วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

สังคมดาวแปดแฉกออนไลน์ วันที่ 20-26 พฤศจิกายน 2564

 


ลูกโม่.38 มารายงานผู้อ่านตามปกติที่นี่ "ลานนาโพสต์" หนังสือพิมพ์ออนไลน์ท้องถิ่นลำปาง ที่อ่านได้ทั่วโลก @@@@ เรื่องการเมืองระดับชาติแม้ดูจะร้อนส่อจะยุบสภาเร็ววันนี้ แต่ลูกโม่.38 อยู่เบื้องหลังการเมืองมาพอสมควร ยืนยันว่าไม่มียุบไม่มีลาออก แต่จะประคองไปแบบเฉียดฉิวแบบยุบก่อนจะครบเทอมไม่กี่เดือน  @@@@ การแต่งตั้งตำรวจและโยกย้ายระดับ รองผบก.และ ผกก. ในส่วนของตำรวจภาค 5 มีการโยกย้ายสับเปลี่ยนกันหลายตำแหน่ง แถมวิ่งกันฝุ่นตลบ เส้นใครเส้นมัน นายใครนายมัน และที่สำคัญต้องใจถึง กล้าได้กล้าเสีย เพราะต้องทุ่มเหมือนเดิม @@@@ ล่าสุดตำรวจภูธรภาค 5 เจ้าของประกาศ “อินทนนท์1” พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 สะบัดปากกาเซ็นเรียบร้อยไปแล้ว @@@@ พ.ต.อ.กฤษดา พันธ์เกษม รองผบก.พะเยา เมืองปลาส้ม แค่ขยับมาเป็นรองผบก.แพร่ @@@@ พ.ต.อ. ศักดิ์ศรี ยะปาละ รอง ผบก.ภ.จ.ลำพูน เป็นรอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง @@@@ พ.ต.อ.สิริมล วิสุทธิกุล ผกก.สภ.ขุนตาล จ.เชียงราย เป็น รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง ส่วนมือปราบเก่าสไตล์ใจเย็นใช้สมองมากกว่าใช้กำลัง พ.ต.อ.วิภาส ศศิธร ผกก.สภ.เถิน จ.ลำปาง เป็น ผกก.สภ.เกาะคา จ.ลำปาง @@@@ พ.ต.อ.กฤษฎา พงษ์สุวรรณ ผกก.สภ.เกาะคา จ.ลำปาง เป็น ผกก.สภ.โหล่งขอด จ.เชียงใหม่ รายนี้ถือว่าลดชั้น @@@@ มาแบบผงาดเพราะเป็น นรต.รุ่น 58 เป็นตำรวจอ่อนน้อมถ่อมตนนักข่าวชอบมาก เพราะไม่ทำตัวเป็น ตร.เทวดา พ.ต.ท.มนัสชัย อินเถื่อน รอง ผกก. สส.สภ.เมืองเชียงใหม่ คว้าตำแหน่งเป็น ผกก.