วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

นักเรียนชายวัย 17 ปี ขี่มอเตอร์ไซค์หลุดโค้งพุ่งลงข้างทาง ขาซ้ายหักผิดรูป เสียเลือดมาก เจ็บหนัก

         เมื่อเวลา 16.44 น. วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังเหนือ จังหวัดลำปาง รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มเอง บนเส้นทางวังเหนือ–แจ้ห่ม ก่อนถึงองค์การบริหารส่วนตำบลวังใต้ อำเภอวังเหนือ จึงประสานเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยวังเหนือเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
            เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงจุดเกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีดำ-น้ำเงิน พุ่งตกลงไปในพงหญ้าข้างทาง บริเวณริมถนนพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นนักเรียนชาย 1 ราย อายุ 17 ปี ชาวบ้านแสนตอ หมู่ 11 นอนอยู่บนพื้นถนนในสภาพรู้สึกตัวดี มีบาดแผลถลอกตามร่างกายหลายแห่ง ขาซ้ายหักผิดรูปและมีเลือดออกจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยวังเหนือได้เร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลวังเหนือเพื่อรักษาอย่างเร่งด่วน
          เบื้องต้นพบว่าถนนบริเวณดังกล่าวเป็นทางโค้ง และมีสภาพพื้นถนนเปียกชื้นหลังฝนตก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้รถเสียหลัก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
ภาพ สมาคมกู้ภัยวังเหนือ
Share:

รถบัส กฟผ. ชนกับหกล้อ กฟภ. ใกล้เกาะลอยแม่เมาะ เร่งช่วยเจ้าหน้าที่ซ่อมไฟถูกอัดติดรถ เจ็บ 2 ราย

          เมื่อเวลาประมาณ 17.06 น. วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 สภ.แม่เมาะรับแจ้งเหตุเกิดอุบัติเหตุรถบัสของ กฟผ.แม่เมาะ ชนกับรถบรรทุก 6 ล้อของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) บริเวณใกล้เกาะลอย ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ 2 ราย
        หลังรับแจ้งจึงประสานทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่เมาะ  งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลแม่เมาะ ศูนย์การแพทย์ กฟผ.  สมาคมกู้ภัยลำปาง นำเครื่องตัดถ่างเข้าสนับสนุนที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน
        ในที่เกิดเหตุพบรถหกล้อสีส้มของ กฟภ. สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ห้องโดยสารถูกแรงกระแทกอัดจนยุบ เบื้องต้นพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 2 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ซ่อมไฟที่โดยสารมากับรถหกล้อ ถูกอัดติดอยู่ภายในห้องโดยสาร  เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างงัดซากรถ เพื่อนำผู้บาดเจ็บออกมา โดยมีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานร่วมกันช่วยเหลือ ก่อนสามารถนำตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย และรีบนำส่งโรงพยาบาลแม่เมาะ
          ขณะที่รถบัสของ กฟผ. จอดอยู่ด้านข้าง มีร่องรอยความเสียหายบริเวณตัวรถเช่นกัน ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป.

ภาพ เครือข่ายกู้ภัยแม่เมาะ และสมาคมกู้ภัยลำปาง 

Share:

กฟผ. จับมือ 4 สถาบันศึกษา เคาะแผนจัดการเปลือกดินเหมืองแม่เมาะ หนุนมาตรการเทคนิคคุมเข้มความปลอดภัย

         กฟผ. แม่เมาะ เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยพื้นที่เหมือง จับมือผู้เชี่ยวชาญจาก 4 สถาบันการศึกษาชั้นนำ ตรวจสอบและให้ความเห็นชอบแผนจัดการเปลือกดินบริเวณจุดทิ้งดินนอกบ่อเหมือง หลังเกิดเหตุดินสไลด์ปลายปี 2568 พร้อม 3 ข้อเสนอแนะทางเทคนิค เร่งเสนอคณะทำงานจังหวัดและ สอจ.ลำปาง อนุมัติกลับเข้าดำเนินการเก็บกองเปลือกดินอย่างปลอดภัยสูงสุด ด้าน กพร. ลงพื้นที่ตรวจแล้ว ไฟเขียวผ่านแผน

