วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569
เจ้าหน้าที่ช่วย 3 ลูกหมาจิ้งจอกรอดตายกลางกองเถ้าถ่าน หลังเข้าดับไฟป่าป่าแจ้ซ้อน ถูกเผาวอด 30 ไร่
สืบแม่ทะรวบค้ายาบ้าตามหมายจับ 1 ราย อีกรายทิ้งปืนหนีเข้าป่า
เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2569 เวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ทะ จ.ลำปาง ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผกก.สภ.แม่ทะ สั่งการให้ชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.อนันต์ คำมี รอง ผกก.สส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ร่วมบูรณาการกับฝ่ายปกครองอำเภอแม่ทะ เข้าปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่
ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมได้ 1 ราย คือ ชายอายุ 30 ปี ชาวบ้านกิ่ว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง (ขอสงวนชื่อ-สกุล) ตามหมายจับศาลจังหวัดลำปาง ในข้อหาเกี่ยวกับการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) เพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

ขณะเดียวกันอีก 1 เป้าหมาย เป็นชายในพื้นที่ตำบลหัวเสือ ไหวตัวทัน วิ่งหลบหนีเข้าป่า ทิ้งของกลางไว้ในที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน รถจักรยานยนต์ และโทรศัพท์มือถือ
เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐาน เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามตัวผู้หลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป
ที่มา เซเว่นนัมเบอร์
ลำปางน้ำมันวิกฤต! “ดาชัย” ส.ส.ลำปาง ซัดกลางสภา – รัฐบาลบอกมีพอ แต่ประชาชนเติมไม่ได้ แล้วสงกรานต์ประชาชนจะกลับบ้านได้อย่างไร
เมื่อวันที่
25 มี.ค. 2569 ที่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายดาชัย
เอกปฐพี ส.ส.ลำปาง เขต 2
ลุกขึ้นอภิปรายสะท้อนปัญหาวิกฤตน้ำมันขาดแคลนในพื้นที่จังหวัดลำปางและภาคเหนือ
โดยชี้ว่าประชาชนกำลังเผชิญความเดือดร้อนอย่างหนัก
แต่ภาครัฐกลับให้ข้อมูลว่าน้ำมันยังมีเพียงพอ
นายดาชัย
ระบุว่า จากการลงพื้นที่ในหลายอำเภอ ทั้งงาว แจ้ห่ม วังเหนือ และเมืองปาน
พบว่าสถานการณ์น้ำมันยังคงขาดแคลน ประชาชนต้องเข้าคิวรอเติมน้ำมัน
ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นมานานกว่า 10 วันแล้ว
ทั้งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่ามีน้ำมันเพียงพอ แต่ทำไมประชาชนยังหาซื้อน้ำมันไม่ได้
นอกจากนี้
นายดาชัยยังยกกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี การรณรงค์ให้ประชาชนใช้รถยนต์ไฟฟ้า
(EV)
แก้ปัญหาน้ำมัน โดยนายกฯ ได้ถอยรถยนต์ EV ป้ายแดงคันใหม่
ราคากว่า 1.3 ล้านบาท
จึงตั้งข้อสังเกตว่าเป็นแนวทางที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัด
โดยเฉพาะชาวลำปางที่ยังจำเป็นต้องใช้รถกระบะดีเซลในการประกอบอาชีพ
“เห็นนายกฯ
อนุทิน ซื้อรถไฟฟ้าใหม่ป้ายแดง ราคา 1.3 ล้าน พร้อมกับประชาสัมพันธ์ให้คนไทยรณรงค์ใช้รถไฟฟ้าเพื่อแก้ไขวิกฤตน้ำมัน
รถไฟฟ้าคนรวยซื้อได้ครับ แต่พี่น้องชาวลำปางบ้านผม
ยังใช้รถกระบะดีเซลทำมาหากินอยู่เลย”
พร้อมเล่าประสบการณ์ส่วนตัวว่า
สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ขับรถกลับ จ.ลำปาง
พบว่าตั้งแต่จ.นครสวรรค์ ถึง จ.ลำปาง ไม่สามารถเติมน้ำมันได้ตลอดเส้นทาง
สะท้อนวิกฤตที่เกิดขึ้นจริง
อีกหนึ่งปัญหาที่ถูกหยิบยก คือวิกฤต “ส้วมเต็ม” ในอำเภอแจ้ห่ม เนื่องจากไม่มีรถดูดส้วมเข้าไปให้บริการ อันเป็นผลมาจากทั้งปัญหาข้อกฎหมาย และการขาดแคลนน้ำมัน ส่งผลให้เกิดกลิ่นเหม็นกระทบทั้งอำเภอ จนต้องมีการเรียกประชุมหน่วยงานเร่งแก้ไข
นายดาชัย
กล่าวทิ้งท้ายว่า วิกฤตน้ำมันเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างชัดเจน
โดยเฉพาะในช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์ ที่ประชาชนต่างจังหวัดต้องเดินทางกลับบ้าน