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ @@@@ สำหรับ นายตำรวจท่านนี้เคยอยู่ลำปางนานหลายปี ลูกโม่.38 คุ้นเคยดีในฐานะนักข่าวกับตำรวจ แม้จะย้ายไปอยู่เชียงใหม่ แต่เมื่อพบเจอที่ไหนเข้ามาทักเข้ามาไหว้เหมือนเดิม @@@@ ยินดีด้วยกับตำรวจนิสัยดีอีกคน คือ พ.ต.ท.สราวุธ จันมะโน รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ขยับนั่งแท่นเป็น ผกก.สภ.สันทราย จ.เชียงใหม่ @@@@ ที่ผ่านมาทำงานแบบล้ำลึกเยือกเย็นเด็กเส้นแต่ทำตัวเป็นคนธรรมดาๆ @@@@ ส่วน พ.ต.อ.สังเวียน อินตากูล คนบ้านเอื้อมลำปาง รอง ผบก.ภ.จว.ตาก เป็นรองผกก.แม่ฮ่องสอน นายตำรวจท่านนี้ ลูกโม่.38 รับประกันไม่มีการขับรถไปร้องไห้ไปแน่นอน เพราะใจเต็มร้อยอยู่แล้ว @@@@ พ.ต.อ.กฤษฏิ์ชีระ วิริยะเสรี ผกก.สภ.บ้านเสด็จ ลำปาง ย้ายไปเป็น ผกก.วังเหนือ @@@@ พ.ต.อ.สมพงษ์ บุญมาประเสริฐ ผกก.สภ.แจ้ห่ม ไปเป็น ผกก.สภ.งาว ลำปาง @@@@ ส่วนพรานเหนือเจ้าพ่อน้ำโท้งบ่อแฮ้ว พ.ต.อ.โสภณ ผลกันทา ผกก.สภ.เขลางค์นคร จำใจไปเป็น ผกก.สภ.เมืองปาน ลำปาง แบบไม่เต็มใจ เพราะถือว่าเป็นการย้ายลดชั้น แต่เจ้าตัวบอกลูกโม่.38 ก่อนโผโยกย้ายจะคลอดเป็นเดือนว่าจะพยายามวิ่งเต้นเกาะอยู่ที่เดิม แต่ไม่บอกว่าต้องจ่ายเสบียงเท่าไหร่ @@@@ แต่ในที่สุดก็ต้องไปแต่ก็ปลงเพราะอายุราชการก็เหลือเพียง 10 เดือน เท่านั้น @@@@ ส่วนผู้มาแทนถือว่าเป็นเด็กนายอีกคน ขยับมาคุม สภ.เขลางค์นคร คือ พ.ต.อ.ณัฐญ์วสุภ์ แสงณิรัตศัย  ผกก.ฝอ.บก.อก.สตม. @@@@ สภ.เขลางค์นครถือเป็น สภ.หม้อแกงเงินหม้อแกงทองของใครหลายคน เพราะพื้นที่เก็บเกี่ยวผลิตผลมากมายทั้งโรงงานสถานบันเทิงรายใหญ่รายเล็กรายน้อย @@@@ ที่สำคัญมีเจ้ามือหวย และโรงงานล้วนแต่เป็นบ่อเงินบ่อทองทั้งนั้น เมื่อก่อน สภ.เมืองลำปาง เคยเป็น สภ.เต็งหนึ่งมีรายได้งาม แต่เมื่อมีการขยายเขตรับผิดชอบ สภ.เขลางค์ฯ ก็ได้เป็น สภ.ที่ใครได้มาคุมถือว่าไม่ธรรมดาแต่นั่นก็หมายความว่าใช่จะเสวยสุขอย่างเดียวเขตนี้มักมีเหตุอุกอาจทางอาชน เพราะต้องรับผิดชอบมากดว่า 60 ชุมชนใหญ่ 

