วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569

"อากาศสะอาดไม่ใช่สิทธิพิเศษ" เพ็ญภัค ส.ส.ลำปาง เขต 4 วอนรัฐบาลทบทวนเกณฑ์ประกาศภัยพิบัติ ชี้ประชาชนรอไม่ไหว ค่าฝุ่นลำปางพุ่งทะลุ 117.6 มคก.



นางสาวเพ็ญภัค รัตนคำฟู ส.ส.ลำปาง  เขต 4  พรรคกล้าธรรม  อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา  สะท้อนวิกฤตหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดลำปาง หลังพบค่าฝุ่นพุ่งสูงเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง กระทบหนักทั้งสุขภาพและเศรษฐกิจท้องถิ่น

นางสาวเพ็ญภัค ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. ถึง 1 เม.ย.69  ประชาชนในทุกเขตพื้นที่ของจังหวัดลำปางกำลังเผชิญกับวิกฤตทางอากาศอย่างรุนแรง โดยสถิติค่าฝุ่น PM 2.5 จากการเฝ้าระวังพบตัวเลขที่น่ากังวล  วันที่ 28 มีนาคม พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 117.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร  และล่าสุด วันที่ 1 เมษายน สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย โดยวัดได้สูงถึง 106.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

แม้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการบูรณาการการทำงานอย่างต่อเนื่องและจริงจัง แต่ ส.ส.เพ็ญภัค ย้ำว่าในฐานะตัวแทนคนในพื้นที่ จำเป็นต้องนำเรื่องนี้เข้าสู่สภาเพื่อเป็นกระบอกเสียงให้ภาครัฐเร่งยกระดับมาตรการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกปีให้เห็นผลเป็นรูปธรรม

จากการตรวจสอบพบว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ค่าฝุ่นพุ่งสูงอย่างต่อเนื่องเกิดจากการ เผาในที่โล่งและเหตุไฟป่าจำนวนมหาศาล รวมทั้งการเผาจากประเทศเพื่อนบ้าน  ซึ่งส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อทั้งระบบนิเวศ สุขภาพของประชาชน และภาคเศรษฐกิจที่หยุดชะงักลง เป็นวิกฤตระดับภูมิภาคอย่างรุนแรงที่ต้องช่วยกัน

นอกจากนี้ น.ส.เพ็ญภัค ยังได้แสดงความห่วงใยต่อกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุและเด็กในพื้นที่ห่างไกลที่ต้องสูดดมฝุ่นพิษต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน โดยสนับสนุนให้รัฐบาลเร่งผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด เพื่อเป็นกลไกทางกฎหมายในการจัดการปัญหามลพิษข้ามเขตและสร้างมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

อีกทั้งการประกาศเขตภัยพิบัติในพื้นที่ต้องมาติดที่เงื่อนไขว่า  ต้องมีค่าฝุ่นละออกขนาดเล็ก PM2.5 ต้องเกิน 225 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ติดต่อกันเกิน5วัน แต่ถ้าต้องให้รอขนาดนี้ ประชาชนในพื้นที่จะเป็นอย่างไร  เราไม่สามารถรอได้แล้ว เพราะสถานการณ์รุนแรงขึ้นทุกวัน 

“เราต้องรอให้เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงกี่คน ที่เลือดกำเดาไหล ถึงจะถือว่าเป็นเหตุฉุกเฉินที่แท้จริงของพื้นที่”

ส.ส.เพ็ญภัค ได้ยื่นข้อเสนอเร่งด่วนให้  จัดทำ"พื้นที่ปลอดภัยจากฝุ่น" (Safety Zone) หรือห้องปลอดฝุ่นในระดับชุมชน โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยทางเดินหายใจ เพื่อลดผลกระทบทางสุขภาพในระหว่างที่สถานการณ์หมอกควันยังวิกฤต รวมทั้งอาวุธสู้ฝุ่น เพื่อให้อุปกรณ์ที่จำเป็นต่อกลุ่มเปราะบางอย่างทั่วถึง โดยที่ประชาชนไม่ต้องดิ้นรนหาด้วยตนเอง

