5เปอร์เซ็นต์...

ความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารสำนักงานเทศบาลเมืองเขลางค์นคร มีการก่อสร้างเพิ่มเติมจากเดิมไปเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากที่ผ่านมาติดปัญหาเรื่องฝน แต่ขณะเดียวกันทางนายกเทศมนตรีเมืองเขลางค์นคร ก็ยังมั่นใจว่า การก่อสร้างจะเสร็จตามกำหนดแน่นอน

โดนอุ้ม....

พ.ต.อ.กฤษดา พันธ์เกษม ผกก.สภ.เมืองลำปาง แถลงข่าวจับกุมตัวผู้ต้องหาขโมยตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือได้ 1 ราย พร้อมยึดคืนตู้เติมเงินได้ทั้งหมด 9 ตู้ ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้เงินไปตู้ละประมาณ 800 บาท นำไปกินเที่ยวเพราะตกงาน

เกลื่อน...

สภาพรถยนต์กระบะบรรทุกเนื้อไก่สดมาเต็มคันรถ เสียหลักพุ่งเข้าชนกับป้ายบอกทางและต้นไม้ข้างทาง เป็นเหตุให้หนุ่มคนขับรถ วัย 22 ปี ชาวเพชรบูรณ์เสียชีวิตคาที่ภายในที่นั่งคนขับ เศษชิ้นส่วนเนื้อไก่ตกกระจัดกระจายเต็มพื้นถนน เหตุเกิดบริเวณเขตบ้านนาแก อ.งาว จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 10 ม.ค.61

วันศุกร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2561

ขยายรันเวย์บินลำปาง รับแอร์บัส - โบอิง 737

จำนวนผู้เข้าชม Counter for tumblr

ผู้ว่าเสนอครม.เร่งรัดขยายรันเวย์สนามบินลำปาง พร้อมหลุมจอดโบว์อิ้ง 737 ตามแผนพัฒนาท่าอากาศยานที่รออนุมัติมานานแล้ว

หลังจากกระแสข่าวโครงการสร้างสนามบินแห่งใหม่ในภาคเหนือตอนบน ซึ่ง กรอ.กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน1 ดันโครงการศึกษาออกแบบเบื้องต้นสนามบินนานาชาติ “พระนางจามเทวี” ที่อำเภอห้างฉัตร พื้นที่กว่า 3,000 ไร่ ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค ทุนฮ่องกงเล็งลงทุนร่วมภาครัฐ รองรับสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ล้น วางเส้นทางแอร์พอร์ตลิงก์โยงถึงเชียงใหม่ พร้อมเชื่อมโครงข่ายมอเตอร์เวย์เชียงใหม่-เชียงรายและรถไฟทางคู่เมื่อปี 2559

ล่าสุดในปี2561 ข่าวนี้เป็นอันต้องพับกระดานลงไปเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงข้อสรุปไปแล้ว

ทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เผยว่า ขณะนี้มีข้อสรุปล่าสุดว่าการสร้างสนามบินแห่งใหม่จะใช้พื้นที่เขตจังหวัดลำพูน ซึ่งอยู่ห่างจากจังหวัดเชียงใหม่ไม่มาก  มีความเหมาะสมกับการสร้างสนามบินที่รองรับการขยายตัวของเมืองเชียงใหม่และการคมนาคมทางอากาศในภาคเหนือตอนบนในอนาคต ในส่วนของจังหวัดลำปางนั้นไม่น่าจะมีผลกระทบใด แต่ทางจังหวัดเองก็มองเห็นโอกาสที่จะขอให้ทางคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาเร่งรัดอนุมัติงบประมารตามแผนโครงการขยายรันเวย์ สนามบินลำปางให้เร็วขึ้น ให้สอดคล้องกับการสร้างอาคารผู้โดยสารที่พร้อมรับการเติบโตในอนาคต โดยก่อนหน้านี้จังหวัดลำปาง ได้เคลื่อนไหวผลักดันโครงการขยายรันเวย์ท่าอากาศยานลำปางมาอย่าต่อเนื่องหลายปี ขณะที่สถิติข้อมูลท่าอากาศยานลำปางพบว่า สถิติของท่าอากาศยานลำปางเกี่ยวกับจำนวนผู้มาใช้บริการสนามบิน เพิ่มมากขึ้นทุกปี สถิติการขนส่งท่าอากาศยานลำปางปี 2559-2560 มีผู้ใช้บริการมากกว่า 2 แสนคนต่อปี ขณะที่รัฐบาลไทยโดยคณะกรรมการท่องเที่ยวแห่งชาติได้ประกาศให้เป็นปีการท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน เป็นการเน้นย้ำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเกื้อกูลความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

