วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สลดกลางน้ำแม่ตุ๋ย! พบศพชายวัย 65 ปี ขาติดทุ่นแกลลอนลอยน้ำใต้สะพานบ้านเป้า เมืองลำปาง

        เมื่อเวลา 10.24 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง รับแจ้งว่า  พบผู้เสียชีวิตลอยอยู่กลางลำน้ำแม่ตุ๋ย บริเวณสะพานบ้านเป้า ต.บ้านเป้า อ.เมืองลำปาง  หลังรับแจ้งจึงประสานทีมกู้ชีพกู้ภัย อบต.บ้านเป้า  พร้อมสมาคมกู้ภัยลำปาง จุดแม่ตุ๋ย  ชุดปฏิบัติการทางน้ำ (ทีมนทีลำปาง) ชุดนิติเวชสมาคมกู้ภัยลำปาง ร่วมตรวจสอบเหตุ 

        ในที่เกิดเหตุพบร่างชาย 1 ราย สภาพขาติดอยู่กับทุ่นแกลลอน ลอยอยู่กลางลำน้ำ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้นำเรือลงไปชักลาก กู้ร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากลำน้ำแม่ตุ๋ย ทราบชื่อภายหลังคือ นายวชิรวัชร์ อายุ 65 ปี ชาวหมู่ 5 ต.บ้านเป้า อ.เมืองลำปาง  จ.ลำปาง 

        จากนั้นจึงร่วมกับร้อยเวรสอบสวน  แพทย์นิติเวช  ทำการชันสูตรพลิกศพในเบื้องต้น โดยทางญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตส่งมอบให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป

ภาพ  ชุดนิติเวช สมาคมกู้ภัยลำปาง 

Share:

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

“มิ้วส์ สุวิภา” ยื่นขอนับบัตรเสียใหม่ เขต 2 ลำปาง ตั้งข้อสังเกตคะแนนหาย 70 แต้ม รอ กกต.กลางชี้ขาด

 

ผู้สมัคร ส.ส.ลำปาง เขต 2 พรรคประชาชน เดินหน้าตามขั้นตอนกฎหมาย ยื่นคำร้องทั้ง กกต.จังหวัด และ กกต.กลาง ขอให้นับบัตรเสียใหม่ พร้อมเผยหลักฐานหลายประเด็นที่กังวลเรื่องความโปร่งใส และตั้งข้อสังเกตคะแนนรวมไม่ตรงกับจำนวนบัตรดี รอผลพิจารณาอย่างเป็นทางการ

กรณี น.ส.สุวิภา กุศลจูง หรือ มิ้วส์ผู้สมัคร ส.ส.ลำปาง เขต 2 พรรคประชาชน พร้อมทีมงาน เข้าพบนายทองเนตร ดูใจ ผอ.กกต.ลำปาง เพื่อหารือแนวทางการยื่นขอนับคะแนนบัตรเสียใหม่ เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา

เบื้องต้น ผอ.กกต.ลำปาง ชี้แจงว่า การจะขอนับคะแนนใหม่ ผู้สังเกตการณ์ต้องทักท้วงในขณะนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง และต้องมีเอกสารรับรองการทักท้วงจากเจ้าหน้าที่ หรือมีหลักฐานชัดเจน เช่น คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นถึงความไม่โปร่งใส ทั้งนี้ การพิจารณาจะเป็นอำนาจของ กกต.กลาง โดยให้พรรคทำคำร้องยื่นตามขั้นตอนกฎหมาย

ล่าสุด มิ้วส์ สุวิภา โพสต์ผ่านเพจ สุวิภา กุศลจูง - Suwipa Kusolchoong” ระบุว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายครบถ้วนแล้ว โดยยื่นคำร้องต่อ กกต.จังหวัดลำปาง และพรรคประชาชนได้ยื่นคำร้องต่อ กกต.กลาง อยู่ระหว่างรอผลการพิจารณา

