วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ฝ่ายปกครองอำเภอวังเหนือ สนธิกำลังตำรวจ สภ.ร่องเคาะ รวบผู้ต้องหา 5 ราย พร้อมของกลางยาบ้ารวม 482 เม็ด ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

        เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ นายทศพล จักรบุญมา นายอำเภอวังเหนือ และ ผอ.ศป.ปส.อ.วังเหนือ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธีระศักดิ์ ธัญธราดล สว.สภ.ร่องเคาะ ได้มอบหมายให้นายอภิชาติ กันธิมา ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิก อส.อ.วังเหนือ 9 สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ร่องเคาะ เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด  “ปฏิบัติการ 5 เสือเมืองวัง หยุดยั้งยาเสพติด”

        ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้รวม 5 ราย พร้อมของกลางยาบ้ารวม 482 เม็ด โดยจุดแรกเวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมยาบ้า 96 เม็ด ในพื้นที่บ้านทุ่งฝูง หมู่ 4 ต.ร่องเคาะ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง

       ต่อมาเวลา 17.30 น. เข้าจับกุมผู้ต้องหาอีก 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 5 เม็ด ภายในบ้านเลขที่ 206 หมู่ 9 ต.ร่องเคาะ และเวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาได้อีก 1 ราย พร้อมยาบ้า 381 เม็ด บริเวณถนนท้ายหมู่บ้านผาช่อ–ห้วยวาด หมู่ 1 ต.ร่องเคาะ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง

        เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ร่องเคาะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา ที่ทำการปกครองอำเภอวังเหนือ 

Share:

อุบัติเหตุเศร้า หนุ่มงาววัย 46 ปี ขี่ฟีโน่พุ่งชนเสาไฟฟ้าบริเวณซอย 7 หน้าม.ราชภัฏลำปาง กู้ภัยเร่งปั๊มหัวใจช่วยชีวิตแต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตคาที่


        เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร อ.เมืองลำปาง รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนเสาไฟฟ้า มีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส บริเวณถนนหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ซอย 7 ต.ชมพู อ.เมืองลำปาง จึงประสานร้อยเวรสอบสวน  กู้ภัยอัมรินทร์ รุดตรวจสอบ


        เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงจุดเกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สภาพด้านหน้าพังเสียหายอย่างหนัก อัดติดอยู่กับเสาไฟฟ้าริมทาง ใกล้กันพบชายวัยกลางคนนอนหมดสติอยู่บนพื้นถนน มีบาดแผลรุนแรงบริเวณศีรษะ 


        เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งให้การช่วยเหลือ พร้อมทำ CPR เพื่อยื้อชีวิตอย่างเต็มที่ แต่ผู้บาดเจ็บไม่ตอบสนองและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ก่อนประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลลำปางเข้าชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น ทราบชื่อต่อมาคือ นายตู่ กันชัยยา อายุ 46 ปี ชาวบ้านหมู่ 6 ต.บ้านโป่ง อ.งาว จ.ลำปาง


        จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจากบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง มุ่งหน้าเข้าไปยังที่ทำงานซึ่งอยู่ท้ายซอย 7 ก่อนจะเกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าอย่างแรง จนเสียชีวิตดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ได้นำร่างส่งโรงพยาบาลลำปาง เพื่อรอให้ญาติติดต่อรับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป


ภาพ สมาคมกู้ภัยอัมรินทร์

Share:

อบจ.ลำปาง จับมือ สหกรณ์เดินรถ คิกออฟ “คนละครึ่ง” ช่วยค่าน้ำมันสองแถว-ลดค่าโดยสารประชาชน สู้ภัยวิกฤตพลังงาน

 

