วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565

เร่งระบายน้ำเขื่อนกิ่วลม-กิ่วคอหมารองรับฝนตกหนักช่วง 11-17 ส.ค.นี้ พร้อมหารือการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบท้ายเขื่อนกิ่วคอหมา ประมาณ 2 พันไร่

 



นายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานประชุมการหารือแนวทางการระบายน้ำเขื่อนกิ่วลม-กิ่วคอหมาและการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยมีองค์กรปกครอง ท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้นำชุมชนที่ได้รับผลกระทบเข้าร่วมประชุม ที่หอประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลมคอหมา ต.บ้านแลง อ.เมืองลำปาง วันที่ 11 ส.ค. 2565 ที่่ผ่านมา 




นายพีระยุทธ เหมาะพิชัย  ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา รายงานว่า ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีน้ำเข้าเขื่อนทั้ง 2 เขื่อนหลัก 10 ล้าน ลบ.ม.เกือบทุกวัน จึงจะเป็นต้องมีการระบายน้ำออกต่อเนื่อง โดยวันที่ 10 ส.ค.65 มีน้ำไหลเข้าเขื่อนสูงที่สุดถึง 12 ล้าน ลบ.ม.   ซึ่งเขื่อนกิ่วลมได้มีการระบายออกวันละประมาณ  9 ล้าน ลบ.ม.  ส่วนกิ่วคอหมาอยู่ที่ประมาณวันละ 6 ล้าน ลบ.ม.  แต่ในช่วงวันที่ 11-17 ส.ค.นี้ จะต้องเตรียมพร้อมรับฝนที่ตกลงมาอีก จึงมีการวางแผนร่วมกันหาทางออกในการระบายน้ำออกเพิ่มขึ้นให้กระทบกับผู้อาศัยอยู่ท้ายน้ำน้อยที่สุด 



          นายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวว่า จังหวัดได้รับการแจ้งเตือนจาก สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สนทช. ว่าน้ำเก็บกักของ 2 เขื่อนเกินเกณฑ์การเก็บกักสูงสุดแล้ว จึงต้องมีการระบายน้ำออกให้มีความสมดุล และประชาชนต้องได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด โดยเฉพาะประชาชนท้ายเขื่อนกิ่วคอหมา 4 ตำบลคือ ปงดอน แจ้ห่ม บ้านสา และวิเชตนคร ที่ได้รับผลกระทบ ผลการตกลงกันสรุปได้ว่า ชาวบ้านขอให้ปล่อยน้ำในระดับ 70 ลบ.ม. แต่ไม่เกิน 100 ลบ.ม.ต่อวินาที หรือประมาณ 9 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน   แม้จะได้รับผลกระทบแต่ยังพอรับเงื่อนไขได้  ส่วนของเขื่อนกิ่วลมนั้นได้รับมวลน้ำจากเขื่อนกิ่วคอหมาเพิ่มขึ้น จึงต้องปล่อยออก 150 ลบ.ม.ต่อวินาที หรือประมาณ 12 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน  ระดับนี้พื้นที่ท้ายเขื่อนยังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด




          ผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวอีกว่า  น้ำมักจะมาเร็วไปเร็ว มามากไปมาก ก็เกิดความเสียหายมาก แต่เราโชคดีที่มีเขื่อนเก็บกักไว้ก่อน และบริหารจัดการให้น้ำที่มาเร็วแต่ไปไม่เร็ว เพื่อให้เกิดความสูญเสียท้ายน้ำน้อยที่สุด  ถ้าไม่มีเขื่อนรองรับมวลน้ำวันละ 13 ล้าน ลบ.ม. ความเสียหายมากมายแน่นอน  ยังไงก็ต้องปล่อยน้ำออก แต่จะช่วยชะลอให้น้ำไปช้าลง จะไม่เกิดความสูญเสียเลยคงเป็นไปไม่ได้ แต่เราจะทำให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด  


