วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เทศบาลนครลำปางลุยรื้อสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำเหมืองสาธารณะ ข้างเซ็นทรัลลำปาง ที่เหลือ 16 ราย หลังพบก่อสร้างไม่ได้รับอนุญาต

เทศบาลนครลำปางบูรณาการร่วมหลายหน่วยงาน เดินหน้ารื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำเหมืองสาธารณประโยชน์บริเวณข้างศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าลำปาง ถนนลำปาง-งาว ตำบลสวนดอก อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง หลังดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566

        เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 เทศบาลนครลำปาง พร้อมด้วยสถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง ที่ทำการปกครองอำเภอเมืองลำปาง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดลำปาง การประปาส่วนภูมิภาคสาขาลำปาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ดำเนินการเจรจาและรื้อถอนอาคาร รวมถึงสิ่งปลูกสร้างที่ก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และรุกล้ำลำเหมืองสาธารณประโยชน์  จำนวน 16 ราย   เริ่มดำเนินการตั้งแต่ 4 มิถุนายน เป็นต้นไป 


        การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 เพื่อดูแลรักษาและคุ้มครองที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน รวมทั้งป้องกันการบุกรุกพื้นที่สาธารณะและรักษาประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำในเขตเมือง 

        ก่อนการรื้อถอน เทศบาลนครลำปางได้มีคำสั่งให้นายกเทศมนตรีนครลำปางแจ้งเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารและสิ่งปลูกสร้างทั้ง 16 ราย ให้ดำเนินการรื้อถอนภายใน 60 วันนับจากวันที่รับทราบคำสั่ง พร้อมปิดประกาศคำสั่งไว้ ณ อาคารและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา แต่เมื่อพ้นกำหนดเวลา เจ้าของอาคารยังไม่ดำเนินการรื้อถอนตามที่กฎหมายกำหนด

        เทศบาลนครลำปางจึงใช้อำนาจตามกฎหมายกำหนดเข้ารื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว โดยผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนทั้งหมด พร้อมทั้งประกาศห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ เพื่อความปลอดภัยและไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

        สำหรับพื้นที่ดังกล่าวเคยมีการดำเนินการรื้อถอนมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2566 โดยเจ้าหน้าที่สำนักการช่าง เทศบาลนครลำปาง ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอเมืองลำปาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ลงพื้นที่เข้ารื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำลำเหมืองสาธารณประโยชน์ ซึ่งในขณะนั้นมีผู้พักอาศัยอยู่ในพื้นที่รวม 22 ราย

        ทั้งนี้ การดำเนินการรื้อถอนในปี 2569 ถือเป็นการต่อเนื่องจากมาตรการจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะของเทศบาลนครลำปาง





Share:

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ปิดภารกิจค้นหา "ตาอ้าย" วัย 80 ปี หลังหายเข้าป่านาน 13 วัน พบเป็นศพในป่าเขตวังเหนือ จ.ลำปาง

ปิดฉากภารกิจค้นหาผู้สูญหายที่ชาวบ้านและหลายหน่วยงานร่วมกันระดมกำลังออกติดตามนานกว่า 13 วัน หลังพบร่างของ "ตาอ้าย" หรือ นายอ้าย เหมยตั๋น อายุ 80 ปี ชาวบ้านบ้านขันหอม ตำบลแม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เสียชีวิตอยู่ภายในป่าเขตรอยต่อพื้นที่อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง

        สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 นายอ้ายได้ออกจากบ้านในช่วงเช้า เวลาประมาณ 08.36 น. โดยสวมเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีแดง ก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ท่ามกลางความเป็นห่วงของครอบครัวและชาวบ้าน โดยเบาะแสในช่วงแรกคาดว่าผู้สูญหายอาจเดินเข้าป่าบริเวณท้ายหมู่บ้านและพลัดหลงเข้าไปในพื้นที่ป่ารอยต่อระหว่างอำเภอเวียงป่าเป้ากับอำเภอวังเหนือ

        ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน อาสาสมัครกู้ภัย รวมถึงชาวบ้านในพื้นที่ ได้ร่วมกันระดมกำลังค้นหาทั้งทางภาคพื้นดินและตามแนวป่าอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่พบตัวผู้สูญหาย

