วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ฝ่ายปกครอง-ตำรวจงาว บุกค้นกระท่อมกลางสวนข้าวโพด หลังชาวบ้านแจ้งเบาะแส รวบผู้ต้องหาพร้อมยาบ้าและปืนลูกซอง

        เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 13.30 น. นายสมจิตร จุลเจริญ นายอำเภองาว และ พ.ต.อ.สกุลรัชช์ คงทอง ผกก.สภ.งาว จ.ลำปาง สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สมาชิกกองร้อย อส.อ.งาว 2 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ 19 และ 20 (แม่โป่ง-แม่หวด) และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.งาว ลงพื้นที่ปฏิบัติการตามนโยบายรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติดและจัดระเบียบสังคม

        เจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจจุดสกัดบนถนนสายบ้านอ้อน-บ้านห้วยน๊อต เพื่อตรวจตราการครอบครองและพกพาอาวุธปืน ยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมาย รวมทั้งปฏิบัติการ “Operation 90 Days” ยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด


        ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสจากประชาชนที่ผ่านจุดตรวจว่า มีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดบริเวณกระท่อมกลางสวนข้าวโพด ทางทิศตะวันออกของบ้านห้วยน๊อต หมู่ 7 ต.บ้านโป่ง อ.งาว จ.ลำปาง จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบและตรวจค้นกระท่อมดังกล่าว

        ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 คน พร้อมของกลางยาบ้า 271 เม็ด อาวุธปืนยาวลูกซองขนาด 12 จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 2 นัด

        เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เพื่อจำหน่าย และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.งาว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Share:

สสส.จับมือภาคี ลงพื้นที่เมืองปาน ชู “ชุมชนล้อมรัก” ใช้ CBTx แก้ยาเสพติด ฟื้นฟู สร้างอาชีพ คืนคนดีสู่สังคม


        เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ (มวร.) ลงพื้นที่อำเภอเมืองปาน จ.ลำปาง ติดตามความก้าวหน้าโครงการอำเภอต้นแบบและอำเภอขยายผลด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมี นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต และคณะทำงาน ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางขับเคลื่อนการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน หรือ CBTx

        
        ช่วงบ่าย คณะลงพื้นที่ชุมชนบ้านขาม ติดตามการส่งเสริมอาชีพเลี้ยงกบของผู้ผ่านการบำบัด พร้อมร่วมกับฝ่ายปกครอง สาธารณสุข ตำรวจ ผู้นำชุมชน และผู้เข้ารับการบำบัด 2 ราย สะท้อนการทำงานร่วมกันแบบไร้รอยต่อ เพื่อช่วยให้ผู้ผ่านการบำบัดกลับมามีอาชีพ มีรายได้ และพึ่งพาตนเองได้


        นพ.ม.ล.สมชาย กล่าวว่า CBTx ไม่ได้มุ่งเพียงให้ผู้ป่วยหยุดยา แต่ต้องติดตามดูแลอย่างน้อย 1 ปี เพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ โดยผู้นำชุมชนและ อสม. เป็น “สะพานเชื่อม” สำคัญ เนื่องจากใกล้ชิดและเข้าใจคนในพื้นที่

        สำหรับ “โครงการล้อมรัก” โรงพยาบาลเมืองปาน ใช้กระบวนการ CBTx ตั้งแต่การสร้างความไว้วางใจ สำรวจปัญหาและปรับทัศนคติ พัฒนาทักษะชีวิต ไปจนถึงเตรียมความพร้อมกลับคืนสู่สังคม โดยเน้นไม่ตีตราผู้ผ่านการบำบัด พร้อมเปิดโอกาสด้านอาชีพและการสร้างรายได้

        นายเทอดธง ภิระบรรณ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ กล่าวว่า หัวใจสำคัญคือการทำให้ชุมชนเข้าใจว่า ผู้ผ่านการบำบัดคือผู้ที่ต้องได้รับโอกาสและการดูแล ขณะที่ทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายปกครอง สาธารณสุข ตำรวจ อปท. ครอบครัว ผู้นำชุมชน และ อสม. ต้องร่วมกันติดตามและป้องกันการเสพซ้ำ


