วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

คลังจังหวัดลำปางเผยยอดผู้ลงทะเบียนเราชนะ 4 แสนกว่าราย ยอดใช้จ่ายเงินสะพัดแล้วกว่า 500 ล้านบาท และคาดจะสูงถึง 2,800 ล้านบาท

 

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์


          เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 64 นางสุภาภรณ์ จุลละสุภา คลังจังหวัดลำปาง ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนประจำเดือน ก.พ.64 เปิดเผยถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนจากผลกระทบโควิด-19 ของ จ.ลำปางว่า หลังจากที่รัฐบาลเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “เราชนะ” ซึ่งได้มีการแบ่งกลุ่มไว้ทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ผู้มีบัตรสวัสดิการรัฐ จำนวน 217,706 คน ซึ่งได้เริ่มใช้จ่ายเงินตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. 64  กลุ่มที่ 2 ผู้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง/เราเที่ยวด้วยกัน จำนวน 96,142 คน   กลุ่มที่ 3 ผู้ลงทะเบียนผ่าน www.เราชนะ.com ใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ที่มีสมาร์ทโฟนและใช้จ่ายเงินผ่านแอพฯ เป๋าตัง  เริ่มใช้จ่ายเงินได้เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 64  และกลุ่มที่ 4 ผู้ลงทะเบียนที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ ในกลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน ใช้การลงทะเบียนผ่านบัตรประชาชนนี้ 


        โดยทาง จ.ลำปาง ได้จัดให้มีจุดบริการลงทะเบียนสำหรับกลุ่มนี้ ทั้ง 13 อำเภอ รวม 40 จุด  ซึ่งประชาชนสามารถลงทะเบียนจนถึงวันที่ 5 มี.ค. 64  อ.เมองลำปาง ลงทะเบียนได้ที่ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์  สำนักงานคลังจังหวัดลำปาง  สำนักสรรพากรพื้นที่จังหวัด และสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่จังหวัด   ส่วนอำเภออื่นๆ ลงทะเบียนได้ที่ ธนาคากรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์   ขณะนี้มียอดผู้ลงทะเบียนแล้ว 15,658 คน  ซึ่งกลุ่มที่ 4 นี้จะใช้จ่ายเงินได้ผ่านทางบัตรประจำตัวประชาชน  นอกจากนี้คลังจังหวัดร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ยังได้ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ โดยบริการรับลงทะเบียนถึงที่บ้าน ได้ดำเนินการไปแล้วใน 2 อำเภอ


          คลังจังหวัดลำปาง กล่าวอีกว่า ตั้งแต่การเปิดให้บริการเราชนะ วันที่ 5 ก.พ. 64 ใน จ.ลำปาง ได้มีการใช้เงินไปแล้วกว่า 500  ล้านบาท  และมีการใช้จ่ายเงินมากที่สุดในวันที่ 19 ก.พ. 64 ซึ่งเป็นการเปิดใช้จ่ายของกลุ่มผู้มีสมาร์ทโฟนผ่านแอพฯ เป๋าตัง ในวันเดียวมีการใช้จ่ายมากถึง 89 ล้านบาท ส่วนวันอื่นๆ ยอดจะอยู่ที่ 30-50 ล้านบาท  และคาดว่ายอดการใช้จ่ายเงินไปจนถึงเดือน พ.ค.64 จะสะพัดกว่า 2,800 ล้านบาท

          และในส่วนของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการนั้น เชื่อว่ามีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ซึ่งมีร้านธงฟ้าเดิม (มีเครื่อง EDC, แอพฯ “ถุงเงิน”) จำนวน 1,459 ร้าน  ร้านค้าเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง” จำนวน 13,727 ร้าน และร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ “เราชนะ” จำนวน 10,253 ร้าน รวมร้านค้าทั้งหมด ประมาณ 25,000 ร้านค้ากระจายอยู่ทั่ว จ.ลำปาง


          ขณะเดียวกัน นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้ฝากเตือนไปถึงร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการทุกร้านว่าให้ปิดป้ายแสดงราคาอย่างชัดเจน และอย่าฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า และรับแลกเงินสดแทนการซื้อสินค้า  หากพบมีการร้องเรียนและตรวจสอบมีข้อเท็จจริง ร้านค้าก็จะต้องถูกตัดสิทธิ และถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น เนื่องจากรัฐบาลได้มีโครงการขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือทุกฝ่าย กระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ขอให้รักษาสิทธิของตัวเองไว้

Share:

เที่ยว‘เขากระโดง’ ชมความงามปากปล่องภูเขาไฟ



จำนวนผู้เข้าชม blog counter


            