หลังหารือเมื่อวันที่ 9 ก.พ. ต่อมาในวันที่ 10 ก.พ. มิ้วส์และทีมงานพรรคประชาชน เขต 2 ได้รวบรวมเอกสารหลักฐานจากหน่วยเลือกตั้ง อาทิ ใบนับคะแนนแบบขีด ใบรายงานผล ส.ส. 5/17 รวมถึงหลักฐานจากผู้สังเกตการณ์และประชาชนที่ส่งเข้ามา เพื่อประกอบคำร้อง พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบทุกอำเภอว่ามีการปิดประกาศผลคะแนนอย่างโปร่งใสหรือไม่ ซึ่งพบว่าหลายหน่วยไม่มีเอกสารปิดประกาศแล้ว

วันที่ 11 ก.พ. ได้ส่งหลักฐานเพิ่มเติมต่อ กกต.กลาง โดยระบุถึงเหตุการณ์ที่กังวลเรื่องความโปร่งใส เช่น การนำกระดาษมาซ้อนทับขณะนับคะแนนทำให้ผู้สังเกตการณ์มองไม่เห็น แม้มีการทักท้วงแต่ไม่ได้รับการแก้ไข, กรรมการประจำหน่วยแจ้งห้ามถ่ายภาพหรือวิดีโอ, รวมถึงการจัดบอร์ดนับคะแนนในจุดที่มืดและอยู่ไกล แม้ผู้สังเกตการณ์สามารถเตรียมไฟส่องเองได้ แต่เห็นว่าไม่เหมาะสม

มิ้วส์ยังเชิญชวนประชาชนที่พบความผิดปกติหรือหลักฐานความไม่โปร่งใส ส่งข้อมูลเข้ามาทางเพจ โดยระบุว่าขณะนี้มีข้อมูลเรื่องการร้องเรียนซื้อเสียงจำนวนมาก อยู่ระหว่างการรวบรวม

นอกจากนี้ ยังได้โพสต์ภาพใบรายงานการนับคะแนนของหน่วยเลือกตั้งแห่งหนึ่ง  พร้อมข้อความว่า "คะแนนหาย 70 คะแนน  #แพ้ได้แต่ต้องโปร่งใส"   เป็นการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดคะแนนของผู้สมัครรายหนึ่งจึงหายไป 70 คะแนน โดยในใบรายงานระบุว่ามีบัตรดี 207 ใบ แต่เมื่อนำคะแนนผู้สมัครทุกคนมารวมกันกลับได้เพียง 137 คะแนน ซึ่งประเด็นดังกล่าวอยู่ระหว่างรอการตรวจสอบจาก กกต.ต่อไป.

Share:

ผกก.แม่ทะ นำทีบรวบ “บิ๊ก” บุกรุกโรงเพาะเห็ดใช้เคียวบุกลักทรัพย์ สารภาพสิ้น–ค้นตัวเจอยาบ้าอีก 2 เม็ด


เมื่อเวลา 10.40 น. ของวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผกก.สภ.แม่ทะ และ พ.ต.ท.อนันต์ คำมี รอง ผกก.สส.สภ.แม่ทะ โดยมี พ.ต.ท.ประสิทธิ์ ยอดเรือน นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.แม่ทะ เข้าจับกุม นายบิ๊ก (สงวนนามสกุล) ชาว ม.4 ต.น้ำโจ้ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง 

พร้อมของกลางประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือยี่ห้อวีโว่ 1 เครื่อง, เคียวดามยาวประมาณ 2 ฟุต 1 ด้าม, เสื้อผ้าและรองเท้าที่สวมใส่วันก่อเหตุ 1 ชุด และยาบ้า 2 เม็ด เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา  บุกรุกเคหสถาน และลักทรัพย์โดยมีอาวุธ (เคียวดามยาวประมาณ 2 ฟุต) ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่า มีคนร้ายไม่ทราบชื่อบุกรุกเข้าไปลักโทรศัพท์มือถือและเงินสด ภายในโรงเรือนเพาะเห็ด หมู่ 6 ต.ป่าตัน อ.แม่ทะ โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายขณะก่อเหตุได้อย่างชัดเจน

