วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ตำรวจ สภ.ร่องเคาะ สนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมาย พบหนุ่ม 28 ไหวตัวโยนกระเป๋าทิ้งก่อนวิ่งหนีเข้าป่าหลังบ้าน ของกลางยาบ้า 240 เม็ด เร่งติดตามตัวดำเนินคดี

 

        เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ร่องเคาะ  อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ท.ธีระศักดิ์ ธัญธราดล สว.สภ.ร่องเคาะ นำกำลังชุดจับกุมโดย ร.ต.อ.พีรภาส ใยสำลี รอง สว.สส.สภ.ร่องเคาะ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 1 ต.ร่องเคาะ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง

        การเข้าตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายนำพา อายุ 28 ปี มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายยาเสพติด และมียาบ้าไว้ในครอบครองจำนวนมากเพื่อรอจำหน่าย

        เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงบ้าน พบผู้ต้องหาอยู่บริเวณห้องครัวหลังบ้าน และมีกระเป๋าคาดเอวลายพรางคาดอยู่ที่เอว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น แต่ผู้ต้องหาได้ถอดกระเป๋าคาดเอวโยนทิ้งลงพื้น ก่อนวิ่งหลบหนีออกทางหลังบ้าน เข้าทุ่งนาและป่าหลังบ้าน หลบหนีไปได้อย่างรวดเร็ว

        จากการตรวจค้นกระเป๋าคาดเอวต่อหน้าแม่ของผู้ต้องหา พบ ยาบ้า จำนวน 240 เม็ด แบ่งบรรจุในถุงพลาสติกชนิดกดรูด 2 ถุง (ถุงสีน้ำเงิน 200 เม็ด และถุงสีดำ 40 เม็ด) พร้อมโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน สีขาว 1 เครื่อง นอกจากนี้ยังตรวจยึดรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮา 1 คัน ที่จอดอยู่บริเวณบ้าน

        เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ร่องเคาะ เพื่อดำเนินคดีในความผิดฐาน จำหน่าย โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) เพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยผิดกฎหมายพร้อมเร่งติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Share:

กฟภ.ลำปาง แจ้งพื้นที่ดับไฟฟ้า อ.เมืองลำปาง วันที่ 13-20 กุมภาพันธ์ 2569

 


วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569

  • ตัดต้นไม้ใกล้แนวสายไฟ บริเวณปากซอยจามเทวี 3  เวลา 09.00-12.00 น. พื้นที่ไฟฟ้าดับ  บ้านจามเทวี ซอย 3


วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569

  • ย้ายเสาไฟฟ้าแรงสูงเข้าพื้นที่ส่วนบุคคล เวลา  09.00-13.00 น.  พื้นที่ไฟฟ้าดับ บ้านทุ่งฮั้ว  รพ.สต.บ้านทุ่งกล้วย  บ้านทุ่งกล้วย ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.บ้านเอื้อม และแม่ต๋ำการ์เด้นท์ฮิลล์ 


วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569

  • ปรับปรุงระบบจำหน่ายแรงสูง ตัดจ่ายระบบจำหน่ายและย้ายวงจรการรับไฟใหม่  เวลา 13.00-14.00 น.  พื้นที่ไฟฟ้าดับ  บ้านหนองห้า (ฝั่งโทกหัวช้าง)  บ้านหนองวัวเฒ่า บ้านโทกหัวช้าง จัดสรรศรีแสงทอง และบ้านหัวทุ่ง


วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569

  • ตัดต้นไม้ใกล้แนวสายไฟฟ้าแรงสูง และแก้ไขจุดเสี่ยงไฟฟ้าขัดข้อง  เวลา 09.00-15.00 น. พื้นที่ไฟฟ้าดับ  บ้านไร่พัฒนา  ลำปางยูไนเต็ด  จัดสรรลำปางรีสอร์ทแกรนด์วิลเลจ  ร้านอาหารเสือป่า  จัดสรรลำปางรีสอร์ท ALIVE  วนอุทยานม่อนพระยาแช่ โรสอินน์2  และวัดม่อนพระยาแช่ 

