วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

หนุ่มวิ่งหนีด่านตำรวจทางหลวง ชุลมุนแย่งปืนเจ้าหน้าที่ ก่อนลั่นใส่ขาตัวเองบาดเจ็บ ถูกหามส่งโรงพยาบาล พบหมายจับหลายคดี

 

ระทึกกลางชุมชนบ้านม่อนหินแก้ว อ.เกาะคา ชายวัย 45 ปี ขับเก๋งผ่านด่านตรวจ ก่อนมีพิรุธวิ่งหนีเข้าซอย พยายามหลบในบ้านชาวบ้าน ระหว่างตำรวจเข้าควบคุมตัวเกิดชุลมุนแย่งอาวุธปืน จนปืนลั่นใส่ขาตัวเองได้รับบาดเจ็บ ตรวจสอบพบมีหมายจับหลายคดี

เมื่อเวลาประมาณ 13.50 น. วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ศูนย์วิทยุ 191 จังหวัดลำปาง ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงลำปาง ว่ามีเหตุชายถูกอาวุธปืนลั่นใส่ขาได้รับบาดเจ็บ ภายในซอย 9 บ้านม่อนหินแก้ว หมู่ 4 ตำบลวังพร้าว อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง จึงประสานพนักงานสอบสวน สภ.เกาะคา เจ้าหน้าที่กู้ภัยตำรวจทางหลวงลำพูนลำปาง กู้ภัยวังพร้าว  สมาคมกู้ภัยลำปาง จุดเกาะคา   เข้าตรวจสอบ


ที่เกิดเหตุบริเวณลานหน้าบ้านหลังหนึ่ง พบชายได้รับบาดเจ็บ 1 ราย นอนอยู่บนพื้น ถูกยิงเข้าที่บริเวณขาขวา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวใส่กุญแจมือไว้ ทราบชื่อต่อมาคือ นายอนุวัตร หรือ วัตรอายุ 45 ปี ชาวบ้านแม่เลียง หมู่ 7 ตำบลเสริมขวา อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเร่งนำส่งโรงพยาบาลเกาะคา

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้ตั้งจุดตรวจบริเวณถนนพหลโยธิน ขาเข้าเมืองลำปาง เขตบ้านม่อนหินแก้ว โดยพบรถยนต์เก๋งโตโยต้า อัลติส สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ขับผ่านมา จึงเรียกตรวจสอบ พบมีนายอนุวัตรเป็นผู้ขับขี่ พร้อมชายอายุ 20 ปี และหญิงอายุ 18 ปี นั่งโดยสารมาด้วย

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังสอบถามข้อมูล นายอนุวัตรกลับมีท่าทีพิรุธ ก่อนจะถอดรองเท้า วิ่งหลบหนีเข้าไปในซอย 9 และพยายามเข้าไปหลบซ่อนภายในบ้านของชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจึงวิ่งติดตามเพื่อควบคุมตัว กระทั่งเกิดการชุลมุนขึ้น โดยนายอนุวัตรพยายามแย่งอาวุธปืนจากเจ้าหน้าที่ จนปืนลั่นใส่ขาของตัวเองได้รับบาดเจ็บ

ด้านชายและหญิงที่โดยสารมาด้วย ให้การว่า ทั้งคู่เป็นญาติห่าง ๆ ของนายอนุวัตร และกำลังจะเดินทางไปเอารถที่ตำบลบ้านเอื้อม อำเภอเมืองลำปาง โดยนายอนุวัตรอาสาขับรถมาส่ง พร้อมยืมรถของพี่สาวมาใช้ ซึ่งก่อนเดินทางได้ดื่มแอลกอฮอล์กันเล็กน้อย และไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นภายในรถอย่างละเอียด แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายอนุวัตรมีหมายจับติดตัวหลายคดี คาดว่าอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้พยายามหลบหนีการตรวจค้น ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ภาพ กู้ภัยทางหลวงลำพูนลำปาง 

Share:

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

รวบ “เต๋า” ค้ายาบ้าคาบ้านพัก ยึดของกลางกว่า 5 พันเม็ด รับสารภาพสั่งซื้อผ่านแอปฯ ก่อนขายต่อเม็ดละ 50 บาท

        เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นางวณิชดา ไชยศิริ นายอำเภอเกาะคา และ พ.ต.อ.กฤษฎา พงษ์สุวรรณ ผกก.สภ.เกาะคา จังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอำเภอเกาะคา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะคา ลงพื้นที่บ้านวังพร้าว หมู่ 2 ตำบลวังพร้าว อำเภอเกาะคา เพื่อตรวจติดตามและกวาดล้างผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ ตามแผนปฏิบัติการ “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ Quick Big Win”


        จากการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายอานุภาพ หรือ “เต๋า” อายุ 44 ปี พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 5,708 เม็ด ภายในพื้นที่เป้าหมาย โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า สั่งซื้อยาเสพติดผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ก่อนนำมาจำหน่ายต่อให้ลูกค้าในพื้นที่ในราคาเม็ดละ 50 บาท


        เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย” และ “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)” ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะคา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา ส.ปชส.ลำปาง , สภ.เกาะคา

Share:

รถบรรทุกเฉี่ยวชนเก๋งรวม 3 คัน ลุง-ป้าวัยกว่า 60 ปี บาดเจ็บหลายราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำส่งโรงพยาบาลเถิน ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างสอบสวน

 


เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 พ.ต.ท.สมบัติ พุ่มเพ็ชรษา สว.(สอบสวน) สภ.เถิน จังหวัดลำปาง รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกัน บริเวณถนนหน้าศูนย์บริการตำรวจทางหลวง หมู่ 14 ตำบลเถินบุรี อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง มีผู้บาดเจ็บหลายราย  หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ



ในที่เกิดเหตุพบจำนวน 3 คัน คันแรก รถบรรทุก ยี่ห้ออิซูซุ ทะเบียน จ.เชียงใหม่  โดยมี นายดิเรก ชัยลังกา อายุ 46 ปี ชาวตำบลล้อมแรด อำเภอเถิน เป็นผู้ขับขี่  

คันที่ 2 เป็นรถยนต์ ทะเบียน จ.เชียงใหม่ จอดอยู่กลางถนน เกิดไฟลุกไหม้บริเวณด้านหน้ากระโปรงรถ พลเมืองได้ช่วยกันดับไฟไว้ได้สำเร็จ   โดยมีนายจำนง แก้วมา อายุ 58 ปี ชาวอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้ขับขี่ และมีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 3 ราย  คือ นางสมปอง อายุ 60 ปี  น.ส.จินตนา  อายุ 55 ปี และ นายสิงห์คำ อายุ 64 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลเถิน


คันที่ 3 เป็นรถยนต์เก๋งสีขาว จ. กรุงเทพมหานคร มี นายอุดมรักษ์ อายุ 41 ปี ชาวอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นผู้ขับขี่ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และรถได้รับความเสียหายเช่นกัน  เบื้องต้นพนักงานสอบสวน อยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างละเอียดต่อไป




ภาพ เครือข่ายกู้ชีพกู้ภัย อ.เถิน 

 

Share:

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ชาวบ้านนับพัน แห่ร่วมพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อขุนตาน เจ้าผู้ปกป้องเมืองเขลางค์นคร

 

วันที่  12 พฤษภาคม 2569  ณ อุทยานประวัติศาสตร์อนุสาวรีย์เจ้าพ่อขุนตาน(พญาเบิก) หมู่ที่ 5 บ้านหัววัง อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง นายกิตติกร โล่ห์สุนทร นายกสมาคมกีฬาจังหวัดลำปาง เป็นประธานในประเพณีบวงสรวงอนุสาวรีย์เจ้าพ่อขุนตาน ประจำปี 2569  “ฮีตฮอตแห่งศรัทธา ไหว้สาพญาเบิก ศุภฤกษ์ นำสิริ สามัคคี”  ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี


โดยในพิธีดังกล่าว มีขบวนเครื่องสักการะ เครื่องบวงสรวง การถวายเครื่องสักการะ พิธีบวงสรวง(แบบล้านนาเฒ่าแก่นายโฮง) พิธีบวงสรวง(พิธีพราหมณ์) และการแสดงต่างๆ มากมายเช่น การตีกลองปู่จา การฟ้อนรำของชมรมเขลางค์ถิ่นไทยงาม การแสดงน้อมไหว้สาพญาเบิก จากมวลชน 11 หมู่บ้าน ฯลฯ  


ทั้งนี้ การเพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติประวัติของบรรพชน ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองในอดีตกาล ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นการเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวของผู้ที่มาร่วมงาน หรือให้ความเคารพนับถือ ควรที่จะสืบทอดและรักษาไว้เป็นประเพณีของท้องถิ่น



ประวัติโดยย่อ 

เจ้าพ่อขุนตานมีพระนามว่า พญาเบิก เป็นเจ้าเมืองเขลางค์นคร หรือลำปาง และเป็นเจ้าเมืองเวียงต้าน หรือเวียงตาน ในอำเภอห้างฉัตร เป็นราชบุตรของพญายีบา เจ้านครหริภุญชัย หรือลำพูน ในราชวงศ์จามเทวี เป็นธรรมเนียมและราชประเพณี แห่งราชวงศ์จามเทวี ราชบุตรองค์ใดก่อนจะขึ้นครองนครหริภุญชั สืบต่อในราชวงศ์จามเทวี จะแต่งตั้งเป็นยุพราชไปครองเมืองเขลางค์นคร เสียก่อน

