วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ยายร่ำไห้หัวใจสลาย! หลานชาย 2 ขวบสิ้นใจ หลังประสบอุบัติเหตุสี่แยกบ้านใหม่นาแขม อ.แม่เมาะ

      เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 สภ.แม่เมาะ จ.ลำปาง รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ บริเวณสี่แยกซอย 6 ถนนสายกลาง บ้านใหม่นาแขม ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย จึงประสานร้อยเวรสอบสวน พร้อม จนท.กู้ภัยในพื้นที่ เข้าให้การช่วยเหลือ
       ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ และรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหาย ใกล้กันพบผู้บาดเจ็บเป็นเด็กชายวัย 2 ปี 8 เดือน อาการสาหัส และหญิงสูงอายุซึ่งเป็นคุณยาย ได้รับบาดเจ็บขาขวาหักผิดรูป ทราบชื่อภายหลังคือ นางคำ บุญแก้ว  ซึ่งขณะเข้าช่วยเหลือ นางคำได้ร่ำไห้เป็นห่วงกลานชายอยู่ตลอดเวลา

        เจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่เมาะ พร้อมพลเมืองดีในพื้นที่ เร่งให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนประสานรถกู้ชีพจากโรงพยาบาลแม่เมาะ นำตัวผู้บาดเจ็บส่งรักษาอย่างเร่งด่วน
         ต่อมา ต้องได้รับข่าวอันเศร้าสลด เมื่อทาง รพ.แจ้งวว่า เด็กชายได้เสียชีวิตลง สร้างความโศกเศร้าแก่ครอบครัว ขณะที่นางคำ ผู้บาดเจ็บอีกรายยังคงอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
        ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน สภ.แม่เมาะ อยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานและสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ขอบคุณภาพจากพลเมืองดี
ข้อมูลจาก อ๊อฟชั่นคาร์แคร์
Share:

วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ลำปางเปิดตัว FAM Trip “ตามรอยวัดศิลปะพม่า” ชู ถาปัตยกรรมล้ำค่า เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ผ่านรถม้าและรถราง

 

จังหวัดลำปางผนึกกำลังกระทรวงวัฒนธรรม จัดกิจกรรม FAM Trip  "ตามรอยเส้นทางวัดศิลปะพม่า ศิลปกรรมล้ำค่านครลำปาง" ดึงสื่อมวลชนและเครือข่ายวัฒนธรรมร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์นครแห่งความสุข หวังยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสู่ระดับประเทศ

วันที่  28 กุมภาพันธ์ 2569 วัดท่ามะโอ  อ.เมืองลำปาง นายพัชระ สิมะเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ในฐานะประธานพิธีเปิดกิจกรรม FAM Trip  โดยมีนายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ให้เกียรติร่วมงาน  และนางเบ็ญจมาส บุญเทพ วัฒนธรรมจังหวัดลำปาง กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน   พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมงาน

นายพัชระ กล่าวว่า จังหวัดลำปางมีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น โดยเฉพาะ "วัดศิลปะพม่า" ซึ่งมีความผูกพันกับประวัติศาสตร์ยุคการทำป่าไม้ในอดีต (ยุคสัมปทานป่าไม้) ที่คหบดีชาวพม่าได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานและสร้างวัดวาอารามที่มีศิลปกรรมอันวิจิตรบรรจงไว้  จ.ลำปางจึงถือว่ามีวัดที่เป็นศิลปะพม่ามากที่สุดของประเทศไทย เป็นทุนทางวัฒนธรรม ที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน

"กิจกรรมในวันนี้ไม่ใช่แค่การพาท่องเที่ยว แต่เป็นการย้อนรอยความรุ่งเรืองของลำปางในยุคทำไม้  ซึ่งทิ้งมรดกทางสถาปัตยกรรมที่หาชมได้ยากไว้ในวัดพม่าต่าง ๆ ของลำปาง"