หลังรับแจ้งเหตุ ผู้กำกับการ สภ.แม่ทะ ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนและป้องกันปราบปราม เร่งรัดติดตามตัวคนร้าย พร้อมกระจายกำลังลงพื้นที่หาข่าว ตรวจสอบผู้มีพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อย ผู้พ้นโทษในพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงนำภาพจากกล้องวงจรปิดออกสอบถามชาวบ้านและผู้นำชุมชน

กระทั่งพบว่า นายบิ๊ก ซึ่งเพิ่งพ้นโทษและมีประวัติคดีลักทรัพย์ ปี 2563 จำนวน 1 คดี และปี 2568 อีก 2 คดี มีลักษณะตรงกับบุคคลในภาพและพักอาศัยไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ

เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบที่บ้านพัก พบผู้ต้องหานั่งอยู่หน้าบ้าน เมื่อแสดงตัวและแจ้งข้อมูลหลักฐานจากกล้องวงจรปิด นายบิ๊กยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง พร้อมนำเคียว เสื้อผ้า รองเท้า ที่ใช้ในวันก่อเหตุออกมามอบให้เจ้าหน้าที่ และสมัครใจพาไปชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

โดยนายบิ๊ก พยายามขอร้องไม่ให้ผู้เสียหายเอาเรื่อง แต่เนื่องจากเป็นคดีอาญาแผ่นดิน อีกทั้งขณะเข้าตรวจค้นยังพบยาบ้าในตัวอีก 2 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการจับกุมและส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา เซเว่น นัมเบอร์



Share:

วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

หนุ่มลำปางถูกรถไม่ทราบชนิดเฉี่ยวชน กระเด็นกระแทกพื้นสลบเหมือด

 

          เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. วันที่ 11 ก.พ.69  สภ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง รับแจ้งเกิดอุบัตเหตุรถจักรยานยนต์แฉลบล้ม บริเวณฝั่งตรงข้ามกับ สภ.ห้างฉัตร มีผู้ได้รับบาดเจ็บนอนอยู่กลางถนน  จึงแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยเทศบาลตำบลเวียงตาลเร่งให้การช่วยเหลือ


          จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย อายุประมาณ 35-40 ปี นอนหมดสติอยู่กลางถนน มีแผลแตกบริเวณศรีษะมีเลือดไหล และถลอกตามร่างกาย โดยมีพลเมืองที่ไปถึงก่อนพยายามปลุกให้ตื่น แต่ผู้บาดเจ็บไม่ได้สติ เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาถึงก็ได้พยายามเรียนให้ตื่นอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะได้สติแต่อย่างใด จึงได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำส่งรักษาที่ รพ.ลำปาง   


            ส่วนรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ดรีม สีดำ ทะเบียน จ.ลำปาง ได้ล้มอยู่กลางถนนห่างไประมาณ 10 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำเก็บไว้ที่ สภ.ห้างฉัตร


          โดยก่อนหน้านี้มีชาวบ้านได้ยินเสียงคล้ายรถถูกเฉี่ยวชนไถลกับถนน ประกอบกับมีรถบรรทุกหกล้อขับผ่านมาประสบเหตุเห็นคนเจ็บนอนอยู่กลางถนน จึงได้บีบแตรรถและตะโกนบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่านตรวจอยู่บริเวณหน้า สภ.ห้างฉัตร  ให้เข้ามาช่วยเหลือ เบื้องต้นไม่มีผู้ใดเห็นเหตุการณ์ ซึ่งบริเวณดังกล่าวอยู่ระหว่างการก่อสร้างถนน  คาดว่ารถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บ ถูกรถไม่ทราบชนิดเฉี่ยวชนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานขอดูภาพวงจรปิดจากบ้านเรือนใกล้เคียงเพื่อหาสาเหตุต่อไป




Share:

เปิดปม ผอ.กกต.ลำปาง แจ้งความเอาผิด ข้อหา พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ทำให้เสียชื่อเสียง

 



ผอ.กกต.ลำปาง แจ้งความเอาผิด "ศิโรตม์-ทิพา" ปมโพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหา "สนิทบ้านใหญ่-โกงเลือกตั้ง

