วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

“นกเป็ดผีเล็ก” หนึ่งในสัญลักษณ์ความอุดมสมบูรณ์ระบบนิเวศและหลากหลายทางชีวภาพ พื้นที่ฟื้นฟูสภาพหลังการทำเหมือง กฟผ.แม่เมาะ

 


                      กว่า 41 ปี ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ ดำเนินภารกิจหลักในการผลิตถ่านหินลิกไนต์และหินปูนส่งให้โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ใช้ผลิตไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมกับดูแลชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม ควบคู่กับฟื้นฟูสภาพพื้นที่ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์

                      โดยความอุดมสมบูรณ์ของป่าที่ค่อยๆ เพิ่มพูนอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอภายใต้ดำเนินการอย่างเป็นระบบนี้ นำมาสู่ความหลากหลายทางชีวภาพ พบนกประจำถิ่นและนกอพยพแวะเวียนมาอาศัย ทำรัง คืนรัง รวมถึงหาอาหารไม่ต่ำกว่า 100 ชนิด แสดงให้เห็นถึงระบบนิเวศ แห่งอาหาร แหล่งน้ำ ที่สมบูรณ์

 


สภาพป่าฟื้นฟูที่อุดมสมบูรณ์สำรวจพบนกหลากหลายสายพันธุ์

                      นายชูชาติ แสงอบ อดีตประธานชมรมคนรักษ์นกและธรรมชาติ กฟผ.แม่เมาะ เปิดเผยว่า ชมรมคนรักษ์นกและธรรมชาติ กฟผ. แม่เมาะ ก่อตั้งเมื่อปี 2539 วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้เรื่องนก การอนุรักษ์ระบบนิเวศ และเผยแพร่ความรู้ด้านธรรมชาติ ที่ผ่านมาได้สำรวจนกมาอย่างต่อเนื่อง และพบว่ามีความหลากหลายของนกเพิ่มมากขึ้นทุกปี

สำหรับนกที่พบในพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ จะมีทั้งนกประจำถิ่น เช่น กลุ่มนกปรอด กลุ่มนกกินแมลง กลุ่มนกน้ำ ซึ่งพบเห็นได้ตลอดทั้งปี ทั้งนกจาบคาเล็ก มีสีสันสวย กินแมลง เกาะตามเสาไฟฟ้า , นกตีทอง ที่เพิ่มจำนวนขึ้น ฝูงละ 6-7 ตัว จากเดิมพบเห็นเพียง 1 ตัว , นกหัวขวานด่างแคระ เริ่มเห็นมาเจาะโพรงทำรัง , นกเขียวก้านตองหน้าผากสีทอง สีสวยชอบกินน้ำหวานจากดอกไม้ เป็นต้น     

รวมถึง นกอพยพ ในช่วงฤดูหนาวที่มักพบเห็นประจำ เช่น นกอุ้มบาตร นกอีเสือหลังแดง พบได้บ่อยมาก เห็นแทบทุกมุม รวมถึง นกคอพัน จัดอยู่ในกลุ่มค่อนข้างหายากมาทุกปี เดิมทีมาเพียงตัวเดียว ปัจจุบันเพิ่มจำนวนมากขึ้น ทั้งนี้ ในพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ จะพบนกได้ตลอดทั้งปี ช่วงฤดูหนาวจะพบหลากหลายสายพันธุ์โดยเฉพาะนกอพยพ

 


ชู “นกเป็ดผีเล็ก” สัญลักษณ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

ความอุดมสมบูรณ์ที่ กฟผ.แม่เมาะ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ฟื้นฟูสภาพหลังการทำเหมือง ทำให้มีความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) พบสิ่งมีชีวิตนานาชนิดมาอยู่รวมกันในระบบนิเวศ

ในส่วนของกลุ่มนกน้ำ ได้สำรวจพบนกอีโก้ง นกอีแจว นกอีล้ำ เป็นต้น ล่าสุด ได้สำรวจพบนกเป็ดผีเล็ก ที่สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหาร ปราศจากภัยคุกคาม และแหล่งน้ำคุณภาพดีเพียงพอในการอยู่อาศัยและสืบพันธุ์ได้