Share:

วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

“เทศกาลโคมแสนดวงลำพูน” อลังการโคมหลากสีสัน ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย


งานประเพณีลอยกระทง หรือ ประเพณียี่เป็ง นับเป็นประเพณีที่ “ชาวล้านนา” ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน จนเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ และ เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลดังกล่าว

 

ตั้งแต่เมื่อครั้งโบร่ำโบราณนานมา “การถวายโคมแสนดวง” จัดทำขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาต่อองค์พระธาตุเจ้าหริภุญชัย และเพื่อเคารพสักการะพระนางจามเทวีปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลำพูน เมื่อถึงงานเทศกาลยี่เป็ง ชาวล้านนาจะนิยมประดับประดาตกแต่งบ้านเรือนให้สวยงามด้วยการจุดผางประทีปหรือประดับโคมไฟให้สว่างสดใสตลอดช่วงเทศกาล 

 


ทั้งนี้ “ชาวล้านนา” มีความเชื่อว่าการทำโคม เป็นการบูชาพระพุทธเจ้าที่ประทับ บนสรวงสวรรค์ และแสงประทีปจากโคมจะช่วยส่องประกายให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง อยู่เย็นเป็นสุข

 

ด้วยเหตุนี้ทาง “เทศบาลเมืองลำพูน” จึงร่วมกับชุมชนได้ทำการเตรียมโคมหลากสีสัน ไว้ถวายเป็นพุทธบูชา และรองรับนักท่องเที่ยวที่นอกจากจะเดินทางมาชมความงามระยิบระยับของโคมไฟโบราณภายในวัดพระธาตุเจ้าหริภุญชัยแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถเขียนชื่อและข้อความอธิษฐานขอพรลงบนโคม แล้วแขวนตามจุดสถานที่ต่างๆ ที่ทางผู้จัดเตรียมไว้ เพื่อเป็นพุทธบูชา ให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง ร่วมถึงเป็นการสะเดาะเคราะห์ตามความเชื่อของชาวล้านนา

 


นอกจากนี้ “เทศกาลโคมแสนดวง” ที่เมืองลำพูน ยังเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความสวยงามและความศรัทธาของคนลำพูน ที่นอกจากจะส่งเสริมการท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ และกระจายรายได้ให้กับชุมชน รวมถึงเป็นการสืบสานภูมิปัญญาในการประดิษฐ์โคมล้านนาที่มีหลากหลายรูปแบบ เช่น โคมธรรมจักร โคมดาว โคมไห โคมเพชร ฯลฯ โคมต่างๆ เหล่านี้ ส่วนใหญ่ใช้ไม้ไผ่นำมาขึ้นโครง ติดกระดาษสาหรือผ้าดิบ ตัดลายกระดาษสีเงิน สีทอง ประดับตกแต่งลวดลายอย่างสวยงาม

 

ในปัจจุบันโคมถูกนำไปใช้อย่างหลากหลาย เช่น ประดับตกแต่งโรงแรม รีสอร์ท วัด หรือสถานที่ต่างๆ เพื่อความสวยงาม เทศกาลโคม จึงไม่ได้แฝงแค่ความสวยงามของการท่องเที่ยว แต่ยังแฝงถึงคุณค่าทางวัฒนธรรมที่ยังคงมีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นทั้งเรื่องความเชื่อ ความศรัทธาและขนบธรรมเนียมจารีตประเพณีที่ดีงาม

 

สำหรับผู้สนใจ เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูนประจำปี 2564 สามารถไปร่วมชมสีสันอันน่าตื่นตาตื่นใจของโคมไฟหลากสีสันที่ส่องแสงระยิบระยับยามราตรีได้ที่ วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.ลำพูน โดยนักท่องเที่ยวร่วมแขวนโคมเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาได้ ซึ่งในโอกาสนี้ ททท.สำนักงานลำปาง ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว 50 ท่านแรก ร่วมสนุกด้วยกันกับกิจกรรม "Stay ลำพูน Cool โคมแสนดวง" สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไปร่วมงานเทศกาลโคมแสนดวง ประจำปี 2564 ณ วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร หรือ อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี จ.ลำพูน ตั้งแต่วันนี้-19 พฤศจิกายน 2564

 

กติกาคือ

1. แชร์โพสต์นี้ (ตั้งเป็นสาธารณะ)

2. โพสต์รูปตัวเองเช็คอิน ณ งานเทศกาลโคมแสนดวง หน้าเฟซบุ๊คตัวเอง (ตั้งเป็นสาธารณะ)

3. ติดแฮชแท็ค 3 อันได้แก่ #เที่ยวโคมแสนดวงกับททท #ลำพูนAmazingยิ่งกว่าเดิม #ทททสำนักงานลำปาง

4. เมื่อโพสต์แล้วให้สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อกรอกข้อมูลการร่วมกิจกรรม โดยต้องแนบหลักฐานการเข้าพัก ณ จังหวัดลำพูนหรือลำปางเท่านั้น

เพียงแค่นี้คุณก็ได้สิทธิรับย่ามผ้ายกดอกเมืองหละปูนจาก ททท.สำนักงานลำปาง


กอบแก้ว แผนสท้าน....เรื่อง

เพจโคมแสนดวงวัดพระธาตุหริภุญชัย...ภาพ

 

 

Share:

วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

จ.ลำปาง ประกอบพิธีมอบแบบผ้าบาติก ลายพระราชทาน 3 ลาย ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา แก่ตัวแทนหน่วยงาน พช. ในพื้นที่



สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำปาง สนองพระปณิธาน สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ สืบสานภูมิปัญญาผ้าถิ่นไทย ประกอบพิธีมอบแบบผ้าบาติก ลายพระราชทาน แก่เจ้าหน้าที่ตัวแทนหน่วยงานพัฒนาชุมชนในเขตท้องที่ ให้นำขยายผลมอบต่อแก่ช่างทอ ขับเคลื่อนโครงการภูมิปัญญาผ้าไทย

นายสิธิชัย  จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานพิธี เชิญแบบผ้าบาติก ลายพระราชทาน “ปาเต๊ะร่วมใจเทิดไท้เจ้าหญิง” “ท้องทะเลไทย” และ “ป่าแดนใต้” ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ประกอบพิธีส่งมอบให้แก่ตัวแทนเจ้าหน้าที่ ข้าราชการหน่วยงานในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชนในเขตท้องที่จังหวัดลำปาง โดยได้นำเจ้าหน้าที่ ทั้งพัฒนาการจังหวัด และพัฒนาการอำเภอ จากทั้ง 13 อำเภอ 14 หน่วยงาน เข้าร่วมพิธีทำการรับมอบ แบบผ้าบาติก ลายพระราชทาน จำนวน 3 ลาย ต่อเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ณ ห้องประชุมเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านจังหวัดลำปาง ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดลำปาง



โดยแบบผ้าบาติก ลายพระราชทานทั้ง 3 ลาย ดังกล่าว จะเป็นต้นแบบให้ช่างทอผ้าพื้นบ้าน ตามชุมชนพื้นที่ต่างๆ ได้นำไปพัฒนาออกแบบเป็นเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ตามวิถีที่เป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น ตามพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”

ซึ่งผ้าบาติก ลายพระราชทาน “ปาเต๊ะร่วมใจเทิดไท้เจ้าหญิง” เป็นลายผ้าที่ได้สื่อถึงธรรมชาติอันบริสุทธิ์ วิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่งดงาม  โดยลวดลายจะประกอบด้วย ลายนกยูง หมายถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา,  ลายคลื่นน้ำ หมายถึง ท้องทะเลภาคใต้ ที่มีธรรมชาติอันสวยงาม,  ลายเรือกอและ หมายถึง วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของภาคใต้ที่ควรรักษาไว้, ลายดอกไม้โปรย หมายถึงมิตรภาพและความจริงใจที่ประชาชนชาวภาคใต้มอบให้กับพระองค์ ลายพระอาทิตย์ หมายถึง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว, ลายกรอบตัว S (อักษรพระนามาภิไธย S) หมายถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

ส่วนผ้าบาติก ลายพระราชทาน “ท้องทะเลไทย” จะมีลวดลายประกอบไปด้วย ลายกะละปังหา หมายถึง ต้นกะละปังหาที่แตกกิ่งก้านออกเป็นรูปพัดเป็นบ้านของสัตว์ทะเลหลายชนิด, ลายม้าน้ำ ที่ขดตัวเป็นอักษรพระนามาภิไธย S หมายถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา, ลายคลื่น ที่ล้อไปกับอักษรพระนามาภิไธย หมายถึง ความห่วงใยในสิ่งแวดล้อมของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา, ลายดาวทะเล หมายถึง สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์แห่งท้องทะเลไทย

และลายพระราชทาน “ป่าแดนใต้” จะมีลวดลายประกอบไปด้วย ลายดอกดาหลา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของดอกไม้พื้นถิ่นภาคใต้, ลายนกเงือก 10 ตัว หมายถึง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และยังหมายถึงความรักที่ซื่อสัตย์, ลายเถาไม้รูปตัว S หมายถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา, ลายคลื่นตัว S กับลายลูกปลากุเลา หมายถึง ความห่วงใยในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภาคใต้ ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา, ลายปารังและลายต้นข้าว หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ของภาคใต้



โดยแบบผ้าพระราชทานทั้ง 3 ลวดลายนี้ จังหวัดลำปางจะได้มีการนำไปเป็นแบบอย่างในการจุดประกายความคิดให้กับช่างทอผ้าท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการพัฒนาลวดลายผ้า และพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยในชุมชนให้มีความร่วมสมัย สามารถที่จะก้าวไปสู่ระดับสากลเพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืนต่อไป