“อากาศที่สะอาดคือไม่ใช่สิทธิพิเศษ แต่คือสิทธมนุษยชน  ถึงเวลาที่ภาครัฐจะเลิกแก้ปัญหาเดวยความขอความร่วมมือ และเปลี่ยนมาใช้มาตรการเชิงรุก และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง   อากาศสะอาดคือความหวังและสิทธิที่พวกเขาควรได้รับอย่างเท่าเทียม  สส.เพ็ญภัค กล่าวเน้นย้ำในตอนท้าย

Share:

ส.ส.เพียว จี้รัฐบาลประกาศเขตภัยพิบัติฝุ่นพิษลำปาง เผยวิกฤตหนักชาวบ้านไอจามเป็นเลือด-แสบตา วอนเร่ง พ.ร.บ.อากาศสะอาด

 

 ชลธานี เชื้อน้อยสส.ลำปาง เขต 3 พรรคประชาชน อภิปรายกลางสภาฯ แฉวิกฤต PM2.5 ลำปางหนักเกินต้าน เดือนเดียวฝุ่นพุ่งเกินมาตรฐาน 19 วัน กระทบสุขภาพประชาชนรุนแรง จี้รัฐบาลเลิกปล่อยชาวบ้านสู้ตามยึดหลัก อากาศสะอาดคือสิทธิขั้นพื้นฐาน

นายชลธานี เชื้อน้อย สส.ลำปาง เขต 3 พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นอภิปรายถึงสถานการณ์วิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่จังหวัดลำปาง โดยระบุว่าขณะนี้ชาวลำปางกำลังเผชิญกับภัยเงียบที่ทำลายสุขภาพอย่างรุนแรง จากสถิติในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พบว่ามีจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานสูงถึง 19 วัน จากทั้งหมด 31 วัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจของประชาชนในพื้นที่

  • ชาวบ้านกระทบหนักถึงขั้น ไอจามเป็นเลือด

นายชลธานี ระบุว่า จากการลงพื้นที่สนับสนุนเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า และรับฟังเสียงสะท้อนจากคนลำปาง พบว่า ยังขาดการสนับสนุนจากภาครัฐที่จำเป็น เช่น อุปกรณ์ดับไฟป่าที่มีคุณภาพ และน้ำดื่มสำหรับเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ปฏิบัติงานในแนวหน้าอย่างเพียงพอ นอกจากนั้นประชาชนจำนวนมากมีอาการแสบตา แสบจมูก และที่น่าตกใจคือมีบางรายถึงขั้นไอจามเป็นเลือด ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง   เป็นมหาวิกฤตฝุ่นPM2.5 สะท้อนถึงความล้มเหลวในการแก้ปัญหาทั้งสิ้น

  • จี้ประกาศเขตภัยพิบัติ-เร่งกฎหมายอากาศสะอาด

ในการอภิปรายครั้งนี้ นายชลธานี ได้เรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาประกาศเขตภัยพิบัติในจุดที่สถานการณ์วิกฤตเกินอำนาจการจัดการระดับจังหวัด เพื่อระดมสรรพกำลังและงบประมาณจากส่วนกลางเข้าแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน  พร้อมทั้งเร่งรัดการพิจารณา พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ผ่านการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการมาแล้ว เพื่อให้มีเครื่องมือทางกฎหมายในการจัดการปัญหามลพิษอย่างยั่งยืน และเสนอให้รัฐบาลประกาศเขตควบคุมมลพิษครอบคลุมทั้ง 9 จังหวัดภาคเหนือ ไม่ใช่เฉพาะ 4 จังหวัดคือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอน เพื่อให้การทำงานมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายชลธานี เน้นย้ำว่า อากาศที่สะอาดคือสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องจัดหาให้ประชาชน ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของประชาชนที่ต้องแบกรับภาระในการจัดซื้อเครื่องฟอกอากาศหรือหน้ากากอนามัยเองตามยถากรรม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชุดปัจจุบันให้ความสำคัญกับปัญหานี้เป็นวาระเร่งด่วนที่สุดเพื่อชีวิตของพี่น้องชาวภาคเหนือและชาวลำปาง