 


         ทั้งนี้ หากพื้นที่บริเวณที่ดับกระแสไฟฟ้าปฏิบัติงาน มีผู้ป่วยติดเตียงต้องการใช้กระแสไฟฟ้าสำหรับเครื่องมือทางการแพทย์ โปรดแจ้ง PEA ลำปาง ก่อนล่วงหน้า เพื่อติดตั้งเครื่องสำรองไฟฟ้า หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์ 054-251102

 

Share:

เส้นทางวิบาก "ดาชัย เอกปฐพี" นักสู้สนามเลือกตั้งท้องถิ่น-ระดับชาติ สู่บทใหม่ "ส.ส. ลำปาง" โค่นล้ม "โล่ห์สุนทร"

บนกระดานการเมืองเมืองรถม้า ชื่อของ ดาชัย เอกปฐพี” (หรือชื่อเดิม ดาชัย อุชุโกศลการ) ไม่ใช่ชื่อใหม่ แต่เป็นชื่อที่ถูกจารึกไว้ในฐานะ นักสู้ที่ไม่เคยยอมแพ้ผ่านสมรภูมิเลือกตั้งมานับสิบปี จนกระทั่งผลการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กลายเป็นจุดหักเหสำคัญที่ทำให้เขาก้าวข้ามบทบาท ผู้สมัครสู่การเป็น ผู้แทนได้สำเร็จ

  • จากแกนนำมวลชน สู่สนามเลือกตั้ง

จุดเริ่มต้นของดาชัยบนเส้นทางการเมืองมาจากการเป็นแกนนำภาคประชาชน เขาเคยดำรงตำแหน่งประธานสมาพันธ์พลังมวลชนจังหวัดลำปาง และมีบทบาทโดดเด่นในฐานะแกนนำคนเสื้อแดงในพื้นที่ การคลุกคลีกับชาวบ้านและกลุ่มเป้าหมายในระดับรากหญ้ากลายเป็นฐานทุนสำคัญที่ทำให้เขาตัดสินใจลงสู่สนามเลือกตั้ง ทั้งในระดับท้องถิ่น (ส.จ. และ นายก อบจ.)

ก่อนปี 2555 ดาชัยเริ่มสร้างฐานการเมืองจากการเป็น สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ลำปาง ในพื้นที่อำเภอเมืองลำปาง (เขตตำบลพิชัย) ซึ่งเป็นฐานเสียงที่เหนียวแน่นที่สุดของเขา โดยในช่วงนั้นเขาเป็นที่รู้จักในฐานะนักการเมืองคนรุ่นใหม่ที่มีบทบาทโดดเด่นในการประสานงานมวลชน 

เมื่อครั้งหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ. 2563

  • การก้าวขึ้นสู่สนาม "นายก อบจ.ลำปาง"

หลังจากสั่งสมบารมีในฐานะ ส.อบจ. เขาได้ตัดสินใจขยับขึ้นมาชิงตำแหน่งนายก อบจ.ลำปาง   ในปี 2555  โดยได้รับคะแนนเสียงถึง 111,448 คะแนน แม้จะพ่ายแพ้ให้กับแชมป์เก่าอย่าง นางสุนี สมมี แต่คะแนนในครั้งนั้นถือเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้เขากลายเป็นที่จับตามองในระดับจังหวัด

  • มรสุมกฎหมายและการพิสูจน์ตัวตน

ต่อมา เมื่อปี 2555 ดาชัย ถูกจับกุม ในข้อหาฉ้อโกง เอี่ยวคดีโกงสอบตำรวจ จ.นครราชสีมา  โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนครราชสีมา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม ขณะที่นายดาชัยกำลังหาเสียงการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง บริเวณตลาดสดบ้านฟ่อน   ก่อนจะได้ประกันตัวออกมาแถลงข่าวว่าตนเองถูกกลั่นแกล้งและไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว  ต่อมานายดาชัยได้ถูกควบคุมตัวเข้าไปยังเรือนจำจังหวัดนครราชสีมา  และถูกคัดค้านการประกันตัวมาตลอด 13 ครั้ง จึงต้องใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำนานถึง 17 เดือน  5 วัน  กระทั่งศาลยกฟ้องคดี ดังกล่าวเมื่อปี 2562