สำหรับการระบายน้ำที่ ส่งผลให้ประชาชนที่อยู่ท้ายเขื่อนกิ่วคอหมา ได้รับผลกระทบประมาณ 80 ไร่ ทำให้ได้รับความเสียหายด้านพืชผลทางการเกษตร ,ด้านประมง,ด้านปศุสัตว์  ซึ่งหากมีการปล่อยน้ำเพิ่มอาจจะกระทบไปถึง 2,000 ไร่  ในที่ประชุมได้ร่วมกันวางแผน การให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยชดเชยค่าความเสียหายต่อไป

โดยให้ติดตามพยากรณ์อากาศในพื้นที่จังหวัดลำปาง ระหว่างวันที่ 10 - 17 สิงหาคมประกอบด้วย  กรณีเกิดฝนตกหนักและมีน้ำเข้าเขื่อนมากกว่าเกณฑ์ อาจจะต้องการพิจารณาปล่อยเพิ่มขึ้นตามความเหมาะสม  ซึ่งทางผู้ว่าราชการฯ กำชับการติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด 



Share:

วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ป.ป.ช.ยื่นฟ้อง “นิมิตร” เหตุจัดซื้อจัดจ้างไม่ถูกต้อง ศาลรับคดีต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ป.ป.ช.



จากกรณีที่มีหนังสือลงนามโดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง  มีข้อความระบุว่า  'ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ได้ประทับรับฟ้องในคดีที่พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีตามที่ คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด คดีหมายเลขดำที่ อท.93/2565 วันที่ 5 ก.ค. 65  นายนิมิตร จิวะสันติการ ที่ถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ 1 ในคดีดังกล่าว ซึ่งเป็นผู้บิหารท้องถิ่น จึงต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยผลของกฎหมายตามมาตรา 93 ประกอบมาตรา 81 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561'

ลานนาโพสต์ สอบถาม นายสิธิชัย  จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง  เปิดเผยว่า ในหนังสือผู้ว่าฯไม่ได้สั่งให้ทางนายกเทศมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่เป็นการรับทราบและแจ้งให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายของ ป.ป.ช.

 ในเรื่องนี้เป็นการร้องเรียนโครงการของเทศบาล เมื่อหลายปีมาแล้ว เกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างไม่ถูกต้องตามระเบียบ  ทาง ป.ป.ช.ก็ได้ลงมาสอบสวน ผลได้ข้อสรุปว่ามีมูล จึงดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย มีการส่งฟ้องศาลอาญาคดีทุจรติ และประพฤติมิชอบ ภาค 5  เมื่อศาลประทับรับฟ้อง ตามกฎหมายของ ป.ป.ช.  มาตรา 81  ระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้บริหารท้องถิ่นต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งทาง ป.ป.ช.ได้แจ้งไปยังเทศบาล  และเทศบาลก็ได้รายงานมายังจังหวัด ผู้ว่าฯได้รับทราบถึงข้อเท็จจริงนั้นและแจ้งไปยังเทศบาลนครลำปางให้ถือปฏิบัติตามข้อกฎหมาย  นายกเทศมนตรีก็ต้องถือปฏิบัติ และรอคดีถึงที่สุดก่อน

ผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า  ถึงแม้ว่านายกฯจะหยุดปฏิบัติหน้าที่  ก็ยังมีทีมรองนายกฯ ข้าราชการประจำ รักษาการอยู่ เทศบาลยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่อง  แต่การจะกลับมาทำงานได้เมื่อไรต้องรอผลการตัดสินของศาลจะออกมาแนวทางไหน อาจจะใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง  เมื่อเข้าสู่กระบวนการศาลรอบนี้คงจะไม่นาน เพราะสำนวนการสอบสวนชัดเจน การรวบรวมหลักฐานต่างๆครบถ้วนอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ศาลได้ประทับรับฟ้องเมื่อวันที่  5 ก.ค.65 ที่ผ่านมา โดยนายนิมิตร  จิวะสันติการ ได้เดินทางไปขึ้นศาลด้วยตัวเอง  ต่อมาวันที่ 9 ส.ค.65  นายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัด จึงได้ออกหนังสือรับทราบเรื่องและส่งกลับมายังเทศบาลให้ถือปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายของ ป.ป.ช. ดังกล่าว 

