วันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2564

รองผู้ว่าฯ ลำปาง ร่วมเสวนาฟื้นรถม้าลำปาง ในกิจกรรม "อู้จ๋า...จิบน้ำชา ย้อนวันวานย่านสบตุ๋ย"


         เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2564 เวลา 14.00 น. นายจำลักษ์ กันเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิดงานเสวนา "อู้จ๋า...จิบน้ำชา ย้อนวันวานย่านสบตุ๋ย" จัดขึ้นโดยสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเมืองเขลางค์นคร นำโดยนางวลีรัตน์ วิภาศรีนิมิตร ไลน์ นายกสมาคมฯ เพื่อส่งเสริมรายได้ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในช่วงวิกฤติการณ์โรคระบาด COVID 19  ให้กับผู้ประกอบการนำเที่ยว รถม้าลำปาง  ร้านค้า ของฝาก ของที่ระลึก ที่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากสถานการณ์ดังกล่าว  จึงได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อต่อลมหายใจคนขับรถม้าให้อยู่คู่กับคนลำปาง สนับสนุนร้านค้า และเป็นกำลังใจให้กับผู้ประกอบการให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤติไปได้ 
          ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวได้เชิญ ที่ปรึกษา อบจ.ลำปาง  ททท.ลำปาง ม.ราชภัฎสวนดุสิต ชมรมช่างภาพจังหวัดลำปาง ตัวแทนจากมูลนิธิลำปางสงเคราะห์ ร่วมการเสวนาในประเด็นการส่งเสริมท่องเที่ยว ซึ่งทาง อบจ.ลำปางจะเข้ามาสนับสนุนการท่องเที่ยวย่าน ต.สบตุ๋ย  ได้อย่างไรบ้าง และทาง ททท.ลำปาง จะช่วยทางด้านการประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้มีความคึกคักและฟื้นคืนเศรษฐกิจย่านการค้าสำคัญของ จ.ลำปาง  
            จากนั้นผู้ร่วมงาน ได้ร่วมกันนั่งรถม้า โดยได้สนับสนุนผู้ประกอบการรถม้าจำนวน 30 คัน เพื่อนำเที่ยวชมตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญย่านสบตุ๋ย อ.เมืองลำปาง เช่น บ้านพระยาสุเรนทร ผู้ว่าราชการคนแรกของจังหวัดลำปาง ที่ปกครองเมืองลำปางนานที่สุดถึง 17 ปี , สถานีรถไฟนครลำปาง , วัดศรีรองเมืองวัดพม่าเก่าแก่ , สตรีทอาร์ท ย่านตรอกโรงไฟฟ้าเก่า เป็นต้น 
         ด้านนายสุพจน์ ใจรวมกูล ประชาสัมพันธ์สมาคมรถม้าจังหวัดลำปาง  กล่าวว่า สถานการณ์โควิดทำให้รถม้าต้องหยุดวิ่งไป เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยว บางคนต้องหันไปทำอาชีพอื่นแทน เพื่อหารายได้ ทำให้สารถีรถม้าลดลงไปมาก  ขณะที่มีภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลม้า ซึ่งในช่วงนี้เป็นช่วงเกษียณอายุราชการ ก็โชคดีที่มีการจ้างงานรถม้าไปวิ่งและถ่ายรูปบ้าง ทำให้ม้าพอได้ออกกำลังกาย เพราะถ้าไม่ได้วิ่งไปนานกล้ามเนื้อก็จะตึง เหมือนไม่ได้ใช้งานร่างกายก็จะเสื่อมลง  ซึ่งการจัดกิจกรรมนี้ช่วยเหลือผู้ประกอบการได้อย่างมาก หากเปิดการท่องเที่ยวย่านสบตุ๋ยได้ สามารถเที่ยวชมบรรยากาศสวยๆในเมืองได้ไม่ต้องวิ่งรถไกล และมีมุมให้ถ่ายภาพสวยๆให้ได้ชมกันมากมาย  อยากให้รถม้าเป็นวิถีเดิมๆของลำปาง อยู่คู่กับจังหวัดลำปางไปอีกยาวนาน 

Share:

วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2564

กระทรวงแรงงาน มอบรางวัลการบริหารจัดการด้านแรงงาน แก่สถานประกอบการ จ.ลำปาง

 


สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดลำปาง กระทรวงแรงงาน จัดกิจกรรมเชิดชูเกียรติสถานประกอบการที่มีระบบการบริหารจัดการด้านแรงงานที่ดี “Thailand Labour Management Excellence Award 2021” ทำพิธีมอบรางวัลเกียรติคุณดีเด่นแก่สถานประกอบกิจการ 87 แห่ง ในจังหวัดลำปาง

ตามที่กระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองแรงงาน เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงาน รวมถึงได้มีการส่งเสริมให้นายจ้าง ลูกจ้าง ได้ร่วมกันพัฒนาระบบการบริหารจัดการด้านแรงงานในสถานประกอบกิจการ ให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของกฎหมายและมาตรฐานแรงงาน เพื่อให้สถานประกอบกิจการมีระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงมีระบบบริหารแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการที่เหมาะสม เพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของแรงงานลูกจ้าง และเพื่อจะได้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าให้แก่สถานประกอบกิจการ



จังหวัดลำปาง โดย สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดลำปาง จึงได้มีการดำเนินกิจกรรมโครงการด้านต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการได้มีระบบการบริหารจัดการที่ดีด้านแรงงานสัมพันธ์ และด้านสวัสดิการแรงงาน, ส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาสถานประกอบกิจการต้นแบบให้มีระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เหมาะสม รวมถึงส่งเสริมให้มีการนำแนวปฏิบัติ การใช้แรงงานที่ดี “Good Labour Practices : GLP” ไปใช้ในการบริหารกิจการ ซึ่งจังหวัดลำปาง มีสถานประกอบกิจการ ทั้งภาคธุรกิจเอกชน สถานศึกษา และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สมัครเข้าร่วมกิจกรรมโครงการเป็นจำนวนมาก โดยในปี 2564 มีสถานประกอบกิจการที่สามารถดำเนินกิจกรรมผ่านเกณฑ์มาตรฐานจนได้รับโล่รางวัล เกียรติบัตร และใบประกาศเกียรติคุณ รวมทั้งสิ้น 87 แห่ง

ดังนั้นเพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติแก่สถานประกอบกิจการ ที่ได้มีการดำเนินกิจกรรมในเรื่องดังกล่าวตามบทบัญญัติของกฎหมายและได้มาตรฐานตามเกณฑ์ข้อกำหนด สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดลำปาง กระทรวงแรงงาน จึงได้จัดให้มีการมอบรางวัลแก่สถานประกอบกิจการ ที่มีระบบบริหารจัดการด้านแรงงานที่ดีครบทุกด้าน “Thailand Labour Management Excellence Award 2021” ขึ้น ซึ่งได้มีการจัดพิธีมอบรางวัล ณ ห้องประชุมจิตต์บัวคำ โรงแรมบุษย์น้ำทอง ตำบลชมพู อำเภอเมืองลำปาง



โดยมี นายอภิญญา  สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เดินทางมาเป็นประธานพิธีทำการมอบโล่รางวัล เกียรติบัตร และใบประกาศเกียรติคุณ ให้แก่สถานประกอบกิจการของจังหวัดลำปางด้วยตนเอง โดยมีตัวแทนผู้บริหาร และตัวแทนหน่วยงานองค์กร ที่ผ่านการคัดเลือกเป็นสถานประกอบกิจการที่มีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการด้านแรงงานอย่างเป็นมาตรฐานทั้ง 87 แห่ง เข้าทำการรับมอบ ประกอบด้วย สถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ประจำปี 2564 ระดับประเทศ จำนวน 11 แห่ง, สถานประกอบกิจการที่นำแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี ไปใช้ในการบริหารจัดการ จำนวน 28 แห่ง, สถานประกอบกิจการต้นแบบระบบการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการสู่อาเซียน ประจำปี 2564 ระดับจังหวัด 17 แห่ง ระดับประเทศ 4 แห่ง และสถานศึกษาปลอดภัย ประจำปี 2564 อีกจำนวน 25 แห่ง

        