วันเวลาผ่านไปไวเหมือนติดจรวด เผลอแป๊บเรากำลังจะผ่านเดือนที่สองของปี 2564 เข้าสู่เดือนที่สามในอีกไม่กี่วัน ได้ยินแว่วๆ มาว่าราวเดือนมีนาคมนี้ รัฐบาลจะเริ่มเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทย หากเป็นไปตามที่ว่าจริงๆ ประชาชนคงได้ยิ้มกว้างมากขึ้นอีกหน่อย

         

เมื่อพูดถึงเรื่องเที่ยว สัปดาห์นี้ขอพาพี่น้องชาวลำปางเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวชมความงดงามของธรรมชาติทางฝั่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ตามคำเชื้อเชิญของ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ภายใต้แคมเปญ “ไม่ว่าใครก็เที่ยวได้”

           

...ความหมายตรงตามที่บอกว่า ไม่ว่าใครก็เที่ยวได้ แม้จะเป็นปากปล่องภูเขาไฟที่สูงจากระดับน้ำทะเล 230เมตร เพราะที่แห่งนี้คือ เขากระโดง แหล่งท่องเที่ยวอารยสถาปัตย์ของจังหวัดบุรีรัมย์ เมืองแห่งภูเขาไฟ เพราะเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟที่ดับแล้วถึง 6 ลูก  โดยเขากระโดงเป็นภูเขาไฟ 1 ใน 6 แห่งของจังหวัดนี้

         

ความพิเศษของเส้นทางท่องเที่ยวเขากระโดง คือ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบของ วนอุทยานภูเขาไฟเขากระโดง ให้มีความสวยงาม มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ทุกเพศ ทุกวัย และทุกสภาพร่างกาย ให้สามารถเดินทางเข้าถึงและชื่นชมความงามตามธรรมชาติได้ถึงปากปล่องภูเขาไฟ และจุดชมวิว ซึ่งเป็นที่ประดิษฐสถานของพระสุภัทรบพิตรจำลององค์ใหญ่ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ ณ จุดชมวิว ให้ผู้คนได้ชมทั้งทิวทัศน์ความงามของเมืองบุรีรัมย์ในมุมสูง และยังได้กราบสักการะพระภัทรบพิตร เพื่อเป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิตต่อไป

          

ป่าเขากระโดง” มีเนื้อที่กว่า 8,000 ไร่ ชาวบ้านเรียกว่า พนมกระดองเป็นภาษาเขมร แปลว่า ภูเขากระดอง (เต่า)เพราะภูเขาแห่งนี้มีลักษณะคล้ายกระดองเต่า ต่อมาจึงเพี้ยนเป็น กระโดง”  ในอดีตเป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์ที่ชาวบ้านนำสัตว์มาเลี้ยง ต่อมาปีพ.ศ. 2521 จังหวัดบุรีรัมย์ จึงเสนอป่าเขากระโดง ในท้องที่ตำบลเสม็ดและตำบลสวายจีก เนื้อที่ 1,450 ไร่ อยู่ห่างจากตัวเมืองราว 6 กิโลเมตร โดยป่าเขากระโดงได้ตั้งเป็นวนอุทยาน เพื่อเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจสำหรับประชาชน ซึ่งกรมป่าไม้ได้ออกหนังสือประกาศจัดตั้งลงวันที่ 22มีนาคม 2521 หลังจากนั้นจึงกำหนดให้เขากระโดงเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า และในปี 2552 มีการขอเปลี่ยนชื่อเป็น วนอุทยานภูเขาไฟกระโดงเพื่อให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ปัจจุบันได้ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าภูเขาไฟกระโดง


         

สภาพของภูเขาแห่งนี้ ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงเนินเขา เป็นป่าเต็ง-รัง มีเนินเขาขนาดเล็ก 2 ลูกติดกันสูงจากพื้นที่โดยรอบประมาณ 85 เมตร ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เนินทางทิศใต้เรียกว่า เขาใหญ่”  ส่วนเนินทางทิศเหนือเรียกว่า เขากระโดงหรือ เขาน้อย”  ความสำคัญของผืนป่าแห่งนี้เสมือนเป็นธนาคารอาหารป่า เพราะอุดมไปด้วยพืชอาหารและสมุนไพรนานาประเภทกว่า 100 ชนิด  มีเห็ดกินได้กว่า 20 ชนิด นกน้ำและนกป่ากว่า 100 ชนิด สัตว์ที่พบบ่อยคืองูหลาม กระต่ายป่า ไก่ป่า กระรอกบินจิ๋วท้องขาว กระรอกหลากสี นกขุนแผนสีน้ำเงินนกบั้งรอกใหญ่ และนกกระรางหัวหงอก เป็นต้น 

         

