วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569

กรมชลฯ ทุ่มงบ 1,380 ล้าน ปรับปรุง “โครงการแม่วัง” วางระบบ AI-IoT สู้ภัยแล้ง พร้อมตัดยอดน้ำเลี่ยงเมืองลำปาง แก้ปัญหาน้ำท่วมยั่งยืน

 

นายพรมงคล ชิดชอบ ผู้อำนวยการกองพัฒนาการบริหารจัดการน้ำและการมีส่วนร่วม เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่วัง จังหวัดลำปาง เพื่อยกระดับการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ปัจจุบัน

ชูเทคโนโลยีอัจฉริยะ ลดสูญเสียน้ำ

นายพรมงคล ระบุว่า โครงการแม่วังฯ มีอายุการใช้งานมายาวนานกว่า 91 ปี ทำให้ระบบส่งน้ำและอาคารชลประทานเริ่มชำรุดทรุดโทรม มีการรั่วซึมส่งผลให้ประสิทธิภาพการส่งน้ำลดลง กรมชลประทานจึงมีแนวทางนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาปรับใช้  โดยการนำระบบ IoT และ AI: นำมาใช้คำนวณการปล่อยน้ำแบบ Real-time หากมีฝนตกในพื้นที่ ระบบจะประมวลผลเพื่อลดการระบายน้ำจากเขื่อนกิ่วลมทันที ช่วยประหยัดน้ำได้อย่างละเอียดและแม่นยำ  ซึ่งน้ำที่ประหยัดได้จากการลดการรั่วซึมและการใช้ AI ควบคุม จะถูกนำไปขยายโครงข่ายส่งน้ำให้กับพื้นที่เกษตรกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกร

พรมงคล ชิดชอบ

ปั้น "คลองคู่ขนาน" แก้ท่วม-แล้ง ในหนึ่งเดียว

นอกจากภารกิจด้านการเกษตร  ชลประทานฯ ยังได้รับนโยบายจากผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเขตเมือง โดยเตรียมพัฒนา คลองคู่ขนานตามแนวเขตทางเดิมของกรมชลประทาน  ช่วงฤดูน้ำหลากจะใช้คลองนี้ช่วยตัดยอดน้ำจากแม่น้ำวัง ก่อนเข้าเขตเทศบาลนครลำปาง  เพื่อระบายน้ำลงสู่ท้ายน้ำได้รวดเร็วขึ้น ลดความเสี่ยงอุทกภัย

นอกจากนั้นในช่วงฤดูแล้ง คลองที่มีความยาวนับ 10 กิโลเมตรนี้ จะถูกใช้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำสำรอง (แก้มลิง) เพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้สอยตลอดปี โดยการดำเนินการนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อที่ดินของราษฎร เนื่องจากใช้พื้นที่เขตคลองเดิมที่มีอยู่แล้ว

พนมศักดิ์ ใช้สมบุญ

ด้าน นายพนมศักดิ์ ใช้สมบุญ ผู้อำนวยการส่วนวางโครงการที่ 1 ระบุว่า การปรับปรุงโครงการในเขตลุ่มน้ำแม่วังมีความจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากปัจจุบันความต้องการใช้น้ำสูงกว่าความจุเก็บกักของแหล่งน้ำที่มีอยู่ การปรับปรุงอาคารชลประทานและระบบส่งน้ำจึงต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการวางแผนการใช้น้ำร่วมกับชุมชน เพื่อให้ทุกหยดน้ำถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าที่สุด


ทุ่ม 1,380 ล้าน! ปรับปรุงชลประทานลุ่มน้ำแม่วัง

นายพนมศักดิ์ ระบุว่า  โครงการดังกล่าวต้องใช้งบประมาณในภาพรวมทั้งสิ้น  1,380 ล้านบาท  แผนการดำเนินการประมาณ 10 ปี  โดยแยกเป็นระยะ 5 ปีแรก เกี่ยวกับเรื่องโครงสร้างและสิ่งก่อสร้างทั้งหมด  ส่วนระยะ 5 ปีหลัง เน้นการนำเทคโนโลยี IOT มาใช้และการบริหารจัดการกลุ่มผู้ใช้น้ำ   ซึ่งงบประมาณปกติสำหรับการปรับปรุงโครงการอยู่แล้ว และผลการศึกษาล่าสุดมีความสอดคล้องกับแผนงานเดิม โดยหากเป็นแผนเร่งด่วน คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างต่างๆ ได้ทันทีในปีงบประมาณถัดไป เพื่อให้ระบบชลประทานสามารถใช้งานได้ครอบคลุมเต็มพื้นที่ตามเป้าหมายที่วางไว้