Share:

วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569

ฝนหลวงฯ ส่งเครื่องบินเจาะน่านฟ้าแม่เมาะ โปรยน้ำแข็งแห้ง 700 กก. เร่งระบายฝุ่น PM2.5 คลุมพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ

        วันที่ 2 เมษายน 2569 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เดินหน้าปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศต่อเนื่อง ล่าสุดส่งเครื่องบินขึ้นปฏิบัติการเหนืออำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ใช้เทคนิคลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศเพื่อทำลายสภาวะฝุ่นขัง หวังบรรเทาวิกฤตหมอกควันครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือตอนบน

        ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ รายงานผลการปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศเพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ประจำวันที่ 2 เมษายน 2569 โดยเน้นการแก้ไขปัญหาในพื้นที่เป้าหมายหลักที่มีค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐาน ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน และลำปาง

        โดยที่ จ.ลำปาง  หน่วยปฏิบัติการฯ ได้เริ่มภารกิจปฏิบัติการบินที่ 2 เมื่อเวลา 11.15 น. ที่ผ่านมา โดยใช้เครื่องบินหมายเลข L2611 ขึ้นบินที่ความสูง 4,700 ฟุต เหนือบริเวณอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสำคัญ

        ในภารกิจนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตัดสินใจใช้เทคนิค “การลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศ” หรือการทำลายชั้นอุณหภูมิผกผัน  ที่มักทำหน้าที่เป็นฝาชีครอบกักเก็บฝุ่นละอองไว้ในระดับต่ำ โดยการโปรยน้ำแข็งแห้ง (Dry Ice) สูตร 3 จำนวนรวม 700 กิโลกรัม เพื่อกระตุ้นให้มวลอากาศเกิดการไหลเวียนและระบายฝุ่นละอองขนาดเล็กให้กระจายตัวออกจากพื้นที่

         การปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งหวังผลลัพธ์ในการลดความหนาแน่นของหมอกควันในพื้นที่จังหวัดลำปาง และส่งผลต่อเนื่องไปยังกลุ่มจังหวัดใกล้เคียง ทั้งเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และลำพูน ซึ่งกำลังเผชิญกับสภาพอากาศปิดและมีการสะสมของฝุ่นละอองในระดับที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

        ทั้งนี้ กรมฝนหลวงฯ จะยังคงติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด หากมีความชื้นสัมพัทธ์และทิศทางลมที่เหมาะสม จะดำเนินการขึ้นบินเพื่อก่อเมฆและโจมตีกลุ่มเมฆเพื่อให้เกิดฝนตกลงมาชำระล้างฝุ่นละอองในลำดับถัดไป เพื่อเร่งคืนอากาศบริสุทธิ์ให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือโดยเร็วที่สุด

Share:

สืบจังหวัดลำปางบุกหอพักกลางเมือง! รวบ "ป้าหญิง" เอเย่นต์ยาบ้า หลังขยายผลจากผู้เสพ

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.สส.ภ.จว.ลำปาง นำโดย พ.ต.ท.ณภัทร แสนชัยชุม สว.กก.สส.ภ.จว.ลำปาง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เข้าทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ ต.หัวเวียง อ.เมืองลำปาง

ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มจากการที่ชุดสืบสวนได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีการมั่วสุ่มเสพยาในพื้นที่ ต่อมาเวลาประมาณ 12.00 น. เจ้าหน้าที่ได้จับกุม นายบรรทบ หรือแดน อายุ 45 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 4 เม็ด โดยนายแดนให้การซัดทอดว่าเพิ่งซื้อยาบ้ามาจาก "นางหญิง" ที่หอพักไม่มีเลขที่ในละแวกนั้น ในราคา 300 บาท

