วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

สองพ่อลูกมาทำสวนลิ้นจี่ ขับกระบะเสียหลักตกเหวลึก 30 เมตร พ่อถูกรถทับดับสลด ลูกชายเจ็บรอดหวุดหวิด

           เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 สมาคมกู้ภัยอำเภองาว ได้รับแจ้งจากศูนย์กู้ชีพ 1669 จังหวัดลำปาง ว่าเกิดอุบัติเหตุรถกระบะเสียหลักพลิกตกเหว มีผู้ได้รับบาดเจ็บและติดอยู่ภายในรถ บริเวณบ้านขุนอ้อนพัฒนา ตำบลบ้านอ้อน อำเภองาว จังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลและเข้าถึงยาก


         หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ประสานขอสนับสนุนรถออฟโรดจาก นายวิทยา ธิชูโต นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาแก รวมทั้งรถขับเคลื่อนสี่ล้อจาก อบต.บ้านอ้อน เพื่อลำเลียงเครื่องตัดถ่างและเจ้าหน้าที่เข้าสู่จุดเกิดเหตุ เนื่องจากเส้นทางเป็นถนนดินลูกรังแคบและลาดชัน ใช้เวลาเดินทางเกือบ 1 ชั่วโมง จึงสามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้ในเวลา 16.20 น.

          ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน แคป สีดำ พลิกตะแคงอยู่ก้นเหวลึกประมาณ 30 เมตร สภาพพังเสียหายหนัก โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย รายแรกเป็นคนขับถูกรถทับติดอยู่ใต้ท้องรถ ส่วนอีกรายเป็นลูกชาย กระเด็นออกมานอกรถ ชาวบ้านในพื้นที่ช่วยนำส่งโรงพยาบาลงาวก่อนหน้านี้แล้ว

            เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้รถวินช์ดึงตัวรถขึ้น เพื่อเปิดทางเข้าช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ใต้รถ แต่เมื่อเข้าตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตแล้ว ทราบชื่อต่อมาคือ นายเก้าเลี่ยม แซ่ฟุ้ง อายุ 56 ปี ชาวจังหวัดกำแพงเพชร เจ้าหน้าที่จึงนำร่างออกจากจุดเกิดเหตุ พร้อมประสานพนักงานสอบสวน สภ.งาว และแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลงาว ร่วมชันสูตร


      
         เบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตเดินทางมาดูแลสวนลิ้นจี่ของญาติในพื้นที่ และใช้เส้นทางดินลูกรังเข้าออกสวน ซึ่งมีลักษณะแคบ รถสวนกันได้ลำบาก คาดว่าช่วงเกิดเหตุมีฝนตกทำให้ถนนลื่น ก่อนรถจะเสียหลักตกเหวดังกล่าว

ภาพ สมาคมกู้ภัยอำเภองาว 
Share:

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

อบจ.ลำปาง เตรียมจัด ใหญ่! งานมหกรรมสมุนไพร ปี 69 ชูแนวคิด “ลำปางเมืองล้านนา ภูมิปัญญาสมุนไพร” ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่สากล

 

วันที่ 23 พฤษภาคม 2569  องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง (อบจ.ลำปาง) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงานแถลงข่าวเตรียมความพร้อมจัดงานใหญ่แห่งปี งานมหกรรมสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก จังหวัดลำปาง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569มุ่งสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมยกระดับสมุนไพรไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีสากล โดยมีกำหนดการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ 4 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 1114 มิถุนายน 2569 ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลำปาง

น.ส.ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นายก อบจ.ลำปาง กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิดหลัก (Theme) “ลำปางเมืองล้านนา ภูมิปัญญาสมุนไพรซึ่งมุ่งเน้นการเปิดประตูเมืองลำปางเพื่อ ฉายภาพภูมิปัญญา สู่คุณค่าแห่งสากลพลิกฟื้นคุณค่าของสมุนไพรพื้นบ้านและศาสตร์การแพทย์แผนไทยให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ยุคใหม่

