วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569

เสียบปลั๊กพัดลมทิ้งไว้ แม้ไม่เปิด สุดท้ายไฟลัดวงจรไหม้บ้าน


เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักในพื้นที่ จ.ลำปาง สร้างความเสียหายภายในห้องเก็บของ โชคดีพลเมืองดีผ่านมาพบเห็นควันไฟ รีบเข้าช่วยเหลือและแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันเวลา



 เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 5 เมษายน 2569 ที่บ้านเลขที่ 94 หมู่ 10 บ้านหนองห้าตะวันออก ตำบลปงแสนทอง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง โดยศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ได้รับแจ้งจากเจ้าของบ้านว่ามีเหตุไฟไหม้ จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าระงับเหตุทันที



เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบพลเมืองดีและเจ้าของบ้านกำลังช่วยกันดับไฟ พร้อมเร่งขนย้ายทรัพย์สินออกจากจุดเกิดเหตุ โดยเพลิงกำลังลุกไหม้บริเวณห้องโถงที่ใช้เก็บของชั่วคราว ทำให้ทรัพย์สินหลายรายการได้รับความเสียหาย ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองเขลางค์จะเข้าฉีดน้ำสกัดเพลิง ไม่ให้ลุกลามไปยังส่วนอื่นของบ้าน ใช้เวลาควบคุมเพลิงได้ในเวลาต่อมา

จากการสอบถามพลเมืองดี ทราบว่า ขณะขับรถจักรยานยนต์ผ่านหน้าบ้าน เห็นกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจำนวนมาก จึงรีบเข้าไปตรวจสอบ และแจ้งเจ้าของบ้านซึ่งเป็นสามีภรรยาที่กำลังพักผ่อนอยู่ภายใน ก่อนจะช่วยกันควบคุมเพลิงในเบื้องต้น



ด้านเจ้าของบ้านเปิดเผยว่า ห้องดังกล่าวใช้เก็บของจำนวนมาก และมีการเสียบปลั๊กพัดลมทิ้งไว้ แม้ไม่ได้เปิดใช้งาน กระทั่งได้ยินเสียงคล้ายไฟฟ้าลัดวงจร ก่อนจะเกิดเพลิงไหม้ขึ้น

เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้สายไฟและพัดลมเกิดความร้อนจนไหม้เสียหาย อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวน สภ.เขลางค์นคร อยู่ระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุที่แน่ชัดตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป


⚠️ เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญ เตือนประชาชนให้ตรวจสอบและถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งหลังใช้งาน เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอัคคีภัยในช่วงอากาศร้อนจัด

Share:

วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569

กฟภ.ลำปาง ประกาศดับไฟ พื้นที่ อ.เมืองลำปาง วันที่ 8-9 เมษายน 2569

 



วันพุธที่ 8 เมษายน  2569

  • ตัดต้นไม้ใกล้แนวสายไฟฟ้าแรงสูง และแก้ไขจุดเสี่ยงไฟฟ้าขัดข้อง เปลี่ยนชนิดสายตัวนำเป็นหุ้มฉนวน ช่วงบ้านแม่ทรายคำ-บ้านศรีดอนชัย   เวลา 08.30-16.30 น.  พื้นที่ไฟฟ้าดับ  ตั้งแต่สุสานบ้านนาป้อเหนือถึงบ้านวังทอง ฝั่ง อบต.ทุ่งฝาย , บ้านนาป้อเหนือ บ้านท่าโทก บ้านแพะหนองแดง บ้านร่วมเย็น บ้านชัยภูทอง บ้านน้ำริน  ,  ตั้งแต่วัดนาป้อเหนือถึงบ้านศรีดอนชัย  บ้านกลางนาป้อ บ้านแม่ทรายคำ  บ้านศรีดอนไชย บ้านห้วยฮี บ้านรวมชัย 


วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน 2569

  • ประธานชุมชนขอดับไฟปรับปรุงซุ้มประตูทางเข้าหมู่บ้าน  , กฟภ.ตัดต้นไม้ใกล้แนวสายไฟฟ้าแรงสูงและแก้ไขจุดเสี่ยงไฟฟ้าขัดของ  เวลา 09.00-16.00 น.  พื้นที่ไฟฟ้าดับ  บ้านทุ่งปงเรียน บ้านค่ากลาง  บ้านค่าหลวง บ้านต้นฮ่างพัฒนา และบ้านทุ่งโจ้ศรีดอนชัย 