แต่ยังไม่สามารถวางแผนได้ เพราะแม้แต่การใช้น้ำมันในพื้นที่ตัวเองยังเป็นเรื่องยาก
ทั้งที่ลำปางมีคลังน้ำมันหลายแห่ง
"ทุกวันนี้
พี่น้องต่างจังหวัดที่จะกลับบ้านเกิดช่วงเทศกาลสงกรานต์
ก็ยังวางแผนกันไม่ได้ว่าจะทำอย่างไร แล้วสงกรานต์นี้
พี่น้องชาวลำปางจะกลับบ้านอย่างไร? " ดาชัยกล่าวทิ้งท้าย
กกพ. เปิด 3 แนวทางค่าไฟงวด พ.ค.-ส.ค. 69 แบกต้นทุนก๊าซโลกพุ่ง จ่อขยับขึ้น 3.95 – 4.59 บาท/หน่วย
กรุงเทพฯ (25 มีนาคม 2569) – สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นการปรับค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) งวดเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 ยอมรับปัจจัยลบจากราคาก๊าซธรรมชาติและค่าเงินบาทกดดันต้นทุนพุ่ง เตรียมเสนอ 3 ทางเลือกบรรเทาผลกระทบประชาชน พร้อมกางแผนช่วยกลุ่มเปราะบางหากรัฐต้องการตรึงราคาที่ 3.88 บาทต่อหน่วย
ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการฯ ว่า ที่ประชุมมีมติให้เร่งรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนต่อการพิจารณาค่าเอฟที (Ft) สำหรับการเรียกเก็บในงวดเดือน พ.ค. – ส.ค. 2569 โดยสถานการณ์พลังงานในปัจจุบันยังคงเผชิญกับความท้าทายจากราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกและราคา LNG ที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในงวดถัดไป
อย่างไรก็ตาม กกพ. ยืนยันว่าได้ใช้เครื่องมือและกลไกที่มีอยู่บริหารจัดการอย่างเต็มที่ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงกับการดูแลภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยมีการนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) และการทยอยบริหารภาระต้นทุนคงค้าง (AF) มาใช้อย่างเหมาะสม เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินของรัฐวิสาหกิจหลักอย่าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ควบคู่ไปกับความมั่นคงของระบบพลังงานในภาพรวม
เปิดรายละเอียด 3 แนวทางปรับค่าเอฟที (Ft)
จากการคำนวณเบื้องต้น กกพ. ได้แบ่งแนวทางการปรับค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (รวมค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย) ออกเป็น 3 กรณี ดังนี้:
กรณีที่ 1: สะท้อนต้นทุนจริงและชำระหนี้ทั้งหมด เป็นการเรียกเก็บตามสูตรการคำนวณที่สะท้อนแนวโน้มต้นทุนจริง (29.66 สตางค์) และชำระคืนภาระต้นทุนคงค้าง (AF) ให้กับ กฟผ. ทั้งหมดจำนวน 35,928 ล้านบาท (50.94 สตางค์) ส่งผลให้ค่า Ft ขายปลีกอยู่ที่ 80.60 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.59 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 18% จากงวดปัจจุบัน
กรณีที่ 2: จ่ายตามต้นทุนปัจจุบัน (กฟผ. แบกภาระหนี้ต่อ) เรียกเก็บค่า Ft เฉพาะในส่วนที่สะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงงวดปัจจุบันที่ 29.66 สตางค์ต่อหน่วย โดยให้ กฟผ. รับภาระต้นทุนคงค้างสะสม 35,928 ล้านบาทไว้แทนประชาชนก่อน ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.08 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 5% จากงวดปัจจุบัน
กรณีที่ 3: ใช้กลไกพิเศษลดภาระ (แนวทางแนะนำ) เรียกเก็บค่า Ft ตามต้นทุนงวดปัจจุบัน แต่มีการนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) จำนวนประมาณ 9,472 ล้านบาท (13.43 สตางค์) มาช่วยลดภาระทั้งหมด ส่งผลให้ค่า Ft เหลือเพียง 16.23 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.95 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้นเพียง 2% จากงวดปัจจุบัน
สถานะหนี้สะสมและการบริหารจัดการ
โฆษก กกพ. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา กกพ. ได้พยายามทยอยชำระคืนหนี้ให้แก่ กฟผ. และ ปตท. อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปลายปี 2568 ได้มีการนำเงินเรียกคืนส่วนเกินรายได้มาช่วยลดภาระไปแล้วกว่า 2,640 ล้านบาท และมีการทยอยคืนค่า AF Gas อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ยอดคงค้าง ณ สิ้นปี 2568 ลดลงมาอยู่ที่ 35,928 ล้านบาท และต้นทุนก๊าซคงค้างของรัฐวิสาหกิจลดลงเหลือประมาณ 10,300 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ยอดหนี้เหล่านี้ยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่ต้องทยอยบริหารจัดการให้หมดสิ้นไปเพื่อความยั่งยืน
