วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569

ทางรอดวิกฤตพลังงาน! แม่เมาะเดินเครื่องเต็มกำลังผลิต - เตรียมชุบชีวิตเครื่อง 9-10 'สำรองฉุกเฉิน' กู้วิกฤตพลังงานจากไฟสงครามตะวันออกกลาง

กฟผ.แม่เมาะ ขานรับนโยบายกระทรวงพลังงาน เดินเครื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินที่แม่เมาะเต็มกำลังผลิต 1,200 เมกะวัตต์ อย่างต่อเนื่องและเต็มประสิทธิภาพโดยไม่มีการหยุดเครื่อง พร้อมสั่งตรวจเช็คความพร้อมทุกระบบโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 9 และ 10 ซึ่งปลดออกจากระบบเมื่อต้นปี เตรียมเป็นโรงไฟฟ้าสำรองฉุกเฉิน (Standby) หากรัฐบาลมีคำสั่งให้เดินเครื่องเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงานโลกที่พุ่งสูงจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณและราคาเชื้อเพลิงโดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ (LNG) ที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า


นายอลงกรณ์ พุ่มรักธรรม ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 (ชฟฟ2.) กล่าวว่า นโยบายกระทรวงพลังงานและรองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า(รวฟ.) ให้โรงไฟฟ้าที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ชฟฟ2.ได้แก่ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ โรงไฟฟ้าน้ำพอง และโรงไฟฟ้าวังน้อย ที่ใช้แหล่งเชื้อเพลิงภายในประเทศให้เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเต็มประสิทธิภาพ เพื่อลดการพึ่งพา LNG นำเข้าที่มีราคาสูงในขณะนี้ โดยโรงไฟฟ้าแม่เมาะให้เดินเครื่องเต็มกำลังที่ 1,200 เมกะวัตต์ คุมเข้มการบำรุงรักษาเครื่องให้เดินได้ต่อเนื่อง และมีเหตุการณ์หยุดเดินเครื่องนอกแผนน้อยที่สุด พร้อมกันนี้ได้ตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ของโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 9 และ 10 กำลังการผลิตรวม 600 เมกะวัตต์ ที่ปลดออกจากระบบเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพื่อเตรียมโรงไฟฟ้าให้พร้อมเดินเครื่องทันทีหากได้รับคำสั่ง ทั้งนี้การจะเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่ปลดระวางข้างต้นนั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีก่อน ตามพระราชบัญญัติประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 มาตรา 58 และ 59 ที่ให้อำนาจ กกพ.และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ในการออกคำสั่งหรือมาตรการเร่งด่วนเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งอาจรวมถึงการผ่อนปรนขั้นตอนบางประการ ซึ่งต้องมีมติรองรับจากคณะรัฐมนตรีจึงจะสามารถดำเนินการได้

ท่ามกลางวิกฤตความมั่นคงและพลังงาน การมีโรงไฟฟ้าฐานขนาดใหญ่เช่น โรงไฟฟ้าแม่เมาะที่ใช้แหล่งเชื้อเพลิงภายในประเทศที่มีต้นทุนการผลิตต่อหน่วยต่ำกว่าและไม่มีความเสี่ยงจากการนำเข้าเป็นปราการด่านสำคัญที่ช่วยลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ มีความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้า ทำให้มีไฟฟ้าใช้ได้อย่างต่อเนื่องในต้นทุนพลังงานที่เหมาะสม โดย กฟผ.ยังได้ตั้งวอร์รูม(War Room) เพื่อติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าอย่างรัดกุม เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานและลดผลกระทบต่อภาคครัวเรือนและเศรษฐกิจของประเทศ

Share:

สืบจังหวัดลำปาง วางแผนล่อซื้อยาบ้า ก่อนรวบตัว “บลู บ่อแฮ้ว” หนุ่มวัย 29 ปี ได้คาหมู่บ้าน เจ้าตัวรับสารภาพหาเงินเสริม หลังรายได้ไม่พอใช้

        เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 พ.ต.ท.ณภัทร แสนชัยชุม สว.กก.สส.ภ.จว.ลำปาง พร้อมด้วย ร.ต.ต.วรยุทธ ต๊ะค่า รอง สว.กก.สส.ฯ และเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด ร่วมกันจับกุม นายบลู อายุ 29 ปี ชาวตำบลบ่อแฮ้ว อำเภอเมืองลำปาง พร้อมของกลาง ยาบ้าจำนวน 14 เม็ด เงินล่อซื้อ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และรถจักรยานยนต์ 1 คัน

        การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า ผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาบ้าในพื้นที่ จึงวางแผนล่อซื้อ โดยให้สายลับติดต่อขอซื้อยาบ้า และนัดส่งมอบกันภายในหมู่บ้านเขลางค์ทอง ตำบลบ่อแฮ้ว

        เมื่อถึงเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่ได้ซุ่มสังเกตการณ์ กระทั่งมีการส่งมอบยาบ้า จึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที พร้อมตรวจสอบธนบัตรล่อซื้อ พบหมายเลขตรงกัน จึงควบคุมตัวดำเนินคดี

        จากการสอบสวน นายบลูให้การรับสารภาพว่า ทำงานเป็นช่างอลูมิเนียม แต่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย จึงหันมาจำหน่ายยาบ้าเพื่อหารายได้เสริม ก่อนจะมาถูกจับกุมดังกล่าว

        เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง ดำเนินคดีในข้อหา “จำหน่ายและมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามกฎหมายต่อไป.

Share:

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569

ป่าไม้-ฝ่ายปกครอง-ตำรวจ ลุยตรวจยึดพื้นที่ป่าถูกบุกรุก 2 จุด ในอำเภองาว กว่า 24 ไร่ เสียหายกว่าล้าน พร้อมยึดของกลาง


เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดลำปาง สนธิกำลังเข้าตรวจยึดพื้นที่ป่าถูกบุกรุก พื้นที่ อ.งาว จ.ลำปาง  การปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ นายกรัณย์พล แสงทอง ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง), นายกมล ร่างมณี ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า, นายสมควร ห้วยษ์ทอง ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ลำปาง และนายประกาสิทธิ์ นางวงค์ หัวหน้า นปพ.งาว



เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึดประกอบด้วย เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.19 (แม่โป่ง), หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.20 (แม่หวด) และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ลำปาง 3 พร้อมด้วยฝ่ายปกครองอำเภองาว ภายใต้การอำนวยการของ นายสมจิตร จุลเจริญ นายอำเภองาว นำโดย นายจักรพงศ์ ลังกา ปลัดอำเภองาว, นายอุดร โสภารัตน์ และกำลัง อส.อำเภองาว รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.งาว นำโดย พ.ต.ท.วิชาญ บุญมา รอง ผกก.สส.สภ.งาว, พ.ต.ต.ศิระศักดิ์ สรณ์ศิริ สว.สส.สภ.งาว พร้อมชุดสืบสวน



        จุดแรก เวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) ร่วมกับฝ่ายปกครอง อำเภองาว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.งาว ผู้นำท้องถิ่น และคณะกรรมการหมู่บ้านบ้านห้วยอูน เข้าตรวจสอบบริเวณป่าห้วยปั๋นใต้ พื้นที่บ้านห้วยอูน หมู่ 2 ตำบลปงเตา พบการบุกรุกแผ้วถางป่า จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 14 ไร่ 28 ตารางวา คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐประมาณ 956,760 บาท
        โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ฐานบุกรุกทำลายและครอบครองป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมมอบหมายให้นางสุมาลี อเนกคณา นักวิชาการป่าไม้ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.งาว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย




        ต่อมา เวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ชุดเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบอีกจุด บริเวณป่าท้ายบ้านแม่ฮ่าง หมู่ 4 ตำบลนาแก พบพื้นที่ถูกบุกรุกประมาณ 10 ไร่ พร้อมตรวจยึดเลื่อยโซ่ยนต์ 1 เครื่อง และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนแก๊ป) 1 กระบอก คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐประมาณ 680,000 บาท

เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาครอบคลุมทั้งความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484, พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507, พ.ร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ. 2545 และ พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ศ. 2494




 

Share:

สภ.แม่พริก สกัดขบวนการลำเลียงยานรก ยึดยาบ้ากว่า 1.53 ล้านเม็ด รวบผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมรถนำ–รถขน

วันที่ 16 มีนาคม 2569 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร  ผบช.ภ.5 เป็นประธานแถลงข่าวการจับกุม คดียาเสพติดรายสำคัญคดี 4 คดี ประกอบด้วย  คดีที่ 1 ยาบ้า 14 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 7 คน พื้นที่ สภ.แม่ริม จว.เชียงใหม่ ตรวจยึดรถยนต์ 11 คัน เงินสด 3.95 ล้านบาท อายัดบ้านพร้อมที่ดิน 2 หลัง  คดีที่ 2  ไอซ์ 597 กก. พื้นที่ สภ.เชียงคำ จว.พะเยา ขยายผลจับกุมผู้ต้องหา 1 คน  คดีที่ 3 ยาบ้า 2 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 1 คน พื้นที่ สภ.พาน จว.เชียงราย ตรวจยึดรถยนต์  1 คัน และคดีที่ 4  ยาบ้า 1.5 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 2 คน พื้นที่ สภ.แม่พริก จว.ลำปาง ตรวจยึดรถยนต์ 2 คัน