  • ปรับปรุงระบบจำหน่ายแรงสูง  เปลี่ยนชนิดสายตัวนำเป็นหุ้มฉนวน  เวลา 08.30-16.30 น.  พื้นที่ไฟฟ้าดับ  บ้านใหม่จำบอน  รพ.สต.บ้านใหม่จำบอน  และบ้านจำบอน

       ทั้งนี้ หากพื้นที่บริเวณที่ดับกระแสไฟฟ้าปฏิบัติงาน มีผู้ป่วยติดเตียงต้องการใช้กระแสไฟฟ้าสำหรับเครื่องมือทางการแพทย์ โปรดแจ้ง PEA ลำปาง ก่อนล่วงหน้า เพื่อติดตั้งเครื่องสำรองไฟฟ้า หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์ 054-251102

Share:

ดักกุ้งไม่พอใช้ หนุ่มวัย 25 อ.เกาะคา หันค้ายา สุดท้ายไม่รอดถูกรวบคาถนน

 

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง นำโดย พ.ต.อ.ไพโรจน์ ทองขาว ผกก.กก.สส.ภ.จว.ลำปาง พ.ต.ท.ณภัทร แสนชัยชุม สว.กก.สส.ภ.จว.ลำปาง และ ร.ต.ต.วรยุทธ ต๊ะค่า รอง สว.กก.สส.ฯ ร่วมกันจับกุมตัว นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ชาวอำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง

พร้อมของกลาง ยาบ้าชนิดเม็ด สีส้ม ลักษณะกลมแบน ด้านหนึ่งประทับอักษร WY อีกด้านเรียบ จำนวน 80 เม็ด รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 ไอ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง โดยนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะคา ดำเนินคดีในข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า หรือ เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ ผบก.ภ.จว.ลำปาง และ พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง ที่สั่งการให้เร่งรัดปราบปรามผู้ค้า ผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่

ทั้งนี้ ขณะเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติหน้าที่บริเวณถนนสายเกาะคา-น้ำโจ้ ตำบลศาลา อำเภอเกาะคา พบชายต้องสงสัยมีท่าทีพิรุธ นั่งควบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ อยู่ริมถนน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบผู้ต้องหามีอาการตกใจ จากการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 80 เม็ด อยู่ภายในกระเป๋าสะพาย และโทรศัพท์มือถือ จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง

จากการสอบสวน นายเอ รับสารภาพว่า มีอาชีพดักกุ้งขาย แต่รายได้ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย จึงหันมาจำหน่ายยาบ้าเพื่อหารายได้เสริมและนำไปใช้หนี้ โดยยาบ้าทั้งหมดเป็นของตนเองและมีไว้จำหน่ายให้ลูกค้า โดยก่อนถูกจับกุมกำลังนั่งรอลูกค้าอยู่ข้างถนน กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมดังกล่าว

Share:

รมว.ทส.สุชาติ สั่งการอธิบดีกรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ลำปาง เกาะติดไฟป่าลำปาง ชู “CCTV อัจฉริยะ” ป่าเขลางค์บรรพต เพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังแบบเรียลไทม์ พร้อมขอบคุณภาคเอกชนร่วมสนับสนุน

(3 เมษายน 2569) – นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) มอบหมายให้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดินทางลงพื้นที่จังหวัดลำปาง เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าในเขตป่าอนุรักษ์ภาคเหนือ พื้นที่กลุ่มป่าที่ 6 โดยมี นายสุธน ตันโสภณธนาศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปาง ร่วมคณะ และมีนางสาวดวงพร เกียรติดำรง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต พร้อมเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ
.
ในวันนี้ อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้เดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต (เตรียมการ) เพื่อตรวจสอบความพร้อมของ "ระบบกล้องวงจรปิด CCTV อัจฉริยะ" จำนวน 59 ตัว ที่ติดตั้งตามพื้นที่จุดเสี่ยงของอุทยานฯ โดยระบบดังกล่าวสามารถตรวจจับเหตุไฟป่าได้แบบเรียลไทม์ ช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงจุดเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ลดความเสียหายต่อพื้นที่ป่าและบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) เพื่อสุขภาวะที่ดีของประชาชนตามเป้าหมายของรัฐบาล
นายอรรถพล เปิดเผยว่า การนำเทคโนโลยี CCTV มาใช้ ไม่เพียงแต่ช่วยเฝ้าระวังไฟป่าเท่านั้น แต่ยังสามารถตรวจสอบการกระทำผิดกฎหมายอื่นๆ เช่น การล่าสัตว์ป่า หรือการลักลอบเผาป่า ซึ่งนำไปสู่การจับกุมและดำเนินคดีได้อย่างชัดเจน รวมถึงยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องปรามผู้ที่คิดจะกระทำผิดกฎหมาย และช่วยลดภาระการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัดให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังมีการใช้โดรนและกล้องจับความร้อน (Thermal Camera) เพื่อระบุพิกัดไฟป่าอย่างแม่นยำในการวางแผนดับไฟ


