วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ไฟไหม้บ้านหนุ่มใหญ่วอดทั้งหลัง เครื่องมือทำมาหากินหายไปกับกองเพลิง ซวยซ้ำขณะรีบขี่รถกลับบ้านเกิดอุบัติเหตุรถแฉลบบาดเจ็บ

 



เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 11.18 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เถิน รับแจ้งว่าเกิดเหตุไฟไหม้ ภายในหมู่บ้านท่ามะเกว๋นเหนือ ต.แม่ปะ อ.เถิน จ.ลำปาง จึงรีบประสานไปยังเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย อบต.แม่ปะ และพื้นที่ใกล้เคียง ช่วยระงับเหตุ พร้อมประสาน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง สาขาเถิน ร่วมให้การช่วยเหลือ  ก่อนจะแจ้งพนักงานสอบสวนสวนเข้าตรวจสอบ

เบื้องต้นในที่เกิดเหตุ เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวไฟได้ลุกไม้อย่างรุนแรง ลุกลามไปยังบ้านทั้งหลัง รถดับเพลิงจำนวน 2 คันได้เร่งระดมฉีดน้ำนานกว่าครึ่งชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่บ้านก็ถูกไฟไหม้เสียหายไปทั้งหมด รวมทั้งรถไถ รถจักรยานยนต์ และเครื่องมือทางการเกษตร  โดยทราบชื่อเจ้าของบ้านคือ นายสกล จันต๊ะอุตม์ อายุ 57 ปี ขณะเกิดเหตุไม่อยู่บ้านเนื่องจากออกไปรับจ้างทำงานด้านนอก   แต่เมื่อทราบข่าวว่าไฟไหม้บ้าน ได้รีบขี่รถจักรยานยนต์กลับมาจนประสบอุบัตเหตุรถแฉลบเองได้รับบาดเจ็บที่ขา ต้องเย็บแผลกว่า 20 เข็ม  ส่วนสาเหตุของการเกิดไฟไหม้นั้น อยู่ระหว่างการสอบสวนเนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวไม่มีไฟฟ้า โดยใช้ไฟจากโซล่าเซลแทน

อย่างไรก็ตาม ทางชาวบ้านได้ช่วยเปิดรับบริจาคขอความช่วยเหลือ หากท่านใดต้องการช่วยเหลือสามารถโอนผ่านบัญชี  ธ.กรุงไทย เลขที่ 5180518784 ชื่อบัญชี ผ่องศรี จันต๊ะอุตม์  ซึ่งเป็นน้องสาวของนายสกล จันต๊ะอุตม์

ขอบคุณภาพ ปภ.ลำปาง สาขาเถิน







Share:

สังคมดาวแปดแฉกออนไลน์ วันที่ 7 - 14 พฤษภาคม 2564

 