ภายในงานพบกับ 5 ไฮไลท์สำคัญ ที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพทุกเจเนอเรชัน ประกอบด้วย

Premium Medical & Lanna Wellness (ชั้น 1 และ ชั้น 2): ยกคลินิกแพทย์แผนไทยมาไว้ใจกลางห้าง บริการตรวจเช็กสุขภาพและวินิจฉัยโรคตามศาสตร์การแพทย์แผนไทยปัจจุบัน พร้อมสัมผัสหัตถการบำบัด อาทิ การนวดประคบ, พอกเข่า/ตา/หน้า และการสุมยา รวมถึงการสาธิตศาสตร์การรักษาชั้นสูงที่หาชมได้ยาก เช่น "การสักยา" และ "การบ่งต้อด้วยหนามหวาย" พิเศษ! บริการนวดนักกีฬา (Sport Massage) โดยมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตลำปาง ณ บริเวณชั้น 2

กิจกรรม เวิร์กชอปสุดชิค และเสวนาเจาะลึกเทรนด์สุขภาพคนรุ่นใหม่: เอาใจคนรุ่นใหม่ด้วยเวิร์กชอปและกิจกรรมสาระความรู้ ทั้งสายบิวตี้กับเสวนา ศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging) ด้วยสมุนไพรไทย”, สายคาเฟ่ร่วมเรียนรู้และทดลองทำเมนูโมเดิร์น "Herbal Mocktail" (อัญชันมะนาว, ตะไคร้, ใบเตย) พร้อมแจกชิมฟรี และสายลงมือทำกับ Workshop ปรุง "ยาดมสมุนไพร" และ "พิมเสนน้ำอโรม่า" สูตรเฉพาะตัวเพื่อนำกลับบ้าน


กิจกรรมสีสันแห่งล้านนา ความบันเทิงและการประกวด: ร่วมชมและเชียร์การประกวดหนูน้อยสมุนไพร, การประกวดผลิตภัณฑ์ "ลาบเมือง มะแขว่นหอม" เพื่อยกระดับเครื่องเทศอัตลักษณ์ล้านนาสู่สากล พร้อมสนุกกับกิจกรรมสันทนาการแจกรางวัลทุกวัน อาทิ Bingo สมุนไพรนำโชค และเกมแฟนพันธุ์แท้สมุนไพร

นวัตกรรมก้าวล้ำ และทัพสินค้าพรีเมียม: ตื่นตาตื่นใจกับนิทรรศการให้ความรู้จากสถาบันการศึกษาชั้นนำ ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, มทร.ล้านนา และเครือข่ายหมอพื้นบ้านจาก 13 อำเภอ พร้อมเลือกซื้อสินค้าจากโซนวิสาหกิจชุมชนกว่า 36 บูธ เช่น ลิปบาล์มจากครั่ง อ.เมืองปาน และสมุนไพรกระดูกไก่ดำ อ.งาว โดยในวันสุดท้ายของงานจะมีกิจกรรมแจกถุงโชคดี (Lucky Bag) ให้ผู้ร่วมงานฟรี

และไฮไลท์เศรษฐกิจ "Business Matching": แพลตฟอร์มจับคู่ธุรกิจครั้งสำคัญที่จะเชื่อมโยงกลุ่มวิสาหกิจชุมชน หมอพื้นบ้าน และผู้ผลิตต้นน้ำของจังหวัดลำปาง เข้ากับนักลงทุน ผู้ประกอบการรายใหญ่ในอุตสาหกรรมสุขภาพ, สปา, ผู้ส่งออก และกลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อผลักดันและขยายตลาดสมุนไพรลำปางสู่ระดับสากลอย่างเป็นรูปธรรม

