที่ร่วมกับคณะทำงาน กฟผ.แม่เมาะ และหอการค้าลำปาง เพื่อวัดระยะเส้นทางวิ่ง 





          นายจิระศักดิ์ ปลาทิพย์ กรรมการสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ   กล่าวว่า เส้นทางเก่าจะเป็นเส้นทางที่ขึ้นลงเนินเยอะมาก   จากการสำรวจเส้นทางใหม่ก็พบว่าเป็นเส้นทางที่น่าวิ่ง และสวยงามหลายจุด มีจุดวิ่งขึ้นเนินเพียงเนินเดียว  ลักษณะการวัดคือการบ่งบอกถึงความเป็นมาตรฐานระดับโลก  ระบบเดียวกับการแข่งขันโอลิมปิคชิงแชมป์โลก   ปีนี้มาตรฐานในการแข่งขันจะต้องดีกว่าทุกปี  เพราะเป็นการวัดสนามที่ถูกต้องระดับนานาชาติเลยก็ว่าได้



          หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ.แม่เมาะ   เพิ่มเติมว่า  ในปีนี้ยังได้ปรับการจำหน่ายบัตรรับสมัครนักวิ่งที่เข้าร่วมงาน อยู่ที่ 3 รายการ คือ ประเภทฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21 กิโลเมตร ค่าสมัครจำนวน 900 บาท  มินิมาราธอน ระยะทาง 10 กิโลเมตร ค่าสมัคร 700 บาท และ ฟันรัน ระยะทาง 5 กิโลเมตร ค่าสมัคร 500 บาท  รวมทั้งจำกัดจำนวนนักวิ่งให้ไม่เกิน 4,000 คน  เพื่อรักษาความปลอดภัย  ความสะดวกสบาย  พร้อมก้าวเข้าสู่มาตรฐานของสนามวิ่งระดับสากล  

 เป้าหมาย คือการได้เป็น 1 ใน 5 สนามวิ่งมาตรฐานสากล ที่ได้รับการรับรองจาก  World Athletics  นักวิ่งทั่วโลกจะเดินทางมาวิ่งที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง และเราจะได้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก




แน่นอนว่าการปรับค่าสมัคร และการจำกัดจำนวนนักวิ่ง อาจทำให้ผู้เข้าร่วมงานลดลง แต่ กฟผ.แม่เมาะ หวังจะได้ตัวนักวิ่งคุณภาพที่แท้จริงมาร่วมลงสนาม ประลองเส้นทางใหม่ในครั้งนี้  รวมทั้งการเดินทางมาเยือน จ.ลำปาง ของบรรดานักวิ่งและผู้ติดตาม จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวให้กับคนในพื้นที่  ผู้ประกอบการทั้งหลายจะมีโอกาสกระจายสินค้า และรายได้ในชุมชน  ซึ่งเป็นสิ่งที่ กฟผ.แม่เมาะ คาดหวังว่าจะได้รับ เพื่อคืนกำไรสู่ชุมชน  

          “การจัดงานครั้งนี้รายได้อาจจะลดลง เพราะจำกัดจำนวนนักวิ่งที่จะเข้ามาร่วมงาน  สิ่งสำคัญคือผู้ประกอบการได้กำไรจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในพื้นที่  เราจึงมองว่า การขาดทุน คือ กำไร”



          แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 29  ถือว่าเป็นการพลิกโฉมที่สำคัญตลอด 29 ปีที่ผ่านมา  ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับงานวิ่งที่เป็นมาตรฐานสากล รวมไปถึงทิวทัศน์ที่สวยงาม แปลกใหม่  ที่ตลอดสองข้างทางนักวิ่งจะได้เห็นสภาพเหมืองแม่เมาะ การฟื้นฟูการทำเหมือง รวมถึงโรงไฟฟ้าแม่เมาะ   นักวิ่งจะได้รับความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับนักวิ่ง พบกันที่แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอน  16 ตุลาคม 65 นี้

ภาพจาก  Mae Moh Half Marathon

 





 

 

 

 

 

 

 

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์