ข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลในการ "ตรึงราคา"
ดร.พูลพัฒน์ กล่าวด้วยความกังวลว่า "ยอมรับว่าครั้งนี้เป็นการแถลงข่าวที่ลำบากใจ แต่เราพยายามอย่างยิ่งที่จะชะลอและผ่อนปรนให้อัตราค่าไฟกระทบประชาชนน้อยที่สุด" เนื่องจากประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเขาก๊าซมาผลิตไฟฟ้าสูงถึง 54% ซึ่งในจำนวนนี้เป็น LNG ถึง 40%
ทั้งนี้ หากรัฐบาลมีนโยบายต้องการตรึงค่าไฟฟ้าไว้ที่ระดับ 3.88 บาทต่อหน่วย เท่าเดิม กกพ. ประเมินว่าอาจสามารถทำได้โดยมุ่งเน้นไปที่ "กลุ่มเปราะบาง" 2 กลุ่มหลัก ได้แก่:
กลุ่มใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน: ประมาณ 14 ล้านครัวเรือน (งบประมาณ 333 ล้านบาท)
กลุ่มใช้ไฟไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน: ประมาณ 17 ล้านครัวเรือน (งบประมาณ 545 ล้านบาท)
รวมทั้งสองกลุ่มนี้คิดเป็น 80% ของผู้ใช้ไฟทั้งประเทศ ซึ่งหากต้องการดึงค่าไฟฟ้าจากกรณีที่ต่ำที่สุด (3.95 บาท) ลงมาให้เหลือ 3.88 บาท (ลดลง 7 สตางค์) จะต้องใช้เงินอุดหนุนรวมประมาณ 4,600 - 5,000 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาล
ทั้งนี้ สำนักงาน กกพ. จะสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นและประกาศค่าไฟฟ้าอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 เมษายน 2569 โดยยืนยันจะใช้อำนาจหน้าที่อย่างเต็มที่ในการหาแนวทางที่สมดุลและช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากที่สุด
วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569
“ห้องลดฝุ่นแรงดันบวก” สู้ฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 แก่กลุ่มเปราะบาง ในพื้นที่ อ.แม่เมาะ
วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569
สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดลำปาง รับสมัครพนักงานราชการทั่วไป จำนวน 2 ตำแหน่ง 4 อัตรา เงินเดือน 21,780 บาท
สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดลำปาง ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อสรรหาและเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป จำนวน 4 อัตรา เพื่อทดแทนตำแหน่งว่าง
ตำแหน่งที่รับสมัคร
- ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน ประจำ
ศศช. จำนวน 3 อัตรา เงินเดือน 21,780 บาท
- ครูศูนย์การเรียนรู้ จำนวน 1
อัตรา เงินเดือน 21,780 บาท
ผู้ที่สนใจและมีความประสงค์จะสมัครเข้ารับการสรรหาให้ติดต่อขอรับใบสมัครและสมัครผ่านระบบออนไลน์ที่เว็บไซต์ http://lpa.nfe.go.th/jobapply หรือทางเว็บไซต์ http://lpa.nfe.go.th ตั้งแต่วันที่
1 - 7 เมษายน 2569 (เฉพาะวันที่
7 เมษายน 2569 ภายในเวลา
16.30 น.) ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์
สอบถามรายละเอียดได้ที่
เบอร์โทรศัพท์ 054-218666 ต่อ 102
วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569
ลำปางสกัดขบวนการยาเสพติด ยึดไอซ์ 320 กก.-ยาบ้า 2.5 ล้านเม็ด ใช้รถนำ-รถตามตบตาด่าน
ตำรวจภูธรภาค 5 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ร่วมกับหน่วยทหาร นบ.ยส.35 ฝ่ายปกครอง และสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ 5 คดี ผู้ต้องหา 10 คน ของกลางยาบ้ารวมกว่า 21 ล้านเม็ด และไอซ์ 320 กิโลกรัม โดยพื้นที่จังหวัดลำปางสามารถสกัดจับได้ 2 คดีสำคัญ
คดีแรกเกิดขึ้นในพื้นที่ สภ.สบปราบ จ.ลำปาง ระหว่างวันที่ 20–21 มีนาคม 2569 หลังศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรภาค 5 ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิเคราะห์ข้อมูลจากกล้องอ่านป้ายทะเบียน พบรถต้องสงสัย 3 คัน เชื่อมโยงขบวนการลำเลียงยาเสพติดจาก จ.เชียงราย ผ่าน จ.พะเยา เข้าสู่ จ.ลำปาง จึงสั่งการให้ชุดสืบสวนและด่านตรวจในพื้นที่เฝ้าระวัง
