วันพฤหัสบดีที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เข้มคดีครูต้อยควานหา22ล.อยู่ในมือใคร?

จำนวนผู้เข้าชม my widget for counting

จากกรณีเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา  นายสมยศ ยะม่อนแก้ว รอง ผอ.โรงเรียนอนุบาลลำปาง(เขลางค์รัตน์อนุสรณ์) รักษาราชการแทน ผอ. เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองลำปาง กล่าวหานางสุรณี กัลยารัตนกุล หรือครูต้อย ซึ่งเป็นข้าราชการบำนาญ ปฏิบัติงานหัวหน้าสำนักงานผู้อำนวยการโรงเรียน และทำหน้าที่เป็นเลขานุการของนายประยูร เรียนปิงวัง  ผู้อำนวยการโรงเรียน ฐานยักยอกทรัพย์ เนื่องจากครูต้อยเป็นผู้ถือเงินทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว  โดยยอดรายรับในปี 2557-2560 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 22,303,755 บาท  ไม่เคยนำฝากเข้าระบบการเงินของโรงเรียนแม้แต่บาทเดียว

กระทั่ง นางสุรณี หรือครูต้อย ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า หลังจากที่ตนเกษียณอายุราชการ ปี 2555 นายสมยศ ยะม่อนแก้ว ก็เข้ามานั่งตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานผู้อำนวยการ ก่อนที่ตนเองจะได้รับการทาบทามให้เข้ามาช่วยงานหลังเกษียณราชการแล้ว ซึ่งมีหนังสือแต่งตั้งระบุไว้ชัดเจน   การที่นายสมยศ ออกมาพูดต่อสื่อมวลชนไปเมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา ตนได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก  ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรึกษาทนายความ เพื่อจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

            ทั้งนี้   มีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นางสุรณี ในข้อหายักยอกทรัพย์เพียงคนเดียว แต่ไม่แจ้งความต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตามเอกสารแจ้งความที่ระบุว่า ในสำนักงาน ผอ.มีผู้ที่ทำหน้าที่ด้วยกัน 4 คน  ขณะที่ นางสุรณี ไม่มีชื่อปรากฏในคำสั่งแต่งตั้งใดๆ ในสำนักงาน ผอ. นอกจากเป็นเลขาส่วนตัวของ นายประยูร เรียนปิงวัง ผอ.รร.เท่านั้น

ด้านนายสมยศ ยะม่อนแก้ว รองผู้อำนวยการโรงเรียน  กล่าวถึงกรณีที่เคยได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าสำนักงานผู้อำนวยการว่า  ตนเองได้รับการแต่งตั้งจริง เมื่อปี 2555 ขณะนั้นเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลลำปาง  แต่เข้ามาทำหน้าที่ได้ 2 เดือน ก็ได้ลาออกมา  จากนั้นครูต้อยก็เข้ามาดูแลในส่วนนี้แทน ซึ่งตนไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอีก กระทั่งปี 58 มีคำสั่งย้ายไปปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการที่โรงเรียนอนุบาลแม่เมาะ  รวมทั้งได้เข้าไปช่วยงาน สพป.เขต 1 และย้ายกลับมาเป็นรองผู้อำนวยการที่โรงเรียนอนุบาลลำปาง เมื่อเดือน ม.ค.60 ที่ผ่านมา

รอง ผอ. ยังกล่าวอีกว่า  ตั้งแต่ช่วงปี 55-57  ไม่ได้มีการร้องเรียนหรือทราบเรื่องการใช้จ่ายเงินของโรงเรียนแต่อย่างใด เพราะเป็นอำนาจของ ผอ.ให้การบริหารจัดการ ทางกลุ่มครูไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว จึงไม่ทราบว่ามีการนำเงินไปใช้จ่ายอย่างไรบ้าง กระทั่งต้นปี 60 ตนได้กลับเข้ามาทำหน้าที่ รอง ผอ.  จากนั้นก็ได้มีเรื่องร้องเรียนเกิดขึ้น ซึ่งทาง ผอ.ได้ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงแล้ว  ส่วนครูต้อยพ้นจากการเป็นข้าราชการ เนื่องจากได้เกษียณอายุไปแล้ว  ซึ่งไม่สามารถสอบสวนทางวินัยได้ จึงแจ้งความดำเนินคดีเพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวนดังกล่าว  ส่วนกระแสข่าวที่ว่าครูต้อยจะฟ้องกลับตนเองนั้นก็ไม่เป็นไร ต่างคนต่างใช้สิทธิ์ของตัวเองได้

ในส่วนความคืบหน้าเรื่องคดีนั้น ทางพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตั้งคณะกรรมการในรูปแบบของกรรมการสอบสวน โดยได้มีการสอบปากคำพยานไปแล้ว 15 ปาก  ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องหาข้อมูลและหลักฐานต่างๆมาประกอบกัน หาพยานหลักฐานที่มาของเงิน 22 ล้านบาท เพราะมีเพียงการกล่าวอ้างมาเท่านั้น  เงินรายได้ที่มาจากการฝากลูกไว้กับครูก็ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นรายได้ของโรงเรียน หรือ รายได้ส่วนตัว  จะต้องนำเข้าโรงเรียนหรือไม่  ส่วนกรณีการออกใบเสร็จรับเงิน ซึ่งทางกลุ่มครูและเจ้าหน้าที่การเงินของโรงเรียน ยืนยันว่าไม่ได้ออกใบเสร็จ ก็ต้องสืบสวนหาที่มาให้ได้ เพราะเอกสารที่ได้มายังไม่ครบถ้วน ซึ่งได้ทำเรื่องขอเอกสารหลักฐานไปยัง สพป.เขต 1  และ ป.ป.ช.เพื่อนำมาเป็นข้อมูลประกอบกัน

ขณะนี้ยังไม่ได้มีการออกหมายเรียกครูต้อยแต่อย่างใด เนื่องจากต้องสืบสวนสอบสวนหาที่มาของเส้นทางการเงินให้ได้ว่ามีความเกี่ยวข้องกับครูต้อยหรือไม่ หากพบว่าผู้ใดเกี่ยวข้องจึงจะเรียกมาทำการสอบสวน และเมื่อพบการกระทำผิดก็จะส่งเรื่องให้ทาง ป.ป.ช. ซึ่งข้อมูลทุกอย่างจะเชื่อมโยงไปกับหลายหน่วยงานทั้ง ป.ป.ช.และ สตง.ด้วย

ส่วนกรณีกระแสข่าวที่ว่ามีการเรียกคณะครูที่เดินขบวนไปแจ้งความที่ สภ.เมืองลำปาง กว่า 50 คน ไปทำการสอบสวนที่ สพป.เขต 1 นั้น นายสมเกียรติ ปงจันตา รอง ผอ.สพป.เขต 1  ยืนยันว่าไม่มีการเรียกตัวกลุ่มครูไปสอบสวน แต่อย่างใด ซึ่งในเรื่องนี้เป็นอำนาจของโรงเรียนที่จะดำเนินการเอง

ขณะที่ฝ่ายนางสุรณี กัลยารัตนกุล หรือครูต้อย ยังคงเก็บตัวเงียบไม่ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด ซึ่งทราบว่าได้พักอาศัยอยู่บ้านญาติเป็นการชั่วคราว และอยู่ระหว่างปรึกษาทนายความว่าจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้ที่กล่าวหาทำให้ตนเองเสียหายหรือไม่

 (หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1140 วันที่ 4 - 10 สิงหาคม 2560)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support