อบจ.ลำปาง และภาคีเครือข่าย จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวลำปาง จังหวัดใกล้เคียง และนักท่องเที่ยว ร่วมเปิดประสบการณ์สุขภาพดีในแบบล้านนาใน งานมหกรรมสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก จังหวัดลำปางระหว่างวันที่ 11 14 มิถุนายน 2569 ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลำปาง (เข้าชมงานและร่วมกิจกรรมฟรีตลอดงาน)



Share:

วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

วัยรุ่นผวา! เจอชายสวมหมวกกันน็อกโผล่มุมมืดห้องน้ำปั๊มลำปาง ตร.รวบตรวจสอบ พบพกยาโรคซึมเศร้า

 


ช่วงดึกวัยรุ่นลำปางแตกตื่น หลังพบชายปริศนาสวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ไม่สวมเสื้อ โผล่ออกมาจากมุมมืดบริเวณห้องน้ำปั๊มน้ำมันย่านการเคหะลำปาง ก่อนรีบวิ่งหลบซ่อน ด้านตำรวจเข้าตรวจสอบทันที พบตัวซ่อนอยู่ในห้องเก็บของข้างห้องน้ำ พร้อมกระเป๋าสัมภาระและยาเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า เบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ก่อนทำประวัติและปล่อยตัว

        เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เขลางค์นคร จ.ลำปาง รับแจ้งจากกลุ่มวัยรุ่นว่า พบชายต้องสงสัยอยู่บริเวณห้องน้ำภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ถนนลำปาง–แม่ทะ ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง ลักษณะสวมหมวกกันน็อกสีขาวแบบเต็มใบ ไม่สวมเสื้อ ใส่เพียงกางเกงขาสั้น และมีพฤติกรรมน่าสงสัย ทำให้กลุ่มวัยรุ่นเกิดความหวาดกลัว จึงรีบแจ้งตำรวจให้เข้าตรวจสอบ




        เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบกลุ่มวัยรุ่น 4 คนยืนรออยู่บริเวณหน้าห้องน้ำ โดยหนึ่งในกลุ่มเล่าว่า เห็นชายคนดังกล่าวเดินโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ใกล้ห้องน้ำ ก่อนเดินเข้ามาใกล้ ทำให้ต้องรีบวิ่งไปหาเพื่อน ขณะที่วัยรุ่นชายอีกคนให้ข้อมูลว่า เห็นชายปริศนาเดินออกมาจากบริเวณห้องน้ำที่ค่อนข้างมืด และคล้ายถือสิ่งของบางอย่างอยู่ในมือ แต่ไม่สามารถมองเห็นได้ชัด จึงตัดสินใจบอกว่าจะโทรแจ้งตำรวจ ทำให้ชายคนดังกล่าวรีบหลบหนีไปซ่อนตัว

        เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังค้นหารอบบริเวณ และพบชายต้องสงสัยหลบอยู่ภายในห้องเก็บของข้างห้องน้ำ จากการตรวจสอบพบอายุประมาณ 38 ปี สภาพเหงื่อท่วมตัว สวมเพียงกางเกงกีฬาขาสั้น รองเท้าผ้าใบและถุงเท้ายาว ไม่สวมเสื้อ โดยมีหมวกกันน็อกสีขาว กระเป๋าเป้สีชมพู เสื้อผ้าสำรอง โทรศัพท์มือถือ และรถจักรยานยนต์เวสป้าสีขาวจอดอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำ


        ชายคนดังกล่าวให้การว่า ก่อนเกิดเหตุไปดื่มสุรามาและรู้สึกร้อน จึงเข้าไปถอดเสื้อภายในห้องน้ำปั๊มน้ำมัน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ ไม่พบภาพแอบถ่ายหรือสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังพบยาที่ใช้รักษาอาการโรคซึมเศร้าอยู่ภายในกระเป๋า

        ด้านกลุ่มวัยรุ่นยังติดใจและเกรงว่าอาจเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจปัสสาวะ เบื้องต้นผลตรวจขึ้น 1 ขีด โดยชายคนดังกล่าวอ้างว่า รับประทานยารักษาอาการซึมเศร้าอยู่เป็นประจำ ตำรวจจึงบันทึกข้อมูล ถ่ายภาพบัตรประชาชนไว้เป็นประวัติ ก่อนปล่อยตัวและเตรียมตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม

        ทั้งนี้ ช่วงเกิดเหตุปั๊มน้ำมันปิดให้บริการแล้ว เหลือเปิดเฉพาะร้านสะดวกซื้อ ทำให้บริเวณห้องน้ำเปิดไฟเพียงบางส่วน ส่งผลให้ค่อนข้างมืดและสร้างความหวาดระแวงให้กับผู้ที่มาใช้บริการในช่วงเวลากลางคืน โดยเจ้าหน้าที่ฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้หญิงและวัยรุ่น ไม่ควรเข้าห้องน้ำในจุดเปลี่ยวเพียงลำพัง ควรเลือกจุดที่มีแสงสว่างเพียงพอหรือมีเพื่อนไปด้วยเพื่อความปลอดภัย








Share:

นักเรียนชายวัย 17 ปี ขี่มอเตอร์ไซค์หลุดโค้งพุ่งลงข้างทาง ขาซ้ายหักผิดรูป เสียเลือดมาก เจ็บหนัก

         เมื่อเวลา 16.44 น. วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังเหนือ จังหวัดลำปาง รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มเอง บนเส้นทางวังเหนือ–แจ้ห่ม ก่อนถึงองค์การบริหารส่วนตำบลวังใต้ อำเภอวังเหนือ จึงประสานเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยวังเหนือเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
            เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงจุดเกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีดำ-น้ำเงิน พุ่งตกลงไปในพงหญ้าข้างทาง บริเวณริมถนนพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นนักเรียนชาย 1 ราย อายุ 17 ปี ชาวบ้านแสนตอ หมู่ 11 นอนอยู่บนพื้นถนนในสภาพรู้สึกตัวดี มีบาดแผลถลอกตามร่างกายหลายแห่ง ขาซ้ายหักผิดรูปและมีเลือดออกจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยวังเหนือได้เร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลวังเหนือเพื่อรักษาอย่างเร่งด่วน
          เบื้องต้นพบว่าถนนบริเวณดังกล่าวเป็นทางโค้ง และมีสภาพพื้นถนนเปียกชื้นหลังฝนตก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้รถเสียหลัก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
ภาพ สมาคมกู้ภัยวังเหนือ
Share:

รถบัส กฟผ. ชนกับหกล้อ กฟภ. ใกล้เกาะลอยแม่เมาะ เร่งช่วยเจ้าหน้าที่ซ่อมไฟถูกอัดติดรถ เจ็บ 2 ราย

          เมื่อเวลาประมาณ 17.06 น. วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 สภ.แม่เมาะรับแจ้งเหตุเกิดอุบัติเหตุรถบัสของ กฟผ.แม่เมาะ ชนกับรถบรรทุก 6 ล้อของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) บริเวณใกล้เกาะลอย ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ 2 ราย
        หลังรับแจ้งจึงประสานทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่เมาะ  งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลแม่เมาะ ศูนย์การแพทย์ กฟผ.  สมาคมกู้ภัยลำปาง นำเครื่องตัดถ่างเข้าสนับสนุนที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน
        ในที่เกิดเหตุพบรถหกล้อสีส้มของ กฟภ. สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ห้องโดยสารถูกแรงกระแทกอัดจนยุบ เบื้องต้นพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 2 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ซ่อมไฟที่โดยสารมากับรถหกล้อ ถูกอัดติดอยู่ภายในห้องโดยสาร  เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างงัดซากรถ เพื่อนำผู้บาดเจ็บออกมา โดยมีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานร่วมกันช่วยเหลือ ก่อนสามารถนำตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย และรีบนำส่งโรงพยาบาลแม่เมาะ
          ขณะที่รถบัสของ กฟผ. จอดอยู่ด้านข้าง มีร่องรอยความเสียหายบริเวณตัวรถเช่นกัน ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป.

