วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

วุ่นทั้งวัด! ปลัด-ตร.-ชาวบ้าน รุมจี้เจ้าอาวาสหยุดรับบริจาค ทำวัดกลายเป็น "โกดังขยะ"

 


         เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 ก.พ. 2569 ที่วัดศาลาไชย ต.ศาลา อ.เกาะคา จ.ลำปาง ปลัดอาวุโสอำเภอเกาะคา พร้อมด้วย ผกก.สภ.เกาะคา สาธารณสุขอำเภอ ผู้นำชุมชน และชาวบ้าน ได้รวมตัวเข้าประชุมด่วนเพื่อแก้ไขปัญหากองขยะของกลางภายในวัด หลังเจ้าอาวาสเปิดรับบริจาคของบนดอยจนล้นอาคาร และสกปรกไปทั่วบริเวณ


        สืบเนื่องจากเจ้าคณะอำเภอเกาะคาได้ส่งทีมเลขาฯ เข้าตรวจสอบวัดศาลาไชย และพบภาพที่ไม่น่าดูศรัทธา เมื่ออาคารทั้ง 2 ชั้นเต็มไปด้วยกองข้าวสารอาหารแห้ง ปลากระป๋อง ตุ๊กตา ผ้าห่ม หมอน มุ้ง และของใช้อื่นๆ ที่รับบริจาคมาเพื่อนำไปแจกจ่ายคนยากไร้บนดอยสูง แต่กลับไม่มีการจัดการที่ดีจนกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและความสกปรก จึงสั่งการให้เร่งทำความสะอาดวัดทันที

        ต่อมาผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจกันขนย้ายของออกจากวัด โดยใช้รถบรรทุก 6 ล้อถึง 2 รอบ และรถ 4 ล้ออีก 4 รอบ เพื่อนำไปพักไว้ที่บ้านมารดาของเจ้าอาวาสเตรียมรอการบริจาค แต่กลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อเจ้าอาวาสส่งทนายความไปแจ้งความชาวบ้านที่ สภ.เกาะคา ข้อหาบุกรุกและย้ายสิ่งของ สร้างความไม่พอใจแก่ชาวบ้านจนนำมาสู่การนัดรวมตัวในครั้งนี้



        จากการเจรจาโดยมีหน่วยงานภาครัฐเป็นตัวกลาง ได้ข้อสรุปเบื้องต้นดังนี้:

  1. ขอให้ทนายความแจ้งเจ้าอาวาส "หยุด" รับบริจาคของทุกชนิดในวัด เพื่อรักษาความสะอาดและสุขอนามัย

  2.  ชาวบ้านจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับข้าวของที่เหลือ โดยจะให้ญาติและตัวแทนเจ้าอาวาสมาขนย้ายออกไปจัดการเองทั้งหมด และต้องทำความสะอาดห้องเก็บของให้ถูกสุขลักษณะ

  3. ทนายความยอมรับว่าเกิดจากการเข้าใจผิด และตกลงจะไปถอนแจ้งความชาวบ้านที่ สภ.เกาะคา ทันที

  4.  นัดประชุมสรุปผลอีกครั้งในวันที่ 26 ก.พ. นี้ เวลา 19.00 น. เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยว่ามีการขนย้ายของและทำความสะอาดวัดตามที่ตกลงไว้หรือไม่ โดยเจ้าอาวาสต้องเข้าร่วมประชุมด้วยตัวเอง

Share:

ศึกชิงเก้าอี้เทศบาลตำบลบ่อแฮ้วหนองกระทิง "ทนายวิทยา วงศ์ชมภู" นายกฯเก่า ชน "สถาพร วะเท" อดีตนายกหลายสมัย


