วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

กกต.รับรอง ส.ส. แต่ใครจะรับรอง ความเสี่ยง กกต.

            


การประกาศรับรอง ส.ส.ของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ย่อมหมายถึงลำปางเขต 2 ก็ได้รับการรับรองด้วย ไม่ต้องเลือกตั้งใหม่ หรือนับคะแนนใหม่ หลังจากสุวิภา กุศลจูง ผู้สมัครพรรคประชาชน ร้อง ผอ.กกต.ลำปาง ขอตรวจสอบบัตรเสียกว่า 7 พันใบ

            ดาชัย เอกปฐพี แห่งพรรคกล้าธรรม ก็เตรียมตัวแต่งชุดขาวเข้าสภาได้อย่างไร้ข้อครหาใดๆ ในขณะที่ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก็ได้ขึ้นบัลลังก์ประธานสภา ทำหน้าที่ดำเนินการโหวตเลือกประธานและรองประธานสภา ในฐานะส.ส.ที่มีอาวุโสสูงสุด อายุ 89 ปี

            ก่อนหน้านี้ กกต. ให้นับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.ใหม่ 7 แห่ง ออกเสียงลงคะแนนใหม่ 1 แห่ง คือเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดพะเยา ไม่มีจังหวัดลำปาง

            ถึงแม้การประกาศรับรอง ส.ส. จะทำให้พรรคภูมิใจไทยสามารถเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลต่อไปได้ แต่ในทางการเมืองจะถือว่าปลดล็อค การเข้าสู่อำนาจของนักการเมืองที่ได้รับชัยชนะอันดับ 1 หรือที่เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการอิสระ เคยอธิบายว่า “เขาล็อกเกมตั้งรัฐบาล ล็อกอนุทินเป็นนายกฯ ดีลอำนาจกันล่วงหน้าแล้ว” น่าจะยังไม่ง่ายนัก

            เลือกตั้งแล้ว รับรองแล้ว ควรจะจบสำหรับ กกต.แต่ไม่จบในกลุ่มประชาชน นักการเมือง ที่เคลื่อนไหวหลายกระบวนทัพ เพื่อล้มการเลือกตั้งครั้งนี้ เช่น นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ที่ยื่นเรื่องหลายช่องทางให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ นางนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา(สว.) รวมรวมรายชื่อ สว.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ

            ประเด็นสำคัญที่ทำให้เชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นโมฆะ เพราะเป็นการเลือกตั้งที่ไม่เป็นความลับ อันเนื่องมาจากการปรากฎบาร์โค้ด - คิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง เป็นประเด็นที่ สว.นันทนา นันทวโรภาส กำลังล่ารายชื่อ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ขณะเดียวกัน น.พ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน ก็ได้ยื่นฟ้อง กกต.ทั้งคณะ ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ฐานปฎิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

            บางคนฟันธงว่า นี่คือการโกงเลือกตั้งในยุคสมัย AI ที่ไม่ต่างไปจาก การเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2500 เพื่อรักษาอำนาจ จอมพลป. พิบูลสงคราม

            วิธีการโกงที่กลายเป็นตำนานในยุคนั้น มีหลายรูปแบบ แต่ที่พูดถึงกันมาก เช่น ไพ่ไฟ คือการหย่อนบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนไว้แล้วจำนวนมากลงในหีบบัตร ซึ่งจะเกิดขึ้นระหว่างนับคะแนน และมีการลอบดับไฟ ยังมีวิธีโกงอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เรียกว่าพลร่ม คือการนำคนจากนอกเขตเลือกตั้งเวียนเทียนไปลงคะแนนในหลายหน่วยเลือกตั้ง และที่ยังคงรักษาวิธีการโกงมาได้ถึงเกือบ 70 ปี และการเลือกตั้งครั้งนี้ยังมีอยู่ คือบัตรเขย่ง คือมีจำนวนบัตรในหีบมากกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิอย่างผิดปกติ

