วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569

หนุ่มวัย 17 ปี ขี่จักรยานยนต์ชนกับกระบะบรรทุก บาดเจ็บสาหัสถึงเท้าขาด เลือดไหลไม่หยุด กู้ภัยเร่งช่วยชีวิต ก่อนส่งต่อโรงพยาบาลแม่ทะอย่างเร่งด่วน

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 20.27 น. ศูนย์กู้ชีพจังหวัดลำปาง รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะบรรทุก บริเวณบ้านเด่น หมู่ 8 ตำบลสันดอนแก้ว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง มีผู้บาดเจ็บ จึงประสาน มูลนิธิ อปพร. (กู้ภัยป่าตัน) เข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์จักรยานยนต์ฮอนด้า สีดำ ซุกอยู่ในพงหญ้า โดยมีผู้บาดเจ็บเป็นชาย อายุ 17 ปี ชาวบ้านแม่วะ ต.สันดอนแก้ว อ.แม่ทะ  อยู่ในอาการสาหัส มีอาการซึม ข้อเท้าซ้ายขาด ต้นขาซ้ายบวมผิดรูป เอ็นฉีกขาด และมีเลือดไหลจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งให้การปฐมพยาบาล ห้ามเลือด ก่อนจะประสานรถพยาบาลจากโรงพยาบาลแม่ทะ เพื่อทำการเปลี่ยนถ่ายผู้บาดเจ็บระหว่างทาง  ก่อนนำส่งเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วนที่โรงพยาบาลแม่ทะ

นอกจากนี้พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออิซูซุ สีขาว จอดอยู่ข้างทาง บริเวณหน้ารถฝั่งซ้ายมีร่องรอยการเฉี่ยวชน  จากการสอบถามเบื้องต้น ทราบว่า รถจักรยานยนต์ได้มีหนุ่มวัยรุ่น ขับขี่มาด้วยกัน 2 คัน และได้เกิดเสียหลักเข้าเฉี่ยวชนกับรถยนต์กระบะ  ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 คน ส่วนอีกคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย    อย่างไรก็ตาม สาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ภาพ กู้ภัยป่าตัน

Share:

ไม่รอดสายตาชาวบ้าน! มือมักง่ายขนขยะนอกพื้นที่เททิ้งกลางชุมชน เจอกำนันบ่อแฮ้วพร้อมทีมเข้าจับ ปรับทันที 2,000 บาท พร้อมลั่นเอาจริง ใครฝ่าฝืนเจอหนัก

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 10.30 น. นายธนกฤต วงค์ชมภู กำนันตำบลบ่อแฮ้ว พร้อมด้วย นายสมชาย ปาปุ้ดปลูก สารวัตรกำนัน, นายชวลิต จันพรมมิน สารวัตรกำนัน และนายวิทยา วงค์อ๊อด ผู้ช่วยกำนัน รวมถึงผู้ช่วยสารวัตรกำนันตำบลบ่อแฮ้ว ร่วมกันตรวจสอบและจับกุมบุคคลนอกพื้นที่ที่ลักลอบนำขยะมาทิ้งในที่สาธารณะ

เหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณพื้นที่สาธารณะของหมู่บ้านท่าล้อ ตำบลบ่อแฮ้ว อำเภอเมืองลำปาง โดยผู้กระทำใช้รถกระบะบรรทุกขยะเข้ามาทิ้งในพื้นที่ของชุมชน

เบื้องต้นทางกำนันตำบลบ่อแฮ้วได้ดำเนินการตามกฎของหมู่บ้าน สั่งปรับเป็นเงินจำนวน 2,000 บาท พร้อมตักเตือนอย่างเข้มงวด ห้ามนำขยะมาทิ้งในจุดดังกล่าวอีก เพื่อป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมและรักษาความสะอาดของชุมชน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เน้นย้ำจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ หากพบการกระทำลักษณะนี้อีกจะดำเนินการตามมาตรการอย่างเด็ดขาดต่อไป

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ : เอกรัตน์ ทิพย์ปลูก

Share:

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569

วังเหนือเอาจริง! 5เสือเมืองวัง รวบผู้ต้องหาคดียาเสพติด-อาวุธปืน หลังลานข้าวโพด อ.วังเหนือ




อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ภายใต้การอำนวยการของ นายทศพล จักรบุญมา นายอำเภอวังเหนือ/ผอ.ศป.ปส.อ.วังเหนือ และ พ.ต.อ.สมภพ สุภาพร ผกก.สภ.วังเหนือ ได้ขับเคลื่อนนโยบายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแบบบูรณาการ “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ปัญหา ยาเสพติด” (Quick Big Win)