ลูกโม่.38 เข้าเวรตามปกติ @@@@@ ที่นี่ลานนาโพสต์ออนไลน์ สื่อออนไลน์ที่มีผู้อ่านผู้ติดตามมากที่สุด @@@@@ ฮือฮาสะใจชาวพุทธทั่วในประเทศ และนอกประเทศเมื่อพระมหาสมปอง พระนักพูดนักคิดเป็นที่นิยมของมหาชนตลอดจนเยาวชนคนรุ่นใหม่เมื่อฝ่ายพระคือพระมหาสมปองออกมาโต้แบบไม่เกรงใจใครแต่เป็นที่ถูกใจฝ่ายประชาธิปไตยว่าเมื่อมองว่าตนเองเทศเอียงไปทางการเมืองพระไม่เหมาะวิจารณ์การเมืองแล้วทหารก็ไม่ควรยุ่งการเมือง @@@@@ แค่ประเด็นท้ายแม้สั้นๆ แต่ทำให้คนทั่วประเทศจุกอกไปตาม ๆ กัน เพราะเข้าใจง่ายตามสถานการณ์การเมืองไทยทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพตามความคิดของแต่คนเอะอะก็เอาความผิดจ้องจะเด็ดปีกผู้ออกมาแสดงความคิดไปในทางลบมันก็กำจัดเสรีภาพทางการแสดงออกมากเกินไป @@@@@ วันก่อนลูกโม่.38 มีโอกาสเข้าพูดคุยกับนักธุรกิจหลายท่านเช่น คุณประสิทธิ์ สิริศรีสกุลชัย อดีตหอการค้าจังหวัดลำปาง ประธานผู้บริหารเจ้าของโรงแรมลำปางเวียงทอง และคุณพันธ์ดี วีรญาณปรีชาวิทย์ เจ้าของธุรกิจสิ่งพิมพ์จิตวัฒนาการพิมพ์ อดีต บก.น.ส.พ.แมงมุม ซึ่งต่างคิดว่าหากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ยังไม่ลดการระบาดคาดว่าในราวต้นเดือนกรกฎาคม 2564 นี้ ทุกธุรกิจต้องหลับสนิทจอดตายแน่นอนโดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมทรุดหนักที่สุดอย่างไม่เคยเจอมาก่อน  ทุกวันนี้มีคนมาเปิดห้องนอนเพียงวันละ 2-3 เท่านั้น บางงานทางโรงแรมต้องยกเลิกงานแต่งไปเลยพร้อมคืนมัดจำให้ซึ่งทางเจ้าภาพก็เข้าใจต้องปฏิบัติตามคำสั่งของจังหวัด @@@@@ ทุกวันนี้มีรายจ่ายทุกเดือนทั้งพนักงานและรายจ่ายอื่น ๆ อีกหลายรายการกำลังจะทำธุรกิจเสริมเพื่อให้ทุกฝ่ายอยู่รอดและรู้ดีว่าทั่วโลกกำลังวิตกหวาดผวากันมีแต่ปลอบใจว่าเราต้องผ่านจุดนี้ไปให้ได้เท่านั้น @@@@@ ตำรวจภูธรจังหวัดลำปางท่านผู้การเจ้าของรหัส "ลำปาง1" พล.ต.ต.นันทวิทย์ เทียมบุญธง ผบก.ภ.จว.ลำปาง เปิดเผยกับลูกโม่.38 ว่าได้เพิ่มมาตรการณ์เฝ้าระวังโควิด-19 ตามคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ตำรวจภูธรทุกแห่ง ตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยทางจราจรและตรวจเข้มการสวมใส่หน้ากากอนามัย  เป้าหมายคือคนขับรถยนต์ตลอดจนผู้โดยสารมากับรถและคนขับรถ จยย.และผู้ซ้อนต้องสวมหน้ากากอนามัย @@@@@ หากพบไม่สวมหน้ากากเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจจะตักเตือนก่อนหากเลยกำหนดการตักเตือนเจ้าหน้าที่จะดำเนินการจับปรับตามกฎหมายทันที @@@@@ ส่วนกรณีมีการโพสต์การตั้งด่านตรวจของ ตร.จร. สภ.เมืองลำปางที่ห้าแยกหอนาฬิกา ที่ผู้ร้องเรียนอ้างว่าไม่มีคนเข้าร้านขายอะไรไม่ได้นั้นทางตนเองก็จะรับไปแก้ไขอย่างเร่งด่วน และจะหาจุดตรวจที่เหมาะสมและขอให้ประชาชนเข้าใจการตั้งด่านของตำรวจดัวยว่าทางตำรวจไม่มีเจตน่าที่จะกลั่นแกล้งในเมื่อติติงมาก็พร้อมจะแก้ไขและหาจุดตรวจที่เหมาะสมต่อไป @@@@@ ร่วมดัวยช่วยกัน วันก่อน นางสาวตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นายก อบจ.ลำปาง นำอุปกรณ์ เช่น หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ล้างมือและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบให้เจ้าหน้าที่ อสม.แบบทั่วถึงทั้ง 13 อำเภอ เพราะเจ้าหน้าที่ อสม.ถือว่าเป็นด่านแรกที่จะต้องเสี่ยงติดโควิด-19 เพื่อเป็นการช่วยและให้กำลังเราไม่ทิ้งกัน @@@@@ นอกจากนั้นยังมีกัลยานิมิตนำสิ่งของเครื่องใช้ที่เกี่ยวกับการป้องกันโควิด-19มาร่วม เช่น พรรคเพื่อไทย ในนามของ ส.ส.ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ส.ส.กิตติกร โล่ห์สุนทร การไฟฟ้าแม่เมาะ สภาอุตสาหกรรม @@@@@ ในยามที่ชาวบ้านเดือดร้อนทาง นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.ลำปาง กล่าวกับลูกโม่ .38 ว่าขอขอบคุณหน่วยงานราชการทุกกรมกองที่ได้มอบสิ่งของสนับสนุนมาจำนวนมาก และตนเองก็ได้ส่งมอบไปให้ประชาชนแล้ว โดยเฉพาะที่ ต.บ้านแหง ต.บ้านร้อง อ.งาว จ.ลำปาง ซึ่งสองตำบลนี้จำเป็นต้องอกดาวน์เพราะผู้ติดเชื้อสูงมาก @@@@@ และทางจังหวัดลำปางพร้อมจะนำงบฉุกเฉินมาช่วยอย่างเร่งด่วนให้อย่างทั่วถึง

Share:

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

นายก อบจ.ลำปางระดมทีมผู้เชี่ยวชาญ “การศึกษา” ผนึกกำลังเตรียมยกระดับ “รร.วอแก้ววิทยา” ก้าวสู่คุณภาพ เน้นภาษาและไอที หวังขยายผลเป็นต้นแบบของโรงเรียนขนาดเล็ก


จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง นางสาวตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารประชุมบุคลากรกองการศึกษาเพื่อแนะนำคณะทำงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนวอแก้ววิทยา และมอบนโยบายการพัฒนาโรงเรียนวอแก้ววิทยาซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปางให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น