พญาเบิก หรือเจ้าพ่อขุนตาน เป็นยอดนักรบ ที่มีความคงกระพันชาตรี และมีกุศโลบายในการวางแผนการรบอย่างลึกซึ้ง และฉกาจฉกรรจ์ เช่น การตั้งทำเลเวียงต้าน การซุ่มรี้พล ตามแนวเขาราบแบบกองโจร รบกวนกองทัพพญาเม็งรายที่จะเข้าตีให้ถึงเมืองเขลางค์นคร นับว่าเป็นอัจฉริยะในการรบเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่พญาเบิกเสียทัพอย่างสิ้นเชิง จนถึงถูกจับได้ก็ไม่อาจใช้คาสตราวุธใดๆปลงพระชนมได้ เนื่องจากคงกระพันชาตรีเป็นที่ยิ่ง ทหารจึงนำตัวพญาเบิกไปขุดหลุมฝังทั้งเป็นจนสิ้นพระชนม์ ณ ยอดดอยแห่งหนึ่งบนทิวเขาขุนตาล ปัจจุบันเรียกว่า "ดอยพญาลำปาง" อยู่ในเขตรอยต่อบ้านทุ่งเกวียน ตำบลเวียงตาล กับบ้านแม่ยามเหนือ ตำบลเมืองยาว อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง เขตติดต่ออำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน


ทั้งนี้ เพื่อเทอดทูนพญาเบิก หรือเจ้าพ่อขุนตาน ให้เป็นมิ่งขวัญของชาวอำเภอห้างฉัตรและเป็นปูชนียบุคคลพร้อมทั้งช้างเผือกคู่บารมี ชาวอำเภอห้างฉัตรจึงพร้อมใจกันก่อสร้างอนุสาวรีย์เจ้าพ่อขุนตาน เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2528 ต่อมาองค์อนุสาวรีย์ซึ่งได้ก่อสร้างด้วยอิฐถือปูนมากว่า 30 ปี ได้ชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา เหลือวิสัยที่จะบูรณะซ่อมแชมได้ ในปีพุทธศักราช 2558 ได้ร่วมกันจัดสร้างรูปหล่อองค์สัมฤทธิ์เจ้าพ่อขุนตานด้วยงบประมาณ จำนวนทั้งสิ้น 630,000 บาท (หกแสนสามหมี่นบาทถ้วน) ไว้เป็นเกียรติประวัตินักรบชื่อก้องของอำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง และจังหวัดลำพูน สืบไป


Share:

เจ้าหน้าที่สายตรวจออกตรวจตรากลางดึก พบรถกระบะจอดในสวนสาธารณะ ตรวจพบชายคนขับรมควันเสียชีวิต

เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ว่าที่ ร.ต.อ.ภาสวร บุญเตี่ยม รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองลำปาง รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตภายในรถยนต์ บริเวณสวนสาธารณะวนาลัย หมู่ 1 ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง จึงประสานแพทย์เวรและเจ้าหน้าที่ชุดนิติเวช สมาคมกู้ภัยลำปางตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะทะเบียน ยี่ห้อนิสสันสีดำ ทะเบียน จ.ลำปาง จอดติดเครื่องยนต์อยู่ภายในสวนสาธารณะ เมื่อตรวจสอบภายในรถพบชายเสียชีวิตอยู่บริเวณเบาะคนขับ พร้อมกระป๋องจุดถ่านวางอยู่ภายในรถ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายณกูร อายุ 59 ปี ชาวตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง

จากการตรวจสอบโดยรอบ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือความผิดปกติแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บหลับฐานและตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ก่อนร่วมชันสูตรพลิกศพกับแพทย์เวร พร้อมติดต่อญาติ โดยญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต หลังเสร็จสิ้นการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลเพื่อชันสูตรเพิ่มเติม และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ภาพ ชุดนิติเวช สมาคมกู้ภัยลำปาง 

Share:

บุกป่าแม่งาว! สนธิกำลังรวบเฒ่าวัย 65 คาสวน ยึดยาบ้าเฉียด 4 พันเม็ด

ฝ่ายปกครอง-ป่าไม้-ตำรวจงาว สนธิกำลังลุยป่าท้ายหมู่บ้าน รวบชายวัย 65 ปี พร้อมยาบ้าเกือบ 4 พันเม็ด ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่งาวฝั่งขวา