 ปี 2563  ดาชัย ลงนายก อบจ.ลำปาง ชิงเก้าอี้กับ ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร  โดย ตวงรัตน์ ชนะขาดลอย ได้คะแนน 220,284 คะแนน  ส่วนดาชัย ได้  176,410 คะแนน  ทิ้งห่าง ไป 43,874 คะแนน  

ดาชัยแถลงข่าวทั้งน้ำตาไม่เกี่ยวข้องกับคดีโกงสอบ เมื่อวันที่ 14 มิ.ย 55 (แฟ้มภาพ)

  • วิบากกรรมรอบที่ 2 กองปราบบุกจับปี 66

เส้นทางของดาชัยไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเผชิญกับมรสุมครั้งใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงปี 2566 เมื่อถูกเจ้าหน้าที่กองปราบฯ เข้าควบคุมตัวในคดีที่เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบนายสิบตำรวจ ขณะลงเลือกตั้ง ส.ส.ลำปาง เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ  เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นพาดหัวข่าวใหญ่ไปทั่วประเทศ และถูกฝ่ายตรงข้ามนำมาใช้เป็นประเด็นโจมตีทางการเมืองอย่างหนัก

อย่างไรก็ตาม ดาชัยเลือกที่จะสู้ด้วยการยืนยันความบริสุทธิ์ เขาได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ให้ความเชื่อมั่นในคุณสมบัติและโอกาสในการทำงาน จนได้รับโอกาสให้กลับมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในสนามเลือกตั้ง

 


  • กลับสู่สนามเลือกตั้ง นายก อบจ.

กุมภาพันธ์ ปี 2568 ดาชัยกลับมาลงสมัคร นายก อบจ.ลำปาง อีกครั้งในนาม "กลุ่มพลังลำปาง" (เบอร์ 1) เพื่อท้าชิงกับ น.ส.ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร จากพรรคเพื่อไทย  ครั้งได้คะแนน 103,064 คะแนน  ขณะที่ น.ส.ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร จากพรรคเพื่อไทย  ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 196,842  คะแนน


  • เลือกตั้ง69 ล้มบ้านใหญ่ "เพื่อไทย"

ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ดาชัยในนาม พรรคกล้าธรรม ตัดสินใจลงชิงพื้นที่เขต 2 ลำปาง ซึ่งเป็นพื้นที่ฐานเสียงเดิมที่แข็งแกร่งของพรรคเพื่อไทย การหาเสียงในรอบนี้ ดาชัยชูนโยบายการเมืองแบบ "คนทำงาน" และการเข้าถึงพื้นที่อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี

ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นการล้มยักษ์อย่างแท้จริง เมื่อเขาสามารถเอาชนะทั้ง "กระแสส้ม" จากพรรคประชาชน และ "บ้านใหญ่โล่ห์สุนทร" จากพรรคเพื่อไทยไปได้ แม้จะถูกตามมาด้วยการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่จาก มิ้วส์ สุวิภา กุศลจูง พรรคประชาชนที่ได้คะแนนเป็นอันดับ 2  เนื่องจากจำนวนบัตรเสียที่สูงผิดปกติ แต่ในเบื้องต้น ชื่อของดาชัย เอกปฐพี ก็ได้ขยับขึ้นมาเป็น "ส.ส.ลำปาง" ผู้สร้างปรากฏการณ์พลิกโฉมการเมืองจังหวัดลำปางไปตลอดกาล

เส้นทางของดาชัยคือบทเรียนของความอดทน  แม้จะผ่านคดีความและคำครหา แต่การรักษาฐานเสียงในพื้นที่และการเลือกสังกัดพรรคกล้าธรรมที่นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส่งผลให้เขากลายเป็นหนึ่งในขุนพลหลักของพรรคกล้าธรรมที่ปักธงในลำปางได้สำเร็จ

Share:

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

“มิ้วส์ สุวิภา” พรรคประชาชน ยื่นกกต.ลำปาง จี้สอบปมบัตรเสียพุ่ง 7,000 ใบ หวั่นกระทบผลคะแนนเขต 2

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวสุวิภา กุศลจูง หรือ "มิ้วส์" ผู้สมัคร ส.ส.ลำปาง เขต 2 พรรคประชาชน พร้อมทีมงาน เดินทางเข้าพบนายทองเนตร ดูใจ  ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำปาง (กกต.ลำปาง) เพื่อติดตามและขอตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังพบความผิดปกติของจำนวน บัตรเสียในเขตเลือกตั้งที่ 2 ซึ่งสูงถึงประมาณ 7,000 ใบ

นางสาวสุวิภา เปิดเผยว่า ทางทีมงานและประชาชนในพื้นที่มีความกังวลอย่างมากต่อความโปร่งใสในกระบวนการนับคะแนน เนื่องจากจำนวนบัตรเสียที่พุ่งสูงถึง 7,000 ใบนั้น ถือเป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญ และสามารถส่งผลโดยตรงต่อผลแพ้-ชนะของการเลือกตั้งในครั้งนี้

ด้าน กกต.ลำปาง ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้ พร้อมให้คำแนะนำแก่ผู้สมัครและตัวแทนพรรค ให้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานที่ชัดเจนซึ่งบ่งชี้ถึงความไม่โปร่งใส หรือความผิดปกติที่เกิดขึ้นในหน่วยเลือกตั้งต่าง ๆ เพื่อใช้ประกอบการยื่นคำร้องคัดค้านอย่างเป็นทางการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ขณะเดียวกัน คณะทำงานพรรคประชาชนจังหวัดลำปาง ได้ประกาศขอแรงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขต 2 หากใครพบเห็นเหตุการณ์หรือมีหลักฐานความไม่ชอบมาพากลระหว่างการลงคะแนนหรือการนับคะแนน โดยเฉพาะการคัดแยกบัตรเสียอย่างไม่เป็นธรรม สามารถส่งข้อมูลและหลักฐานได้ที่เพจเฟซบุ๊ก พรรคประชาชน ลำปาง - People Party Lampang” เพื่อร่วมกันรักษาสิทธิและคะแนนเสียงของประชาชนให้โปร่งใสที่สุด


ด้านนายทองเนตร ดูใจ ผอ.กกต.ลำปาง  กล่าวว่า  เบื้องต้นทางผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน เขต 2 ได้มาปรึกษาหารือว่าอยากจะยื่นขอนับคะแนนใหม่ ยังไม่ได้นำเอกสารหลักฐานมายื่นแต่อย่างใด  โดยเฉพาะการยื่นทักท้วงคณะกรรมการนับคะแนนประจำหน่วยเลือกตั้ง ตามกฎหมายจะต้องมีเอกสารประกอบเป็น หนังสือคำร้องยื่นทักท้วงที่หน่วยเลือกตั้ง และแบบรายงานรับเรื่องทักท้วงของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง    เช่น เมื่ออาสาสมัครของพรรคการเมืองต่างๆที่ประจำอยู่ที่หน่วยเลือกตั้งนั้นๆ เห็นความผิดปกติ จะต้องยื่นทักท้วงการนับคะแนนไปยังคณะกรรมการหน่วยเลือกตั้ง เมื่อคณะกรรมการรับเรื่องจะต้องทำการบันทึกแบบสมุดรายงานทักท้วง  ณ หน่วยเลือกตั้ง ส่งไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งนั้น  จึงจะนำหลักฐานตรงนี้มายื่น กกต.จังหวัดเพื่อขอทำการนับคะแนนใหม่ได้   ดังนั้น จึงแนะนำทางผู้สมัครไปว่าหากมีอาสาสมัครของพรรคยื่นทักท้วงที่หน่วยไว้ ให้นำหลักฐานมายื่นให้ทาง กกต.อีกครั้งหนึ่ง  

