วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569

5 เสือเมืองวัง บุกทลายเครือข่ายยาเสพติดวังเหนือ รวบ 3 ราย ยึดยาบ้ากว่า 2,000 เม็ด พร้อมปืนลูกซองไทยประดิษฐ์

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานผลการปฏิบัติงานเชิงรุกในการปราบปรามยาเสพติด ภายใต้การอำนวยการของ นายทศพล จักรบุญมา นายอำเภอวังเหนือ และ พ.ต.ท.ธีระศักดิ์ ธัญธราดล สว.สภ.ร่องเคาะ ที่ได้สั่งการให้ขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงอย่างเข้มข้น

นายอภิชาติ กันธิมา ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ได้นำกำลังสมาชิก อส.อ.วังเหนือ ที่ 9 สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ร่องเคาะ เปิดปฏิบัติการ “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ปัญหา ยาเสพติด แบบบูรณาการ Quick Big Win” หรือที่รู้จักในชื่อ “ปฏิบัติการ 5 เสือ เมืองวัง หยุดยั้งยาเสพติด” เพื่อกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่อย่างจริงจัง

จากการลงพื้นที่ปูพรมตรวจค้นบริเวณถนนท้ายหมู่บ้านผาช่อ-ห้วยวาด หมู่ 1 ต.ร่องเคาะ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 2 คดีต่อเนื่อง ดังนี้

คดีแรก เมื่อเวลา 22.30 น. รวบตัวผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 6 เม็ด ขณะปรากฏตัวท่าทางพิรุธในพื้นที่เป้าหมาย

คดีที่สอง เมื่อเวลา 22.50 น. จับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 1 ราย พร้อมของกลางรายการสำคัญ ประกอบด้วย

    • ยาบ้า จำนวน 2,000 เม็ด

    • อาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก

    • เครื่องกระสุนปืนลูกซอง 2 นัด


ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ร่องเคาะ เพื่อดำเนินคดีในข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด พร้อมทั้งเตรียมขยายผลหาความเชื่อมโยงถึงกลุ่มขบวนการรายใหญ่ต่อไป
Share:

วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569

ปิดฉากการค้นหา สุดสลด! พบร่างตาวัย 72 หลงป่าแม่ช่อฟ้าเสียชีวิตแล้ว หลังเข้าป่าหาหวายหายตัวนาน 5 วัน

        จากกรณี นายมานิตย์ ไทยใหม่ อายุ 72 ปี ราษฎรบ้านแม่ช่อฟ้า หมู่ที่ 5 ต.ทุ่งผึ้ง อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ได้เดินทางเข้าป่าเพื่อไปเก็บหาหวาย  ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2569 และไม่ได้กลับเข้าบ้านอีกเลย จนนำไปสู่การระดมกำลังค้นหาครั้งใหญ่

          นายเอกศักดิ์ บุญพา นายอำเภอแจ้ห่ม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ฯ ได้สั่งการให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการที่ โรงเรียนบ้านช่อฟ้า เพื่อวางแผนและติดตามตัวผู้สูญหายอย่างต่อเนื่อง  โดยทีมงานภาคีเครือข่ายได้ระดมกำลังค้นหาทั้งทางภาคพื้นดินและทางอากาศ  มีการสนับสนุนอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) จำนวน 3 ลำ โดยหนึ่งในนั้นเป็นโดรนที่สามารถตรวจจับความร้อน (Thermal Camera) เพื่อเพิ่มโอกาสในการพบตัว

        กระทั่งล่าสุด มีรายงานยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ได้พบร่างของนายมานิตย์เสียชีวิตอยู่ภายในป่าแล้ว โดยจุดที่พบอยู่ห่างไกลและเข้าถึงลำบาก ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้วิธีการหามร่างผู้เสียชีวิตและเดินเท้าออกจากป่า ซึ่งเป็นระยะทางที่ไกลพอสมควรด้วยความทุลักทุเล

        ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการนำร่างออกมาเพื่อให้แพทย์นิติเวชและพนักงานสอบสวนดำเนินการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดต่อไป

Cr.สุรชัย ต่อสู้ 

Share:

ชาวบ้านกลุ่มชาติพันธุ์ 200 คน บุกศาลากลาง ค้านมาตรการ "ปิดป่า" ชี้ทำลายวิถีชีวิต พร้อมทวงคืนสิทธิการจัดการไฟป่า

 