 วันที่ 11 ก.พ.69 ที่ สภ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง นายทองเนตร ดูใจ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผอ.กกต.) ประจำจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย สนง.กกต.ลำปาง  เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.ไกรสิงห์ วังนัยกูล สารวัตร (สอบสวน) สภ.ห้างฉัตร เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคล 2 ราย คือ นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการชื่อดัง และคุณทิพา ปวีณาเสถียร (ไก่) ผู้สมัคร ส.ส.ลำปางเขต 1 พรรคประชาชน กรณีโพสต์ข้อมูลอันเป็นเท็จสร้างความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียง

นายทองเนตร ระบุว่า การแจ้งความครั้งนี้ครอบคลุมประเด็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงใน 2 กรณีหลัก คือกรณีการกล่าวหาว่า "โกงเลือกตั้ง" และ "สนิทบ้านใหญ่" 

โดยนางทิพาโพสต์ข้อความกล่าวหาว่า กกต. ลำปาง โกงการเลือกตั้งเนื่องจากไม่มีการติดประกาศแบบ ส.ส. 4/14  ซึ่งนายศิโรตม์ได้นำข้อความดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อในโซเชียลมีเดีย และเพิ่มเติมข้อกล่าวหาว่า ผอ.กกต. ลำปาง มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับ "บ้านใหญ่" หรือกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่

นายทองเนตรยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นความเท็จ และทำให้ตนเองรวมถึงสำนักงาน กกต. ได้รับความเกลียดชังและเสื่อมเสียชื่อเสียง

และกรณีการจัดเวทีประชามติร่างรัฐธรรมนูญ มีการโพสต์ข้อมูลเท็จว่า ผอ.กกต. เชิญเพียงนายกิตติกร โล่ห์สุนทร ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยคนเดียวในเวทีรับฟังความคิดเห็นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเปิดให้ลงทะเบียนออนไลน์ และมีการคัดเลือกตัวแทนแต่ละกลุ่ม (กลุ่มที่เห็นด้วย, ไม่เห็นด้วย และไม่แสดงความเห็น) อย่างเป็นธรรมตามกระบวนการ ซึ่งนายกิตติกรได้ลงทะเบียนเข้าร่วมด้วยตนเอง




"การกระทำดังกล่าวเป็นการนำข้อมูลเท็จลงในระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความไม่เข้าใจและสร้างความเสียหายต่อสำนักงาน กกต. อย่างมาก" นายทองเนตรกล่าว

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน สภ.ห้างฉัตร ได้รับเรื่องและสอบปากคำ ผอ.กกต. ลำปาง ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหามาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

Share:

ไม่เข็ด! เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกค้นบ้านกลางป่า อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง พบอำพรางไม้หวงห้ามซ้ำซ้อน หลังเคยโดนจับเมื่อ 4 เดือนก่อน

เจ้าหน้าที่หลายภาคส่วน นำหมายศาลจังหวัดลำปาง ตรวจสอบบ้าน 2 หลังที่มีลักษณะนำไม้หวงห้ามมาอำพรางเป็นสิ่งปลูกสร้าง พบกระทำผิดจริงตรวจยึดของกลางทั้งหมดพร้อมดำเนินคดีตามกฏหมายทันที

        วันที่ 10 ก.พ.69 นายกรัณย์พล  แสงทอง ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 ลำปาง นายกมล ร่างมณี ผู้อำนวยการส่วน ป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่าฯ ได้สั่งการ ให้กำลังเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ ลป. 11 (แม่ต๋า) เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ลำปาง ประสานนายเมธี ศาสตร์ศรี ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 ภาคเหนือ (กรมป่าไม้) นายเจษฎา เอนกคณา หน.สายตรวจศูนย์ป้องกันปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) กำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.เอนก  เตาสุภาพ ผบก.ปทส.,พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง รอง ผบก.ปคม.รรท.รอง ผบก.ปทส.,พ.ต.อ.ณัทกฤช น้อยคำปัน ผกก.4 บก.ปทส., พ.ต.ท.เกียรติพันธ์ เจริญชนิกานต์ รอง ผกก.4 บก.ปทส., ร.ต.ท.วสุอนันต์ สารีพันธ์ รอง สว. (ป) กก.4 บก.ปทส.,พร้อมชุดปฎิบัติการ  กก.4 บก.ปทส. จ.ลำปาง ประสานกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแจ้ห่ม ตำรวจ สภ.แจ้ห่ม สนธิกำลังนำหมายศาลจังหวัดลำปาง เข้าไปตรวจสอบการลักลอบกระทำผิดเกี่ยวกับ พรบ.ป่าไม้ ปี 2484 และความผิดที่เกี่ยวข้อง ที่บ้านไม่มีเลขที่ บ้านห้วยสะเหน้า หมู่ 7 ตำบลปงดอน อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง

        โดยก่อนเดินทางไปยังเป้าหมาย กำลังเจ้าหน้าที่ได้มีการประชุมวางแผนเพื่อที่จะเดินทางเข้าไป เนื่องจากหมู่บ้านดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ราบสูงการเดินทางค่อนข้างลำบากจึงต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุได้ประสาน ผู้ใหญ่บ้าน บ้านห้วยสะเหน้า หมู่ 7 ตำบลปงดอน อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ร่วมเป็นสักขีพยานในการตรวจสอบ พบเป็นบ้านไม่เลขที่ ปลูกอยู่เหนือป่าของหมู่บ้าน โดยทางเจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าเข้าไปตรวจสอบ เพราะบ้านปลูกอยู่ระหว่างเชิงเขา 



        เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่ามีการนำไม้ห้วงห้ามมาตีแปะอำพรางเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว จำนวน 2 หลัง และยังพบว่าเมื่อประมาณ เดือนพฤศจิกายน 2568 บ้านสองหลังนี้เคยถูกจับกุมดำเนินคดี และยึดของกลางไปแล้วครั้งหนึ่ง ผ่านมา 4 เดือน กลับพบว่ามีการนำไม้หวงห้ามมาอำพรางอีกครั้ง เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งนายประคอง ปัญโญ เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส ผู้ผ่านการฝึกอบรมตรวจพิสูจน์ไม้ฯ เข้าตรวจสอบร่วมและพิจารณาว่าไม้ที่นำมาอำพรางในครั้งนี้ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง จึงได้ทำการตรวจยึดทันที พบเป็นไม้ประดู่แปรรูปจำนวน 107 แผ่นเหลี่ยม ตรวจยึดของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แจ้ห่ม ดำเนินการตามขั้นตอนกฏหมายต่อไป

Share:

‘ขออนุญาตชนะ’ เมื่อการเมืองกินได้ ปักธงกล้าธรรมลำปาง

         

   มีใครคิดว่าบ้านใหญ่ที่ลำปาง อย่าง “โล่ห์สุนทร” จะแพ้ยกจังหวัด เช่นนี้ เพราะไม่เพียง ธนาธร โล่ห์สุนทร จะไม่สามารถรักษาเก้าอี้ไว้ได้เท่านั้น พรรคประชาชน ของคนรุ่นใหม่ก็ไปไม่ถึงฝั่งฝันที่จะเก็บแต้มที่เหลือ ให้เป็นส้มยกจังหวัดด้วย

            “ขออนุญาตชนะ” ดาชัย เอกปฐพี กับถ้อยคำที่ดูนอบน้อมถ่อมตัว แต่แฝงไว้ด้วยความองอาจ ของผู้พิชิต และสามารถปักธง “กล้าธรรม” ไว้บนพื้นที่ลำปางได้สำเร็จ ตามความปรารถนาของธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ทุ่มสุดตัวชนิด “ไม่อนุญาตให้แพ้” ควงคู่มากับ เพ็ญภัค รัตนคำฟู ม้านอกสายตา ทำให้ธงเขียวโบกสะบัดเป็นครั้งแรกในลำปาง

            ถึงแม้ ทิพา ปวีณาเสถียร และ ชลธานี เชื้อน้อย พรรคประชาชน จะคงรักษาเก้าอี้ไว้ได้ แต่ก็คงถึงเวลาทบทวนว่า หากรอไปอีก 4 ปี สภาพของพรรคยังเป็นเช่นนี้ ผู้นำพรรคยังไม่สามารถนำความศรัทธากลับคืนมาได้ สุดท้ายพรรคประชาชนก็จะจบแบบเดียวกับพรรคเพื่อไทย