ผอ.กกต.ลำปาง กล่าวว่า สำหรับบัตรเสียที่ปรากฏของเขต 2 จำนวน 7,000 กว่าใบนั้น หากนำมาหารกับจำนวนหน่วยเลือกตั้งในเขตแล้ว จะพบว่าเฉลี่ยอยู่หน่วยละ 21 ใบต่อหน่วย  ถ้าหน่วยเลือกตั้งนั้นมีผู้มีสิทธิ 500 คน ก็อาจจะดูว่ามีบัตรเสียไม่มาก  แต่ถ้าหน่วยนั้นผู้มีสิทธิ 100 กว่าคน ก็อาจเป็นข้อสังเกตว่ามีบัตรเสียมากผิดปกติ  แต่อย่างไรก็ตาม หากพบความผิดปกติ ก็สามารถยื่นร้องเรียนมายัง กกต.ได้  

Share:

เปิดชื่อ 5 ว่าที่ ส.ส.ลำปาง 'โล่ห์สุนทร' รั้งที่นั่งเดียวในบัญชีรายชื่อ ส่วนประชาชน 'ทิพา-ชลธานี' จับมือรักษาเก้าอี้ ด้าน 'ดาชัย-เพ็ญภัค' คว้าชัยในนามกล้าธรรม

 


            การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 ที่ผ่านมา  ทราบผลอย่างไม่เป็นทางการมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

          สำหรับการเลือกตั้งครั้งที่ของ จ.ลำปาง นับว่าเป็นการพลิกเกมการเมืองเลยก็ว่าได้ เมื่อพรรคเพื่อไทยหลุดเก้าอี้ ส.ส.เขตทั้งหมด  โดยผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดทั้ง 4 เขต ประกอบด้วย เขต 1 นางทิพา ปวีณาเสถียร  พรรคประชาชน   เขต 2 นายดาชัย เอกปฐพี พรรคกล้าธรรม   เขต 3 นายชลธานี  เชื้อน้อย  พรรคประชาชน   และเขต 4  น.ส.เพ็ญภัค รัตนคำฟู  พรรคกล้าธรรม   

        ขณะเดียวกัน แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ได้ที่นั่ง ส.ส.เขต  แต่ตระกูล “โล่ห์สุนทร” ยังคงอยู่กับ จ.ลำปาง  เนื่องจาก นายไพโรจน์  โล่ห์สุนทร  ยังได้รับตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 4

  • 5 ว่าที่ ส.ส.ลำปาง 

        นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ว่าที่ ส.ส.ลำปาง สมัยที่ 10  ได้รับเลือกเป็น ส.ส.ตั้งแต่ปี 2531  ในนามพรรคเอกภาพ   และในปี 2544 ได้สังกัดพรรคไทยรักไทย  และได้รับเลือกตั้งอีกสมัย กระทั่งถูกตัดสิทธิทางการเมืองเนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรค  และได้กลับมาลงเลือกตั้งอีกครั้ง ในปี พ.ศ. 2562  ซึ่งได้รับเลือกตั้ง เป็น ส.ส.เขต 2 สมัยที่ 8  ในสังกัดพรรคเพื่อไทย  ต่อมาได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยในปี 2566  นับว่า “ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร” เป็น ส.ส. ที่อายุมากที่สุด  90 ปี


          นางทิพา ปวีณาเสถียร  ว่าที่ ส.ส.ลำปางเขต 1 สมัยที่สอง จากพรรคประชาชน  เป็นคนลำปางโดยกำเนิด จบการศึกษา จบปริญญาโทจากสาขารัฐศาสตร์มหาบัณฑิต การเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เคยลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคอนาคตใหม่ เมื่อปี 62 และได้คะแนนมาเป็นอันดับ 2 รองจากกิตติกร โล่ห์สุนทร พรรคเพื่อไทย   เมื่อการเลือกตั้งปี 2566 สามารถล้มกิตติกรได้ไม่เห็นฝุ่น จากแรงสนับสนุนคนรุ่นใหม่ และกระแสจากพรรคก้าวไกล  และครั้งนี้ กลับมารับชัยชนะอีกครั้ง