            จะบอกว่า การใช้บาร์โค้ด เป็นการโกง เพื่อเปลี่ยนคะแนนก็คงพูดได้ไม่เต็มคำ แต่มันอาจเป็นช่องทางในการโกงการเลือกตั้ง ด้วยวิธีการซื้อเสียง เพราะบาร์โค้ดสามารถระบุตัวตนคนลงคะแนน และสามารถตรวจสอบได้ว่า บุคคลคนนั้นเป็นใคร และเลือกใคร โดยเฉพาะบัตรสีชมพู ที่ใช้เลือก ส.ส.เขต มีความเป็นไปได้ที่จะนำไปสู่คำสั่งของศาลใดศาลหนึ่งที่ประชาชนไปยื่นเรื่องไว้ ว่าเป็นการเลือกตั้งที่เป็นโมฆะ เนื่องเพราะการละเมิดหลักความลับในการลงคะแนนตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ซึ่งระบุไว้ชัดว่า การเลือกตั้ง ต้องเป็น “การออกเสียง โดยตรงและลับ”

            ประเทศไทยจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ถึงแม้มีนายกรัฐมนตรีแล้ว มีรัฐบาลแล้ว แต่ยังมีระเบิดเวลาอีกหลายลูกที่พร้อมจะระเบิดได้ตลอดเวลา

            โดยเฉพาะ กกต.หากศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเลือกตั้งเป็นโมฆะ ศาลอาญาคดีทุจริตฟันฐานเป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ กกต.มีความเสี่ยงสูงยิ่ง ทั้งความรับผิดชอบในการเลือกตั้ง ที่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย หรือต้องติดคุก เช่นเดียวกับ กกต.ชุดที่ผ่านมา

 

 

Share:

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ผู้ว่าฯ ลำปาง นำทีมปล่อยแถวรถรณรงค์ สร้างจิตสำนึกต้านไฟป่า ลดฝุ่นควันพิษ


ที่ว่าการอำเภองาว จังหวัดลำปาง  บูรณาการทุกภาคส่วนในพื้นที่ จัดงาน “วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า” ประจำปี 2569 มุ่งสร้างความตระหนักลดการเผาป่า หลังพบว่าห้วงที่ผ่านมาพื้นที่อำเภองาว พบไฟไหม้ป่ามากที่สุด เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นป่าเขาและสภาพแห้งแล้งของพื้นที่

นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานการจัดกิจกรรม “วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า ประจำปี 2569” เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนและเกษตรกรหยุดการจุดไฟเผาป่า ลดวิกฤตฝุ่นควัน และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ โดยมีนายพัชระ สิมะเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยนายสมจิตร จุลเจริญ นายอำเภองาว นายกรัณย์พล แสงทอง ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 3 (ลำปาง) หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงาน และภาคประชาชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ ที่ว่าการอำเภองาว จังหวัดลำปาง 

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้มอบนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการป้องกันไฟป่าแก่หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น เพื่อนำไปปรับใช้ในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมมอบเสบียงและน้ำดื่มเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับชุดปฏิบัติการควบคุมไฟป่าและเครือข่ายป้องกันไฟป่าภาคประชาชน จากนั้น ได้ร่วมกันปล่อยแถวขบวนรถยนต์รณรงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ชาวอำเภองาวตระหนักถึงอันตรายและผลกระทบของควันพิษที่เกิดจากไฟป่า ทั้งนี้ อำเภองาว ห้วงกลางเดือนที่ผ่านมา เกิดไฟไหม้ป่า และจุดความร้อนมากที่สุดในพื้นที่ จังหวัดลำปาง จึงได้มีการระดมกำลังเข้าไปแก้ไขอย่างต่อเนื่องจนสถานรการณ์เริ่มคลี่คลายไปในทาง ที่ดีแล้ว

ทั้งนี้ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น “วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า” ตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของปัญหาหมอกควันและร่วมมือกันป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียต่อทรัพยากรป่าไม้และสุขภาพของประชาชน


Share:

ตำรวจลำปางระดมกำลังไล่ล่ารถต้องสงสัย 2 คัน หลังแหกด่านตรวจยาเสพติดห้วยไร่ จ.แพร่ ก่อนสกัดจับได้ 1 คันหน้าปั๊ม ปตท.ป่าขาม ควบคุมตัวได้ 3 ราย ส่วนอีกคันจอดรถทิ้งหลบหนีอีก 3

 