หัวหน้าอุทยานฯ รายงานสถิติการเกิดจุดความร้อน (hotspot) ในปี พ.ศ.2567 ซึ่งเป็นปีแรกที่ติดตั้งกล้อง CCTV ว่ามีจุด hotspot ลดลงร้อยละ 70 เมื่อเปรียบเทียบกับปี พ.ศ.2566 และในปี พ.ศ. 2568 สามารถควบคุมไม่ให้มีฮอตสปอตในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพตเลยแม้แต่จุดเดียว นอกจากนี้ การแจ้งเตือนของระบบกล้อง CCTV ยังสามารถนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้ลักลอบเข้าป่าล่าสัตว์ได้จำนวน 2 คดี

สำหรับการติดตั้งกล้อง CCTV ดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากจังหวัดลำปาง กลุ่มเครือข่ายป่าเปียกลำปาง และบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
.
ทั้งนี้ อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก เพื่อปกป้องผืนป่าและคืนอากาศบริสุทธิ์ให้แก่พี่น้องประชาชนต่อไป

Share:

วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569

ลำปางจับมือปากเกร็ด ดันรถดับเพลิงพ่นหมอกน้ำ สู้ฝุ่น PM2.5 กลางเมือง

 

เทศบาลนครลำปาง เดินหน้าประสานความร่วมมือกับเทศบาลนครปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เสริมภารกิจแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยได้รับการสนับสนุนรถยนต์ดับเพลิงระบบผสมโฟม พร้อมเครื่องฉีดหมอกน้ำ ขนาด 10 ล้อ และกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดมลพิษทางอากาศในเขตเมืองลำปาง

นายปุณณสิน มณีนันทน์ นายกเทศมนตรีนครลำปาง เปิดเผยว่า ได้ประสานความร่วมมือกับนายวิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด เพื่อขอรับการสนับสนุนอุปกรณ์และบุคลากรดังกล่าว นำมาใช้ในภารกิจลดปริมาณฝุ่น PM2.5 บรรเทาผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน พร้อมเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ รองรับสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่

ขณะเดียวกัน ที่บริเวณห้าแยกหอนาฬิกา อำเภอเมืองลำปาง นายสุวัฒน์ ตรีมานะพันธุ์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครลำปาง พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครลำปาง และเจ้าหน้าที่จากเทศบาลนครปากเกร็ด ได้ร่วมทดสอบระบบการทำงานของรถและอุปกรณ์ เพื่อสร้างความชำนาญก่อนนำไปปฏิบัติการจริงในพื้นที่สาธารณะทั่วเขตเทศบาล

ความร่วมมือครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่บูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และรับมือปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

Share:

'ขนมปาด' ขนมโบราณหาทานยาก ชวนดูวิธีทำขนมปาด

 


ขนมปาด เป็นขนมพื้นบ้านโบราณ ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรม โดยเฉพาะในแถบภาคเหนือและบางส่วนของภาคกลาง โดยนิยมทานในช่วงเวลาและเทศกาลสำคัญต่างๆ

ช่วงเทศกาลและงานบุญ

  • งานบวช ขนมปาดถือเป็นขนมสำคัญที่ขาดไม่ได้ในงานบวชลูกแก้ว (บวชลูกหลาน) ซึ่งนิยมทำขนมปาดเพื่อเลี้ยงแขกที่มาร่วมงาน
  • ประเพณีสงกรานต์ (ปี๋ใหม่เมือง) ถือเป็นช่วงเวลาหลักที่ชาวบ้านนิยมทำขนมปาดกันมาก เพื่อนำไปทำบุญที่วัดและเลี้ยงต้อนรับญาติพี่น้องที่กลับมาเยี่ยมบ้านในช่วงเทศกาล
  • งานปอย หรือเรียกอีกอย่างว่างานบุญปอย เป็นงานรื่นเริงหรืองานทำบุญของชาวเหนือ ซึ่งขนมปาดมักจะทำเป็นขนมเลี้ยงแขกเช่นกัน

