วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569

สลด! หญิงวัย 54 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ชนท้ายกระบะที่จอดอยู่ริมถนนคันคลองบ้านห้วยยาง เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

 

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 11 กันยายน 2569 ศูนย์วิทยุ สภ.บ้านเสด็จ รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถกระบะ มีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนเส้นคันคลอง พื้นที่บ้านห้วยยาง หมู่ 6 ต.บ้านเสด็จ อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง จึงประสานร้อยเวรสอบสวน แพทย์เวร รพ.ลำปาง เจ้าหน้าที่กู้ภัยบ้านเสด็จ เข้าตรวจสอบ


ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะสีขาวจอดอยู่ริมทาง โดยมีรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีดำ-แดง ทะเบียนจังหวัดลำปาง พุ่งชนอัดติดอยู่บริเวณด้านท้ายรถกระบะ ใกล้กันพบร่างผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์นอนเสียชีวิตอยู่ข้างรถ ทราบชื่อคือ  นางดริรัตน์ ทาวงศ์ อายุ 54 ปี อยู่บ้านหมู่ 5 ต.พิชัย อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง

เบื้องต้น ทางร้อยเวร พร้อมแพทย์ได้ร่วมกันชันสูตร  เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอน โดยอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดและสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียดต่อไป

Share:

ระทึกกลางดึก ไฟไหม้กุฏิวัดแม่พริกลุ่ม เจ้าหน้าที่รุดดับทัน คาดธูปหรือยากันยุงเป็นต้นเหตุ

        เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 เวลา 23.30 น. งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลแม่พริก ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บริเวณกุฏิพระสงฆ์ ภายในวัดแม่พริกลุ่ม หมู่ 1 บ้านแม่พริกลุ่ม ตำบลแม่พริก อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง จึงเร่งประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและระงับเหตุ

        ว่าที่ร้อยตรีสุเมธ สุยะลังกา นายกเทศมนตรีตำบลแม่พริก มอบหมายให้ ร้อยตำรวจโทสมาน มูลประการ รองนายกเทศมนตรีตำบลแม่พริก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลแม่พริก นำกำลังเข้าระงับเหตุทันที

        เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงที่เกิดเหตุ พบไฟกำลังลุกไหม้เศษกระดาษ เศษวัสดุ และขยะที่อยู่บริเวณพื้นภายในกุฏิพระสงฆ์ โดยเปลวไฟไม่ได้ลุกไหม้ตัวเรือนกุฏิแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงเร่งใช้อุปกรณ์เข้าควบคุมเพลิง และสามารถดับไฟได้อย่างรวดเร็ว โดยเหตุการณ์ไม่ลุกลามไปยังส่วนอื่นของกุฏิหรือสิ่งปลูกสร้างใกล้เคียง

        เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุของเพลิงไหม้อาจเกิดจากธูปไล่ยุงหรือยาจุดกันยุงที่ถูกจุดทิ้งไว้ ก่อนเกิดความร้อนจนไปติดกับเศษกระดาษหรือวัสดุที่อยู่บนพื้น อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แน่ชัดยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

        เหตุการณ์ดังกล่าวสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ทัน ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ และสามารถป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามสร้างความเสียหายต่อตัวกุฏิและพื้นที่โดยรอบ

ที่มา เทศบาลตำบลแม่พริก 

Share:

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569

เครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะร้อง กมธ.กฎหมายฯ ตรวจสอบ หลังอ้าง คพรฟ.-กกพ.ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด พร้อมตั้งข้อสงสัย 11 โครงการอาจถูกสวมสิทธิและมีการเบิกจ่ายงบประมาณแล้ว

 

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 นางมะลิวรรณ นาควิโรจน์ ประธานเครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ ยื่นหนังสือถึงประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีคณะกรรมการกองทุนพัฒนาไฟฟ้า (คพรฟ.) และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ถูกกล่าวหาว่าไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด และอาจส่งผลให้สมาชิกเครือข่ายถูกตัดสิทธิในการเข้าถึงกองทุนพัฒนาไฟฟ้า