            โดยมีนายสมพร นาคพิทักษ์ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนปงสนุก ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะทำงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนวอแก้ววิทยา พร้อมด้วยนายพิชัย สดเอี่ยม รองผู้อำนวยการ สพป.ลำปาง เขต 1 ดร.วัชรี เหล่มตระกูล ศึกษานิเทศก์ สพป.ลำปาง เขต 1 นางเขมจิรา เศวตรัตเสถียร ศึกษานิเทศก์ สพป.ลำปาง เขต 1 นางปารณีย์ บุญประคอง รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปงสนุก นางขวัญใจ วงศ์ตั้ง รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปงสนุก นางฐานิตา หล่องคำ หัวหน้างานวิชาการระดับปฐมวัย ร่วมประชุมพร้อมบุคลากรกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบจ.ลำปาง



นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง กล่าวว่า การพัฒนาโรงเรียนวอแก้ววิทยาและการพัฒนาด้านการศึกษา ถือเป็นนโยบายสำคัญด้านหนึ่งของ อบจ.ลำปาง ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา และสร้างโอกาสให้เด็กในชนบทได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน โดยเฉพาะการพัฒนาด้านทักษะภาษาและไอที โดยขอให้คณะทำงานได้ศึกษาหาแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับบริบทของโรงเรียนและชุมชนวอแก้ว โดย อบจ.ลำปางพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของคณะทำงานอย่างเต็มที่ทุกด้าน เพื่อพัฒนาโรงเรียนวอแก้ววิทยาให้มีคุณภาพ เป็นต้นแบบของโรงเรียนขนาดเล็กอื่น​ ๆ และขยายเครือข่ายการเรียนการสอนที่มีคุณภาพไปสู่โรงเรียนสังกัด สพฐ.ในจังหวัดลำปางต่อไป



ขณะที่นายสมพร นาคพิทักษ์ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง กล่าวว่า จะเข้ามาช่วยพัฒนาโรงเรียนให้ดีขึ้น โดยได้นำบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญแต่ละสาขาเข้ามาช่วย อาทิ ศึกษานิเทศก์ บุคลากรด้านภาษาต่างประเทศ ระดับปฐมวัย รวมทั้งส่วนอื่น ๆ เพื่อให้โรงเรียนวอแก้ววิทยาบรรลุสู่เป้าหมาย มีคุณภาพและทันสมัย ทั้งในด้านศักยภาพครูผู้สอน สื่อการเรียนการสอน เครื่องมือและอุปกรณ์ และหลักสูตรการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมแก่เยาวชนในท้องถิ่นจังหวัดลำปาง.

 

Share:

คุยเฟื่องเรื่องศาสตร์สัมพันธ์ วันที่ 5 -11 พฤษภาคม 2564

 


ในสัปดาห์นี้จะได้มีการพูดถึงเรื่องของ เส้นศุกร์ ซึ่งเป็นเส้นที่ให้ความหมายถึงกามอารมณ์ ความรักความใครและ ความรักสายรักงานหรือเป็นเส้นให้พละกำลัง รวมไปถึงความชอบสนุกสนานรื่นเริง รวมถึงการมองไปที่พี่น้องด้วยที่จะเกิดขึ้นกับตนเองได้เป็นอย่างดี ฉะนั้นมาว่ากันดีกว่า

 

เส้นศุกร์คือเส้นที่เกิดขึ้นภายในบริเวณเนินศุกร์ พุ่งขึ้นหรือลงทางเดียวกับเส้นชีวิตไม่ใช่เป็นเส้นที่ตัดขวาง เป็นเส้นแสดงถึงความรักสวยรักงาม ถ้ามีมากก็เป็นผู้ที่ชอบหาความสนุกรื่นเริง และทางกามารมณ์ก็จะพลอยติดตามมาด้วย อนึ่งเส้นศุกร์นี้เป็นเส้นแทนจำนวนพี่น้องด้วย ถ้ามีเส้นนี้มากก็จะมีพี่น้องท้องเดียวกันมากคนตามจำนวนเส้นที่มีลักษณะต่างกันดังนี้

 

บุคคลใดที่มีเส้นศุกร์เป็นรูปวงโค้งตามแนวของเส้นชีวิต และชัดเจน เป็นคนที่มีความรักอันแน่วแน่ แต่ค่อนข้างร้อนแรง หรือเป็นคนที่อารมณ์ความรักร้อนแรง ถ้าไม่สามารถควบคุมได้ก็จะทำให้ตนเองเป็นทุกข์

 

บุคคลใดที่มีเนินศุกร์นูนและกว้างใหญ่ เป็นคนที่มีกามราคะอันแรงกล่า และยึดถือเอาความทะยานของตนเองเป็นใหญ่ โดยไม่คำนึงว่าตนเองหรือคนอื่นจะเดือดร้อนหรือไม่ ขอเพียงให้ได้มาตามที่ใจตนปรารถนาก็พอ

 

บุคคลใดที่มีส่วนของมือที่แคบหรือยาวเนินศุกร์ย่อมไม่กว้างใหญ่หรือนูนนัก เป็นคนที่มีสติยับยั้งความรู้สึกในทางกามารมณ์อยู่มากเหมือนกัน ในชีวิตของตนเองจึงไม่ค่อยจะได้รับความเดือดร้อนในเรื่องของกามารมณ์เท่าใดนัก