                      นายชูชาติ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า นกเป็ดผีเล็ก พบบ่อยในแหล่งน้ำที่มีพืชชายน้ำ เช่น ธูปฤาษี กก ขึ้นอยู่ริมน้ำ มักพบฝูงขนาดเล็ก มีขนาดตัวเล็ก หัวกลมทุย หัวและคอเป็นสีน้ำตาลแดง โคนปากมีแต้มสีเหลืองอ่อน ปากเล็กแหลมแตกต่างจากปากเป็ดทั่วไป ช่วงฤดูผสมพันธุ์มีลำตัวโดยรวมสีเข้ม ช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์มีลำตัวสีน้ำตาลอ่อน ชอบบินเรี่ยผิวน้ำ แต่บินได้ไม่ไกล อีกทั้งว่ายน้ำและดำน้ำได้เก่งมาก ไม่สามารถเดาได้ว่าดำน้ำไปทิศทางไหน และโผล่พ้นผิวน้ำบริเวณใด จึงเป็นที่มาของชื่อ เป็ดผีเล็ก


นกเป็ดผีเล็กนี้จะดำน้ำหาอาหารเป็นหลัก ได้แก่ สัตว์น้ำขนาดเล็กพวกกุ้ง หอย ปลา แมลงในน้ำ ตัวอ่อนแมลงปอ พืชน้ำจำพวกสาหร่าย เป็นต้น แหล่งน้ำที่อาศัยต้องสะอาด สภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย ปลอดภัย มีอาหารที่สมบูรณ์ รวมถึงมีพืชลอยน้ำหรือพืชที่ขึ้นอยู่ในน้ำ เพื่อใช้เป็นที่พรางตัวหลบซ่อนและทำรัง โดยในพื้นที่ฟื้นฟูสภาพเหมือง พบนกเป็ดผีเล็กเพิ่มจำนวนมากขึ้น ตามแหล่งน้ำต่างๆ อยู่กันเป็นฝูงเล็กๆ 4-5 ตัว    เช่น อ่างน้ำบริเวณที่ทิ้งดินด้านตะวันออกเฉียงเหนือ อ่างน้ำด้านหลังสวนเฉลิมพระเกียรติฯ และ อ่างเก็บน้ำ Sump B

คืนความเขียวขจีปลูกป่าทดแทนไปแล้วกว่า 13,300 ไร่

                      ด้าน นางสาวฐิตินันท์ หุตะยานนท์ หัวหน้าแผนกวิชาการฟื้นฟูสภาพเหมือง (หวฟม-ช.) กองฟื้นฟูสภาพเหมือง (กฟม-ช.) ฝ่ายการผลิตเหมืองแม่เมาะ (อผม.) กล่าวว่า เหมืองแม่เมาะ มีการวางแผนแม่บทฟื้นฟูสภาพเหมือง (Reclamation Master Plan) ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2525 จนสิ้นสุดการดำเนินงานในปี 2586 และปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางการพัฒนาพื้นที่ภายหลังการทำเหมืองแม่เมาะ (Post-Mining) ให้มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ สภาพความเป็นอยู่ของชุมชนพื้นที่โดยรอบ รวมถึงการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ และส่งคืนพื้นที่ดังกล่าวให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 โดยมีวัตถุประสงค์ในการฟื้นฟูเพื่อปรับปรุงพื้นที่ที่ได้ใช้งานแล้วให้มีสภาพปลอดภัย มั่นคง  มีเสถียรภาพ ปลอดภัยต่อชีวิตความเป็นอยู่ ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการชะล้างพังทลายจากกระบวนการทางธรรมชาติ และที่สำคัญเพื่อให้สภาพพื้นที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ตามศักยภาพ สอดคล้องกับความต้องการร่วมกันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่สำคัญยังเป็นการปฏิบัติตาม พรบ. และกฎหมายต่างๆ ที่ เกี่ยวข้อง รวมถึง เงื่อนไขแนบท้าย EIA และนโยบายของ กฟผ. ด้วย