        ทั้งนี้ สำหรับรางวัลที่มอบให้แก่สถานประกอบกิจการดังกล่าว ถือเป็นเกียรติยศและเป็นสิ่งแสดงถึงความภาคภูมิใจร่วมกันระหว่างนายจ้าง กับลูกจ้างในสถานประกอบกิจการ ที่จะต้องมีความตระหนักร่วม ถึงความสำคัญในการพัฒนาสถานประกอบกิจการให้มีมาตรฐาน ทั้งในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงาน และด้านความรับผิดชอบต่อสังคมแรงงานของสถานประกอบกิจการ เพื่อจะเป็นต้นแบบให้สถานประกอบกิจการอื่นๆ ได้นำไปใช้เป็นแบบอย่างในการพัฒนาองค์กร ให้มีการบริหารจัดการด้านแรงงานที่ดียิ่งขึ้นต่อไป

Share:

วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564

111 ปี 44 ผู้ว่าฯลำปาง เมืองที่ไม่หมุนไปตามกาลเวลา

 

หากย้อนเวลานับถอยหลังไป 111 ปี จังหวัดลำปางมีผู้ว่าราชการจังหวัดมากถึง 44 คน ในรายชื่อเหล่านี้ถูกบันทึกอยู่ในทำเนียบผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ลานนาโพสต์จะชวนไปย้อนเวลาว่าผู้ว่าฯท่านไหน อยู่นานเท่าไหร่ ดำรงตำแหน่งช่วงเวลาไหน และเรารู้จักท่านใดบ้าง...

            ผู้ว่าราชการที่ดำรงอยู่ในตำแหน่งนานที่สุดคือ พระยาสุเรนทรราชเสนา เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดคนแรก ตามบันทึกทำเนียบผู้ว่าฯจังหวัดลำปาง ซึ่งอยู่ในตำแหน่งนานถึง 17 ปี (พ.ศ.2453 – 2470) ในขณะที่ นายบุญเชิด คิดเห็น มาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางได้เพียง 4 เดือน ( วันที่ 29 ธ.ค. 54 - 26 เม.ย. 55 ) เรียกได้ว่าเป็นผู้ว่าราชการที่อยู่ในตำแหน่งสั้นที่สุด แล้วจึงย้ายไปรับตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดี รองลงมาคือ นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ที่มารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด 4 เดือน 27 วัน (วันที่ 20 ต.ค. 51 - 15 มี.ค. 52) แล้วจึงย้ายไปเกษียณอายุราชการที่จังหวัดเชียงใหม่

            และจากทำเนียบจะเห็นรายชื่อของ เฉลิมพล ประทีปะวณิช เป็นผู้ว่าราชการที่มาดำรงตำแหน่งที่จังหวัดลำปาง 2 รอบ ด้วยกัน คือ ช่วงวันที่ 20 ต.ค. 40 - 30 ก.ย. 42 นาน 1 ปี 11 เดือน 12 วัน และ ช่วงวันที่ 1 ต.ค. 45 - 30 ก.ย. 46 นาน 1 ปี

            ดิเรก ก้อนกลีบ เป็นผู้ว่าราชการคนแรกที่เป็นประธานกองทุนพัฒนาไฟฟ้าฯแม่เมาะ ที่ทุกวันนี้ยังมีคดีความยืดเยื้อที่ยังรอบทสรุป

            จังหวัดลำปางแม้จะได้ชื่อว่าเป็น เมืองที่ไม่หมุนไปตามกาลเวลา แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน จนบางคนชาวลำปางไม่เคยเห็นหน้า ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ และไม่เห็นเงาของผลงาน ที่จะทำให้ชาวลำปาง....หมุนไปตามกาลเวลาได้เสียที

 


ทำเนียบรายชื่อผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง

                                                                                    ช่วงเวลา                                   ระยะเวลา

1. พระยาสุเรนทรราชเสนา                                               พ.ศ.2453 – 2470                     17 ปี

(เจิม จารุจินดา)                                     

2. พระยาวิเศษฤๅไชย                                                     พ.ศ. 2471 – 2472                    1 ปี

(ม.ล.เจริญ อิศรางกูร ณ อยุธยา)

3.พระยาประเสริฐสุนทราศรัย                                            พ.ศ.2472 -2475                       3 ปี

(พงษ์ บุรุษชาติ)

4. พระยากำธรพายัพทิศ                                                  พ.ศ.2475 – 2476                     1 ปี

(ดิศ อินทรโสพัส)          

