กรมทางหลวงเดินหน้าศึกษาจุดตัดแยกต่างระดับ
“หลักกิโลยักษ์” เปิดเวทีรับฟังความเห็นประชาชนครั้งแรก
ขณะที่ผู้นำชุมชนในพื้นที่วอนออกแบบให้เอื้อประโยชน์การใช้ถนนของคนในพื้นที่ด้วย
อย่ามองแต่บุคคลภายนอก
กรมทางหลวง
โดยโครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางแยกต่างระดับ จุดตัดทางหลวงหมายเลข
1 กับทางหลวงหมายเลข 11 ช่วงเกาะคา–สามัคคี
หรือบริเวณ “แยกหลักกิโลยักษ์” จัดการประชุมปฐมนิเทศ
(สัมมนาครั้งที่ 1) เพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการ รับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่
ก่อนดำเนินการศึกษาและออกแบบโครงการอย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อวันที่
19 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมจันผา โรงแรมเวียงลคอร อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง นายวันเฉลิม
เจตะบุตร รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงลำปางที่ 1 ฝ่ายวิศวกรรม เป็นประธานเปิดการประชุม
พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมรับฟังข้อมูล
นายวันเฉลิม
กล่าวว่า จุดตัดทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) กับทางหลวงหมายเลข 11
บริเวณแยกหลักกิโลยักษ์ ถือเป็นจุดเชื่อมโยงการคมนาคมสำคัญของจังหวัดลำปาง
รองรับการเดินทางและการขนส่งระหว่างภาคเหนือกับภาคอื่นของประเทศ
มีปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดและมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
จึงมีความจำเป็นต้องศึกษาความเหมาะสมและออกแบบทางแยกต่างระดับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสัญจร

สำหรับโครงการดังกล่าว
มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาด้านวิศวกรรมและการจราจร ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน
โดยจะรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อนำไปประกอบการพิจารณารูปแบบโครงการที่เหมาะสม
โดยเบื้องต้นมีการออกแบบรายละเอียดทางแยกไว้
3
รูปแบบ ซึ่งรูปแบบที่ 1
มีแนวโน้มว่าต้องมีการเวนคืนที่ดินบางส่วน
เนื่องจากมีการก่อสร้างทางเชื่อมต่างระดับและทางขึ้นลงเพิ่มเติม ซึ่งกินพื้นที่ออกนอกเขตทางเดิมของทางหลวงในบางตำแหน่ง สำหรับรูปแบบที่ 2 แนวทางโครงการออกแบบให้มีการสอดคล้องกับเขตทางหลวงที่มีอยู่ในปัจจุบัน
ส่งผลให้ไม่ต้องดำเนินการเวนคืนที่ดินเพิ่มเติม และลดผลกระทบต่อทรัพย์สินของประชาชน และรูปแบบที่ 3 มีแนวโน้มว่าต้องมีการเวนคืนที่ดินบางส่วน
เนื่องจากมีการก่อสร้างทางเชื่อมต่างระดับและทางขึ้นลงเพิ่มเติม
ซึ่งกินพื้นที่ออกนอกแนวเขตเดิมในบางตำแหน่ง เช่นเดียวกับแบบที่ 1


ขณะเดียวกันได้มีผู้เข้าร่วมประชุม
ซึ่งเป็นประธานชุมชนพื้นที่ศึกษาโครงการ ได้แสดงความคิดเห็นด้วยว่า ปัจจุบันนี้คนในพื้นที่เองที่ประสบปัญหาต้องกลับรถไกลมาก
เพราะไม่มีจุดตัดทางแยกเชื่อมทางที่จะให้เลี้ยวเข้าหมู่บ้าน ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจช่วงนี้น้ำมันก็แพง
จึงต้องเปลี่ยนมาใช้รถจักรยานยนต์แทน เพื่อความคล่องตัวและประหยัดกว่ารถยนต์ บางครั้งต้องยอมขี่รถย้อนศร
ซึ่งก็รู้ว่าไม่ถูกต้องและไม่ปลอดภัย
ต้องการฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยพิจารณาปรับปรุง
เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ใช้เส้นทางกลับบ้านสัญจรได้สะดวกเหมือนเดิม
โดยไม่ต้องขับขี่ย้อนศรหรืออ้อมไกล

ทั้งนี้
กรมทางหลวงได้ว่าจ้างบริษัท ออโรส จำกัด และบริษัท สิ่งแวดล้อมสยาม จำกัด
เป็นบริษัทที่ปรึกษาฯ โดยโครงการอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบเบื้องต้น
โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 450 วัน เริ่มสัญญาเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569
และสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 16 มิถุนายน 2570
หลังจากนี้ ที่ปรึกษาโครงการจะดำเนินการศึกษาด้านวิศวกรรม การจราจร
และสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง
ก่อนสรุปรูปแบบที่เหมาะสมเพื่อนำเสนอในเวทีประชุมครั้งต่อไป