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.30 น. นายกรัณย์พล แสงทอง ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) , นายสมจิตร จุลเจริญ นายอำเภองาว , นายกมล ร่างมณี ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า และนายประกาสิทธิ์ นางวงค์ หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้งาว ได้อำนวยการสั่งการให้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายป่าไม้ พ.ร.บ.ยาเสพติด และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง


กำลังเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.19 (แม่โป่ง) , หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.20 (แม่หวด) , หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.21 (แม่ตีบ) ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภองาว นำโดย นายนฤพน จิกยอง ปลัดอำเภองาว นายอุดร โสภารัตน์ พร้อมกำลังกองร้อย อส.งาว และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.งาว

ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย คือ นายอดุลย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี ชาวบ้านศรีป้าน ตำบลหลวงเหนือ อำเภองาว จังหวัดลำปาง พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 3,993 เม็ด ในข้อหามียาเสพติดประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง

การจับกุมเกิดขึ้นบริเวณป่าท้ายบ้านทุ่งโป่ง หมู่ 6 ตำบลหลวงเหนือ อำเภองาว จังหวัดลำปาง ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่งาวฝั่งขวา ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.งาว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


Share:

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

สภ.แม่พริก สกัดจับขบวนการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ รวบผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมยึดยาบ้ากว่า 6 ล้านเม็ด หลังขับรถฝ่าจุดสกัดกลางดึก ก่อนจนมุมริมคลองชลประทานบ้านวังผู

 


        วันที่ 11 พ.ค. 69 ตำรวจภูธรภาค 5 ผนึกกำลังฝ่ายทหาร ปกครอง และ ป.ป.ส.ภาค 5 แถลงผลจับกุมขบวนการลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือ รวม 2 คดี ยึดยาบ้ารวมกว่า 7.1 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 3 ราย โดยคดีสำคัญเกิดขึ้นในพื้นที่ อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง สามารถตรวจยึดยาบ้าได้ถึง 6 ล้านเม็ด

         การแถลงข่าวครั้งนี้นำโดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วยผู้บริหารตำรวจภูธรภาค 5, ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35, ฝ่ายปกครอง และสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญ

         สำหรับคดีใหญ่ในพื้นที่จังหวัดลำปาง เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 21.30 น. บริเวณถนนสายรอง ทล.1102 บ้านวังผู หมู่ 5 ตำบลแม่ปุ อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง ต่อเนื่องถึงพื้นที่บ้านพระบาทวังตวง ตำบลพระบาทวังตวง อำเภอแม่พริก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่พริก ร่วมกับส่วนสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศอ.ปส.ภ.5 ตั้งด่านตรวจสกัดจับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย

         ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน คือ รถยนต์ฮุนได แกรนด์สตาร์เร็กซ์ สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร และรถยนต์มิตซูบิชิ มิราจ สีเทา ทะเบียนจังหวัดฉะเชิงเทรา ขับมาจากพื้นที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย มุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ตอนใน คาดว่าใช้ลำเลียงยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังติดตามและตั้งจุดสกัด

         ต่อมารถตู้ฮุนไดพยายามถอยหลบหนีจนเฉี่ยวชนรถตำรวจ ก่อนคนขับวิ่งหลบหนีเข้าไปในพื้นที่ริมคลองชลประทาน เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวไว้ได้ ทราบชื่อ นายเกรียงไกร อายุ 29 ปี ชาวอำเภอพบพระ จังหวัดตาก จากการตรวจค้นภายในรถพบกระสอบสีดำจำนวนมาก ภายในบรรจุยาบ้า

         ขณะเดียวกัน รถยนต์อีกคันที่ทำหน้าที่ขับนำทางเสียหลัก เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบ นายจิรายุ อายุ 37 ปี ชาวอำเภอพบพระ จังหวัดตาก รับสารภาพว่าทำหน้าที่ขับรถนำขบวนลำเลียงยาเสพติดมาจากจังหวัดเชียงราย

         ผลการตรวจสอบพบกระสอบสีดำรวม 20 กระสอบ ภายในบรรจุยาบ้ารวมประมาณ 6,000,000 เม็ด พร้อมตรวจยึดรถยนต์ 2 คัน ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่พริก ดำเนินคดีตามกฎหมาย

         นอกจากนี้ ยังมีอีก 1 คดีสำคัญในพื้นที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมตรวจยึดยาบ้าอีกประมาณ 1.1 ล้านเม็ด และรถจักรยานยนต์ 1 คัน รวมทั้งสองคดีตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 7.1 ล้านเม็ด

Share:

อบจ.ลำปาง จับมือภาคีเครือข่ายเดินหน้าโครงการ "ขนส่งสาธารณะคนละครึ่ง" จัดทำบันทึกข้อตกลง พร้อมดีเดย์ปล่อยขบวนรถ 19 พ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นางสาวตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการ "อบจ.ลำปาง ช่วยจ่ายคนละครึ่ง ระบบขนส่งสาธารณะ" ร่วมกับสหกรณ์เดินรถลำปาง จำกัด  ผู้เดินรถเส้นทางอำเภอวังเหนือ - ลำปาง และสภาองค์กรของผู้บริโภค เพื่อมุ่งเน้นการลดภาระค่าครองชีพและยกระดับมาตรฐานการบริการขนส่งมวลชนในจังหวัด



  • "ช่วยจ่ายครึ่งราคา" ครอบคลุมทั้งจังหวัด

นางสาวตวงรัตน์ เปิดเผยว่า โครงการนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน โดย อบจ.ลำปาง จะสนับสนุนงบประมาณเพื่ออุดหนุมค่าโดยสารในอัตรา ร้อยละ 50 ของราคาที่ประกาศโดยกรมการขนส่งทางบก ซึ่งครอบคลุมทั้งรถสองแถวและรถตู้ที่ให้บริการทั้งในเขตอำเภอเมืองและต่างอำเภอทั่วจังหวัดลำปาง



  • เปิดระบบลงทะเบียน 2 รูปแบบ เข้าถึงทุกวัย

เพื่อให้การเข้าถึงสิทธิเป็นไปอย่างทั่วถึง โครงการได้ออกแบบระบบลงทะเบียนไว้ 2 รูปแบบ ได้แก่  ระบบดิจิทัล โดยการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันและ Line OA ซึ่งเหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่และผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟน  และระบบเอกสาร สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ไม่สะดวกใช้เทคโนโลยี สามารถลงทะเบียนผ่านสมุดบันทึกที่จัดเตรียมไว้บนรถโดยสารที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 230 คัน

 



  • ดีเดย์ 19 พฤษภาคมนี้ เริ่มให้บริการจริง

น.ส.ตวงรัตน์ กล่าวว่า  โครงการจะเริ่มเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป และจะมีการจัดกิจกรรม Kick-off ปล่อยขบวนรถ ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ซึ่งจะเป็นวันแรกที่เริ่มให้สิทธิช่วยจ่ายคนละครึ่งอย่างเป็นทางการ

"เราคาดหวังว่าโครงการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของลำปางให้มีมาตรฐาน ประชาชนได้รับความสะดวกและปลอดภัย ขณะที่ผู้ประกอบการขนส่งก็สามารถอยู่รอดได้ในระบบอย่างยั่งยืน" นางสาวตวงรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย

 


  • ขอบคุณ อบจ.ที่พึ่งยามยาก!

ด้าน นายก้าน นันต๊ะภาพ ประธานกรรมการสหกรณ์เดินรถลำปาง จำกัด กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ นายก อบจ.ลำปาง เป็นอย่างมากที่เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนด้านปากท้องของพี่น้องประชาชนชาวลำปาง  โครงการนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีมากที่จะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพในการดำเนินชีวิตของประชาชนทุกภาคส่วน

ถึงแม้ว่าวิกฤติน้ำมันอาจจะเพิ่งเป็นกระแสขึ้นมา แต่ความจริงแล้วพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นมานานแล้ว โครงการช่วยจ่ายคนละครึ่งนี้จึงเป็นเสมือนที่พึ่งสำคัญที่เข้ามาช่วยลดภาระได้ทันท่วงที

 


  • สหกรณ์เดินรถลำปางพร้อมหนุน

เรามีความยินดีและพร้อมที่จะสนองต่อโครงการนี้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์สูงสุด โดยทางสหกรณ์จะกำกับดูแลสมาชิกผู้ขับรถยนต์โดยสารที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 230 คัน ให้บริการตามมาตรฐานความปลอดภัยและระเบียบที่ตกลงกันไว้ หากในระหว่างการดำเนินงานมีปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ ผมยินดีที่จะนำข้อมูลมาหารือและร่วมแก้ไขปัญหากับท่านนายก อบจ. เพื่อให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จและราบรื่นที่สุด  

หวังว่าหากโครงการนำร่องนี้ประสบความสำเร็จ จะได้รับการสนับสนุนให้มีโครงการดีๆ เพื่อช่วยเหลือชาวลำปางแบบนี้ต่อไปในอนาคต  นายก้าน กล่าว

สำหรับโครงการดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่  19 พฤษภาคม จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยประชาชนที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์