เหลือเวลาอีกเพียงเดือนเดียว เราก็จะรู้ชะตากรรมของประเทศนี้ว่า จะฝากความหวังไว้กับใคร แต่ไม่ว่าสื่อจะบอกว่า การเลือกตั้งคืออนาคต คือจุดเปลี่ยน อย่างไร การเมืองก็ยังคงเป็นการเมือง วงจรอุบาทว์ของการแข่งขันแย่งชิงอำนาจ ได้อำนาจแล้ว ก็เสี่ยงต่อการสูญเสียอำนาจ ได้อำนาจแล้วแก่งแย่งแข่งขันกันเพื่อยึดครองตำแหน่ง แสวงหาผลประโยชน์ ขัดแย้ง ยุบสภาวนเวียนเช่นนี้ต่อไป
หากประชามติ 8 กุมภา สามารถสะท้อนความเป็นปึกแผ่นของพรรคการเมือง พรรคใดพรรคหนึ่ง
เพื่อโอกาสที่พรรคการเมืองนั้นจะพิสูจน์ตัวเอง โดยไม่ต้องปันส่วนอำนาจ
พะว้าพะวงกับการรักษาอำนาจ ไม่ต้องแบ่งเก้าอี้ให้กับพรรคขนาดกลาง
หรือพรรคเล็กพรรคน้อย เราก็อาจคาดหวังการทำงานที่มุ่งต่อผลประโยชน์ของประชาชนได้
แปลว่าควรจะมี 2 พรรคใหญ่ ที่มีคะแนนเสียงมากพอที่จะเป็นรัฐบาลพรรคเดียว หรือเป็นพรรคฝ่ายค้านที่มีจำนวนมากพอในการถ่วงดุล คานอำนาจกับรัฐบาล
เราจะใช้ ลำปางโมเดล เป็นแบบจำลอง
เพื่อฉายให้เห็นภาพการเมืองสนามใหญ่
โดยประเมินสถานการณ์ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พบว่า ทั้ง 4 เขต มีพรรคการเมืองเพียง 2 พรรคเท่านั้น
ที่จะมีโอกาสเบียดชิงกัน คือพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกล
ที่เคยสร้างปาฏิหาริย์ไว้เมื่อการเลือกตั้งครั้งก่อน
มีตัวแปรอยู่เฉพาะใน 2 เขต คือเขต 2 พรรคกล้าธรรม และเขต 4 พรรคภูมิใจไทย
เริ่มด้วย เขต 1 ( อำเภอเมืองลำปาง ยกเว้น ต.บ้านแลง ต.บ้านเสด็จ เทศบาลเมืองเขลางค์นคร
ตำบลพิชัยนอกเขตเทศบาลนครลำปาง อำเภอห้างฉัตร ) จะเป็นการชิงพื้นที่กันระหว่าง กิตติกร
โล่ห์สุนทร พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีแต้มต่อจากฐานเสียงที่เหนียวแน่นของบ้านสวน กับ
ส.ส.ไก่ ทิพา ปวีณาเสถียร พรรคประชาชน เป็น ส.ส.เก่าพรรคก้าวไกล
ที่เอาชนะกิตติกรเมื่อการเลือกตั้ง66 ก่อนเข้าสู่การเมือง ทิพา ปวีณาเสถียร
เป็นนักธุรกิจ ในช่วงที่เป็น ส.ส. เธอมีบทบาทสำคัญในการผลักดันร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการอากาศสะอาด
เพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ การเลือกตั้งครั้งนี้
กระแสพรรคไม่แรงเท่าครั้งก่อน จึงต้องวัดกันที่ตัวบุคคล ขณะที่ กิตติกร
โล่ห์สุนทร ส.ส.เก่า
น่าจะได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวของพรรคเพื่อไทยด้วยภาพผู้นำรุ่นใหม่ เขตนี้
ยังก่ำกึ่ง แต่อาจเทไปทาง ส.ส.ไก่เล็กน้อย
เขต 2 ( อำเภอเมืองลำปาง เฉพาะต.บ้านแลง ต.บ้านเสด็จ อำเภองาว อำเภอแจ้ห่ม
อำเภอวังเหนือ และอำเภอเมืองปาน )
ธนาธร โล่ห์สุนทร พรรคเพื่อไทย แชมป์เก่า
จะวัดกับ สุวิภา กุศลจูง พรรคประชาชน ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานนโยบายของ ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน
ธนาธร แต่งงานกับ รภัสสรณ์ นิยะโมสถ อดีต ส.ส.พรรคประชาชน ถือเป็นการกินรวบภรรยา
และสร้างฐานเสียงให้พรรคเพื่อไทยไปในเวลาเดียวกัน เพราะหลังแต่งงาน
เป็นสะใภ้บ้านสวน รภัสสรณ์ ก็เปลี่ยนเสื้อสีส้มมาเป็นสีแดง ลงเลือกตั้งในเขต 4 สำหรับ สุวิภา กุศลจูง ก็ประมาทไม่ได้ ด้วยดีกรีวิศวกร รวมกับประสบการณ์ทางการเมืองจากการเป็นทีมนโยบายของ
ไหม ศิริกัญญา มีความเชี่ยวชาญเรื่องการบริหารจัดการน้ำ
ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย ถ้า สุวิภา ยืนให้มั่น สามารถขายนโยบายให้คนลำปางได้
สุวิภาก็มีโอกาสไปถึงฝั่งฝันเช่นเดียวกัน แต่เขตนี้ อย่าได้ประมาท ดาชัย
เอกปฐพี พรรคกล้าธรรม ที่แม้จะพลาดหวังมาหลายครั้ง แต่คะแนนก็ดีวันดีขึ้น
เขาอาจกลายเป็นตาอยู่ในเขตนี้
เขต 3
( อำเภอเมืองลำปาง เฉพาะเทศบาลเมืองเขลางค์นคร และตำบลพิชัยนอกเขตเทศบาลนครลำปาง
อำเภอแม่ทะ อำเภอแม่เมาะ )
แคนดิเดท คือ บุญเลิศ แสนเทพ
พรรคเพื่อไทย อดีต ส.จ.แม่ทะ หลายสมัย กับ ชลธานี เชื้อน้อย เจ้าของพื้นที่จาก
พรรคประชาชน ฐานเสียงจากการเลือกตั้งท้องถิ่น อาจเป็นสปริงบอร์ดให้บุญเลิศ
แสนเทพ ก้าวกระโดดเป็นตัวจริงในสนามใหญ่ได้ แต่ก็คงเหนื่อยหนัก เมื่อเจอกับชลธานี
เชื้อน้อย ที่ถึงแม้จะไม่ได้กระแสพรรค แต่ลูกขยันบวกกับการใช้โซเชียลมีเดีย
ทำให้คนลำปางยังคงจดจำได้ ชลธานี เชื้อน้อย จึงมิใช่ตะเกียงที่ไร้น้ำมัน ถ้ากระแสเพื่อไทยไม่แรงพอ
การโค่นชลธานี ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย
เขต 4 (อำเภอเกาะคา
อำเภอเสริมงาม อำเภอสบปราบ อำเภอเถิน และอำเภอแม่พริก)
ถือว่าเป็นเขตรวมดาว ที่สองสะใภ้
รภัสสรณ์ นิยะโมสถ พรรคเพื่อไทย สะใภ้บ้านสวน และภุมรา จันทรสุรินทร์ สะใภ้บ้านดอยเงิน
พรรคภูมิใจไทย อาจตัดคะแนนกันเอง เพราะสารตั้งต้น ต่างเคยเป็นฐานคะแนนเสียงเดียวกัน
ในขณะที่ ณฐอร ชมภูรัตน์ พรรคพลังประชารัฐ และ เพ็ญภัค รัตนคำฟู
พรรคกล้าธรรม ที่มีฐานเสียงของตัวเองเพราะเกิด เติบโต
อยู่ในพื้นที่มาตลอดเรียกได้ว่าเป็นตัวจริงของพื้นที่ก็ไม่ผิด ก็มองข้ามไม่ได้
ถ้าสมมติฐานนี้เป็นจริง คนที่ส้มหล่น
ก็อาจเป็น บอนด์ สุริยะ พรรคประชาชน คุณหมอผู้เชี่ยวชาญศัลยกรรมความงาม
ที่อาจมีจุดอ่อนในแง่ของความใกล้ชิดกับพื้นที่
ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ ส.ส.เขตเลือกตั้ง เขตนี้ ธนาธร
โล่ห์สุนทร เดิมพันสูง เลือกเขาก็ต้องเลือกภรรยาเขาด้วย
และก็ต้องยอมรับว่าอานุภาพของบ้านสวน บวกบารมีโล่ห์สุนทร คงไม่ยอมให้นักการเมืองป้ายแดงก้าวข้ามไปได้ง่ายๆ
ทุกนาทีที่ผ่านไป
การเมืองพลิกผันวันต่อวัน คะแนนนิยมของพรรคก็ผันผวนไปตามกระแสการเมืองระดับชาติ
แต่ถ้าวัดกันโดยไม่มีเงื่อนไขเรื่องกระแส หรือสถานการณ์ คนลำปาง
คู่ชิงสำคัญคงมีแต่พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชนเท่านั้น








0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น