วันที่ 19 พ.ค.69 ที่ถนนด้านหน้าสำนักงาน อบจ.ลำปาง  น.ส.ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นายก อบจ.ลำปาง เป็นประธานเปิด โครงการ "อบจ.ลำปาง ช่วยจ่ายคนละครึ่ง ระบบขนส่งสาธารณะ" เฟส 1  ร่วมกับสหกรณ์เดินรถจังหวัดลำปาง  เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของทั้งผู้ประกอบการขนส่งและประชาชนในพื้นที่  โดยมีรถโดยสารเข้าร่วม 195 คัน กำหนดระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569

น.ส.ตวงรัตน์ กล่าวว่า  วิธีการใช้งานและลงทะเบียนนั้น ระบบถูกออกแบบมาให้รองรับคนทุกกลุ่มอย่างครอบคลุม แบ่งเป็น กลุ่มผู้มีสมาร์ตโฟน  ประชาชนและเยาวชนทั่วไป สามารถสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) ที่ติดอยู่บริเวณตัวรถโดยสารเพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ข้อมูลจะถูกส่งตรงไปยัง อบจ. เพื่อตรวจสอบและอนุมัติสิทธิ์ โดยผู้ได้รับสิทธิ์จะสามารถใช้บริการลดค่าโดยสารได้สูงสุด 4 ครั้งต่อวัน ตลอดระยะเวลาโครงการ ทั้งนี้ สามารถดูคลิปวิดีโอแนะนำขั้นตอนการลงทะเบียนอย่างละเอียดได้ที่หน้าเพจ Facebook ของ อบจ.ลำปาง

ส่วนกลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ตโฟน (ผู้สูงอายุ) สามารถเดินทางได้สะดวกเช่นกัน โดยใช้วิธีลงทะเบียนผ่านสมุดเอกสารบนรถ เพียงกรอกข้อมูลชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก เพื่อยืนยันตัวตน

          นอกจากนั้น ทาง อบจ.ลำปาง ยังได้ให้การช่วยเหลือในส่วนของคนขับรถโดยสารโดยการสนับสนุนค่าน้ำมันรถ  แบบระบบจ่ายเงินอุดหนุนล่วงหน้า โดยคำนวณจากค่าเฉลี่ยฐานรายได้เดิมของรถแต่ละคัน แล้วมอบงบประมาณก้อนแรกให้ผู้ขับขี่นำไปใช้สำรองวิ่งรถก่อนล่วงหน้าเป็นเวลา 7 วัน เพื่อลดภาระและเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้ผู้ประกอบการไม่ต้องสำรองเงินก้อนตัวเอง เมื่อครบกำหนดสัปดาห์ จะนำข้อมูลจากทั้งระบบคิวอาร์โค้ดและแบบสมุดลงทะเบียนมาตรวจสอบและสรุปยอด  หากพบว่ามียอดการวิ่งรถจริงมากกว่าเงินอุดหนุนล่วงหน้า อบจ. จะจ่ายเงินสมทบเพิ่มให้ทันที

ด้านนายก้าน นันต๊ะภาพ ประธานกรรมการสหกรณ์เดินรถลำปาง จำกัด เปิดเผยถึงการช่วยเหลือรถโดยสารประจำทางภายในจังหวัดว่า ทาง อบจ.ลำปาง จะสนับสนุนค่าน้ำมันให้กับรถโดยสารประจำทางเพื่อพยุงอาชีพขับรถโดยสารให้อยู่รอด โดยจะคำนวณเงินสนับสนุนให้เป็นรายคันต่อวัน ตามระยะทางจริงของแต่ละเส้นทาง ตัวอย่างเช่น รถสองแถวสีเหลืองที่วิ่งให้บริการในสายเมือง จะได้รับเงินสนับสนุนค่าน้ำมันอยู่ที่ 400 บาทต่อวันต่อคัน

