วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2569

พบยาบ้าล็อตมหึมากว่า 4 ล้านเม็ดทิ้งซุกพงหญ้าหน้าวัดกู่คำ ตำรวจ-ฝ่ายปกครองคาดขบวนการยาเสพติดหวั่นถูกจับตามด่านตรวจ เร่งเก็บลายนิ้วมือแฝงและ DNA พร้อมแกะรอยรถต้องสงสัย ล่าตัวผู้เกี่ยวข้อง

 

เมื่อเวลาประมาณ 06.35 น. วันที่ 29 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์วิทยุทิพย์ช้าง สภ.เมืองลำปาง ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบถุงขยะสีดำต้องสงสัยจำนวนหลายใบ ถูกนำมาทิ้งไว้ในพงหญ้าบริเวณหน้าวัดกู่คำ  พื้นที่บ้านกู่คำ/บ้านแพะกู่คำ หมู่ 3 ถนนพระเจ้าทันใจ ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง  หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น

ต่อมา พ.ต.อ.คมสันต์ บำรุงยศ ผกก.สภ.เมืองลำปาง พ.ต.ท.ธานี ตันจันทร์กุล รอง ผกก.ป. สภ.เมืองลำปาง นำกำลังตำรวจสายตรวจ ชุดสืบสวน ผนึกกำลังร่วมกับฝ่ายปกครอง นำโดย นายธนารัฐ สายเทพ นายอำเภอเมืองลำปาง, ปลัดอำเภอ, กำนันตำบลต้นธงชัย และ อส.อำเภอเมืองลำปาง รุดเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ

จากการเข้าตรวจสอบเบื้องต้น พบถุงดำขนาดใหญ่จำนวน 20 ใบ ภายในบรรจุยาบ้าใบละประมาณ 2 แสนเม็ด รวมของกลางยาบ้าทั้งสิ้นประมาณ 4 ล้านเม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. รวมถึง กอ.รมน.จังหวัดลำปาง เข้าร่วมตรวจเก็บหลักฐานอย่างละเอียด โดยมี พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง เดินทางมาอำนวยการในพื้นที่

พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง เปิดเผยว่า ยาบ้าล็อตนี้น่าจะถูกลักลอบลำเลียงมาจากพื้นที่ชายแดน โดยใช้การสะพายไหล่หรือมีทีมขนส่งมารับช่วงต่อ แต่เนื่องจากช่วงนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองได้ระดมกำลังตั้งด่านตรวจค้นอย่างเข้มงวดทั่วทั้งพื้นที่ คาดว่าขบวนการลำเลียงยาเสพติดเกรงว่าจะถูกแจ้งเบาะแสหรือตรวจพบขณะผ่านด่าน จึงตัดสินใจนำยาบ้าจำนวนมหาศาลนี้มาซุกซ่อนไว้ในพงหญ้าเพื่อรอเวลาเคลื่อนย้าย แต่ด้วยแรงกดดันจากการตั้งด่านที่เข้มข้น สุดท้ายจึงต้องตัดใจทิ้งของกลางแล้วหลบหนีไป

"ขณะนี้ได้สั่งการให้กองพิสูจน์หลักฐาน เร่งตรวจเก็บรอยนิ้วมือแฝงและ DNA จากถุงบรรจุ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลประวัติบุคคลพ้นโทษและผู้มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด คาดว่าจะสามารถขยายผลติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษได้อย่างแน่นอน" รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง กล่าว

ด้าน นายธนารัฐ สายเทพ นายอำเภอเมืองลำปาง  กล่าวเสริมว่า ทางฝ่ายปกครองได้รับรายงานจากผู้ใหญ่บ้านและกรรมการหมู่บ้านในพื้นที่ว่า ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา พบพฤติกรรมต้องสงสัยของรถยนต์แปลกปลอมต่างถิ่น จำนวน 2 คัน เป็นรถยี่ห้อมิตซูบิชิ และฮอด้า เข้ามาขับวนเวียน สตาร์ทรถเปิดแอร์จอดซุ่มอยู่ในหมู่บ้านหลายครั้ง จนชาวบ้านเกิดความตื่นตัวและสอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งจุดที่พบรถต้องสงสัยมาจอดนั้น เป็นจุดเดียวกับที่มีการนำยาบ้ามาทิ้งไว้

พฤติการณ์ดังกล่าวมีความคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่ อ.เถิน และ อ.แม่พริก ที่ผู้กระทำผิดนำของกลางมาจอดทิ้งไว้ หลังจากนี้จะได้สั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง เพิ่มความเข้มงวดในการสอดส่องสิ่งผิดปกติ พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิด (CCTV) ในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อเร่งแกะรอยหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Share:

หนุ่มทาสยาตกใจ ตำรวจ-ปกครองแจ้ห่มล้อมบ้าน สบโอกาสโยน 'ยาบ้า' ทิ้งข้างรั้ว สุดท้ายไม่รอดโดนรวบ


        เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายเอกศักดิ์ บุญพา นายอำเภอแจ้ห่ม และ พ.ต.อ.ประสิทธิ์ หล้าสมศรี ผกก.สภ.แจ้ห่ม ได้สั่งการให้กำลังฝ่ายความมั่นคง อ.แจ้ห่ม, สมาชิก อส.อ.แจ้ห่ม ที่ 7 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แจ้ห่ม รวม 15 นาย ลงพื้นที่ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นบุคคลเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ บ้านแม่ตาหลวง หมู่ 1 ตำบลปงดอน อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง



        จากการเข้าตรวจค้น สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 1 ราย โดยขณะเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวบนชั้น 2 ผู้ต้องหาได้พยายามโยนของกลางออกนอกหน้าต่างเพื่อหลบเลี่ยงความผิด ตกลงบริเวณข้างรั้วบ้าน ตรวจสอบพบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 51 เม็ด นอกจากนี้จากการตรวจปัสสาวะยังพบสารเสพติดในร่างกายอีกด้วย  เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.แจ้ห่ม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




ที่มา ที่ทำการปกครองอำเภอแจ้ห่ม 



Share:

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2569

เปิดกรุ 5 ส.ส.ลำปาง "ไพโรจน์" นั่งแท่นมหาเศรษฐีรวยกวาด 1.6 พันล้าน ขณะที่ "เพ็ญภัค" ครองแชมป์สายคลีน ไม่มีหนี้สินแม้แต่บาทเดียว

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยจากการตรวจสอบข้อมูลกลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลำปาง จำนวน 5 ราย พบว่ามีทรัพย์สินรวมกันทั้งสิ้นสูงถึง 2,123,825,554 บาท  

สำหรับผู้ที่มีทรัพย์สินมากที่สุดในกลุ่ม ส.ส.ลำปาง ได้แก่ นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อจากพรรคเพื่อไทย  ครองแชมป์ความมั่งคั่งด้วยยอดทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 1,642,589,255 บาท โดยแยกเป็นของตนเอง  1,578,263,576.04 บาท คู่สมรส  64,325,679.08 บาท  ขณะที่มีหนี้สินเบิกเกินบัญชีเพียง 66,309 บาท

โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่ของนายไพโรจน์ และคู่สมรส กระจายอยู่ในรูปของที่ดินมูลค่ากว่า 1,238 ล้านบาท เงินฝากในสถาบันการเงินกว่า 233 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างอีกกว่า 103 ล้านบาท รวมถึงเงินลงทุนและยานพาหนะรวมกันอีกหลายสิบล้านบาท

ด้าน นางทิพา ปวีณาเสถียร  ส.ส.ลำปาง เขต 1 พรรคประชาชน  มีทรัพย์สินรวมเป็นอันดับที่2  ด้วยจำนวน 457,839,795.82 บาท โดยมีรายการหลักเป็นที่ดินมูลค่ากว่า 342 ล้านบาท และโรงเรือนสิ่งปลูกสร้างอีกกว่า 108 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม นางทิพายังถือเป็นผู้ที่มีรายการหนี้สินสูงที่สุดในกลุ่ม สส.ลำปาง โดยมีหนี้สินเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินรวม 137,646,793.20 บาท

ขณะที่อันดับ3 เป็นของ น.ส.เพ็ญภัค รัตนคำฟู  ส.ส.ลำปางเขต 4 พรรคกล้าธรรม  แจ้งยอดทรัพย์สินรวม 13,905,888.03 บาท ประกอบด้วยที่ดิน โรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง ทรัพย์สินอื่น และเงินลงทุน โดย น.ส.เพ็ญภัคถือเป็น ส.ส. เพียงคนเดียวในกลุ่มนี้ที่ไม่มีรายการหนี้สินยื่นแสดงต่อ ป.ป.ช. ทำให้มีทรัพย์สินสุทธิเต็มจำนวนตามที่แจ้งไว้