5 . พระยาประชากรบริรักษ์                                               พ.ศ.2476 – 2480                     4 ปี

(แอร่ม สุนทรศารทูล)     

6. พระพายัพพิริยกิจ                                                        พ.ศ.2481 – 2482                   1 ปี

7. หลวงอุตตรดิตถาภิบาล                                               พ.ศ.2482 – 2484                     2 ปี

8. หลวงเกษมประศาสน์                                                   พ.ศ.2484 – 2485                    1 ปี

9. หลวงศุภการบริรักษ์                                                     พ.ศ.2485 – 2489                    4 ปี

10. ขุนสีมะสิงห์สวัสดิ์                                                     พ.ศ.2489 – 2490                     1 ปี

11. ขุนอักษรสารสิทธิ์                                                     พ.ศ.2490 – 2494                     4 ปี

12. นายพ่วง สุวรรณรัฐ                                                    พ.ศ.2494 – 2495                     1 ปี

13. นายสุวรรณ รื่นยศ                                                     พ.ศ.2495 – 2497                     2 ปี

14. ขุนรัฐวุฒิวิจารณ์                                                       พ.ศ.2497 – 2501                     4 ปี

15. นายเชื่อม ศิริสนธิ                                                     พ.ศ.2501 – 2504                     3 ปี

16. นายสุบิน เกษทอง                                                    พ.ศ.2504 – 2515                     11 ปี

17. นายชุ่ม บุญเรือง                                                       พ.ศ.2515 – 2516                     1 ปี

18. นายสำราญ บุษปวนิช                                                พ.ศ.2516 – 2519                     3 ปี

19. นายไสว ศิริมงคล                                                     พ.ศ.2519 – 2523                     4 ปี

20. นายสำรวย พึ่งประสิทธิ์                                              พ.ศ.2523 -2524                       1 ปี

21. นายชูวงศ์ ฉายะบุตร                                                  พ.ศ.2524 – 2528                     4 ปี

22. นายยุทธ แก้วสัมฤทธิ์                                                1 ต.ค. 28 - 30 ก.ย. 32              4 ปี

23. นายอุทัย นาคปรีชา                                                   1 ต.ค. 32 - 30 ก.ย.33               1 ปี

24. นายชนะศักดิ์ ยุวบูรณ์                                                1 ต.ค. 33 - 15 มิ.ย.34               8 เดือน 15 วัน

25. ร.ต.พูลศักดิ์ สัตยานุรักษ์                                            16 มิ.ย. 34 - 30 ก.ย. 35             1 ปี 3 เดือน 15 วัน

26. ร.อ.อริยะ อุปารมี                                                       1 ต.ค. 35 - 17 ต.ค. 36             1 ปี 17 วัน

27. นายสุชาติ ธรรมมงคล                                               18 ต.ค. 36 - 24 พ.ค. 37             7 เดือน 7 วัน

28. นายสหัส พินทุเสนีย์                                                 25 พ.ค. 37 - 30 ก.ย.40              3 ปี 4 เดือน 7 วัน

29. นายเฉลิมพล ประทีปะวณิช                                        20 ต.ค. 40 - 30 ก.ย. 42              1 ปี 11 เดือน 12 วัน

30. นายพีระ มานะทัศน์                                                   1 ต.ค. 42 - 30 ก.ย. 45              3 ปี

31. นายเฉลิมพล ประทีปะวณิช                                        1 ต.ค. 45 - 30 ก.ย. 46              1 ปี

32. นายอมรทัต นิรัติศยกุล                                              1 ต.ค. 46 - 30 ก.ย. 50              4 ปี

33. นายดิเรก ก้อนกลีบ                                                   1 ต.ค. 50 - 19 ต.ค. 51             1 ปี 19 วัน

34. นายอมรพันธุ์ นิมานันท์                                              20 ต.ค. 51 - 15 มี.ค. 52            4 เดือน 27 วัน

35. นายสมบูรณ์ ศรีพัฒนาวัฒน์                                        16 มี.ค. 52 - 30 ก.ย. 52             6 เดือน 15 วัน

36. นายศุภกิจ บุญญฤทธิพงษ์                                         1 ต.ค. 52 - 30 ก.ย. 53               1 ปี

37. นายอธิคม สุพรรณพงศ์                                              1 ต.ค. 53 - 30 ก.ย. 54              1 ปี