เมื่อช่วงเช้าวันที่  27 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา กลุ่มสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) พร้อมด้วยเครือข่ายชาวบ้านจากหลายอำเภอในจังหวัดลำปาง ประมาณ 200 คน ได้รวมตัวกันบริเวณถนนด้านหน้าทางเข้าศาลากลางจังหวัดลำปาง ก่อนจะเดินขบวนเข้ามาด้านในศาลากลางจังหวัด เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัด กรณีการออกประกาศห้ามเผาและมาตรการปิดป่า ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกลุ่มชาวบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่กับป่า

นายอิทธิพล วัฒนาศักดิ์ดำรง ชาวบ้านแม่หมี ต.หัวเมือง อ.เมืองปาน จ.ลำปาง หนึ่งในตัวแทนชาวบ้าน  ได้เปิดเผยถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นว่า มาตรการปิดป่าที่รัฐนำมาใช้ทุกปีนั้น กลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน

"พอมีมาตรการปิดป่า เราไม่สามารถเข้าไปจัดการทรัพยากรในป่าได้ตามปกติ เช่น เมื่อเกิดไฟป่าขึ้น เราก็ไม่สามารถเข้าไปดับไฟได้ทันท่วงที หรือแม้แต่การทำแนวกันไฟที่เราเคยทำเป็นประจำทุกปี ก็ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ เนื่องจากชาวบ้านเกรงกลัวว่าจะเป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง และมีความผิด  " นายอิทธิพลกล่าว

นายอิทธิพล ยังกล่าวถึงประเด็นการจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ว่า ชาวบ้านมีการจัดการอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่การเผาอย่างไร้ทิศทาง โดยการเผาแต่ละครั้งเป็นการจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ที่กำหนดไว้ และทำเพียงปีละ 1 ครั้ง โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงภายใต้การควบคุมของชุมชนจนกว่าไฟจะดับสนิท  

นอกจากนี้ ชาวบ้านยังได้ร้องเรียนถึงเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ โดยระบุว่าเมื่อคืนวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ได้มีการเผากระท่อมของชาวบ้านในเขตชุมชนด้วย

จึงต้องการเรียกร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัด  คัดค้านมาตรการปิดป่า ขอสิทธิชาวบ้านในการเข้าไปดูแลและจัดการไฟป่า ตามวิถีชุมชนที่เคยปฏิบัติ  ขอให้เปิดพื้นที่ป่าในเขตชุมชน โดยไม่เหมารวมพื้นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของชาวบ้านเป็นเขตป่าที่ต้องปิด และขอให้ชาวบ้านได้บริหารจัดการเชื้อเพลิงเอง  รวมทั้งขอให้ฝ่ายปกครองตรวจสอบการละเมิดสิทธิ์บ้านแม่หมี ต.หัวเมือง อ.เมืองปาน  กรณีมีการเผากระท่อมของชาวบ้านบ้านแม่หมี เมื่อคืนวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการกระทำที่กลุ่มชาวบ้านรับไม่ได้

ขณะเดียวกันทางชาวบ้านได้ขอให้ทางอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง ชี้แจงความคืบหน้ากรณีเหมืองแม่เลียง อ.เสริมงาม ว่าขณะนี้อยู่ในขั้นตอนใด ขอสถานะการออกประทานบัตรเหมืองแร่ในพื้นที่ เนื่องจากพบว่ายังมีบริษัทเข้าไปสำรวจแร่ในพื้นที่โดยรอบอย่างต่อเนื่อง

โดยในช่วงแรก กลุ่มผู้ชุมนุมแสดงความผิดหวัง เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ได้ออกมาพบด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดลำปางได้ประสานให้ทางปลัดจังหวัด พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ลำปาง  สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 ลำปาง  สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปาง  เข้ารับเรื่องและรับฟังข้อเสนอของชาวบ้าน โดยเปิดโอกาสให้ชาวบ้านทั้งหมดที่มาชุมนุมเข้าร่วมรับฟังการเจรจาที่อาคารห้องประชุมจังหวัด  เพื่อหาทางออกร่วมกันต่อมาตรการดังกล่าวต่อไป

Share:

มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อสอบแข่งขันเป็นพนักงาน จำนวน 10 อัตรา เงินเดือน 25,850 - 31,500 ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.-10 เม.ย.69

มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อสอบแข่งขันเป็นพนักงาน มหาวิทยาลัย จำนวน 10 อัตรา เงินเดือน 25,850 - 31,500 ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.-10 เม.ย.69