เมื่อวันที่ 25 ก.พ.69   พ.ต.อ.กฤษดา พันธ์เกษม  รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง   พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพยาติด กก.สส.ภ.จว.ลำปาง นำโดย พ.ต.ท.ณภัทร แสนชัยชุม สว.กก.สส.ภ.จว.ลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง สายตรวจ สภ.เมืองลำปาง  สภ.เขลางค์นคร   ร่วมกันสกัดจับรถยนต์ต้องสงสัย จำนวน 2 คัน หลังจากได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจยาเสพติดห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่  ว่า มีรถต้องสงสัยขับแหกด่าน เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา

โดยรถทั้งสองคันเป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อเชฟโรเลต สีแดง ทะเบียน  ลำปาง  และรถยนต์เก๋งเชฟโรเลต สีดำ ทะเบียน เชียงราย ขับตามกันมา พบเห็นผ่านแยกแม่เมาะประมาณ 14.00 น.  ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ระดมกำลังเข้าไล่ล่ารถทั้งสองคน จนสามารถสกัดจับได้บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท.ป่าขาม  ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง  ช่วงเวลา 14.20 น. โดยสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยที่มากับรถเก๋งสีแดงได้จำนวน 3 คน เป็นชาย 2 คน และ LGBTQ 1 คน  จึงนำตัวไปสอบสวนที่ กก.สส.ภ.จว.ลำปาง 

ส่วนรถยนต์เก๋งคันสีดำอีกคัน  ผู้ต้องสัยขับเข้าไปด้านหลังปั๊มน้ำมัน ก่อนจะจอดรถทิ้งไว้ และล็อครถ ก่อนจะหลบหนีหายไปด้วยกัน 3 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน  โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้ลงพื้นที่เก็บรอยนิ้วมือ และจะทำการงัดรถเพื่อทำการตรวจสอบว่ามีสิ่งของผิดกฎหมายหรือไม่

ขณะเดียวกัน ประธานชุมชนป่าขามได้ประกาศเสียงตามสายแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ ให้เฝ้าระวังบุคคลแปลกหน้า โดยมีข้อมูลว่าผู้ต้องสงสัยเป็นชายสวมเสื้อลาย กางเกงขาสั้น และมีผู้หญิงร่วมหลบหนี หากพบเห็นให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที พร้อมกำชับให้ประชาชนล็อครถจักรยานยนต์และปิดประตูบ้านให้มิดชิด เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการก่อเหตุซ้ำ


เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้หลบหนี และขยายผลตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่  หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

Share:

วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

อดีต ส.อบต.นาแก อ.งาว ขี่รถจักรยานยนต์เสียหลักชนหลักลาย เสียชีวิตสลด ขณะขี่รถกลับบ้านแฟน

เมื่อเวลาประมาณ 23.45 น. วันที่ 24 ก.พ.69  เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยอำเภองาว  ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักชนเสาหลักลาย  พื้นที่บ้านแม่ฮ่าง ต.นาแก อ.งาว มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ  จึงจัดเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ร่วมกับร้อยเวรสอบสวน สภ.งาว พร้อมแพทย์นิติเวช  รพ.งาว

เบื้องต้นพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน จ.ลำปาง  พุ่งชนเข้ากับเสาป้ายสัญญาณจราจร  โดยพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง สภาพนอนคว่ำหน้าอยู่ข้างรถ  ต่อมาทราบว่าผู้เสียชีวิตเป็นอดีต ส.อบต.นาแก อ.งาว  โดยมีนายก อบต.นาแก  และทางผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เข้ามาตรวจสอบ และยืนยันว่า คือ น.ส.ธนวรรณ คงธนปรีดาพร  อายุ 42 ปี  ที่อยู่บ้านสันติสุข หมู่ 6 ต.นาแก อ.งาว จ.ลำปาง 


จากการสอบถามทราบว่า  ในช่วงกลางวัน  น.ส.ธนวรรณ จะเปิดร้านขายของอยู่ที่บ้าน และได้ดูแลพ่อที่อายุมากแล้ว  ส่วนตอนค่ำพอปิดร้านก็จะขี่รถกลับบ้านแฟนที่อยู่อีกตำบลหนึ่ง ซึ่งจะทำเช่นนี้เป็นประจำเกือบทุกวัน   คาดว่าขณะที่ขี่รถกลับบ้านแฟน  ระหว่างทางได้รถเกิดเสียหลักเองและพุ่งชนหลักลาย  ก่อนจะชนเข้ากับเสาป้ายเสียชีวิตดังกล่าว 