ผู้สื่อข่าวทราบว่าสัปดาห์นี้ นายนิมิตร ได้ลาพักผ่อนและเดินทางไปทำธุระที่ต่างจังหวัด  จึงได้ติดต่อสอบถามไปทางโทรศัพท์  ซึ่งนายนิมิตรแจ้งว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่  แต่ตอนนี้ติดภารกิจยังไม่สะดวกให้ข้อมูล และขอให้ติดต่อมาใหม่ภายหลัง   


พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561

**มาตรา 81  ในกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองประทับฟ้อง ตามมาตรา 77 ให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคําพิพากษา เว้นแต่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น  ในกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองมีคําพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหากระทําความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ให้ผู้ต้องคําพิพากษานั้นพ้นจากตําแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น และจะเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่เกินสิบปีด้วยหรือไม่ก็ได้

 

 


Share:

ผ้าย้อมครั่ง ชุมชนบ้านทุ่งฮี สีสันอัตลักษณ์​แห่งลำปาง



สัปดาห์นี้ตั้งใจปักหมุดไปทางเหนือสุดของจังหวัดลำปาง นั่นคือ “อำเภอวังเหนือ” หลายๆ คนอาจไม่คุ้นชินกับพื้นที่แห่งนี้สักเท่าไหร่นัก แต่ทราบหรือไม่ว่าอำเภอวังเหนือ มีเสน่ห์มัดใจนักท่องเที่ยวเดินทาง รวมถึงผู้ชื่นชอบงานหัตถศิลป์มานักต่อนักแล้ว


ความโดดเด่นแรกที่ซ่อนตัวอยู่ในอำเภอวังเหนือ ต้องยกให้
“ชุมชนบ้านทุ่งฮี” ตำบลวังทายคำ และก่อนจะลงในรายละเอียด จะขอหยิบยกข้อมูลที่บรรยายถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านทุ่งฮี เอาไว้อย่างน่าสนใจว่า...


“ชุมชนบ้านทุ่งฮี อ.วังเหนือ ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำวัง ทำการเกษตรแบบพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก ปีไหนน้ำดีมีพืชผลทางการเกษตรดี ปีไหนแล้งชาวบ้านก็จะหันมาใช้ทักษะทางภูมิปัญญาท้องถิ่น เริ่มจากการเปลี่ยนท่อนไม้เป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้าน่อย่าง สะล้อ ซอ ซึง และรวมกลุ่มกันเป็น “วิสาหกิจชุมชนสะล้อ ซอ ซึง” การใช้กี่ทอผ้าเป็นรูปแบบเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีการจับกลุ่มทำดอกไม้ประดิษฐ์ เพาะเลี้ยงจิ้งหรีดขาย เลี้ยงแพะขายเป็น “แพะชาววัง” ราคาดี ชาวบ้านทุ่งฮีในหนึ่งวัน จึงมีอะไรให้ทำเต็มไปหมด เป็นหมู่บ้านที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองต้องมนต์ คนไม่ว่างงาน”

 


และที่กำลังจะกล่าวถึงต่อไปนี้ก็คือ ชุมชนบ้านทุ่งฮี หนึ่งในเส้นทางชุมชนผ้าย้อมครั่งลำปาง วิสาหกิจชุมชนทอผ้าตัดเย็บผ้าพื้นเมืองบ้านทุ่งฮี เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านในชุมชน ตั้งแต่การปลูกเลี้ยงฝ้าย เลี้ยงครั่ง นำมาปั่น ย้อม ทอ จนกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สำคัญของชุมชนและสีของผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนที่นี่ก็คือ สีชมพู จากครั่ง พืชเศรษฐกิจของจังหวัดลำปาง ที่มีโรงงานผลิตและส่งออกสินค้าครั่งมากที่สุดในประเทศไทย

 