38. นายบุญเชิด คิดเห็น                                                  29 ธ.ค. 54 - 26 เม.ย. 55           4 เดือน

39. นายธวัชชัย  เทอดเผ่าไทย                                        27 เม.ย. 55 - 30 ก.ย. 56            1 ปี 5 เดือน 4 วัน

40. นายธานินทร์  สุภาแสน                                             1 ต.ค. 56 - 30 ก.ย. 58              2 ปี

41. นายสามารถ  ลอยฟ้า                                                1 ต.ค. 58 - 30 ก.ย. 59              1 ปี

42. นายสุวัฒน์  พรมสุวรรณ                                             1 ต.ค. 59 - 30 ก.ย. 60              1 ปี

43. นายทรงพล  สวาสดิ์ธรรม                                          1 ต.ค. 60 - 30 ก.ย. 62              2 ปี

44. นายณรงค์ศักดิ์  โอสถธนากร                                     1 ต.ค. 62 – 30 ก.ย. 64              2 ปี

ข้อมูล : เว็บไซด์จังหวัดลำปาง

 


Share:

ยก “บ้านศรีดอนชัย เชียงราย” สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี”

  


กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)  ยกย่องชุมชนคุณธรรมฯ บ้านศรีดอนชัย เชียงราย สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัด สร้างรายได้สู่ชุมชน ฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศหลังโควิด-19

 


นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วย ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ลงพื้นที่ให้กำลังใจผู้นำชุมชนพลัง”บวร” และชาวชุมชนคุณธรรมฯ บ้านศรีดอนชัย ต.ศรีดอนชัย อ.เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นหนึ่งในชุมชนที่กระทรวงวัฒนธรรม ประกาศให้เป็น ๑๐ สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี”เป็นชุมชนที่มีศักยภาพและมีความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ โดยผู้นำชุมชนพลัง”บวร” และชาวชุมชนคุณธรรมฯได้ให้การต้อนรับ

 


นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร กล่าวว่า นโยบายของ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มุ่งขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG ตามนโยบายของรัฐบาล และผลักดัน "Soft Power" ไทย โดยนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสร้างสรรค์สินค้าและบริการ (Creative Culture) เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว และบริการทางวัฒนธรรมโดยเฉพาะอุตสาหกรรมวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ 5F ประกอบด้วยอาหาร (Food) ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Film) ผ้าไทยและการออกแบบแฟชั่น (Fashion) มวยไทย (Fighting) และการอนุรักษ์และขับเคลื่อนเทศกาล ประเพณีสู่ระดับโลก (Festival) เพื่อสร้างโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและชุมชน เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) คลี่คลาย

 


ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า กระทรวงวัฒนธรรมจึงได้ขับเคลื่อนโครงการและกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม  ล่าสุดวธ.ได้ดำเนินการโครงการ“เที่ยวชุมชน ยลวิถี”โดยประกาศ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ“เที่ยวชุมชน ยลวิถี”เป็นชุมชนที่มีศักยภาพและมีความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ     และมีผลการดำเนินงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ และมีชุมชนคุณธรรมฯ ที่มีความพร้อม 228 แห่งทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งชุมชนคุณธรรมฯ บ้านศรีดอนชัย เป็นหนึ่งใน10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ที่มีความโดดเด่นเป็นชุมชนชาวไทลื้อที่อพยพมาจากสิบสองปันนาเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ยังคงรักษาภาษาไทลื้อ การแต่งกายด้วยผ้าทอไทลื้อ และวัฒนธรรมประเพณีที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ดังสโลแกน “เที่ยวศรีดอนชัย เหมือนได้ไปสิบสองปันนา”

 



นอกจากนี้ชุมชนยังมีเสน่ห์วิถีชีวิต พึ่งพาแม่น้ำอิง สายน้ำแห่งวัฒนธรรม เช่น พิธีบวงสรวงศาลเจ้าบ่อ หรือพิธีเข้ากรรมเจ้าบ่อ พิธีสืบชาตา ประเพณี 12 เดือน โดยเฉพาะ ประเพณี “จุลกฐินถิ่นไทลื้อศรีดอนชัย” รวมทั้งมีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ อาทิ วัดท่าข้ามศรีดอนชัย ศูนย์วัฒนธรรมไทลื้อ ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น พิพิธภัณฑ์ลื้อลายคำ เฮือนคำแพง บ้านไทลื้อร้อยปี(เฮือนเอื้อยคำ) ศูนย์สตรีผ้าทอศรีดอนชัย ศูนย์เรียนรู้ผ้าทอ    ไทลื้อบ้านแม่ครูดอกแก้ว ธีระโครต และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น