ช่วงโอกาสพิเศษ

  • วันรวมญาติ การทำขนมปาดต้องใช้แรงคนและเวลามาก (กวนนานเป็นชั่วโมง) จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเป็นกุศโลบายในการรวมลูกหลานและคนในท้องถิ่นให้มาช่วยกันทำ เป็นการสร้างความสามัคคีและได้พูดคุยสังสรรค์กัน
  • เป็นขนมเลี้ยงแขก ในช่วงเทศกาลสำคัญๆ เช่น สงกรานต์ หรือเทศกาลพื้นบ้านต่างๆ ขนมปาดจะเป็นของหวานที่เจ้าภาพทำไว้ต้อนรับแขกที่มาเที่ยวบ้าน

วิธีทำ

สูตรขนมปาด (อัตราส่วนโดยประมาณ)

คุณสามารถปรับลดอัตราส่วนลงได้หากต้องการทำปริมาณน้อยลง

ส่วนผสมหลัก:

  • แป้ง:
    • แป้งข้าวเหนียว 2 กิโลกรัม
    • แป้งข้าวเจ้า 1/2 กิโลกรัม
  • น้ำตาล:
    • น้ำอ้อยก้อน 2 1/2 กิโลกรัม (หรือปรับความหวานตามชอบ)
  • กะทิและน้ำ:
    • กะทิ 2-3 กิโลกรัม (คั้นสดจะหอมมาก)
    • น้ำสะอาดสำหรับผสมแป้ง
  • ส่วนผสมอื่นๆ (ตัวเลือก):
    • มะพร้าวทึนทึกขูด (แบบเส้นหรือแผ่นบาง) 1 กิโลกรัม (ใส่ผสมในเนื้อขนม)

ขั้นตอนการทำ

เตรียมส่วนผสม

  • เตรียมแป้ง ผสมแป้งข้าวเหนียวและแป้งข้าวเจ้าเข้าด้วยกันในภาชนะใบใหญ่ ค่อยๆ เติมน้ำสะอาดลงไป นวดและคนให้แป้งละลายเข้ากันจนเนียน (บางสูตรอาจนำแป้งไปนึ่งหรือต้มให้สุกก่อนนำมากวน)
  • เตรียมน้ำอ้อย เคี่ยวน้ำอ้อยก้อนกับน้ำเล็กน้อยจนละลายหมด จากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบางเพื่อเอาสิ่งสกปรกออก

เริ่มเคี่ยวและกวนขนม (ขั้นตอนสำคัญ):

  • ตั้งกระทะใบใหญ่ (ควรเป็นกระทะทองเหลืองหรือกระทะเหล็กขนาดใหญ่) บนเตาไฟ (นิยมใช้เตาฟืน)
  • เทน้ำกะทิลงในกระทะ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนงวดและมีกลิ่นหอม
  • เติมน้ำอ้อยที่ละลายแล้วลงไป ผสมให้เข้ากัน
  • เพิ่มมะพร้าวขูดลงไป ผสมให้เข้ากัน
  • เทแป้งที่ผสมไว้ลงไป ขั้นตอนนี้สำคัญมาก ต้องคนตลอดเวลาเพื่อไม่ให้แป้งจับตัวเป็นก้อน
  • กวนอย่างต่อเนื่อง ใช้ไม้พายขนาดใหญ่กวนขนมไปในทิศทางเดียวกันอย่างสม่ำเสมอ ต้องออกแรงกวนมากขึ้นเมื่อขนมเริ่มข้นเหนียวและหนืด กวนจนเนื้อขนมสุก เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน และร่อนออกจากกระทะ (กวนนานเป็นชั่วโมง)

ขึ้นรูปและพักให้เย็น

  • เมื่อขนมสุกได้ที่แล้ว ให้เทใส่ถาดหรืองาที่เตรียมไว้ (นิยมใช้ถาดสังกะสีใบใหญ่หรือใบตองตึง) ในขณะที่ขนมยังร้อนอยู่
  • ปาดหน้าขนมให้เรียบเนียน (เป็นที่มาของชื่อ "ขนมปาด")
  • พักทิ้งไว้ให้เย็นสนิท ขนมจะเซ็ตตัวเป็นก้อนนุ่มหนึบ

ตัดและเสิร์ฟ

  • เมื่อขนมเย็นสนิทดีแล้ว ให้ตัดเป็นชิ้นขนาดพอดีคำพร้อมเสิร์ฟ

เคล็ดลับ

  • การใช้เตาฟืน การใช้เตาฟืนในการกวนช่วยให้ขนมมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและควบคุมความร้อนได้ดี
  • คนตลอดเวลา การกวนขนมต้องคนตลอดเวลาห้ามหยุดเพื่อไม่ให้ขนมไหม้ติดก้นกระทะ
  • การรวมพลัง เนื่องจากต้องใช้แรงกวนมาก การทำขนมปาดจึงมักเป็นกิจกรรมที่ชาวบ้านหรือญาติพี่น้องมารวมตัวกันช่วยกันทำ เป็นการสร้างความสามัคคีและสนุกสนาน

