วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569

“LandMoS” ผลงานวิจัยร่วม กฟผ.-มช. คว้าอนุสิทธิบัตร ต่อยอดนวัตกรรมเฝ้าระวังการเคลื่อนตัวของมวลดิน

            นายบุญฤทธิ์ เขียวอร่าม หัวหน้าแผนกรังวัดเหมือง กองวางแผนปฏิบัติการ ฝ่ายวางแผนและบริหารเหมืองแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ เปิดเผยว่า ระบบเฝ้าติดตามการเคลื่อนตัวของมวลดินแบบเรียลไทม์ (Land Monitoring System : LandMoS) ซึ่งเป็นผลงานวิจัยและพัฒนาภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง กฟผ. และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับการจดทะเบียนอนุสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 หลังจากยื่นขอรับอนุสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2567

        LandMoS เป็นระบบติดตามการเคลื่อนตัวของมวลดินแบบเรียลไทม์ที่สามารถตรวจวัดและรายงานผลได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดย กฟผ. ได้นำมาใช้งานในพื้นที่บ่อเหมืองแม่เมาะและพื้นที่ทิ้งดินตั้งแต่ปี 2563 ปัจจุบันมีการติดตั้งใช้งานมากกว่า 80 เครื่อง เพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวของมวลดินอย่างต่อเนื่อง

        นอกจากนี้ ยังมีการขยายผลการใช้งานไปยังพื้นที่อื่นของ กฟผ. อาทิ การตรวจวัดการเคลื่อนตัวของอ่างพักน้ำตอนบน หรืออ่างพักน้ำเขายายเที่ยง ของโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 2 เครื่อง และบริเวณแนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูงของฝ่ายปฏิบัติการภาคใต้ อีก 2 เครื่อง

        ล่าสุด ในปี 2569 กฟผ. ได้ต่อยอดนวัตกรรมดังกล่าวสู่เชิงธุรกิจ โดยลงนามสัญญาซื้อขาย บริการติดตั้ง และบำรุงรักษาระบบกับบริษัท ไฟฟ้าหงสา จำกัด (Hongsa Power Company Limited : HPC) ผู้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนหงสา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จำนวน 12 เครื่อง เป็นระยะเวลา 3 ปี

        สำหรับ LandMoS สามารถตรวจวัดการเคลื่อนตัวของมวลดินได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยความละเอียดระดับเซนติเมตร โดยติดตั้งเซนเซอร์ในพื้นที่เสี่ยง ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ที่ชาร์จด้วยแผงเซลล์แสงอาทิตย์ และประมวลผลข้อมูลจากสัญญาณดาวเทียมเพื่อคำนวณค่าพิกัดความละเอียดสูง

        ข้อมูลจากเซนเซอร์จะถูกส่งเข้าสู่ระบบจัดการข้อมูลกลางทุก 1 นาที ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ พร้อมมีระบบเครือข่ายไร้สายพลังงานต่ำแบบ Zigbee เป็นช่องทางสำรอง เพื่อรองรับกรณีเครือข่ายหลักขัดข้อง ช่วยให้การส่งข้อมูลเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

        จากนั้น ข้อมูลที่ได้รับจะผ่านกระบวนการกรองและคัดเลือกข้อมูลที่มีคุณภาพก่อนจัดเก็บในฐานข้อมูลกลาง ผู้ใช้งานสามารถติดตามผลผ่านหน้าจอแสดงผลในรูปแบบกระดานข้อมูลและกราฟแสดงขนาด รวมถึงความเร็วของการเคลื่อนตัว พร้อมตั้งค่าการแจ้งเตือนและแจ้งซ่อมได้ตามความต้องการ

        ทั้งนี้ ระบบยังมีการประมวลผลข้อมูลการเคลื่อนตัวของมวลดินตลอดเวลา ทั้งการเปรียบเทียบกับค่าตั้งต้นและการวิเคราะห์ตามช่วงเวลา ก่อนประเมินความเสี่ยงตามเกณฑ์ที่กำหนด และส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังช่องทางต่าง ๆ ที่ผู้ใช้งานกำหนดไว้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและลดความเสี่ยงจากการเคลื่อนตัวของมวลดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ



Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์