ด้านนางเบ็ญจมาส บุญเทพ วัฒนธรรมจังหวัดลำปาง กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมุ่งหวังที่จะนำเสนอความโดดเด่นของวัดศิลปะพม่าที่มีจำนวนมากและสมบูรณ์ที่สุดในภาคเหนือ  โดยที่ผ่านมารถม้าที่วิ่งในลำปางจะเน้นเรื่องการดูวิถีชีวิตชุมชน  แต่การจัด FAM Trip ครั้งนี้ จะเน้นในเรื่องการตามรอยวัดศิลปะพม่า  ชมสถาปัตยกรรม ความประณีต ของวัดศิลปะพม่าในลำปาง

 

          เราคัดเลือกเส้นทางเริ่มต้นจากวัดท่ามะโอ ผ่านถนนสายวัฒนธรรมไปยังอาคารหม่องโง่ยซิ่น วัดศรีรองเมืองที่ตกแต่งด้วยกระจกอย่างสวยงาม   และวัดศรีชุม มีวิหารหรือจองที่เป็นไม้แกะสลักขนาดใหญ่ของไทย  รวมทั้งวัดป่าฝาง และวัดจองคา  ศึกษาโครงสร้างหลังคาซ้อนชั้นแบบพม่าที่ยังคงความสมบูรณ์  โดยเน้นการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง ด้วยการใช้รถม้าและรถราง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของลำปางมานำทาง  นอกจากนั้นเราจะมีการต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยจัดกิจกรรม FAM Trip ต่อเนื่องไปเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวของลำปางอีกทางหนึ่งด้วย  วัฒนธรรมจังหวัดลำปาง กล่าว

ทั้งนี้ มีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญร่วมบรรยายเชิงลึกตลอดเส้นทาง เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลประวัติศาสตร์จะถูกส่งต่อไปยังนักท่องเที่ยวอย่างถูกต้องและน่าสนใจ

 

 

 

 

 

Share:

ตำรวจ-ฝ่ายปกครองแม่ทะบูรณาการปิดล้อมจับยารวบลุงยึดยาบ้า 445 เม็ด–ปืนยาว 2 กระบอก

 

        เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ ผบก.ภ.จว.ลำปาง และ พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ทะ นำโดย พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผกก.สภ.แม่ทะ สนธิกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอแม่ทะ



         โดยนายเกษม ใจจันทร์ นายอำเภอแม่ทะ มอบหมายให้ พ.ต.ท.อนันต์ คำมี รอง ผกก.สืบสวน สภ.แม่ทะ, พ.ต.ท.ประสิทธิ์ ยอดเรือน สว.สส.ฯ พร้อมชุดสืบสวน และนายชวิช วงค์คำ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิก อส.อ.แม่ทะที่ 4 เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านไม่มีเลขที่ บ้านแม่ไทย หมู่ 2 ต.บ้านบอม อ.แม่ทะ จ.ลำปาง

         ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย คือ นายควร อายุ 58 ปี ชาวบ้านแม่ไทย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 445 เม็ด และอาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ 2 กระบอก จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน



         เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าโดยผิดกฎหมาย และมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ภาพ ที่ทำการปกครองอำเภอแม่ทะ 

Share:

อดีต ส.ส.ลำปาง ประสานช่วยหญิง 23 ปี เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกไปประเทศเพื่อนบ้าน–เข้าข่ายค้ามนุษย์

 

เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อำเภอวังเหนือ จ.ลำปาง นายทศพล จักรบุญมา นายอำเภอวังเหนือ มอบหมายให้นายอภิชาติ กันธิมา ปลัดอำเภอ พร้อมสมาชิก อส.อ.วังเหนือ 9 ร่วมกับ นายธนาธร โล่ห์สุนทร อดีต ส.ส.ลำปาง, นางสุปราณี เกิดมูล ส.อบจ.ลำปาง เขต 1, ด.ต.เด่นชัย อวดห้าว ผบ.หมู่ กก.4 บก.ปคม. และ ชนธัญ วังเสมอ อนุกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน จ.ลำปาง เข้าช่วยเหลือหญิงอายุ 23 ปี ชาวอำเภอวังเหนือ ที่ตกเป็นเหยื่อกลุ่มคอลเซ็นเตอร์

ผู้เสียหายถูกหลอกไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน อ้างมีรายได้ดี แต่กลับถูกยึดบัญชีธนาคารไปใช้เป็นบัญชีม้า และถูกกักขัง ก่อนจะหาโอกาสหลบหนีกลับมาได้อย่างปลอดภัย โดยได้เข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.วังเหนือ และอยู่ระหว่างกระบวนการคุ้มครองตามกฎหมาย

เบื้องต้นคดีดังกล่าวผ่านการคัดกรองจาก พม.แล้วว่าเข้าข่ายเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ ขณะนี้ผู้เสียหายปลอดภัย และมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ รวมถึงคณะอนุกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเข้าดูแลอย่างใกล้ชิด


ด้าน นายธนาธร โล่ห์สุนทร อดีต ส.ส.ลำปาง เปิดเผยว่า แม้ปัจจุบันไม่ได้ดำรงตำแหน่ง สส.แล้ว แต่ยังคงตั้งใจทำงานรับใช้ประชาชนลำปาง พร้อมเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการชักชวนไปทำงานต่างประเทศหรือประเทศเพื่อนบ้านที่อ้างรายได้สูง เพราะอาจตกเป็นเหยื่อขบวนการสแกมเมอร์และค้ามนุษย์ได้

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันจะให้ความเป็นธรรมและคุ้มครองผู้เสียหายตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ภาพจาก เพจธนาธร โล่ห์สุนทร - Thanathorn Lohsoonthorn

Share:

เพลิงไหม้บ้าน กลางชุมชนบ้านทรายทอง ระดมรถน้ำหลายหน่วยดับไฟ วอดทั้งหลัง

 

เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ศูนย์วิทยุ 191 จ.ลำปาง รับแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนภายในชุมชนบ้านทรายทอง ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง โดยเพลิงได้ลุกไหม้บ้านลักษณะกึ่งปูนกึ่งไม้ อย่างรุนแรง กลุ่มควันดำพวยพุ่งสูง สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง


เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.บ้านเสด็จ  อบต.บุญนาคพัฒนา  เทศบาลเมืองพิชัย  พร้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้เคียง ระดมรถน้ำเข้าพื้นที่อย่างเร่งด่วน ร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากสมาคมกู้ภัยลำปาง กู้ภัยสว่างนครลำปาง และกู้ภัยบ้านเสด็จ ช่วยกันฉีดน้ำสกัดเพลิงเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านข้างเคียง

บ้านหลังดังกล่าวเป็นของ นายสมบูรณ์ วงค์บุตร  อายุ 60 ปี  บ้านเลขที่ 207 หมู่ 3  ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเมืองลำปาง  อาชีพ ข้าราชการครู   เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ  ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ส่วนมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อย่างละเอียดอีกครั้ง   เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัด ท่ามกลางความร่วมมือของทุกภาคส่วนในพื้นที่

Share:

วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

รวบ "แก๊งปลวก" ขบวนการขนยาบ้าภาคเหนือ ทิ้งรถขนยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด ขับรถนำแหกด่านหนี ตามจับตัวได้ 5 ราย หลบหนีอีก1


        วันที่ 27 ก.พ.69 ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 นายพัชระ สิมะเสถียร รอง ผวจ.ลำปาง  พล.ต.ต.ภูมิปัญญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง  พ.ต.อ.พิรชัช ปากเพรียว ผกก.สภ.เวียงมอก นายวุฒิพงษ์ แก้วปาเฟือย นายอำเภอเถิน จว.ลำปาง ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35 ผอ.ปปส.ภาค 5 แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ  ผู้ต้องหา 5 คน  มีภูมิลำเนา อ.เชียงแสน จว.เชียงราย จำนวน 4 คน คือ 1. นางสาววชิราภรณ์ (พลอย) 2. นายอภิชัย (แบงค์) 3. นายวชิรวิทย์ ( ปอนด์) 4. นายหรรษา (คิม) และ ภูมิลำเนา อ.หนองม่วงไข่ จว.แพร่ 1 คน คือ นายธนกฤต (ดรีม) พร้อมรถยนต์ 4 คัน ยาเสพติดของกลาง ยาบ้า ประมาณ 2.8 ล้านเม็ด

        สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 25 ก.พ.69 เวลาประมาณ 00.30 น. เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจสะเลียมหวาน สภ.เวียงมอก ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจหนองเชียงราน สภ.เถิน ตั้งด่านตรวจสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติด  พบรถต้องสงสัยรถเก๋งยี่ห้อ มาสด้า สีเทา ทะเบียน ขอ 4282 นครราชสีมา จึงได้ให้สัญญาณหยุดเพื่อขอทำการตรวจสอบ แต่รถเก๋งคันดังกล่าว ได้ทำการเร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขับรถไล่ติดตาม พบรถคันดังกล่าวจอดเสียหลักข้างทาง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 56 ถนนสายเถิน - ทุ่งเสลี่ยม ไม่พบผู้ใดอยู่ในรถ หรือบริเวณรถคันดังกล่าว จึงร่วมกันตรวจสอบภายในรถ พบกล่องลังกระดาษ จำนวน 14 กล่อง ภายในกล่องบรรจุยาบ้า รวมทั้งหมด ประมาณ 2.8 ล้านเม็ด และได้ทำการตรวจยึดเอกสาร และวัตถุพยาน จำนวน 3 รายการ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เวียงมอก

        จากการติดตามผู้กระทำผิด และการขยายผล ตรวจสอบจากระบบอ่านป้ายทะเบียนรถยนต์ (LPR) พบว่า รถยนต์ที่ใช้ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ มีรถยนต์เก๋ง มาสด้า สีแดง ทะเบียน กม 8790 ลำปาง, รถเก๋งยี่ห้อ มาสด้าสีเทา ทะเบียน ขอ 4282 นครราชสีมา (บรรทุกยาเสพติด) และรถยนต์เก๋งมินิแวน ยี่ห้อ เซฟโรเล็ต สีดำ ทะเบียน ขฉ3550 เชียงราย ทั้งสามคันได้ขับติดตามกันมา เส้นทางจาก จว.เชียงราย - จว.เชียงใหม่ เข้าพื้นที่ จว.ลำปาง จึงได้แจ้งให้ด่านตรวจค้นยาเสพติดทั่วพื้นที่ ตำรวจภูธรภาค 5 และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อสกัดกั้นการหลบหนี 

        จนกระทั่งพบว่า รถยนต์เก๋งมาสด้า สีแดง ทะเบียน กม 8790 ลำปาง และรถยนต์เก๋งมินิแวน ยี่ห้อ เซฟโรเล็ต สีดำ ทะเบียน ขฉ 3550 เชียงราย ขับผ่านด่านตรวจค้นยาเสพติดห้วยไร่ จว.แพร่ เข้ามายังพื้นที่ จว.ลำปาง และ พบรถยนต์ทั้ง 2 คัน บริเวณถนนคู่ขนาน ถนนพหลโยธิน หน้าปั๊ม ปตท.สาขาแยกป่าขาม อ.เมืองลำปาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงแสดงตนเข้าตรวจสอบควบคุมตัว นายวชิรวิทย์( ปอนด์), นายธนกฤต (ดรีม) และ นายหรรษา (คิม) มาทำการสืบสวนขยายผล พบว่า กลุ่มได้สนทนาในการลักลอบขนยาเสพติดในครั้งนี้ ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ “แก๊งปลวก” มีสมาชิกจำนวน 5 คน 

        จากการสอบถามทั้งสามคนพบว่า มีผู้หลบหนีไป จำนวน 3 คน คือ นางสาววชิราภรณ์ (พลอย), นายอภิชัย (แบงค์), และ นายสรรพวัต (ไนท์) หลบหนีไปทาง อ.สบปราบ จึงได้แจ้ง ด่านตรวจค้นยาเสพติดสบปราบ สภ.สบปราบ สกัดจับ พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้าแจ๊ส สีขาว ทะเบียน ขา 2757  เชียงใหม่ มีนายอภิชัย (แบงค์) เป็นผู้ขับขี่ และนางสาววชิราภรณ์ (พลอย) เป็นผู้โดยสารมาด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจสบปราบ ได้ตรวจค้นภายในรถ พบกุญแจรถยนต์เก๋งมาสด้า สีเทา ทะเบียน ขอ 4282 นครราชสีมา (คันที่บรรทุกยาเสพติด) จึงได้ควบคุมทั้งสองคน เพื่อสืบสวนขยายผลต่อไป