ภาพ คุณเอ็กซ์ สมาคมกู้ภัยอำเภองาว

Share:

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

“นกเป็ดผีเล็ก” หนึ่งในสัญลักษณ์ความอุดมสมบูรณ์ระบบนิเวศและหลากหลายทางชีวภาพ พื้นที่ฟื้นฟูสภาพหลังการทำเหมือง กฟผ.แม่เมาะ

 


                      กว่า 41 ปี ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ ดำเนินภารกิจหลักในการผลิตถ่านหินลิกไนต์และหินปูนส่งให้โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ใช้ผลิตไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมกับดูแลชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม ควบคู่กับฟื้นฟูสภาพพื้นที่ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์

                      โดยความอุดมสมบูรณ์ของป่าที่ค่อยๆ เพิ่มพูนอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอภายใต้ดำเนินการอย่างเป็นระบบนี้ นำมาสู่ความหลากหลายทางชีวภาพ พบนกประจำถิ่นและนกอพยพแวะเวียนมาอาศัย ทำรัง คืนรัง รวมถึงหาอาหารไม่ต่ำกว่า 100 ชนิด แสดงให้เห็นถึงระบบนิเวศ แห่งอาหาร แหล่งน้ำ ที่สมบูรณ์

 


สภาพป่าฟื้นฟูที่อุดมสมบูรณ์สำรวจพบนกหลากหลายสายพันธุ์

                      นายชูชาติ แสงอบ อดีตประธานชมรมคนรักษ์นกและธรรมชาติ กฟผ.แม่เมาะ เปิดเผยว่า ชมรมคนรักษ์นกและธรรมชาติ กฟผ. แม่เมาะ ก่อตั้งเมื่อปี 2539 วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้เรื่องนก การอนุรักษ์ระบบนิเวศ และเผยแพร่ความรู้ด้านธรรมชาติ ที่ผ่านมาได้สำรวจนกมาอย่างต่อเนื่อง และพบว่ามีความหลากหลายของนกเพิ่มมากขึ้นทุกปี

สำหรับนกที่พบในพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ จะมีทั้งนกประจำถิ่น เช่น กลุ่มนกปรอด กลุ่มนกกินแมลง กลุ่มนกน้ำ ซึ่งพบเห็นได้ตลอดทั้งปี ทั้งนกจาบคาเล็ก มีสีสันสวย กินแมลง เกาะตามเสาไฟฟ้า , นกตีทอง ที่เพิ่มจำนวนขึ้น ฝูงละ 6-7 ตัว จากเดิมพบเห็นเพียง 1 ตัว , นกหัวขวานด่างแคระ เริ่มเห็นมาเจาะโพรงทำรัง , นกเขียวก้านตองหน้าผากสีทอง สีสวยชอบกินน้ำหวานจากดอกไม้ เป็นต้น     

รวมถึง นกอพยพ ในช่วงฤดูหนาวที่มักพบเห็นประจำ เช่น นกอุ้มบาตร นกอีเสือหลังแดง พบได้บ่อยมาก เห็นแทบทุกมุม รวมถึง นกคอพัน จัดอยู่ในกลุ่มค่อนข้างหายากมาทุกปี เดิมทีมาเพียงตัวเดียว ปัจจุบันเพิ่มจำนวนมากขึ้น ทั้งนี้ ในพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ จะพบนกได้ตลอดทั้งปี ช่วงฤดูหนาวจะพบหลากหลายสายพันธุ์โดยเฉพาะนกอพยพ

 


ชู “นกเป็ดผีเล็ก” สัญลักษณ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

ความอุดมสมบูรณ์ที่ กฟผ.แม่เมาะ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ฟื้นฟูสภาพหลังการทำเหมือง ทำให้มีความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) พบสิ่งมีชีวิตนานาชนิดมาอยู่รวมกันในระบบนิเวศ

ในส่วนของกลุ่มนกน้ำ ได้สำรวจพบนกอีโก้ง นกอีแจว นกอีล้ำ เป็นต้น ล่าสุด ได้สำรวจพบนกเป็ดผีเล็ก ที่สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหาร ปราศจากภัยคุกคาม และแหล่งน้ำคุณภาพดีเพียงพอในการอยู่อาศัยและสืบพันธุ์ได้