            ต้องเรียกว่า ปิดฉากพรรคเพื่อไทยสำหรับลำปางเฉพาะในการเลือกตั้งครั้งนี้ 

            โดยไม่อาจนับจำนวน 1 ที่นั่งบัญชีรายชื่อของ ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร มาเป็นตัวแทน ส.ส.ลำปาง พรรคเพื่อไทย เพราะเป็นการเลือกพรรค มาจากคะแนนนิยมของพรรค ไม่ใช่ตัวบุคคล

            จากนี้ จึงมีคำถามว่า ปัจจัยแห่งชัยชนะของพรรคกล้าธรรม ซึ่งครั้งต่อไปอาจมีเป้าหมาย เขียวยกจังหวัด มาจากอะไร และเหตุแห่งความปราชัยของพรรคเพื่อไทย คืออะไร

            หากจะไม่เรียกว่า เป็นความปราชัยของพรรคเพื่อไทย แต่เป็นความพยายามที่ยังไม่มากพอที่จะเข้าไปนั่งในหัวใจของคนลำปาง และคงต้องมุ่งหน้าทำพื้นที่ต่อไปอย่างไม่ท้อถอย โล่ห์สุนทร ยังเป็นความหวังอย่างแน่นอน ด้วยความเป็นนักการเมืองในแบบอนุรักษ์นิยม ใจถึงพึ่งได้ อีกทั้งศรัทธาบารมีของ ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ชัยชนะของพรรคการเมืองใหม่ๆ อาจวูบวาบตามสถานการณ์ ยังมีจังหวะเวลาที่บ้านใหญ่จกลับมาได้

            กระแสพรรคอาจเป็นส่วนหนึ่ง นโยบาย กระเป๋าเงินดิจิทัล นโยบายประชานิยมที่เคยประกาศไว้เมื่อคราวเลือกตั้งปี 2566 ความล้มเหลวของนโยบายเหล่านี้ ทำให้ นโยบายเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน เป็นความเพ้อฝัน แม้กระแส เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จะดีวันดีคืนในช่วงท้ายๆ แต่ก็ไม่เพียงพอ ที่จะกอบกู้ความศรัทธา และความเชื่อมั่นกลับมาได้

            ตรงกันข้าม โอกาสทองของ ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ได้เข้าร่วมรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ช่วงสั้นๆ บนเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำให้เขาสามารถเก็บเกี่ยวคะแนนเสียง ได้เป็นกอบเป็นกำ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการที่ดินทำกิน อันเป็นหัวใจสำคัญของคนรากหญ้าในชนบท การเปลี่ยน สปก. เป็นโฉนดเพื่อเกษตรกรรม การลงพื้นที่มอบโฉนดที่ดินให้กับประชาชนหลายจังหวัด รวมทั้งจังหวัดลำปาง การปราบสินค้าเกษตรเถื่อน เช่น เนื้อหมู ยางพารา การยกระดับรายได้และสินค้าเกษตร สิ่งเหล่านี้ธรรมนัสทำให้เห็น และจับต้องได้

            เขาเข้าถึงหัวใจเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ที่สามารถต้านทานเสียง “นักการเมืองสีเทา” จากคนในเมืองใหญ่ได้

            จะเรียกว่าเป็นนักยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง หรือนักเลือกตั้งที่ตีโจทย์แตก หรืออะไรก็ตาม ก็ต้องยอมรับว่า ชัยชนะของกล้าธรรม มีผลงาน มีเหตุมีผล ไม่ต้องขออนุญาตก็ชนะได้



Share:

วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

กฟผ.แม่เมาะ เดินหน้าต่อเนื่องปีที่ 19 ค่ายวิชาการเหมืองแร่ ต่อยอดสร้างโครงข่ายงานเชื่อมโยง ด้านเหมืองแร่ในอนาคต