แต่ด้วยเพราะปัจจุบันสนามบินลำปางยังไม่สามารถรองรับเครื่องบินขนาดเกิน 160 ที่นั่ง หรือที่เรียกว่าเครื่องบิน โบอิ้ง หรือ แอร์บัส 320  ซึ่งหลายสายการบินใช้บริการอยู่ทั่วไปให้มาบินที่ลำปางได้ จึงมีเพียงแต่เครื่องบินขนาด 70 ที่นั่งเปิดให้บริการในปัจจุบัน เนื่องจากระยะและขนาดของรันเวย์ของสนามบินลำปางยังสั้นและแคบเกินจะรับเครื่องบินขนาดใหญ่ได้ ดังนั้นโครงการขยายรันเวย์สนามบินลำปางที่เป็นโอกาสสำคัญในการรองรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวตามแผนพัฒนาท่าอากาศยาน คือโครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในการขยายทางวิ่ง ทางขับ ลานจอดเครื่องบิน ระบบไฟฟ้าสนามบินมีการศึกษาเสร็จสิ้นในปี 2562 วงเงิน 3 ล้านบาท การจัดซื้อที่ดินเวนคืนบริเวณทางขยายดังกล่าว 800 ล้านบาท ก่อสร้างขยายทางวิ่ง ทางขับ ลานจอด ปี2565-2567 วงเงิน 900 ล้านบาท รองรับเครื่องบินโบว์อิ้ง 737 ได้ถึง 5 ลำในเวลาเดียวกัน  โดยมีโครงการจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างดังกล่าววงเงินกว่า 15 ล้านบาท

นวพร มีวาสนา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานลำปาง เผยว่า จากโครงการขยายรันเวย์ท่าอากาศยานลำปางเดิม มีการเสนอให้ขยายรันเวย์ทั้งด้านกว้างและด้านยาว โดยขยายทางยาวเพิ่มจากเดิมที่ยาวเพียง 1,975 เมตร เป็น 2,215 เมตร  และล่าสุดปรับเป็นข้อเสนอให้ ยาว 2,500 เมตร และขยายพื้นที่หลุมจอดเครื่องบินเพิ่มจากเดิมจอดได้ 3 ลำเป็น 6 ลำ และยังมีพื้นที่รองรับเฮลิคอปเตอร์ได้อีก 2 จุด เพื่อเตรียมการรองรับสายการบินขนาดใหญ่ที่มีความจุผู้โดยสารตั้งแต่ 160 คนขึ้นไป ในอนาคต 

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1162 วันที่ 12 -18 มกราคม 2561)
Share:

รถจมน้ำ เอาตัวรอดอย่างไร?

จำนวนผู้เข้าชม Counter for tumblr

หากเกิดกรณีฉุกเฉิน อุบัติเหตุรถจมน้ำ ให้พึงคิดว่าเรายังมีเวลาพอที่จะทำอะไรหรือแก้ไขได้ เพราะขณะที่รถยนต์ตกน้ำ (รถยนต์ส่วนบุคคลสมัยนี้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ มักปิดกระจกขณะขับขี่) รถจะไม่จมลงในทันทีแต่จะค่อย ๆ จมลงอย่างช้า ๆ อย่างต่อเนื่องประมาณ 17 - 20 วินาที ในนาทีวิกฤตนี้ ควรตั้งสติให้ดี และ ปฏิบัติดังต่อไปนี้