ทั้งนี้ มีเงื่อนไขสำคัญคือ รถคันดังกล่าวจะต้องมีการวิ่งให้บริการและมีผู้โดยสารเดินทางจริงในวันนั้นๆ หากวันใดไม่ได้วิ่งรถหรือไม่มีผู้โดยสารมาใช้บริการเลย จะไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือของวันนั้น โดย อบจ. จะทำการโอนเงินช่วยเหลือค่าน้ำมันแบบเหมาจ่ายตามจำนวนวันที่วิ่งจริง ให้แก่ผู้ประกอบการสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อความสะดวกและไม่ต้องเดินทางมาเบิกจ่ายเป็นรายวัน

ในส่วนของภาคประชาชน โครงการนี้จะเชื่อมโยงกับการลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยตรง ผ่านระบบ "ค่าโดยสารคนละครึ่ง" ซึ่งประชาชนจะจ่ายค่าโดยสารเพียงครึ่งเดียวจากอัตราเต็มที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ เช่น หากค่าโดยสารปกติ 20 บาท ผู้โดยสารจะจ่ายจริงเพียง 10 บาทเท่านั้น และคนขับรถจะได้รับเงินสดส่วนนี้จากผู้โดยสารทันที อย่างไรก็ตาม หากมีการเดินทางออกนอกเส้นทางที่สัมปทานกำหนดไว้ ทางผู้ขับรถและผู้โดยสารจะต้องตกลงราคากันเองตามความสมัครใจ

ทั้งนี้ อบจ.ลำปาง จะทำการรวบรวมข้อมูลเพื่อประเมินผลสถิติผู้ใช้บริการในทุกๆ 2 เดือน เพื่อดูแนวโน้มปริมาณผู้โดยสารที่หันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้น และเมื่อสิ้นสุดโครงการเฟส 1 ในเดือนกันยายน 2569 จะมีการประเมินภาพรวมครั้งใหญ่ หากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก (รวมถึงปัจจัยความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง) ยังคงส่งผลกระทบสูง อบจ. ก็พร้อมพิจารณาขยายเวลาสู่โครงการเฟส 2 ต่อไป

Share:

เคาะแล้ว! "ไทยช่วยไทยพลัส" รับเน้นๆ 1,000.- นาน 4 เดือน ใครได้บ้าง-ลงทะเบียนเมื่อไหร่ เช็กด่วน!

วันที่ 19 พ.ค.2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” โดยแบ่งกลุ่มผู้ได้รับประโยชน์ออกเป็น 2 กลุ่มหลัก เพื่อกระจายความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงตลอดระยะเวลา 4 เดือน คือตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-30 ก.ย.69 ดังนี้

โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส มีอะไรบ้าง

1.กลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.18 ล้านคน

  • วงเงิน 1,000 บาท/คน/เดือน (ได้สิทธิทันที ไม่ต้องลงทะเบียน)
  • ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากร้านธงฟ้าฯ ระยะเวลาการใช้สิทธิ 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.69-30 ก.ย.69

ประชารัฐสวัสดิการ

  • วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาท/คน/3 เดือน
  • วงเงินรวมค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาท/คน/เดือน

มาตรการบรรเทาภาระค่าสาธารณูปโภค

  • ค่าไฟฟ้า 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน
  • ค่าน้ำประปา 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน

เบี้ยความพิการเพิ่มเติม (มติ ครม. 28 ม.ค.63)

  • สวัสดิการเบี้ยความพิการเพิ่มเติม จำนวน 200 บาท/ เดือนให้แก่คนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับบัตร

เงื่อนไขการใช้สิทธิ

  • ช่วงเวลาการใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส กับร้านค้าที่ร่วมโครงการตั้งแต่ เวลา 06.00-23.00 น. โดยชำระเงินผ่าน G-Wallet
  • ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ร้านค้าทั่วไป บริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถโดยสารประจำทาง รถสามล้อ รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เป็นต้น
  • ยกเว้น ร้านนวด สปา ทำเล็บ ทำผม