เขากระโดง เป็น 1 ใน 6 ภูเขาไฟที่ตั้งในจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นภูเขาไฟที่ดับมอดแล้วมาเป็นเวลานับแสนปี คงเหลือไว้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์และความสวยงามของธรรมชาติและป่าไม้  มีพันธ์ไม้หายากอย่างต้น โยนีปีศาจ หรือที่คนพื้นเมืองเรียนกันว่าต้นหีผี และอีกหลายๆชื่อ เช่น ต้นมะกอกเผือก ต้นมะกอกโคก  โดยภาษาเขมรจะเรียกต้นนี้ว่า ต้นกะนุยขมอย   เป็นที่ตั้งของปราสาทหินเขากระโดง ซึ่งสร้างขึ้นก่อนสมัยสุโขทัย เดิมเป็นปรางค์หินทรายก่อบนฐานศิลาแลงองค์เดียวโดดๆ ฐานสี่เหลี่ยมขนาด 4x4 เมตร มีช่องทางเข้า 4 ด้าน  ต่อมาหินดังกล่าวได้พังลง  จึงได้มีผู้นำหินมาเรียงขึ้นใหม่แต่ไม่ตรงตามรูปเดิม ต่อมาตระกูลสิงห์เสนีย์ ได้สร้างพระพุทธบาทจำลองมาประดิษฐานไว้ในปราสาท และสร้างมณฑปครอบทับไว้บนปราสาท พร้อมประกาศในราชกิจจานุเบกษาขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ 


 

ส่วนที่จุดชมวิวยังเป็นที่ประดิษฐานของพระสุภัทรบพิตร ขนาดหน้าตักกว้าง 12 เมตร ฐานกว้าง 14 เมตร ภายในเศียรบรรจุพระธาตุหรือพระบรมสารีริกธาตุ ประทับอยู่ขอบปากปล่องภูเขาไฟ รูปจันทร์เสี้ยว หันหน้าไปทางทิศเหนือเข้าเมืองบุรีรัมย์ 

 

นอกจากเขากระโดงเป็นแหล่งท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติและพรรณไม้แล้ว จุดไฮไลท์ของเขากระโดง คือปากปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้ว ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้  โดยเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ และจังหวัดบุรีรัมย์ได้สร้างสะพานแขวน ให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมปากปล่องภูเขาไฟได้อย่างใกล้ชิด  

   


      

เที่ยวป่าเที่ยวเขา หลายคนคงแอบท้อใจต่อเรื่องความสะดวกในการเข้าชมแต่ละจุดท่องเที่ยว สำหรับเรื่องนี้ นอกจากเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ และจังหวัดบุรีรัมย์จะทุ่มงบประมาณในการพัฒนา ปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้สวยงามเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ยังได้เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวในทุกสภาพร่างกายได้มีโอกาสเข้าชมความงามและศึกษาธรรมชาติด้วยการจัดทำทางเดินที่เหมาะกับทุกเพศ วัย และทุกสภาพร่างกาย โดยผู้ที่ใช้รถวีลแชร์ก็สามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวในแต่ละจุดได้อย่าสะดวกสบาย  นอกจากนั้น ในการเดินทางขึ้นเขา รถยนต์ก็สามารถขับไปส่งได้ถึงที่   

         

ล่าสุด อพท. ยังหารือร่วมกับจังหวัดบุรีรัมย์ องค์กรภาคีเครือข่ายในจังหวัดบุรีรัมย์และสุรินทร์ ในการหาแนวทางการดำเนินกิจกรรมเผยแพร่องค์ความรู้และพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All) ในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมอีสานใต้ โดย อพท. จะกำหนดแผนการพัฒนาให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่เป้าหมายต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล โดยในระยะแรกจะเน้นพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาคีที่เกี่ยวข้อง ผ่านกิจกรรมการถ่ายทอดองค์ความรู้ และจะลงนามความร่วมมือระหว่าง อพท. ชมรมทูตอารยสถาปัตย์ และหน่วยงานในจังหวัดบุรีรัมย์และสุรินทร์  

         

“เขากระโดง” จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติที่เหมาะกับทุกเพศวัย และทุกสภาพร่างกายอย่างแท้จริง และยังสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ตลอดปี  เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องการนำเสนอให้นักท่องเที่ยวได้แวะเวียนเข้าไปสัมผัสและชื่นชมความงามของธรรมชาติหากได้มีโอกาสไปเที่ยวยัง จังหวัดบุรีรัมย์ นอกจากการเที่ยวชมความงามของปราสาทหินพนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำ หรือชมความยิ่งใหญ่ของสนาม “ช้างอารีน่า” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่แม้ไม่ใช่คอบอล ก็ต้องแวะเข้าไปสัมผัสบรรยากาศ  นอกจากนั้นจังหวัดบุรีรัมย์ยังอีกอีกหลายแหล่งท่องเที่ยวและหลากหลายกิจกรรมท่องเที่ยวตามชุมชนต่างๆ ที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์และวิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนสินค้าและบริการของชุมชนซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเยือนไม่ควรพลาด