โครงการนี้จะช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในภาพรวมของจังหวัดลำปาง แม้จะไม่สามารถแก้ได้ทั้งหมด แต่จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดความเสียหายต่อพื้นที่เศรษฐกิจและช่วยให้เกษตรกรบริหารจัดการน้ำได้ดียิ่งขึ้น 

วศิน ลีลาชินาเวศ 

ขณะที่ นายวศิน ลีลาชินาเวศ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่วัง เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำในเขตพื้นที่จังหวัดลำปาง ว่ากรมชลประทานกำลังเร่งดำเนินโครงการปรับปรุงระบบชลประทานเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในเขตเทศบาลนครลำปาง และเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำให้แก่เกษตรกร

หากย้อนกลับไปในปี 2548 จังหวัดลำปางเคยประสบปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในเขตตัวเมือง เนื่องจากในขณะนั้นมีเพียง เขื่อนกิ่วลม เพียงแห่งเดียวที่ทำหน้าที่รองรับน้ำ แต่ภายหลังจากปี 2551 เป็นต้นมา เมื่อมีการก่อสร้าง เขื่อนกิ่วคอหมา แล้วเสร็จ ทำให้การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น การทำงานร่วมกันของเขื่อนใหญ่ทั้งสองแห่งช่วยในการหน่วงน้ำและตัดยอดน้ำที่จะไหลเข้าสู่แม่น้ำวังได้ดีกว่าในอดีต


แก้จุดตัด "คอขวด" เร่งระบายน้ำผ่านเขตเทศบาล

สำหรับปัญหาสำคัญที่พบคือ บริเวณ สะพานเสตุวารี ซึ่งถือเป็นจุดที่ลำน้ำวังมีความแคบที่สุด  ส่งผลให้การระบายน้ำทำได้จำกัดเพียงประมาณ 240 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่วัง จึงได้ศึกษาและวางแผนเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำ ซึ่งแผนงานใหม่จะช่วยแบ่งเบาภาระการระบายน้ำจากลำน้ำสายหลักได้ประมาณ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  คงเหลือ 190 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที   เมื่อโครงการเสร็จสิ้น จะช่วยลดความเสี่ยงน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนและเขตเศรษฐกิจในเทศบาลนครลำปางได้


จัดทำ"คลองระบายน้ำ" คู่ขนาน

ในส่วนของแผนการดำเนินงาน นายวศิน ระบุว่าได้วางแผนทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยกลยุทธ์สำคัญคือการปรับปรุงคลองส่งน้ำที่มีอยู่เดิม คือ  ปรับปรุงคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวาให้สามารถทำหน้าที่เป็นคลองระบายน้ำได้ในตัว เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำออกจากตัวเมืองในช่วงวิกฤต  ควบคู่กับการดำเนินการปรับปรุงประตูระบายน้ำ อาคารอัดน้ำกลางคลอง และท่อส่งน้ำต่างๆ ให้มีความมั่นคงและใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ


นอกจากการแก้ปัญหาน้ำท่วมแล้ว โครงการนี้ยังส่งผลดีโดยตรงต่อภาคการเกษตร  โดยมีพื้นที่รับประโยชน์ ครอบคลุมพื้นที่โครงการทั้งหมดกว่า 90,000 ไร่  โดยเป็นพื้นที่ชลประทานประมาณ 75,000 ไร่  การปรับปรุงระบบจะช่วยให้การส่งน้ำไปยังพื้นที่ปลายน้ำทำได้รวดเร็วขึ้น ลดปัญหาการแย่งน้ำระหว่างเกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง

"เรามุ่งเน้นการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการป้องกันอุทกภัยในเขตเมืองและการสร้างความมั่นคงทางน้ำให้แก่เกษตรกรในพื้นที่"  นายวศิน กล่าวทิ้งท้าย

Share:

วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569

อบจ.ลำปาง ทุ่มงบ 15 ล้าน ผ่าวิกฤติน้ำมัน ช่วยค่ารถ "คนละครึ่ง" ปฏิรูประบบขนส่งสาธารณะลำปาง เปิดตัวรถนักเรียนไฟฟ้า

 


ลำปาง (7 เมษายน 2569) – นางสาวตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง เปิดเผยถึงแผนรับมือวิกฤติราคาพลังงานจากภาวะสงคราม โดยเตรียมเสนอจัดสรรงบประมาณรวม 15 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนชุดมาตรการช่วยเหลือประชาชนครอบคลุมทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว มุ่งเน้นการลดภาระค่าใช้จ่ายทันที และการยกระดับระบบขนส่งสาธารณะลำปางให้มั่นคงในอนาคต

1. ระยะเร่งด่วน: “ลดรายจ่ายถึงมือประชาชน” (จัดเตรียมงบประมาณ 9 ล้านบาท)

มาตรการที่ 1 มาตรการ “อบจ. ช่วยจ่ายคนละครึ่ง”: สนับสนุนงบประมาณเพื่อ ลดค่าโดยสารรถสาธารณะลง 50% ครอบคลุมทั้งรถในเขตเมือง และรถรับ-ส่งระหว่างอำเภอ

ทุกอำเภอทั่วจังหวัด รวม 100 คัน เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้นักเรียนและคนทำงาน โดยการสนับสนุนค่าโดยสารประจำทาง ในพื้นที่จังหวัดลำปาง “คนละครึ่ง” เช่น อัตราค่าโดยสารที่ผู้ใช้บริการจะต้องจ่าย จำนวน 40-100 บาท โดย อบจ.ลำปาง สนับสนุนผ่านสหกรณ์เดินรถจังหวัดลำปาง จำนวน 20-50 บาท และผู้ใช้บริการจ่ายเองจำนวนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่ง 

กำหนดระยะเวลาการดำเนินการตามมาตรการนี้ ระยะเวลา 6 เดือน การดำเนินการดังกล่าวช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน นอกจากจะเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายน้ำมันแล้ว เป็นการรณรงค์ให้ประชาชนใช้ขนส่งสาธารณะให้มากขึ้น เพื่อพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของลำปางให้เข้มแข็งในระยะยาว โดยสนับสนุนผู้ประกอบการเดิมซึ่งมีอยู่จำนวนมาก

ให้อยู่รอดและสามารถยกระดับการดำเนินการต่อไปได้ โดยกำหนดงบประมาณที่ใช้ดำเนินโครงการ จำนวนประมาณ 6,000,000 บาท

มาตรการที่ 2 เงินหนุนเกษตรกรรายได้น้อย: จัดเตรียมงบประมาณเพื่อมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ครอบครัวละ 3,000 บาท เพื่อเสริมสภาพคล่องในครัวเรือน โดยเกษตรกรที่สนใจต้องยื่นลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือ เป็นเกษตรกรผู้อยู่ในครอบครัวที่มีฐานะยากจน มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงมหาดไทย คาดว่าจะดำเนินการระหว่างวันที่ 20 เมษายน 2569 - วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 งบประมาณที่ใช้ดำเนินโครงการ จำนวนประมาณ 3,000,000 บาท รายละเอียดสามารถติดต่อได้ที่สำนักปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด โทรศัพท์ 0 5423 7600

2. ระยะกลางและยาว: “การเดินทางที่มั่นคงและยั่งยืน” (จัดเตรียมงบประมาณ 6 ล้านบาท)

มุ่งเน้นการแก้ปัญหาระยะยาวเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมัน โดยกำหนด 3 มาตรการ ดังนี้:

มาตรการที่ 1 มาตรการนำร่องรถรับส่งนักเรียนพลังงานไฟฟ้า: อบจ. ลำปาง ได้จัดซื้อ“รถรับส่งนักเรียนพลังงานสะอาด” (รถมินิบัสไฟฟ้า) เพื่อรับส่งนักเรียนในโรงเรียนสังกัด อบจ. ลำปาง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ ตำบลวอแก้ว อ.ห้างฉัตร ตำบลบ้านเอื้อม และ ตำบลบ้านค่า 