        นายดาชัย เอกปฐพี ว่าที่ ส.ส.ลำปาง เขต 2 พรรคกล้าธรรม  นับว่าเป็นบุคคลที่เอาการเอางาน มุ่งมั่นและจริงจังอย่างยิ่งในงานการเมือง เคยลงสมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.ลำปาง ซึ่งดาชัยมักจะได้ลำดับที่ 2 มาครองทุกครั้งด้วยคะแนนที่ไม่ได้ขี้เหร่   ดาชัยเคยจัดตั้งพรรคการเมืองชื่อว่า พรรคพลังประเทศไทย โดยตนเองเป็นหัวหน้าพรรค และลงสมัคร ส.ส.ลำปางเขต 2 แต่ก็พ่ายแพ้ให้กับพรรคเพื่อไทยทุกครั้งไป   

        การต่อสู้ของดาชัยไม่หยุดนิ่ง ปี 2566  ดาชัย ลงชิงเก้าอี้ ส.ส.ลำปาง แต่ครั้งนี้ย้ายไปลงเขต 3 ในนามพรรคพลังประชารัฐ  โดยได้คะแนนลำดับที่ 3 รองจาก ชลธานี เชื้อน้อย และจรัสฤทธิ์ จันทร์สุรินทร์   ปี 2567 ดาชัยกลับมาลงชิงตำแหน่งนายก อบจ.ลำปาง แต่ก็พ่ายแพ้ให้กับ ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร   จนกระทั่งล่าสุด ปี 2569  ดาชัยลงเลือกตั้ง ส.ส.ลำปางเขต 2 กับพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นเขตบ้านเกิดของตัวเอง และครั้งนี้เขาทำสำเร็จ สามารถคว้าคะแนนจากประชาชนในเขต 2 ได้อย่างท่วมท้น ได้ตำแหน่งว่าที่ ส.ส.ลำปาง ไปครอบครอง


        นายชลธานี เชื้อน้อย ว่าที่ ส.ส.เขต 3 พรรคประชาชน  ประสบความสำเร็จในการลงสมัครเลือกตั้งอีกครั้ง หลังจากที่ เพียวเคยลงสมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ในปี 62  ได้คะแนนมาเป็นลำดับที่ 2  พ่ายให้กับจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ ในปี 2566 เพียวกลับมาลง ส.ส.อีกครั้งในนามพรรคก้าวไกล และได้ใจชาวบ้านเขต 3  และล้มช้างอย่าง จรัสฤทธิ์ ไปได้อย่างขาดรอย   ครั้งนี้ก็เช่นกันเพียวยังคงรักษาเก้าอี้ ส.ส.ลำปางไว้ได้  


        น.ส.เพ็ญภัค รัตนคำฟู  ว่าที่ ส.ส.เขต 4 พรรคกล้าธรรม    น.ส.เพ็ญภัค ก้าวเข้าสู่สนามการเมืองท้องถิ่น ด้วยการดำรงตำแหน่งเทศมนตรีตำบลเกาะคา ตั้งแต่ปี 2543-2545  ต่อมา ปี 2547  ได้ลงเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลเกาะคา และชนะการเลือกตั้ง ได้ครองตำแหน่งนายกเทศมนตรีจนครบวาระในปี 2551 จากนั้นสมัยที่ 2 และ 3 ก็ยังได้รับตำแหน่งนายกเทศมนตรีจนครบวาระ  กระทั่งเข้าสู่ยุค คสช. เพ็ญภัคได้นั่งรักษาการในตำแหน่งจนถึงปี 2563  และนั่งเก้าอี้นายกต่อสมัยที่ 4 ในการเลือกตั้งปี 2564  กระทั่ง ปี 2568 ได้พ่ายแพ้ให้กับนายคมสันต์ ขวัญวงค์ ไปเพียง 25 คะแนน 

        ต่อมาได้เปิดตัวลงสมัคร ส.ส.ลำปางเขต 4 ในนามของพรรคกล้าธรรม โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกฯ ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงอย่างหนัก ทั้งในพื้นที่ อ.เถิน อ.เสริมงาม อ.เกาะคา  ทำให้เพ็ญภัคได้รับเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยคะแนนท่วมท้น