       เช้าวันที่23 ก.พ.69 บริเวณสำนักงานเทศบาลตำบลบ่อแฮ้วหนองกระทิง บรรยากาศการรับสมัครนายกและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ่อแฮ้วหนองกระทิงเมืองลำปางคึกคักอย่างมาก โดยมีนายนรสิงห์ อบมา ปลัดเทศบาลฯ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลฯ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเทศบาลตำบลบ่อแฮ้วหนองกระทิง ร่วมเป็นสักขีพยานและสังเกตุการณ์ ในการดำเนินการขั้นตอนในการรับสมัคร



        โดยมีผู้สมัครนายก และผู้สมัครสมาชิกสภาฯ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก ได้แก่ นายวิทยาวงศ์ชมภู ผู้สมัครนายกฯ (กลุ่มรักษ์บ่อแฮ้วหนองกระทิง) และผู้สมัครสมาชิกสภาฯ และกลุ่มที่ 2 กลุ่มบ่อแฮ้วหนองกระทิงพัฒนา มีนายสถาพร วะเท ผู้สมัครนายกฯ และสมาชิกสภาฯ



        ผลการจับฉลากหมายเลขประจำผู้สมัครนายกฯ หมายเลข1 นายวิทยา วงศ์ชมภู (กลุ่มรักษ์บ่อแฮ้วหนองกระทิง) หมายเลข2 นายสถาพร วะเท (กลุ่มบ่อแฮ้วหนองกระทิงพัฒนา)

        สำหรับผู้สมัคร สท. เขต1 มีผู้สมัครอิสระ 3 คน และทีม 2 ทีมๆละ 6 คน ทีมนายวิทยา เบอร์ 4-9 ทีมนายสถาพร วะเท ได้เบอร์ 10-15 ส่วนเขต 2 มีผู้สมัคร 2 ทีม สท.ทีมนายวิทยา เบอร์ 1-6 และ สท.ทีมนายสถาพร เบอร์ 7-12

        ทั้งนี้ การรับสมัคร ระหว่างวันที่ 23-27 ก.พ.69 และจะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 29 มี.ค.69 นี้





        ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก กระทรวงมหาดไทยประกาศเปลี่ยนชื่อ องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อแฮ้ว (อบต.บ่อแฮ้ว) อ.เมืองลำปาง เป็น "องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อแฮ้วหนองกระทิง" และยกฐานะขึ้นเป็น "เทศบาลตำบลบ่อแฮ้วหนองกระทิง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป เพื่อรองรับการเจริญเติบโตและพัฒนาพื้นที่  จึงจัดให้มีการเลือกตั้งนายกฯ และสมาชิกสภาเทศบาลขึ้นใหม่ดังกล่าว 
Share:

พลิกโฉมปลานิลจิตรลดา สู่'ทองมัจฉาเริงร่า' ขนมทองก้อน-ทองม้วนสุดอร่อย ส่งตรงจากลำปาง สร้างรายได้ให้ชุมชน

 


        ปลานิลจิตรลดาในจังหวัดลำปางไม่ได้หยุดอยู่แค่ในจานกับข้าว แต่กำลังแหวกว่ายไปไกลถึงในถุงขนมขบเคี้ยว สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่ได้ลิ้มลองภายใต้ชื่อสุดเก๋ว่า ทองมัจฉาเริงร่า

        กลุ่มชาวบ้านในวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านหนองร่อง หมู่ 8 ต.บ้านเป้า อ.เมือง จ.ลำปาง  คิดค้นขึ้น โดยการผสมผสานระหว่างแป้งขนม กับ เนื้อปลานิล ที่แปรรูปมาจากปลานิล ที่เลี้ยงเอง  ก่อนจะนำมาหยอดแป้งลงบนเตาทองม้วน 

        นายสุธรรม ลิ่มพานิช ประมงจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า นี่คือผลผลิตที่งอกเงยมาจาก "โครงการปลานิลของพ่อ" ซึ่งประมงจังหวัดและ นางสุนีย์ ตื้อยศ ประมงอำเภอเมืองลำปาง ได้เข้ามาเติมองค์ความรู้ ไม่ใช่แค่สอนให้เลี้ยงปลาให้รอด แต่สอนให้ แปรรูปให้รวย

        "เราต้องการสร้างอาชีพที่ยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เมื่อปลามีมาก การแปรรูปคือคำตอบ แต่ทำอย่างไรให้แปลกและขายได้จริง?"