หนังสือร้องเรียนระบุว่า เครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะเป็นการรวมตัวของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษบริเวณพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าและเหมืองลิกไนต์แม่เมาะ โดยที่ผ่านมาได้เคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิและการแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รัฐบาลมีมติ ครม.ในช่วงปี 2544, 2549 และ 2551 ให้อพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้โรงไฟฟ้าและเหมืองลิกไนต์ ออกไปยังพื้นที่รองรับแห่งใหม่ รวม 5 หมู่บ้าน แต่ยังมีปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิในที่ดินที่อยู่ระหว่างการติดตามแก้ไข


ต่อมา หลังมีพระราชบัญญัติประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 ได้จัดตั้งกองทุนพัฒนาไฟฟ้าตามมาตรา 97(3) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟ้า โดยเปิดให้ชุมชนเสนอความต้องการผ่านเวทีประชาคม ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการกองทุนพัฒนาไฟฟ้า และเสนอให้ กกพ.พิจารณาอนุมัติงบประมาณ

นางมะลิวรรณ ประธานเครือข่ายฯ เผยว่า ในปี 2555 ได้เสนอทั้งหมด 11 โครงการผ่านเวทีประชาคม และอ้างว่าโครงการได้รับการเสนอเป็นลำดับต้นๆ แต่ภายหลังกลับถูกตัดออกจากกระบวนการโดยไม่ได้รับคำชี้แจงเหตุผลที่ชัดเจน ทำให้เครือข่ายฯ ต้องร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง ก่อนยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง

กระทั่งปี 2567 ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้ คพรฟ.โรงไฟฟ้าแม่เมาะ พิจารณาคืนโครงการทั้ง 11 โครงการให้เครือข่ายฯ ภายใน 90 วัน แต่ คพรฟ.มีหนังสือชี้แจงว่าไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากระเบียบที่ใช้ในปัจจุบันแตกต่างจากระเบียบปี 2553 ซึ่งเป็นระเบียบในช่วงที่เกิดปัญหาและมีการยื่นฟ้อง

ต่อมา คพรฟ.ได้นำโครงการทั้ง 11 โครงการเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณจาก กกพ.ในปี 2569 แต่เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 เครือข่ายฯ ได้รับแจ้งมติ กกพ.ว่าไม่สามารถสนับสนุนงบประมาณได้ เนื่องจากไม่เป็นไปตามระเบียบปี 2563

เครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะจึงตั้งข้อสังเกตว่า การนำระเบียบปัจจุบันมาใช้พิจารณาอาจไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและคำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในปี 2555 พร้อมขอให้ กมธ.ตรวจสอบว่า คพรฟ.และ กกพ.ได้ดำเนินการตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดครบถ้วนหรือไม่



นอกจากนี้ เครือข่ายฯ ยังขอให้ กมธ.ตรวจสอบเอกสารโครงการที่เกี่ยวข้องกับกองทุนพัฒนาไฟฟ้า โดยเฉพาะโครงการที่มีลักษณะใกล้เคียงกับโครงการที่เครือข่ายฯ เคยเสนอผ่านเวทีประชาคม เนื่องจากเครือข่ายฯ อ้างว่า จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของ กกพ. พบโครงการบางรายการได้รับการอนุมัติและมีการเบิกจ่ายงบประมาณแล้ว ทั้งที่เครือข่ายฯ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการหรือได้รับเงินดังกล่าว


ประเด็นที่ขอให้ กมธ.ตรวจสอบ ได้แก่  โครงการเยียวยาผู้ป่วยราษฎรอำเภอแม่เมาะ วงเงิน 10 ล้านบาท, โครงการหมูหลุมบ้านห้วยรากไม้ หมู่ 5 และโครงการหนุนเสริมแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนที่ได้รับผลกระทบ  โดยขอให้เรียกเอกสารต้นฉบับโครงการ เอกสารการอนุมัติ การเบิกจ่าย และรายงานผลการดำเนินงานมาตรวจสอบว่า มีการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของโครงการจริงหรือไม่ และเกี่ยวข้องกับโครงการที่เครือข่ายฯ เคยเสนอไว้หรือไม่