อ.เมือง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายรายเดือนให้กับผู้ปกครองในช่วงวิกฤติน้ำมันแพงและวางมาตรฐานใหม่ของ “ความปลอดภัย” ที่มาพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่ออนาคตของลูกหลานชาวลำปาง โดยจะเริ่มวิ่งภายใน 60 วัน 

มาตรการที่ 2 มาตรการการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือก: อบจ. เตรียมจับมือกับสถาบันอุดมศึกษาและสหกรณ์เดินรถ เพื่อศึกษาและนำระบบพลังงานสะอาดมาปรับใช้กับรถโดยสารเดิม โดยจะเริ่มต้นเปลี่ยนผ่านรถสาธารณะที่มีอยู่เดิมของสหกรณ์เดินรถให้เป็นรถที่ใช้พลังงานสะอาด และมีมาตรฐานความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งจะเริ่มต้นความร่วมมือภายในปีนี้

มาตรการที่ 3 พัฒนาระบบโครงข่ายการเดินทางทั่วจังหวัด: ออกแบบและพัฒนาแอพพลิเคชั่นระบบการจัดการรถสาธารณะที่เชื่อมโยงทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวันและการท่องเที่ยว เพื่อให้คนลำปางเดินทางสะดวก ปลอดภัย และมีค่าใช้จ่ายที่เป็นธรรม โดยดำเนินการร่วมกับสภาองค์กรคุ้มครองผู้บริโภค

“อบจ.ลำปาง จะไม่หยุดอยู่แค่การวางแผน แต่เราจะลงมือทำทันทีเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมภายใน 60 วันข้างหน้า มาตรการทั้งหมดนี้คือคำสัญญาว่าเราจะบริหารจัดการทรัพยากรของจังหวัดอย่างเหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด เพื่อสร้างลำปางที่ทันสมัย ปลอดภัย และเป็นเมืองที่เติบโตไปพร้อมกับประชาชนทุกคน” นายกตวงรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย

Share:

รวบ 2 พรานป่า ลอบล่าสัตว์กลางป่าสงวนงาว เจออาวุธปืน-ยาบ้า คุมตัวดำเนินคดี

 


เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 เวลา 13.35 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังหลายฝ่ายในพื้นที่อำเภองาว จังหวัดลำปาง ภายใต้การอำนวยการของ นายกรัณย์พล แสงทอง ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง), นายสมจิตร จุลเจริญ นายอำเภองาว และนายกมล ร่างมณี ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้งาว

ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.20 (แม่หวด), หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.19 (แม่โป่ง), ฝ่ายปกครองอำเภองาว และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.งาว ออกลาดตระเวนควบคุมไฟป่าในพื้นที่

กระทั่งเดินทางถึงบริเวณป่าห้วยอุ้มขวา บ้านนาแรม หมู่ 1 ตำบลบ้านร้อง อำเภองาว ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่งาวฝั่งซ้าย พบกลุ่มควันไฟลอยขึ้นหลายจุด เจ้าหน้าที่จึงเร่งเข้าควบคุมเพลิง โดยบางส่วนสามารถดับได้เองตามสภาพพื้นที่

ระหว่างตรวจสอบพื้นที่ พบกระต๊อบพักชั่วคราว 1 หลัง ในบริเวณที่เกิดไฟไหม้ และพบชายต้องสงสัย 2 คนอยู่ในพื้นที่ จึงเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวไว้ได้

จากการตรวจค้นพบของกลาง  อาวุธปืนลูกซอง 2 กระบอก พร้อมกระสุน 8 นัด  อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนแก๊ป) 2 กระบอก และยาบ้า (เมทแอมเฟตามีน) จำนวนหนึ่ง

สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาหนึ่งในสองให้การรับสารภาพว่า เข้ามาในพื้นที่เพื่อทำการล่าสัตว์ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.งาว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เน้นย้ำให้ประชาชนงดการเข้าป่าและจุดไฟในพื้นที่ป่า เนื่องจากอยู่ในช่วงเฝ้าระวังไฟป่าอย่างเข้มงวด และการกระทำดังกล่าวมีความผิดตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

Share:

วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569

จบเกมสาว “ไวไว” ซิ่งส่งยาบ้าแทนเพื่อนชาย เจอตำรวจซ้อนแผน รวบคาที่พร้อมของกลาง

 

