วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569

ประกาศเตือน ฉบับที่ 1 ระวังพายุฤดูร้อนถล่มภาคเหนือ 9 จังหวัด วันที่ 17-20 เมษายน 2569

 


ประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ฉบับที่ 1 (13/2569) เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 17-20 เมษายน 2569

บริเวณภาคเหนือจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะพายุฝน ฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน มีกำลังแรงขึ้น ในขณะที่ภาคเหนือมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้

วันที่ 17 เมษายน 2569 : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่และตาก

วันที่ 18 เมษายน 2569 : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

วันที่ 19 เมษายน 2569 : จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

วันที่ 20 เมษายน 2569 : จังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหาย ที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ http://www.cmmet.tmd.go.th หรือที่ 053-277919 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Share:

ไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง บ้านปางม่วง อ. เมืองปาน ปภ.-ฝ่ายปกครองเร่งช่วยเหลือด่วน


        เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569  นายอนันต์ เสนาะสันต์ นายอำเภอเมืองปาน มอบหมายให้นายทรงพล เครือคำหล้า ปลัดอำเภอ พร้อมด้วยคณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอเมืองปาน นายสุรศักดิ์ หน่อแก้วมูล รักษาการหัวหน้าสำนักงาน ปภ.จ.ลำปาง สาขาวังเหนือ  นายสุทธิพล ตะเวทีกำนันตำบลแจ้ซ้อน เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.แจ้ซ้อน เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แจ้ซ้อน ผญบ. ผช.ผู้ใหญ่บ้าน ส.อบต.

        ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าเยี่ยมเยียนให้กำลังใจและให้คำปรึกษาแก่ผู้ประสบอัคคีภัย ที่บ้านเลขที่ 117 บ้านปางม่วง หมู่ 13 ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง พร้อมกันนี้ได้มอบเครื่องนุ่งห่ม อาหาร และน้ำดื่ม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแก่ครอบครัวผู้ประสบภัย



        ทั้งนี้ เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 เวลา 10.30 น. โดยเพลิงได้ลุกไหม้บ้านพักอาศัยของนายดาวิ ปอสิงห์ ซึ่งเป็นบ้านไม้ 1 หลัง วอดเสียหายทั้งหลัง โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต




        ภายหลังเกิดเหตุ นายอำเภอเมืองปาน กิ่งกาชาดอำเภอเมืองปาน องค์การบริหารส่วนตำบลแจ้ซ้อน สถานีตำรวจภูธรแจ้ซ้อน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อปพร. และอาสาสมัคร ได้ระดมรถดับเพลิงและรถน้ำเข้าระงับเหตุ พร้อมเร่งสำรวจความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

        เบื้องต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์ และเตรียมให้การช่วยเหลือเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง




ภาพ ปภ.ลำปาง สาขาวังเหนือ 

Share:

ใจหาย พระแก้วมรกตดอนเต้า “องค์จำลอง” หล่นแตก ระหว่างอัญเชิญสรงน้ำสงกรานต์

 

นาทีระทึกกลางพิธีสงกรานต์ วัดพระธาตุลำปางหลวง เมื่อพระเจ้าแก้วมรกตดอนเต้า องค์จำลองหลุดมือร่วงกระแทกพื้นแตกต่อหน้าสาธุชน ทำเอาคนทั้งศาลาใจหายวาบ

        วันที่ 16 เมษายน 2569 ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง ตำบลลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง คณะกรรมการวัดและชุมชน ได้ประกอบพิธีอัญเชิญ พระเจ้าแก้วมรกตดอนเต้าพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ออกจากมณฑปภายในกุฏิ มาประดิษฐานบนแท่นแก้วกลางศาลาเอนกประสงค์หน้ากุฏิ เพื่อเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้กราบสักการะ สรงน้ำ และปิดทองอย่างใกล้ชิด เนื่องในประเพณีปีใหม่เมือง (สงกรานต์)