ขนมปาดที่ได้จะมีรสชาติหวานมัน หอมกลิ่นน้ำอ้อยและกะทิ เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มหนึบหนับ เป็นของหวานพื้นเมืองที่หาทานได้ยากในปัจจุบัน



 

Share:

หนุ่มวัย 17 ปี ขี่จักรยานยนต์ชนกับกระบะบรรทุก บาดเจ็บสาหัสถึงเท้าขาด เลือดไหลไม่หยุด กู้ภัยเร่งช่วยชีวิต ก่อนส่งต่อโรงพยาบาลแม่ทะอย่างเร่งด่วน

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 20.27 น. ศูนย์กู้ชีพจังหวัดลำปาง รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะบรรทุก บริเวณบ้านเด่น หมู่ 8 ตำบลสันดอนแก้ว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง มีผู้บาดเจ็บ จึงประสาน มูลนิธิ อปพร. (กู้ภัยป่าตัน) เข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์จักรยานยนต์ฮอนด้า สีดำ ซุกอยู่ในพงหญ้า โดยมีผู้บาดเจ็บเป็นชาย อายุ 17 ปี ชาวบ้านแม่วะ ต.สันดอนแก้ว อ.แม่ทะ  อยู่ในอาการสาหัส มีอาการซึม ข้อเท้าซ้ายขาด ต้นขาซ้ายบวมผิดรูป เอ็นฉีกขาด และมีเลือดไหลจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งให้การปฐมพยาบาล ห้ามเลือด ก่อนจะประสานรถพยาบาลจากโรงพยาบาลแม่ทะ เพื่อทำการเปลี่ยนถ่ายผู้บาดเจ็บระหว่างทาง  ก่อนนำส่งเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วนที่โรงพยาบาลแม่ทะ

นอกจากนี้พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออิซูซุ สีขาว จอดอยู่ข้างทาง บริเวณหน้ารถฝั่งซ้ายมีร่องรอยการเฉี่ยวชน  จากการสอบถามเบื้องต้น ทราบว่า รถจักรยานยนต์ได้มีหนุ่มวัยรุ่น ขับขี่มาด้วยกัน 2 คัน และได้เกิดเสียหลักเข้าเฉี่ยวชนกับรถยนต์กระบะ  ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 คน ส่วนอีกคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย    อย่างไรก็ตาม สาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ภาพ กู้ภัยป่าตัน

Share:

ไม่รอดสายตาชาวบ้าน! มือมักง่ายขนขยะนอกพื้นที่เททิ้งกลางชุมชน เจอกำนันบ่อแฮ้วพร้อมทีมเข้าจับ ปรับทันที 2,000 บาท พร้อมลั่นเอาจริง ใครฝ่าฝืนเจอหนัก

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 10.30 น. นายธนกฤต วงค์ชมภู กำนันตำบลบ่อแฮ้ว พร้อมด้วย นายสมชาย ปาปุ้ดปลูก สารวัตรกำนัน, นายชวลิต จันพรมมิน สารวัตรกำนัน และนายวิทยา วงค์อ๊อด ผู้ช่วยกำนัน รวมถึงผู้ช่วยสารวัตรกำนันตำบลบ่อแฮ้ว ร่วมกันตรวจสอบและจับกุมบุคคลนอกพื้นที่ที่ลักลอบนำขยะมาทิ้งในที่สาธารณะ

เหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณพื้นที่สาธารณะของหมู่บ้านท่าล้อ ตำบลบ่อแฮ้ว อำเภอเมืองลำปาง โดยผู้กระทำใช้รถกระบะบรรทุกขยะเข้ามาทิ้งในพื้นที่ของชุมชน

เบื้องต้นทางกำนันตำบลบ่อแฮ้วได้ดำเนินการตามกฎของหมู่บ้าน สั่งปรับเป็นเงินจำนวน 2,000 บาท พร้อมตักเตือนอย่างเข้มงวด ห้ามนำขยะมาทิ้งในจุดดังกล่าวอีก เพื่อป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมและรักษาความสะอาดของชุมชน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เน้นย้ำจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ หากพบการกระทำลักษณะนี้อีกจะดำเนินการตามมาตรการอย่างเด็ดขาดต่อไป

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ : เอกรัตน์ ทิพย์ปลูก

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์