ซึ่งในส่วนนี้ทางจังหวัด จะได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการสวมใส่ผ้าไทยตามโอกาสต่างๆ เช่น กิจกรรมผ้าไทยใส่ไปวัด ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา, กิจกรรมใส่ผ้าไทยให้งามสง่า ในวันแห่งความสุขสากล, กิจกรรมผ้าไทยสีสันสดใสคลายลมร้อน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์, กิจกรรมเยาวชนสวมใส่ผ้าไทยสไตล์ร่วมสมัย ในวันเยาวชนแห่งชาติ  และกิจกรรมสวมผ้าไทยลายภูมิปัญญาตามโทนสี ในวันสำคัญและงานรัฐพิธีต่างๆ เป็นต้น




Share:

ลำปางเดินหน้าโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการทุพพลภาพในพื้นที่ ด้วยศาสตร์คลื่นพลังงานธรรมชาติ

 


          ที่หอประชุม ที่ว่าการอำเภอแม่ทะจังหวัดลำปาง  นางวรรณวิไล กันเพ็ชร์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง นายกสมาคมพลังบำบัดไทย  พร้อมด้วย ดร.ภูวนาท รองทอง  ประธานเครือข่ายภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยจังหวัดลำปางและจิตอาสาฯ ร่วมกันบูรณการทำงานร่วมกันเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชนที่พิการทุพพลภาพในพื้นที่จังหวัดลำปางทั้งนี้ เพื่อให้เข้าถึงการรักษาที่ ถูกจุด ถูกหลัก โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ใดๆทั้งสิ้น   

 นางวรรณวิไล กันเพ็ชร์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง นายกสมาคมพลังบำบัดไทย เปิดเผยว่า โครงการยกระดับคุณชีวิตของผู้พิการทุพพลภาพเป็นการเผยแพร่ศาสตร์คลื่นพลังงาน ที่มีการวิจัยของศูนย์พลังจักรวาล ซึ่งเป็นพลังงานที่เสถียรเป็นพลังงานธรรมชาติประเภทหนึ่ง เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชนผู้พิการทุพพลภาพในพื้นที่จังหวัดลำปาง  โดยจัดกิจกรรมโครงการดังกล่าวดำเนินโครงการครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ส.ค.2564ที่ผ่านมา และต่อยอดโครงการเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งผลการวิจัยปรากฏว่าใช้ได้ผลสามารถปลดล๊อคผู้พิการทุพพลภาพให้มีอาการดีขึ้นด้วยคลื่นพลังงานแห่งธรรมชาติ และพลังชีวิต ทำให้หลุดพ้นจากสภาวะพิการ ปัญหาสังคมก็ไม่เกิด เช่น จิตเวช ออทิสติก สารเสพติด ซึ่งคลื่นนี้จะลดการอักเสบทุกชนิดที่อยู่ในร่างกาย ซ่อมสร้างเซลล์ใหม่ได้ โดยบูรณาการร่วมมือกับเครือข่ายภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยจังหวัดลำปางนำเอาสมุนไพรมาช่วยในการรักษาและวิจัย



          ดร.ภูวนาท รองทอง  ประธานเครือข่ายภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยจังหวัดลำปางเปิดเผยว่า เราขับเคลื่อนภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้านตลอดถึงประชาชนที่มีที่สนใจมาเรียนรู้เรื่องของแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้าน 

ซึ่งในการนี้ทางรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง นายกสมาคมพลังบำบัดไทยได้ทำโครงการลักษณะแพทย์ทางเลือกถือว่าอยู่ในบริบทเดียวกัน และได้มาร่วมในลักษณะการบูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงในการรักษาที่ถูกจุดถูกหลักได้ซึ่งจะเห็นได้ว่าในอดีตที่ผ่านมาการแพทย์แผนไทย และหมอพื้นบ้านค่อนข่างจะถูกละเลยในเรื่องขอการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยถือว่าเป็นนิติใหม่ที่เราจะได้ ทำงานร่วมกัน ระหว่างแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้านกับแผนปัจจุบันแพทย์ทางเลือกที่มีอยู่หลายสาขาหลายวิชาการในการบูรณาการร่วมกัน      

 




 

 

Share:

วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

คุยเฟื่องเรื่องศาสตร์สัมพันธ์ วันที่ 8 - 15 พ.ย. 2564


บุคคลใดที่มีเส้นคาดหัวแม่มือปล้องที่ 1 แตกออกเป็นรูปเกาะชัดเจนไม่ขาดแยก หมายถึงเป็นคนที่มี วาสนาดี เกิดมาพร้อมกับโชควาสนา

บุคคลใดที่มีเส้นคาดหัวแม่มือปล้องที่ 2 แตกออกเป็น 5 เส้น เป็นรูปเกาะชัดเจน หมายถึงเป็นคน เส้นหัวใจ ที่มีจิตใจโอบอ้อมอารีต่อวงศ์เครือญาติ

บุคคลใดที่มีรูปเกาะเกิดขึ้นที่ต้นนิ้วชี้ หมายถึงเป็นคนที่มีความสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สินเงินทองและมีสติปัญญามาก ชีวิตจึงค่อนข้างสุขสบาย

บุคคลใดที่มีรูปเกาะเกิดขึ้นที่นิ้วกลางชัดเจน โดยจะเกิดขึ้นในปล้องใดก็ได้ จะเป็นคนที่ได้ครองทรัพย์สมบัติของผู้อื่น หรืออีกนัยหนึ่งก็ว่าจะ ได้ทรัพย์แผ่นดิน ถ้าเป็นเครื่องหมายอื่นทรัพย์ที่ได้มาจะสูญเสียไปได้หลายประการ ฉะนั้นจะต้องแยกเครื่องหมายออกให้ชัดเจน อย่าสับสนก็แล้วกัน

บุคคลใดที่มีรูปวงกลมเป็นเครื่องหมายที่เกิดขึ้นลอย ๆ โดยกลมอย่างเลขสูญ (0) หรือจะกลมอย่างรูปไข่ก็ได้ จะเกิดขึ้นบนเนินหรือบนเส้นใด ก็ได้ ระวังอย่าเอาไปปนกับเกาะ เพราะวงกลมนั้นไม่มีเส้นต่อหัวหรือต่อท้ายไปอีก วงกลมเป็นเครื่องหมายร้ายมากกว่าดี

รูปวงกลมที่ดีเช่นเกิดขึ้นที่เนินอาทิตย์

รูปวงกลมส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่เนินใดบนฝ่ามือ หมายถึงเป็นไปในทางร้ายส่วนมาก และมักประสบเคราะห์กรรมต่าง ๆ เช่น การเกิด อุบัติเหตุ เช่นถูกรถชนหรือถูกระเบิด อีกนัยหนึ่งเป็นเครื่องหมายที่บ่งบอกถึงความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวง ไม่มีความปลอดโปร่ง คือจะคิดจะทำอะไรจะหาทางออกมได้เหมือนอย่างพายเรืออยู่ในอ่างน้ำ

รูปวงกลมเกิดขึ้นแล้ว แต่ยังพอที่จะมีช่องโหว่ไม่บรรจบกันโดยรอบ หมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นั้นพอที่จะมีความหวังให้รอดพ้นไปได้ เท่ากับมีช่องเปิดให้สิ่งที่ร้ายนั้นลอดออกไปไม่ถึงกับไม่มีทางออก

รูปวงกลมที่มีแฉกแยกออกรอบข้างคล้ายรัศมีอาทิตย์ หรือวงกลมที่มีจุดตรงกึ่งกลางนั้น เป็นเครื่องหมายที่ให้คุณ ซึ่งจะนำพาความสำเร็จและเกียรติยศชื่อเสียงมาสู่ตนเอง

รูปวงกลมที่เป็นรูปบิดเบี้ยวหรือมีรอยนุ่มลงไปนั้น หมายถึงเป็นรูปวงกลมชนิดที่บอกเหตุร้าย

สำหรับเครื่องหมายครึ่งวงกลม บางตำราเรียกว่าพระจันทร์ครึ่งซีกหรือวงจันทร์นั้น หมายถึง ให้ทั้งความดี หรือให้ทั้งทางร้ายเช่นเดียวกันกับรูปวงกลม แต่ลดหย่อนกว่าวงกลมกึ่งหนึ่ง ฉะนั้น ขอท่านผู้อ่านจงใช้ความสังเกตและพิจารณาประกอบ ว่ารูปการจะแน่ชัดไปในทางใด จะได้เขียนไว้ทั้ง ๒ ทาง