 

กอบแก้ว แผนสท้าน...เรื่อง

Share:

เจ้าหน้าที่จับคาหนังคาเขา ผู้ต้องหาขณะขนไม้เถื่อนเขาไปซุกซ่อนในบ้าน พบไม้แปรรูปกว่า 800 แผ่นเหลี่ยม


        วันที่24 กุมภาพันธ์ 2564 คณะเจ้าหน้าที่ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 ลำปาง โดยการอำนวยการของ นายสมศักดิ์ สกุลวรรณรักษ์ ผู้อำนวยการ สำนักฯ,นายเกษม  คำมา ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า นายดนุศักดิ์ หมื่นโฮ้ง หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ ชุดที่ 1 สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 3 (ลำปาง) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.12 (แม่จางตอนขุน)เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปราม(ภาคเหนือ) เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ ภาคเหนือ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4  เจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ลำปาง ตำรวจ สภ.แม่เมาะ  ผู้ใหญ่บ้านวังตม ร่วมกันเข้าตรวจสอบและตรวจยึดไม้เถื่อนแปรรูปจำนวนมาก ที่ซุกซ่อนภายในบ้านเลขที่ 65/5 บ้านวังตม หมู่ที่ 5  ต.จางเหนือ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง พร้อมคุมตัว นายจตุรน เป็งคำ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 77 หมู่ที่ 9 ต.บ้านปิน อ.ลอง จ.แพร่ ซึ่งรับเป็นเจ้าของบ้านและไม้เถื่อนดังกล่าว โดยผู้ต้องหาถูกจับกุมได้คาหนังคาเขาขณะขนไม้เถื่อนเข้าไปซุกซ่อนภายในบ้าน 



          โดยก่อนหน้านี้ กำลังเจ้าหน้าที่ได้ออกตรวจพื้นที่ ป้องกันปราบปรามการลักลอบการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ และป้องกันแก้ไขปัญหาลักลอบเผา โดยได้ผ่านจุดดังกล่าว และเห็นผู้กระทำผิดกำลังขนไม้แปรรูปเข้าไปในบ้านจำนวนมาก จึงได้เข้าตรวจสอบและสอบถามเรื่องราว เบื้องต้นผู้ต้องหาอ้างว่า ไม้แปรรูปทั้งหมดตนเองได้รับซื้อมาจากพ่อค้าไม้ในพื้นที่ โดยจะเอามาต่อเติมสร้างบ้านไปเรื่อยๆ เนื่องบ้านหลังนี้กำลังก่อสร้าง โดยจะทยอยสั่งซื้อไม้แปรรูปมาสะสม จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุม 


          เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจยึดไม้แปรรูปเป็นไม้สักทั้งหมด 614 แผ่นเหลี่ยม ไม้กราวแปรรูป 148 แผ่นเหลี่ยม รวมทั้งหมด 762 แผ่น มูลค่าความเสียหายของรัฐ กว่า 4 แสนบาท  โดยผู้ต้องหารับสารภาพเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวมาสอบปากคำ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ก่อนที่จะส่งตัวให้ พนักงานสอบสวน สภ.แม่เมาะ ดำเนินการตามกฎหมายทันที
    

Share:

วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอแม่เมาะ และภาคประชาชน ยื่นหนังสือต่อผู้บริหาร กฟผ.แม่เมาะ และพลังงานจังหวัด หวั่นปิดโรงไฟฟ้าแม่เมาะตามกระแสข่าว

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

          เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 24 ก.พ. 64  นายถนอม กุลพินิจมาลา ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอแม่เมาะ พร้อมด้วยสมาชิกกำนันผู้ใหญ่บ้าน และนายสมมติ หารือ ตัวแทนภาคประชาชน ได้รวมตัวกันประมาณ 50 คน เข้ายื่นหนังสือต่อ นายอดิศักดิ์ กินเจริญธนารักษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2  ขอให้ชี้แจงกรณีข่าวปิดโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เพื่อซื้อไฟจากประเทศลาว  เนื่องจากมีข่าวจากสื่อมวลชน Specail Report  นสพ.เดลินิวส์(กรอบบ่าย) ของวันที่ 9 ก.พ.64 เรื่องประชุมโลกร้อน-สั่งซื้อไฟลาว ส่อทุจริตเชิงนโยบายข้ามชาติ