 

บุคคลใดที่มีปลายเส้นศุกร์แล่นไปบรรจบเส้นชีวิต หรือมีแขนงแยกไปบรรจบก็ดี เป็นคนที่มีความสุขในกาอารมณ์ ชีวิตคู่จึงมีแต่ความสุข

 

บุคลใดที่มีเส้นแล่นผ่านเลยเส้นชีวิตออกไปตัดเส้นโชค ในการสมรสของทั้งคู่ จะเป็นการบั่นทอนโชควาสนาของตนเอง จึงเป็นเหตุให้ได้รับความชอกช้ำระกำใจ หรืออาจจะเป็นเพราะสาเหตุของการสมรสนั้นไม่ได้ทำการสมรสให้ถูกต้องตามทำนองครองธรรมตามประเพณีนิยม

 

บุคคลใดที่มีเส้นศุกร์มีเกาะ ชีวิตสมรสของทั้งคู่นั้นจะได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากการดูหมิ่นแหละเหยียดหยาม จากบุคคลอื่นหรือคนใกล้ชิด

 

บุคคลใดที่มีเส้นศุกร์หลายเส้น เป็นคนที่ชอบทำการเกี่ยวข้องกับเพศตรงข้าม เพราะจะได้รับการสนับสนุนจากเพศตรงข้ามเป็นอย่างดี

 

บุคคลใดที่มีเส้นชีวิตขาดแตกตลอดเส้น แต่มีเส้นศุกร์หรือเส้นอังคารดีและขนานกับเส้นชีวิตอย่างเส้นพี่เลี้ยง เป็นคนที่มีสุขภาพร่างกายอ่านแอ แต่จะได้รับความบำรุงเลี้ยงดูจากญาติพี่น้องอย่าดี จึงไม่ค่อยจะเดือดร้อนมากนัก ยกเว้นจิตใจของตน

 

บุคคลใดที่มีเส้นศุกร์และเส้นอังคารเป็นเกาะเต็มไปหมด นั่นหมายถึงว่าคู่ครองและญาติพี่น้องไม่ดีและจะตายจากไป ตามแต่ความเป็นไปของชีวิตของแต่ละคนที่มีความแตกต่างกันไป

 

ถ้าจะพูดกันถึงเส้นอังคาร ก็พูดได้ว่าเป็นอีกเส้นหนึ่ง ที่มีความสำคัญไม่น้อยทีเดียว เพราะเส้นอังคารและเนินอังคารนั้นที่มีความหมายถึง ความกล้าหาญ ดังนั้นเรามาความหมายกันดีกว่า

 

บุคคลใดที่มีเส้นอังคาร หมายถึงอำนาจในการต่อสู้ ชอบฝ่าฟันอุปสรรคโดยไม่ย่อท้อตลอดจนการทะเลาะวิวาทใด ๆ มีความมานะกล้าหาญในการสร้างตัวเอง ตลอดจนเป็นที่มีความอดทนต่ออุปสรรคทั้งหลายทั้งปวงได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าอุปสรรคนั้นจะเล็กหรือใหญ่ก็จะทำให้ผ่านไปได้ดี

 

บุคคลใดที่มีอังคารที่เป็นเส้นที่ดีและมีสีสดใสแดงจัดขึ้นขณะใด จะเป็นคนที่มีจิตใจฮึกเหิมขึ้นในระยะนั้น หากมีการต่อสู้เกิดขึ้นผู้เป็นเจ้าของมือจะเป็นผู้ที่ได้รับชัยชนะ เพราะเส้นอังคารดีจะเป็นผู้ที่ความเข้มแข็ง และมีความสามารถในการรบพุ่งเยี่ยงกันกับเนินอังคารเช่นกัน

 

บุคคลใดที่มีแขนงแตกแยกออกจากเส้นอังคารไปยังเนินจันทร์ เป็นคนที่ไม่ยอมอยู่นิ่งหรือเป็นคนอยู่สุข ชอบข่าวที่ตื่นเต้นเกี่ยวแก่การดีรันฟันแทง แต่ถ้าบังเอิญเส้นความคิดไม่ดีก็จะกลายเป็นคนสำมะเลเทเมา ทำอะไรต่าง ๆ เกินแก่เหตุอันจะนำอันตรายมาสู่ตน โดยมากมักมีในมือชนิดสั้นและมือสี่เหลี่ยม ถ้ามีในมือชนิดยาว หรือแคบความหมายดังกล่าวแล้วก็จะเบาบางไปเพราะจะเป็นไปในทางนึกฝันถึงข่าวร้ายต่าง ๆ เท่านั้น โดยตนเองไม่อยากกระทำการสู้รบตบมือกับใคร ฉบับหน้ามาว่ากันใหม่ 


Share:

กล้องวงจรปิดจับภาพชัด โจรย่องเข้ากุฏิเจ้าอาวาสขโมยเงินผ้าป่าในพานพุ่มไปกว่า 2,000 บาท อย่างใจเย็น เจ้าอาวาสไม่แจ้งความ แต่โพสต์เตือนภัย ด้านญาติโยมบริจาคเงินช่วยตามยอดเงินที่หาย



จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

          เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 64  เวลาประมาณ 10.00 น.  พระครูสิริธรรมบัณฑิต, ผศ. เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมืองมูล และ ผู้อำนวยการวิทยาสงฆ์นครลำปาง ได้โพสคลิปวีดีโอและภาพ ลงเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ Phanuwat Sankham  ซึ่งเป็นคลิปจากกล้องวงจรปิดขณะที่มีโจรเข้ามาขโมยเงินภายในกุฏิ พร้อมกับข้อความว่า “ฝากเตือนสังคมให้ระมัดระวัง วัด บ้านเรือนของท่านกันด้วยนะ สถานการณ์โควิด เศรษฐกิจวิกฤตฝืดเคืองแบบนี้ โจรมิจฉาชีพอาละวาดออกลักขโมยทรัพย์สิน แม้ในวัดก็ไม่เว้น กล้องวงจรโดนลักไปด้วย เหตุเกิดวัดมิ่งเมืองมูล ต.พิชัย อ.เมืองลำปาง โจรอาศัยช่วงฝนตกเสร็จเย็นวันที่ 5 พ.ค. 2564 เวลา 15.58 น.  โจรขโมยกล้องไป ปลั๊กสายไฟยังอยู่ ฝากบอกให้กลับมาเอาไปด้วย คงคิดว่าเอาหลักฐานไปไม่มีใครรู้”




          จากภาพดังกล่าว ได้มีชายอายุประมาณ 20-25 ปี สวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีดำ มัดผมจุก เดินเข้าทางประตูกุฏิ โดยได้มองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวัง และมองดูภายในกุฏิเหมือนหาสิ่งของมีค่า จากนั้นได้เดินเข้ามายังพานพุ่มที่ทำด้วยธนบัตรใบละ 50 บาท และ 20 บาท ที่วางอยู่ด้านใน และดึงเงินที่ติดกับพานออกไปจำนวนหนึ่ง ก่อนจะเดินออกทางประตูอย่างใจเย็น โดยใช้เวลาประมาณ 2.30 นาที ในการก่อเหตุ

          จากการสอบถาม พระครูสิริธรรมบัณฑิต, ผศ. เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมืองมูล กล่าวว่า อาตมาไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีแต่อย่างใด เพียงแต่นำคลิปจากกล้องวงจรปิดมาโพสไว้เพื่อเตือนภัยกับชาวบ้านและศรัทธาญาติโยมเท่านั้น  สำหรับช่วงที่เกิดเหตุนั้น เป็นเวลาประมาณ 15.55 น. ได้เกิดฝนตกอย่างหนัก พระ และเณร ได้อยู่บริเวณหน้าวัด ซึ่งคาดว่าโจรแอบเข้ามาทางด้านหลังย่องเข้ามาในกุฏิ อาศัยช่วงที่ฝนตกเข้ามาขโมยเงินไป พร้อมกับได้นำกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพตัวเองนั้นไปด้วย แต่ไมได้นำเอาสายไฟและปลั๊กไป ต่อมาช่วงสายวันนี้ เจ้าอาวาสได้สังเกตเห็นว่าเงินที่พานพุ่มแหว่งหายไป กล้องวงจรปิดหายไป จึงได้เข้าไปย้อนดูภาพที่เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือไว้ และพบว่ามีโจรได้เข้ามาลักขโมยเงินไปดังกล่าว

             ทั้งนี้ เงินที่ถูกขโมยไปเป็นเงินจากผ้าป่าที่ชาวบ้านร่วมกันทำบุญให้กับวัด  จำนวน 2,240 บาท ได้มีศรัทธาญาติโยมทำบุญสมทบให้แล้วตามจำนวนเงินที่หายแล้ว

 



 

Share:

วันพุธที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

กรมศิลป์แจงเหตุกำแพง100 ปีวัดยางกวงถล่ม ส่งวิศวกรสำรวจเร่งบูรณะ

 


เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2564 นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า สำนักศิลปากรที่ 7  เชียงใหม่  ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายของกำแพงวัดยางกวง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพังถล่มลงมาหลังจากเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ เมื่อคืนวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่า กำแพงวัดด้านทิศตะวันออกซึ่งเป็นกำแพงก่ออิฐเดิมสูงประมาณ 1.50  เมตร หนา 0.40  เมตร มีอายุการสร้างประมาณ 80-100  ปี อยู่ในเขตประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานวัดยางกวง  ได้พังเสียหายลงมาเป็นระยะทางยาวประมาณ 15  เมตร จากการตรวจสอบและวิเคราะห์ความเสียหายเบื้องต้นพบว่า  บริเวณด้านในของกำแพงที่พังเสียหาย มีการก่อสร้างศาลาบาตรและลานประทักษิณรอบ ๆ องค์เจดีย์วัดยางกวง ซึ่งก่อสร้างมาประมาณสิบปีแล้ว  มีการถมดินปนเศษอิฐหักรองพื้น และยกพื้นสูงกว่าพื้นถนนด้านนอก เมื่อมีปริมาณน้ำฝนที่มาก ทำให้น้ำฝนซึมลงสู่ชั้นดินด้านล่าง  ด้วยความสูงของการถมดินพื้นด้านในกำแพงมากกว่า 1.50  เมตร โดยอาศัยกำแพงก่ออิฐเดิมเป็นผนังที่รับแรงดันด้านข้าง ประกอบกับอายุการก่อสร้างกำแพง ซึ่งชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลาอยู่แล้ว  กำแพงก่ออิฐจึงไม่สามารถรับแรงดันดินด้านข้างจากภายในนี้ได้ทำให้เกิดเหตุดังกล่าว  