 



“วธ.จะขยายผลการพัฒนาต่อยอดงานท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไปสู่อีก 9 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ได้แก่ ชุมชนคุณธรรมฯ บ้านโนนบุรี จ.กาฬสินธุ์ ชุมชนคุณธรรมฯ บ้านโคกเมือง ต.จรเข้มาก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ชุมชนคุณธรรมฯ บ้านสามช่องเหนือ จ.พังงา ชุมชนคุณธรรมฯ วัดศรีดอนคำ จ.แพร่ ชุมชนคุณธรรมฯ บ้านผาบ่อง จ.แม่ฮ่องสอน ชุมชนคุณธรรมฯ บ้านเก่าริมน้ำประแส จ.ระยอง ชุมชนคุณธรรมฯ บ้านท่ามะโอ จ.ลำปาง ชุมชนคุณธรรมฯ วัดบางใบไม้ จ.สุราษฎร์ธานี และชุมชนคุณธรรมฯ เมืองลับแล จ.อุตรดิตถ์” นางยุพา กล่าว

 



นอกจากนี้ นางยุพา ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ วธ. อยู่ระหว่างจัดทำ Mobile Application เที่ยวเท่ๆ เสน่ห์เมืองไทย” ทั้งในระบบ iOS และ Android ซึ่งเป็นแอปพลิเคชัน ที่รวบรวมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว และกิจกรรมการท่องเที่ยวที่โดดเด่น ร้านอาหาร สินค้าทางวัฒนธรรม และที่พัก ฯลฯ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการท่องเที่ยวชื่นชมความงดงามของแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ เยี่ยมยลเสน่ห์ของวิถีชีวิต ผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาต่างๆ ของชุมชน ตลอดทั้งเพื่ออำนวยความสะดวกในการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และเป็นช่องทางสำคัญในการประชาสัมพันธ์กระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศพร้อมจัดทำเป็นเส้นทางท่องเที่ยวแต่ละจังหวัด ทั้ง 76 จังหวัดด้วย

 

กอบแก้ว แผนสท้าน...เรื่อง

 

Share:

ฝนตกหนัก น้ำลำห้วยหลากท่วมบ้านเรือน พื้นที่ ต.สบปราบ กว่า 100 หลัง

 

        วันที่ 24 ก.ย.64 หลังจากเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.สบปราบ จ.ลำปาง  54.2 มม. ช่วงประมาณ 04.00 น.ที่ผ่านมาจนถึงเช้า ส่งผลให้น้ำในลำห้วยสมัยที่ผ่านหมู่บ้าน เพิ่มปริมาณสูงขึ้นรวดเร็ว หลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร บ้านทุ่งพัฒนา หมู่ 9 และบ้านทุ่งรวงทอง หมู่ 12 ต.สบปราบ ได้รับความเสียหายกว่า 100 หลัง 
        สอบถามชาวบ้านทราบว่า น้ำได้เพิ่มระดับขึ้นช่วงเวลา 08.00 น. โดยชาวบ้านได้เตรียมการนำกระสอบทรายมากั้นไว้ก่อนแล้วบางส่วน แต่บางหลังที่อยู่ช่วงกลางซอย น้ำลึกทำให้ล้นเข้าไปในตัวบ้าน  หลังไหนมีเครื่องสูบน้ำก็จัดการได้รวดเร็ว  ช่วงสายน้ำลดลงแต่ยังท่วมขังอยู่มาก
        โดยเมื่อวานนี้(23 ก.ย.)ได้เกิดน้ำท่วมหนักไปครั้งหนึ่ง เข้าท่วมวัดบ้านทุ่ง และโรงเรียนบ้านทุ่ง  ปริมาณน้ำบางจุดสูงกว่า 1.5 เมตร  ทำให้ชาวบ้านและเด็กนักเรียนไม่สามารถออกมาได้    เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยลำปาง จุดสบปราบ ต้องนำเรือท้องแบนเข้าไปรับเด็กๆและชาวบ้านออกมาด้วยความระมัดระวัง เพราะบางจุดน้ำไหลเชี่ยว ซึ่งล่าสุดน้ำลดลงปกติแล้ว 
         ทางเจ้าหน้าที่ทางหลวง และ อบต.ได้นำรถเข้าทำความสะอาดพื้นที่แล้ว แต่น้ำลำห้วยได้ไหลาอีกระลอก ชาวบ้านจึงต้องเร่งมือสูบน้ำออกจากบ้านและนำกระสอบทรายมากั้นเพื่อป้องกันไว้ เนื่องจากบนดอยยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง 
        ทั้งนี้ จากรายงานของ สำนักงาน ปภ.ลำปาง  อำเภอสบปราบได้รับผลกระทบ  3 ตำบล 12 หมู่บ้าน 36 ครัวเรือน ได้แก่ ตำบลแม่กัวะ หมู่ที่ 1, 2 และ 3 ,ตำบลนายาง หมู่ที่ 1, 2, 3, 5, 6, 8, 9 และ 10 และตำบลสมัย หมู่ที่ 5