ในส่วนของ ตำรวจ สภ.แม่พริก จังหวัดลำปาง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สกัดจับขบวนการลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่ ยึดยาบ้ากว่า 1,530,000 เม็ด พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย หลังใช้รถยนต์ 2 คัน ทำหน้าที่รถนำและรถขน ลำเลียงจากภาคเหนือเตรียมส่งปลายทางภาคกลาง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 08.00 น. บริเวณด่านตรวจยาเสพติดแม่พริก หมู่ 5 ตำบลพระบาทวังตวง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติด โดยใช้รถยนต์ 2 คัน ขนยาจากพื้นที่จังหวัดเชียงรายเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ เจ้าหน้าที่จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและวางแผนติดตามความเคลื่อนไหวของรถต้องสงสัย

ต่อมา เจ้าหน้าที่พบรถยนต์ทั้งสองคันขับออกจากจังหวัดเชียงรายมุ่งหน้าเข้าพื้นที่ สภ.แม่พริก โดยทิ้งระยะห่างกันประมาณ 5 นาที คันแรกเป็นรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน ยก 6444 เชียงใหม่ ทำหน้าที่เป็นรถนำ ได้กลับรถก่อนถึงด่านตรวจแม่พริก ขณะที่รถยนต์อีกคัน ทะเบียน กธ 8072 แพร่ ซึ่งเป็นรถบรรทุกยาเสพติด ได้กลับรถบริเวณจุดกลับรถหน้าวัดถ้ำน้ำผางาม

เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามทั้งสองคัน ก่อนพบรถบรรทุกยาเสพติดเลี้ยวเข้าไปในรีสอร์ทฮิมตาง เมื่อเข้าตรวจสอบพบกระสอบต้องสงสัยจำนวน 6 กระสอบ ภายในรถมี นายชาติชาย อายุ 35 ปี  เป็นผู้ขับขี่ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อีกชุดได้สกัดรถนำ ทะเบียน ยก 6444 เชียงใหม่ ไว้ได้ห่างจากรีสอร์ทประมาณ 2 กิโลเมตร โดยมีนายสุรศักดิ์ อายุ 28 ปี เป็นผู้ขับขี่


จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสอง พร้อมรถยนต์ทั้งสองคัน ไปยังด่านตรวจยาเสพติด สภ.แม่พริก และนำรถเข้าตรวจสอบด้วยเครื่องเอกซเรย์ พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายยาเสพติด จึงเปิดกระสอบตรวจสอบต่อหน้าผู้ต้องหา พบเป็นยาบ้าทั้งหมด 6 กระสอบ รวมประมาณ 1,530,000 เม็ด

เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่า ได้ลำเลียงยาเสพติดมาจากพื้นที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เพื่อนำไปส่งให้เครือข่ายที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา.

ภาพ ตำรวจภูธรภาค 5 


Share:

วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569

สืบเกาะคารวบ “แมน ศาลา” คาบ้านพัก ยึดยาบ้ากว่า 1.2 หมื่นเม็ด พร้อมยาไอซ์ สารภาพรับมาขายเก็งกำไรต่อ

 


สืบสวน สภ.เกาะคา บุกจับ “แมน” คาบ้านพักในหมู่บ้านศาลาไชย  ตรวจค้นพบยาบ้ากว่า 12,561 เม็ด และยาไอซ์ 6.11 กรัม เจ้าตัวพยายามวิ่งหนีจนล้มแขนบิดผิดรูป ก่อนถูกควบคุมตัว พร้อมรับสารภาพรับยามาจำหน่ายต่อเพื่อเอากำไร

วันที่ 15 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 น. ชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.ท.ภาค พิจอมบุตร สว.สส.สภ.เกาะคา ร.ต.อ.อุทิศ ล้านสม รอง สว.สส.สภ.เกาะคา พร้อมชุดสืบสวน สภ.เกาะคา  ร่วมกันจับกุมตัว นายแมน อายุ 35 ปี  ที่อยู่ หมู่ที่ 6  ตำบลศาลา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง พร้อมของกลาง ยาบ้า 12,561 เม็ด ยาไอซ์ น้ำหนักรวม 6.11 กรัม  โทรศัพท์มือถือไอโฟน 1 เครื่อง  โดยกล่าวหาว่า "มียาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์)ไว้ในความครอบครอง โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำการเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทเอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย"  โดยจับกุมได้ที่บ้านไม่มีเลขที่ ภายในหมู่บ้านศาลาไชย หมู่ที่ 2  ตำบลศาลา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง   