นางมะลิวรรณ ยังขอให้ กกพ.ชี้แจงกระบวนการติดตามและประเมินผลการใช้งบประมาณ รวมถึงรายละเอียดการใช้เงินในโครงการเยียวยาผู้ป่วยวงเงิน 10 ล้านบาทว่า งบประมาณดังกล่าวนำไปช่วยเหลือใคร และดำเนินการในลักษณะใด

Share:

40 รถม้ารวมใจ ส่งสารถีครั้งสุดท้าย คนรถม้าลำปางพร้อมใจไว้อาลัย สมเกียรติคนร่วมอาชีพ

       เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ที่วัดบ้านวังหม้อ ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมืองลำปาง มีพิธีบำเพ็ญกุศลศพ คุณพ่อจรัส แก้วธรรมชัย อายุ 60 ปี ชาวตำบลต้นธงชัย ซึ่งประกอบอาชีพเป็นสารถีรถม้าในจังหวัดลำปาง ท่ามกลางครอบครัว ญาติพี่น้อง และเพื่อนร่วมอาชีพที่เดินทางมาร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

        จากนั้นเวลาประมาณ 11.00 น. ได้มีการเคลื่อนสรีระไปประกอบพิธีฌาปนกิจ ณ สุสานไตรลักษณ์ อำเภอเมืองลำปาง โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความอาลัยและความซาบซึ้งใจ


        โอกาสนี้ สมาคมรถม้าจังหวัดลำปาง นำโดย นายอัครินทร์ พิชญกุล นายกสมาคมรถม้าจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยสมาชิก ได้พร้อมใจกันนำรถม้ากว่า 40 คัน มาร่วมขบวนส่งคุณพ่อจรัสเป็นครั้งสุดท้าย โดยจัดขบวนอย่างเป็นระเบียบและสวยงาม ก่อนค่อยๆ เคลื่อนขบวนจากวัดไปยังสุสานไตรลักษณ์ ท่ามกลางเสียงเพลงที่มีกลิ่นอายแบบคาวบอย สะท้อนเอกลักษณ์ของอาชีพรถม้าเมืองลำปาง



          ภาพของขบวนรถม้าจำนวนมากที่มาร่วมส่งสมาชิกในวงการเดียวกัน สร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็น และถือเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนถึงความผูกพันและความสามัคคีของกลุ่มคนรถม้าลำปาง ที่อยู่คู่กับเมืองลำปางมาอย่างยาวนาน




        นายอัครินทร์ กล่าวว่า สมาคมรถม้าจังหวัดลำปางก่อตั้งมานานกว่า 100 ปีแล้ว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หากสมาชิกมีการเสียชีวิต หรือมีงานสำคัญต่างๆ สมาชิกในสมาคมจะร่วมมือร่วมแรงกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันด้วยความสามัคคี


        สำหรับการจัดขบวนรถม้าร่วมส่งผู้วายชนม์ในครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงออกถึงความรัก ความผูกพัน และการให้เกียรติเพื่อนร่วมอาชีพเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อไว้อาลัยและส่งคุณพ่อจรัสไปสู่สัมปรายภพอย่างสมเกียรติ พร้อมขอบคุณสมาชิกทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจกันมาโดยตลอด



Share:

ฝ่ายปกครองงาวผนึกตำรวจ บุกจับชายสูงอายุป่วยติดเตียง พบยาบ้า 51 เม็ด หลังมีพฤติกรรมจำหน่ายให้วัยรุ่นในพื้นที่

 

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา   เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภองาว  ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.งาว ภายใต้การอำนวยการของ นายสมจิตร จุลเจริญ นายอำเภองาว และ พ.ต.อ.สกุลรัชช์ คงทอง ผกก.สภ.งาว จ.ลำปาง โดยสั่งการให้ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สมาชิก ร้อย.อส.อ.งาว 2 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.งาว ลงพื้นที่ปฏิบัติการตามนโยบายรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติด



สามารถจับกุมผู้ต้องหาชายสูงอายุ ราษฎรบ้านโป่ง หมู่ 4 ต.บ้านโป่ง อ.งาว จ.ลำปาง พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 51 เม็ด โดยเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา จำหน่ายโดยมีไว้เพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามิน) หรือยาบ้า



จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าวเป็นผู้ป่วยติดเตียง แต่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายยาบ้าให้กับประชาชนและกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ โดยมีวิธีการนำยาบ้าไปซุกซ่อนไว้ในบริเวณใกล้ตัว เมื่อมีผู้มาซื้อ ผู้ต้องหาจะให้ผู้ซื้อไปหยิบยาบ้าตามจุดที่ซ่อนไว้ ก่อนนำเงินมาจ่ายให้กับผู้ต้องหา

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.งาว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา ที่ว่าการอำเภองาว

Share:

โจรสายไฟอาละวาดหนัก! ตระเวนตัดสายไฟ-สายหม้อแปลง-ตู้ควบคุม ป่วนทั่วลำปาง แขวงทางหลวงที่ 1 วอนประชาชนแจ้งเบาะแส


        แขวงทางหลวงลำปางที่ 1 ได้รายงานการเกิดเหตุกลุ่มลักลอบขโมยสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ควบคุมไฟฟ้าส่องสว่างอาละวาดตระเวนก่อเหตุหลายจุดในพื้นที่จังหวัดลำปาง ส่งผลให้ไฟส่องสว่างริมทางหลวงหลายสายดับมืด เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุของผู้ใช้รถใช้ถนนในเวลากลางคืนอย่างรุนแรง

        จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงลำปางที่ 1 พบความเสียหายครอบคลุมทางหลวงหลายสายในพื้นที่ ดังนี้

สรุปรายการความเสียหายแยกตามพื้นที่

  • โค้งแตงโม: สายไฟ NYY 3x10 ถูกขโมยเพิ่มอีก 4 ช่วง รวมระยะทาง 160 เมตร

  • ทล.1 (กม.632+650 ยูเทิร์นบ้านแม่ถอด อ.เถิน): หม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 30 kVA ถูกขโมย 1 ลูก

  • ทล.1 (กม.671+750 - 672+850 และ กม.684+000 ด่านตรวจหลังเทินเกาะคา และปากทางนาแก้ว-สบจาง): สายไฟ THW 35 (5 เมตร), สายไฟ NYY 3x10 (10 เมตร) และชุดควบคุมไฟฟ้าแสงสว่าง 1 ชุด

  • ทล.11 (กม.438+000 - 454+300 สายลำปาง - แพร่ หน้าศูนย์สร้างทางลำปาง, โรงโม่, ปากทางบ้านศรีพูนทรัพย์): สายไฟ THW 35 (20 เมตร), สายไฟ NYY 3x10 (30 เมตร) และชุดควบคุมไฟฟ้าแสงสว่าง 2 ชุด

  • ทล.127 (ทางเลี่ยงเมืองลำปาง กม.6+800 - 7+500 บริเวณสวนทนายโจ้): สายไฟ THW 35 (6 เมตร) และชุดควบคุมไฟฟ้าแสงสว่าง 1 ชุด

  • ทล.1036 (กม.0+200 - 8+300 สี่แยกบ้านฟ่อน, บ้านห้วยหล่อ, ชลประทานขนาดกลางที่ 2, โค้งบ้านม่อนแสนศรี, บ้านแม่ปุง): สายไฟ THW 35 (20 เมตร), สายไฟ NYY 3x10 (40 เมตร) และชุดควบคุมไฟฟ้าแสงสว่าง 5 ชุด

  • ทล.1036 (กม.22+000 - 29+000 สี่แยกแม่ทะ ถึงทางแยกหลังศูนย์สร้างทางลำปาง): สายไฟ THW 35 (12 เมตร) และชุดควบคุมไฟฟ้าแสงสว่าง 2 ชุด

  • ทล.11 (กม.681+000 - 500+307 สายลำปาง - เชียงใหม่ ช่วงสะพานกลับรถ อ.ห้างฉัตร, ตลาดทุ่งเกวียน, ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง, ตำรวจทางหลวงห้างฉัตร, ศูนย์บริการประชาชนขุนตาล, ศาลเจ้าพ่อขุนตาล): สายไฟ THW 35 (15 เมตร), สายไฟ NYY 3x10 (688 เมตร) และชุดควบคุมไฟฟ้าแสงสว่าง 2 ชุด

  • ทล.1037 (กม.7+000 - 11+300 สายศรีชุม - แม่ทะ ช่วง มรภ.ลำปาง ถึงบ้านหัวฝาย, วงเวียนบ้านกล้วย, ทางเข้าบ้านจว้าก): สายไฟ THW 35 (20 เมตร), สายไฟ NYY 3x10 (30 เมตร) และชุดควบคุมไฟฟ้าแสงสว่าง 2 ชุด