เจ้าหน้าที่จึงขยายผลไปยังหอพักดังกล่าว พบหญิงลักษณะตรงตามคำบอกเล่าทราบชื่อคือ นางประกาย (หรือหญิง) อายุ 61 ปี ชาว จ.เชียงราย นั่งอยู่หน้าห้องพักท่าทางมีพิรุธ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงกับลุกลี้ลุกลน เจ้าหน้าที่จึงใช้อำนาจเข้าตรวจสอบทันที

เมื่อทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่นางประกายได้หยิบ ยาบ้าจำนวน 40 เม็ด ที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวมอบให้เจ้าหน้าที่ด้วยตนเองเอง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ตรวจสอบภายในพบประวัติการแชทสนทนาซื้อขายยาเสพติดหลายรายการ

นางประกาย ยอมรับสารภาพว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของตนจริง โดยซื้อมาจากชายชื่อ นายอ้วน จำนวน 50 เม็ด ในราคา 2,000 บาท เมื่อคืนวันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา เพื่อนำมาจำหน่ายต่อให้กับกลุ่มผู้เสพในพื้นที่

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลถึงตัวการใหญ่ต่อไป

Share:

แม่เมาะคุมเข้มลาดตระเวนเฝ้าระวังไฟป่าดอยพระบาท รวบผู้ต้องสงสัยพร้อมยาเสพติด

      


   เมื่อช่วงค่ำวันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 20.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายพนมพร ตุ้ยกาศ นายอำเภอแม่เมาะ ได้มอบหมายให้ฝ่ายปกครองนำกำลังสมาชิก อส.อ.แม่เมาะ ที่ 5 ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่เมาะ ลงพื้นที่เดินหน้าภารกิจลาดตระเวนเชิงรุก


        การปฏิบัติงานครั้งนี้เน้นเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงรอบ "ดอยพระบาท" ตั้งแต่โซนบ้านเมาะหลวง หมู่ 8 ไปจนถึงอ่างเก็บน้ำห้วยคิงตอนบน เพื่อป้องปรามและสกัดกั้นกลุ่มบุคคลที่อาจลักลอบเข้าไปเผาป่า ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM 2.5


        ผลการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบบุคคลต้องสงสัยกำลังจะเข้าไปหาปลาบริเวณริมอ่างเก็บน้ำ จึงทำการขอตรวจค้น พบของกลางเป็น ยาบ้าจำนวน 1 เม็ด พร้อมอุปกรณ์เสพ นอกจากนี้จากการตรวจปัสสาวะพบมีสารเสพติดในร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่เมาะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

        ฝ่ายปกครองอำเภอแม่เมาะยืนยัน ยกระดับความเข้มข้นในการตรวจตราพื้นที่ป่าอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องผืนป่าและลดผลกระทบจากไฟป่าให้ได้มากที่สุด




Share:

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569

AI ล่าขบวนการยาบ้า! สภ.สบปราบสกัดรถขนยาได้ 2 คดี รวม 9 ล้านเม็ด ไอซ์ 2 กก. รวบ ผู้ต้องหาได้ 3 ราย

ตำรวจภูธรภาค 5 โดยการอำนวยการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 และ พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง ร่วมกับฝ่ายทหาร นบ.ยส.35 โดย พล.ท.วรเทพ บุญญะ มทภ.3 ฝ่ายปกครอง โดย นายพัชระ สิมะเสถียร รอง ผวจ.ลำปาง และสำนักงาน ปปส.ภาค 5 โดย พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ ผอ.ปปส.ภาค 5 แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ 2 คดี ในพื้นที่ สภ.สบปราบ จ.ลำปาง   ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรภาค 5 จ.เชียงใหม่  เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา 

คดีแรก เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 69 เวลา 02.00 น. เจ้าหน้าที่ สภ.สบปราบ ร่วมกับ ศอ.ปส.ภ.5(AI) และ บก.สส.ภ.5 ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์เส้นทางรถต้องสงสัย ก่อนสกัดจับรถกระบะขนผักจาก จ.เชียงราย มุ่งหน้าส่งของที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนใต้ผักจำนวน 27 กระสอบ รวมประมาณ 8 ล้านเม็ด โดยมี นายพบธรรม เป็นผู้ขับขี่ รับสารภาพรับจ้างลำเลียงจากเครือข่ายประเทศเพื่อนบ้าน ติดต่อผ่านแอปฯ ไลน์