ส่วน อันดับ4 นายชลธานี เชื้อน้อย ส.ส.ลำปาง เขต 3 พรรคประชาชน  ยื่นแสดงทรัพย์สินรวม 6,483,232.33 บาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่ดิน ยานพาหนะ และโรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง โดยมีหนี้สินเงินกู้และเงินเบิกเกินบัญชีรวม 313,594.01  บาท  และ อันดับสุดท้าย นายดาชัย เอกปฐพี ส.ส.ลำปางเขต 2 พรรคกล้าธรรม  มีทรัพย์สินรวม 3,007,383.17 บาท ซึ่งรวมถึงทรัพย์สินของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และมีหนี้สินเงินกู้สถาบันการเงิน 59,269 บาท

Share:

วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ฝ่ายปกครอง ตำรวจ สภ.วังเหนือ สนธิกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยหลวง บุกจับผู้ต้องหาคดียาเสพติด 2 ราย พร้อมยาบ้ารวม 395 เม็ด ก่อนคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

        เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 นายทศพล จักรบุญมา นายอำเภอวังเหนือ นายปัณณวิชญ์ ภูริรักษ์พิติกร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยหลวง พ.ต.อ.สมภพ สุภาพร ผกก.สภ.วังเหนือ และ พ.ต.ท.ดารัณ วันนาพ่อ รอง ผกก.สส.สภ.วังเหนือ  อำนวยการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.วังเหนือ จ.ลำปาง นำโดย พ.ต.ต.สุทธินันท์ เจริญอากานนท์ สว.สส.สภ.วังเหนือ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กองร้อย อส.อำเภอวังเหนือที่ 9 โดย นายอภิชาติ กันธิมา ปลัดอำเภอวังเหนือ และนายขวัญชัย กิติมาเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยหลวง สนธิกำลัง เปิดปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด สามารถจับกุมตัวได้ 2 ราย  ได้บริเวณถนนท้ายหมู่บ้านน้ำหลง หมู่ที่ 6 ตำบลวังซ้าย อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง


        ผลการจับกุมรายแรก เป็นชายอายุ 44 ปี ชาวหมู่ 6 ต.วังเหนือ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง พร้อมของกลางยาบ้า 391 เม็ด โดยกล่าวหาว่าจำหน่ายและเสพยาเสพติด ส่วนรายที่ 2 เป็นชายอายุ 39 ปี ชาวหมู่ 6 ต.วังเหนือ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง พร้อมของกลางยาบ้า 4 เม็ด 

         สอบถามได้ข้อมูลว่า รับยาเสพติดมาจากบ้านห้วยวาด และจะนำไปจำหน่าย โดยนัดหมายผู้ซื้อ ที่ป่าท้ายหมู่บ้านน้ำหลง เขตอุทยานแห่งชาติดอยหลวง โดยในเบื้องต้นตรวจสารเสพติด พบผลเป็นบวกทั้งสองคน




       เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังเหนือ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


Share:

ชูงานฝีมือภูมิปัญญาชาวบ้าน "กลุ่มสตรีบ้านฮักน้ำหลง" อ.สบปราบ รวมพลังสร้างอาชีพเสริม ถักร้อยเหรียญโปรยทานและไม้เสียบเงินแฮนด์เมด หนุนงานบุญใหญ่ด้วยความประณีต

ใกล้เข้ามาทุกทีกับเทศกาลงานบุญใหญ่ที่พุทธศาสนิกชนต่างตั้งตารอคอย สร้างบรรยากาศแห่งการทำบุญให้คึกคักและอิ่มเอมใจยิ่งขึ้น ปีนี้  “กลุ่มสตรีบ้านฮักน้ำหลง" ตำบลสมัย อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง ได้รวมตัวกันพลิกฟื้นและต่อยอดภูมิปัญญาพื้นบ้าน ถักร้อยผลงานแฮนด์เมดสุดประณีต ทั้งเหรียญโปรยทานและไม้เสียบเงิน/ไม้ผ้าป่าหลากสไตล์ ที่ไม่เพียงแต่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังเป็นการสร้างอาชีพและรายได้เสริมให้กับแม่บ้านในชุมชนอีกด้วย


นางอำไพ ทินชัย ตัวแทนกลุ่มสตรีบ้านฮักน้ำหลง ได้บอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการรวมกลุ่มว่า สมาชิกส่วนใหญ่ในชุมชนเป็นแม่บ้านและชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งเดิมทีรวมตัวกันทำหัตถกรรมทอผ้าเป็นหลัก ก่อนจะได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้เพิ่มเติมจากมหาวิทยาลัยราชภัฏ เพื่อต่อยอดให้ชาวบ้านมีอาชีพเสริม นำมาสู่การรวมพลังกันผลิตงานฝีมือประเภทเหรียญโปรยทานและไม้เสียบเงิน