ต่อมาเวลา 02.30 น. วันที่ 20 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ด่านตรวจ สภ.สบปราบ พบรถยนต์ 2 คันลักษณะเป็นรถนำขับผ่านด่าน โดยมีท่าทีพิรุธ ขณะที่รถอีกคันไม่ยอมเข้าด่าน เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังติดตามค้นหา กระทั่งเวลา 06.00 น. พบรถต้องสงสัยจอดอยู่ภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านวัฒนา ต.สบปราบ อ.สบปราบ ตรวจสอบพบผู้ต้องหาพักอยู่ภายในห้อง ก่อนแสดงตัวเข้าตรวจค้นและรับสารภาพว่าเป็นผู้ขับรถคันดังกล่าว เมื่อตรวจค้นภายในรถพบไอซ์บรรจุ 10 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 320 กิโลกรัม จึงควบคุมตัวผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมของกลางส่งดำเนินคดี โดยผู้ต้องหารับว่าใช้รถอีก 2 คันทำหน้าที่เป็นรถนำ คอยสำรวจเส้นทางและแจ้งเตือนด่านตรวจ
อีกคดีเกิดขึ้นในพื้นที่ สภ.แม่พริก จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 16.30 น. หลังเจ้าหน้าที่ใช้ระบบ AI ตรวจพบรถต้องสงสัย 2 คัน ลำเลียงยาเสพติดผ่านพื้นที่ จึงตั้งจุดสกัดบริเวณถนนสายรองใน ต.แม่พริก อ.แม่พริก เมื่อรถทั้งสองคันมาถึงจุดสกัดกลับเร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตาม พร้อมตั้งจุดสกัดซ้อนบริเวณถนนหน้าฌาปนสถานบ้านแม่เชียงรายลุ่ม กระทั่งสามารถสกัดรถไว้ได้ ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายพยายามวิ่งหลบหนีแต่ถูกจับกุมตัวไว้ได้ ตรวจค้นภายในรถกระบะพบยาบ้าบรรจุ 16 กระสอบ รวมประมาณ 2.5 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ
จากการสืบสวนพบว่าขบวนการลำเลียงยาเสพติดยังคงใช้พื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะเส้นทางผ่านจังหวัดลำปาง เป็นทางผ่านเข้าสู่ตอนในของประเทศ และใช้วิธีจัดรถนำ-รถตามเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ระบุจะเพิ่มความเข้มงวดทั้งการตั้งด่านตรวจและการใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์เส้นทาง เพื่อสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดอย่างต่อเนื่องและตัดวงจรเครือข่ายในพื้นที่ต่อไป
วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569
สลด!! จยย.ตกหลุมก่อสร้าง ถนนเลียบทางรถไฟ บ้านทุ่งโค้ง ต.บ่อแฮ้ว ชายวัย 55 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
เมื่อเวลา 09:05 น. ของวันที่ 21 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักตกลงไปในหลุมก่อสร้างบริเวณถนนเลียบทางรถไฟ บ้านทุ่งโค้ง ต.บ่อแฮ้ว อ.เมือง จ.ลำปาง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างถนนวงแหวนและทางยกระดับ พบรถจักรยานยนต์สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ตกลงไปในหลุมขนาดใหญ่ที่ขุดไว้สำหรับปักเสาเข็ม ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อคือ นายสมภพ (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ชาวบ้านนาก่วม ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง
จากการชันสูตรเบื้องต้นโดยแพทย์เวรและเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยลำปาง คาดว่าน่าจะประสบอุบัติเหตุมาแล้วหลายชั่วโมงในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา
โดยผู้ตายขับขี่มาตามเส้นทาง แต่อาจไม่เห็นทางเบี่ยงหรือไม่ได้เลี้ยวตามทาง ทำให้รถพุ่งตกหลุมก่อสร้างและศีรษะกระแทกกับตอม่ออย่างรุนแรงจนเสียชีวิตทันที
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตส่งไปยังแผนกนิติเวช โรงพยาบาลลำปาง เพื่อชันสูตรอย่างละเอียดและติดต่อญาติให้มารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
ข่าว - สมาคมกู้ภัยลำปาง
