ตำแหน่งประเภทวิชาการ

ตำแหน่ง อาจารย์  จำนวน 2 อัตรา

    - สาขาวิชาการบัญชี  

    - สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน

อัตราเงินเดือน

-          วุฒิปริญญาเอก 31,400 บาท

-          วุฒิปริญญาโท 25,850 บาท

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

Share:

เจ้าหน้าที่ช่วย 3 ลูกหมาจิ้งจอกรอดตายกลางกองเถ้าถ่าน หลังเข้าดับไฟป่าป่าแจ้ซ้อน ถูกเผาวอด 30 ไร่

       เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่า จซ.8 (แม่กา) ร่วมกับเจ้าหน้าที่จุดเฝ้าระวังไฟป่า จซ.20 บ้านใหม่สันติสุข และ จซ.21 บ้านใหม่พัฒนา รวมถึงเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าแจ้ซ้อน รวมกำลังทั้งหมด 11 นาย ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่รับผิดชอบ เขต ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง

         จากการตรวจสอบพบเกิดไฟป่าจริง บริเวณป่าสันเขา ห้วยแม่สอย พื้นที่บ้านใหม่สันติสุข หมู่ 14 เจ้าหน้าที่จึงเร่งเข้าดำเนินการดับไฟและทำแนวกันไฟ โดยเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่เวลา 09.40 น. และสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในเวลา 17.00 น.

         เบื้องต้นพบพื้นที่ป่าเสียหายประมาณ 30 ไร่ เป็นป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ ในเขตป่าอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน สาเหตุคาดว่าเกิดจากการลักลอบเข้าไปหาของป่า ขณะที่การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากสภาพพื้นที่สูงชัน เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

        อย่างไรก็ตาม ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ได้พบลูกหมาจิ้งจอกจำนวน 3 ตัว อยู่ท่ามกลางกองเถ้าถ่านในสภาพหวาดกลัว จึงช่วยนำออกไปยังพื้นที่ปลอดภัยใกล้เคียง เพื่อรอแม่หมาจิ้งจอกกลับมารับต่อไป 

Share:

สืบแม่ทะรวบค้ายาบ้าตามหมายจับ 1 ราย อีกรายทิ้งปืนหนีเข้าป่า

         


   เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2569 เวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ทะ จ.ลำปาง ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผกก.สภ.แม่ทะ สั่งการให้ชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.อนันต์ คำมี รอง ผกก.สส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ร่วมบูรณาการกับฝ่ายปกครองอำเภอแม่ทะ เข้าปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่

        ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมได้ 1 ราย คือ ชายอายุ 30 ปี ชาวบ้านกิ่ว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง (ขอสงวนชื่อ-สกุล) ตามหมายจับศาลจังหวัดลำปาง ในข้อหาเกี่ยวกับการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) เพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

        ขณะเดียวกันอีก 1 เป้าหมาย เป็นชายในพื้นที่ตำบลหัวเสือ ไหวตัวทัน วิ่งหลบหนีเข้าป่า ทิ้งของกลางไว้ในที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน รถจักรยานยนต์ และโทรศัพท์มือถือ

        เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐาน เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามตัวผู้หลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา เซเว่นนัมเบอร์



Share:

ลำปางน้ำมันวิกฤต! “ดาชัย” ส.ส.ลำปาง ซัดกลางสภา – รัฐบาลบอกมีพอ แต่ประชาชนเติมไม่ได้ แล้วสงกรานต์ประชาชนจะกลับบ้านได้อย่างไร

 

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2569 ที่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายดาชัย เอกปฐพี ส.ส.ลำปาง เขต 2 ลุกขึ้นอภิปรายสะท้อนปัญหาวิกฤตน้ำมันขาดแคลนในพื้นที่จังหวัดลำปางและภาคเหนือ โดยชี้ว่าประชาชนกำลังเผชิญความเดือดร้อนอย่างหนัก แต่ภาครัฐกลับให้ข้อมูลว่าน้ำมันยังมีเพียงพอ

นายดาชัย ระบุว่า จากการลงพื้นที่ในหลายอำเภอ ทั้งงาว แจ้ห่ม วังเหนือ และเมืองปาน พบว่าสถานการณ์น้ำมันยังคงขาดแคลน ประชาชนต้องเข้าคิวรอเติมน้ำมัน ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นมานานกว่า 10 วันแล้ว ทั้งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่ามีน้ำมันเพียงพอ  แต่ทำไมประชาชนยังหาซื้อน้ำมันไม่ได้  


นอกจากนี้ นายดาชัยยังยกกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี การรณรงค์ให้ประชาชนใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) แก้ปัญหาน้ำมัน โดยนายกฯ ได้ถอยรถยนต์ EV ป้ายแดงคันใหม่ ราคากว่า 1.3 ล้านบาท   จึงตั้งข้อสังเกตว่าเป็นแนวทางที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะชาวลำปางที่ยังจำเป็นต้องใช้รถกระบะดีเซลในการประกอบอาชีพ

“เห็นนายกฯ อนุทิน ซื้อรถไฟฟ้าใหม่ป้ายแดง ราคา 1.3 ล้าน  พร้อมกับประชาสัมพันธ์ให้คนไทยรณรงค์ใช้รถไฟฟ้าเพื่อแก้ไขวิกฤตน้ำมัน   รถไฟฟ้าคนรวยซื้อได้ครับ  แต่พี่น้องชาวลำปางบ้านผม ยังใช้รถกระบะดีเซลทำมาหากินอยู่เลย”   

พร้อมเล่าประสบการณ์ส่วนตัวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ขับรถกลับ จ.ลำปาง  พบว่าตั้งแต่จ.นครสวรรค์ ถึง จ.ลำปาง ไม่สามารถเติมน้ำมันได้ตลอดเส้นทาง สะท้อนวิกฤตที่เกิดขึ้นจริง

อีกหนึ่งปัญหาที่ถูกหยิบยก คือวิกฤต ส้วมเต็มในอำเภอแจ้ห่ม เนื่องจากไม่มีรถดูดส้วมเข้าไปให้บริการ อันเป็นผลมาจากทั้งปัญหาข้อกฎหมาย และการขาดแคลนน้ำมัน ส่งผลให้เกิดกลิ่นเหม็นกระทบทั้งอำเภอ จนต้องมีการเรียกประชุมหน่วยงานเร่งแก้ไข

นายดาชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า วิกฤตน้ำมันเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์ ที่ประชาชนต่างจังหวัดต้องเดินทางกลับบ้าน แต่ยังไม่สามารถวางแผนได้ เพราะแม้แต่การใช้น้ำมันในพื้นที่ตัวเองยังเป็นเรื่องยาก ทั้งที่ลำปางมีคลังน้ำมันหลายแห่ง

"ทุกวันนี้ พี่น้องต่างจังหวัดที่จะกลับบ้านเกิดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ก็ยังวางแผนกันไม่ได้ว่าจะทำอย่างไร   แล้วสงกรานต์นี้ พี่น้องชาวลำปางจะกลับบ้านอย่างไร? "  ดาชัยกล่าวทิ้งท้าย

Share:

กกพ. เปิด 3 แนวทางค่าไฟงวด พ.ค.-ส.ค. 69 แบกต้นทุนก๊าซโลกพุ่ง จ่อขยับขึ้น 3.95 – 4.59 บาท/หน่วย

กรุงเทพฯ (25 มีนาคม 2569) – สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นการปรับค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) งวดเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 ยอมรับปัจจัยลบจากราคาก๊าซธรรมชาติและค่าเงินบาทกดดันต้นทุนพุ่ง เตรียมเสนอ 3 ทางเลือกบรรเทาผลกระทบประชาชน พร้อมกางแผนช่วยกลุ่มเปราะบางหากรัฐต้องการตรึงราคาที่ 3.88 บาทต่อหน่วย

ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการฯ ว่า ที่ประชุมมีมติให้เร่งรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนต่อการพิจารณาค่าเอฟที (Ft) สำหรับการเรียกเก็บในงวดเดือน พ.ค. – ส.ค. 2569 โดยสถานการณ์พลังงานในปัจจุบันยังคงเผชิญกับความท้าทายจากราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกและราคา LNG ที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในงวดถัดไป

อย่างไรก็ตาม กกพ. ยืนยันว่าได้ใช้เครื่องมือและกลไกที่มีอยู่บริหารจัดการอย่างเต็มที่ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงกับการดูแลภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยมีการนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) และการทยอยบริหารภาระต้นทุนคงค้าง (AF) มาใช้อย่างเหมาะสม เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินของรัฐวิสาหกิจหลักอย่าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ควบคู่ไปกับความมั่นคงของระบบพลังงานในภาพรวม

เปิดรายละเอียด 3 แนวทางปรับค่าเอฟที (Ft)

จากการคำนวณเบื้องต้น กกพ. ได้แบ่งแนวทางการปรับค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (รวมค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย) ออกเป็น 3 กรณี ดังนี้:

  • กรณีที่ 1: สะท้อนต้นทุนจริงและชำระหนี้ทั้งหมด เป็นการเรียกเก็บตามสูตรการคำนวณที่สะท้อนแนวโน้มต้นทุนจริง (29.66 สตางค์) และชำระคืนภาระต้นทุนคงค้าง (AF) ให้กับ กฟผ. ทั้งหมดจำนวน 35,928 ล้านบาท (50.94 สตางค์) ส่งผลให้ค่า Ft ขายปลีกอยู่ที่ 80.60 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.59 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 18% จากงวดปัจจุบัน

  • กรณีที่ 2: จ่ายตามต้นทุนปัจจุบัน (กฟผ. แบกภาระหนี้ต่อ) เรียกเก็บค่า Ft เฉพาะในส่วนที่สะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงงวดปัจจุบันที่ 29.66 สตางค์ต่อหน่วย โดยให้ กฟผ. รับภาระต้นทุนคงค้างสะสม 35,928 ล้านบาทไว้แทนประชาชนก่อน ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.08 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 5% จากงวดปัจจุบัน

  • กรณีที่ 3: ใช้กลไกพิเศษลดภาระ (แนวทางแนะนำ) เรียกเก็บค่า Ft ตามต้นทุนงวดปัจจุบัน แต่มีการนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) จำนวนประมาณ 9,472 ล้านบาท (13.43 สตางค์) มาช่วยลดภาระทั้งหมด ส่งผลให้ค่า Ft เหลือเพียง 16.23 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.95 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้นเพียง 2% จากงวดปัจจุบัน

สถานะหนี้สะสมและการบริหารจัดการ

โฆษก กกพ. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา กกพ. ได้พยายามทยอยชำระคืนหนี้ให้แก่ กฟผ. และ ปตท. อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปลายปี 2568 ได้มีการนำเงินเรียกคืนส่วนเกินรายได้มาช่วยลดภาระไปแล้วกว่า 2,640 ล้านบาท และมีการทยอยคืนค่า AF Gas อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ยอดคงค้าง ณ สิ้นปี 2568 ลดลงมาอยู่ที่ 35,928 ล้านบาท และต้นทุนก๊าซคงค้างของรัฐวิสาหกิจลดลงเหลือประมาณ 10,300 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ยอดหนี้เหล่านี้ยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่ต้องทยอยบริหารจัดการให้หมดสิ้นไปเพื่อความยั่งยืน

ข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลในการ "ตรึงราคา"

ดร.พูลพัฒน์ กล่าวด้วยความกังวลว่า "ยอมรับว่าครั้งนี้เป็นการแถลงข่าวที่ลำบากใจ แต่เราพยายามอย่างยิ่งที่จะชะลอและผ่อนปรนให้อัตราค่าไฟกระทบประชาชนน้อยที่สุด" เนื่องจากประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเขาก๊าซมาผลิตไฟฟ้าสูงถึง 54% ซึ่งในจำนวนนี้เป็น LNG ถึง 40%

ทั้งนี้ หากรัฐบาลมีนโยบายต้องการตรึงค่าไฟฟ้าไว้ที่ระดับ 3.88 บาทต่อหน่วย เท่าเดิม กกพ. ประเมินว่าอาจสามารถทำได้โดยมุ่งเน้นไปที่ "กลุ่มเปราะบาง" 2 กลุ่มหลัก ได้แก่:

  1. กลุ่มใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน: ประมาณ 14 ล้านครัวเรือน (งบประมาณ 333 ล้านบาท)

  2. กลุ่มใช้ไฟไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน: ประมาณ 17 ล้านครัวเรือน (งบประมาณ 545 ล้านบาท)

รวมทั้งสองกลุ่มนี้คิดเป็น 80% ของผู้ใช้ไฟทั้งประเทศ ซึ่งหากต้องการดึงค่าไฟฟ้าจากกรณีที่ต่ำที่สุด (3.95 บาท) ลงมาให้เหลือ 3.88 บาท (ลดลง 7 สตางค์) จะต้องใช้เงินอุดหนุนรวมประมาณ 4,600 - 5,000 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาล

ทั้งนี้ สำนักงาน กกพ. จะสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นและประกาศค่าไฟฟ้าอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 เมษายน 2569 โดยยืนยันจะใช้อำนาจหน้าที่อย่างเต็มที่ในการหาแนวทางที่สมดุลและช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากที่สุด

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์