        ระหว่างการอัญเชิญ ซึ่งมีทั้งองค์จริงและองค์จำลอง ปรากฏว่าเกิดเหตุไม่คาดคิด เมื่อผู้ทำหน้าที่อัญเชิญ องค์จำลองวางลงบนแท่น แต่เกิดหลุดจากฐานและตกลงพื้น ส่งผลให้องค์พระจำลองแตกออกเป็น 3 ชิ้น ท่ามกลางความตกใจของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์

แฟ้มภาพ  พระเจ้าแก้วองค์จำลอง(องค์ด้านหน้า) ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง นำออกมาสรงน้ำเมื่อปี 2567 


แฟ้มภาพ พระเจ้าแก้วองค์จำลอง(องค์ด้านหน้า) ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง นำออกมาสรงน้ำเมื่อปี 2567 

        อย่างไรก็ตาม นายอนุกูล ศิริพันธ์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเมืองลำปาง  ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว เปิดเผยว่า  ตนเองมีโอกาสไปสรงน้ำพระเจ้าแก้วมรกต ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง และอยู่ในเหตุการณ์ขณะอัญเชิญองค์พระออกมาพอดี  ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงอุบัติเหตุ และองค์ที่ตกแตกเป็นเพียง องค์จำลองเท่านั้น ส่วนพระเจ้าแก้วมรกตดอนเต้าองค์จริงไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด พร้อมยืนยันว่าไม่ใช่เหตุอาเพศหรือลางร้าย

        ทั้งนี้ ภายในงานยังมีประชาชนและผู้มีชื่อเสียงในพื้นที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย ท่ามกลางบรรยากาศสงกรานต์ที่ยังคงมีผู้คนเดินทางมาร่วมสรงน้ำพระอย่างต่อเนื่อง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Paiboon Khamlek  และ อ.อนุกูล ศิริพันธ์

Share:

ผกก.สภ.เถินเผยความคืบหน้าคดีรถพ่วงชน 9 คันรวด ดับ 2 เรียกทุกฝ่ายสอบปากคำ เร่งสรุปสำนวนส่งอัยการสิ้นเดือนนี้

 

        ความคืบหน้าเหตุอุบัติเหตุรถพ่วงชนรถยนต์หลายคันรวด บนถนนพหลโยธิน พื้นที่ ต.แม่วะ อ.เถิน จ.ลำปาง  เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย และบาดเจ็บ 8 คน  เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา

        ล่าสุดวันที่ 16 เม.ย.69  พ.ต.อ.กิตติ มาลีหวล ผกก.สภ.เถิน  เปิดเผยความคืบหน้าในคดีนี้ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งรัดสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องให้ครบทุกปาก เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเข้าสำนวนคดี  โดยในวันนี้ ญาติของผู้เสียชีวิตได้เข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว ทั้งมารดาของฝ่ายหญิง และบิดาของฝ่ายชายซึ่งบวชเป็นพระ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต  ขณะเดียวกัน ญาติได้ประกอบพิธีทางความเชื่อแบบภาคเหนือ เพื่อเรียกดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตบริเวณจุดเกิดเหตุ  สำหรับผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวรวม 8 ราย พบว่ามีผู้บาดเจ็บที่ต้องแอดมิท 3 ราย ซึ่งทั้งหมดมีอาการไม่รุนแรง และขณะนี้แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว ไม่มีผู้ใดบาดเจ็บสาหัส



        ในส่วนของคดี พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาคนขับรถพ่วง ฐาน ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และทรัพย์สินโดยขณะนี้ยังมีเพียงข้อหาเดียว และยังไม่มีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวด้วยหลักทรัพย์จำนวน 100,000 บาท เนื่องจากไม่มีพฤติการณ์หลบหนี