สำหรับพื้นที่ฟื้นฟูสภาพเหมืองแม่เมาะรวมกว่า 40,200 ไร่ ตามแผนแม่บทฟื้นฟูสภาพเหมือง ได้กำหนดวัตถุประสงค์การใช้ประโยชน์สุดท้ายของที่ดิน (End-Use) ออกเป็น 3 ส่วน คือ 1. พื้นที่ปลูกป่าทดแทน 93% จำนวน 37,200 ไร่ , 2. พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ 4% จำนวน 1,700 ไร่ และ 3. พื้นที่กักเก็บน้ำ 3% จำนวน 1,300 ไร่

                      จากพื้นที่ภูเขาดินทิ้ง งานฟื้นฟูสภาพเหมือง ได้คืนความเขียวขจีกลับสู่ผืนป่าอีกครั้ง ข้อมูล ณ ปี 2568 ปลูกป่าทดแทนไปแล้วกว่า 13,300 ไร่ของพื้นที่ที่ต้องดำเนินการทั้งหมด พันธุ์ไม้ที่ปลูกไม่น้อยกว่า 90 ชนิด จำนวนกว่า 2,200,000 ต้น โดยพันธุ์ไม้ที่ปลูกนั้นล้วนแล้วแต่เป็นพันธุ์ไม้ยืนต้นที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น สัก มะค่าโมง ประดู่ ไผ่ สะแก ขะจาว สะเดา ขี้เหล็กบ้าน พฤกษ์ เพกา เสี้ยว หว้ารวมถึงชนิดพันธุ์ที่สามารถดึงดูดสัตว์ป่าและนก เช่น ตะขบ หว้า ไทร มะขามเทศ มะขามป้อม แคแสด ทองหลาง เป็นต้น ขณะเดียวกัน ยังมีพืชคลุมดินพืชที่สามารถเจริญเติบโตรวดเร็ว เพื่อเพิ่มธาตุอาหารในดินและยึดเกาะหน้าดิน เช่น หญ้าแฝก ถั่วฮามาต้า ปอเทือง หญ้ารูซี่ เป็นต้น

ในส่วนของพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ เช่นบริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 84 พรรษา เหมืองแม่เมาะ ได้ถูกออกแบบจัดวางโครงสร้างของพื้นที่เพื่อให้เอื้อต่อการฟื้นฟูและดำรงอยู่ของระบบนิเวศธรรมชาติ มีแนวไม้ใหญ่ให้ร่มเงา แปลงไม้ดอกไม้พุ่ม พื้นที่หญ้าโปร่ง และบ่อเก็บน้ำ ช่วยสร้างแหล่งอาศัยให้สัตว์ป่า โดยเฉพาะนกหลากหลายชนิดเข้ามาใช้ประโยชน์ด้วย

ระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ ความหลากหลายทางชีวภาพบริเวณพื้นที่ฟื้นฟูเหล่านี้ ล้วนเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญยิ่ง สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจ ของ กฟผ.แม่เมาะ ที่ได้ดำเนินการมาโดยตลอดในการฟื้นคืนผืนป่าให้กลายมาเป็นแหล่งเรียนรู้ สร้างคุณค่าให้ชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต ข่าวจาก: แผนกประชาสัมพันธ์เหมืองแม่เมาะ







 

 

 

Share:

สลด มอเตอร์ไซค์ชนกับกระบะ หนุ่มชาวต่างชาติ วัย 29 ปี เสียชีวิตคาที่ โค้งบ้านกุ่มเนิ้ง ต.แม่มอก อ.เถิน

 


เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงมอก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะชนกับรถจักรยานยนต์ บริเวณโค้งบ้านกุ่มเนิ้ง ถนนสายเถินทุ่งเสลี่ยม ตำบลแม่มอก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จึงประสานร้อยเวร แพทย์นิติเวช และเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่ ร่วมตรวจสอบ


ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะโตโยต้า สีขาว ทะเบียนจังหวัดลำปาง จอดอยู่ห่างจากจุดพบร่างผู้เสียชีวิตประมาณ 30 เมตร สภาพด้านหน้ารถพบร่องรอยเฉี่ยวชนอย่างชัดเจน กันชนหน้าหลุดเสียหาย  ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์เน็ตเก็ตสปอร์ตไบค์ ยี่ห้อยามาฮ่า MT15 สีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ล้มอยู่ข้างทางในสภาพพังเสียหาย  โดยพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชายนอนอยู่กลางถนน  ทราบชื่อภายหลังคือ Mr. Etienne Gravel อายุ 29 ปี สัญชาติแคนาดา  


เบื้องต้นจากการตรวจสอบ จุดดังกล่าวเป็นทางโค้งลักษณะตัวเอส สลับขึ้นลงเขาตลอดเส้นทาง คาดว่ารถจักรยานยนต์อาจหลุดโค้งและพุ่งชนกับรถยนต์กระบะที่ขับสวนทางมา เป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว  อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งติดตามประสานญาติผู้เสียชีวิต เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ภาพ  เครือข่ายกู้ชีพกู้ภัย อ.เถิน



Share:

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง รับสมัคร เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานพัสดุ อัตราค่าจ้าง 12,000 บาท/เดือน

 


สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานจ้างเหมาบริการ 

ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานพัสดุ จำนวน 1 ตำแหน่ง อัตราค่าจ้าง 12,000 บาท/เดือน

ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าร่วมการคัดเลือก ขอและยื่นใบสมัครด้วยตนเองที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง ตั้งแต่วันที่ 23-27 กุมภาพันธ์ 2569 ในวันเวลาราชการ 08.30-16.30 น. โดยไม่มีค่าธรรมเนียมในการสมัคร




Share:

วุ่นทั้งวัด! ปลัด-ตร.-ชาวบ้าน รุมจี้เจ้าอาวาสหยุดรับบริจาค ทำวัดกลายเป็น "โกดังขยะ"

 


         เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 ก.พ. 2569 ที่วัดศาลาไชย ต.ศาลา อ.เกาะคา จ.ลำปาง ปลัดอาวุโสอำเภอเกาะคา พร้อมด้วย ผกก.สภ.เกาะคา สาธารณสุขอำเภอ ผู้นำชุมชน และชาวบ้าน ได้รวมตัวเข้าประชุมด่วนเพื่อแก้ไขปัญหากองขยะของกลางภายในวัด หลังเจ้าอาวาสเปิดรับบริจาคของบนดอยจนล้นอาคาร และสกปรกไปทั่วบริเวณ


        สืบเนื่องจากเจ้าคณะอำเภอเกาะคาได้ส่งทีมเลขาฯ เข้าตรวจสอบวัดศาลาไชย และพบภาพที่ไม่น่าดูศรัทธา เมื่ออาคารทั้ง 2 ชั้นเต็มไปด้วยกองข้าวสารอาหารแห้ง ปลากระป๋อง ตุ๊กตา ผ้าห่ม หมอน มุ้ง และของใช้อื่นๆ ที่รับบริจาคมาเพื่อนำไปแจกจ่ายคนยากไร้บนดอยสูง แต่กลับไม่มีการจัดการที่ดีจนกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและความสกปรก จึงสั่งการให้เร่งทำความสะอาดวัดทันที

        ต่อมาผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจกันขนย้ายของออกจากวัด โดยใช้รถบรรทุก 6 ล้อถึง 2 รอบ และรถ 4 ล้ออีก 4 รอบ เพื่อนำไปพักไว้ที่บ้านมารดาของเจ้าอาวาสเตรียมรอการบริจาค แต่กลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อเจ้าอาวาสส่งทนายความไปแจ้งความชาวบ้านที่ สภ.เกาะคา ข้อหาบุกรุกและย้ายสิ่งของ สร้างความไม่พอใจแก่ชาวบ้านจนนำมาสู่การนัดรวมตัวในครั้งนี้