        นายสุชาติ ตุ่นแก้ว ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ (ชชม.) เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ 9 ท่านจาก 4 สถาบันการศึกษา ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อตรวจติดตามพื้นที่ดินสไลด์และพิจารณาแผนการจัดการเปลือกดินให้ถูกต้องตรงตามหลักวิศวกรรม ณ อาคารที่ทำการเหมืองแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา




        โดยที่ประชุมและคณาจารย์มีความเห็นสอดคล้องโดยหลักการกับผลการศึกษาของ รศ.ดร.ฐิรวัตร บุญญะฐี ที่ปรึกษาและประธานอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมปฐพี ว.ส.ท. พร้อมทั้งได้ร่วมกันเสนอแนะแนวทางเทคนิคเพิ่มเติม 3 ประเด็นเพื่อควบคุมความปลอดภัยเชิงรุก ประกอบด้วย:

  1. การเพิ่มเครื่องมือตรวจวัด (Instrumentation): ขยายการตรวจวัดการเคลื่อนตัวของผิดินและใต้ดินในแนวสายพานและพื้นที่ถมดินใหม่

  2. การตรวจวัดแรงดันน้ำใต้ดิน: เพิ่มจำนวนหัวตรวจวัด (Piezometer) ตามความลึกของชั้นดินถม

  3. การตรวจติดตาม (Monitor): เฝ้าระวังน้ำหนักกดทับของแนวสายพานต่อมวลดินสไลด์อย่างใกล้ชิด

        ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง (สอจ.ลำปาง) และสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 3 เชียงใหม่ (สรข.3 เชียงใหม่) หลังเกิดเหตุการณ์ดินสไลด์เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งระบุให้ กฟผ. ต้องเสนอแผนจัดการเปลือกดินที่ผ่านการรับรองจากสถาบันการศึกษาอย่างน้อย 3 สถาบัน เพื่อความปลอดภัยในทุกมิติ ทั้งการออกแบบ ความลาดชัน และการระบายน้ำ

            นายสุชาติ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า กฟผ. จะรวบรวมข้อเสนอแนะทั้งหมดนำเสนอต่อคณะทำงานแก้ไขปัญหามวลดินสไลด์ฯ และ สอจ.ลำปาง เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติให้กลับเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ระหว่างวันที่ 11-12 พฤษภาคม 2569 คณะเจ้าหน้าที่จากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) และ สรข.3 เชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแผนฉบับดังกล่าวแล้ว และมีมติเห็นชอบว่าแผนมีความเหมาะสมตามหลักวิชาการและมีวิศวกรควบคุมรับรองอย่างถูกต้อง

Share:

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

หญิงวัย 39 ปี รับสารภาพยิงหญิงวัย 37 เสียชีวิต หลังหึงหวงอดีตสามีที่แอบมีความสัมพันธ์ผู้ตาย ก่อนนำอาวุธไปทิ้งหวังอำพรางคดี

        วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรห้างฉัตร รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต บริเวณกระท่อมกลางทุ่งนา เขตบ้านปงใต้ ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พ.ต.อ.ประภาส อุบลศรี ผกก.สภ.ห้างฉัตร ทราบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง พนักงานสอบสวน แพทย์นิติเวช และเจ้าหน้าที่กู้ภัยปงยางคก ร่วมเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

        เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย นอนหงายเสียชีวิตอยู่บริเวณโคนต้นไม้ มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะ 1 นัด ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นางสุกัญญา อายุ 37 ปี ชาวบ้านจอมปิง หมู่ 8 ต.นาแก้ว อ.เกาะคา ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีดำ ทะเบียนจังหวัดกรุงเทพฯ จอดอยู่ 1 คัน ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นางวันเพ็ญ หรือ “ยิ้ม” อายุ 39 ปี ชาวบ้านปงใต้ หมู่ 7 ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัย มาสอบสวนที่ สภ.ห้างฉัตร โดย ผกก. ทำการสอบสวนด้วยตัวเอง  

        พ.ต.อ.ประภาส เปิดเผยว่า ในช่วงแรกผู้ต้องสงสัยยังให้การภาคเสธ โดยอ้างเพียงว่าได้นั่งดื่มกินกับผู้เสียชีวิต แต่หลังจากเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนอย่างละเอียด ผู้ต้องสงสัยเริ่มมีอาการอ่อนล้า ก่อนยอมรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้ไปตามหานายกุ้ง อดีตสามี   เมื่อไปถึงได้เกิดทะเลาะวิวาทกัน เป็นผู้ลงมือก่อเหตุยิงผู้ตายจริง เนื่องจากเกิดความหึงหวง หลังทราบว่าอดีตสามีไปมีความสัมพันธ์กับผู้เสียชีวิต จึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว ก่อนนำอาวุธปืนไปโยนทิ้งเพื่ออำพรางคดี

        ภายหลังการรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนางยิ้มไปชี้จุดทิ้งอาวุธปืน และทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


Share:

ชาวบ้านสุดทนร้องผ่านโซเชียล เจอหนุ่มวัยรุ่นซิ่งรถท่อดังยามวิกาล ตำรวจวังเหนือตามรวบ ปรับสูงสุด 2,000 บาท

 

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.สมภพ สุภาพร ผกก.สภ.วังเหนือ  ได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.สุรพงษ์ ขัดสีใส สวป.สภ.วังเหนือ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และตำรวจจราจร ออกตรวจสอบกรณีมีผู้ได้รับความเดือดร้อนโพสต์คลิปผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในกลุ่ม Facebook “อ.วังเหนือ จว.ลำปางระบุว่า มีกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ส่งเสียงดังรบกวน สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชาวบ้าน โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 00.52 น. ของวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุได้ เป็นชาย อายุ 23 ปี  ชาวบ้านหมู่ 4 ต.ทุ่งฮั้ว อ.วังเหนือ จ.ลำปาง โดยผู้กระทำผิดยอมรับสารภาพว่า เป็นบุคคลตามคลิปจริง พร้อมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน-ดำ ซึ่งใช้ในการก่อเหตุ เพื่อนำมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก ในข้อหา นำรถที่มีเสียงอื้ออึงมาใช้ในทางเดินรถเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท ซึ่งถือเป็นอัตราโทษสูงสุดตามกฎหมาย

ทั้งนี้ สภ.วังเหนือ ขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนและผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ให้เคารพกฎหมายจราจร และคำนึงถึงความสงบเรียบร้อยของสังคม เพื่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนส่วนรวม

ที่มา สภ.วังเหนือ

Share:

สทนช.ภาค 1 ติดตามแผนบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำแม่จาง ย้ำใช้ข้อมูลร่วมจัดสรรน้ำอย่างยั่งยืน รับมือวิกฤตภัยแล้งและน้ำท่วม

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 1 (สทนช.ภาค 1) ติดตามแผนบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำวัง เตรียมรับมือภัยแล้งและน้ำหลาก ปี 2569/2570 โดยเข้าติดตามแผนการบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำแม่จาง อ่างเก็บน้ำแม่ขาม เสนอทุกภาคส่วนหาทางออกร่วมกัน เดินหน้าพัฒนาศูนย์บริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ เพิ่มประสิทธิภาพการพยากรณ์ สร้างความโปร่งใสและความร่วมมืออย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นายสุรเดช ทองใบ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ -2 นายปณิธาน คันธิยะรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตเหมืองแม่เมาะ- 1 พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ ให้การต้อนรับนายอนันต์ เพ็ชร์หนู ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 1 พร้อมคณะ ในโอกาสเข้าตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำวัง คณะฯ ได้ประชุมติดตามแผนการบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำแม่จาง ในช่วงฤดูแล้งและฤดูน้ำมาก ปี 2569/2570 เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งจากสถานการณ์เอลนิโญ่ที่อาจส่งผลต่อปริมาณน้ำในพื้นที่ โดยที่ประชุมได้นำเสนอข้อมูลภารกิจ กฟผ.แม่เมาะที่ใช้ทรัพยากรน้ำในกระบวนการผลิตไฟฟ้าควบคู่ไปกับการดูแลชุมชนรอบพื้นที่ พร้อมทั้งหารือแผนเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตน้ำท่วมและภัยแล้งในพื้นที่ ณ ห้องประชุม M6 อาคารบริหารเหมืองแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) แม่เมาะ