โดยในวันที่ 2 เมษายน 2569 นายอภิชาติ กันธิมา ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ได้นำกำลังสมาชิก อส.อ.วังเหนือ ที่ 9 สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายบริเวณหมู่ที่ 7 ต.วังทอง จับกุมผู้กระทำผิดได้ 1 ราย 


ยาบ้า จำนวน 326 เม็ด อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน ขนาด .22 จำนวน 35 นัดอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนลูกซอง ขนาดเบอร์ 20 จำนวน 8 นัด

เบื้องต้นแจ้งข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติด และ พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

เครดิต ที่ทำการปกครองอำเภอวังเหนือ

Share:

“ดาชัย” ส.ส.ลำปาง อภิปรายกลางสภา ชูปัญหาใหญ่เมืองงาว “น้ำท่วม-ถนน-ไฟฟ้า” จี้รัฐแก้ไขเร่งด่วน หวังยกระดับคุณภาพชีวิตชาวบ้าน

 

นายดาชัย เอกปฐพี ส.ส.ลำปาง เขต 2 พรรคกล้าธรรม  หารือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภองาว และอำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง โดยเน้นย้ำไปที่การบริหารจัดการน้ำ การคมนาคม และสาธารณูปโภคพื้นฐาน

  • เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งซ้ำซาก

นายดาชัย ระบุว่า พื้นที่อำเภองาว โดยเฉพาะตำบลหลวงเหนือและตำบลหลวงใต้ ประสบปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งสลับกันทุกปี เนื่องจากแม่น้ำงาวซึ่งเป็นสายเลือดหลักไม่มีอ่างเก็บน้ำสำหรับกักเก็บน้ำ จึงขอฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ประกอบด้วย  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอให้เร่งพิจารณาเห็นชอบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ฉบับสมบูรณ์โดยเร็วที่สุด   ด้านกรมชลประทานขอให้เร่งรัดกระบวนการออกแบบก่อสร้างอ่างเก็บน้ำให้เสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อแก้ปัญหาให้ชาวบ้านที่ส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรม

  • ดันถนนเชื่อม งาว-แจ้ห่มยกระดับการเดินทาง

ในส่วนของปัญหาคมนาคม นายดาชัยได้ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้ เร่งอนุมัติการขอใช้พื้นที่ตามมาตรา 19 เพื่อเปิดทางให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อบจ.ลำปาง เข้าดำเนินการก่อสร้างถนนคอนกรีตเชื่อมต่อระหว่างอำเภองาวและอำเภอแจ้ห่ม โดยวางเป้าหมายให้โครงการแล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี

  • คืนแสงสว่างให้กลุ่มชาติพันธุ์บ้านแม่พราว

ประเด็นสุดท้ายที่สำคัญคือ ปัญหาของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ณ บ้านแม่พราว (รปจ.8) ตำบลบ้านหวด อำเภองาว ซึ่งมีประชากรเกือบ 100 ครัวเรือน แต่ปัจจุบันยังไม่มีไฟฟ้าใช้ สร้างความยากลำบากในการดำรงชีวิตอย่างมาก

"ขอฝากประธานสภาฯ ประสานกระทรวงทรัพยากรฯ เพื่อขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสามารถเข้าไปติดตั้งระบบไฟฟ้าและจัดสรรงบประมาณลงสู่พื้นที่ เพื่อคืนแสงสว่างและความเท่าเทียมให้กับพี่น้องชาวบ้านแม่พราว" นายดาชัย กล่าว

 

Share:

“ทิพา” สับรัฐนิ่งเฉยปล่อยฝุ่นพิษถล่มลำปาง แฉเด็ก-คนแก่ป่วยหนักเลือดกำเดาไหล ทวงคืนสิทธิ์ลมหายใจสะอาด

 


นางทิพา ปวีณาเสถียร ส.ส.ลำปาง เขต 1 พรรคประชาชน  อภิปรายด่วนกลางสภาฯ จี้รัฐบาลยกระดับมาตรการจัดการฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดลำปาง และภาคเหนืออย่างเข้มงวด หลังพบวิกฤตฝุ่นพิษคุกคามหนักจนประชาชนล้มป่วย มีอาการหลอดลมอักเสบและเลือดกำเดาไหล ย้ำต้องจัดการที่ต้นตอและบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด

นางทิพา กล่าวว่า ปัจจุบันชาวลำปางไม่ได้เจอกับฝุ่นธรรมดา แต่เป็นฝุ่นพิษที่ทำร้ายประชาชน  เป็นภัยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแต่เข้าสู่ร่างกายทุกลมหายใจ  ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพโดยตรง ทั้งระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจ และหลอดเลือด  แต่รัฐบาลกลับนิ่งเฉย มาตรการของรัฐไม่สามารถควบคุมต้นตอของปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และกลายเป็นวิกฤตสุขภาพที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

          นางทิพา ได้สะท้อนภาพความรุนแรงในพื้นที่ว่าฝุ่น PM2.5 ได้กลายเป็นภัยคุกคามสวัสดิภาพชีวิตของชาวลำปาง  ไม่ว่าจะเป็น เด็กเล็กจำนวนมากต้องหยุดเรียนเพื่อหนีฝุ่นพิษ รวมถึงกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย ที่ถูกกักตัวอยู่แต่ในบ้าน  ส่วนแรงงานกลางแจ้งต้องรับความเสี่ยงสุขภาพอย่างเลี่ยงไม่ได้  ส่งผลให้ได้รับร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่าได้รับผลกระทบ ทั้งมีอาการแสบตา แน่นหน้าอก และอาการรุนแรงอย่างเลือดกำเดาไหล ซึ่งสะท้อนความล้มเหลวในการป้องกันของรัฐ 

นี่ไม่ใช่แค่ค่าฝุ่น แต่คือชีวิตจริงของชาวลำปาง  ประชาชนไม่ได้ต้องการค่าตัวเลขรายงานวันต่อวัน แต่ต้องการอากาศที่หายใจได้อย่างปลอดภัย  

พร้อมเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการมาตรการเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพ  โดยเน้นย้ำความเข้มงวดใน 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย  สั่งห้ามเผาเด็ดขาด โดยบังคับใช้กฎหมายควบคุมการเผาในที่โล่งอย่างเคร่งครัดและเข้มงวดที่สุด  เน้นย้ำกวาดล้างต้นตอไฟป่าจัดการปัญหาไฟป่าอย่างจริงจัง ทั้งในด้านการป้องกันเชิงรุกและการเข้าควบคุมสถานการณ์ที่รวดเร็ว  ที่สำคัญคือ การจัดหาสวัสดิการเร่งด่วนให้ประชาชน  รัฐต้องจัดหาหน้ากากอนามัย และพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงสื่อสารข้อมูลที่ชัดเจนและทันท่วงทีแก่ประชาชน

ในช่วงท้าย นางทิพา ยืนยันว่า อากาศสะอาดคือสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องหยิบยื่นให้ประชาชน  ขณะนี้ชาวลำปางและคนภาคเหนือกำลังรอคอยการบังคับใช้ "พ.ร.บ.อากาศสะอาด" อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้รัฐมีอำนาจและกลไกที่เข้มงวดพอในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง และทำให้ประชาชนกลับมาหายใจได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง

Share:

"อากาศสะอาดไม่ใช่สิทธิพิเศษ" เพ็ญภัค ส.ส.ลำปาง เขต 4 วอนรัฐบาลทบทวนเกณฑ์ประกาศภัยพิบัติ ชี้ประชาชนรอไม่ไหว ค่าฝุ่นลำปางพุ่งทะลุ 117.6 มคก.



นางสาวเพ็ญภัค รัตนคำฟู ส.ส.ลำปาง  เขต 4  พรรคกล้าธรรม  อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา  สะท้อนวิกฤตหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดลำปาง หลังพบค่าฝุ่นพุ่งสูงเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง กระทบหนักทั้งสุขภาพและเศรษฐกิจท้องถิ่น

นางสาวเพ็ญภัค ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. ถึง 1 เม.ย.69  ประชาชนในทุกเขตพื้นที่ของจังหวัดลำปางกำลังเผชิญกับวิกฤตทางอากาศอย่างรุนแรง โดยสถิติค่าฝุ่น PM 2.5 จากการเฝ้าระวังพบตัวเลขที่น่ากังวล  วันที่ 28 มีนาคม พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 117.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร  และล่าสุด วันที่ 1 เมษายน สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย โดยวัดได้สูงถึง 106.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

แม้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการบูรณาการการทำงานอย่างต่อเนื่องและจริงจัง แต่ ส.ส.เพ็ญภัค ย้ำว่าในฐานะตัวแทนคนในพื้นที่ จำเป็นต้องนำเรื่องนี้เข้าสู่สภาเพื่อเป็นกระบอกเสียงให้ภาครัฐเร่งยกระดับมาตรการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกปีให้เห็นผลเป็นรูปธรรม