ทองมัจฉาเริงร่าอร่อยจนลืมไปเลยว่าทำจากปลา โจทย์สำคัญของการเอาปลามาทำขนมคือ กลิ่นคาวแต่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านหนองร่องทำได้สำเร็จ!

         นางกัญจ์วิภา ปิงวัง ประธานกลุ่มองค์กรชุมชนประมงกลุ่มเพาะเลี้ยงและแปรรูปรูปปลานิล วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านหนองร่อง  กล่าวว่า  ทองก้อนปลา และ ทองม้วนปลา มีจุดเด่น คือ ไร้กลิ่นคาว ด้วยเทคนิคการจัดการเนื้อปลาที่ส่งต่อมาจากคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประมง  รวมทั้งมี โปรตีนเน้นๆ เป็นขนมทานเล่นที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าขนมทั่วไป    และรสชาติกลมกล่อม  ความมันของกะทิและความหอมของแป้ง ผสานกับความนัวของเนื้อปลาอย่างลงตัว



        ในงานจัดแสดงผลงานของสำนักงานประมงจังหวัดลำปาง เราจะเห็นการสาธิตทำขนม ทองมัจฉาเริงร่ากันแบบสดๆ กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วงาน ดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาต่อคิวชิม ซึ่งเสียงตอบรับส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ ประหลาดใจในรสชาติและชื่นชอบมาก


         นอกจากขนมทองม้วนแล้ว ทางกลุ่มยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลานิลอีกหลากหลายชนิด ถือเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าประมงไทยให้เข้าถึงคนทุกเพศทุกวัย และที่สำคัญที่สุดคือการที่ชาวบ้านมีรายได้เสริมที่มั่นคงจากการต่อยอด "ปลานิล" ให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมประจำท้องถิ่น


          "ทองมัจฉาเริงร่า" ไม่ใช่แค่ชื่อขนม แต่คือสัญลักษณ์ของความสำเร็จในการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัย เปลี่ยนจากปลานิลในบ่อ เป็นมูลค่าเพิ่มในมือชุมชน ใครที่มาลำปางต้องห้ามพลาด ลองชิมขนมจากภูมิปัญญาที่เต็มไปด้วยความใส่ใจ

           ท่านใดสนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่ เพจ วิสาหกิจชุมชนบ้านหนองร่องได้เลย 




Share:

วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สลดกลางสระ! หนุ่มใหญ่วัย 56 จมหายต่อหน้าเพื่อน เรียกกู้ภัยช่วยกู้ร่าง

       


         เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12.19 น. สมาคมกู้ภัยลำปาง  รับแจ้งประสานจากกู้ภัยลำปาง จุดเมืองปาน ว่ามีบุคคลสูญหายในน้ำ บริเวณสระน้ำสาธารณะ หมู่ 5 บ้านทุ่งกว๋าว ตำบลทุ่งกว๋าว อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง จึงจัดชุดปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยใต้น้ำ “นทีลำปาง” เข้าตรวจสอบอย่างเร่งด่วน



        ที่เกิดเหตุพบว่า ผู้สูญหายเป็นชาย อายุประมาณ 56 ปี ทราบชื่อต่อมาคือ นายภากร ก่อนเกิดเหตุได้ออกมาหาปลากับเพื่อนภายในสระน้ำดังกล่าว กระทั่งเกิดเหตุไม่คาดฝัน จมหายไปบริเวณกลางสระต่อหน้าต่อตาเพื่อนที่มาด้วยกัน