                      นายชูชาติ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า นกเป็ดผีเล็ก พบบ่อยในแหล่งน้ำที่มีพืชชายน้ำ เช่น ธูปฤาษี กก ขึ้นอยู่ริมน้ำ มักพบฝูงขนาดเล็ก มีขนาดตัวเล็ก หัวกลมทุย หัวและคอเป็นสีน้ำตาลแดง โคนปากมีแต้มสีเหลืองอ่อน ปากเล็กแหลมแตกต่างจากปากเป็ดทั่วไป ช่วงฤดูผสมพันธุ์มีลำตัวโดยรวมสีเข้ม ช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์มีลำตัวสีน้ำตาลอ่อน ชอบบินเรี่ยผิวน้ำ แต่บินได้ไม่ไกล อีกทั้งว่ายน้ำและดำน้ำได้เก่งมาก ไม่สามารถเดาได้ว่าดำน้ำไปทิศทางไหน และโผล่พ้นผิวน้ำบริเวณใด จึงเป็นที่มาของชื่อ เป็ดผีเล็ก


นกเป็ดผีเล็กนี้จะดำน้ำหาอาหารเป็นหลัก ได้แก่ สัตว์น้ำขนาดเล็กพวกกุ้ง หอย ปลา แมลงในน้ำ ตัวอ่อนแมลงปอ พืชน้ำจำพวกสาหร่าย เป็นต้น แหล่งน้ำที่อาศัยต้องสะอาด สภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย ปลอดภัย มีอาหารที่สมบูรณ์ รวมถึงมีพืชลอยน้ำหรือพืชที่ขึ้นอยู่ในน้ำ เพื่อใช้เป็นที่พรางตัวหลบซ่อนและทำรัง โดยในพื้นที่ฟื้นฟูสภาพเหมือง พบนกเป็ดผีเล็กเพิ่มจำนวนมากขึ้น ตามแหล่งน้ำต่างๆ อยู่กันเป็นฝูงเล็กๆ 4-5 ตัว    เช่น อ่างน้ำบริเวณที่ทิ้งดินด้านตะวันออกเฉียงเหนือ อ่างน้ำด้านหลังสวนเฉลิมพระเกียรติฯ และ อ่างเก็บน้ำ Sump B

คืนความเขียวขจีปลูกป่าทดแทนไปแล้วกว่า 13,300 ไร่

                      ด้าน นางสาวฐิตินันท์ หุตะยานนท์ หัวหน้าแผนกวิชาการฟื้นฟูสภาพเหมือง (หวฟม-ช.) กองฟื้นฟูสภาพเหมือง (กฟม-ช.) ฝ่ายการผลิตเหมืองแม่เมาะ (อผม.) กล่าวว่า เหมืองแม่เมาะ มีการวางแผนแม่บทฟื้นฟูสภาพเหมือง (Reclamation Master Plan) ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2525 จนสิ้นสุดการดำเนินงานในปี 2586 และปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางการพัฒนาพื้นที่ภายหลังการทำเหมืองแม่เมาะ (Post-Mining) ให้มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ สภาพความเป็นอยู่ของชุมชนพื้นที่โดยรอบ รวมถึงการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ และส่งคืนพื้นที่ดังกล่าวให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 โดยมีวัตถุประสงค์ในการฟื้นฟูเพื่อปรับปรุงพื้นที่ที่ได้ใช้งานแล้วให้มีสภาพปลอดภัย มั่นคง  มีเสถียรภาพ ปลอดภัยต่อชีวิตความเป็นอยู่ ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการชะล้างพังทลายจากกระบวนการทางธรรมชาติ และที่สำคัญเพื่อให้สภาพพื้นที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ตามศักยภาพ สอดคล้องกับความต้องการร่วมกันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่สำคัญยังเป็นการปฏิบัติตาม พรบ. และกฎหมายต่างๆ ที่ เกี่ยวข้อง รวมถึง เงื่อนไขแนบท้าย EIA และนโยบายของ กฟผ. ด้วย

สำหรับพื้นที่ฟื้นฟูสภาพเหมืองแม่เมาะรวมกว่า 40,200 ไร่ ตามแผนแม่บทฟื้นฟูสภาพเหมือง ได้กำหนดวัตถุประสงค์การใช้ประโยชน์สุดท้ายของที่ดิน (End-Use) ออกเป็น 3 ส่วน คือ 1. พื้นที่ปลูกป่าทดแทน 93% จำนวน 37,200 ไร่ , 2. พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ 4% จำนวน 1,700 ไร่ และ 3. พื้นที่กักเก็บน้ำ 3% จำนวน 1,300 ไร่

