วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ บริเวณหน้าร้านลาบน้องพร บ้านทุ่งฮั้ว อ.วังเหนือ หนุ่มคนขี่มอเตอร์ไซค์เจ็บหนัก เจ้าหน้าที่กู้ชีพเร่งปฐมพยาบาล ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน

 

          เมื่อเวลา  13.50 น. วันที่ 6 กรกฎาคม 2569  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังเหนือ  รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถยนต์ บริเวณหน้าร้านลาบน้องพร บ้านทุ่งฮั้ว อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง  จึงประสานสายตรวจทุ่งฮั้ว พร้อมรถพยาบาลโรงพยาบาลวังเหนือ เข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างเร่งด่วน



ที่เกิดเหตุพบรถกระบะโตโยต้าสีดำ รุ่นเก่า ติดตั้งคอกเหล็กด้านหลัง สภาพด้านหน้าฝั่งขวาพังเสียหายอย่างหนัก กระจกหน้ารถแตก ส่วนรถจักรยานยนต์ล้มอยู่กลางถนน สภาพเสียหาย ข้างรถพบผู้บาดเจ็บเป็นชาย ทราบชื่อ  นายนัทวุธ แก้วประภา อายุประมาณ 30-35 ปี  มีบาดแผลบริเวณศีรษะ และขาขวา มีเลือดออกจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กู้ชีพและพลเมืองดีได้ช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลวังเหนือเพื่อทำการรักษา



เบื้องต้น พนักงานสอบสวน ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

Share:

ปฏิบัติการ 5 เสือเมืองวัง ลุยกวาดล้างยาเสพติด รวบ 2 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้า 138 เม็ด พร้อมปืนแก๊ปไทยประดิษฐ์

        เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอวังเหนือ สนธิกำลังตำรวจ สภ.วังเหนือ เปิดปฏิบัติการ "5 เสือเมืองวัง หยุดยั้งยาเสพติด" กวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่ จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้ารวม 138 เม็ด และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก

        เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายทศพล จักรบุญมา นายอำเภอวังเหนือ และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอวังเหนือ ร่วมกับ พ.ต.อ.สมภพ สุภาพร ผู้กำกับการ สภ.วังเหนือ ได้สั่งการให้ นายอภิชาติ กันธิมา ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิก อส.อ.วังเหนือ 9 สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังเหนือ ออกปฏิบัติการตามโครงการ "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด และพิชิตอันธพาล ขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว สู่ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่" หรือ "ปฏิบัติการ 5 เสือเมืองวัง หยุดยั้งยาเสพติด"


        ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้ 2 ราย โดยรายแรก เมื่อเวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบกระท่อมท้ายหมู่บ้านแม่เย็น หมู่ 4 ตำบลวังทอง อำเภอวังเหนือ พบยาบ้า 2 เม็ด และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ชนิดปืนแก๊ปยาว ไม่มีหมายเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอก จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง

        ต่อมาเวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณบ้านแม่สุขใน หมู่ 4 ตำบลวังซ้าย อำเภอวังเหนือ พบผู้ต้องหาพร้อมยาบ้าจำนวน 136 เม็ด จึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี

        เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังเหนือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา ที่ทำการปกครองอำเภอวังเหนือ

Share:

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ปภ. แจ้ง 55 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม - ส่วนภาคใต้ 4 จังหวัด เฝ้าระวังคลื่นลมแรง ช่วงวันที่ 4 - 6 ก.ค. 69