ภายใต้นโยบายกวาดล้างยาเสพติดของ พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง และ พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว รองผู้บังคับการฯ ที่กำชับให้เร่งปราบปรามผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในทุกมิติ

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ลำปาง นำทีมโดย พ.ต.อ.ไพโรจน์ ทองขาว ผกก.กก.สส.ภ.จว.ลำปาง พร้อมกำลังชุดสืบสวน ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับร้องเรียนว่ามีกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวมั่วสุมเสพยาบ้า และขับขี่รถจักรยานยนต์สร้างความเดือดร้อนในพื้นที่ ต.สบตุ๋ย อ.เมืองลำปาง

ขณะเดียวกัน สายลับยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า พบพฤติกรรมของชายชื่อ ต่ายและหญิงสาวชื่อ ไวไวมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายยาบ้าให้กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ และเคยมีการซื้อขายกันหลายครั้ง ทำให้เจ้าหน้าที่เริ่มสืบสวนอย่างใกล้ชิด

ต่อมา เจ้าหน้าที่วางแผนล่อซื้อ โดยให้สายลับติดต่อ นายต่ายเพื่อสั่งซื้อยาบ้า 200 เม็ด ในราคา 2,300 บาท และนัดส่งมอบบริเวณริมถนนหน้าวิทยาลัยแห่งหนึ่ง  ถนนท่าคราวน้อย ซึ่งฝ่ายผู้ขายแจ้งว่าจะให้ น.ส.ไวไวเป็นคนนำของมาส่งแทน ก่อนถึงเวลานัด เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมเงินล่อซื้อพร้อมบันทึกหลักฐาน และกระจายกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์โดยรอบ

เมื่อถึงเวลานัดหมาย น.ส.ไวไว ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาถึงจุดนัด ก่อนส่งมอบยาบ้าให้สายลับ ทันทีที่การซื้อขายเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมตรวจยึดยาบ้าและเงินล่อซื้อไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนเบื้องต้น น.ส.ไวไว ให้การรับสารภาพว่า ยาบ้าทั้งหมดรับมาจากนายต่าย โดยนำมาพักไว้ที่หอพัก ก่อนจะนำออกมาส่งให้ลูกค้าตามนัด จนกระทั่งถูกจับกุมในที่สุด

Share:

เสียบปลั๊กพัดลมทิ้งไว้ แม้ไม่เปิด สุดท้ายไฟลัดวงจรไหม้บ้าน


เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักในพื้นที่ จ.ลำปาง สร้างความเสียหายภายในห้องเก็บของ โชคดีพลเมืองดีผ่านมาพบเห็นควันไฟ รีบเข้าช่วยเหลือและแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันเวลา



 เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 5 เมษายน 2569 ที่บ้านเลขที่ 94 หมู่ 10 บ้านหนองห้าตะวันออก ตำบลปงแสนทอง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง โดยศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ได้รับแจ้งจากเจ้าของบ้านว่ามีเหตุไฟไหม้ จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าระงับเหตุทันที



เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบพลเมืองดีและเจ้าของบ้านกำลังช่วยกันดับไฟ พร้อมเร่งขนย้ายทรัพย์สินออกจากจุดเกิดเหตุ โดยเพลิงกำลังลุกไหม้บริเวณห้องโถงที่ใช้เก็บของชั่วคราว ทำให้ทรัพย์สินหลายรายการได้รับความเสียหาย ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองเขลางค์จะเข้าฉีดน้ำสกัดเพลิง ไม่ให้ลุกลามไปยังส่วนอื่นของบ้าน ใช้เวลาควบคุมเพลิงได้ในเวลาต่อมา

จากการสอบถามพลเมืองดี ทราบว่า ขณะขับรถจักรยานยนต์ผ่านหน้าบ้าน เห็นกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจำนวนมาก จึงรีบเข้าไปตรวจสอบ และแจ้งเจ้าของบ้านซึ่งเป็นสามีภรรยาที่กำลังพักผ่อนอยู่ภายใน ก่อนจะช่วยกันควบคุมเพลิงในเบื้องต้น



ด้านเจ้าของบ้านเปิดเผยว่า ห้องดังกล่าวใช้เก็บของจำนวนมาก และมีการเสียบปลั๊กพัดลมทิ้งไว้ แม้ไม่ได้เปิดใช้งาน กระทั่งได้ยินเสียงคล้ายไฟฟ้าลัดวงจร ก่อนจะเกิดเพลิงไหม้ขึ้น

เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้สายไฟและพัดลมเกิดความร้อนจนไหม้เสียหาย อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวน สภ.เขลางค์นคร อยู่ระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุที่แน่ชัดตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป


⚠️ เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญ เตือนประชาชนให้ตรวจสอบและถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งหลังใช้งาน เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอัคคีภัยในช่วงอากาศร้อนจัด

Share:

วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569

กฟภ.ลำปาง ประกาศดับไฟ พื้นที่ อ.เมืองลำปาง วันที่ 8-9 เมษายน 2569

 



วันพุธที่ 8 เมษายน  2569

  • ตัดต้นไม้ใกล้แนวสายไฟฟ้าแรงสูง และแก้ไขจุดเสี่ยงไฟฟ้าขัดข้อง เปลี่ยนชนิดสายตัวนำเป็นหุ้มฉนวน ช่วงบ้านแม่ทรายคำ-บ้านศรีดอนชัย   เวลา 08.30-16.30 น.  พื้นที่ไฟฟ้าดับ  ตั้งแต่สุสานบ้านนาป้อเหนือถึงบ้านวังทอง ฝั่ง อบต.ทุ่งฝาย , บ้านนาป้อเหนือ บ้านท่าโทก บ้านแพะหนองแดง บ้านร่วมเย็น บ้านชัยภูทอง บ้านน้ำริน  ,  ตั้งแต่วัดนาป้อเหนือถึงบ้านศรีดอนชัย  บ้านกลางนาป้อ บ้านแม่ทรายคำ  บ้านศรีดอนไชย บ้านห้วยฮี บ้านรวมชัย 


วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน 2569

  • ประธานชุมชนขอดับไฟปรับปรุงซุ้มประตูทางเข้าหมู่บ้าน  , กฟภ.ตัดต้นไม้ใกล้แนวสายไฟฟ้าแรงสูงและแก้ไขจุดเสี่ยงไฟฟ้าขัดของ  เวลา 09.00-16.00 น.  พื้นที่ไฟฟ้าดับ  บ้านทุ่งปงเรียน บ้านค่ากลาง  บ้านค่าหลวง บ้านต้นฮ่างพัฒนา และบ้านทุ่งโจ้ศรีดอนชัย 

  • ปรับปรุงระบบจำหน่ายแรงสูง  เปลี่ยนชนิดสายตัวนำเป็นหุ้มฉนวน  เวลา 08.30-16.30 น.  พื้นที่ไฟฟ้าดับ  บ้านใหม่จำบอน  รพ.สต.บ้านใหม่จำบอน  และบ้านจำบอน

       ทั้งนี้ หากพื้นที่บริเวณที่ดับกระแสไฟฟ้าปฏิบัติงาน มีผู้ป่วยติดเตียงต้องการใช้กระแสไฟฟ้าสำหรับเครื่องมือทางการแพทย์ โปรดแจ้ง PEA ลำปาง ก่อนล่วงหน้า เพื่อติดตั้งเครื่องสำรองไฟฟ้า หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์ 054-251102

Share:

ดักกุ้งไม่พอใช้ หนุ่มวัย 25 อ.เกาะคา หันค้ายา สุดท้ายไม่รอดถูกรวบคาถนน

 

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง นำโดย พ.ต.อ.ไพโรจน์ ทองขาว ผกก.กก.สส.ภ.จว.ลำปาง พ.ต.ท.ณภัทร แสนชัยชุม สว.กก.สส.ภ.จว.ลำปาง และ ร.ต.ต.วรยุทธ ต๊ะค่า รอง สว.กก.สส.ฯ ร่วมกันจับกุมตัว นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ชาวอำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง

พร้อมของกลาง ยาบ้าชนิดเม็ด สีส้ม ลักษณะกลมแบน ด้านหนึ่งประทับอักษร WY อีกด้านเรียบ จำนวน 80 เม็ด รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 ไอ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง โดยนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะคา ดำเนินคดีในข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า หรือ เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ ผบก.ภ.จว.ลำปาง และ พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง ที่สั่งการให้เร่งรัดปราบปรามผู้ค้า ผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่