ภาพ กู้ภัยลำปาง จุดสบปราบ



Share:

หนุ่มเชียงใหม่ขับกระบะฝ่าฝนตกหนัก เกิดเสียหลักชนหลักลาย ก่อนจะพลิกคว่ำหลายตลบ รถทับร่างติดอยู่ภายในเสียชีวิต



เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 23 ก.ย. 64  ร.ต.อ.เกชา ปากสวัสดิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เถิน จ.ลำปาง ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำบริเวณถนนพหลโยธิน ขาขึ้น กม.ที่ 639+340 หมู่ 8 ต.แม่ถอด อ.เถิน เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย หลังรับแจ้งจึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลเถิน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่ถอดร่วมตรวจสอบ



          ในที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีบอร์นเทา หมายเลขทะเบียน บน 9433 สุรินทร์ สภาพรถหงายท้องล้อชี้ฟ้าอยู่ในพงหญ้าข้างทาง ห่างจากถนนประมาณ 5 เมตร โดยบริเวณฝั่งคนขับรถ พบร่างชายไทยเสียชีวิตติดคาอยู่ในรถ สภาพนอนหงายลำตัวครึ่งท่อนออกมาอยู่นอกตัวรถ โดยแขนข้างขวาถูกประตูทับไว้ สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้น กางเกงขายาวสีครีม  ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ช่วยกันยกรถขึ้นและนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาทำการชันสูตร  ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมาคือ นายวัชรพล ไกรทอง อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10/2 หมู่ 2 ต.หนองหอย อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่



          เบื้องต้นคาดว่านายวัชรพลได้ขับรถตามเส้นทางซึ่งเป็นทางโค้ง ประกอบกับฝนตกหนักทำให้รถเสียหลักไปชนกับหลักลายริมถนน และพลิกคว่ำหลายตลบลงไปข้างทาง โดยพบร่องรอยการไถลของรถจากถนนไปยังจุดที่รถพลิกคว่ำประมาณ 30 เมตร  ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้นำศพส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลอีกครั้ง พร้อมกับประสานญาติผู้เสียชีวิตให้ติดต่อรับศพไปดำเนินการต่อไป 

ภาพ เจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่ถอด




Share:

วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2564

นายอำเภอเมืองลำปาง มอบปลัดอำเภอสนธิกำลังเข้าตรวจสอบลักลอบแปรรูปไม้เถื่อน ยึดของกลางได้จำนวนมาก

 


เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 64 นายวาทิต  ปัญญาคม นายอำเภอเมืองลำปาง มอบหมายให้ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง สมาชิกกองร้อย อส.เมืองลำปางที่ 1 พร้อมด้วย หัวหน้าและเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ ลป.10 (บ้านแลงผู้ใหญ่บ้าน .8 .บ้านแลง ออกตรวจสอบตามข้อร้องทุกข์/ร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเมืองลำปาง กรณีการลักลอบแปรรูปไม้และครอบครองไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต ณ โรงงานแปรรูปไม้เพื่อประดิษฐกรรม ตั้งอยู่บริเวณบ้านแม่อางน้ำล้อม ม.8 ต.บ้านแลง อ.เมืองลำปาง