        เครือข่ายนี้ เป็นเครือข่ายของกลุ่มลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่แนวชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง จะได้เร่งรัดสืบสวนขยายผลหาเครือข่ายผู้ร่วมกระทำความผิดทุกระดับ ขยายผลยึดทรัพย์สินของ ผู้เกี่ยวข้องเพื่อทำลายเครือข่ายตามนโยบายของรักษาการนายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ต่อไป



Share:

กฟผ. นำร่องต่อยอด LandMoS เชิงพาณิชย์กับโรงไฟฟ้าหงสา ลงนามสัญญาซื้อขาย ติดตั้ง และบำรุงรักษา

LandMoS (Land Monitoring System) หรือระบบเฝ้าติดตามแผ่นดินถล่มแบบเรียลไทม์ ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตเหมืองแม่เมาะ (กฟผ.) เหมืองแม่เมาะ นำมาใช้งานบริเวณพื้นที่บ่อเหมืองแม่เมาะและที่ทิ้งดิน ตั้งแต่ปี 2563 จนปัจจุบันมีจำนวนกว่า 60 เครื่อง พร้อมกันนี้ ยังขยายผลการใช้งานไปพื้นที่ใกล้เคียงของ กฟผ. ใช้ตรวจวัดการเคลื่อนตัวของอ่างพักน้ำตอนบน (อ่างพักนำเขายายเที่ยง) โรงไฟฟ้าลําตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา และแนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง ฝ่ายปฏิบัติการภาคใต้ 

ล่าสุด ปี 2569 ได้นำร่องขยายผลในเชิงธุรกิจลงนามทำสัญญาซื้อขาย บริการติดตั้ง และบำรุงรักษา (Installation and Maintenance Service) จำนวน 12 เครื่อง พร้อมสิทธิ์การใช้งานแพลตฟอร์มติดตามข้อมูลและการตั้งค่าระบบ และบำรุงรักษาหลังการขาย ระยะเวลา 3 ปี มูลค่า 4 ล้านบาท กับบริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด (Hongsa Power Company Limited : HPC) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนหงสา สปป.ลาว 

นายธเนศพล บุญประกอบ วิศวกรระดับ 7 แผนกรังวัดเหมือง (หรม-ช.) กองวางแผนปฏิบัติการ (กวป-ช.) ฝ่ายวางแผนและบริหารเหมืองแม่เมาะ (อบม.) เปิดเผยว่า LandMoS ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่เหมืองแม่เมาะนำมาใช้ตรวจวัดการเคลื่อนตัวของมวลดิน ให้ข้อมูลการเคลื่อนตัวต่อเนื่องตลอดเวลา มีความแม่นยำ มีประสิทธิภาพ และมีระบบแจ้งเตือนผ่าน Application กรณีเกิดการเคลื่อนตัวเกินเกณฑ์ที่กำหนด 

จากการใช้งานที่เกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ทำให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้างมากขึ้นทั้งระดับประเทศและนานาชาติ จนได้รับรางวัลดีมาก ในการประกวดสิ่งประดิษฐ์ กฟผ. ประจำปี 2567 ต่อมา ได้รับรางวัล Diamond Award และ Gold Award ในงาน The 18th International Invention and Innovation Show สาธารณรัฐโปแลนด์ และได้ร่วมจัดแสดงผลงานอีกหลากหลายเวที นอกจากนี้ ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน Business Innovation ประจำปี 2568 ตามแผนปฏิบัติการ Innovation Development and Utilization สายงานรองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ (รวย.) 