ทั้งนี้ ขณะเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติหน้าที่บริเวณถนนสายเกาะคา-น้ำโจ้ ตำบลศาลา อำเภอเกาะคา พบชายต้องสงสัยมีท่าทีพิรุธ นั่งควบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ อยู่ริมถนน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบผู้ต้องหามีอาการตกใจ จากการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 80 เม็ด อยู่ภายในกระเป๋าสะพาย และโทรศัพท์มือถือ จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง

จากการสอบสวน นายเอ รับสารภาพว่า มีอาชีพดักกุ้งขาย แต่รายได้ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย จึงหันมาจำหน่ายยาบ้าเพื่อหารายได้เสริมและนำไปใช้หนี้ โดยยาบ้าทั้งหมดเป็นของตนเองและมีไว้จำหน่ายให้ลูกค้า โดยก่อนถูกจับกุมกำลังนั่งรอลูกค้าอยู่ข้างถนน กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมดังกล่าว

Share:

รมว.ทส.สุชาติ สั่งการอธิบดีกรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ลำปาง เกาะติดไฟป่าลำปาง ชู “CCTV อัจฉริยะ” ป่าเขลางค์บรรพต เพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังแบบเรียลไทม์ พร้อมขอบคุณภาคเอกชนร่วมสนับสนุน

(3 เมษายน 2569) – นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) มอบหมายให้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดินทางลงพื้นที่จังหวัดลำปาง เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าในเขตป่าอนุรักษ์ภาคเหนือ พื้นที่กลุ่มป่าที่ 6 โดยมี นายสุธน ตันโสภณธนาศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปาง ร่วมคณะ และมีนางสาวดวงพร เกียรติดำรง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต พร้อมเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ
.
ในวันนี้ อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้เดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต (เตรียมการ) เพื่อตรวจสอบความพร้อมของ "ระบบกล้องวงจรปิด CCTV อัจฉริยะ" จำนวน 59 ตัว ที่ติดตั้งตามพื้นที่จุดเสี่ยงของอุทยานฯ โดยระบบดังกล่าวสามารถตรวจจับเหตุไฟป่าได้แบบเรียลไทม์ ช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงจุดเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ลดความเสียหายต่อพื้นที่ป่าและบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) เพื่อสุขภาวะที่ดีของประชาชนตามเป้าหมายของรัฐบาล
นายอรรถพล เปิดเผยว่า การนำเทคโนโลยี CCTV มาใช้ ไม่เพียงแต่ช่วยเฝ้าระวังไฟป่าเท่านั้น แต่ยังสามารถตรวจสอบการกระทำผิดกฎหมายอื่นๆ เช่น การล่าสัตว์ป่า หรือการลักลอบเผาป่า ซึ่งนำไปสู่การจับกุมและดำเนินคดีได้อย่างชัดเจน รวมถึงยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องปรามผู้ที่คิดจะกระทำผิดกฎหมาย และช่วยลดภาระการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัดให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังมีการใช้โดรนและกล้องจับความร้อน (Thermal Camera) เพื่อระบุพิกัดไฟป่าอย่างแม่นยำในการวางแผนดับไฟ


หัวหน้าอุทยานฯ รายงานสถิติการเกิดจุดความร้อน (hotspot) ในปี พ.ศ.2567 ซึ่งเป็นปีแรกที่ติดตั้งกล้อง CCTV ว่ามีจุด hotspot ลดลงร้อยละ 70 เมื่อเปรียบเทียบกับปี พ.ศ.2566 และในปี พ.ศ. 2568 สามารถควบคุมไม่ให้มีฮอตสปอตในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพตเลยแม้แต่จุดเดียว นอกจากนี้ การแจ้งเตือนของระบบกล้อง CCTV ยังสามารถนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้ลักลอบเข้าป่าล่าสัตว์ได้จำนวน 2 คดี

สำหรับการติดตั้งกล้อง CCTV ดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากจังหวัดลำปาง กลุ่มเครือข่ายป่าเปียกลำปาง และบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
.
ทั้งนี้ อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก เพื่อปกป้องผืนป่าและคืนอากาศบริสุทธิ์ให้แก่พี่น้องประชาชนต่อไป

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์