วันที่ 17 กุมภาพันธ์
2569 เวลาประมาณ 11.00 น.
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร ภ.จว.ลำปาง อำนวยการและสั่งการของ
พ.ต.อ.ภูชิชย์ ตรียัมปราย ผกก.สภ.เขลางค์นคร, พ.ต.ท.จิรัฎฐ์ จิรพัชรศิรพร รอง ผกก.สส.สภ.เขลางค์นคร
กำลังชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.สิงห์แก้ว มูลฟู สว.สส.สภ.เขลางค์นคร พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน
ร่วมกันจับกุมนายอนุรักษ์
หรือชัวร์ อายุ 36 ปี ราษฎรบ้าน ม.7 ต.ปงแสนทอง
อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง และนายประวิชาติ หรือต๋อง อายุ 33 ปี ราษฎร ม.7 ต.ปงแสนทอง
อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง พร้อมของกลาง
เครื่องกระสุนปืน .45 จำนวน 8 นัด รวมยาบ้าทั้งหมด จำนวนประมาณ 2,200 เม็ด โดยกล่าวหา
“ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)
โดยมีไว้ในการครอบครองโดยผิดกฎหมายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า” และ“มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)
ไว้ในครอบครองเพื่อการค้า,เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1
(เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย, มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ก่อนทำการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน
สภ.เขลางค์นคร ได้ร่วมกันสืบสวน ติดตาม หาข่าว กระทั่งทราบว่า นายชัวร์ พักอาศัยอยู่บ้านหลังหนึ่ง ม.7 ต.ปงแสนทอง
อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง
มีพฤติการณ์มั่วสุมจำหน่ายและเสพยาเสพติด จึงไปตรวจสอบ ชุดจับกุมได้สังเกตุเห็นนายต๋อง
กำลังเปิดประตูบ้านออกมา
เมื่อเห็นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิ่งหลบหนีเข้าไปบริเวณหลังบ้าน
มีท่าทีลุกลี้ลุกลน พิรุธอย่างชัดเจน เชื่อว่าอาจจะมีสิ่งของผิดกฎหมายจึงเข้าทำการตรวจค้น
เมื่อเข้าไปในบ้านพบนายชัวร์ และนายต๋อง
อยู่ภายในบ้าน ผลการตรวจค้นพบเครื่องกระสุนปืน
.45 จำนวน 8 นัด อยู่ในถุงพลาสติกใสรัดด้วยหนังยาง ซุกซ่อนไว้ในตู้ลิ้นชักพลาสติก
ในห้องนอนของนายชัวร์ และยาบ้าจำนวน 200
เม็ด อยู่ในถุงซิปล็อคสีดำ ซุกซ่อนอยู่ในกล่องแว่นตา
วางอยู่บนตู้ลิ้นชักภายในห้องนอน พร้อมถุงแบ่ง (ถุงซิปล็อคใส) จำนวน 20 ใบ
สอบถามนายชัวร์ รับว่าของกลางดังกล่าว
เป็นของตนเอง จึงได้ทำการควบคุมตัวไว้ นายชัวร์ยังได้ยอมรับอีกว่ายังมียาบ้าเก็บซุกซ่อนไว้อีกจำนวนหนึ่ง
โดยให้นายต๋องนำไปซ่อนไว้บนชั้นวางของในห้องครัวหลังบ้าน
จึงให้นำพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปชี้จุดที่ซ่อนยาบ้าดังกล่าว
กระทั่งพบยาบ้า จำนวน 10 ถุง ถุงละประมาณ 200 เม็ด รวม 2,000 เม็ด ซุกซ่อนไว้ในกระป๋องสแตนเลสสีขาว ฝาสีทอง จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด และได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไปยัง สภ.เขลางค์นคร
และนำส่งให้พนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.










0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น