อีกทั้งชุมชนยังพัฒนามาเป็นผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมสีธรรมชาติ มีลวดลายปักบนผ้าที่ทันสมัยและเป็นเอกลักษณ์สร้างมูลค่าให้แก่สินค้า เช่น ลายปักดอกไม้สีสรรค์ต่างๆ ลายปักตราไก่ ที่ชาวบ้านปักเย็บจากมือทุกชิ้น สำหรับใครที่ชื่นชอบในการทำกิจกรรมย้อมผ้าด้วยสีจากธรรมชาติ ชมการตัด เย็บ ปัก ทอผ้าพื้นเมืองด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน ห้ามพลาดที่จะมาเที่ยวชม ณ วิสาหกิจชุมชน ทอผ้าตัดเย็บผ้าพื้นเมืองบ้านทุ่งฮี อ.วังเหนือ แห่งนี้

 


สำหรับการทำเครื่อง​ดนตรี​พื้นบ้าน​ ซึ่งที่นี่จะเป็นกลุ่มจัดตั้ง​ขึ้นเพื่อผลิต​เครื่อง​ดนตรี​พื้นบ้านส​ะ​ล้อ​และซึง โดยในช่วงแรกจะผลิตขึ้นเพื่อนำเครื่อง​ดนตรีมาใช้ในการเล่นการแสดงในงานพิธี​ต่างๆ และหลังจากนั้นเมื่อมีชาวบ้านมาร่วมมากขึ้น ก็เริ่มผลิตเพื่อจำหน่าย แล้วกลายเป็นการสร้างเสริมรายได้​ของชุมชน

 

นอกจากผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมสีธรรมชาติแล้ว อย่างที่เกริ่นไว้ในข้างต้นว่าอำเภอวังเหนือ ยังแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น “น้ำตกวังแก้ว” เป็นแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งในอุทยานแห่งชาติดอยหลวงซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นอุทยาน แห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 เม.ย. พ.ศ. 2533 ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดพะเยา เชียงราย และลำปาง รวมเนื้อที่ประมาณ 1,170 ตารางกิโลเมตร สภาพภูมิปะเทศเป็นเขาสูงทอดตัว แนวเหนือ-ใต้ ดอยหลวง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด น้ำตกวังแก้ว เป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดของจังหวัดลำปาง มีชั้นน้ำตกประมาณ 110 ชั้น แต่เป็นชั้นใหญ่ 7-8 ชั้น น้ำตกไหลอยู่ตลอดปี เมื่อขึ้นไปถึงชั้นบนสุดของน้ำตกจะพบ หมู่บ้านชาวเขาเผ่าเย้า ที่บ้านป่าคาหลวงและบ้านส้าน ซึ่งมีทางขึ้นค่อนข้างชัน ที่น้ำตก วังแก้วยังมีเส้นทางเดินศึกษา ธรรมชาติระยะสั้น 1.4 กิโลเมตร นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียง ยังมี “น้ำตกวังทอง” ซึ่งมีลักษณะคล้าย น้ำตกวังแก้ว 



และหากหลายๆ คนเคยใช้เส้นทาง แม่ขะจาน-วังเหนือ-พะเยา ก็จะพบ “น้ำตกธารทอง” เป็นน้ำตกหินปูนขนาดกลาง สูงประมาณ 30 เมตร ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยหลวง อ.วังเหนือ ลำปาง นับว่าเป็นอีกหนึ่งจุดที่เดินทางสะดวกมากๆ แล้วยังอยู่ท่ามกลางธรรมชาติป่าเขียวขจีและมีแอ่งน้ำให้เล่น เหมาะกับการมาพักผ่อนเล่นน้ำหรือแวะถ่ายรูปพักเหนื่อยจากการขับรถ



และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบศึกษาทางด้านงานศิลป์ ที่อำเภอวังเหนือ คุณจะได้ชมจิตรกรรมล้ำค่า ฝีมือช่างชาวบ้านอายุเกือบร้อยปี ที่ วัดบ้านก่อ ศูนย์รวมความศรัทธาทางพระพุทธศาสนาของผู้คนในท้องถิ่น ตลอดจนความร่วมมือของชุมชนที่ช่วยกันสร้างวิหารเพื่อใช้ในกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เมื่อราวกลางพุทธศตวรรษที่ 25 พระพุทธรูปเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ก่อปูนปั้นทาสีน้ำมัน ภายนอก องค์ประธานนั่งกลาง อีกองค์หนึ่งเพื่อให้เป็นคู่กันประดิษฐานด้านขวา รูปแต้มในวิหาร มีอยู่ทั้งภายในและบนผนังหน้าวิหาร เป็นเรื่องราวของพุทธประวัติ ชาดกและชาดกนอกนิบาต หรือนิทานพื้นบ้านอิงชาดก