นายถนอม กุลพินิจมาลา ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอแม่เมาะ  กล่าวว่า ในฐานะประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอแม่เมาะ ขอคัดค้านนโยบายดังกล่าว และขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริงกับประชาชนโดยด่วนที่สุด เพราะข่าวดังกล่าวไม่คำนึงถึงถึงจิตใจชาวแม่เมาะ  ที่เสียสละพื้นที่ในการให้โครงการของรัฐเข้ามาใช้ประโยชน์เพื่อพี่น้องชาวไทย  ถึงแม้จะทราบดีว่า ในอนาคตโรงไฟฟ้าแม่เมาะจะมกำลังการผลิตน้อยลง และต้องยุติไปในที่สุดหากถ่านหินลินไนต์หมด ก็ทำให้ชาวแม่เมาะสะเทือนใจ เพราะรายได้ความเป็นอยู่ของชาวแม่เมาะส่วนหนึ่งมาจากการมีอยู่ของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพ รปภ. แม่งาน พนักงานทำความสะอาด คนสวน พนักงานขับรถ เป็นต้น   รวมถึงการมีถนนหลวงตัดผ่านพื้นที่ ชาวบ้านถึงได้มีโอกาสได้ใช้ประโยชน์ มีนักท่องเที่ยวเป็นที่รู้จักอำเภอแม่เมาะมากขึ้น จากการพัฒนาถนนหนทางและแหล่งท่องเที่ยวขึ้นมาของ กฟผ.  การทำมาหากินของคนในพื้นที่ พึ่งพา กฟผ.เป็นอยากมาก 


การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคของ อ.แม่เมาะ ปัจจุบันได้รับงบประมาณจากรัฐน้อยมาก  ซึ่งงบประมาณส่วนมากเกิดจากการมีอยู่ของ กฟผ. เช่น กองทุนพัฒนาไฟฟ้า ส่วนแบ่งค่าภาคหลวงแร่  มูลนิธิรักษ์แม่เมาะ (กองทุนเถ้าลอย)  หากเหมืองและโรงไฟฟ้าต้องหยุดผลิตไปกะทันหัน จะร้ายแรกงยิ่งกว่าผลกระทบทางอากาศากโพรงไฟฟ้าในอดีตหลายเท่า นายถนอม กล่าว

ด้านนายสมมุติ หารือ ตัวแทนภาคประชาชน กล่าวว่า  เมื่อมีข่าวดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลใจต่ออนาคตการใช้ชีวิต เนื่องจากกระบวนการผลิตของโรงไฟฟ้าเป็นการสร้างงานสร้างรายได้หลักของคนในอำเภอแม่เมาะ  การอ้างถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภาคประชาชนซึ่งอยู่ในพื้นที่เห็นแล้วว่า กฟผ.แม่เมาะ ได้จัดการไปตามมาตรฐานอย่างดีอยู่แล้ว การที่จะสั่งให้โรงไฟฟ้าปิดตัวบางหน่วยการผลิต จึงสร้างความไม่พอใจต่อชาวแม่เมาะอย่างมาก


ขณะที่ ทางผู้บริหาร กฟผ.แม่เมาะ ได้รับหนังสือและกล่าวว่าได้เห็นข่าวตามที่ทางประชาชนสอบถามมาเช่นกัน ซึ่งในเรื่องนี้จะได้ส่งให้ทาง กฟผ.ส่วนกลางพิจารณา ชี้แจงให้ประชาชนทราบอีกครั้ง นอกจากนั้นทางชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านฯ และภาคประชาชน ยังได้เข้ายื่นหนังสือต่อ พลังงานจังหวัดลำปาง และนายอำเภอแม่เมาะด้วย ซึ่งทางพลังงานฯจะได้นำเรื่องส่งต่อไปยังกระทรวงพลังงาน  ส่วนทางอำเภอแม่เมาะจะรายงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทราบต่อไป

ขอบคุณภาพจาก อนุพงษ์ ตาจินะ 

Share:

นายตำรวจตำแหน่ง สว.สส. เข้ารถเข้าเมืองไปทำธุระ ช่วงจุดกลับรถเจอกระบะขนมะขามเปียกพุ่งตัดหน้า ชนกันอย่างจังเจ็บสาหัส สุดท้ายเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

 

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. วันที่ 23 ก.พ.2564 ศูนย์วิทยุ 191 จ.ลำปาง ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถชนบริเวณจุดกลับรถบ้านฝายน้อย ถ.ลำปาง-งาว ต.พิชัย อ.เมืองลำปาง  มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ หลังรับแจ้งจึงรีบประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพ และสมาคมกู้ภัยนครลำปาง เร่งให้การช่วยเหลือ  จากนั้นได้ประสานร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองลำปาง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ในเบื้องต้นพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนด์เงิน หมายเลขทะเบียน บห 4068 ลำปาง จอดอยู่กลางถนน ในสภาพด้านหน้ารถซีกขวาฝั่งคนขับพังเสียหายทั้งแถบ จนยุบเข้าไปครึ่งคัน บริเวณที่นั่งคนขับมีร่างชายหมดสติหายใจรวยริน ถูกอัดก๊อปปี้ติดอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยจึงเร่งใช้เครื่องตัดถ่างให้การช่วยเหลือนำร่างออกมาจากรถ  ทำการช่วยเหลือปั๊มหัวใจก่อนนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ทราบชื่อต่อมาคือ พ.ต.ต.สมพงศ์ ศรีคำวัง  มีตำแหน่งเป็น สว.สส.สภ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน  เป็นชาว ต.ทุ่งงาม อ.เสริมงาม จ.ลำปาง 