นายสุรเดช ทองใบ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ-2 กล่าวว่า กฟผ.แม่เมาะ ได้บริหารจัดการน้ำตามคู่มือการบริหารจัดการและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด รวมทั้งมีแผนการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำชลประทาน (Irrigation gate) เพื่อรักษาระบบนิเวศในลำน้ำจาง และติดตามสถานการณ์น้ำของฝายชุมชนทั้ง 17 แห่ง รวมถึงได้พัฒนาศูนย์บริหารจัดการน้ำอัจฉริยะที่เชื่อมโยงข้อมูลกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์และบริหารน้ำร่วมกับเขื่อนต่าง ๆ ในลุ่มน้ำวัง ทั้งนี้ กฟผ. แม่เมาะ มีแนวทางบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับทั้งภัยแล้งและน้ำหลาก โดยมุ่งรักษาความมั่นคงในการผลิตไฟฟ้าควบคู่กับการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม
นายอนันต์ เพ็ชร์หนู ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 1 กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำในลำน้ำจางควรยึดข้อมูลเป็นหลัก ทั้งข้อมูลการใช้น้ำของภาคเกษตรและชุมชน เพื่อให้สามารถวางแผนจัดสรรน้ำร่วมกับปริมาณน้ำต้นทุนของ กฟผ.แม่เมาะได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสนอให้ทุกภาคส่วน ทั้งท้องถิ่น เจ้าของฝาย และกลุ่มผู้ใช้น้ำ ร่วมกันหารือเพื่อหาทางออกที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกัน โดยในปี 2569
กฟผ.แม่เมาะ มีการลดกำลังการผลิตตามแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้า(PDP) ทำให้มีการใช้น้ำในการผลิตไฟฟ้าลดลง พร้อมทั้งได้เน้นถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีและศูนย์บริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพในการพยากรณ์และบริหารจัดการน้ำระหว่างหน่วยงาน ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำวัง รวมถึงให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในการสื่อสารข้อมูลคุณภาพน้ำจากระบบบำบัดและจุดตรวจวัดต่าง ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน และลดความขัดแย้งในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำร่วมกันอย่างยั่งยืน
Share:

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

โรงพยาบาลเสริมงาม การรับสมัครพนักงานช่วยเหลือคนไข้ (ผู้ช่วยแพทย์แผนไทย) จำนวน 1 อัตรา ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. - 2 มิ.ย. 2569

ด้วยโรงพยาบาลเสริมงาม จะดำเนินการคัดเลือกเพื่อจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราว (รายวัน) เงินนอกงบประมาณ ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามหลักเกณฑ์วิธีและเงื่อนไขการจ่ายเงินบำรุงเพื่อจ้างลูกจ้างชั่วคราว หรือลูกจ้างรายคาบของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2545 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545

จึงประกาศรับสมัครสอบคัดเลือกเพื่อจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราว (รายวัน) เงินนอกงบประมาณ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. ชื่อตำแหน่งที่รับสมัคร

  • พนักงานช่วยเหลือคนไข้ (ผู้ช่วยแพทย์แผนไทย) จำนวน 1 อัตรา

2. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการคัดเลือก

  • 2.1 คุณสมบัติทั่วไป

  1. มีสัญชาติไทย
  2. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
  3. เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วยความบริสุทธิ์ใจ
  4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคอันเป็นที่รังเกียจของสังคม
  5. เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม และไม่เสพสารเสพติด/ผู้ติดยาเสพติดให้โทษตาม พรบ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเว้นกรณีพ้นจากสภาพการใช้สารเสพติดตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 5 สิงหาคม 2546 เรื่อง "การให้โอกาสผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดซึ่งพ้นจากสภาพการใช้สารเสพติดเข้าทำงานหรือรับการศึกษาต่อในหน่วยงานภาครัฐ")
  6. ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน
  7. ถ้าเป็นเพศชายต้องผ่านการเกณฑ์ทหารหรือได้รับการยกเว้นการเกณฑ์ทหารแล้ว

3. คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

  1. เพศชาย หรือ เพศหญิง
  2. ได้รับวุฒิไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า
  3. ได้รับประกาศนียบัตรการอบรมนวดแผนไทยไม่น้อยกว่า 150 ชั่วโมง ที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง และมีประสบการณ์ด้านการนวดแผนไทย

4. การรับสมัคร

4.1 วัน เวลาและสถานที่รับสมัคร

ผู้มีความประสงค์ขอและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่กลุ่มงานบริหารทั่วไป โรงพยาบาลเสริมงาม ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ในวันและเวลาราชการ (ยกเว้นวันหยุดราชการ)