        ส่วนประเด็นสาเหตุของอุบัติเหตุ จากกระแสข่าวก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าอาจเกิดจากระบบเบรกขัดข้องนั้น  พ.ต.อ.กิตติ ระบุว่า จากการตรวจสอบสภาพรถเบื้องต้น พบว่ายังอยู่ในสภาพใช้งานได้ตามปกติ  ไม่พบว่าเบรกแตก  ส่วนรายละเอียดเชิงลึกอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์และรวบรวมเข้าสำนวน  นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจวัดแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ พบว่าไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย ขณะที่ผลตรวจเลือดและปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดยังอยู่ระหว่างรอผลยืนยันจากโรงพยาบาล

        ในด้านการเยียวยา เบื้องต้นพบว่ารถคู่กรณีหลักทั้งรถพ่วงและรถของผู้เสียชีวิตทำประกันภัยกับบริษัทเดียวกัน คาดว่าผู้เสียชีวิตจะได้รับค่าสินไหมรายละประมาณ  2.2 ล้านบาท

        พ.ต.อ.กิตติ กล่าวทิ้งท้ายว่า คดีนี้ทางผู้บังคับบัญชาได้กำชับ และเร่งรัดมาให้ดำเนินการให้รัดกุมที่สุด  โดยจะเร่งรัดสำนวนคดีให้แล้วเสร็จโดยเร็ว  คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการได้ภายในสิ้นเดือนนี้

        สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 เมษายน 2569 เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วงยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียนจังหวัดสระบุรี พุ่งชนรถที่ชะลอตัวด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งหมด 9 คัน (รวมรถพ่วง)  เหตุเกิดบนถนนทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) บริเวณกิโลเมตรที่ 600+900 ฝั่งขาเข้าอำเภอเถิน  เขต ต.แม่วะ อ.เถิน จ.ลำปาง ซึ่งเป็นช่วงถนนคอนกรีต 4 ช่องจราจรที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้งานตามปกติ  เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย และมีผู้บาดเจ็บหลายราย  ก่อนที่ล่าสุดจะสรุปยอดผู้บาดเจ็บรวม 8 รายดังกล่าว

Share:

วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569

กฟภ.ลำปาง แจ้งพื้นที่ดับไฟฟ้า อ.เมืองลำปาง วันที่ 19-25 เมษายน 2569

 


วันอามิตย์ที่ 19 เมษายน 2569

  • ตัดต้นไม้ใกล้แนวสายไฟ บริเวณหมวกการทางพระบาท ถึงแยกผาลาด  เวลา 09.00-16.00 น. พื้นที่ไฟฟ้าดับ บ้านสุขสมบูรณ์ หมวดการทางพระบาท  หินหลายรีสอร์ท และ อช.เขลางค์บรรพต 


วันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2569

  • เปลี่ยนเสาไฟฟ้าชำรุดจากเหตุรถยนต์ชนเสา บ้านศาลาดอน เวลา 09.00-14.00 น.  พื้นที่ไฟฟ้าดับ ตั้งแต่ หจก.เขลางค์มันทอลถึงร้านยันมาร์พรีเมี่ยม (ง่วนฮ่งหลี) 


วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569

  • ตัดต้นไม้ใกล้แนวสายไฟ บ้านสันติสุขถึงบ้านสามัคคี เวลา 09.00-12.00 น.  พื้นที่ไฟฟ้าดับ ตั้งแต่จิตอารีย์ 2 ถึงสนามกอล์ฟ ค่ายฯ ฝั่งเทศบาลเมืองพิชัย  ยกเว้นบ้านทรายใต้ บ้านม่อนเขาแก้ว บ่านไร่ศิลาทอง และบ้านสันติสุข 

         ทั้งนี้ หากพื้นที่บริเวณที่ดับกระแสไฟฟ้าปฏิบัติงาน มีผู้ป่วยติดเตียงต้องการใช้กระแสไฟฟ้าสำหรับเครื่องมือทางการแพทย์ โปรดแจ้ง PEA ลำปาง ก่อนล่วงหน้า เพื่อติดตั้งเครื่องสำรองไฟฟ้า หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์ 054-251102

Share:

แจ้ซ้อนเร่งคุมไฟป่า สั่งปิดอุทยานชั่วคราว หัวหน้าอุทยานฯ เผยเคลียร์พื้นที่เสร็จสิ้น พร้อมเร่งบิ๊กคลีนนิ่งหลังเหตุสงบ

 นายเทวัญ จันทร์พรหม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง ให้ข้อมูลความคืบหน้ากรณีไฟป่าที่ปะทุขึ้นในพื้นที่ว่า สถานการณ์ล่าสุดในช่วงเช้าวันที่ 16 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงในจุดหลักได้เรียบร้อยแล้ว ช่วงเวลา 04.30 น. หลังเผชิญวิกฤตไฟป่าและกลุ่มควันอย่างหนักในช่วงวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา

นายเทวัญ ระบุว่า จากสถานการณ์ไฟป่าที่เริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อวานนี้ (15 เม.ย.) ส่งผลให้มีกลุ่มควันหนาแน่นปกคลุมบริเวณแหล่งท่องเที่ยว เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อนในช่วงเทศกาลสงกรานต์จำนวนมาก ทางอุทยานฯ จึงได้ตัดสินใจ ประกาศปิดการให้บริการเป็นการชั่วคราวตั้งแต่ช่วงบ่ายของเมื่อวานนี้ เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่และรถน้ำกว่า 80 นาย เข้าปฏิบัติการสกัดกั้นเพลิงไม่ให้ลุกลามเข้าใกล้ที่พักและจุดท่องเที่ยวสำคัญ


ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 16 เม.ย  ชุดดับไฟป่าได้ทำการดับไฟและทำแนวกันไฟเสร็จสิ้นในจุดสุดท้ายบริเวณใกล้โต๋นน้ำตกแจ้ซ้อน  ซึ่งผลการบินโดรนตรวจหาจุดความร้อน (Hotspot) พบไฟป่าเหลือเพียง 1 จุดในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่เดินเท้าเข้าควบคุมพื้นที่แล้ว

นายเทวัญ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการ ทำความสะอาดพื้นที่ และเร่งซ่อมแซมสายไฟฟ้า-ท่อประปา ที่ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้ป่า เพื่อเตรียมความพร้อมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง

หัวหน้าอุทยานฯ แจ้ซ้อน กล่าวเพิ่มเติมว่า การปิดพื้นที่ชั่วคราวเมื่อวานนี้เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัย และขอบคุณนักท่องเที่ยวที่เข้าใจสถานการณ์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งทำงานแข่งกับเวลาเพื่อคืนความสมบูรณ์และบรรยากาศที่ดีให้กับน้ำตกและบ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อนโดยเร็วที่สุด


Share:

โรงพยาบาลลำปาง รับสมัครพนักงานทั่วไป จำนวน 37 อัตรา วุฒิ ม.3 – ป.ตรี เงินเดือน 8,690 – 18,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 16 – 24 เม.ย. 69

 


โรงพยาบาลลำปาง ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อสรรหาและเลือกสรรเป็นพนักงานกระทรวงสาธารณสุขทั่วไป จำนวน 37 อัตรา โดยมีตำแหน่งที่เปิดรับสมัครดังนี้

1. ผู้ช่วยพยาบาล

จำนวน 1 อัตรา
อัตราค่าจ้าง
 เดือนละ 9,400 บาท

2. พนักงานช่วยเหลือคนไข้

จำนวน 16 อัตรา
อัตราค่าจ้าง
 เดือนละ 8,690 บาท

3. พนักงานบริการ

จำนวน 5 อัตรา
อัตราค่าจ้าง
 เดือนละ 8,690 บาท

4. นักโภชนาการ

จำนวน 1 อัตรา
อัตราค่าจ้าง
 เดือนละ 18,000 บาท

5. โภชนากร

จำนวน 1 อัตรา
อัตราค่าจ้าง
 เดือนละ 11,500 บาท

6. เจ้าพนักงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์

จำนวน 1 อัตรา
อัตราค่าจ้าง
 เดือนละ 11,500 บาท

7. พนักงานธุรการ

จำนวน 1 อัตรา
อัตราค่าจ้าง
 เดือนละ 11,500 บาท

8. พนักงานการแพทย์และรังสีเทคนิค

จำนวน 1 อัตรา
อัตราค่าจ้าง
 เดือนละ 8,690 บาท

9. พยาบาลวิชาชีพ

จำนวน 1 อัตรา
อัตราค่าจ้าง
 เดือนละ 18,000 บาท

10. นักวิชาการสาธารณสุข (ทันตสาธารณสุข)