        แขวงทางหลวงลำปางที่ 1 ขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นบุคคลหรือพฤติกรรมต้องสงสัยป้วนเปี้ยนบริเวณตู้ควบคุมไฟฟ้าหรือเสาไฟริมทาง โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โทร. 191 หรือส่งเบาะแสมาทางเพจแขวงทางหลวงลำปางที่ 1 ได้ทันที
Share:

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569

กระทรวง อว. จับมือ สมาพันธ์ อบจ. ภาคเหนือ เปิดอบรม "Local Growth Engine" ดึงนวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

 


          สมาพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดภาคเหนือ ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง และสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย จัดโครงการอบรมเชิงวิชาการ"การขับเคลื่อนท้องถิ่นด้วยแนวคิด Local Growth Engine (นวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น)"ของบุคลากรองค์การบริหารส่วนจังหวัดภาคเหนือ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 911 กันยายน 2569 ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง

            โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด มอบนโยบาย และกล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการประมาณ 800 คน ประกอบด้วย คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ. ข้าราชการ และบุคลากร อบจ. จาก 17 จังหวัดภาคเหนือ รวมถึงสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย


นางสาวตวงรัตน์ โล่สุนทร  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงานว่า ในนามของ อบจ.ลำปาง รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากร อบจ.ภาคเหนือ ทั้ง 17 จังหวัด ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ บทบาทของ อบจ. จึงไม่สามารถจำกัดเพียงแค่การจัดทำบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานแบบเดิมได้อีกต่อไป แต่ต้องยกระดับเป็น "เครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของท้องถิ่น" (Local Growth Engine) เพื่อสร้าง "ระบบนิเวศแห่งความร่วมมือ" ในการเปลี่ยนต้นทุนทางภูมิปัญญา ทรัพยากร และวัฒนธรรมให้เป็นสินค้า บริการ และโอกาสทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง ตอบโจทย์บริบทพื้นที่อย่างยั่งยืน



นอกจากนี้ อบจ.ลำปาง ยังได้จัดเตรียมโปรแกรมศึกษาดูงานในพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริง ได้แก่ การบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อย่างยั่งยืน ณ วัดพระธาตุลำปางหลวง, การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ณ Lampang Gateway และ "กาดฮักหนา Night Market" ที่ผสานงานฝีมือ ศิลปะ วัฒนธรรม และอาหารท้องถิ่นเข้าด้วยกัน เพื่อแสดงให้เห็นโมเดลการเปลี่ยนทุนวัฒนธรรมให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจและการกระจายรายได้สู่ชุมชนฐานราก


ด้าน  นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ในฐานะประธานสมาพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดภาคเหนือ กล่าวว่า การจัดงานดังกล่าว เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของบุคลากร อบจ. ภาคเหนือ  ยกระดับบทบาทของ อบจ. ในการประยุกต์ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และการวิเคราะห์การตลาดสมัยใหม่สร้างตลาดใหม่ให้เศรษฐกิจท้องถิ่น  สร้างภูมิคุ้มกัน เพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นสินค้าและบริการมูลค่าสูง และสร้างเครือข่ายความร่วมมือและการทำงานบูรณาการร่วมกันระหว่าง อบจ. ทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ



ขณะที่  ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์  รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวว่า รัฐต้องปรับบทบาทมาเป็นผู้สร้างสภาพแวดล้อมที่เชื่อมโยงนโยบาย องค์ความรู้ เทคโนโลยี และงบประมาณลงไปตอบโจทย์พื้นที่ โดยกระทรวง อว. พร้อมนำองค์ความรู้ งานวิจัย และเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัยมาแก้ไขโจทย์จริง ผ่านความร่วมมือรูปแบบ รัฐ ท้องถิ่น มหาวิทยาลัย เอกชน ประชาชน  เพื่อต่อยอดต้นทุนเกษตรกรรม อาหาร การท่องเที่ยว และศิลปวัฒนธรรมของภาคเหนือ ให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้และสร้างรายได้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน


Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์