วันนี้ (4 ก.ค. 69) เวลา 07.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้ง 55 จังหวัด ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม ส่วนภาคใต้ 4 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ เฝ้าระวังคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 4 - 6 ก.ค. 69 โดยให้จัดทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนทันทีที่เกิดภัย โดยเฉพาะจุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้งให้เร่งระบายน้ำออกเพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด รวมถึงแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบล่วงหน้า และให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการ
.
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศเรื่อง พายุ "ไมสัก" ฉบับที่ 1 (104/2569) ประกาศ ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 05.00 น. แจ้งว่า พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน "ไมสัก" และคาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ และเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณสาธารณรัฐประชาชนจีนตอนใต้ ในช่วงวันที่ 4 - 6 กรกฎาคม 2569 โดยศูนย์กลางของพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่จากอิทธิพลของพายุ "ไมสัก" และร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลทำให้ในช่วงวันที่ 3 - 6 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันตามันตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร โดยมีพื้นที่คาดว่าจะเกิดฝนตกหนัก อาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ระหว่างวันที่ 4 - 6 กรกฎาคม 2569 แยกเป็น
.
🚨 พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม
📍 ภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และจังหวัดอุทัยธานี
📍 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี
📍 ภาคกลาง 15 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
📍 ภาคใต้ 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และจังหวัดสตูล
.
🚨 พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง
📍 ภาคใต้ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระนอง (อำเภอเมืองระนอง อำเภอสุขสำราญ และอำเภอกะเปอร์) พังงา (อำเภอเกาะขาว อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอท้ายเหมือง อำเภอตะกั่วป่า และอำเภอคุระบุรี) ภูเก็ต (ทุกอำเภอ) และจังหวัดกระบี่ (อำเภอเมืองกระบี่ อำเภอคลองท่อม อำเภอเกาะลันตา อำเภอเหนือคลอง และอำเภออ่าวลึก)
.
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานแจ้ง 55 จังหวัด ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดอุทกภัย โดยกำชับให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดทีมปฏิบัติการพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อเผชิญเหตุและให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงและบริเวณที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ใน 24 ชั่วโมง พื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้งให้เร่งระบายน้ำออก เพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด ตลอดจนจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรองรับผู้อพยพให้เพียงพอ
.
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงเกิดสถานการณ์ภัยให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นไม่ให้บุคคลเข้าพื้นที่ ในกรณีที่มีคลื่นลมแรง ขอให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกประกาศหรือติดตั้งสัญญาณแจ้งเตือนบริเวณชายฝั่งทะเลห้ามนักท่องเที่ยวเล่นน้ำโดยเด็ดขาด และให้แจ้งชาวเรือ ผู้บังคับเรือ และผู้ประกอบการเดินเรือโดยสารเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงให้พิจารณาห้ามเดินเรือเด็ดขาด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัย และช่วยเหลือประชาชนทันทีหากเกิดสถานการณ์ ตลอด 24 ชั่วโมง และขอให้จังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้าเพื่อให้เตรียมพร้อมรับมือและปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางราชการอย่างเคร่งครัด
ในระยะนี้ขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศ ประกาศการแจ้งเตือนภัย สถานการณ์น้ำในพื้นที่ และข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน "THA DISASTER ALERT" และแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือทางไลน์ "ปภ.รับแจ้งเหตุ1784" รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป
Share:

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เกิดอุบัติเหตุรถ เด็ก 13 ขี่จักรยานยนต์แฉลบเอง ก่อนเสียหลักไถลไปชนรถอีกคันของหญิงวัย 25 ปี ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ

 



            เมื่อเวลา 20.01 น. วันที่ 3 ก.ค.69  ศูนย์วิทยุ191 จ.ลำปาง ได้รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกัน บริเวณสวนภิรมย์ทาน ถนนวังขวา ต.สบตุ๋ย อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงประสานหน่วยกู้ภัยสว่างนครลำปาง เข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ

 ที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 2 ราย โดยรายแรกเป็นเด็กชายอายุ 13 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีเขียว มีบาดแผลฉีกขาดบริเวณศีรษะและหน้าผาก ขาผิดรูป และมีอาการซึม เจ้าหน้าที่กู้ชีพให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเร่งนำส่งโรงพยาบาลลำปาง


ส่วนผู้บาดเจ็บอีกรายเป็นหญิงทราบชื่อ น.ส.จิรัชยา อายุ 25 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ PCX สีแดง มีอาการปวดข้อเท้าขวาแต่ไม่พบความผิดรูป และบ่นแน่นหน้าอก เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างนครลำปางนำส่งโรงพยาบาลเขลางค์นครตามความประสงค์

จากเหตุการณ์ดังกล่าวมีกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้  พบว่า เด็กชาย 13ปี ขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยความเร็ว ก่อนจะเสียหลักแฉลบล้มเอง และรถได้ไถลไปชนกับรถจักรยานยนต์ของ น.ส.จิรัชยา ที่ขี่สวนทางมาก  ทำให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว  นอกจากนั้นยังได้มีรถของประชาชนที่จอดอยู่ได้รับความเสียหายด้วยอีก 1 คัน 

หลังเกิดเกิดเหตุทางร้อยเวรสอบสวนได้เข้าตรวจสอบ สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างละเอียดต่อไป

ภาพ กู้ภัยสว่างนครลำปาง 

Share:

กฟผ.แม่เมาะ เดินหน้าระบบสายพานลำเลียงดิน หลัง สอจ.ลำปาง อนุญาตให้ดำเนินการ ยืนยันรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้าภาคเหนือตอนบน

นายสุชาติ ตุ่นแก้ว ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ (ชชม.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีดินสไลด์ที่เหมืองแม่เมาะว่า สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง (สอจ.ลำปาง) มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอนุญาตให้ กฟผ. ดำเนินการเก็บกองเปลือกดินตามแผนการจัดการเปลือกดินในบริเวณพื้นที่ทิ้งดินนอกบ่อเหมืองแม่เมาะ ซึ่งอยู่ในขอบเขตบริเวณใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่ทิ้งหรือเก็บมูลดินทรายนอกเขตประทานบัตร ตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ลงนามโดย นายสมปอง หวังรุ่งวิชัยศรี อุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง เจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560

หลังจากได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณา กฟผ. ได้แจ้งให้บริษัทผู้รับจ้างรับทราบแล้ว โดยระบบสายพานลำเลียงดินก็ได้เริ่มดำเนินการแล้วเช่นกันตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นไปตามแผนการจัดการเปลือกดินที่ได้เตรียมการไว้และยังสอดคล้องกับแผนการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะอีกด้วย 