        จากการเจรจาโดยมีหน่วยงานภาครัฐเป็นตัวกลาง ได้ข้อสรุปเบื้องต้นดังนี้:

  1. ขอให้ทนายความแจ้งเจ้าอาวาส "หยุด" รับบริจาคของทุกชนิดในวัด เพื่อรักษาความสะอาดและสุขอนามัย

  2.  ชาวบ้านจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับข้าวของที่เหลือ โดยจะให้ญาติและตัวแทนเจ้าอาวาสมาขนย้ายออกไปจัดการเองทั้งหมด และต้องทำความสะอาดห้องเก็บของให้ถูกสุขลักษณะ

  3. ทนายความยอมรับว่าเกิดจากการเข้าใจผิด และตกลงจะไปถอนแจ้งความชาวบ้านที่ สภ.เกาะคา ทันที

  4.  นัดประชุมสรุปผลอีกครั้งในวันที่ 26 ก.พ. นี้ เวลา 19.00 น. เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยว่ามีการขนย้ายของและทำความสะอาดวัดตามที่ตกลงไว้หรือไม่ โดยเจ้าอาวาสต้องเข้าร่วมประชุมด้วยตัวเอง

Share:

ศึกชิงเก้าอี้เทศบาลตำบลบ่อแฮ้วหนองกระทิง "ทนายวิทยา วงศ์ชมภู" นายกฯเก่า ชน "สถาพร วะเท" อดีตนายกหลายสมัย


       เช้าวันที่23 ก.พ.69 บริเวณสำนักงานเทศบาลตำบลบ่อแฮ้วหนองกระทิง บรรยากาศการรับสมัครนายกและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ่อแฮ้วหนองกระทิงเมืองลำปางคึกคักอย่างมาก โดยมีนายนรสิงห์ อบมา ปลัดเทศบาลฯ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลฯ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเทศบาลตำบลบ่อแฮ้วหนองกระทิง ร่วมเป็นสักขีพยานและสังเกตุการณ์ ในการดำเนินการขั้นตอนในการรับสมัคร



        โดยมีผู้สมัครนายก และผู้สมัครสมาชิกสภาฯ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก ได้แก่ นายวิทยาวงศ์ชมภู ผู้สมัครนายกฯ (กลุ่มรักษ์บ่อแฮ้วหนองกระทิง) และผู้สมัครสมาชิกสภาฯ และกลุ่มที่ 2 กลุ่มบ่อแฮ้วหนองกระทิงพัฒนา มีนายสถาพร วะเท ผู้สมัครนายกฯ และสมาชิกสภาฯ



        ผลการจับฉลากหมายเลขประจำผู้สมัครนายกฯ หมายเลข1 นายวิทยา วงศ์ชมภู (กลุ่มรักษ์บ่อแฮ้วหนองกระทิง) หมายเลข2 นายสถาพร วะเท (กลุ่มบ่อแฮ้วหนองกระทิงพัฒนา)

        สำหรับผู้สมัคร สท. เขต1 มีผู้สมัครอิสระ 3 คน และทีม 2 ทีมๆละ 6 คน ทีมนายวิทยา เบอร์ 4-9 ทีมนายสถาพร วะเท ได้เบอร์ 10-15 ส่วนเขต 2 มีผู้สมัคร 2 ทีม สท.ทีมนายวิทยา เบอร์ 1-6 และ สท.ทีมนายสถาพร เบอร์ 7-12

        ทั้งนี้ การรับสมัคร ระหว่างวันที่ 23-27 ก.พ.69 และจะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 29 มี.ค.69 นี้





        ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก กระทรวงมหาดไทยประกาศเปลี่ยนชื่อ องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อแฮ้ว (อบต.บ่อแฮ้ว) อ.เมืองลำปาง เป็น "องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อแฮ้วหนองกระทิง" และยกฐานะขึ้นเป็น "เทศบาลตำบลบ่อแฮ้วหนองกระทิง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป เพื่อรองรับการเจริญเติบโตและพัฒนาพื้นที่  จึงจัดให้มีการเลือกตั้งนายกฯ และสมาชิกสภาเทศบาลขึ้นใหม่ดังกล่าว 
Share:

พลิกโฉมปลานิลจิตรลดา สู่'ทองมัจฉาเริงร่า' ขนมทองก้อน-ทองม้วนสุดอร่อย ส่งตรงจากลำปาง สร้างรายได้ให้ชุมชน

 


        ปลานิลจิตรลดาในจังหวัดลำปางไม่ได้หยุดอยู่แค่ในจานกับข้าว แต่กำลังแหวกว่ายไปไกลถึงในถุงขนมขบเคี้ยว สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่ได้ลิ้มลองภายใต้ชื่อสุดเก๋ว่า ทองมัจฉาเริงร่า

        กลุ่มชาวบ้านในวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านหนองร่อง หมู่ 8 ต.บ้านเป้า อ.เมือง จ.ลำปาง  คิดค้นขึ้น โดยการผสมผสานระหว่างแป้งขนม กับ เนื้อปลานิล ที่แปรรูปมาจากปลานิล ที่เลี้ยงเอง  ก่อนจะนำมาหยอดแป้งลงบนเตาทองม้วน 

        นายสุธรรม ลิ่มพานิช ประมงจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า นี่คือผลผลิตที่งอกเงยมาจาก "โครงการปลานิลของพ่อ" ซึ่งประมงจังหวัดและ นางสุนีย์ ตื้อยศ ประมงอำเภอเมืองลำปาง ได้เข้ามาเติมองค์ความรู้ ไม่ใช่แค่สอนให้เลี้ยงปลาให้รอด แต่สอนให้ แปรรูปให้รวย

        "เราต้องการสร้างอาชีพที่ยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เมื่อปลามีมาก การแปรรูปคือคำตอบ แต่ทำอย่างไรให้แปลกและขายได้จริง?"


ทองมัจฉาเริงร่าอร่อยจนลืมไปเลยว่าทำจากปลา โจทย์สำคัญของการเอาปลามาทำขนมคือ กลิ่นคาวแต่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านหนองร่องทำได้สำเร็จ!

         นางกัญจ์วิภา ปิงวัง ประธานกลุ่มองค์กรชุมชนประมงกลุ่มเพาะเลี้ยงและแปรรูปรูปปลานิล วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านหนองร่อง  กล่าวว่า  ทองก้อนปลา และ ทองม้วนปลา มีจุดเด่น คือ ไร้กลิ่นคาว ด้วยเทคนิคการจัดการเนื้อปลาที่ส่งต่อมาจากคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประมง  รวมทั้งมี โปรตีนเน้นๆ เป็นขนมทานเล่นที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าขนมทั่วไป    และรสชาติกลมกล่อม  ความมันของกะทิและความหอมของแป้ง ผสานกับความนัวของเนื้อปลาอย่างลงตัว



        ในงานจัดแสดงผลงานของสำนักงานประมงจังหวัดลำปาง เราจะเห็นการสาธิตทำขนม ทองมัจฉาเริงร่ากันแบบสดๆ กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วงาน ดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาต่อคิวชิม ซึ่งเสียงตอบรับส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ ประหลาดใจในรสชาติและชื่นชอบมาก


         นอกจากขนมทองม้วนแล้ว ทางกลุ่มยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลานิลอีกหลากหลายชนิด ถือเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าประมงไทยให้เข้าถึงคนทุกเพศทุกวัย และที่สำคัญที่สุดคือการที่ชาวบ้านมีรายได้เสริมที่มั่นคงจากการต่อยอด "ปลานิล" ให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมประจำท้องถิ่น


          "ทองมัจฉาเริงร่า" ไม่ใช่แค่ชื่อขนม แต่คือสัญลักษณ์ของความสำเร็จในการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัย เปลี่ยนจากปลานิลในบ่อ เป็นมูลค่าเพิ่มในมือชุมชน ใครที่มาลำปางต้องห้ามพลาด ลองชิมขนมจากภูมิปัญญาที่เต็มไปด้วยความใส่ใจ

