วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2569

รองผู้ว่าฯ ลำปาง นำทีมตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ลงตรวจวัดถ้ำขุมทรัพย์ หลังสามเณร 7 ขวบเสียชีวิต แต่ไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ เร่งนำศพชันสูตร ขณะที่พระพี่ชายยืนยันจมน้ำในสระวัด

 

        วันที่ 18 กันยายน 2569 นายกฤษณะ พินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย พ.ต.อ.คมสัน สะอาดล้วน รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง นางวณิชดา ไชยศิริ นายอำเภอเกาะคา พ.ต.อ.กฤษดา พงษ์สุวรรณ ผกก.สภ.เกาะคา พ.ต.ท.สุระเชษฐ์ สุริมา สว.(สอบสวน) พร้อมชุดสืบสวน สภ.เกาะคา เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบ วัดถ้ำขุมทรัพย์ หมู่ 5 ต.ใหม่พัฒนา อ.เกาะคา จ.ลำปาง

        กรณี  สามเณรจอมพล อายุ 7 ขวบ เสียชีวิตภายในวัด  หลังพบว่าก่อนหน้านี้ทางวัดไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองให้เข้าตรวจสอบเหตุการณ์ ขณะเดียวกันยังมีการเปิดรับบริจาคโดยใช้บัญชีส่วนตัวของพระลูกวัด ทำให้มีข้อกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสในการดำเนินการ จึงมีคำสั่งให้อายัดศพไว้ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาสาเหตุการเสียชีวิตให้ชัดเจน

        เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำร่างสามเณรจอมพลออกจากโลงเย็น ก่อนส่งไปชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลลำปาง เพื่อหาสาเหตุและรายละเอียดเกี่ยวกับการเสียชีวิต

        ขณะเดียวกัน รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง ได้เรียกพระพี่ชายของสามเณรเข้าสอบถามถึงเหตุการณ์ โดยพระพี่ชายให้ข้อมูลว่า สามเณรจมน้ำเสียชีวิตในสระน้ำภายในวัด ก่อนเกิดเหตุสามเณรได้หายตัวไป ทำให้พระและสามเณรภายในวัดช่วยกันออกตามหา กระทั่งพบรองเท้าอยู่บริเวณริมสระน้ำ พระพี่ชายจึงกระโดดขึ้นไปบนแพที่อยู่ในสระเพื่อค้นหา ก่อนพบร่างของสามเณรจมอยู่ในน้ำและเสียชีวิตแล้ว

           นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้เข้าตรวจสอบพระสงฆ์และสามเณรที่พำนักอยู่ภายในวัด รวมทั้งหมด21 รูป แบ่งเป็นพระสงฆ์ 11 รูป และสามเณร 10 รูป  โดยพบว่าส่วนใหญ่เป็นบุคคลต่างด้าว ซึ่งมีบัตรประจำตัวถูกต้องตามกฎหมาย แต่มีข้อมูลต้นสังกัดอยู่ที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมข้อมูลไว้ตรวจสอบเพิ่มเติม

        จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำพระสงฆ์เข้าลงบันทึกประจำวันแจ้งเหตุการณ์เสียชีวิตของสามเณรให้ถูกต้อง รวมทั้งนำพระสง์และสามเณรทั้งหมดไปให้ปากคำที่ สภ.เกาะคา เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และผลักดันสามเณรกลับไปยังต้นสังกัดต่อไป

        ส่วนกรณี การเปิดบัญชีรับบริจาค ล่าสุดมีการแจ้งปิดรับบริจาคแล้ว โดยมีการระบุว่า มีผู้ไม่ประสงค์ดีนำข้อมูลไปแอบอ้างเปิดรับบริจาคต่อ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกประเด็น โดยเฉพาะสาเหตุและลักษณะการเสียชีวิตของสามเณร ซึ่งต้องรอผลการชันสูตรจากโรงพยาบาลลำปางประกอบการตรวจสอบต่อไป

Share:

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569

น้ำหลากพัด จยย.ชาวบ้านจมหายฝายน้ำล้นหลังวัดสะเลียมหวาน กู้ภัยหนองหอย-เทศบาลเวียงมอก ระดมกำลังค้นหาจนพบ

    เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 20.25 น. งานป้องกันเทศบาลตำบลเวียงมอก และร่วมกู้ภัยหนองหอย ได้รับแจ้งจากชาวบ้านสะเลียมหวาน ขอความช่วยเหลือกรณีรถจักรยานยนต์ถูกกระแสน้ำพัดไหล บริเวณจุดฝายน้ำล้นด้านหลังวัดสะเลียมหวาน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

    หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ได้จัดรถพร้อมอุปกรณ์ และเข้าพื้นที่เพื่อช่วยส่องสว่าง พร้อมระดมกำลังค้นหารถจักรยานยนต์ที่ถูกกระแสน้ำพัดหายไป โดยร่วมกับงานป้องกันเทศบาลตำบลเวียงมอก


    เจ้าหน้าที่ใช้เวลาค้นหาและดำเนินการกู้รถ ก่อนสามารถนำรถจักรยานยนต์ขึ้นจากบริเวณดังกล่าวได้สำเร็จ ภารกิจเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และนำส่งรถคืนให้เจ้าของต่อไป

ขอบคุณภาพ พระทศรัสมิ์ ทาริยะหนัก

Share:

อำเภอวังเหนือลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ยายวัย 66 ปี เดินทางจากลำปางไปสนามบินเชียงใหม่ ตามหารักแท้ หลังเห็นภาพชายในเฟซบุ๊ก ยืนยันไม่ได้ถูกใครหลอก ก่อนเจ้าหน้าที่ช่วยส่งกลับบ้านอย่างปลอดภัย

       

         ตามที่มีการนำเสนอข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ ว่ามียายวัย 66 ปี คนลำปาง ข้ามจังหวัดตามหารักแท้นักบิน สุดท้ายพบเป็น AI ถูกหลอกเก้อ เหตุเกิดที่สนามบินเชียงใหม่นั้น 

         วันที่ 17 กัยายน 2569 เวลา 14.00 น.นายทศพล จักรบุญมา นายอำเภอวังเหนือ พร้อมด้วยสาธารณสุขอำเภอวังเหนือ ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ตำบลวังเหนือ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าบุคคลดังกล่าว ชื่อนางอิโพ อายุ 66 ปี อาศัยอยู่ที่ ม.6 ตำบลวังเหนือ เป็นผู้ป่วยที่มีอาการทางจิต เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลวังเหนือ โดยจากการสอบถามนางอิโพ (ซึ่งสื่อสารภาษาไทยได้เพียงนิดหน่อย) ผ่านบุตรชายที่เป็นล่ามแปลให้ 

        ทราบว่าเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น.นางอิโพได้ขึ้นรถ บขส จากวังเหนือไปจังหวัดเชียงใหม่ โดยอ้างว่าจะไปหาหลาน และไปหาหมอที่เชียงใหม่ แต่กลับไปอยู่ที่สนามบิน เพราะนางอิโพ ได้ดูเฟสบุ๊ค ชื่อ Ganni Bhai Kalik แล้วอาการเห็นภาพ หูแว่ว คิดไปเองว่า บุคคลในรูป โบกมือให้ตนเองไปหาที่สนามบิน จึงได้เดินทางไปที่สนามบินเชียงใหม่ โดยนางอิโพไม่ได้พูดคุยหรือสนทนาทางข้อความในเฟสบุ๊คกับใคร ไม่ได้ถูกผู้ใดหลอก แต่อย่างใด จนเมื่อไปถึงสนามบินเชียงใหม่ และเมื่อพบเจ้าหน้าที่สนามบิน เจ้าหน้าที่จึงช่วยตามหาญาติ และได้พูดคุยบุตรชาย โดยเจ้าหน้าที่สนามบินเชียงใหม่ได้ส่งนางอิโพ ขึ้นรถ บขส.และกลับมาถึงที่อำเภอวังเหนือ 

        โดยในวันที่ 17 กันยายน 2569  ช่วงสาย บุตรชายได้รับกลับมาอยู่บ้านอย่างปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในเบื้องต้น อำเภอวังเหนือ สาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลวังเหนือ ได้ช่วยกันดูแลรักษาอย่างเร่งด่วน และได้ขอให้ทางครอบครัว ชุมชน ช่วยกันดูแลให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น เพื่อมิให้เกิดเหตุการดังกล่าวขึ้นอีก ทั้งนี้อำเภอวังเหนือขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยเหลือ ดูแล และประสานงาน ให้นางอิโพ ได้กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย 

Share:

ฝนถล่มแจ้ห่ม น้ำแม่แมะทะลักท่วมบ้าน20 ครัวเรือนเดือดร้อน เร่งอพยพขึ้นที่สูง

ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่แจ้ห่ม ทำให้น้ำป่าจากลำน้ำแม่แมะเอ่อล้นตลิ่ง ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนพื้นที่ลุ่มต่ำ บ้านเปียงใจ หมู่ 4 ต.ปงดอน กระทบ 20 ครัวเรือน เบื้องต้นไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เจ้าหน้าที่เร่งแจ้งเตือนและเข้าช่วยเหลือ 