กอบแก้ว แผนสท้าน...เรื่อง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Share:

วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565

หลวงพี่ขับกระบะเจอด่านตรวจ ตกใจรีบวกรถกลับ แต่ถูกรถแวนพุ่งชน ไถลไปชนเสาไฟฟ้าบาดเจ็บพร้อมเณร

  


          เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 10ส.ค.2565  เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เขลางค์นครลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยอัมรินทร์ลำปาง เดินทางตรวจสอบจุดกลับรถ ถนนลำปาง-แม่ทะ เลยประตูมหาวิทยาลัยราชภัฎลำปางไปทางตำบลกล้วยแพะ ประมาณ 500 เมตร ต.ชมพู อ.เมืองลำปาง หลังรับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถแวน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ




      

         ในที่เกิดเหตุพบรถแวน 7 ที่นั่ง ยี่ห้อฟอร์ดสีแดงเลือดหมู หมายเลขทะเบียน  จ.กรุงเทพมหานครชนกับรถกระบะอีซูซุแค๊ป สีขาว หมายเลขทะเบียน จ.แพร่ โดยรถฟอร์ดจอดขวางกลางถนน สภาพหน้ารถฝั่งซ้ายพังยับ ส่วนกระบะเสียหลักชนเสาไฟฟ้าข้างทาง สภาพประตูฝั่งคนขับด้านหน้าพังยับเยินเช่นกัน

           เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นพระภิกษุสงฆ์ 1รูป สามเณร 1รูป เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยอัมรินทร์ลำปาง จึงนำส่งโรงพยาบาลลำปาง ส่วนคนขับรถยรต์ฟอร์ดเป็นชาวจีน ไม่ได้รับบาดเจ็บ





        สอบถามพระสงฆ์ที่ขับรถกระบะ ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า อาตมาเป็นคนขับรถกระบะมาจากวัด พื้นที่ อ.วังชิ้น จ.แพร่ โดยมีสามเณรนั่งมาด้วย 1 รูป และกำลังจะเดินทางไป จ.ลำพูน พอมาถึงที่เกิดเหตุจะกลับรถไปซื้อของที่ อ.เกาะคา  พอเจอด่านขวดขันวินัยจราจรของตำรวจจึงตกใจเลี้ยวรถกลับกะทันหัน ไม่ทันมองกระจกหลัง ปรากฏว่าถูกรถฟอร์ดที่ขับตามหลังมาชนอย่างแรงทำให้รถพุ่งเสาไฟฟ้าข้างทางจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว 
          ซึ่งทางร้อยเวรเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประสานล่าม และรถยกลากรถทั้งสองคันออกจากที่เกิดเหตุต่อไป
          ด้านพระสงฆ์กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังเกิดเหตุได้ไปตกลงกันที่ สภ.เขลางค์นครแล้ว ยินดีชดใช้ค่าเสียหายให้กับคู่กรณี

Share:

Facebook ประกาศปิดตัว Live Shopping อย่างเป็นทางการ 1 ต.ค.นี้



Facebook  ประกาศปิดตัว Live Shopping ฟีเจอร์ไลฟ์ขายของที่เปิดตัวมากว่าสองปี โดยจะปิดอย่างเป็นทางการใน 1 ต.ค. นี้ และจะให้ความสำคัญกับคลิปสั้นหรือ Reels เต็มตัว  

สำหรับ Facebook Live Shopping จะต่างจากไลฟ์ธรรมดาตรงที่เราสามารถขายของได้แบบ interactive สร้างเพลย์ลิสต์สำหรับสินค้าได้, เพิ่มแท็กสินค้าได้ 