                      จากพื้นที่ภูเขาดินทิ้ง งานฟื้นฟูสภาพเหมือง ได้คืนความเขียวขจีกลับสู่ผืนป่าอีกครั้ง ข้อมูล ณ ปี 2568 ปลูกป่าทดแทนไปแล้วกว่า 13,300 ไร่ของพื้นที่ที่ต้องดำเนินการทั้งหมด พันธุ์ไม้ที่ปลูกไม่น้อยกว่า 90 ชนิด จำนวนกว่า 2,200,000 ต้น โดยพันธุ์ไม้ที่ปลูกนั้นล้วนแล้วแต่เป็นพันธุ์ไม้ยืนต้นที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น สัก มะค่าโมง ประดู่ ไผ่ สะแก ขะจาว สะเดา ขี้เหล็กบ้าน พฤกษ์ เพกา เสี้ยว หว้ารวมถึงชนิดพันธุ์ที่สามารถดึงดูดสัตว์ป่าและนก เช่น ตะขบ หว้า ไทร มะขามเทศ มะขามป้อม แคแสด ทองหลาง เป็นต้น ขณะเดียวกัน ยังมีพืชคลุมดินพืชที่สามารถเจริญเติบโตรวดเร็ว เพื่อเพิ่มธาตุอาหารในดินและยึดเกาะหน้าดิน เช่น หญ้าแฝก ถั่วฮามาต้า ปอเทือง หญ้ารูซี่ เป็นต้น

ในส่วนของพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ เช่นบริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 84 พรรษา เหมืองแม่เมาะ ได้ถูกออกแบบจัดวางโครงสร้างของพื้นที่เพื่อให้เอื้อต่อการฟื้นฟูและดำรงอยู่ของระบบนิเวศธรรมชาติ มีแนวไม้ใหญ่ให้ร่มเงา แปลงไม้ดอกไม้พุ่ม พื้นที่หญ้าโปร่ง และบ่อเก็บน้ำ ช่วยสร้างแหล่งอาศัยให้สัตว์ป่า โดยเฉพาะนกหลากหลายชนิดเข้ามาใช้ประโยชน์ด้วย

ระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ ความหลากหลายทางชีวภาพบริเวณพื้นที่ฟื้นฟูเหล่านี้ ล้วนเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญยิ่ง สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจ ของ กฟผ.แม่เมาะ ที่ได้ดำเนินการมาโดยตลอดในการฟื้นคืนผืนป่าให้กลายมาเป็นแหล่งเรียนรู้ สร้างคุณค่าให้ชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต ข่าวจาก: แผนกประชาสัมพันธ์เหมืองแม่เมาะ







 

 

 

Share:

สลด มอเตอร์ไซค์ชนกับกระบะ หนุ่มชาวต่างชาติ วัย 29 ปี เสียชีวิตคาที่ โค้งบ้านกุ่มเนิ้ง ต.แม่มอก อ.เถิน

 


เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงมอก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะชนกับรถจักรยานยนต์ บริเวณโค้งบ้านกุ่มเนิ้ง ถนนสายเถินทุ่งเสลี่ยม ตำบลแม่มอก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จึงประสานร้อยเวร แพทย์นิติเวช และเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่ ร่วมตรวจสอบ


ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะโตโยต้า สีขาว ทะเบียนจังหวัดลำปาง จอดอยู่ห่างจากจุดพบร่างผู้เสียชีวิตประมาณ 30 เมตร สภาพด้านหน้ารถพบร่องรอยเฉี่ยวชนอย่างชัดเจน กันชนหน้าหลุดเสียหาย  ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์เน็ตเก็ตสปอร์ตไบค์ ยี่ห้อยามาฮ่า MT15 สีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ล้มอยู่ข้างทางในสภาพพังเสียหาย  โดยพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชายนอนอยู่กลางถนน  ทราบชื่อภายหลังคือ Mr. Etienne Gravel อายุ 29 ปี สัญชาติแคนาดา  