ทั้งนี้ ได้หารือร่วมกับฝ่ายพัฒนาธุรกิจเกี่ยวเนื่อง (อพธ.) ถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนาไปสู่โอกาสทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เหมืองแม่เมาะ ซึ่งได้ให้บริการงานวิศวกรรมสำรวจ (Survey Engineering Service) กับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนหงสา อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2555 ได้นำเสนอ LandMoS ให้กับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนหงสา และได้รับความสนใจ จนนำมาสู่การหารือแลกเปลี่ยนกันเรื่อยมาจนนำมาสู่ทำสัญญาซื้อขายในที่สุด 

สำหรับการนำร่องขยายผลในเชิงธุรกิจนี้ เหมืองแม่เมาะ ได้ทำงานร่วมกับ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจเกี่ยวเนื่อง (อพธ.) ทำหน้าที่ ออกแบบโมเดลธุรกิจ (Business Model) , ฝ่ายจัดการธุรกิจโรงไฟฟ้าและระบบส่ง (อกธ.)       ทำหน้าที่ ดูแลการทำสัญญาซื้อขาย สนับสนุนการดำเนินงานในขั้นตอนต่างๆ และนำร่องทดสอบตลาด (Pilot Phase) เพื่อประเมินผลตอบรับจากลูกค้า พร้อมกับพิจารณาความเป็นไปได้ในการขยายผลในระยะต่อไป

โดยระหว่างวันที่ 31 มกราคม-4 กุมภาพันธ์ 2569 ทีม กฟผ. ได้ลงพื้นที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนหงสา ติดตั้ง ส่งมอบระบบ และอบรมการใช้งานซอฟต์แวร์ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบำรุงรักษาเบื้องต้น รวมถึง ถ่ายทอดองค์ความรู้จากกรณีศึกษาที่ผ่านมาด้วย ซึ่งผ่านไปได้ด้วยดี

ในส่วนของ LandMoS นายธเนศพล กล่าวเพิ่มเติมว่า แผนกรังวัดเหมือง (หรม-ช.) ในฐานะผู้ผลิตและผู้บำรุงรักษาระบบ และแผนกตรวจสอบเสถียรภาพความลาด (หตส-ช.) ในฐานะผู้ใช้งานโดยตรง ได้รวบรวมข้อมูล ปัญหาอุปสรรค ประสบการณ์การใช้งาน และความต้องการ นำมาพัฒนาปรับปรุงทั้งด้าน Hardware และ Software 

โดย Hardware ได้ออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา แข็งแรง ง่ายต่อการติดตั้งและเคลื่อนย้าย      ได้รวมโมดูลต่างๆ ไว้บนแผงวงจรเดียว (IC Board) ลดการใช้เสารับสัญญาณภายนอก และบรรจุอุปกรณ์ที่       บอบบางทั้งหมดไว้ภายในเสาอลูมิเนียม เพื่อป้องกันน้ำฝนและการกัดแทะของสัตว์

สำหรับ Software ได้ปรับปรุง Web Application แสดงผลการตรวจวัดให้ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น รวมถึง ระบบ Back-end ทั้งโครงสร้างฐานข้อมูลและ API เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านเสถียรภาพและความเร็วในการเรียกดูข้อมูล รองรับการใช้งานของ LandMoS จำนวนมาก โดยทุกไซต์งานจะส่งข้อมูลเข้าสู่ Server กลาง ผู้ใช้งานสามารถเข้าระบบเพื่อติดตามข้อมูลและจัดการ LandMoS ที่ครอบครองได้ผ่านแพลตฟอร์มเดียว เพิ่มความสะดวกและประสิทธิภาพในการใช้งาน 

เหมืองแม่เมาะ ยังเดินหน้าพัฒนา ยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้านวิศวกรรมสำรวจ และคุณภาพการให้บริการ รวมถึง ต่อยอดเพิ่มมูลค่าการทำงานสร้างรายได้ให้กับ กฟผ. นอกเหนือจากพันธกิจในการเป็นองค์การหลักเพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้า และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วยนวัตกรรม เพื่อความสุขของคนไทย 

ข่าวจาก : แผนกประชาสัมพันธ์เหมืองแม่เมาะ



Share:

จบด้วยดี ปัญหาวัดศาลาไชย เจ้าอาวาสรับปากจะไม่รับบริจาคอีก พร้อมพูดคุยกับน้องชายถอนฟ้องผู้ใหญ่บ้านคดีบุกรุกพื้นที่

         