Facebook ชี้แจงว่า เนื่องจากพฤติกรรมการรับชมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปเป็นวิดีโอแบบสั้น บริษัทจึงเปลี่ยนโฟกัสไปที่ Reels บน Facebook และ Instagram ซึ่งตอนนี้ ผู้ใช้งานสามารถทดลองแท็กสินค้าใน Reels ได้ 

นอกจาก Facebook ลดสเกลการไลฟ์ขายของแล้ว มีรายงานว่า TikTok ก็จะลดสเกลด้วยเช่นกัน โดยระงับแผนขยาย TikTok Shop ไปยังสหรัฐอเมริกาและส่วนอื่นๆ ของยุโรป 

Financial Times รายงานว่า ที่ TikTok Shop ต้องระงับแผนเพราะเจอปัญหาภายในหลายอย่าง เช่นอินฟลูเอนเวอร์ถอนตัวจากการใช้งาน TikTok Shop 

นอกจากนี้ การไลฟ์ขายของ ดูเหมือนจะได้รับความนิยมเฉพาะบางประเทศในเอเชียอย่างไทย และจีน ถ้าเป็นฝั่งตะวันจกหรือสหรัฐฯ จะไม่ค่อยนิยมเท่าไร จึงอาจเป็นอีกสาเหตุที่ทั้ง Facebook และ TikTok ค่อยๆ ลดความสำคัญของการไลฟ์ขายของ

ที่มา : https://techcrunch.com/2022/08/03/facebook-shutting-down-live-shopping-feature-october/ 

Share:

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2565

"มู่หลาน" บุกเหนือ พ่อเมืองลำปางประกาศเตรียมพร้อมรับมือ เน้นย้ำสถานที่ท่องเที่ยว ถ้ำ-น้ำตก ถ้ามีความเสี่ยงให้ปิดกั้นพื้นที่ทันที

 




วันที่ 10 สิงหาคม 2565 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 4  แจ้งเตือนพายุโซนร้อน “มู่หลาน”  เคลื่อนตัวบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 150 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเกาะไหหลำ ประเทศจีน หรือที่ละติจูด 18.9 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศเหนือค่อนทางตะวันตกเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ และเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ในวันที่ 11 ส.ค. 65



ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 1113 ส.ค. 65 มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

        จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ช่วงวันที่ 11-13 ส.ค.นี้   ในส่วนของภาคเหนือ  13 จังหวัด  ประกอบด้วย  เชียงราย พะเยา น่าน แพร่  อุตรดิตถ์  แม่ฮ่องสอน  เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พิษณุโลก ตาก สุโขทัย และเพชรบูรณ์ 

          โดยที่ จ.ลำปาง อาจเกิดฝนตกหนักช่วงวันที่ 12-13 ส.ค.65

          ด้านนายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้ออกหนังสือด่วนที่สุด แจ้งถึงนายอำเภอ นายกเทศมนตรี  นายก อบต.ทุกพื้นที่ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน  โดยให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ทราบล่วงหน้า   รวมทั้งเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงที่มีปริมาณฝนสะสม ที่อาจจะเกิดอุทกภัยได้    

            สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยเฉพาะ ถ้ำ น้ำตก ถ้ำลอด  หากมีความเสี่ยงให้ประกาศแจ้งเตือน หรือปิดกั้นพื้นที่ห้ามบุคคลภายนอกเข้าโดยเด็ดขาด  และจัดเจ้าหน้าที่ดูแลเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง   



 

 

Share:

ชาวไทยลื้อฮือฮาแห่เสี่ยงทายเลขเด็ด ว่าน 4 ทิศ แต่ออกดอกเป็น 6 ทิศ

 



เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2565 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ บ้านเลขที่  130  หมู่ที่4  บ้านกล้วยหัวฝาย ซึ่งเป็นชุมชนไทยลื้อสิบสองปันนา  ต.กล้วยแพะ อ.เมือง จ.ลําปาง หลังทราบว่ามีชาวบ้านนักแสวงโชคไปขอเลขเด็ดจากดอกว่าน 4 ทิศ  แต่ที่นี่ออกดอกเป็น 6 ทิศ