           ท่านใดสนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่ เพจ วิสาหกิจชุมชนบ้านหนองร่องได้เลย 




Share:

วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สลดกลางสระ! หนุ่มใหญ่วัย 56 จมหายต่อหน้าเพื่อน เรียกกู้ภัยช่วยกู้ร่าง

       


         เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12.19 น. สมาคมกู้ภัยลำปาง  รับแจ้งประสานจากกู้ภัยลำปาง จุดเมืองปาน ว่ามีบุคคลสูญหายในน้ำ บริเวณสระน้ำสาธารณะ หมู่ 5 บ้านทุ่งกว๋าว ตำบลทุ่งกว๋าว อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง จึงจัดชุดปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยใต้น้ำ “นทีลำปาง” เข้าตรวจสอบอย่างเร่งด่วน



        ที่เกิดเหตุพบว่า ผู้สูญหายเป็นชาย อายุประมาณ 56 ปี ทราบชื่อต่อมาคือ นายภากร ก่อนเกิดเหตุได้ออกมาหาปลากับเพื่อนภายในสระน้ำดังกล่าว กระทั่งเกิดเหตุไม่คาดฝัน จมหายไปบริเวณกลางสระต่อหน้าต่อตาเพื่อนที่มาด้วยกัน



        เจ้าหน้าที่ชุด “นทีลำปาง” จัดกำลังนักประดาน้ำ 3 นาย ลงค้นหาใต้น้ำทันที ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงพบร่างผู้สูญหายจมอยู่ใต้น้ำ ก่อนนำขึ้นสู่ฝั่ง ท่ามกลางความโศกเศร้าของผู้เห็นเหตุการณ์

        เบื้องต้นได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปาน เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย ก่อนมอบร่างให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ภาพข่าว : สมาคมกู้ภัยลำปาง

Share:

วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สลด! ตาวัย 70 ปี ขี่รถจักรยานยนต์พ่วงรถเข็นข้ามทาง กระบะขับมาทางตรง ชนเสียชีวิต

         เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.งาว จ.ลำปาง รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนสายลำปาง–พะเยา เขตบ้านร่องต้า ตำบลบ้านหวด อำเภองาว จังหวัดลำปาง จึงประสานร้อยเวรสอบสวน สภ.งาว แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลงาว และสมาคมกู้ภัยอำเภองาว เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ


        ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นโนวาเทน่า แบบเก่า ทะเบียนจังหวัดพะเยา ล้มอยู่ริมถนน ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุประมาณ 70 ปี ชาวบ้านร่องต้า หมู่ 1 ตำบลบ้านหวด อำเภองาว นอนคว่ำหน้าอยู่ข้างรถ สภาพศีรษะแตกเป็นแผลฉกรรจ์ ขาขวาฉีกยาวลึกจนเห็นกระดูก นอกจากนี้บริเวณกลางถนนพบรถเข็นพ่วงท้ายจอดอยู่


          ส่วนคู่กรณีเป็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รีโว สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร จอดห่างจากจุดชนประมาณ 100 เมตร สภาพหน้ารถฝั่งซ้ายมีร่องรอยเฉี่ยวชนได้รับความเสียหาย กันชนหน้าหลุดออก


           จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า บริเวณดังกล่าวเป็นช่องทางเดินรถสวนทางชั่วคราว เนื่องจากมีการก่อสร้างถนน ขณะเกิดเหตุผู้เสียชีวิตขับขี่รถจักรยานยนต์พ่วงรถเข็นข้ามถนนไปยังอีกฝั่งหนึ่ง จังหวะเดียวกับที่รถยนต์กระบะวิ่งมาทางตรง จึงเกิดการชนกันอย่างรุนแรง ส่งผลให้ชายวัย 70 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

           เจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัด และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.


ภาพ  เอ็กซ์ สมาคมกู้ภัยอำเภองาว 

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์