            เมื่อเวลา 19.00 น.  วันที่ 26 ก.พ.69 ที่ผ่านมา ที่วัดศาลาไชย ต.ศาลา อ.เกาะคา จ.ลำปาง   นายบุญภพ จันทิมา ปลัดอาวุโส เกาะคา พร้อมทั้ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง  พ.ต.อ.กฤษดา แสงสุวรรณ ผกก. สภ.เกาะคา  นายสุนทร อินทะ กำนันตำบลศาลา  นายกมล ตินศรี ผู้ใหญ่บ้านศาลาไชย   พระครูอภิวัฒน์นิรันดร์  เจ้าอาวาสวัดศาลาไชย  และทนายความ ได้มาประชุมกันที่วัดตามนัดหมาย เพื่อติดตามความคืบหน้า และตรวจสอบวัดว่าได้ทำความสะอาดและขนย้ายข้าวของเรียบร้อยหรือไม่

        ในเบื้องต้นพบว่า ทางวัดได้ทำความสะอาดและมีการขนย้ายของใช้ที่ไม่จำเป็นออกไปเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว ซึ่งในส่วนนี้ชาวบ้านพึงพอใจ และขอให้เจ้าอาวาสรับปากว่าจะไม่รับบริจาคของมาไว้ที่วัดอีก  โดยทางเจ้าอาวาสก็ได้รับปากกับชาวบ้าน

        แต่ขณะเดียวกันยังมีเรื่องที่ชาวบ้านติดใจคือ การที่น้องชายของเจ้าอาวาสได้แจ้งความผู้ใหญ่บ้าน ว่าบุกรุกพื้นที่ของตนเองที่นำข้าวของจากวัดเข้าไปทิ้งไว้ จึงขอให้ทางเจ้าอาวาสประสานกับทางน้องชาย ให้ถอนแจ้งความในเรื่องนี้  ซึ่งในตอนแรกเกิดการถกเถียงกันอยู่ระยะหนึ่ง  กระทั่งทางผู้ใหญ่บ้านได้โทรศัพท์พูดคุยกับน้องชายเจ้าอาวาส  โดยให้ทางปลัดอำเภอเป็นคนกลางในการพูดคุย  จนสุดท้ายสามารถตกลงกันได้ด้วยดี ทางน้องชายเจ้าอาวาสจะถอนแจ้งความให้ ทำให้ชาวบ้านพอใจ ก่อนจะประชุมเสร็จกันในเวลาประมาณ 21.00 น.

        ทั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าคณะอำเภอเกาะคา ได้ให้ทีมเลขาเข้ามาตรวจสอบที่วัด พบว่า มีข้าวของอยู่ภายในวัดทั้งชั้น 1 และชั้น 2 ของอาคาร จำนวนมาก มีทั้งข้าวสารอาหารแห้ง ปลากระป๋อง ตุ๊กตา ผ้าห่ม หมอน มุ้ง หนังสือ และข้าวของ อื่นๆจำนวนมาก ทำให้เกิดความสกปรกของวัด ทางเจ้าคณะอำเภอเกาะคา จึงสั่งให้ทำความสะอาดวัด   

จากการประชุมร่วมกันได้ข้อสรุป ในเบื้องต้นว่า  ขอให้ทางทนายความไปแจ้งเจ้าอาวาส ว่าขอไม่ให้ทำโครงการ รับบริจาคข้าวของอีก เพื่อความสะอาดของวัด  เรื่องข้าวของทุกอย่าง ชาวบ้านจะไม่ยุ่ง จะให้ทางญาติและตัวแทนเจ้าอาวาส เข้ามาขนข้าวของไป เพื่อไปบริจาคหรืออื่นใดก็แล้วแต่ และขอให้ทำความสะอาดห้องเก็บของให้สะอาด ถูกสุขลักษณะ  เนื่องจากมีการเข้าใจผิดกันในก่อนหน้านี้ ทางทนายจึงจะได้ไปถอนแจ้งความต่อชาวบ้าน ที่ สภ.เกาะคา  จึงมีการนัดพูดคุยกันวันที่ 26 ก.พ.2569 เวลา 19.00 น. เพื่อตรวจสอบและติดตามความคืบหน้าดังกล่าว

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์