        กระทั่งเวลา 18.18 น. วันที่ 3 มิถุนายน 2569 สมาคมกู้ภัยอัมรินทร์ใต้ตอบโต้ภัยพิบัติเชียงราย  และกู้ภัยสยามรวมใจเชียงราย  ได้รับแจ้งว่า มีชาวบ้านพบร่างชายเสียชีวิตอยู่ภายในป่า พื้นที่บ้านแม่เฮียว อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง คาดว่าเป็นนายอ้าย เหมยตั๋น  เจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังพร้อมอุปกรณ์เข้าตรวจสอบร่วมกับชาวบ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

        เมื่อเดินทางถึงจุดเกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ภายในป่า ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นนายอ้าย เหมยตั๋น ผู้สูญหายที่มีการประกาศติดตามค้นหามาตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการกู้ร่างออกจากพื้นที่ ก่อนประสานพนักงานสอบสวน สภ.แม่เจดีย์ และ สภ.วังเหนือ ร่วมตรวจสอบ และนำร่างส่งโรงพยาบาลเพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดต่อไป

        การพบร่างในครั้งนี้นับเป็นการยุติภารกิจค้นหาที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนาน 13 วัน ท่ามกลางความเสียใจของครอบครัว ญาติ และชาวบ้านในพื้นที่ที่ร่วมเฝ้าติดตามข่าวและให้กำลังใจตลอดช่วงเวลาการค้นหา

        พร้อมกันนี้  สมาคมกู้ภัยวังเหนือ ได้รับการติดต่อจากญาติผู้เสียชีวิต ขอรับบริจาคโลงศพให้ทางกู้ภัยสยามรวมใจ เวียงป่าเป้า นำร่างตาอ้ายส่งกลับภูมิลำเนาที่ ต.แม่เจดีย์ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย 

ขอบคุณภาพจาก สมาคมกู้ภัยอัมรินทร์ใต้ตอบโต้ภัยพิบัติเชียงราย 

Share:

สืบลำปางบุกจับคารัง รวบหนุ่มใหญ่ พบยาบ้า 861 เม็ด เตรียมขยายผลเครือข่าย

  


       เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดลำปาง นำโดย พ.ต.อ.ไพโรจน์ ทองขาว ผกก.สส.ภ.จว.ลำปาง, พ.ต.ท.ปรัชญารัตน์ จำปา รอง ผกก.สส.ภ.จว.ลำปาง, พ.ต.ท.ณภัทร แสนชัยชุม สว.กก.สส.ภ.จว.ลำปาง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ กก.สส.ภ.จว.ลำปาง และ กก.สส.3 บก.สส.ภ.5 ร่วมกันจับกุมนายสน (นามสมมุติ) อายุ 46 ปี ชาวอำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 861 เม็ด

        การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า บ้านพักของผู้ต้องหามักเป็นแหล่งมั่วสุม สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งยังได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายสนมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและมักพกยาบ้าติดตัวอยู่เป็นประจำ

        เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเป้าหมาย พบนายสนยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านในลักษณะมีพิรุธ จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบและขอทำการตรวจค้น เบื้องต้นนายสนยอมรับว่าได้เสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้ และยังมียาบ้าเก็บซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน จึงนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น

        ผลการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 861 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางและควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้างฉัตร เพื่อดำเนินคดีในข้อหา “จำหน่ายโดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต”


Share:

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ชาวบ้านสุดทน แจ้งตำรวจ รวบคู่ผัวเมียหัวจ่ายยาบ้า “กิ่ง-ชา” นากว้าว แม่ทะ!


เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ทะ สนธิกำลังฝ่ายปกครอง เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล บุกจับกุมคู่ผัวเมียผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่บ้านนากว้าว ตำบลป่าตัน อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง พร้อมตรวจยึดยาบ้ารวม
837 เม็ด อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ และอุปกรณ์แบ่งบรรจุยาเสพติดจำนวนมาก

การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐบาล โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง และ พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ที่กำชับให้ทุกสถานีตำรวจในพื้นที่เร่งปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง


เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 13.30 น. ชุดสืบสวน สภ.แม่ทะ นำโดย พ.ต.ท.ประสิทธิ์ ยอดเรือน สว.สส.สภ.แม่ทะ ร.ต.อ.เสกสรรค์ สุยะวงค์ รอง สว.สส.ฯ ,ร.ต.ท.ประพจน์ สุทน รอง สว.(สส.),ร.ต.ท.บุญยฤทธิ์ นิลเป้า พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่ทะ นำโดย นายชวิช วงค์คำ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง เข้าตรวจค้นบ้านพักไม่มีเลขที่ หมู่ 1 บ้านนากว้าว ตำบลป่าตัน

ผลการตรวจค้นสามารถจับกุม นายชา อายุ 45 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 834 เม็ด ซองพลาสติกสำหรับแบ่งจำหน่ายยาเสพติด 70 ซอง อาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง โดยแจ้งข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เสพยาเสพติด และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

นอกจากนี้ ยังจับกุม นางสาวกิ่ง อายุ 40 ปี พร้อมยาบ้า 3 เม็ด และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย

ภายหลังการจับกุม ชาวบ้านในพื้นที่ต่างแสดงความดีใจและโล่งใจเป็นอย่างมาก หลายรายโทรศัพท์แจ้งสายตรงถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอบคุณชุดจับกุม พร้อมระบุว่า ผู้ต้องหาทั้งสองเป็นปัญหาสำคัญของชุมชนมานาน และการจับกุมครั้งนี้ทำให้ชาวบ้านรู้สึกปลอดภัยและสบายใจขึ้นอย่างมาก

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ทะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เครดิตภาพ/ข่าว เซเว่น นัมเบอร์

 


Share:

เปิดเงื่อนไข การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ วันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569



คลังเตรียมเปิดลงทะเบียนยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตั้งแต่วันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 พร้อมร่วมกับมหาดไทยสำรวจกลุ่มชายขอบที่อาจมีคุณสมบัติแต่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยการดำเนินโครงการดังกล่าว ถือเป็นการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีคุณสมบัติตรงตามกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง
ให้ได้รับสิทธิสวัสดิการพื้นฐานของภาครัฐและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ยังเปิดเผยอีกว่า ขอให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบันเข้าลงทะเบียนยืนยันสิทธิ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติตามเกณฑ์ใหม่ โดยสรุปได้ดังนี้
    1.คุณสมบัติผู้ลงทะเบียน
    1) มีสัญชาติไทย และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
     2) ไม่เป็นบุคคลดังต่อไปนี้
        - ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
        - ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ นักเรียน นักศึกษา
        - ข้าราชการ พนักงานราชการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
        - พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี
         - ผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด หรือบำเหน็จรายเดือนจากภาครัฐ
         - ผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน
 - ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือถือครองตราสารหนี้
- ผู้มีกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญและชำระเบี้ยประกันตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
- ผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร
3) มีรายได้หรือมีการจ่ายเงินให้แก่บุคคลใดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
4) ไม่มีบัตรเครดิต
5) ไม่มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทเกิน 100,000 บาท
6) ไม่มีเงินฝาก สลาก รวมกันเกิน 100,000 บาทต่อปี
7) ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ดังต่อไปนี้
        -ห้องชุดรวมกันทุกแห่ง ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร
        -บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมกันทุกแห่ง ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา
        -กรณีเป็นเกษตรกร ที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 10 ไร่
        -กรณีไม่ได้เป็นเกษตรกร มีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 1 ไร่
😎 ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือยานพาหนะอื่น ยกเว้น รถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุของกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ประเภทละไม่เกิน 1 คัน
ทั้งนี้ รายละเอียดคุณสมบัติตามมติที่คณะรัฐมนตรีกำหนดปรากฏตามเอกสารแนบท้าย

พร้อมนี้ คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ดำเนินการสำรวจผู้ที่มีคุณสมบัติและยังไม่เคยมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐของ มท. เพื่อนำมาตรวจสอบตามคุณสมบัติใหม่ข้างต้นด้วย