“ตอนแรกก็มารวมกลุ่มกันทำทอผ้าก่อน ต่อมาก็ต่อยอดให้มีอาชีพเสริมขึ้นมา คือการทำพวงกุญแจและเหรียญโปรยทาน เพราะสามารถนำไปจำหน่ายควบคู่กับงานผ้าได้เวลาออกตลาด และเป็นสินค้าที่ผู้คนนิยมนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกันในงานบุญต่างๆ"  นางอำไพ กล่าว

สำหรับสินค้าที่ทางกลุ่มประดิษฐ์จะมีเหรียญโปรยทานรูปดอกไม้ เช่น กุหลาบหลากสีสัน พับจากริบบิ้นเนื้อเงาสวยงาม มีให้เลือกหลายโทนสี ทั้งชมพูพาสเทล ส้ม และฟ้า สดใสสะดุดตา บรรจุในแพ็กเกจอย่างดี สะอาด พร้อมนำไปใช้ในงานบุญ

เหรียญโปรยทานน้องแมวน่ารัก  งานฝีมือไอเดียเก๋ ประดิษฐ์เป็นรูปน้องแมวหน้าตาสดใส สวมกระโปรงบาน เพิ่มความน่ารักน่าเอ็นดูให้งานบุญ  และไม้เสียบเงิน / ไม้ผ้าป่าดอกไม้ประดิษฐ์  งานพับริบบิ้นดอกบัวและดอกไม้หลากสีบนไม้เสียบ เหมาะสำหรับนำไปปักต้นเงินหรือกฐินผ้าป่า ให้ความรู้สึกงดงาม

นางอำไพยังได้ฝากว่า "อยากฝากถึงทุกคน ช่วยสนับสนุนงานฝีมือของชาวบ้านและหมู่บ้านของเราด้วยนะคะ กว่าจะได้แต่ละชิ้นมีความยากและต้องอาศัยความตั้งใจ เพื่อช่วยสร้างขวัญกำลังใจและรายได้ให้พวกเราได้ผลิตผลงานดีๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องค่ะ"

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเหรียญโปรยทานสวยๆ หรือไม้เสียบเงินดีไซน์เก๋ไม่ซ้ำใคร สำหรับนำไปใช้ในงานบุญ งานกฐิน หรือพิธีสำคัญต่างๆ สามารถร่วมอุดหนุนและสนับสนุนผลิตภัณฑ์ฝีมือจากกลุ่มสตรีบ้านฮักน้ำหลง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกระจายรายได้สู่ชุมชนได้

บริการจัดส่งทั่วประเทศ สนใจสั่งซื้อ/สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กลุ่มสตรีบ้านฮักน้ำหลง อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง โทรศัพท์  086-1804107

 

Share:

สืบสวน สภ.แม่ทะ บุกจับ “บู้ น้ำโจ้” วัย 49 ปี คาบ้าน ยึดยาบ้า 115 เม็ด พร้อมซองแบ่งบรรจุ แจ้งข้อหามียาไว้เพื่อจำหน่ายและเสพยาเสพติด ก่อนส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

        เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569  เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.แม่ทะ จ.ลำปาง ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผกก.สภ.แม่ทะ และ พ.ต.ท.อนันต์ คำมี รอง ผกก.สส.สภ.แม่ทะ โดยมี พ.ต.ท.ประสิทธิ์ ยอดเรือน สว.สส.สภ.แม่ทะ และ ร.ต.อ.เสกสรรค์ สุยะวงค์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนร่วมปฏิบัติการ  นำกำลังเข้าจับกุมตัวนายบู้ อายุ 49 ปี ชาว ต.น้ำโจ้ อ.แม่ทะ พร้อมของกลางยาบ้า 115 เม็ด ซองแบ่งบรรจุยาบ้า 92 ซอง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และรถจักรยานยนต์ 1 คัน


        หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบที่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 1 ต.น้ำโจ้ อ.แม่ทะ  โดยกล่าวหาว่า จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย  หลังจับกุม เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ทะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Share:

เก๋งเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง หน้า อบต.แม่กัวะ อ.สบปราบ รถพังเสียหาย พบชายวัย 51 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ตำรวจเร่งสอบหาสาเหตุ

 