ภาพ เครือข่ายกู้ภัยแม่เมาะ และสมาคมกู้ภัยลำปาง 

Share:

กฟผ. จับมือ 4 สถาบันศึกษา เคาะแผนจัดการเปลือกดินเหมืองแม่เมาะ หนุนมาตรการเทคนิคคุมเข้มความปลอดภัย

         กฟผ. แม่เมาะ เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยพื้นที่เหมือง จับมือผู้เชี่ยวชาญจาก 4 สถาบันการศึกษาชั้นนำ ตรวจสอบและให้ความเห็นชอบแผนจัดการเปลือกดินบริเวณจุดทิ้งดินนอกบ่อเหมือง หลังเกิดเหตุดินสไลด์ปลายปี 2568 พร้อม 3 ข้อเสนอแนะทางเทคนิค เร่งเสนอคณะทำงานจังหวัดและ สอจ.ลำปาง อนุมัติกลับเข้าดำเนินการเก็บกองเปลือกดินอย่างปลอดภัยสูงสุด ด้าน กพร. ลงพื้นที่ตรวจแล้ว ไฟเขียวผ่านแผน

        นายสุชาติ ตุ่นแก้ว ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ (ชชม.) เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ 9 ท่านจาก 4 สถาบันการศึกษา ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อตรวจติดตามพื้นที่ดินสไลด์และพิจารณาแผนการจัดการเปลือกดินให้ถูกต้องตรงตามหลักวิศวกรรม ณ อาคารที่ทำการเหมืองแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา




        โดยที่ประชุมและคณาจารย์มีความเห็นสอดคล้องโดยหลักการกับผลการศึกษาของ รศ.ดร.ฐิรวัตร บุญญะฐี ที่ปรึกษาและประธานอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมปฐพี ว.ส.ท. พร้อมทั้งได้ร่วมกันเสนอแนะแนวทางเทคนิคเพิ่มเติม 3 ประเด็นเพื่อควบคุมความปลอดภัยเชิงรุก ประกอบด้วย:

  1. การเพิ่มเครื่องมือตรวจวัด (Instrumentation): ขยายการตรวจวัดการเคลื่อนตัวของผิดินและใต้ดินในแนวสายพานและพื้นที่ถมดินใหม่

  2. การตรวจวัดแรงดันน้ำใต้ดิน: เพิ่มจำนวนหัวตรวจวัด (Piezometer) ตามความลึกของชั้นดินถม

  3. การตรวจติดตาม (Monitor): เฝ้าระวังน้ำหนักกดทับของแนวสายพานต่อมวลดินสไลด์อย่างใกล้ชิด

        ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง (สอจ.ลำปาง) และสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 3 เชียงใหม่ (สรข.3 เชียงใหม่) หลังเกิดเหตุการณ์ดินสไลด์เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งระบุให้ กฟผ. ต้องเสนอแผนจัดการเปลือกดินที่ผ่านการรับรองจากสถาบันการศึกษาอย่างน้อย 3 สถาบัน เพื่อความปลอดภัยในทุกมิติ ทั้งการออกแบบ ความลาดชัน และการระบายน้ำ

            นายสุชาติ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า กฟผ. จะรวบรวมข้อเสนอแนะทั้งหมดนำเสนอต่อคณะทำงานแก้ไขปัญหามวลดินสไลด์ฯ และ สอจ.ลำปาง เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติให้กลับเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ระหว่างวันที่ 11-12 พฤษภาคม 2569 คณะเจ้าหน้าที่จากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) และ สรข.3 เชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแผนฉบับดังกล่าวแล้ว และมีมติเห็นชอบว่าแผนมีความเหมาะสมตามหลักวิชาการและมีวิศวกรควบคุมรับรองอย่างถูกต้อง

Share:

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

หญิงวัย 39 ปี รับสารภาพยิงหญิงวัย 37 เสียชีวิต หลังหึงหวงอดีตสามีที่แอบมีความสัมพันธ์ผู้ตาย ก่อนนำอาวุธไปทิ้งหวังอำพรางคดี

        วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรห้างฉัตร รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต บริเวณกระท่อมกลางทุ่งนา เขตบ้านปงใต้ ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พ.ต.อ.ประภาส อุบลศรี ผกก.สภ.ห้างฉัตร ทราบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง พนักงานสอบสวน แพทย์นิติเวช และเจ้าหน้าที่กู้ภัยปงยางคก ร่วมเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

        เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย นอนหงายเสียชีวิตอยู่บริเวณโคนต้นไม้ มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะ 1 นัด ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นางสุกัญญา อายุ 37 ปี ชาวบ้านจอมปิง หมู่ 8 ต.นาแก้ว อ.เกาะคา ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีดำ ทะเบียนจังหวัดกรุงเทพฯ จอดอยู่ 1 คัน ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นางวันเพ็ญ หรือ “ยิ้ม” อายุ 39 ปี ชาวบ้านปงใต้ หมู่ 7 ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัย มาสอบสวนที่ สภ.ห้างฉัตร โดย ผกก. ทำการสอบสวนด้วยตัวเอง  

        พ.ต.อ.ประภาส เปิดเผยว่า ในช่วงแรกผู้ต้องสงสัยยังให้การภาคเสธ โดยอ้างเพียงว่าได้นั่งดื่มกินกับผู้เสียชีวิต แต่หลังจากเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนอย่างละเอียด ผู้ต้องสงสัยเริ่มมีอาการอ่อนล้า ก่อนยอมรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้ไปตามหานายกุ้ง อดีตสามี   เมื่อไปถึงได้เกิดทะเลาะวิวาทกัน เป็นผู้ลงมือก่อเหตุยิงผู้ตายจริง เนื่องจากเกิดความหึงหวง หลังทราบว่าอดีตสามีไปมีความสัมพันธ์กับผู้เสียชีวิต จึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว ก่อนนำอาวุธปืนไปโยนทิ้งเพื่ออำพรางคดี

        ภายหลังการรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนางยิ้มไปชี้จุดทิ้งอาวุธปืน และทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


Share:

ชาวบ้านสุดทนร้องผ่านโซเชียล เจอหนุ่มวัยรุ่นซิ่งรถท่อดังยามวิกาล ตำรวจวังเหนือตามรวบ ปรับสูงสุด 2,000 บาท

 

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.สมภพ สุภาพร ผกก.สภ.วังเหนือ  ได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.สุรพงษ์ ขัดสีใส สวป.สภ.วังเหนือ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และตำรวจจราจร ออกตรวจสอบกรณีมีผู้ได้รับความเดือดร้อนโพสต์คลิปผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในกลุ่ม Facebook “อ.วังเหนือ จว.ลำปางระบุว่า มีกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ส่งเสียงดังรบกวน สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชาวบ้าน โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 00.52 น. ของวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุได้ เป็นชาย อายุ 23 ปี  ชาวบ้านหมู่ 4 ต.ทุ่งฮั้ว อ.วังเหนือ จ.ลำปาง โดยผู้กระทำผิดยอมรับสารภาพว่า เป็นบุคคลตามคลิปจริง พร้อมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน-ดำ ซึ่งใช้ในการก่อเหตุ เพื่อนำมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก ในข้อหา นำรถที่มีเสียงอื้ออึงมาใช้ในทางเดินรถเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท ซึ่งถือเป็นอัตราโทษสูงสุดตามกฎหมาย

ทั้งนี้ สภ.วังเหนือ ขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนและผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ให้เคารพกฎหมายจราจร และคำนึงถึงความสงบเรียบร้อยของสังคม เพื่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนส่วนรวม

ที่มา สภ.วังเหนือ

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์