 


อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า เบื้องต้นทางสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่  ได้ประสานกับหน่วยงานในท้องถิ่นในการขนย้ายเศษอิฐกำแพงที่พังทลายออก และขอความอนุเคราะห์องค์การบริหารส่วนจังหวัด, เทศบาลนครเชียงใหม่ ใช้กระสอบทรายปิดกั้นแนวกำแพงและใช้เป็นผนังรับแรงดันดินด้านข้างเป็นการชั่วคราวก่อน จากนี้จะส่งผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มวิศวกรรม สำนักสถาปัตยกรรม มาดำเนินการสำรวจและแนะนำแนวทางการบูรณะซ่อมแซม พร้อมทั้งมอบให้สำนักศิลปากรที่  7  เชียงใหม่ เร่งทำรูปแบบเพื่อบูรณะคืนสภาพเดิม ทั้งนี้ เจ้าอาวาสวัดยางกวงได้รับทราบและยินดีจัดหางบประมาณในการบูรณะซ่อมแซมวัดยางกวงภายใต้การกำกับดูแลและคำแนะนำของกรมศิลปากร

 

“วัดยางกวง” ตั้งอยู่ในเขตกำแพงดิน ทางทิศใต้ของเมืองเชียงใหม่ มีชื่ออีกอย่างว่า วัดน่างรั้ว บางครั้งก็เรียกว่า วัดหน่างรั้ว คำว่า หน่างรั้วเป็นคำพิ้นบ้านล้านนาตามพจนานุกรรมล้านนาของ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. มณี พยอมยงค์ ให้ความหมายไว้ว่า หน่างรั้ว คือ รั้ว หรือแนวกัน ที่ทำให้คนหรือสัตว์เข้ามาติดแล้วออกไปไม่ได้ ซึ่งปรากฏในตำนานเมืองเชียงใหม่ว่า พญามังรายพญามังรายทรงโปรดให้ทำหน่างรั้วป้องกันข้าศึกไว้รอบเวียง

 

สันนิษฐานว่า วัดหน่างรั้ว น่าจะสร้างขึ้นในยุคต้นของราชวงศ์มังราย จากตำนานตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ได้กล่าวไว้ว่า เมื่อครั้งพญามังรายทรงออกแสวงหาชัยภูมิเพื่อสร้างเมืองใหม่ พระองค์เสด็จออกจากเวียงกุมกาม และทรงแวะตั้งค่ายพักแรม ณ บริเวณแห่งนี้ โดยให้ทหารและเสนาอำมาตย์สร้างหน่างรั้ว กั้นรอบล้อมค่ายพักแรมไว้ เพื่อป้องกันภัยอันตรายทั้งมวล ในเวลาต่อมาที่แห่งนี้จึงได้ชื่อว่า วัดหน่างรั้ว แต่ยังไม่พบหลักฐานที่แน่ชัดว่าวัดนี้สร้างในสมัยใดและใครเป็นผู้สร้าง มีเพียงหลักฐานปรากฏในนิราศหริภุญชัย (พ.ศ. 2060)


 

นับแต่ล้านนาถูกพม่ายึดครอง เป็นเวลา 200 กว่าปี ทำให้วัดวาอารามต่าง ๆ ในเมืองเชียงใหม่ถูกละทิ้งตกอยู่ในสภาพวัดร้างเป็นจำนวนมาก วัดยางกวงก็เป็นหนึ่งในจำนวนวัดร้างทั้งหลายเหล่านั้น จวบจนปี พ.ศ. 2339 พญากาวิละได้ยกทัพกลับมาขับไล่พม่าครั้งสุดท้ายออกจากล้านนา และได้กวาดต้อนเอาชนเผ่าไทยจากเขตเชียงรุ้งสิบสองปันนาและเชียงตุงให้มาอยู่ในเมืองเชียงใหม่ หรือที่เรียกกันว่า เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง ผู้คนทั้งหลายที่ถูกกวาดต้อนมาจากทางเหนือมีกลุ่มหนึ่งเป็นชาวไทยเขินมาจากบ้านยางกวงเมืองเชียงตุงเข้ามาอยู่รอบๆ วัดหน่างรั้ง และได้ช่วยกันฟื้นฟูบูรณะวัดแห่งนี้จนเจริญรุ่งเรือง และภายหลังได้เปลี่ยนชื่อวัดนี้เป็น วัดยางกวง เหมือนในเชียงตุง เพื่อเป็นอนุสรณ์ว่าพวกเขามาจากบ้านนายางกวงเชียงตุง ต่อมาภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 วัดยางกวงแห่งนี้กับกลายเป็นวัดร้างอีก