เมื่อเวลา 20.13 น. วันที่ 26 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สบปราบ จ.ลำปาง รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง มีผู้เสียชีวิต บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 660 ก่อนถึงจุดกลับรถหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลแม่กัวะ ต.แม่กัวะ อ.สบปราบ จ.ลำปาง จึงประสานร้อยเวรสอบสวนและแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลสบปราบเข้าตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยลำปาง จุดสบปราบ


ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อ BYD สีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างจนกระเด็นตกไปอยู่ในพงหญ้าข้างทาง สภาพรถจักรยานยนต์และพ่วงข้างแยกออกจากกันและได้รับความเสียหายอย่างหนัก ใกล้กันพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อภายหลังคือ นายพิตพิพัฒน์ อายุ 51 ปี ชาวบ้านปงกาพัฒนา หมู่ 6 ต.แม่กัวะ อ.สบปราบ จ.ลำปาง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างละเอียด

ภาพ: สมาคมกู้ภัยลำปาง

Share:

วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2569

รองนายกเทศมนตรีนครลำปาง แจงปมสั่งพนักงานจ้างย้ายทะเบียนบ้านเข้าพื้นที่ภายใน 3 เดือน ยันขอความร่วมมือ หวั่นเสียสถานะเทศบาลนคร กระทบงบประมาณและการจ้างงาน

 

กรณีเพจชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย เผยแพร่เอกสารบันทึกข้อความของเทศบาลนครลำปาง ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 เรื่องรายงานข้อมูลที่อยู่พนักงานจ้าง ซึ่งระบุถึงการให้พนักงานจ้างที่มีทะเบียนบ้านอยู่นอกเขตเทศบาล ดำเนินการย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาในเขตเทศบาลภายใน 3 เดือน หากไม่สามารถดำเนินการได้ให้แจ้งเป็นรายบุคคล จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของคำสั่งดังกล่าว

ล่าสุด นายสุวัฒน์ ตรีมานะพันธ์ รองนายกเทศมนตรีนครลำปาง ชี้แจงว่า เทศบาลนครลำปางเคยมีประชากรมากกว่า 70,000 คน แต่ปัจจุบันลดลงเหลือต่ำกว่า 50,000 คน ขณะที่ประชากรผู้สูงอายุมีสัดส่วนมากกว่า 34% ของประชากรในเขตเทศบาล ส่งผลให้จำนวนประชากรมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง

ตามหลักเกณฑ์การจัดตั้งเทศบาลนคร ต้องมีประชากรมากกว่า 50,000 คน เทศบาลจึงต้องการสนับสนุนให้มีประชากรเพิ่มขึ้นในเขตเทศบาล เพื่อรักษาสถานะเทศบาลนครลำปางไว้ เนื่องจากหากถูกปรับลดสถานะเป็นเทศบาลเมือง อาจส่งผลต่อการจัดสรรงบประมาณและเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งคำนวณตามจำนวนประชากรในพื้นที่

สำหรับการแจ้งให้พนักงานจ้างและลูกจ้างตามสัญญาย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาในเขตเทศบาลนั้น นายสุวัฒน์ ยืนยันว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อขอความร่วมมือ ไม่ได้มีเจตนาบังคับหรือมีเงื่อนไขให้ต้องย้ายเข้าทะเบียนบ้านส่วนกลางของเทศบาล โดยเปิดให้ดำเนินการได้หลายแนวทาง เช่น ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านของญาติพี่น้อง หรือให้บุคคลในครอบครัว รวมถึงบุตรหลาน ย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาอยู่ในเขตเทศบาลได้ โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ

นายสุวัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการพูดคุยกับพนักงานและลูกจ้าง พบว่าทุกคนเข้าใจเหตุผลและพร้อมให้ความร่วมมือ โดยย้ำว่าหากเทศบาลนครลำปางถูกปรับลดสถานะและงบประมาณลดลง ผู้ที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรงคือพนักงานจ้างและลูกจ้างตามสัญญา เนื่องจากงบประมาณที่ลดลงอาจทำให้เทศบาลมีข้อจำกัดในการจ้างบุคลากรกลุ่มดังกล่าว

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวเป็นกรณีที่มีการเผยแพร่เอกสารคำสั่งและคำชี้แจงจากฝ่ายบริหารเทศบาล โดยยังมีข้อสงสัยจากสังคมเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติและเงื่อนไขในการย้ายทะเบียนบ้าน ซึ่งควรมีการชี้แจงรายละเอียดให้ชัดเจน เพื่อให้พนักงานจ้างได้รับทราบและเข้าใจตรงกัน

 

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์