 ก่อนการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เกาะคา ได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายแมน(ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) ได้นำยาบ้าจำนวนหนึ่งมาพักเก็บไว้ เพื่อรอจำหน่ายให้แก่กลุ่มผู้ใช้แรงงานและกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง  ที่บ้านไม่มีเลขที่ภายในหมู่บ้านศาลาไชย หมู่ที่ 2  ตำบลศาลา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง   เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว โดยอาศัยเหตุจำเป็นเร่งด่วน

เมื่อมาถึงบ้านหลังดังกล่าวพบชายคนหนึ่งยืนอยู่ภายในบ้าน  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัว เมื่อชายคนดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้วิ่งหลบหนีไปบริเวณหลังบ้าน จากนั้นได้ล้มลงเองแล้วเกิดอาการบาดเจ็บโดยแขนซ้ายมีการบิดผิดรูป  จึงถูกจับกุมตัวไว้ได้ ซึ่งคือนายแมน ตามที่สายลับแจ้งไว้  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยตำบลศาลา มาตรวจสอบอาการบาดเจ็บและปฐมพยาบาลเบื้องต้น

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งนายแมน เพื่อขอทำการตรวจค้นภายในบ้านพัก พบยาไอซ์ลักษณะชนิดเกล็ดสีใส ยาไอซ์ทั้งหมดน้ำหนักรวม 6.11 กรัม  และยาบ้าชช  จำนวน 12,561 เม็ด  ก่อนจะนำตัวนายแมนไปตรวจปัสสาวะ ซึ่งมีผลเป็นบวก  นายแมนรับว่าได้เสพยาเสพติด (ยาบ้า) มาจริง จึงได้ควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.เกาะคา

นายแมน ให้การว่า ยาบ้าดังกล่าวซื้อมาจากนายจะคือ จำนวน 1 ก้อน (ก้อน 6 มัด มัดละ 10 ถุง ถุงละ 200 เม็ด) รวมยาบ้าประมาณ 12,000 เม็ด ในราคา 20,000 บาท เฉลี่ยราคา ถุงละ 200 บาท  โดยติดต่อผ่านช่องทางแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊ก แล้วจากนั้น ตนไปรับยาที่จุดนัดพบ  เมื่อได้ยาบ้ามาแล้วนั้นตนได้จำหน่ายยาบ้าส่วนหนึ่งให้กับกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงานในพื้นที่  อ.เกาะคา ในราคาถุงละ 2,000 บาท และตนจะได้กำไรถุงละ 1,800 บาท  เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะคา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

Share:

ไฟไหม้บ้านไม้ยกสูง บ้านห้วยหลวง วอดเกือบทั้งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งระงับเหตุ บาดเจ็บ 1 ราย


         เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 15 มี.ค. 2569 ศูนย์วิทยุ  สภ.บ้านเสด็จ จ.ลำปาง รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ที่บ้านเลขที่ 89 บ้านห้วยหลวง หมู่ 15 ต.บ้านเสด็จ อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง หลังรับแจ้งจึงประสานร้อยเวรสอบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.บ้านเสด็จ รวมถึงงานป้องกันเทศบาลเมืองพิชัย  อบต.ใกล้เคียง และอาสาสมัครกู้ภัยบ้านเสด็จ เข้าร่วมระงับเหตุ



        ที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านไม้ยกสูงมีใต้ถุน เพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง ชาวบ้านได้ช่วยกันขนย้ายข้าวของออกจากบ้านเท่าที่จะนำออกมาได้  ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะเข้ามาระดมกำลังฉีดน้ำสกัดเพลิง ใช้เวลาระยะหนึ่งจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่บ้านถูกไฟไหม้เสียหายเกือบทั้งหมด



        ด้านเจ้าของบ้าน คือ นางสาวสมพร ไชยงาม  และพบผู้บาดเจ็บถูกไฟลวก 1 คนคือนายพิพัฒน์ อายุ 39 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งรักษาที่ รพ. 



           ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้และมูลค่าความเสียหาย เจ้าหน้าที่จะได้ทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งต่อไป




          หากผู้ใจบุญต้องการช่วยเหลือ  ร่วมสมทบทุนได้ที่ ธ.กรุงเทพ เลขที่ 255-4112-892 ชื่อบัญชี  นายพิพัฒน์ คำจ่าง ลูกชายเจ้าของบ้าน 

 ***ตรวจสอบชื่อบัญชีก่อนทุกครั้ง ระวัง!มิจฉาชีพ***

ภาพ ทม.พิชัย, กู้ภัยสว่างนครลำปาง

Share:

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569

สาววัย 17 ขี่จยย.ชนเสาไฟเกาะกลางถนน เสียชีวิตคาที่

           เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 15 มีนาคม 2569 พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ สุริมา สว.(สอบสวน) สภ.เกาะคา จ.ลำปาง ได้รับแจ้งเหตุ รถจักรยานยนต์ชนเสาไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณเกาะกลางถนน เหตุเกิดหน้าร้านประจำฝั่งขาล่อง บนถนนพหลโยธิน พื้นที่ ต.ศาลา อ.เกาะคา จ.ลำปาง จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

          เมื่อถึงจุดเกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีขาวเทา ทะเบียนจ. ลำปาง ล้มอยู่ในร่องเกาะกลางถนน สภาพด้านหน้ารถพังเสียหายจากแรงกระแทก ที่เสาไฟฟ้าส่องสว่างบนเกาะกลางถนนมีร่องรอยการชน และมีเศษชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์กระจายอยู่บริเวณโคนเสา 
          บริเวณใกล้กันพบ ผู้ขับขี่เป็นหญิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ มีบาดแผลรุนแรงบริเวณศีรษะ ภายหลังทราบชื่อคือ น.ส.ปภาวรินทร์อายุ 17 ปี อยู่หมู่ 2 ต.สบปราบ อ.สบปราบ จ.ลำปาง
         เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกับแพทย์ทำการ ชันสูตรพลิกศพ และบันทึกตรวจสถานที่เกิดเหตุไว้ก่อนดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป.
Share:

สลด! กระบะชน จยย.ไฟลุกท่วม ถนนห้วยหลอ–แม่ทะ หนุ่มคนขี่ดับ คนขับกระบะเจ็บ

          เมื่อเวลา 18.10 น. วันที่ 14 มีนาคม 2569 ศูนย์สั่งการกู้ชีพ 1669 รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถยนต์กระบะชนกับรถจักรยานยนต์และเกิดไฟลุกไหม้ มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนน ห้วยหลอ–แม่ทะ บริเวณเขต บ้านม่อนแสนศรี ตำบลน้ำโจ้ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง หลังรับแจ้งจึงประสาน สมาคมกู้ภัยแม่ทะ เข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ พร้อมแจ้งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ทะ และแพทย์นิติเวชเข้าตรวจสอบ
       เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบ รถจักรยานยนต์แบบออโตเมติก ทะเบียน 1กบ 3253 ลำปาง ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งคันจนเหลือเพียงซาก ใกล้กันพบร่าง ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย นอนตะแคงคว่ำหน้า สภาพร่างกายมีบาดแผลฉกรรจ์ มือขาดกระเด็นอยู่บนถนนและข้อเท้าหวิดขาด รวมทั้งใบหน้ามีบาดแผลจนไม่สามารถระบุตัวตนได้ จากการตรวจสอบเอกสารทราบชื่อคือ นายภูริพัฒน์  อาชีพช่างภาพอิสระ เจ้าของเพจ"กล้องจิ๋วแฟนคลับ" ที่อยู่ บ้านปงแสนทอง ต.ปงแสนทอง อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง
       ขณะเดียวกันมี รถบรรทุกน้ำและพลเมืองดี ขับผ่านมาพบเหตุ จึงได้ช่วยกันใช้น้ำดับไฟก่อนที่เพลิงจะลุกลามไปมากกว่านี้ โดยพบชิ้นส่วนรถกระจัดกระจายเต็มถนน และตามพงหญ้า มีอุปกรณ์กล้องถ่ายรูป กระเป๋ากล้องตกอยู่ข้างๆรถ
        ส่วนรถคู่กรณีเป็น รถยนต์กระบะอีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียนจังหวัดลำปาง พลิกตะแคงอยู่ในป่าข้างทาง โดยพบคนขับเป็นชายอายุประมาณ 55–60 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้า แต่ยังมีสติ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษา
           ขณะที่ชายคนขับรถยนต์ยังมีอาการเบลอสับสนเนื่องจากถูกกระแทกรุนแรง ให้การเบื้องต้นว่า กำลังเลิกงานและกำลังจะกลับบ้านที่ อ.แม่ทะเท่านั้น ส่วนสาเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ทะ อยู่ระหว่างตรวจสอบที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป.
Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์