วันที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 13.30 น. กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง ได้รับแจ้งจากอำเภอแจ้ห่มว่า เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ ส่งผลให้มีน้ำป่าไหลหลากจากลำน้ำแม่แมะ ซึ่งรับน้ำจากบ้านเลาสู ก่อนเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ บ้านเปียงใจ หมู่ 4 ตำบลปงดอน อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง

เบื้องต้นมีบ้านเรือนได้รับผลกระทบประมาณ 20 ครัวเรือน โดยยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ภายหลังเกิดเหตุ นายอำเภอแจ้ห่ม พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้ใหญ่บ้าน และองค์การบริหารส่วนตำบลปงดอน ได้เร่งแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงใกล้ลำน้ำแม่แมะ ผ่านเสียงตามสาย พร้อมขอให้ประชาชนเตรียมอพยพคนและสิ่งของมีค่าขึ้นไปไว้ในพื้นที่สูง เพื่อความปลอดภัย

ขณะเดียวกัน อำเภอแจ้ห่ม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหน่วยกู้ชีพกู้ภัย ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

Share:

วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2569

ปภ.ลำปาง เตรียมพร้อมรับมือ "อุทกภัย" ถอดบทเรียนเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันพื้นที่ อ.ห้างฉัตร จัดเครื่องมือและแผนรับมือน้ำท่วมฉุกเฉินอย่างเต็มที่

 

        สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดลำปาง บูรณาการทุกภาคส่วนเร่งวางมาตรการเชิงรุกเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยอย่างเข้มข้น หลังศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติประเมินสภาพอากาศที่มีความเสี่ยงจากปริมาณฝนและน้ำหลากในช่วงรอยต่อฤดูกาล

       นายมนัส คำต่าย หัวหน้าสำนักงาน ปภ.ลำปาง เปิดเผยว่า ทาง ปภ. ได้ถอดบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลัน เช่น เหตุการณ์วันที่ 29 พฤษภาคม 69 ที่ผ่านมา   พื้นที่ ต.เวียงตาล  ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร และ ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา  เสียหายกว่า 400 หลังคาเรือน  ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็นการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนล่วงหน้าแบบ "ชิงรุกก่อนน้ำถึง" ทุกวินาที โดยจัดตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์น้ำฝนและระดับน้ำในลำน้ำสำคัญอย่างใกล้ชิด ประชุมติดตามสถานการณ์ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนประชาชนได้ทันท่วงที

        ในด้านความพร้อมของสรรพกำลังและเครื่องมือ  จ.ลำปาง มี ปภ.เขต 10 ลำปาง ซึ่งได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ ประกอบด้วย  รถยนต์ยกสูง, เรือท้องแบน, และเรือเจ็ตสกี พร้อมสนับสนุนการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย  นอกจากนั้นยังมีการเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดเสี่ยง เช่น บริเวณลำน้ำแม่วังและลำน้ำแม่ตุ๋ย, รถสูบส่งน้ำระยะไกลที่สามารถดึงน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติได้ในรัศมี 3–10 กิโลเมตร    ในส่วนเรื่องอาหาร ก็มีรถประกอบอาหารเคลื่อนที่ และรถผลิตน้ำดื่ม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว

        หัวหน้าสำนักงาน ปภ.ลำปาง กล่าวอีกว่า   ภาครัฐได้เตรียมวงเงินงบประมาณเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยตามมติคณะรัฐมนตรี ในอัตราครัวเรือนละ 9,000 บาท สำหรับบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมขังและได้รับผลกระทบ รวมถึงเงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิตรายละ 20,000 - 50,000 บาท โดย ปภ.ลำปาง ได้เร่งรัดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งในพื้นที่ 13 อำเภอ โดยเฉพาะจุดเสี่ยงภัยน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุและประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนผ่านหอกระจายข่าวและทุกช่องทาง เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนให้น้อยที่สุด

Share:

วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569

ตำรวจสืบสวน สภ.แม่ทะ บุกกระท่อมท้ายหมู่บ้านฮ่อม รวบชายวัย 58 ปี พร้อมหญิงวัย 48 ปี พร้อมยาบ้า หลังชาวบ้านแจ้งเบาะแสพบวัยรุ่นขี่รถเข้า-ออกช่วงกลางคืน

        เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.แม่ทะ จ.ลำปาง ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผกก.สภ.แม่ทะ และ พ.ต.ท.อนันต์ คำมี รอง ผกก.สส.สภ.แม่ทะ นำโดย พ.ต.ท.ประสิทธิ์ ยอดเรือน สว.สส.ฯ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบกระท่อมท้ายหมู่บ้านฮ่อม หมู่ 9 ต.นาครัว อ.แม่ทะ หลังได้รับข้อมูลเกี่ยวกับพฤติการณ์ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

        จากการเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายหวิน วงวาร อายุ 58 ปี และ นางสาวอุ๋ย อายุ 48 ปี ทั้งสองเป็นชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 9 ต.นาครัว อ.แม่ทะ พร้อมตรวจยึดของกลางเป็น ยาบ้า จำนวน 5 เม็ด



        เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

        สำหรับกระท่อมดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ใช้พักอาศัยและเลี้ยงไก่ โดยข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า ช่วงเวลากลางคืนมักมีวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์เข้า-ออกและแวะเวียนบริเวณกระท่อมอยู่เป็นระยะ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ กระทั่งพบของกลางและดำเนินการจับกุมดังกล่าว

Share:

อุตุฯ ลำปาง เตือนเฝ้าระวังฝนตกชุกช่วงกลางและปลายเดือนกันยายนนี้ ยันภาพรวมน้ำยังรับได้ ไร้กังวลวิกฤตแล้งปีหน้า

 

นายสิทธิพันธ์ มณีท่าโพธิ์ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง  ได้ชี้แจงถึงสถานการณ์ปริมาณฝนและน้ำในพื้นที่ โดยระบุว่า จากสถิติและข้อมูลปัจจุบัน ภาพรวมปริมาณน้ำในจังหวัดลำปางยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถบริหารจัดการได้ และยังไม่เข้าขั้นวิกฤตภัยแล้ง แม้ในบางพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัดอาจมีปริมาณน้ำน้อยกว่าปกติเล็กน้อย

โดยในส่วนของปรากฏการณ์เอลโซ่ (ซึ่งเกิดขึ้นในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก และทำให้ภาพรวมประเทศไทยมีโอกาสเกิดฝนน้อย) นั้น เป็นปรากฏการณ์ที่ค่อนข้างแรงแต่มีระยะเวลาสั้น โดยคาดว่าจะมามีช่วงพีคสูงสุดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ปีหน้า

สำหรับในพื้นที่จังหวัดลำปาง คาดว่าจะได้รับผลกระทบไม่ถึงขั้นวิกฤต และยังอยู่ในเกณฑ์ที่พอรับมือได้  นอกจากนี้ ยังมีอิทธิพลจากปรากฏการณ์ลานีญาที่มีความชื้นเข้ามาเสริม ช่วยไม่ให้สถานการณ์แล้งจนเกินไป โดยมีการคาดการณ์ช่วงที่มีฝนตกชุก คือระหว่างวันที่ 1720 กันยายน และต่อเนื่องในวันที่ 2324 กันยายนนี้

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกรมชลประทาน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมใช้ระบบเรดาร์ตรวจวัดสภาพอากาศเพื่อแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า เพื่อลดผลกระทบและบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่

Share:

ตอกย้ำมาตรฐานสิ่งแวดล้อม! เหมืองหินปูน กฟผ.แม่เมาะ คว้ารางวัล EIA Monitoring Awards 2026 ระดับยอดเยี่ยม


        โครงการเหมืองแร่หินปูนเพื่ออุตสาหกรรมเคมี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ คว้ารางวัลสถานประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรการในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2569 (EIA Monitoring Awards 2026) รางวัลระดับยอดเยี่ยม 


        โดยนายปณิธาน คันธิยะรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตเหมืองแม่เมาะ-1 (ช.อผม-1.) เป็นผู้แทน กฟผ.แม่เมาะ รับมอบรางวัลในงาน EIA Symposium and Monitoring Awards 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “SHAPING SUSTAINABLE TOMORROW: พัฒนาสมดุล สู่อนาคตที่ยั่งยืน” โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ ซึ่งมี พลตำรวจตรี นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานพิธีมอบรางวัล



        ในการนี้ กฟผ. ยังได้ร่วมจัดนิทรรศการเพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงาน นำเสนอข้อมูลต่อหน่วยงานราชการและภาคเอกชน โดยโครงการเหมืองแร่หินปูนฯ ได้นำเสนอในส่วนการติดตามและแจ้งข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การรายงานผลการตรวจวัดฝุ่น PM10 และ Pm2.5 แบบ Real time ระบบบันทึกและแจ้งเตือนไฟป่า Zero Fire และ แอปพลิเคชั่น Lampang Hotspot สำหรับติดตามข้อมูลจุดความร้อนและสถานการณ์ฝุ่น Pm2.5 ในพื้นที่ จ.ลำปาง และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยรอบพื้นที่


        สำหรับรางวัล EIA Monitoring Awards 2026 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติตามมาตรการสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมให้สถานประกอบการพัฒนากลไกการจัดการสิ่งแวดล้อมของตนเอง รวมทั้งตระหนักถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมในการดำเนินงาน และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สถานประกอบการอื่น ๆ



Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์