    2.ขั้นตอนการดำเนินการ
    1) ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบัน ต้องทำการลงทะเบียนยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ทุกราย โดยสามารถลงทะเบียนยืนยันสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่
- แอปพลิเคชันเป๋าตัง และแอปพลิเคชันทางรัฐ
- เว็บไซต์ของโครงการ: https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th
- เครื่อง ATM ของบริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ)
- หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง : ธนาคารกรุงไทยฯ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

    2) กระทรวงมหาดไทย (มท.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และเมืองพัทยา จะดำเนินการสำรวจผู้ตกหล่นตามฐานข้อมูลความจําเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ของกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) หรือระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และลงทะเบียนข้อมูล ผ่านระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐของ มท. โดยเจ้าหน้าที่ของ มท. กทม. และเมืองพัทยา จะอำนวยความสะดวกในการรับลงทะเบียนในพื้นที่โดยตรง

    3) การประกาศผลผู้ลงทะเบียนจะมีในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผ่านช่องทางแอปพลิเคชันเป๋าตัง และแอปพลิเคชันทางรัฐ เว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง พร้อมทั้งเปิดให้ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแต่ยังไม่เคยมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน เข้าไปยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันที่ประกาศผล (17 กรกฎาคม 2569) ผ่านช่องทางแอปพลิเคชันเป๋าตัง และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง และสามารถใช้สิทธิสวัสดิการตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

    4) สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ สามารถอุทธรณ์ผลการตรวจสอบผ่านช่องทาง แอปพลิเคชันเป๋าตัง และแอปพลิเคชันทางรัฐ เว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง ได้ตั้งแต่วันที่ 17- 31 กรกฎาคม 2569 โดยจะต้องไปแก้ไขข้อมูลที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติที่หน่วยตรวจสอบคุณสมบัติตามที่ได้รับแจ้งให้ครบทุกเกณฑ์ ภายในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 และกระทรวงการคลังจะประกาศผลการอุทธรณ์ดังกล่าวในวันที่ 14 กันยายน 2569 ซึ่งผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในรอบอุทธรณ์สามารถยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันที่มีการประกาศผล และใช้สิทธิสวัสดิการได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

3.การจัดสรรประชารัฐสวัสดิการสำหรับโครงการฯ
ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและยืนยันตัวตนแล้วจะได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ได้แก่ (1) วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษาและวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม จากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และร้านอื่น ๆ ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด จำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน (2) วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าตามที่กระทรวงพลังงานกำหนด จำนวน 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน (3) วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ จำนวน 750 บาทต่อคนต่อเดือน โดยสามารถใช้โดยสารได้กับระบบขนส่ง 8 ประเภท ได้แก่ (1) รถองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) (2) รถบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) (3) รถไฟฟ้า บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพจำกัด (มหาชน) (Bangkok Mass Transit System : BTS) รถไฟฟ้ามหานคร Metropolitan Rapid Transit : MRT) และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (4) รถไฟ (5) รถเอกชนร่วม ขสมก. รถเอกชน และส่วนราชการกรุงเทพมหานคร (6) รถเอกชนร่วม บขส. และรถเอกชน (7) รถสองแถวรับจ้าง และ (😎 เรือโดยสารสาธารณะ โดยไม่จำกัดวงเงินตามประเภทรถ (4) มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า อุดหนุนค่าไฟฟ้าจำนวน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้ไฟฟ้าเกินวงเงินที่กำหนด ผู้ที่ได้รับสิทธิจะเป็นผู้รับภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมด และ (5) มาตรการบรรเทาภาระค่าน้ำประปา อุดหนุนค่าน้ำประปาจำนวน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท ผู้ที่ได้รับสิทธิ ยังคงได้รับการสนับสนุนในวงเงิน 100 บาท และจะต้องชำระส่วนที่เกิน 100 บาท ด้วยตนเอง แต่หากใช้น้ำประปาเกิน 315 บาท ผู้ที่ได้รับสิทธิจะเป็นผู้รับภาระค่าน้ำประปาทั้งหมด
ข้อมูลเพิ่มเติม : ติดตามรายละเอียดโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 และข้อมูลข่าวสารได้ทางเว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :
-ระบบยืนยันการลงทะเบียนของผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: Helpdesk 02-640-3701 (8.00 – 18.00 น. ทุกวัน) และสำนักงาน
ปลัดกระทรวงการคลัง โทร. 02-126-5900 ต่อ 30353 – 30355 (08.30 – 16.30 น. วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์)
-ระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐของกระทรวงมหาดไทย: สำนักบริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย โทร. 02-791-7517 (08.30 – 16.30 น. วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์)
-คุณสมบัติและวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 08-5842-7102 ถึง 7109 และสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง โทร. 09-4858-9794 (08.30 – 16.30 น. วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์)
-ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร. 02-109-2345 (08.30 – 17.30 น. วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์)
-การลงทะเบียนสวัสดิการอื่น ๆ ผ่านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์: ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. 1300
Share:

โรงพยาบาลมะเร็งลําปาง รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานกระทรวงสาธารณสุขทั่วไป เงินเดือน 15,000 บาท ตั้งแต่ วันที่ 10 -16 มิ.ย.69

ด้วยโรงพยาบาลมะเร็งลําปาง ประสงค์จะรับสมัครบุคคลเพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานกระทรวงสาธารณสุข ประเภทพนักงานกระทรวงสาธารณสุขทั่วไป ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการจ้างพนักงานกระทรวงสาธารณสุข การสรรหาและเลือกสรรรวมทั้งแบบสัญญาจ้าง พ.ศ. 2556 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2556 และประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดประเภท ตำแหน่ง ลักษณะงาน และคุณสมบัติเฉพาะของกลุ่ม และการจัดทำกรอบอัตรากําลังพนักงานกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2556 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2556 ประกอบคำสั่งกรมการแพทย์ ที่ 1209/2563 ลงวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ.2563 เรื่อง มอบอำานาจดำเนินการเกี่ยวกับพนักงานกระทรวงสาธารณสุข จึงประกาศรับสมัครสรรหาและเลือกสรร ดังต่อไปนี้

ชื่อกลุ่มงาน ตำแหน่ง และรายละเอียดการจ้างงาน

กลุ่มตามลักษณะงาน       บริหารทั่วไป

ชื่อตำแหน่ง                   นักวิเคราะห์นโยบายและแผน

กลุ่มงานที่จะปฏิบัติ          กลุ่มงานบริหารทั่วไป

ลักษณะงานที่จะปฏิบัติ ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการวิเคราะห์นโยบายและการวางแผน ซึ่งมีลักษณะงานที่ปฏิบัติเกี่ยวกับการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ประสานแผน ประมวลแผน พิจารณา เสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายและเป้าหมายของส่วนราชการ หรือนโยบาย แผนงาน และโครงการทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การบริหาร หรือความมั่นคงในระดับประเทศ รวมถึงประเด็นปัญหาทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อประกอบการกำหนดนโยบาย จัดทำแผนหรือโครงการของส่วนราชการ หรือใช้เป็นข้อมูลสำหรับกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาในระดับประเทศ แล้วแต่กรณี และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง

อัตราว่าง                    1 อัตรา

ค่าจ้างที่จะได้รับ          เดือนละ 15,000.- บาท

ระยะเวลาการจ้าง         นับแต่วันทำสัญญาจ้าง ถึงวันที่ 30 กันยายน 2572

การรับสมัคร วัน เวลา และสถานที่รับสมัคร ให้ผู้ประสงค์จะสมัครสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ ที่ www.pch.go.th หรือ ดาวน์โหลดใบสมัครทาง QR Code และยื่นใบสมัครด้วยตนเองที่ งานทรัพยากร บุคคล กลุ่มงานบริหารทั่วไป ภารกิจด้านอำนวยการ โรงพยาบาลมะเร็งลำปาง ตั้งแต่วันที่ 10-16 มิถุนายน 2569 ในวันและเวลาราชการ 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

Share:

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ไฟไหม้ร้านสะดวกซักกลางเมืองลำปาง! คาดไฟฟ้าลัดวงจรหลังเครื่องซักผ้า เจ้าหน้าที่คุมเพลิงทันหวิดลามทั้งร้าน

       ระทึก เกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านสะดวกซักริมถนนลำปาง-แม่ทะ ใกล้โรงเรียนจิตต์อารี เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยเร่งเข้าระงับเหตุได้อย่างรวดเร็ว เบื้องต้นพบต้นเพลิงเกิดจากบริเวณด้านหลังเครื่องซักผ้าภายในร้าน คาดสาเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจร ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