        ด้าน “นายแมค” นามสมมติ อายุ 35 ปี ผู้ผ่านการบำบัดและปัจจุบันประกอบอาชีพเกษตรกรรม เปิดเผยว่า การได้รับโอกาสจากครอบครัวและชุมชน รวมถึงกิจกรรมจิตอาสาและการดูแลด้านสุขภาพจิต ช่วยให้สามารถเลิกยาและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ พร้อมฝากถึงผู้ที่ยังเสพยาให้เปิดใจเข้าสู่กระบวนการบำบัด เพื่อเปลี่ยนชีวิตและกลับคืนสู่ครอบครัว

        ความสำเร็จของบ้านขามจึงสะท้อนว่า การแก้ปัญหายาเสพติดไม่ใช่เพียงการจับกุม แต่ต้องใช้พลังของชุมชนในการบำบัด ฟื้นฟู สร้างอาชีพ และให้โอกาส เพื่อเปลี่ยนผู้ผ่านการบำบัดจาก “ผู้เสพ” กลับมาเป็น “ผู้สร้าง” และคืนคนคุณภาพสู่สังคมอย่างยั่งยืน


Share:

พลิกโฉมการบริหารข้อมูลสถานศึกษาด้วยนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ ผลงานโรงเรียนอนุบาลแม่เมาะ (ชุมชน 1) สู่ต้นแบบระดับประเทศ

        หนึ่งเดียวของภาคเหนือสู่เวทีระดับชาติ โลกการศึกษายุคดิจิทัลการบริหารจัดการข้อมูลคือหัวใจ โรงเรียนอนุบาลแม่เมาะ (ชุมชน 1) อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

        โดย ผอ.มณฑล อินเจือจันทร์, ครูวิสุทธิศักดิ์ เครือสาร และสภานักเรียน (ด.ญ.จิราพัชร ยันพิมาย, ด.ญ.วรัญญา นามวงค์ และ ด.ญ.มัณทนา  แซ่ผ่าน) ทีม Anubanmaemoh_ai_edu ได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จ รับรางวัลชนะเลิศทีมต้นแบบนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์เพื่อการศึกษา ด้านบริหารจัดการสถานศึกษาระดับประเทศ ในการแข่งขัน OBEC HACKATHON 2026 : FUTURE SCHOOL INNOVATION ปลุกพลังนวัตกรรม เปลี่ยนห้องเรียนสู่โรงเรียนแห่งอนาคต เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมแมดิสัน แบงค็อก กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีทีมแข่งขัน 137 ทีมทั่วประเทศ  ภายใต้โครงการสร้างพลังแห่งการเรียนรู้สู่อนาคตด้วยเทคโนโลยีของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้และการบริหารจัดการอย่างเป็นรูปธรรมนำไปสู่การเป็นต้นแบบนวัตกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจและขยายผลสู่ 12 สถานศึกษาใน จ.ลำปาง

พลิกโฉมการทำงานครูด้วยสารสนเทศที่ใช้งานได้จริงทันที

        ระบบที่ได้รับรางวัลระดับประเทศนี้คือ “ระบบข้อมูลการบริหารจัดการสถานศึกษา”  ถือเป็นนวัตกรรมต้นแบบที่นำข้อมูลในระบบ DMC (Data Management Center ระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล) ของ สพฐ. ที่แม้จะเป็นข้อมูลของโรงเรียนเองแต่เข้าถึงและนำมาใช้งานได้ยาก  มาทำเป็นสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการข้อมูลในโรงเรียน เปลี่ยนจากระบบจัดเก็บข้อมูลกระจัดกระจายในแฟ้มกระดาษให้กลายเป็น "ศูนย์กลางข้อมูลดิจิทัล" ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา (Anytime, Anywhere)  หัวใจสำคัญของความสำเร็จเกิดจากวิสัยทัศน์ของ นายมณฑล อินเจือจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลแม่เมาะ (ชุมชน 1) ผู้ริเริ่มแนวคิดตั้งแต่ปี 2566 ในการเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นสินทรัพย์เพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำ โดยเน้นการพัฒนาจากปัญหาที่เกิดขึ้นจริงเพื่อตอบโจทย์การทำงานของครูและนักเรียนมากที่สุด และครูเดี่ยว (นายวิสุทธิศักดิ์ เครือสาร) ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนอนุบาลแม่เมาะ (ชุมชน 1)  ผู้ออกแบบและพัฒนาระบบซึ่งเชี่ยวชาญการเขียนโปรแกรมระดับกระทรวงกว่า 10 ปี นำวิสัยทัศน์มาเปลี่ยนเป็นโค้ดโดยยึดหลักการบูรณาการข้อมูลที่มีอยู่มาสร้างประโยชน์สูงสุดโดยไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน

พลัง AI  ประมวลผลทุกมิติเพื่อพัฒนาศักยภาพนักเรียน

        จุดเด่นที่ทำให้ได้รับรางวัล ระบบนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ซอฟต์แวร์ แต่เป็นเครื่องมือออนไลน์ที่ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเกิดฟีเจอร์ต่างๆ ที่เปลี่ยนโฉมการทำงานของครูอย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างรวดเร็ว เช่น หากเกิดเหตุฉุกเฉินกับนักเรียน ครูสามารถดึงพิกัดบ้านและเบอร์โทรศัพท์ผู้ปกครองได้ทันที, ระบบนิเทศออนไลน์ สามารถลงผลและให้ Feedback ช่วยให้ครูติดตามและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น, วิเคราะห์ผลการเรียนของเด็กรายบุคคลหรือความโดดเด่นของนักเรียนห้องนั้นๆ ทำให้ครูและผู้บริหารทราบว่าเด็กคนไหนเก่งด้านไหนหรืออ่อนวิชาใดเพื่อช่วยเหลือหรือส่งเสริมพัฒนาการได้ตรงจุด, ระบบเยี่ยมบ้านผ่าน GPS ครูปักหมุดพิกัดบ้านนักเรียนผ่านสมาร์ทโฟน พร้อมระบบเชื่อมโยง Google Map นำทาง, สร้างข่าวประชาสัมพันธ์อัตโนมัติจากรายงานผลปฏิบัติงานและรูปภาพต่างๆ สร้างขวัญกำลังใจให้กับครูและป้องกันข่าวสารตกหล่น, แปลงข้อมูลรางวัลและเกียรติบัตรให้เป็นเล่มรายงานผลการปฏิบัติงาน (PDF) และรายงานผลการพัฒนาตนเองได้ภายในไม่กี่นาที

สภานักเรียนร่วมออกแบบ "วินัยเชิงบวก"

        ความสำเร็จนี้ สภานักเรียน ได้แก่ ด.ญ.วรัญญา นามวงค์ ด.ญ.มัณทนา แซ่ผ่าน และ ด.ญ.จิราพัชร ยันพิมาย นักเรียนชั้น ม.3 มีบทบาทร่วมขับเคลื่อนโดยสะท้อนปัญหาจริงจากการปฏิบัติงานจนนำไปสู่การออกแบบฟังก์ชั่นระบบตรวจเวรสี เปลี่ยนการตรวจความสะอาดจากกระดาษสู่ระบบดิจิทัล โดยนักเรียนใช้มือถือถ่ายภาพจุดไม่สะอาดส่งเข้าระบบได้ทันที ช่วยลดความขัดแย้งระหว่างครูและนักเรียน เกิดการทำงานที่โปร่งใสด้วยหลักฐาน ในอนาคตจะมีระบบของหายได้คืน เป็นการสร้างวินัยเชิงบวกโดยใช้เทคโนโลยีเมื่อนักเรียนทำความดีหรือคืนของที่เก็บได้จะมีการบันทึกคะแนนความประพฤติในระบบเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ

ขยายผลสู่ 12 โรงเรียนใน 4 อำเภอของ จ.ลำปาง

        ปัจจุบันโรงเรียนอนุบาลแม่เมาะ (ชุมชน 1) เป็นพี่เลี้ยงขยายผล “ระบบข้อมูลการบริหารจัดการสถานศึกษา” ไปยังโรงเรียนระดับประถมศึกษาใน จ.ลำปาง ดังนี้ อ.แม่เมาะ (โรงเรียนวัดบ้านแขม ต.แม่เมาะ, โรงเรียนสบเมาะวิทยา และ โรงเรียนสบป้าดวิทยา ต.สบป้าด, โรงเรียนบ้านใหม่รัตนโกสินทร์ และโรงเรียนบ้านนาสัก ต.นาสัก และโรงเรียนวัดหัวฝาย ต.บ้านดง)  อ.เมือง (โรงเรียนบ้านปงสนุก ต.เวียงเหนือ และโรงเรียนแม่ก๋งวิทยา ต.บ้านเป้า) อ.ห้างฉัตร (โรงเรียนเมืองยาววิทยา โรงเรียนชุมชนบ้านสันกำแพง ต.เมืองยาว) และ อ.งาว (โรงเรียนบ้านหลวงเหนือ (วิทิตตานุกูล) ต.หลวงเหนือ และโรงเรียนบ้านหวด ต.บ้านหวด) โดยมีการสนับสนุนด้านทรัพยากรและการเตรียม Server เพื่อให้ทุกโรงเรียนสามารถรันระบบได้ทันทีและนำร่องใช้ระบบดังกล่าวให้กับโรงเรียนบ้านปงสนุกเป็นที่แรก 

        ระบบช่วยลดงานซ้ำซ้อน ข้อมูลกรอกครั้งเดียวสามารถพัฒนาต่อยอดตลอดไปตามโจทย์การใช้งาน ลดใช้กระดาษ สิ่งสำคัญคือคืนครูสู่ห้องเรียนเพราะระบบจัดการงานธุรการและข้อมูลให้โดยอัตโนมัติ ครูย่อมมีเวลาทุ่มเทกับการพัฒนาศักยภาพนักเรียนอย่างเต็มที่ “ระบบข้อมูลการบริหารจัดการสถานศึกษา” ของโรงเรียนอนุบาลแม่เมาะ (ชุมชน 1) เป็นต้นแบบระดับประเทศในอนาคตที่จะเปลี่ยนโฉมการศึกษาไทยให้ก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพสูงสุด ผอ.มณฑล เน้นย้ำว่า "ปัจจัยความสำเร็จคือเราพัฒนาจากปัญหาที่เกิดขึ้นจริง และสนองความต้องการของครูและนักเรียน เมื่อระบบตอบโจทย์ทุกคนก็ยินดีที่จะใช้และมีส่วนร่วมอย่างมีความสุข"

Share:

จังหวัดลำปางออกหนังสือด่วนที่สุด! สั่งการทุกอำเภอเตรียมรับมือฝนตกหนัก และภัยพิบัติ วันที่ 29 ส.ค. – 2 ก.ย. 2569 นี้

ด้วยกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง กอปรกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม – 2 กันยายน 2569) ฉบับที่ 1 (168/2569) ประกาศ ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 17.00 น. แจ้งว่า ในช่วงวันที่ 29 สิงหาคม – 2 กันยายน 2569 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทางตะวันออกของภาค รวมทั้งด้านรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เนื่องจากร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนและอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ ให้อำเภอ เทศบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการ ดังนี้

1. ให้ติดตามข้อมูลสภาวะอากาศที่อาจก่อให้เกิดสาธารณภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และเน้นย้ำประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในทุกช่องทางให้ถึงประชาชนทุกกลุ่ม ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ (social media) หอกระจายข่าว และวิทยุท้องถิ่น พร้อมทั้งเตรียมพร้อมด้านบุคลากร อุปกรณ์ ทรัพยากร เครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

2. เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก หรือบริเวณที่มีฝนตกสะสมต่อเนื่องซึ่งอาจทำให้เกิดอุทกภัยได้ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำ น้ำตก ถ้ำลอด หากฝนตกหนักและมีความเสี่ยงที่จะเกิดภัย ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ห้ามบุคคลใดเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าว ตลอด 24 ชั่วโมง