เบื้องต้นจากการตรวจสอบ จุดดังกล่าวเป็นทางโค้งลักษณะตัวเอส สลับขึ้นลงเขาตลอดเส้นทาง คาดว่ารถจักรยานยนต์อาจหลุดโค้งและพุ่งชนกับรถยนต์กระบะที่ขับสวนทางมา เป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว  อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งติดตามประสานญาติผู้เสียชีวิต เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ภาพ  เครือข่ายกู้ชีพกู้ภัย อ.เถิน



Share:

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง รับสมัคร เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานพัสดุ อัตราค่าจ้าง 12,000 บาท/เดือน

 


สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานจ้างเหมาบริการ 

ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานพัสดุ จำนวน 1 ตำแหน่ง อัตราค่าจ้าง 12,000 บาท/เดือน

ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าร่วมการคัดเลือก ขอและยื่นใบสมัครด้วยตนเองที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง ตั้งแต่วันที่ 23-27 กุมภาพันธ์ 2569 ในวันเวลาราชการ 08.30-16.30 น. โดยไม่มีค่าธรรมเนียมในการสมัคร




Share:

วุ่นทั้งวัด! ปลัด-ตร.-ชาวบ้าน รุมจี้เจ้าอาวาสหยุดรับบริจาค ทำวัดกลายเป็น "โกดังขยะ"

 


         เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 ก.พ. 2569 ที่วัดศาลาไชย ต.ศาลา อ.เกาะคา จ.ลำปาง ปลัดอาวุโสอำเภอเกาะคา พร้อมด้วย ผกก.สภ.เกาะคา สาธารณสุขอำเภอ ผู้นำชุมชน และชาวบ้าน ได้รวมตัวเข้าประชุมด่วนเพื่อแก้ไขปัญหากองขยะของกลางภายในวัด หลังเจ้าอาวาสเปิดรับบริจาคของบนดอยจนล้นอาคาร และสกปรกไปทั่วบริเวณ


        สืบเนื่องจากเจ้าคณะอำเภอเกาะคาได้ส่งทีมเลขาฯ เข้าตรวจสอบวัดศาลาไชย และพบภาพที่ไม่น่าดูศรัทธา เมื่ออาคารทั้ง 2 ชั้นเต็มไปด้วยกองข้าวสารอาหารแห้ง ปลากระป๋อง ตุ๊กตา ผ้าห่ม หมอน มุ้ง และของใช้อื่นๆ ที่รับบริจาคมาเพื่อนำไปแจกจ่ายคนยากไร้บนดอยสูง แต่กลับไม่มีการจัดการที่ดีจนกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและความสกปรก จึงสั่งการให้เร่งทำความสะอาดวัดทันที

        ต่อมาผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจกันขนย้ายของออกจากวัด โดยใช้รถบรรทุก 6 ล้อถึง 2 รอบ และรถ 4 ล้ออีก 4 รอบ เพื่อนำไปพักไว้ที่บ้านมารดาของเจ้าอาวาสเตรียมรอการบริจาค แต่กลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อเจ้าอาวาสส่งทนายความไปแจ้งความชาวบ้านที่ สภ.เกาะคา ข้อหาบุกรุกและย้ายสิ่งของ สร้างความไม่พอใจแก่ชาวบ้านจนนำมาสู่การนัดรวมตัวในครั้งนี้



        จากการเจรจาโดยมีหน่วยงานภาครัฐเป็นตัวกลาง ได้ข้อสรุปเบื้องต้นดังนี้:

  1. ขอให้ทนายความแจ้งเจ้าอาวาส "หยุด" รับบริจาคของทุกชนิดในวัด เพื่อรักษาความสะอาดและสุขอนามัย

  2.  ชาวบ้านจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับข้าวของที่เหลือ โดยจะให้ญาติและตัวแทนเจ้าอาวาสมาขนย้ายออกไปจัดการเองทั้งหมด และต้องทำความสะอาดห้องเก็บของให้ถูกสุขลักษณะ

  3. ทนายความยอมรับว่าเกิดจากการเข้าใจผิด และตกลงจะไปถอนแจ้งความชาวบ้านที่ สภ.เกาะคา ทันที

  4.  นัดประชุมสรุปผลอีกครั้งในวันที่ 26 ก.พ. นี้ เวลา 19.00 น. เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยว่ามีการขนย้ายของและทำความสะอาดวัดตามที่ตกลงไว้หรือไม่ โดยเจ้าอาวาสต้องเข้าร่วมประชุมด้วยตัวเอง

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์