        เมื่อเวลา 11.55 น. วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ศูนย์วิทยุ 191 จังหวัดลำปาง ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในร้านเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ บริเวณถนนลำปาง-แม่ทะ ใกล้โค้งโรงเรียนจิตต์อารี อำเภอเมืองลำปาง หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองเขลางค์นคร พร้อมด้วยสมาคมกู้ภัยลำปาง และหน่วยกู้ภัยสว่างนครลำปาง เข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

            เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงที่เกิดเหตุ พบกลุ่มควันและเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้บริเวณด้านหลังเครื่องซักผ้าภายในร้าน เจ้าหน้าที่จึงใช้อุปกรณ์ดับเพลิงเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยสามารถระงับเพลิงไว้ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ให้ลุกลามไปยังเครื่องซักผ้าเครื่องอื่นหรืออาคารข้างเคียง

            จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณด้านหลังเครื่องซักผ้าหนึ่งเครื่อง โดยคาดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ส่งผลให้เกิดประกายไฟและลุกไหม้ขึ้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง พร้อมประเมินมูลค่าความเสียหายต่อไป

            เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากเจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมเพลิงได้อย่างทันท่วงที.

Share:

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ยกระดับสิ่งแวดล้อม! กฟผ.แม่เมาะปรับปรุงโรงไฟฟ้าเครื่อง 12-13 ติดระบบลดมลพิษรุ่นใหม่ รับมาตรฐานปี 2575

        


โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ชี้แจงความก้าวหน้าโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 12-13 ยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ มุ่งยืดอายุการใช้งาน เสริมเสถียรภาพระบบไฟฟ้าภาคเหนือ ควบคู่กับการดูแลคุณภาพชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน

        นายอลงกรณ์ พุ่มรักธรรม ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ชี้แจงความก้าวหน้าโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 12-13 ณ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เพื่อสื่อสารทิศทางแผนการดำเนินงานและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้



  • ติดตั้งระบบ AQCS รุ่นใหม่  โรงไฟฟ้าแม่เมาะจะติดตั้งระบบควบคุมมลพิษทางอากาศรุ่นใหม่ (New Air Quality Control System) เพื่อรองรับมาตรฐานการระบายมลพิษฉบับใหม่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2575

  • วบคุมมลสารครอบคลุม 3 ด้าน ระบบใหม่นี้จะเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOx), กำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ($SO_2$) และกำจัดฝุ่นละอองที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อคุณภาพอากาศของชุมชนรอบพื้นที่

  • บริหารต้นทุนเพื่อประชาชน  เลือกใช้แนวทาง "ปรับปรุงหม้อไอน้ำเดิม" แทนการติดตั้งใหม่ทั้งหมด เพื่อควบคุมต้นทุนการลงทุน และช่วยรักษาระดับค่าไฟฟ้าให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม ไม่กระทบต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจ




        ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างเตรียมการรื้อถอนอาคารบางส่วน เพื่อรองรับการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ โดย กฟผ. ได้กำหนดมาตรการควบคุมผลกระทบอย่างใกล้ชิด  โดยการใช้เทคนิค "ตัดแทนทุบ"  เพื่อลดผลกระทบด้านฝุ่น เสียง และแรงสั่นสะเทือน เนื่องจากพื้นที่ทำงานอยู่ใกล้กับหน่วยผลิตไฟฟ้าอื่นที่ยังเดินเครื่องอยู่   พร้อมกันนี้อยู่ระหว่างจัดทำรายงานการเปลี่ยนแปลงรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ให้สอดคล้องกับรูปแบบการปรับปรุงโรงไฟฟ้าและข้อกำหนดกฎหมายฉบับใหม่

        สำหรับขั้นตอนการดำเนินงาน ปัจจุบันอยู่ระหว่างเสนอรายงานศึกษาความเหมาะสมเพื่อขออนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล ก่อนเข้าสู่กระบวนการจัดหาและประกวดราคา  และคาดว่าจะเริ่มงานปรับปรุงและติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ ในปี 2571  และจะสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2574  

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์