เป็นเวลาเกือบ 2 ทศวรรษ ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เหมืองแม่เมาะ จัดกิจกรรมค่ายวิชาการเหมืองแร่ (Mining Camp) เพื่อให้นักศึกษาจาก 4 สถาบันการศึกษาที่มีการเรียนการสอนด้านเหมืองแร่ ทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ , มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ได้เรียนรู้ เสริมทักษะประสบการณ์จากการสัมผัสกระบวนการทำเหมือง และแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิชาการทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ

โดยปีนี้นับเป็นครั้งที่ 19 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2569 นักศึกษาจำนวน 24 คน ได้ร่วมกิจกรรมเรียนรู้เชิงปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของเหมืองแม่เมาะและโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ทั้งการขุดขนดินและถ่าน ระบบการลำเลียงและการจัดการถ่านในลานกอง งานเจาะระเบิดและเหมืองหินปูน งานวางแผนการทำเหมือง งานธรณีวิทยา งานวิศวกรรมธรณี โครงการสำรวจและศึกษาการทำเหมืองใต้ดินบริเวณกลางแอ่งเหมืองแม่เมาะ การใช้เทคโนโลยีต่างๆ การตรวจวัดสิ่งแวดล้อม รวมถึง การฟื้นฟูสภาพพื้นที่หลัง การทำเหมือง

 จุดเริ่มต้นค่ายวิชาการเหมืองแร่

นายสุชาติ ตุ่นแก้ว ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ (ชชม.) เปิดเผยว่า ค่ายวิชาการเหมืองแร่ เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2549 จากการศึกษาดูงานของคณะอาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จนเกิดแนวคิดร่วมกันจัดกิจกรรมในรูปแบบค่ายวิชาการขึ้นอย่างเป็นทางการกระทั่งวันที่ 19 สิงหาคม 2552 ไดเลงนามบันทึกความเข้าใจด้านวิชาการเหมืองแร่ ระหว่าง กฟผ.แม่เมาะ กับ 3 สถาบันการศึกษา ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ , มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี จากนั้นได้ขยายความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2566 และมหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา เชียงใหม่ ได้ร่วมลงนามเพิ่มเติมรวมเป็น 4 มหาวิทยาลัย

โดยค่ายวิชาการเหมืองแร่ เป็นหนึ่งในกิจกรรมตามบันทึกความเข้าใจดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้และเสริมทักษะประสบการณ์จากการได้สัมผัสกระบวนการทำเหมือง และแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิชาการทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ซึ่งเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ของนักศึกษาระหว่างสถาบันการศึกษาให้แน่นแฟ้น

ขณะเดียวกัน ยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์รุ่นพี่และรุ่นน้องระหว่างผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. กับคณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ก่อให้เกิดการเรียนรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ในการทำงานร่วมกันเป็นโครงข่ายงานด้านเหมืองแร่ในอนาคตอีกด้วย

 มากกว่าความรู้และประสบการณ์ต่อยอดสร้างเครือข่ายด้านเหมืองแร่

            ตลอดระยะเวลาเข้าร่วมกิจกรรมทั้งภาคทฤกษฎีและปฏิบัติที่เกี่ยวข้องด้านการทำเหมือง ทั้งเหมืองถ่านหินลิกไนต์ เหมืองหินปูน การดูแลสิ่งแวดล้อม รวมถึงการฟื้นฟูสภาพหลังการทำเหมือง นักศึกษาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ค่ายวิชาการเหมืองแร่ ได้รับมากกว่าความรู้ ยังสามารถต่อยอดสร้างความสัมพันธ์อันดีทั้งจากเพื่อนต่างมหาวิทยาลัย คณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ และที่สำคัญพี่ๆ จาก กฟผ.เหมืองแม่เมาะ

            นางสาวเครือวัน ธีระวงศ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา เชียงใหม่ กล่าวว่า ขอบคุณทาง กฟผ. ที่สนับสนุนทั้งในด้านสถานที่และการถ่ายทอดความรู้จากประสบการณ์การทำงานจริง รู้สึกประทับใจเป็นอย่างมากกับการดูแลที่อบอุ่น และความเป็นกันเองของพี่ๆ ทุกคน บรรยากาศในการเรียนรู้เต็มไปด้วย  ความสนุกสนาน และได้รับประโยชน์อย่างครบถ้วน อยากให้มีการจัดกิจกรรมนี้ทุกปี เพื่อส่งต่อโอกาส  การเรียนรู้ให้แก่ผู้เข้าร่วมในรุ่นน้องต่อไปด้วย

