วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569

"อากาศสะอาดไม่ใช่สิทธิพิเศษ" เพ็ญภัค ส.ส.ลำปาง เขต 4 วอนรัฐบาลทบทวนเกณฑ์ประกาศภัยพิบัติ ชี้ประชาชนรอไม่ไหว ค่าฝุ่นลำปางพุ่งทะลุ 117.6 มคก.



นางสาวเพ็ญภัค รัตนคำฟู ส.ส.ลำปาง  เขต 4  พรรคกล้าธรรม  อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา  สะท้อนวิกฤตหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดลำปาง หลังพบค่าฝุ่นพุ่งสูงเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง กระทบหนักทั้งสุขภาพและเศรษฐกิจท้องถิ่น

นางสาวเพ็ญภัค ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. ถึง 1 เม.ย.69  ประชาชนในทุกเขตพื้นที่ของจังหวัดลำปางกำลังเผชิญกับวิกฤตทางอากาศอย่างรุนแรง โดยสถิติค่าฝุ่น PM 2.5 จากการเฝ้าระวังพบตัวเลขที่น่ากังวล  วันที่ 28 มีนาคม พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 117.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร  และล่าสุด วันที่ 1 เมษายน สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย โดยวัดได้สูงถึง 106.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

แม้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการบูรณาการการทำงานอย่างต่อเนื่องและจริงจัง แต่ ส.ส.เพ็ญภัค ย้ำว่าในฐานะตัวแทนคนในพื้นที่ จำเป็นต้องนำเรื่องนี้เข้าสู่สภาเพื่อเป็นกระบอกเสียงให้ภาครัฐเร่งยกระดับมาตรการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกปีให้เห็นผลเป็นรูปธรรม

จากการตรวจสอบพบว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ค่าฝุ่นพุ่งสูงอย่างต่อเนื่องเกิดจากการ เผาในที่โล่งและเหตุไฟป่าจำนวนมหาศาล รวมทั้งการเผาจากประเทศเพื่อนบ้าน  ซึ่งส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อทั้งระบบนิเวศ สุขภาพของประชาชน และภาคเศรษฐกิจที่หยุดชะงักลง เป็นวิกฤตระดับภูมิภาคอย่างรุนแรงที่ต้องช่วยกัน

นอกจากนี้ น.ส.เพ็ญภัค ยังได้แสดงความห่วงใยต่อกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุและเด็กในพื้นที่ห่างไกลที่ต้องสูดดมฝุ่นพิษต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน โดยสนับสนุนให้รัฐบาลเร่งผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด เพื่อเป็นกลไกทางกฎหมายในการจัดการปัญหามลพิษข้ามเขตและสร้างมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

อีกทั้งการประกาศเขตภัยพิบัติในพื้นที่ต้องมาติดที่เงื่อนไขว่า  ต้องมีค่าฝุ่นละออกขนาดเล็ก PM2.5 ต้องเกิน 225 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ติดต่อกันเกิน5วัน แต่ถ้าต้องให้รอขนาดนี้ ประชาชนในพื้นที่จะเป็นอย่างไร  เราไม่สามารถรอได้แล้ว เพราะสถานการณ์รุนแรงขึ้นทุกวัน 

“เราต้องรอให้เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงกี่คน ที่เลือดกำเดาไหล ถึงจะถือว่าเป็นเหตุฉุกเฉินที่แท้จริงของพื้นที่”

ส.ส.เพ็ญภัค ได้ยื่นข้อเสนอเร่งด่วนให้  จัดทำ"พื้นที่ปลอดภัยจากฝุ่น" (Safety Zone) หรือห้องปลอดฝุ่นในระดับชุมชน โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยทางเดินหายใจ เพื่อลดผลกระทบทางสุขภาพในระหว่างที่สถานการณ์หมอกควันยังวิกฤต รวมทั้งอาวุธสู้ฝุ่น เพื่อให้อุปกรณ์ที่จำเป็นต่อกลุ่มเปราะบางอย่างทั่วถึง โดยที่ประชาชนไม่ต้องดิ้นรนหาด้วยตนเอง

“อากาศที่สะอาดคือไม่ใช่สิทธิพิเศษ แต่คือสิทธมนุษยชน  ถึงเวลาที่ภาครัฐจะเลิกแก้ปัญหาเดวยความขอความร่วมมือ และเปลี่ยนมาใช้มาตรการเชิงรุก และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง   อากาศสะอาดคือความหวังและสิทธิที่พวกเขาควรได้รับอย่างเท่าเทียม  สส.เพ็ญภัค กล่าวเน้นย้ำในตอนท้าย

Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์