ส่วนรถอีกคันเป็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออิซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน ผต 922 เชียงราย ด้านหลังติดคอกเหล็กบรรทุกมะขามเปียกมาเต็มคันรถ โดยมีถุงมะขามตกกระจัดกระจายเต็มพื้นถนน  สภาพรถบริเวณฝั่งซ้ายตั้งแต่ตัวกระบะไปถึงยางหลัง ถูกชนจนยุบพังเสียหาย  โดยมีนายตระการ  สานจันทร์ อายุ 43 ปี ชาว จ.เชียงราย เป็นคนขับรถได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย รอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

          สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า พ.ต.ต.สมพงศ์ ศรีคำวัง มีบ้านพักอยู่ในพื้นที่ ต.บ้านเสด็จ เนื่องจากเคยมีตำแหน่งเป็น รอง สวป.สภ.บ้านเสด็จ ก่อนจะย้ายไปรับตำแหน่ง สว.สส.สภ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน และมีธุรกิจโรงแรมอยู่ในพื้นที่ อ.เมืองลำปางด้วย  ซึ่งขณะเกิดเหตุได้ขับรถมาเส้นทางตรงจะมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองลำปาง มาถึงจุดเกิดเหตุ ได้มีรถยนต์กระบะอิซูซุ เลี้ยวกลับรถเข้ามาในเส้นทางเดียวกัน ทำให้เกิดชนกันเข้ากลางลำอย่างจัง เป็นเหตุให้ พ.ต.ต.สมพงศ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว  ต่อมาในช่วงเช้า ทางโรงพยาบาลได้แจ้งว่า พ.ต.ต.สมพงศ์ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตลงแล้ว  อย่างไรก็ตามทางพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง จะได้สอบสวนสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง

ขอบคุณภาพสมาคมกู้ภัยนครลำปาง , ตร.พิชัย





         

 

 

Share:

วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

เทศบาลนครลำปาง 8 ปีที่ผ่าน “กิตติภูมิ” นั่งนายกฯ ท่ามกลาง สท.กลุ่มนครลำปาง 21 คน ลุ้นเลือกตั้งปีนี้ใครจะเข้าวิน


จำนวนผู้เข้าชม visitor counter

           ย้อนดูการเลือกตั้งเทศบาลนครลำปางครั้งที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 55 ในครั้งนั้นมีผู้สมัครลงชิงนายกเทศมนตรีเพียง 2 คน คือ นายนิมิตร จิวะสินติการ อดีตนายกเทศมนตรี 2 สมัย จากกลุ่มนครลำปาง และนายกิตติภูมิ นามวงค์ อดีตรองนายกเทศมนตรีที่ถูกปลดฟ้าผ่า ตั้งกลุ่มภูมิลำปางมาลงสู้ศึก พร้อมส่งผู้สมัคร สท.ครบทุกเขตชิงกันทั้ง 2 กลุ่ม

          แต่เมื่อผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีออกมา กลับเป็นที่ฮือฮา เมื่อนายกิตติภูมิ นามวงค์ ผู้สมัครหมายเลข 2 หัวหน้ากลุ่มภูมิลำปาง ได้คะแนน 10,545 คะแนน นำนายนิมิตร จิวะสันติการ อดีตนายกเทศมนตรีสองสมัย หัวหน้ากลุ่มนครลำปาง ที่ได้คะแนน 9,577 คะแนน ทำให้นายกิตติภูมิ โค่นแชมป์ ลงได้ด้วยคะแนนที่ชนะไป 968 คะแนน  ขณะที่สมาชิกสภา ของกลุ่มนครลำปาง ยังคงครองเก้าอี้ได้ถึง 21 ที่นั่ง ส่วนอีก 3 ที่นั่งนั้นกลุ่มภูมิลำปางได้ไปครอง




ผกลารเลือกตั้ง สท.เขตเลือกตั้งที่ 1  น.พ.วัฒนา  วานิชสุขสมบัติ นายสมหมาย  พงษ์ไพบูลย์ นายสุบิน  ชุมตา นายนวพัฒน์  ไหวมาเจริญ นายพิทักษ์  แสนชมภู  กลุ่มนครลำปาง  และนายณัฐธนวัฒน์  ปัญญาพันธ์ กลุ่มภูมิลำปาง