            ด้าน นายนาวินเเสน ธรรมมา นักศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ประทับใจที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม ตลอดระยะเวลา 5 วัน ขอบคุณวิทยากรที่ถ่ายทอดความรู้และให้คำปรึกษาแก่เหล่านักศึกษาอย่างเป็นกันเองและครบถ้วน นอกจากความรู้ทางวิชาการแล้ว ขอชื่นชมการดูแลที่ดีทั้งในเรื่องอาหารและที่พักสะดวกสบาย กิจกรรมนี้ยังช่วยสร้างมิตรภาพและความสามัคคีระหว่างนักศึกษาต่างสถาบันในสายงานวิศวกรรมเหมืองแร่ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เปิดประสบการณ์การเรียนรู้ที่สร้างความสุขและความทรงจำที่ดีให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการทุกคน

            ขณะที่ นายเบญจมินทร์ เจ๋าพรอนันต์ นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ประทับใจพี่ๆ ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ได้รับมิตรภาพที่ดีจากเพื่อนร่วมค่ายและพี่เลี้ยงทุกคน ได้การเรียนรู้นอกห้องเรียนและการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานจริงจากผู้เชี่ยวชาญในสถานที่ปฏิบัติงาน ชื่นชมบรรยากาศการเรียนรู้ที่เปิดกว้างให้อนุญาตให้ซักถามข้อสงสัยได้อย่างเต็มที่ จะจดจำความทรงจำและมิตรภาพที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ไว้ตลอดไป

            นายสุรเกียรติ์ แซ่เขา นักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า โชคดีที่ได้รับโอกาสเข้ามาศึกษาดูงานเหมืองถ่านหินลิกไนต์ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งในประเทศไทย ได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นและการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีจากรุ่นพี่ ตลอดระยะเวลา 5 วันที่ผ่านมา นอกเหนือจากการได้รับความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์แล้ว ยังได้รับความสะดวกสบายทั้งในด้านอาหารและที่พักจนรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก

            วันสุดท้ายของ ค่ายวิชการเหมืองแร่ นักศึกษาแต่ละกลุ่มได้นำเสนอภาพรวมองค์ความรู้และประสบการณ์ตามหัวข้อที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งคณะผู้บริหารนำโดย นายเกษม มงคลเกียรติชัย ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและบริหารเหมืองแม่เมาะ (อบม.) และพี่ๆ ผู้ปฏิบัติงานเหมืองแม่เมาะ ได้ร่วมรับฟัง ซักถาม และให้ข้อเสนอแนะ

พร้อมกันนี้ ยังได้กล่าวปิดกิจกรรมโดยระบุว่า ค่ายวิชาการเหมืองแร่ ครั้งที่ 19 ได้แบ่งกลุ่มให้นักศึกษาแต่ละสถาบันได้มีโอกาสสร้างความสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสถาบัน และทำ Workshop ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ระหว่างกัน โดยมีทีมพี่เลี้ยง กฟผ.เหมืองแม่เมาะ อยู่ประจำกลุ่ม คาดหวังว่ากิจกรรมในครั้งนี้นักศึกษาทุกคนจะได้รับความรู้ความเข้าใจในภารกิจของ กฟผ. สามารถนำสิ่งที่ได้รับไปถ่ายทอดต่อ  

            แม้ว่าขณะนี้ กฟผ.เหมืองแม่เมาะ กำลังเผชิญกับความท้าทายในการเร่งฟื้นฟูระบบสายพานลำเลียงดินให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบกับความมั่นคงทางพลังงาน ในเวลาเดียวกัน ยังคงเดินหน้าวางแผน เตรียมความพร้อมพัฒนาพื้นที่ภายหลังการทำเหมืองยุติลงในปี 2585 ไปพร้อมกัน เพื่อสร้างทางเลือกที่หลากหลายต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของพื้นที่และชุมชน 

lข่าวจาก : แผนกประชาสัมพันธ์เหมืองแม่เมาะ

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์