จากการตรวจสอบพบว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ค่าฝุ่นพุ่งสูงอย่างต่อเนื่องเกิดจากการ เผาในที่โล่งและเหตุไฟป่าจำนวนมหาศาล รวมทั้งการเผาจากประเทศเพื่อนบ้าน  ซึ่งส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อทั้งระบบนิเวศ สุขภาพของประชาชน และภาคเศรษฐกิจที่หยุดชะงักลง เป็นวิกฤตระดับภูมิภาคอย่างรุนแรงที่ต้องช่วยกัน

นอกจากนี้ น.ส.เพ็ญภัค ยังได้แสดงความห่วงใยต่อกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุและเด็กในพื้นที่ห่างไกลที่ต้องสูดดมฝุ่นพิษต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน โดยสนับสนุนให้รัฐบาลเร่งผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด เพื่อเป็นกลไกทางกฎหมายในการจัดการปัญหามลพิษข้ามเขตและสร้างมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

อีกทั้งการประกาศเขตภัยพิบัติในพื้นที่ต้องมาติดที่เงื่อนไขว่า  ต้องมีค่าฝุ่นละออกขนาดเล็ก PM2.5 ต้องเกิน 225 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ติดต่อกันเกิน5วัน แต่ถ้าต้องให้รอขนาดนี้ ประชาชนในพื้นที่จะเป็นอย่างไร  เราไม่สามารถรอได้แล้ว เพราะสถานการณ์รุนแรงขึ้นทุกวัน 

“เราต้องรอให้เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงกี่คน ที่เลือดกำเดาไหล ถึงจะถือว่าเป็นเหตุฉุกเฉินที่แท้จริงของพื้นที่”

ส.ส.เพ็ญภัค ได้ยื่นข้อเสนอเร่งด่วนให้  จัดทำ"พื้นที่ปลอดภัยจากฝุ่น" (Safety Zone) หรือห้องปลอดฝุ่นในระดับชุมชน โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยทางเดินหายใจ เพื่อลดผลกระทบทางสุขภาพในระหว่างที่สถานการณ์หมอกควันยังวิกฤต รวมทั้งอาวุธสู้ฝุ่น เพื่อให้อุปกรณ์ที่จำเป็นต่อกลุ่มเปราะบางอย่างทั่วถึง โดยที่ประชาชนไม่ต้องดิ้นรนหาด้วยตนเอง

“อากาศที่สะอาดคือไม่ใช่สิทธิพิเศษ แต่คือสิทธมนุษยชน  ถึงเวลาที่ภาครัฐจะเลิกแก้ปัญหาเดวยความขอความร่วมมือ และเปลี่ยนมาใช้มาตรการเชิงรุก และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง   อากาศสะอาดคือความหวังและสิทธิที่พวกเขาควรได้รับอย่างเท่าเทียม  สส.เพ็ญภัค กล่าวเน้นย้ำในตอนท้าย

Share:

ส.ส.เพียว จี้รัฐบาลประกาศเขตภัยพิบัติฝุ่นพิษลำปาง เผยวิกฤตหนักชาวบ้านไอจามเป็นเลือด-แสบตา วอนเร่ง พ.ร.บ.อากาศสะอาด

 

 ชลธานี เชื้อน้อยสส.ลำปาง เขต 3 พรรคประชาชน อภิปรายกลางสภาฯ แฉวิกฤต PM2.5 ลำปางหนักเกินต้าน เดือนเดียวฝุ่นพุ่งเกินมาตรฐาน 19 วัน กระทบสุขภาพประชาชนรุนแรง จี้รัฐบาลเลิกปล่อยชาวบ้านสู้ตามยึดหลัก อากาศสะอาดคือสิทธิขั้นพื้นฐาน

นายชลธานี เชื้อน้อย สส.ลำปาง เขต 3 พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นอภิปรายถึงสถานการณ์วิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่จังหวัดลำปาง โดยระบุว่าขณะนี้ชาวลำปางกำลังเผชิญกับภัยเงียบที่ทำลายสุขภาพอย่างรุนแรง จากสถิติในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พบว่ามีจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานสูงถึง 19 วัน จากทั้งหมด 31 วัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจของประชาชนในพื้นที่

  • ชาวบ้านกระทบหนักถึงขั้น ไอจามเป็นเลือด

นายชลธานี ระบุว่า จากการลงพื้นที่สนับสนุนเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า และรับฟังเสียงสะท้อนจากคนลำปาง พบว่า ยังขาดการสนับสนุนจากภาครัฐที่จำเป็น เช่น อุปกรณ์ดับไฟป่าที่มีคุณภาพ และน้ำดื่มสำหรับเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ปฏิบัติงานในแนวหน้าอย่างเพียงพอ นอกจากนั้นประชาชนจำนวนมากมีอาการแสบตา แสบจมูก และที่น่าตกใจคือมีบางรายถึงขั้นไอจามเป็นเลือด ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง   เป็นมหาวิกฤตฝุ่นPM2.5 สะท้อนถึงความล้มเหลวในการแก้ปัญหาทั้งสิ้น