        เจ้าหน้าที่ชุด “นทีลำปาง” จัดกำลังนักประดาน้ำ 3 นาย ลงค้นหาใต้น้ำทันที ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงพบร่างผู้สูญหายจมอยู่ใต้น้ำ ก่อนนำขึ้นสู่ฝั่ง ท่ามกลางความโศกเศร้าของผู้เห็นเหตุการณ์

        เบื้องต้นได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปาน เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย ก่อนมอบร่างให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ภาพข่าว : สมาคมกู้ภัยลำปาง

Share:

วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สลด! ตาวัย 70 ปี ขี่รถจักรยานยนต์พ่วงรถเข็นข้ามทาง กระบะขับมาทางตรง ชนเสียชีวิต

         เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.งาว จ.ลำปาง รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนสายลำปาง–พะเยา เขตบ้านร่องต้า ตำบลบ้านหวด อำเภองาว จังหวัดลำปาง จึงประสานร้อยเวรสอบสวน สภ.งาว แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลงาว และสมาคมกู้ภัยอำเภองาว เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ


        ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นโนวาเทน่า แบบเก่า ทะเบียนจังหวัดพะเยา ล้มอยู่ริมถนน ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุประมาณ 70 ปี ชาวบ้านร่องต้า หมู่ 1 ตำบลบ้านหวด อำเภองาว นอนคว่ำหน้าอยู่ข้างรถ สภาพศีรษะแตกเป็นแผลฉกรรจ์ ขาขวาฉีกยาวลึกจนเห็นกระดูก นอกจากนี้บริเวณกลางถนนพบรถเข็นพ่วงท้ายจอดอยู่


          ส่วนคู่กรณีเป็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รีโว สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร จอดห่างจากจุดชนประมาณ 100 เมตร สภาพหน้ารถฝั่งซ้ายมีร่องรอยเฉี่ยวชนได้รับความเสียหาย กันชนหน้าหลุดออก


           จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า บริเวณดังกล่าวเป็นช่องทางเดินรถสวนทางชั่วคราว เนื่องจากมีการก่อสร้างถนน ขณะเกิดเหตุผู้เสียชีวิตขับขี่รถจักรยานยนต์พ่วงรถเข็นข้ามถนนไปยังอีกฝั่งหนึ่ง จังหวะเดียวกับที่รถยนต์กระบะวิ่งมาทางตรง จึงเกิดการชนกันอย่างรุนแรง ส่งผลให้ชายวัย 70 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

           เจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัด และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.


ภาพ  เอ็กซ์ สมาคมกู้ภัยอำเภองาว 

Share:

สืบแม่ทะบุกจับ 2 หนุ่มทาสยาบ้า คาบ้านพัก พร้อมของกลาง

 

        เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.แม่ทะ จ.ลำปาง บุกจับกุม 2 หนุ่มผู้ต้องหา คดีเสพและครอบครองยาบ้า พร้อมของกลางรวม 15 เม็ด และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ภายในบ้านพักพื้นที่อำเภอแม่ทะ

    เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผกก.สภ.แม่ทะ พร้อมด้วย พ.ต.ท.อนันต์ คำมี รอง ผกก.สส.สภ.แม่ทะ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมตัว นายแอล อายุ 23 ปี ชาวอำเภอแม่ทะ พร้อมของกลางยาบ้า 9 เม็ด  ขณะเดียวกัน ได้จับกุม นายมิว พร้อมของกลางยาบ้าอีกจำนวนหนึ่ง รวมของกลางทั้งสิ้น 15 เม็ด และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

            การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่าผู้ต้องหาทั้งสองมีพฤติการณ์มั่วสุมเสพยาเสพติด จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบที่บ้านพัก ก่อนพบของกลางและผู้ต้องหายอมรับว่าเสพยาบ้าจริง

        เบื้องต้นแจ้งข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย”  จากนั้นควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ทะ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา : เซเว่นนัมเบอร์

Share:

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ไทยตอนบนเตรียมรับมือพายุฤดูร้อน ระวัง! ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า ลูกเห็บตกบางแห่ง 23 – 25 ก.พ. 69

 


ในช่วงวันที่ 23–25 ก.พ. 69 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคเหนือ ภาคกลางกรุงเทพมหานคร รวมทั้งปริมณฑลและภาคตะวันออก จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป โดยจะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้บางพื้นที่

เนื่องจากมีบริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออก เฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และอ่าวไทย ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่าน ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น กับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Share:

วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สลดแยกดอยพระบาท! บรรทุกเทรลเลอร์ 18 ล้อ ทับหญิงวัย 67ปี ดับคาที่ อีก 1 รายข้อเท้าหักสาหัส คนขับอ้างเบรกไม่ทันหลัง จยย.แซงรถคันหน้า

 

 รถเทรลเลอร์ 18 ล้อเลี้ยวขวาช่วงไฟเขียว ชนรถจักรยานยนต์บริเวณแยกไฟแดงดอยพระบาท ทำให้หญิงไม่ทราบชื่อเสียชีวิตคาที่ในสภาพร่างถูกทับอย่างรุนแรง ขณะที่หญิงอีก 1 รายได้รับบาดเจ็บสาหัส ตำรวจเร่งสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ครั้งนี้

เมื่อเวลาประมาณ 10.40 น. วันที่ 20 ก.พ.69   ศูนย์วิทยุ 191 จ.ลำปาง รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถเทรลเลอร์ 18 ล้อ ชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บสาหัส ในที่เกิดเหตุ  บริเวณแยกไฟแดงดอยพระบาท  (แยกสำนักงานขนส่ง)  ถ.วชิราวุธดำเนิน ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง จึงประสานทาง พ.ต.ท.นฤพล รอดวิเศษ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองลำปาง   พร้อมแพทย์นิติเวช รพ.ลำปาง  เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยลำปาง  ร่วมตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย ทราบชื่อ นางปี๋ จอมแปง อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83 ม.9 ต.เสริมขวา อ.เสริมงาม จ.ลําปาง นอนอยู่กลางถนนในสภาพถูกทับร่างช่วงกลางลำตัวจนผิดรูปผิดร่าง  เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้นำร่างใส่ถุงบรรจุศพ นำส่งชันสูตรที่ รพ.ลำปางทันที  นอกจากนั้นยังมีผู้บาดเจ็บเป็นหญิงอีก 1 ราย บริเวณข้อเท้าซ้ายหัก อาการสาหัส  เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำส่ง รพ.ไปก่อนหน้านี้

ส่วนรถที่ประสบเหตุ เป็นรถบรรทุกเทรลเลอร์ 18 ล้อ  ยี่ห้ออิซูซุ ทะเบียน จ.แพร่ จอดห่างจากจุดพบร่างไปประมาณ 50 เมตร  โดยมีรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ สีชมพู ทะเบียน จ.ลำปาง  ถูกทับติดคาอยู่ที่หน้ารถ 

โดยนายประชา  อายุ 25 ปี ชาว อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน  คนขับรถบรรทุก ให้การว่า ขับรถมาจากทางถนนเลี่ยงเมือง ช่วงไฟเขียวจึงได้ขับเลี้ยวขวาเพื่อจะไปรับหินที่ อ.แม่ทะ  จังหวะนั้นมีรถยนต์คันหนึ่งขับอยู่ด้านหน้า และมีรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตขับอยู่เลนซ้าย  โดยรถยนต์ได้เลี้ยวซ้ายเข้าไปทางสำนักงานขนส่งจังหวัด  เป็นจังหวะที่รถจักรยานยนต์ได้แซงรถยนต์เบี่ยงมาทางขวาและอยู่ด้านหน้ารถของตน  ขณะนั้นตนเองเบรกไม่ทันจึงได้ชนอย่างจังดังกล่าว

อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน สอบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียดต่อไป 

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์