1. ปลด SAFETY BELT ออกทุกๆคน รวมทั้งผู้โดยสารด้วย
2. อย่าออกแรงใดๆ เพื่อสงวนการใช้อากาศหายใจซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนจำกัด
3. ให้ยกส่วนศีรษะให้สูงเหนือระดับน้ำที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นในรถ
4. ปลดล็อกประตูรถทุกบาน
5. หมุนกระจกให้น้ำไหลเข้าในรถเพื่อปรับความดันในรถและนอกรถให้เท่ากัน มิฉะนั้นท่านจะเปิดประตูรถไม่ออก เพราะน้ำจากภายนอกตัวรถจะดันประตูไว้
6. เมื่อความดันใกล้เคียงกันแล้วให้ผลักบานประตูออกให้กว้างสุด แล้วท่านก็ออกจากห้องโดยสารของรถได้
7. จากนั้นท่านอาจจะปล่อยตัวให้ลอยขึ้นเหนือน้ำตามธรรมชาติ หรือจะว่ายน้ำขึ้นมาก็ได้

ทั้งนี้หากเป็นรถที่ใช้ระบบไฟฟ้า การทำงานจะขัดข้องจนไม่สามารถเปิดกระจกได้ ให้ใช้ค้อนเหล็ก หรือของแข็งที่มีอยู่ในรถทุบกระจกด้านข้างให้แตก ไม่ควรทุบกระจกหน้าหรือหลัง เพราะเป็นกระจกนิรภัยจะแตกยากกว่า

ในกรณีนี้หากน้ำลึกมากๆ อาจจะมองไม่เห็นว่าทิศใดเหนือน้ำ ทิศใดใต้น้ำเพราะว่า มืดไปหมด ไม่ควรใช้วิธีว่ายน้ำ เพราะอาจจะว่ายไปในทิศทางที่ไม่ขึ้นเหนือน้ำ กรณีเช่นนี้ควรปล่อยตัวให้ลอยขึ้นตามธรรมชาติ หรือลองเป่าปากดูว่าฟองอากาศลอยไปในทิศทางใด ให้ว่ายน้ำไปในทิศทางที่ฟองอากาศลอยไป ก็จะไม่มีอาการหลงน้ำ นอกจากนั้นก่อนออกจากรถหากท่านมีผู้โดยสารที่เป็นเด็กๆ อาจจะหนีบเด็กๆ นั้นออกมากับท่านได้อีกหนึ่งคน ดังนั้นหากท่านปฏิบัติตามวิธีการเหล่านี้ ก็จะช่วยให้ชีวิตของท่านปลอดภัยได้ในยามคับขัน

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1162 วันที่ 12 -18 มกราคม 2561)
Share:

เที่ยวท้องถิ่น คนอยู่-คนเที่ยว : ความสุขที่ยังไม่ลงตัว

จำนวนผู้เข้าชม Counter for tumblr

ได้ข่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดแคมเปญ “Amazing Thailand Go Local-เที่ยวท้องถิ่นไทย ชุมชนเติบใหญ่ เมืองไทยเติบโต” ขานรับนโยบายรัฐบาลปลุกกระแสท่องเที่ยวเมืองรอง หลัง ครม. ประกาศลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง 15,000 ตลอดปี พ.ศ. 2561 (เมืองรองที่ว่านั้น รวมลำปางบ้านเราด้วย)

นอกจากนี้ ททท. ยังมีแผนที่จะจัดทำหนังสือคู่มือแนะนำเส้นทางท่องเที่ยว พร้อมรายชื่อผู้ประกอบการ ที่พัก โรงแรม โฮมสเตย์ ที่สามารถนำใบเสร็จมาลดหย่อนภาษีได้ โดยคาดว่าจะสามารถแจกแก่นักท่องเที่ยวที่สนใจได้ในเดือนกุมภาพันธ์นี้