โดยการจัดการเปลือกดินดังกล่าวให้มีระยะห่างจากขอบเขตมวลดินสไลด์เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ประมาณ 500 เมตร และให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่    เขต 3 เชียงใหม่ (สรข.3 เชียงใหม่) และข้อเสนอแนะของสถาบันการศึกษาทั้ง 4 สถาบัน 

ทั้งนี้ ยืนยันว่าเหมืองแม่เมาะ จะสามารถส่งถ่านให้กับโรงไฟฟ้าแม่เมาะสำหรับเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าที่กำลังการผลิต 1,140 MW (Net) ใช้ถ่านหินประมาณ 7 ล้านตันต่อปี เพื่อรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนอย่างต่อเนื่อง ข่าวจาก : แผนกประชาสัมพันธ์เหมืองแม่เมาะ


Share:

โรงพยาบาลลำปาง เปิดรับสมัครบุคลากรสนับสนุนงานบริการ (ให้คำปรึกษาและประสานงานสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตน) จำนวน 2 อัตรา เงินเดือน 15,000 บาท วันที่ 3 -13 ก.ค. 69



โรงพยาบาลลำปาง เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเป็น บุคลากรสนับสนุนงานบริการ (โครงการศูนย์ให้คำปรึกษาและประสานงานสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตน) จำนวน 2 อัตรา
เปิดรับสมัคร 3 – 13 กรกฎาคม 2569
สมัครด้วยตนเอง ณ กลุ่มงานพัสดุ ชั้น 6 อาคารนวมินทรราชประชาภักดี โรงพยาบาลลำปาง (วันและเวลาราชการ)
ค่าจ้าง 15,000 บาท/เดือน (สัญญาจ้าง 12 เดือน)
ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียด คุณสมบัติ และเอกสารประกอบการสมัครได้จากประกาศรับสมัครของโรงพยาบาลลำปาง
Share:

ปกครองวังเหนือ ร่วมกับสืบสวน สภ.ร่องเคาะ อ.วังเหนือ ลุยกวาดล้างยาเสพติด รวบ 4 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้ารวม 512 เม็ด

        เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอวังเหนือ สนธิกำลังตำรวจ สภ.ร่องเคาะ เดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด และพิชิตอันธพาล ขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว สู่ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่” หรือ “ปฏิบัติการ 5 เสือ เมืองวัง หยุดยั้งยาเสพติด” สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 4 ราย พร้อมของกลางยาบ้ารวม 512 เม็ด


        ภายใต้การอำนวยการของนายทศพล จักรบุญมา นายอำเภอวังเหนือ และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอวังเหนือ (ศป.ปส.อ.วังเหนือ) และ พ.ต.ท.ธีระศักดิ์ ธัญธราดล สารวัตร สภ.ร่องเคาะ สั่งการให้นายอภิชาติ กันธิมา ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอวังเหนือที่ 9 สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ร่องเคาะ เข้าปฏิบัติการในพื้นที่


        เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดได้ 2 คดี โดยคดีแรกเมื่อเวลา 22.00 น. บริเวณถนนสาย 1035 บ้านห้วยก้อด หมู่ 2 ตำบลร่องเคาะ อำเภอวังเหนือ ตรวจยึดยาบ้าได้ 7 เม็ด ส่วนคดีที่สอง เมื่อเวลา 22.30 น. บริเวณถนนสาย 1035 บ้านห้วยน้ำ หมู่ 14 ตำบลร่องเคาะ ตรวจยึดยาบ้าได้อีก 104 เม็ด รวมผู้ต้องหา 2 ราย ของกลางยาบ้า 111 เม็ด


        ต่อเนื่องเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ชุดเดียวกันเข้าตรวจค้น บ้านวังใหม่ หมู่ 12 ตำบลร่องเคาะ อำเภอวังเหนือ พบผู้กระทำความผิดอีก 2 ราย พร้อมตรวจยึดยาบ้าจำนวน 401 เม็ด

        รวมผลการปฏิบัติการทั้ง 3 คดี เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 4 ราย พร้อมของกลางยาบ้ารวม 512 เม็ด ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ร่องเคาะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา ที่ทำการปกครองอำเภอวังเหนือ

Share:

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศ ฉบับที่ 1 พายุโซนร้อน “ไมสัก” ส่งผลกระทบไทย วันที่ 3 - 6 ก.ค.69 ฝนตกหนัก-หนักมาก ระวังอันตรายฝนตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

 


เมื่อเวลา 01.00 น. ของวันนี้ (3 ก.ค. 69) พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “ไมสัก” แล้ว โดยเมื่อเวลา 04.00 น. มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 510 กิโลเมตร ทางตอนใต้ของเมืองหนานหนิง ประเทศจีน หรือที่ละติจูด 17.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.6 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ และเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ ในช่วงวันที่ 4 – 6 กรกฎาคม 2569 โดยศูนย์กลางของพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย
จากอิทธิพลของพายุ “ไมสัก” และร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลทำให้ในช่วงวันที่ 3 - 4 ก.ค. 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 5 - 6 ก.ค. 69 บริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนผ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง









 






Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์