เขตเลือกตั้งที่ 2  นายจาตุรงค์  พรหมศร   นายกิตติ  จิวะสันติการ  ร้อยเอกศักดิ์ชัย  หงส์ใจสี   น.ส.อมลยา  เจตวนิชย์  นายสันติ  เขียวอุไร  และนายนภดล  ผดุงพงษ์  จากกลุ่มนครลำปางทั้งหมด

เขตเลือกตั้งที่ 3  นายประสิทธิ  หรรษ์หิรัญ   นายจรูญ  เติงจันต๊ะ  นางสุดารัตน์  บุญมี   นายสมบูรณ์  คุรุภากรณ์   นายวิบูลย์  ฐานิสรากูล  และนายสมัย  เมฆนคร   จากกลุ่มนครลำปาง

เขตเลือกตั้งที่ 4   จ.ส.อ.สมบูรณ์  บรรจงจิตต์   นายณัฐกิตต์  บรรจงจิตต์   พ.ต.วิชานนท์  แดงสร้อย   นายเกษม ปัญญาทอง  นายบริบูรณ์  บุญยู่ฮง   และ นายประชัญ  บุญสูง  กลุ่มนครลำปาง

ขณะที่ผู้มีสิทธิทั้งหมด 43,535 คน แต่กลับออกมาใช้สิทธิเพียง 21,700 คน หรือ ร้อยละ 49.84  เท่านั้น น้อยกว่าการเลือกตั้งสมาชิกเทศบาลนครลำปาง

เมื่อมาถึงการเลือกตั้งเทศบาลในปี 64  มีผู้สมัครลงชิงนายกเทศมนตรีถึง 5 กลุ่มด้วยกัน คือ เบอร์ 1 นายณรงค์ พินธิสืบ กลุ่มความสุขนครลาปง เบอร์ 2 นายนิมิตร จิวะสันติการ กลุ่มนครลำปาง เบอร์ 3 นายอภิชัย สัชฌะไชย กลุ่มพัฒนาลำปาง เบอร์ 4 นายกิตติภูมิ นามวงค์ กลุ่มภูมิลำปาง และเบอร์ 5 นายปุณณสิน มณีนันทน์ กลุ่มลำปางก้าวหน้า  และทุกกลุ่มยังส่งผู้สมัคร สท.ลงครบทีม  ในขณะที่สมาชิกสภาเทศบาลคนเดิมจากกลุ่มนครลำปางได้ผันตัวไปซบอกกลุ่มภูมิลำปางมากกว่าครึ่งหนึ่ง

ส่วนผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไรนั้น จะรู้ได้ในวันที่ 28 มีนาคม 64 นี้

Share:

บรรยากาศวันแรกของการเปิด ให้ลงทะเบียน "เราชนะ" เพิ่มอีก 2 ธนาคาร วันแรกเงียบเหงา แต่สามารถระบายชาวบ้านได้เป็นอย่างดี ด้านเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลและให้บริการอย่างเต็มที่

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

วันที่ 22 กุมภาพันธุ์ 2564  ชาวลำปางที่ไม่มีสมาร์ทโฟส และต้องลงทะเบียน "เราชนะ" สมารถไปได้ที่ ธ.ก.ส.และธ.ออมสิน ในพื้นที่ เพิ่มเติมจากธนาคารกรุงไทย รวมเป็น 3 ธนาคาร  รวมไปถึงสถานที่ราชการเพิ่มเติม 3 แห่ง คือ สำนักงานคลังจังหวัดลำปาง  สำนักงานสรรพากรพื้นที่ลำปาง  สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ลำปาง เพื่อจะได้กระจายให้บริการประชาชนได้อย่างทั่วถึง และไม่ไปแออัดกัน

ซึ่งวันแรกที่เปิดให้ ลงทะเบียนครบ 3 ธนาคาร พบว่า บรรยากาศที่ ธ.ก.ส.สาขาลำปาง ถนนฉัตรไชย ต.สวนดอก อ.เมืองลำปาง เจ้าหน้าที่ได้มีการจัดเตรียมโต๊ะลงทะเบียนและเก้าอี้ไว้ด้านนอกธนาคาร โดยประชาชนที่มาลงทะเบียนเราชนะบางตา  ไม่คึกคักเท่าที่ควร เนื่องจากอาจจะยังไม่ทราบข่าวว่ามีการเปิดให้บริการมากนัก ซึ่งส่วนใหญ่จะมีทยอยเข้ามาใช้บริการเรื่อยๆ  ซึ่งเป็นข้อดีที่ทำให้พื้นที่ให้บริการไม่แออัด