จากการลงพื้นที่พบเจ้าของโรงงานฯ คณะเจ้าหน้าที่จึงขอเข้าตรวจสอบตามข้อร้องเรียนฯ ในบริเวณโรงงาน โดยพบเครื่องจักรเลื่อยไม้จำนวน 2 เครื่อง (มีสแลนสีดำคลุมเครื่องจักร 1 เครื่อง) และไม้สักแปรรูปแผ่น จำนวน 1 กอง (มีสแลนสีดำคลุมกองไม้) จากการตรวจสอบบริเวณเครื่องจักรไม่พบร่องรอยการเพิ่งแปรรูปไม้ ในการนี้คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ให้เจ้าของโรงงานแสดงเอกสารการครอบครองกองไม้สักดังกล่าว โดยเจ้าของได้แสดงเอกสารต่อเจ้าหน้าที่เรียบร้อย พร้อมจัดทำบันทึก ปค.14 ไว้เป็นหลักฐานการตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบกองไม้แปรรูปแผ่น ประกอบด้วย ไม้ประดู่ ไม้รัง ไม้ตีนนก และไม้เนา รวมจำนวนปริมาตรประมาณ 0.837 ลูกบาศก์เมตร ในบริเวณข้างโรงงาน ซึ่งอยู่บริเวณรั้วเดียวกับโรงงาน จึงได้บันทึกตรวจยึด/จับกุมส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเสด็จ ต่อไป





 

Share:

กฟผ. พร้อมเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 8-9 หลังคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) มีมติเห็นชอบ



โครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 8-9 และโครงการโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี ชุดที่ 1-2 เป็นโครงการตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (PDP2018 Revision 1)

โดยโครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 8-9 มีขนาดกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 600 เมกกะวัตต์ มีแผนจ่ายไฟเข้าสู่ระบบในปี 2569 เพื่อช่วยรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าภาคเหนือ ทดแทนกำลังผลิตไฟฟ้าโรงไฟฟ้าแม่เมาะเดิมที่จะถูกปลดออกจากระบบเนื่องจากหมดอายุการใช้งาน

ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี ชุดที่ 1-2 มีขนาดกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 1,400 เมกกะวัตต์ มีแผนจ่ายไฟเข้าสู่ระบบ ชุดที่ 1 ในปี 2570 และชุดที่ 2 ในปี 2572 เพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าภาคใต้ รองรับการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภาคใต้

โดยทั้งสองโครงการมีแผนที่จะก่อสร้างบนพื้นที่โรงไฟฟ้าเดิม เนื่องจากมีความพร้อมของระบบส่งไฟฟ้าจึงช่วยลดการลงทุนก่อสร้างระบบส่งไฟฟ้า ทำให้ไม่เพิ่มต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า ช่วยรักษาเสถียรภาพระบบไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศ ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมอุตสาหกรรมในประเทศให้ขยายตัว ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ ทำให้เกิดการจ้างงานคนท้องถิ่น ชุมชนยังได้รับงบประมาณพัฒนาชุมชนจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อนำไปพัฒนาชุมชนด้านต่างๆ อาทิ ด้านการศึกษา การส่งเสริมอาชีพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

กฟผ. ยังมีแผนมุ่งสู่คาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutrality) ลดการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินลิกไนต์ของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ในปัจจุบันมีกำลังผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 2,455 เมกกะวัตต์ จะทยอยปลดโรงไฟฟ้าแม่เมาะเดิมลง เมื่อถึงปี 2569 จะเหลือโรงไฟฟ้าแม่เมาะเพียง 2 เครื่อง รวมกำลังผลิตไฟฟ้า 1,315 เมกกะวัตต์  ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าใหม่ที่มีประสิทธิภาพ และจะเพิ่มการผลิตไฟฟ้าในโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำแบบไฮบริด (Hydro-floating solar hybrid) ซึ่งเป็นการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียน ปัจจุบันมีกำลังผลิต 45 เมกกะวัตต์ ณ เขื่อนสิรินธร โดยจะเพิ่มในเขื่อนต่างๆ จนครบ 2,725 เมกกะวัตต์ ตามแผน พร้อมรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในอนาคต

 

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์