Share:

วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ตำรวจ ปทส.สนธิกำลังลำปาง บุกยึดคืนป่าสงวนแม่พริก หลังพบนายทุนล้อมรั้ว–ตัดไม้หวงห้าม

วันที่ 6 ก.พ. 69  ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) กองกำกับการ 4 บก.ปทส. สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้จังหวัดลำปาง และฝ่ายปกครองอำเภอแม่พริก เข้าตรวจยึดคืนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีกลุ่มนายทุนลักลอบบุกรุกป่า ปักรั้วลวดหนาม แผ้วถางพื้นที่ และตัดไม้หวงห้าม โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย

การปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการ บก.ปทส., พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง รอง ผบก.ปคม. รักษาราชการแทน รอง ผบก.ปทส., พ.ต.อ.ณัทกฤช น้อยคำปัน ผู้กำกับการ 4 บก.ปทส. พร้อมด้วย พ.ต.ท.เกียรติพันธ์ เจริญชนิกานต์ รอง ผกก.4  ร.ต.ท.วสุอนันต์ สารีพันธ์ รอง สว. (ป)  และชุดปฏิบัติการ กก.4 บก.ปทส. จังหวัดลำปาง

นอกจากนี้ ยังบูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) กรมป่าไม้ นำโดย นายเมธี ศาสตร์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์ฯ, นายกรัณย์พล แสงทอง ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 ลำปาง, นายกมล ร่างมณี ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า รวมถึงเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.1 (แม่พริก) และฝ่ายปกครองในพื้นที่

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ จุดเกิดเหตุในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่พริก บริเวณบ้านเชียงรายลุ่ม หมู่ 3 ตำบลแม่พริก อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง พบการแผ้วถางป่าในวงกว้าง มีร่องรอยการตัดไม้หวงห้ามหลายชนิด และพบไม้ของกลางกองอยู่ในพื้นที่ แต่ไม่พบบุคคลใดอยู่ในที่เกิดเหตุ และยังไม่สามารถระบุตัวผู้ครอบครองพื้นที่และไม้ของกลางได้

จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกจำนวน 11 ไร่ 3 งาน 42 ตารางวา คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐ 809,034 บาท พร้อมตรวจยึดไม้ของกลาง ประกอบด้วย ไม้สักท่อน จำนวน 28 ท่อน  มูลค่า 321,600 บาท, ไม้แดงท่อน จำนวน 4 ท่อน มูลค่า 20,000 บาท, ไม้เต็ง จำนวน 2 ท่อน มูลค่า 3,325 บาท และไม้พลวง จำนวน 2 ท่อน มูลค่า 2,100 บาท

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษในความผิดตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 11, มาตรา 54 และมาตรา 69 รวมถึงความผิดตาม พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 และได้นำของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อเร่งสืบสวนติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Share:

สลด! กระบะเฉี่ยวชนมอเตอร์ไซค์ หนุ่มใหญ่เสียชีวิตกลาง ถนนลำปาง–งาว จุดทางโค้งกิ่วไร่ ช่วงก่อสร้างถนน คาดมอเตอร์ไซค์แซงไม่พ้น

 

          เมื่อเวลาประมาณ 20.20 น. ของวันที่ 6 ก.พ.2569  ร.ต.อ.นพคุณ ใจแข็ง  รอง สว.(สอบสวน)  สภ.บ้านเสด็จ อ.เมืองลำปาง ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุอุบัติเหตุรถกระบะเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์  มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บนถนนสายลำปาง-งาว บริเวณขาล่องลงเนินกิ่วไร่ (ช่วงจุดที่มีการก่อสร้างทาง)  หมู่ 15 ต.บ้านเสด็จ อ.เมือง จ.ลำปาง จึงประสานแพทย์นิติเวช พร้อม จนท.กู้ชีพกู้ภัยบ้านเสด็จ  ออกตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน จ.ลำปาง จอดอยู่กลางถนนได้รับความเสียหายบริเวณด้านหน้ารถ โดยมีนายวิถี  ชาวบ้านหมู่ 1 ต.บ้านแหง อ.งาว จ.ลำปาง แสดงตัวเป็นคนขับรถ ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด



ส่วนคู่กรณีเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ ทะเบียน จ.ลำปาง ล้มอยู่กลางถนนได้รับความเสียหาย  ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิตนอนอยู่กลางถนน ทราบชื่อต่อมาคือ  นายเลิศ ธีรบรรจง อายุ 52 ปี เป็นราษฎรบ้านแม่ทรายคำ หมู่ 6 ต.ต้นธงชัย อ.เมืองลำปาง

​​เบื้องต้น ทราบว่าผู้ตายทำงานอยู่ที่ อ.แม่เมาะ และอยู่ระหว่างการขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านพักที่ ต.ต้นธงชัย อ.เมืองลำปาง  แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นช่วงทางโค้งกิ่วไร่และมีการก่อสร้างทางให้ใช้เลนสวนกัน มีคนเห็นว่ารถจักรยานยนต์พยายามจะแซงรถคันหน้า แต่แซงไม่พ้นจึงได้เฉี่ยวชนกับรถยนต์กระบะที่สวนมาอย่างรุนแรง จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว

หลังจากทำการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น  จึงได้มอบร่างให้ญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป  ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนคู่กรณีและพยานหลักฐานอย่างละเอียด

​เครดิตภาพ: ผู้ใหญ่เอกวัสส์ หิรัญกุลสมบูรณ์

Share:

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ตำรวจ สภ.แม่ทะ ล่อซื้อกวาดล้างยาเสพติดพื้นที่ ต.นาครัว อ.แม่ทะ จับ 2 ผู้ต้องหา พร้อมยาบ้า หลังหนึ่งในผู้ต้องหาพยายามทิ้งของกลางลงส้วม

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้นโยบายปราบปรามยาเสพติดของ พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ ผบก.ภ.จว.ลำปาง และ พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผกก.สภ.แม่ทะ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่อย่างเข้มข้น

โดย พ.ต.ท.อนันต์ คำมี รอง ผกก.สืบสวน สภ.แม่ทะ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประสิทธิ์ ยอดเรือน และกำลังเจ้าหน้าที่ ออกทำการสืบสวน จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ในพื้นที่ ต.นาครัว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง

รายแรก จับกุมนาย โหม่ง” (ขอสงวนชื่อสกุลจริง) ด้วยวิธีล่อซื้อ ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 10 เม็ด และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง แจ้งข้อหา จำหน่ายและครอบครองยาบ้าเพื่อการค้า และเสพยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย

รายที่สอง จับกุมนาย โป้” (ขอสงวนชื่อสกุลจริง) ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายยาบ้าอีกทอดหนึ่ง ขณะเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม ผู้ต้องหาได้พยายามทิ้งยาบ้าลงในโถส้วมภายในบ้าน ตรวจพบยาบ้าตกค้างอยู่ในโถชักโครกจำนวน 1 เม็ด


          โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ทะได้ทำการล่อซื้อยาบ้าจากนายโหน่งจำนวน 10 เม็ด โดยนายโหน่งได้ซัดทอดว่าซื้อยาบ้ามาจากนายโป้อีกต่อหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านของนายโป้ ซึ่งพบว่านายโป้อยู่ในห้องน้ำได้พยายามนำสิ่งของบางอย่างราดลงโถส้วม จึงได้เรียกให้ออกมา จากการตรวจสอบพบยาบ้าตกค้างอยู่ในโถส้วม 1 เม็ด จึงคุมตัวนายโป้ไปที่บ่อเกรอะเพื่อตรวจสอบ  ซึ่งพบเพียงซองยาบ้าสีฟ้าและสีดำ 2 ซองอยู่ในบ่อเกรอะ นายโป้อ้างว่าเป็นของเก่า  เจ้าหน้าที่จึงได้คุมตัว พร้อมแจ้งข้อหา จำหน่ายและครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) เพื่อการค้า ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          ที่มา เซเว่น นัมเบอร์

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์