วันที่
22 มิถุนายน 2569 นางสาววิมล ตุ้ยแก้ว หัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัดลำปาง
สภาองค์กรของผู้บริโภค พร้อมด้วย นายพันธกานต์ อินต๊ะมูล ผู้จัดการเครือข่าย Lampang
MOVE นางกัญญานันท์ ตาทิพย์
ผู้จัดการเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคเหนือตอนบน และผู้แทนจากมูลนิธิเมาไม่ขับจังหวัดลำปาง เข้าพบนายพัชระ
สิมะเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง
และนายมนัส คำต่าย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง
เพื่อยื่นข้อเสนอผลักดันการยกระดับมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการดื่มแล้วขับในพื้นที่จังหวัดลำปาง
นางสาววิมล
กล่าวว่า ทุกครั้งที่เกิดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ
สิ่งที่สูญเสียไม่ใช่เพียงตัวเลขสถิติ แต่หมายถึงชีวิต อนาคต
และความฝันของผู้คนรวมถึงครอบครัวที่ได้รับผลกระทบโดยไม่มีโอกาสเลือก
สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาดังกล่าวยังคงเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยสาธารณะ
จึงควรมีการยกระดับมาตรการป้องกันและจัดการอย่างเป็นระบบและจริงจัง ผ่าน 6
มาตรการสำคัญ ได้แก่
1.ยกระดับเป็นวาระจังหวัด
กำหนดเป้าหมายลดอุบัติเหตุจากเมาแล้วขับและบูรณาการทุกภาคส่วน
2.เข้มงวดบังคับใช้กฎหมาย เพิ่มจุดตรวจแอลกอฮอล์ ตรวจร้านจำหน่ายสุรา และดำเนินคดีผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง
3.สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังชุมชน
ส่งเสริมด่านชุมชนและการมีส่วนร่วมของผู้นำท้องถิ่น อสม. และเยาวชน
4.กำหนดมาตรการสถานประกอบการ
สนับสนุนผู้ขับขี่ปลอดแอลกอฮอล์และจัดระบบดูแลผู้ดื่ม
5.ช่วยเหลือและเยียวยาผู้เสียหาย อำนวยความสะดวกด้านสิทธิ กฎหมาย
และการฟื้นฟูสภาพจิตใจ
6.ติดตามและประเมินผลต่อเนื่อง เพื่อให้มาตรการเกิดผลเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
ด้าน
นายพัชระ สิมะเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง
ได้รับมอบข้อเสนอและกล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่าย โดยกล่าวว่า
การออกประกาศหรือมาตรการต่าง ๆ ของจังหวัดนั้น มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นการย้ำ
เตือน และกระตุ้นเตือนให้ประชาชนเกิดความตระหนักรู้และร่วมมือปฏิบัติตาม
รองผู้ว่าฯ
ลำปาง
ได้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับกรณีการออกประกาศห้ามเผาป่าเพื่อแก้ปัญหาหมอกควัน
โดยชี้ให้เห็นว่า ในความเป็นจริงแล้ว ต่อให้ไม่มีการออกประกาศเฉพาะกิจของจังหวัด
การกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวก็มีฐานกฎหมายหลักควบคุมและมีบทลงโทษที่ชัดเจนอยู่แล้ว
แต่การมีประกาศออกมาเพิ่มเติมก็เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนในสังคมที่ชัดเจนขึ้น
สำหรับข้อเสนอเรื่องการควบคุมการดื่มแล้วขับนั้น
รองผู้ว่าฯ ระบุว่าควรอำนวยการและเตรียมการล่วงหน้า
โดยเสนอให้เชื่อมโยงแคมเปญรณรงค์เข้ากับวันสำคัญทางศาสนาที่กำลังจะมาถึงในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้
คือ วันเข้าพรรษา ซึ่งเป็นช่วงที่หน่วยงานด้านสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายจะต้องเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการรณรงค์เรื่อง
"งดเหล้าเข้าพรรษา" และการลดอุบัติเหตุ
โดยจังหวัดลำปางจะนำข้อเสนอในวันนี้ไปหารือร่วมกับ ปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อวางกรอบเวลาและกำหนดแนวทางปฏิบัติการเชิงรุกร่วมกันต่อไป














0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น