นายสีมา และนางซี แจ้คํา  สองสามีภรรยา เจ้าของบ้าน เล่าว่า เลี้ยงว่านดอกสี่ทิศไว้หลายกระถาง และเลี้ยงขยายพันธุ์ไปยังบ้านพี่บ้านน้อง  เนื่องจากเคยได้โชคก้อนใหญ่จากการเลี้ยงว่านสี่ทิศ   2 วัน ก่อนได้ไปรดน้ำกระถางดอกว่าน 4 ทิศ เห็นออกดอกเพิ่มมาอีก 2 ดอก จึงไปบอกสามีให้มาดูก็ถึงกับอึ้งในความแปลกประหลาด จึงจุดธูปเทียนบูชาเจ้าที่เจ้าทางในบริเวณบ้าน เพราะเชื่อเป็นดอกว่าน 6 ทิศ รอบทิศทางมาให้โชคอย่างแน่นอน




ส่วนชาวบ้านในละแวกนั้นพอทราบข่าวก็พากันพูดว่าเคยเลี้ยงดอกว่าน 4 ทิศ เหมือนกัน แต่ไม่เคยออกดอกเป็น 6 ทิศเลย เพราะชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าว่าน 4 ทิศ  บรรดานักเสี่ยงโชคก็เก็งเลขตามความเชื่อของแต่ละคน   บ้างก็เป็นเลข 66 เเละ 666   หรือมาเก็งเลขที่บ้าน คือ 130  นำไปเสี่ยงโชคเนื่องจากใกล้หวยออกแล้ว  ซึ่งก็ถือว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคล




Share:

นายอำเภอแจ้ห่ม ลงพื้นที่ตรวจสอบดินสไลด์ปิดถนนบ้านแม่จอกฟ้า ต.ทุ่งผึ้ง ด้านกรมธรณีแจ้งเตือนเฝ้าระวังน้ำป่า-ดินถล่มอีกระลอก ช่วงวันที่ 9-11 ส.ค.นี้

 


เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 65 ที่ผ่านมา ได้เกิดดินโคลนถล่มไปพื้นที่ถนนสายบ้านทุ่งฮ่าง-บ้านแม่จอกฟ้า  หมู่ 5 ต.ทุ่งผึ้ง อ.แจ้ห่ม  ทำให้ไม่สามารถใช้เส้นทางได้  โดยนายชาญ​  จูดคง​ นายอำเภอแจ้ห่ม​ นายภูวิศร ขุนโขลนสถาพร​ ปลัดอำเภอ​ร่วมกับ​นายถวิล​ กุญชร​ นายกเทศมนตรี​ ทีมบริหารและสมาชิกสภา นายอุทาน​ สมเพราะ​ผู้ใหญ่​บ้านช่อฟ้า​ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ​และชาวบ้านทั้งสองหมู่บ้าน​ ร่วมกันตัดกิ่งไม้​ขุดดิน​และไถดินที่สไลด์ทับถนนเข้าออกหมู่บ้าน​ กระทั่งสามารถเปิดถนนใช้ได้ชั่วคราว​ โดยจะหารือ​เพื่อซ่อมแซม​ถนนให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ​เพื่อความปลอดภัย​ต่อชีวิต​และทรัพย์สิน​ของ​ประชาชน​ทั้งสองหมู่บ้านต่อไป



ขณะที่ ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แจ้งเตือนการเฝ้าระวังภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ระหว่างวันที่ 9-11 ส.ค.65  ในพื้นที่ 18 จังหวัด ประกอบด้วย  แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน ตาก อุตรดิตถ์ ลำปาง พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กาญจนบุรี ราชบุรี อุบลราชธานี ศรีสะเกษ นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และ ตราด

สำหรับพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มหนัก ในพื้นที่ภาคเหนือ ประกอบด้วย  อ.เมือง อ.ปาย อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน   อ.เมือง อ.หางดง อ.แม่อาย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่  อ.แม่จัน อ.แม่สรวย อ.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่สาย จ.เชียงราย  และอ.บ่อเกลือ อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.ท่าวังผา อ.ปัว จ.น่าน

ขอบคุณภาพ Pu Prasom  , สุรชัย ต่อสู้  เทศบาลตำบลทุ่งผึ้ง 











Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์