จำนวน 1 อัตรา
อัตราค่าจ้าง
 เดือนละ 18,000 บาท

11. นักกายภาพบำบัด จำนวน

2 อัตรา
อัตราค่าจ้าง
 เดือนละ 18,000 บาท

12. นักวิทยาศาสตร์การแพทย์

จำนวน 3 อัตรา
อัตราค่าจ้าง
 เดือนละ 18,000 บาท

13. นักเทคนิคการแพทย์

จำนวน 3 อัตรา
อัตราค่าจ้าง
 เดือนละ 18,000 บาท

การรับสมัคร
ผู้ประสงค์จะสมัครยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล อาคารนวมินทรราชประชาภักดี ชั้น 6 โรงพยาบาลลำปาง ตั้งแต่วันที่ 16 – 24 เมษายน 2569 ในวันและเวลาทำการ

 อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมแต่ละตำแหน่งที่นี่

Share:

วันเสาร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569

รถพ่วงเบรคไม่อยู่ พุ่งชนเก๋ง-กระบะรวม 9 คันรวด เบื้องต้น ดับ 2 เจ็บ 6 จราจรติดยาว

         เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 เมษายน 2569 ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) จังหวัดลำปาง ได้รับรายงานอุบัติเหตุรุนแรงบนถนนทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) บริเวณ กม.600+900 ฝั่งขาเข้า อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นช่วงถนนก่อสร้างแล้วเสร็จ ผิวทางคอนกรีต 4 ช่องจราจร มีการตีเส้นและติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยเรียบร้อย ห่างจากจุดเบี่ยงการจราจรประมาณ 900 เมตร
          เบื้องต้นพบว่า รถบรรทุกพ่วง ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน จังหวัดสระบุรี เกิดเบรกขัดข้อง ไม่สามารถควบคุมรถได้ พุ่งชนรถยนต์ที่ชะลอตัวอยู่ด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งหมด 9 คัน (รวมรถพ่วง) ประกอบด้วย
1.รถเก๋งฮอนด้า สีบรอนซ์เงิน ไม่ทราบทะเบียน  
2.รถเก๋งสีบรอนซ์เงิน ไม่ทราบทะเบียน 
3.รถยนต์ฮอนด้าสีดำ ทะเบียน จ.กรุงเทพ
4.รถยนต์มาสด้า ทะเบียน จ. เชียงใหม่ 
5.รถโตโยต้า อแวนซ่ส สีขาว ทะเบียน จ.กรุงเทพ 
6.รถเก๋งฮอนด้าขาว ไม่ทราบทะเบียน สภาพหงายท้องกลางถนน
7.รถเก๋ง MG สีดำ ทะเบียนจ.กรุงเทพ
8.รถตู้ Volkswagen (VW) รุ่น Caravelle สีขาว ทะเบียน จ. กรุงเทพ 
         แรงชนส่งผลให้รถทุกคันได้รับความเสียหายอย่างหนัก และมีบางคันเจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเข้าช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายในรถอย่างเร่งด่วน
รายงานเบื้องต้นพบผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 6 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง ขณะที่มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุแล้ว 2 ราย 
        อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุดังกล่าวส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก โดยมีรถกีดขวางช่องทางจราจร 1 ช่อง และไหล่ทาง ทำให้รถสามารถสัญจรผ่านได้เพียง 1 ช่องทาง เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งระบายการจราจรและตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป
ภาพ  noomdream , jai fd
Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์