คดีที่สอง เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 69 เวลา 22.40 น. เจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจยาเสพติด สภ.สบปราบ สกัดจับรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อ HINO บรรทุกรถยนต์หรู จาก จ.เชียงใหม่ มุ่งหน้ากรุงเทพฯ โดยมี นายยุทธพงษ์ (ภูมิลำเนา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม.) เป็นผู้ขับขี่ ตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนภายในตัวรถยนต์หลายจุด


รวมของกลางทั้ง 2 คดี ยาบ้ากว่า 9 ล้านเม็ด และไอซ์ 2 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้องหา 3 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป


Share:

สลดกลางกองเพลิง! จนท.รุดดับไฟผวา เจอร่างยายวัย 83 ปี ถูกไฟคลอกเสียชีวิต


        เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 31 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ สภ.เวียงมอก อ.เถิน ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้กอไผ่และกองฟาง ใกล้บ้านพักในพื้นที่บ้านหนองห้า หมู่ 4 ต.นาโป่ง อ.เถิน จ.ลำปาง จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน นำโดย อำเภอเถิน, องค์การบริหารส่วนตำบลนาโป่ง, กำนันตำบลนาโป่ง, ผู้ใหญ่บ้านหนองห้า, อปพร.และจิตอาสาในพื้นที่ รวมถึงมูลนิธิและอาสากู้ภัยอำเภอเถิน

    ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังฉีดน้ำควบคุมเพลิง ท่ามกลางกลุ่มควันหนาทึบ ต้องถึงกับตกใจ เมื่อพบร่างหญิงวัย 83 ปี  ทราบชื่อต่อมาคือ  นางดวงดี เทพาชมภู  นอนเสียชีวิตอยู่ภายในจุดเกิดเหตุ สภาพถูกไฟไหม้เกรียมทั้งร่าง คาดสำลักควันไฟหมดสติ ขณะเข้าไปในพื้นที่ที่กำลังเกิดเพลิงไหม้ จึงถูกไฟคลอกดังกล่าว


    เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยเหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่อยู่ในพื้นที่เป็นอย่างมาก

    เบื้องต้น สาเหตุของเพลิงไหม้อยู่ระหว่างการสอบสวน ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังเหตุอัคคีภัยในช่วงอากาศแห้ง และเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา สนง.ปภ.ลำปาง 




Share:

โรงพยาบาลลำปาง รับสมัครลูกจ้างรายวัน จำนวน 9 อัตรา ค่าจ้างวันละ 350 – 660 บาท รับสมัครตั้งแต่ 30 มี.ค. – 3 เม.ย. 2569

โรงพยาบาลลำปาง รับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าปฏิบัติงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวรายวัน จำนวน 9 อัตรา วุฒิ ม.3 – ป.ตรี ค่าจ้างวันละ 350 – 660 บาท รับสมัครตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม – 3 เมษายน 2569

1. นักวิชาการสาธารณสุข (ด้านทันตสาธารณสุข) จำนวน 2 อัตรา
อัตราค่าจ้าง วันละ 620 บาท ต่อวันทำการ

2. เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี จำนวน 1 อัตรา
อัตราค่าจ้าง วันละ 400 บาท ต่อวันทำการ
3. นายช่างเทคนิค จำนวน 1 อัตรา
อัตราค่าจ้าง วันละ 400 บาท ต่อวันทำการ
4. พนักงานประจำห้องยา จำนวน 2 อัตรา
อัตราค่าจ้าง วันละ 350 บาท ต่อวันทำการ
5. พนักงานประกอบอาหาร จำนวน 2 อัตรา
อัตราค่าจ้าง วันละ 350 บาท ต่อวันทำการ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์