3. หากเกิดเหตุสาธารณภัย และส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินในพื้นที่ใด ให้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยจัดกำลังในรูปแบบทีมประชารัฐ เข้าสำรวจความเสียหาย และดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว พร้อมทั้งรายงานการดำเนินการให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปางทราบทันที ที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง หมายเลขโทรศัพท์ 054 265 074  หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือการสื่อสารทางวิทยุสื่อสารเครือข่าย 161.200 MHz หรือช่องทางแอปพลิเคชันไลน์ กลุ่ม "รายงานสาธารณภัยลำปาง"




Share:

วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569

พบแล้ว! ร่างหนุ่ม 55 จมน้ำหาย 22 วัน ติดซอกปูนหน้าฝายพับได้ กู้ภัยนำร่างส่งญาติ

        พบแล้วร่างนายชาตรี บุญพร้อม อายุ 55 ปี ชาวบ้านวังหม้อ หมู่ 2 ต.ต้นธงชัย อ.เมืองลำปาง หลังจมน้ำสูญหายในแม่น้ำวังนาน 22 วัน ท่ามกลางความหวังของครอบครัวและชาวบ้าน ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบร่างติดอยู่ในซอกปูน ใกล้บริเวณหน้าฝายพับได้ จุดที่เคยมีพลเมืองดีแจ้งพบวัตถุลักษณะคล้ายร่างมนุษย์ลอยน้ำผ่านมา

        เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงบ่ายวันที่ 6 สิงหาคม 2569 นายชาตรีได้จมน้ำสูญหายบริเวณแม่น้ำวัง บ้านวังหม้อ ต.ต้นธงชัย อ.เมืองลำปาง หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลต้นธงชัย สมาคมกู้ภัยลำปาง กู้ภัยตำบลต้นธงชัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ระดมกำลังวางแผนและลงพื้นที่ค้นหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังนำร่างกลับคืนสู่ครอบครัว

        ต่อมาวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างนครลำปางได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบวัตถุลอยมาตามแม่น้ำวัง บริเวณหน้าฝายพับได้ อ.เมืองลำปาง ลักษณะคล้ายร่างผู้เสียชีวิต สวมเสื้อสีเหลืองหรือสีส้ม และลอยผ่านประตูระบายน้ำไป เจ้าหน้าที่จึงประสานนายกเทศมนตรีเพื่อขอยกประตูระบายน้ำ พร้อมระดมกำลังค้นหา โดยเบื้องต้นคาดว่าอาจเป็นร่างของนายชาตรีที่จมน้ำสูญหายจากพื้นที่บ้านวังหม้อ

        เจ้าหน้าที่พยายามค้นหาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน แต่ยังไม่พบร่าง จนกระทั่งล่าสุดวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างนครลำปางได้รับแจ้งว่าพบร่างผู้เสียชีวิตติดอยู่ในซอกปูน บริเวณใกล้กับจุดหน้าฝายพับได้ ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกับที่เคยมีพลเมืองดีแจ้งพบวัตถุลักษณะคล้ายศพลอยน้ำ

        เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและนำร่างขึ้นจากน้ำ ก่อนนำส่งให้ญาติดำเนินการตามประเพณีต่อไป ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว หลังรอคอยการค้นหาร่างมานานถึง 22 วัน

ภาพ แผนกบรรเทาสาธารณภัย ธาราทีม กู้ภัยสว่างนครลำปาง 

Share:

รถบัสรับคนงานพลิกคว่ำข้างทาง ผู้โดยสาร 25 คน เจ็บ 10 ราย คนขับอ้างหลบรถสวนทาง

            เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ศูนย์วิทยุ 191 จังหวัดลำปาง รับแจ้งเหตุรถบัสโดยสารเสียหลักพลิกคว่ำ มีผู้โดยสารอยู่ภายในรถหลายราย บริเวณข้างโรงงาน ส.สุวรรณอัตถ์ ถนนลำปาง-กิ่วลม หมู่ 16 ต.บ้านเสด็จ อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ
           ที่เกิดเหตุพบรถบัสสีฟ้าขาว ทะเบียนจังหวัดลำปาง พลิกตะแคงลงข้างทาง ภายในมีผู้โดยสารรวมคนขับทั้งหมด 25 คน เบื้องต้นพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 ราย แบ่งเป็นผู้บาดเจ็บอาการระดับสีเหลือง 2 ราย และสีเขียว 8 ราย โดยผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นแรงงานสัญชาติเมียนมาร์ เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษา
         การช่วยเหลือครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยบ้านเสด็จ สมาคมกู้ภัยลำปาง กู้ภัยสว่างนครลำปาง พร้อมเครือข่ายกู้ภัยในพื้นที่ใกล้เคียง ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างเร่งด่วน
          ต่อมา นายธนารัฐ สายเทพ นายอำเภอเมืองลำปาง ได้รับคำสั่งจาก นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ให้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุและติดตามการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ
            จากการสอบถามเบื้องต้น คนขับรถบัสให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถไปรับคนงานจากโรงงานเบทาโกรในพื้นที่ ต.บ้านแลง เพื่อไปส่งในเขต อ.เมืองลำปาง ระหว่างขับรถออกมาได้มีรถอีกคันขับสวนทางมา จึงเบี่ยงรถหลบ ก่อนที่รถจะเสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง
          เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวคนขับรถไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ พร้อมเร่งตรวจสอบสาเหตุและข้อเท็จจริงของอุบัติเหตุอย่างละเอียดต่อไป

Share:

วิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย รับสมัครงาน จำนวน 1 อัตรา เดือนละ 11,500 บาท ตั้งแต่วันนี้ - 4 กันยายน 2569


วิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

รับสมัครงานตำแหน่ง

นักวิชาการคอมพิวเตอร์ (อัตราจ้าง) จำนวน 1 อัตรา

รับสมัครผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง

ลักษณะงานและหน้าที่รับผิดชอบ

1. ดูแลและบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ของวิทยาลัยให้พร้อมใช้งาน

2. ดูแลและบริหารจัดการระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ระบบ Wi-Fi และอุปกรณ์เครือข่าย พัฒนา ปรับปรุง และดูแลเว็บไซต์ รวมถึงระบบสารสนเทศของวิทยาลัย

3. จัดทำ ผลิตสื่อประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ Facebook และสื่อออนไลน์ของวิทยาลัย

 อัตราค่าตอบแทน  เดือนละ 11,500 บาท

(ช่วงทดลองงานเป็นรายวัน เฉลี่ยเดือนละ 11,000 บาท)

สามารถยื่นใบสมัครได้ที่ วิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง ตำบลศาลา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ตั้งแต่วันนี้ - 4 กันยายน 2569

ติดต่อสอบถาม 0916371669 , 0932956259


Share:

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ระทึก! ไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง พบสายไฟเก่า–ปลั๊กพ่วงหลายจุด คาดไฟลัดวงจร

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลา 08.00 น. ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักอาศัย เลขที่ 175/5 บ้านเด่นแก้ว หมู่ที่ 11 ตำบลล้อมแรด อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านชั้นเดียว ลักษณะครึ่งตึกครึ่งไม้ ใต้ถุนโล่ง มีนางสาวรดาณัฐ กาวิละพันธ์ อายุ 39 ปี เป็นเจ้าของบ้าน โดยมีผู้เช่าพักอาศัยจำนวน 2 คน ได้แก่ นางส่งศรี จงกล อายุ 55 ปี และนายจิรทีปต์ จี่แก้ม อายุ 46 ปี


จากการตรวจสอบพบว่า เพลิงได้ลุกไหม้บ้านเสียหายทั้งหลัง เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากสายไฟฟ้าภายในบ้านมีสภาพเก่า ประกอบกับผู้เช่าประกอบอาชีพขายปลาในตลาดล้อมแรด จึงมีการต่อปลั๊กไฟฟ้าเพิ่มเติมหลายจุดเพื่อใช้งานกับเครื่องออกซิเจนสำหรับเลี้ยงปลา

นอกจากนี้ ภายในบ้านยังมีกล่องโฟมและวัสดุที่สามารถเป็นเชื้อเพลิงได้จำนวนมาก ส่งผลให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วและสร้างความเสียหายแก่ตัวบ้านทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ ส่วนสาเหตุและมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง




Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์