4.2 หลักฐานที่ต้องยื่นพร้อมใบสมัคร

  1. รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวกและไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1 นิ้ว ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 1 รูป
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ฉบับ
  3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 1 ฉบับ
  4. หลักฐานอื่นๆ เช่น ใบเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล ทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
  5. สำเนาวุฒิการศึกษา / ใบรับรองการจบการศึกษา / ประกาศนียบัตร ที่แสดงว่าเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงกับตำแหน่งที่สมัครคัดเลือก อย่างละจำนวน 1 ฉบับ
  6. ใบรับรองแพทย์ ซึ่งออกให้ไม่เกิน 1 เดือน จำนวน 1 ฉบับ
  7. ใบสำคัญทางทหาร (สด.8) หรือ (สด.43) จำนวน 1 ฉบับ (สำหรับเพศชาย)
  8. หนังสือรับรองการปฏิบัติงาน (ถ้ามี) จำนวน 1 ฉบับ

4.3 เงื่อนไขในการรับสมัคร ผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกจะต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติทั่วไป และคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตรงตามประกาศรับสมัครจริง และจะต้องกรอกรายละเอียดต่างๆ ในใบสมัครพร้อมยื่นหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วน ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัครไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ หรือวุฒิการศึกษาไม่ตรงตามวุฒิสำหรับตำแหน่งที่สมัคร อันมีผลทำให้ผู้สมัครไม่มีสิทธิ์สมัครเข้ารับการเลือกสรร ให้ถือว่าการรับสมัครและการได้รับการเลือกสรรครั้งนี้เป็นโมฆะสำหรับผู้นั้น

5. ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือก วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ณ บอร์ดประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลเสริมงาม หรือทางเว็บไซต์ของโรงพยาบาลเสริมงาม http://www.soemngamhospital.go.th/

6. หลักสูตร และ วิธีการสอบคัดเลือก คณะกรรมการสอบคัดเลือกจะดำเนินการสอบคัดเลือกโดยทดสอบความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง คือ สอบข้อเขียน หรือ สอบสัมภาษณ์ หรือวิธีอื่นวิธีใดก็ได้ตามความเหมาะสม วันที่ 8 มิถุนายน 2569 เวลา 13.00 น. - 16.00 น. สอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ ณ ห้องประชุมชั้น 2 โรงพยาบาลเสริมงาม

7. ประกาศรายชื่อผลการสอบคัดเลือก วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ บอร์ดประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลเสริมงาม หรือทางเว็บไซต์ของโรงพยาบาลเสริมงาม http://www.soemngamhospital.go.th/

8. การเรียกจ้าง ผู้สอบคัดเลือกได้จะได้รับการจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราว (รายวัน) และทำสัญญาจ้างตามที่โรงพยาบาลเสริมกำหนด

Share:

ชายวัย 52 ปี ถูกกระแสไฟฟ้าช็อตระหว่างตัดต่อสายไฟโดยไม่ได้ตัดกระแสไฟ ก่อนร่างตกจากที่สูง ได้รับบาดเจ็บสาหัส

            วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.20 น. ศูนย์สั่งการกู้ชีพ 1669 จังหวัดลำปาง ได้รับแจ้งเหตุชายถูกไฟฟ้าช็อตและตกจากที่สูงได้รับบาดเจ็บสาหัส ในพื้นที่ตำบลทุ่งผึ้ง อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง จึงประสานทีมกู้ชีพเทศบาลตำบลทุ่งผึ้งเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

        ในที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อคือ นายวุฒิชัย  อายุ 52 ปี ซึ่งกำลังทำการซ่อมและตัดต่อสายไฟ โดยไม่ได้ตัดกระแสไฟฟ้าก่อน ทำให้เกิดกระแสไฟช็อตระหว่างปฏิบัติงาน ก่อนร่างจะตกจากที่สูงลงมาได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส

        จากการตรวจสอบพบว่า ผู้บาดเจ็บมีกะโหลกศีรษะร้าวตั้งแต่บริเวณหลังใบหูถึงหางตา กระดูกซี่โครงหัก 2 ซี่ และมีอาการสมองบวม ไม่รู้สึกตัว เจ้าหน้าที่กู้ชีพจึงทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมประสานรถพยาบาลนำตัวส่งโรงพยาบาลแจ้ห่ม เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วนต่อไป

ที่มา กู้ชีพ ทต.ทุ่งผึ้ง 

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์