 เช่นเดียวกันกับ ธนาคารออมสิน สาขาลำปาง  ถนนประสานไมตรี ต.สบตุ๋ย อ.เมืองลำปาง  ได้มีการตั้งจุดบริการบริเวณลานจอดรถด้านล่างของธนาคาร  ซึ่งประชาชนมาใช้บริการบางตาเช่นกัน  ตั้งแต่ช่วงเช้ามีเพียง 39 รายเท่านั้น  จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ทราบว่า เนื่องจากเป็นวันแรกที่เปิดให้บริการ และทางจังหวัดลำปางมีการเปิดจุดลงทะเบียน เราชนะ One stop service  ที่ว่าการอำเภอเมืองลำปางด้วย จึงทำให้ชาวบ้านมากันน้อย ซึ่งคาดว่าในวันต่อไปจะมีเพิ่มมากขึ้น โดยทางธนาคารได้ตั้งจุดลงทะเบียนทุกวันในเวลาทำการ



ทั้งนี้ มาจากการที่ได้มีการเพิ่มจุดบริหาร ลงทะเบียนเราชนะเพิ่มมากขึ้น ทำให้ลดความแออัดไปได้มาก เพราะประชาชนสามารถกระจายตัวไปใช้บริการตามจุดที่เปิดให้บริการต่างๆได้ สำหรับการลงทะเบียน “เราชนะ” สำหรับผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน และผู้ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ ไปจนถึงวันที่ 5 มีนาคม 2564 นี้

Share:

วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

หลายหน่วยงาน ร่วมให้การช่วยเหลือเด็กหนุ่มกำพร้า บ้านถูกไฟไหม้วอดทั้งหลัง ชาวบ้านร่วมระดมเงินและบริจาคสิ่งของ สร้างบ้านให้ใหม่ ซึ่งยังขาดอีกมาก

 

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

เมื่อ 20 ก.พ. 2564 เวลา 10.30 น. ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 32  มอบหมายให้ พันเอกเมธา  ณ พิกุล รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 32 ปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับบัญชาเวร  พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 17 และสัสดีอำเภอเถิน  ได้เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจนายอภิวัฒน์ จันจู อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 21/1 ม.1  บ้านแม่วะลุ่ม ต.แม่วะ อ.เถิน ผู้ประสบเหตุ ไฟไหม้บ้านพักเสียหายทั้งหลัง พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้ความช่วยเหลือ โดยมี ปลัดอำเภอเถิน,สมาชิกสภา อบจ.อ.เถิน ,ผู้ใหญ่บ้านบ้านแม่วะลุ่มฯ  และประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรม





เหตุการณ์ไฟไหม้ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 19 ก.พ.64  เจ้าหน้าที่ สภ.เถิน ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ ในหมู่บ้านแม่วะลุ่ม หมู่ 1 ต.แม่วะ อ.เถิน  จึงประสานเจ้าหนาที่ ดับเพลิง อบต.แม่วะ ทต. เถินบุรี และ ทม.ล้อมแรด ร่วมให้การช่วยเหลือ โดยบ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง ไฟได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ประกอบดับทางเข้าบ้านเป็นซอยแคบ รถดับเพลิงจึงเข้าไปด้วยความยากลำบาก ต้องลากสายยางเข้าไปด้านใน เพื่อฉีดน้ำดับเพลิง ทำให้ไฟไหม้วอดบ้านไปทั้งหลังได้รับความเสียหายทั้งหมด  ซึ่งบ้านหลังนี้เป็นของ นายอภิวัฒน์ จันจู อายุ 22 ปี  อาศัยอยู่บ้านเพียงลำพัง เนื่องจากพ่อแม่ได้เสียชีวิตลงแล้ว  ขณะเกิดเหตุพักอาศัยอยู่ภายในบ้านแต่ไม่สามารถดับไฟได้ทัน จึงขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ดังกล่าว



สำหรับนายอภิวัฒน์ เป็นเด็กที่มีความขยันขันแข็ง และช่วยเหลืองานในหมู่บ้านเป็นประจำ จึงเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของคนในหมู่บ้าน ทั้งนี้ ทราบว่ามีประชาชนในพื้นที่ต่างมาแสดงน้ำใจช่วยเหลือกันในขั้นต้น   หากใครต้องการให้ความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ทาง นายทวี สุวรรณภักดี ผู้ใหญ่บ้าน  หมู่ 1  ต.แม่วะ หรือทางเจ้าอาวาสวัดแม่วะกลาง  บัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อพระครูประจักษ์นพกิจ  เลขบัญชี 518-1-21264-6 เพื่อป้องกันการแอบอ้าง  เนื่องจากทรัพย์สินต่างๆและบัญชีธนาคารของนายอภิวัฒน์ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ยังขาดเหล็กเส้นและปูน ที่จะช่วยเหลือในการสร้างบ้านหลังใหม่  โดยทางอำเภอเถินจะเร่งหางบประมาณมาช่วยเหลือสร้างที่อยู่ใหม่มอบให้ต่อไป






 

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์