2.กลุ่มคนทั่วไป (ที่ไม่มีบัตรสวัสดิการ) 30 ล้านคน

  • ประชาชนรับสิทธิ 60/40 (รัฐสนับสนุน 60 ประชาชนร่วมจ่าย 40)
  • วงเงิน 1,000 บาท/คน/เดือน
  • ใช้สิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” วันที่ 25-29 พ.ค.69 (ต้องลงทะเบียนใหม่ทุกคน)
  • ระยะเวลาการใช้สิทธิ 1 มิ.ย. 69 – 30 ก.ย. 69
  • ใช้สิทธิกับร้านค้าที่ร่วมโครงการได้ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. โดยชำระเงินผ่าน G-Wallet

คุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียน

  • อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  • มีบัตรประชาชน สัญชาติไทย
  • ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พ.ค. 69
  • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิ์หรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1-5 และโครงการคนละครึ่งพลัส

ร้านที่เข้าร่วมโครงการต้องทำอย่างไร

ร้านค้าถุงเงิน

  • ร้านค้าเดิม กดยอมรับเงื่อนไข 25 พ.ค. 69 -30 ก.ย. 69
  • ร้านค้าใหม่ เริ่มลงทะเบียน 25 พ.ค. 69-31 ก.ค. 69
  • ร้านค้าเดิม/ใหม่ ผูกฟู้ดเดลิเวอรี 10 มิ.ย. 69-30 ก.ย. 69 (เวลา 06.00 น. – 23.00 น.)

รายละเอียดเพิ่มเติม www.ไทยช่วยไทยพลัส.th

Share:

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตำรวจ สภ.แม่เมาะ บุกตรวจสอบบ้านสวนในพื้นที่บ้านนาสัก จับกุมชาย 2 ราย พร้อมยาบ้า อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ และกระสุนปืน พบผลตรวจปัสสาวะเป็นบวกทั้งคู่


         เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ฤกษ์ชัย แสงสว่าง ผกก.สภ.แม่เมาะ และ พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ เพ็ชรตา รอง ผกก.สส.สภ.แม่เมาะ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.แม่เมาะ นำโดย ร.ต.ต.สง่า แสนกาวี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันเข้าตรวจสอบบ้านสวนไม่มีเลขที่ ในพื้นที่ทำกินบ้านนาสัก หมู่ 4 ต.นาสัก อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการมั่วสุมเสพและจำหน่ายยาเสพติด

        จากการเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบนายวิทวัฒน์ หรือดาม อายุ 31 ปี มีลักษณะคล้ายผู้เสพยาเสพติด จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น พบยาบ้าจำนวน 47 เม็ด อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ไม่มีหมายเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 1 นัด

        สอบสวนเบื้องต้น นายวิทวัฒน์ รับสารภาพว่าเพิ่งเสพยาบ้ามาก่อนหน้า และยอมรับว่ายาบ้า อาวุธปืน และกระสุนปืนทั้งหมดเป็นของตนเองจริง อีกทั้งไม่เคยได้รับอนุญาตให้ครอบครองอาวุธปืนแต่อย่างใด ผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดในร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหา “จำหน่ายโดยมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย , เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และมีอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”

        นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังจับกุมนายบุญเกิด หรือสด อายุ 35 ปี อีก 1 ราย ภายในพื้นที่เดียวกัน หลังพบมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตรวจค้นพบยาบ้า 2 เม็ด อาวุธปืนลูกซองยาวไม่มีหมายเลขทะเบียน 1 กระบอก และกระสุนปืนลูกซองจำนวน 6 นัด โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นของตนเอง พร้อมยอมรับว่าเพิ่งเสพยาบ้ามาเช่นกัน ผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่เมาะ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Share:

สืบสวนแม่ทะ บุกจับหญิงวัย 60 ปี หลังผู้เสียหายร้องนำรถไปจำนำ กลับพบรถถูกขายต่อ ตรวจพบรถจักรยานยนต์ถูกนำมาจำนำยึดไว้ตรวจสอบรวม 8 คัน

          เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 11.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผกก.สภ.แม่ทะ และ พ.ต.ท.อนันต์ คำมี รอง ผกก.สส.สภ.แม่ทะ โดยมอบหมายให้ พ.ต.ท.ประสิทธิ์ ยอดเรือน สว.สส.สภ.แม่ทะ พร้อม ร.ต.อ.เสกสรรค์ สุยะวงศ์ รอง สว.สส.ฯ และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.แม่ทะ ร่วมกันจับกุม นางหน้อย อายุ 60 ปี ชาวบ้านเหมี้ยง ต.นาครัว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ได้ที่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 10 ต.นาครัว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง พร้อมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ไว้ตรวจสอบจำนวน 8 คัน 



       ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.แม่ทะ ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายรายหนึ่งว่า เคยนำรถจักรยานยนต์ไปจำนำไว้กับ “เจ๊หน้อย” แต่ภายหลังประสบปัญหาทางการเงิน ไม่สามารถส่งเงินต้นและดอกเบี้ยได้ประมาณ 3 เดือน กระทั่งภายหลังสามารถหาเงินมาไถ่ถอนรถคืนได้ แต่กลับพบว่ารถถูกนำไปขายต่อแล้ว


       

         จากการสืบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและจับกุมตัวนางหน้อย พร้อมตรวจพบรถจักรยานยนต์อีกหลายคันที่มีผู้นำมาจำนำไว้  จึงแจ้งข้อกล่าวหา “ประกอบกิจการรับจำนำโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในทางการค้าปกติโดยไม่ได้รับอนุญาต”  และยึดไว้เป็นของกลางเพื่อตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ เซเว่น นัมเบอร์ 





Share:

อุตุฯเตือน!! ฝนตกหนักมากบริเวณภาคเหนือ วันที่ 19 - 21 พ.ค. 2569

 


ประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ฉบับที่ 2 (42/2569) เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคเหนือ

ในช่วงวันที่ 19–21 พ.ค. 69 ภาคเหนือจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้

วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 : จังหวัดเชียงใหม่ ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 : จังหวัดน่าน ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 : จังหวัดน่าน ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ขอให้ประชาชนในระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ http://www.cmmet.tmd.go.th หรือที่ 053-277919 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 07.00 น.



Share:

เด็กสาววัย 15 ปี ขี่จยย.ชนกับรถสิบล้อ เจ็บสาหัสกลางถนนลำปาง–แจ้ห่ม กู้ภัยเร่งนำส่ง รพ.

        เมื่อเวลา 16.27 น. วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งฝาย  ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุกสิบล้อ บริเวณถนนลำปาง–แจ้ห่ม ปากทางเข้าบ้านร่มเย็น หมู่ 8 ต.นิคมพัฒนา อ.เมืองลำปาง จึงประสานสมาคมกู้ภัยลำปาง จุดนิคมพัฒนา เร่งนำกำลังอาสากู้ภัยเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ


       ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกสิบล้อจอดอยู่ริมถนน ส่วนรถจักรยานยนต์สีแดง ทะเบียน จ.ลำปาง ล้มอยู่บริเวณหน้ารถ ข้างกันพบผู้บาดเจ็บเป็นเด็กสาว อายุ 15 ปี นอนหมดสติอยู่บนพื้นถนน เจ้าหน้าที่พยามเรียกให้ตื่น จนรู้สึกตัวขึ้นมา ก่อนจะทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น


        พบมีบาดแผลฉีกขาดบริเวณศีรษะ ได้รับบาดเจ็บที่ขาขวา และแขนซ้ายผิดรูป เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเร่งดามแขนขา ปฐมพยาบาล ก่อนเคลื่อนย้ายนำส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์ลำปางอย่างเร่งด่วน ท่ามกลางชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์ด้วยความตกใจ


        อย่างไรก็ตาม สาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบรายละเอียดและสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป

ภาพข่าว สมาคมกู้ภัยลำปาง จุดนิคมพัฒนา 

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์