รูปวงกลมเกิดขึ้นที่เนินพฤหัสบดี หมายถึงเป็นเครื่องหมายที่หาได้ยาก คือจะดีทั้งทางโชคชะตาและทางอำนาจวาสนา ถ้ามีจุดอยู่ตรงกลาง เรียกว่าวงอาทิตย์เกิดที่เนินนี้ จะเป็นคนพูดจาอ่อนหวานไพเราะ และเป็นผู้รักทางวิชาฝ่ายศิลป์ วงกลมที่มีจุดเป็นศูนย์กลางนั้นนับว่ามีความพิเศษขึ้น

รูปวงกลมที่เกิดที่เนินเสาร์ หมายถึงเป็นเครื่องหมายที่หาได้ยากอีก จะดีทางโชคลาภตลอดรวมไปถึงโชคที่เกิดขึ้นจากการกระทำ จงดู เครื่องหมายอื่นประกอบว่าจะดีไปในทางใดอีก ถ้าเป็นวงอาทิตย์ก็ยิ่งดีมากขึ้น มีความรู้ลึกลับในศาสตร์ต่าง ๆ รักสิ่งที่เป็นไปตามธรรมชาติ เลือกใช้ สำนวนภาษาที่เหมาะสม แสดงถึงการมีความคิดที่ดี

ในสังคมปัจจุบันทุกวันนี้ การรักษาสัจจะวาจานั้นหาได้ยากยิ่งในหมู่คน ผลประโยชน์ทั้งหลายทั้งปวง เป็นบ่อนทำลายสัจจะและความเชื่อถือ การรักษาสัจจะคือคุณธรรมความดีที่ควรจะยึดถือเอาไว้ให้อยู่ในใจคน คนเรานั้นถ้าขาดซึ่งสัจจะเสียแล้ว ความน่าเคารพเชื่อถือก็จะหายไปจากตนเอง

พบกันใหม่ (กำลังวัน 14 - 80 – 89 = 514 = 280 = 481) รับฟังได้ทางสถานีวิทยุ LANNA FM 92.25 เวลา 08.00 - 10.00 น. สวัสดีครับ


Share:

กฟผ.แม่เมาะ มอบตู้ความดันลบ และอุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 แก่หน่วยงานทางการแพทย์ จ.ลำปาง และจ.เชียงใหม่

 



เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 นายอนุสรณ์ บุญรอด ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ-1 พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ เป็นผู้แทน กฟผ. ลงพื้นที่ให้กำลังใจและมอบตู้ความดันลบ จำนวน 1 ตู้ แก่วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครลำปาง สำหรับใช้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 แก่ผู้ที่มาเข้าใช้บริการ และตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้แก่นักศึกษาในช่วงเปิดภาคเรียน อีกทั้งยังใช้เป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนให้แก่นักศึกษาพยาบาลอีกด้วย โดยมี นางสาววาสนา มั่งคั่ง ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครลำปาง เป็นผู้รับมอบ ณ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครลำปาง อ.เมือง จ.ลำปาง



ในวันเดียวกัน กฟผ.แม่เมาะ นำโดย นายอนุสรณ์ บุญรอด ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ-1 พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ ลงพื้นที่มอบสิ่งของเวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ที่จำเป็น ได้แก่เตียงกระดาษพร้อมเครื่องนอน 30 ชุด, น้ำดื่มน้ำใจ กฟผ. จำนวน 200 แพ็ค, สเปรย์แอลกอฮอล์ ขนาด 50 มิลลิลิตร จำนวน 300 ขวด, แอลกอฮอล์ชนิดเติมขนาด 500 มิลลิลิตร จำนวน 10 ขวด, สเปรย์แอลกอฮอล์ขนาด 500 มิลลิลิตร จำนวน 10 ขวด, แอลกอฮอล์ ขนาด 1,000 มิลลิลิตร จำนวน 10 แกลลอน, แอลกอฮอล์เจล ชนิดขวดปั๊ม ขนาด 500 มิลลิลิตร จำนวน 20 ขวด และแอลกอฮอล์เจล ขนาด 1,000 มิลลิลิตร จำนวน 20 ถุง โดยมีนายทอง พันทอง รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้รับมอบ ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่โรงพยาบาลสนามที่รองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 และสถานพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ ปัจจุบันสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดเชียงใหม่ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางจังหวัดยังคงออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างสูงสุด เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดให้อยู่ในวงจำกัด โดยกฟผ. พร้อมที่จะให้การสนับสนุนปฏิบัติการป้องกันโควิด-19 อย่างเต็มที่ จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ




 

Share:

วันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

อุตุฯประกาศ ภาคเหนือและภาคอีสาน เตรียมรับมืออากาศหนาวเย็นลง รวมทั้งฝนตกหนักถึงหนักมากและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ มีผลกระทบถึงที่ 13 พ.ย. 64



วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 เวลา 11.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนภัย เรื่อง อากาศหนาวเย็นลงบริเวณประเทศไทยตอนบนกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ โดยมีผลกระทบถึงที่ 13 พฤศจิกายน 2564

บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีน ได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว และจะแผ่เข้าปกคลุม ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564  ซึ่งจะปกคุลมถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2564 ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง กับมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 3-7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย

          สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ในวันที่ 9- 13 พฤศจิกายน 2564 ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร และทะเลอันดามันคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ ส่วนประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออก ควรระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย

          จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับพยากรณ์อากาศภาคเหนือ  มีอากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ในช่วงวันที่ 9 - 13 พ.ย. 64 อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส มีอากาศเย็นถึงหนาว กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 15-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส ยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-11 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ส่วนที่ จ.ลำปาง เช้าวันที่ 8 พฤศจิกายน 64 เวลา 07.00 น. อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 23.2 องศาฯ โดยจุดน้ำค้างมีอุณหภูมิที่ 22.9 องศาฯ



 

Share:

กลุ่มอนุรักษ์วัดปงยางคก และคณะศรัทธาวัดปงยางคก เชิญชวนทำบุญแขวนโคม ในวัดเก่าแก่กว่า 1,300 ปี ในช่วงเทศกาลยี่เป็งประจำปี 2564


ที่วัดปงยางคก ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ได้จัดกิจกรรมแขวนโคมไฟ เนื่องในช่วงประเพณียี่เป็ง ประจำปี 2564 ของทางภาคเหนือ หรือเทศกาลลอยกระทง เพื่อเป็นการทำบุญสักการะพระพุทธเจ้า ในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง โดยมีความเชื่อว่า โคมไฟเป็นแสงสว่างช่วยทำทางชีวิต สะเดาะเคราะห์ให้พ้นทุกข์พ้นโศก ชีวิตเจริญรุ่งเรือง

โดยกิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นโดยชาวบ้านศรัทธากลุ่มอนุรักษ์วัดปงยางคก ซึ่งทำขึ้นเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันและในห้วง 2 ปี นี้แม้จะมีสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด 19  กิจกรรมนี้ก็จัดขึ้นท่ามกลางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด 19 อย่างใกล้ชิด

โดยคิดค่าบูชาโคม ลูกเล็ก 69 บาท และลูกใหญ่ 109 บาท พร้อมทั้งทำบุญผ้าห่มพระธาตุตามกำลังศรัทธา ซึ่งรายได้ดังกล่าว จะได้ทำบุญเข้าวัดปงยางคก เพื่อพัฒนาบูรณะวัดต่อไป โดยกิจกรรมนี้จะมีไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งถือว่าชาวลำปาง หรือประชาชนนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ผ่านสัญจรไปมา ที่อยากจะร่วมทำบุญแขวนโคมไฟ ช่วงเทศกาลลอยกระทง ปีนี้ไม่ต้องเดินทางข้ามจังหวัดก็สามารถร่วมกิจกรรมได้ที่วัดปงยางคกแห่งนี้ รวมถึงจะได้สักการะ เที่ยวชม วัดที่มีอายุกว่า 1,300 ปี

ขอบคุณภาพบางส่วนจากกลุ่มอนุรักษ์วัดปงยางคก 












 

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์