  • จี้ประกาศเขตภัยพิบัติ-เร่งกฎหมายอากาศสะอาด

ในการอภิปรายครั้งนี้ นายชลธานี ได้เรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาประกาศเขตภัยพิบัติในจุดที่สถานการณ์วิกฤตเกินอำนาจการจัดการระดับจังหวัด เพื่อระดมสรรพกำลังและงบประมาณจากส่วนกลางเข้าแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน  พร้อมทั้งเร่งรัดการพิจารณา พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ผ่านการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการมาแล้ว เพื่อให้มีเครื่องมือทางกฎหมายในการจัดการปัญหามลพิษอย่างยั่งยืน และเสนอให้รัฐบาลประกาศเขตควบคุมมลพิษครอบคลุมทั้ง 9 จังหวัดภาคเหนือ ไม่ใช่เฉพาะ 4 จังหวัดคือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอน เพื่อให้การทำงานมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายชลธานี เน้นย้ำว่า อากาศที่สะอาดคือสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องจัดหาให้ประชาชน ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของประชาชนที่ต้องแบกรับภาระในการจัดซื้อเครื่องฟอกอากาศหรือหน้ากากอนามัยเองตามยถากรรม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชุดปัจจุบันให้ความสำคัญกับปัญหานี้เป็นวาระเร่งด่วนที่สุดเพื่อชีวิตของพี่น้องชาวภาคเหนือและชาวลำปาง

Share:

วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569

ฝนหลวงฯ ส่งเครื่องบินเจาะน่านฟ้าแม่เมาะ โปรยน้ำแข็งแห้ง 700 กก. เร่งระบายฝุ่น PM2.5 คลุมพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ

        วันที่ 2 เมษายน 2569 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เดินหน้าปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศต่อเนื่อง ล่าสุดส่งเครื่องบินขึ้นปฏิบัติการเหนืออำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ใช้เทคนิคลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศเพื่อทำลายสภาวะฝุ่นขัง หวังบรรเทาวิกฤตหมอกควันครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือตอนบน

        ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ รายงานผลการปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศเพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ประจำวันที่ 2 เมษายน 2569 โดยเน้นการแก้ไขปัญหาในพื้นที่เป้าหมายหลักที่มีค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐาน ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน และลำปาง

        โดยที่ จ.ลำปาง  หน่วยปฏิบัติการฯ ได้เริ่มภารกิจปฏิบัติการบินที่ 2 เมื่อเวลา 11.15 น. ที่ผ่านมา โดยใช้เครื่องบินหมายเลข L2611 ขึ้นบินที่ความสูง 4,700 ฟุต เหนือบริเวณอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสำคัญ

        ในภารกิจนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตัดสินใจใช้เทคนิค “การลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศ” หรือการทำลายชั้นอุณหภูมิผกผัน  ที่มักทำหน้าที่เป็นฝาชีครอบกักเก็บฝุ่นละอองไว้ในระดับต่ำ โดยการโปรยน้ำแข็งแห้ง (Dry Ice) สูตร 3 จำนวนรวม 700 กิโลกรัม เพื่อกระตุ้นให้มวลอากาศเกิดการไหลเวียนและระบายฝุ่นละอองขนาดเล็กให้กระจายตัวออกจากพื้นที่

         การปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งหวังผลลัพธ์ในการลดความหนาแน่นของหมอกควันในพื้นที่จังหวัดลำปาง และส่งผลต่อเนื่องไปยังกลุ่มจังหวัดใกล้เคียง ทั้งเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และลำพูน ซึ่งกำลังเผชิญกับสภาพอากาศปิดและมีการสะสมของฝุ่นละอองในระดับที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

        ทั้งนี้ กรมฝนหลวงฯ จะยังคงติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด หากมีความชื้นสัมพัทธ์และทิศทางลมที่เหมาะสม จะดำเนินการขึ้นบินเพื่อก่อเมฆและโจมตีกลุ่มเมฆเพื่อให้เกิดฝนตกลงมาชำระล้างฝุ่นละอองในลำดับถัดไป เพื่อเร่งคืนอากาศบริสุทธิ์ให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือโดยเร็วที่สุด

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์