 

สำหรับลักษณะความสำคัญของ “วัดยางกวง” รูปทรงเจดีย์เป็นทรงมณฑป 8 เหลี่ยม ที่มีเครื่องยอดเป็นทรงระฆัง 8 เหลี่ยม รวมถึงส่วนบัลลังก์ ปล้องไฉนและปลียอด ลักษณะเด่นที่ปรากฏพบเห็นนี้ มีเพียงเจดีย์ที่วัดยางกวงแห่งเดียว

 


ตามตำนานที่ได้ศึกษากันก็พอจะประมาณได้ว่า สร้างขึ้นในช่วงเวลาที่ล้านนาเป็นเอกราชคือ ในระยะตั้งแต่ ปี พ.ศ. 1839-2100 หรือประมาณพุทธศตวรรษที่ 20 ซึ่งอยู่ในรัชกาลของพญาติโลกราช (พ.ศ.1985-2030) และมีการบูรณะเจดีย์อีกครั้งในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 21 หรือราวต้นรัตนโกสินทร์ (ตรงกับสมัยพระเจ้ากาวิละ) ต่อมาได้ทำการบูรณะอีกครั้งในสมัยรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งได้รับเมตตาจากพระเดชพระคุณพระเทพวรสิทธาจารย์ รองเจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เป็นประธานในการบูรณะจนแล้วเสร็จ ส่วนซุ้มจระนำขององค์พระเจดีย์นั้น ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นประทับนั่ง ที่ยังคงปรากฏอยู่ในบางซุ้ม

 

อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงปลายปี 2563 ที่ผ่านมา สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ได้เปิดเผยผลการศึกษาทางด้านโบราณคดีของวิหารวัดยางกวง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะประเด็นการพบฐานพระพุทธรูปประดับด้วยกระจกจีนซึ่งเป็นที่ฮือฮาอย่างมากเมื่อครั้งมีการเปิดเผยภาพ ซึ่งจากการศึกษาได้พบพัฒนาการทางสถาปัตยกรรมถึง 4 ยุคสมัยด้วยกัน คือ

 

ยุคที่ 1 เป็นอาคารสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบลดชั้น ด้านหน้า 3 ชั้น และด้านหลัง 3 ชั้น ฐานอาคารเป็นฐานหน้ากระดานซ้อนกัน 3 ชั้น โดยในยุคที่ 1 นี้สามารถแบ่งได้เป็น 2 สมัยย่อย คือ สมัยที่ 1 ปรากฏร่อยรอยฐานพระและแนวแท่นบูชาที่ค่อนข้างเรียบง่าย สะท้อนถึงสภาวะทางเศรษฐกิจของชุมชนผู้สร้างที่ยังไม่มั่นคงมากนัก

 

ยุคที่ 2 ปรากฏร่องรอยการตกแต่งฐานพระด้วยลายปูนปั้นประดับกระจกจืน จากลักษณะทางสถาปัตยกรรมผังอาคารที่ปรากฏแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลจากกลุ่มวัฒนธรรมเชียงตุง ซึ่งสอดคล้องกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่พระยากาวิละได้กวาดต้อนผู้คนจากเมืองเชียงตุงลงมาตั้งถิ่นฐานในเมืองเชียงใหม่เมื่อปี พ.ศ.2345 จึงกำหนดอายุของสิ่งก่อสร้างยุคที่ 1 ทั้ง 2 สมัย ครอบคลุมช่วงระยะเวลาตั้งแต่ พ.ศ. 23502450

 

ยุคที่ 3 อาคารวิหารเหลือสภาพเพียงฐานลานโล่ง มีเพียงหลังคาคลุมเฉพาะองค์พระประธาน ส่วนฐานพระถูกสร้างทับด้วยคอนกรีตแบบเรียบง่าย ซึ่งสภาพดังกล่าวเป็นผลมาจากการที่ผู้คนอพยพหนีภัยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่งผลให้สภาพอาคารทรุดโทรม สามารถกำหนดอายุวิหารยุคที่สามได้ระหว่าง พ.ศ.25002549

 

ยุคที่ 4 เป็นอาคารวิหารสมัยใหม่คอนกรีตเสริมเหล็ก ส่วนฐานและผนังก่ออิฐ สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2549 และใช้มาจนถึง พ.ศ. 2560



กอบแก้ว แผนสท้าน...เรื่อง

 

Share:

โจรย่องงัดตู้เติมเงินร้านขายของชำ ฉกเงินในตู้ไปได้พันกว่าบาท เจ้าของร้านเผยเคยถูกงัดมาแล้วและจับคนร้ายได้ แต่ก็ยังโดนอีก

 



จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2564 เวลาประมาณ 09.40 น. เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ได้รับแจ้งว่า มีเหตุงัดแงะตู้เติมเงิน ที่ร้านขายของชำ รักบ้านเกิด เลขที่ 97 ถ.มนตรี ต.สบตุ๋ย อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง จากนั้น จึงประสาน ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองลำปาง รุดเข้าไปตรวจสอบ 

เมื่อไปถึง พบกับเจ้าของร้าน คือ นางจินดา ทิป้อ อายุ 53 ปี ชาวตรอกโรงไฟฟ้าเก่า  ต.สบตุ๋ย อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง เจ้าของร้าน ได้ยืนรอเจ้าหน้าที่ ซึ่งจุดดังกล่าว มีตู้เติมเงิน 2 ตู้ ตู้เติมน้ำดื่ม 1 ตู้ และเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ เรียงต่อกันอีก 4 เครื่อง ก่อนนางจินดา ซึ่งเป็นเจ้าของ ได้ชี้ให้ดูว่ามีตู้เติมเงิน ยี่ห้อเอเจ สีแดง มีลักษณะถูกงัดฝาช่องเก็บเงินจนชำรุดเสียหายไป 1 ตู้ ซึ่งตนได้เติมเงินวันต่อวัน วันละ 3,000 บาท ใส่ระบบออนไลน์ไว้ คาดว่าจะมีคนร้ายมางัดในช่วงกลางคืนตอนร้านปิด แล้วนำเงินไปได้ประมาณ พันกว่าบาท 

นางจินดา เล่าอีกว่า ก่อนหน้านี้ก็เคยถูกงัดตู้เติมเงินและเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนกระทั่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเห็นภาพคนร้าย จนทำให้จับกุมคนร้ายมาได้ 1 ราย แล้ว จนกระทั่งครั้งนี้มาเจอเหตุการณ์เดิมซ้ำอีก จึงจะได้แจ้งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯและร้อยเวรฯ สภ.เมืองลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง มาตรวจสอบหาหลักฐาน และ ภาพวงจรปิดรอบๆบริเวณ เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายต่อไป  





Share:

ชาวบ้าน ต.บ้านขอ อ.เมืองปาน ตื่นแห่ดูน้ำป่าไหลหลากผ่านลำห้วยในหมู่บ้าน โชคดีไม่มีบ้านเรือนเสียหาย ด้านกำนันฯ เผยเกิดฝนตกหนัก จึงประกาศเตือนให้ชาวบ้านรับมือ


        เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 5 พ.ค 64 ที่บริเวณ สะพานข้ามลำน้ำแม่ตุ๋ย ระหว่างบ้านถ้ำ หมู่ 1 ต.ทุ่งกว๋าว ไปบ้านแม่กองปิน หมู่ 6 ต.บ้านขอ อ เมืองปาน จ.ลำปาง ชาวบ้าน จำนวนมากต่างพากันออกมาดู สภาพน้ำป่าที่ไหลหลากในลำน้ำแม่ตุ๋ย ที่ไหลผ่านหมู่บ้านแห่งนี้จำนวนมาก ซึ่งต่างแตกตื่นที่เห็นน้ำป่าไหลหลากในลำน้ำแม่ตุ๋ยที่ก่อนหน้านี้แห้งขอด น้ำป่าไหลหลากพัดเอาเศษสวะกิ่งไม้  ท่อนไม้มากับลำน้ำจำนวนมาก โดยพบว่าระดับน้ำเริ่มเพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเกือบล้นตลิ่ง  โดยชาวบ้าน ต่างเตรียมพร้อมเก็บข้าวของขึ้นที่สูง หลังได้นับการแจ้งเตือน 



        ด้านนายจำนง จำรัสศรี กำนันตำบลบ้าน ขอ อ.เมืองปาน  ได้ลงพื้นที่สำรวจชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากครั้งนี้ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 13.00 น.- 14.00  น. ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ โดยเฉพาะป่าต้นน้ำลำห้วยแม่บอมเขตบ้านป่าเหว หมู่ 3 ต.บ้านขอ  ซึ่งเป็นหมู่บ้านเชิงเขา ตนเองได้ประกาศแจ้งเตือนไปยังผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ที่ลำห้วยแม่บอมไหลผ่าน ให้เตรียมความพร้อมรับมือ จากนั้นไม่นานเวลา 15.00 น. น้ำป่าได้ไหลหลากลงมาจากภูเขาลงสู่ลำห้วยแม่บอม อย่างรวดเร็วและเพิ่มระดับขึ้น จนทะลักเข้าท่วมแปลงเกษตรกรรม และถนนเรียบลำห้วยจนได้รับความเสียหาย ส่วนบ้านเรือนชาวบ้านเบื้องต้นไม่พบว่ามีผู้ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด   ทั้งนี้ ยังอยู่ในระหว่างการสำรวจ เพื่อที่จะให้การช่วยเหลือต่อไป โดยตนได้แจ้งเตือนไปยังหมู่บ้านชุมชน ที่อยู่ติดลำน้ำแม่ตุ๋ย ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ให้เตรียมรับมือน้ำล้นตลิ่งต่อไป 




Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์