ในวันที่กระแส Go Local กำลังแรง เราเพิ่งได้อ่านบทความเกี่ยวกับบ้านแม่กำปอง จังหวัดเชียงใหม่ (จังหวัดเชียงใหม่ไม่ใช่เมืองรอง เป็นเมืองหลัก) แต่ก็นั่นแหละ ตอนนี้ชาวบ้านผู้อยู่อาศัยจริง ๆ กำลังทุกข์หนักจากปัญหารถติดยาวนับ 10 กิโลเมตรในช่วงวันหยุดยาว ปัญหาที่จอดรถ ความแออัดของผู้คน ปัญหาขยะกองโต และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องแลกกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด อันเป็นผลมาจากการชิม ช็อป และแชร์ทางสื่อโซเชียล ไม่ว่าร้านอาหาร ที่พัก หรือร้านกาแฟ ซึ่งส่วนหนึ่งดำเนินการโดยคนนอกชุมชน ผุดขึ้นราวดอกเห็ด

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2542 บ้านแม่กำปองเพิ่งจะเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยว ต่อมาวินิจ รังผึ้ง นักเขียน-ช่างภาพ ได้เขียนถึงบ้านแม่กำปองไว้ในอนุสาร อ.ส.ท. ฉบับมิถุนายน  2544 โดยบรรยายไว้ว่า “หมู่บ้านแม่กำปอง ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่กลางหุบดอย ด้านซ้ายเป็นเทือกดอยแม่ลาย ขวามือของถนนเป็นดอยแม่รวม สองเทือกดอยสูงชันขนาบหมู่บ้าน มีสายธารลำน้ำแม่กำปองไหลผ่านกลางหุบดอยและกลางหมู่บ้าน บ้านเรือนปลูกกันเป็นกลุ่มไล่ระดับลดหลั่นตามความสูงของสันดอย ลักษณะเป็นบ้านไม้ทาสีน้ำตาล หลังคากระเบื้องสีเทาดำ ดูกลมกลืนกับธรรมชาติ บ้านแต่ละหลังใหญ่โตกว้างขวางและดูมั่นคง บ่งบอกถึงความอยู่ดีกินดีของชาวแม่กำปองได้เป็นอย่างดี ด้วยทำเลที่ตั้ง ซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาที่มีความสูงเฉลี่ยราว 1,300 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง อากาศจึงเย็นสบายตลอดทั้งปี และค่อนข้างจะหนาวจัดในฤดูหนาว ชาวบ้านแม่กำปองจึงมีอาชีพที่เหมาะสมในการทำสวนเมี่ยงและไร่ชา กาแฟ ซึ่งได้ผลดียิ่ง

“นักท่องเที่ยว หรือคนต่างถิ่น หากแวะเข้ามาเยี่ยมเยือนบ้านแม่กำปองในช่วงกลางวัน อาจจะพบว่า บ้านเรือนแต่ละหลังปิดเหมือนไม่มีคนอยู่ เพราะในแต่ละวันชาวบ้านจะขึ้นดอยเข้าสวนไปเก็บใบเมี่ยง...” อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็คิดว่า นี่คือบ้านเล็กในป่าใหญ่ชัด ๆ

วินิจเล่าต่อว่า “หมู่บ้านแม่กำปองนี้ได้เปิดเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มีบริการที่พักแบบโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยวที่สนใจท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา ได้มีโอกาสสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่พื้นบ้านแบบไทย ๆ ของหมู่บ้านบนดอยสูง การเข้าไปพักลักษณะนี้ นักท่องเที่ยวต้องมีใจรักที่จะเข้าไปศึกษา มีความเคารพให้เกียรติเจ้าของบ้านที่ไปพัก พร้อมทั้งปฏิบัติตัวตามกฎเกณฑ์ของหมู่บ้านอย่างเคร่งครัด  ซึ่งทางกรรมการหมู่บ้าน ได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและองค์กรพัฒนาเอกชนต่าง ๆ วางระเบียบการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ของบ้านแม่กำปองไว้ โดยที่ผู้สนใจจะต้องติดต่อแจ้งความประสงค์ พร้อมทั้งข้อมูล วัน เวลา รายชื่อ จำนวนผู้เข้าพัก และที่อยู่ที่สามารถติดต่อกลับได้ เพื่อกรรมการจะได้พิจารณาเตรียมการรับรองเรื่องอาหารและโปรแกรมนำชมหมู่บ้านล่วงหน้า พร้อมทั้งตรวจสอบว่า ควรจะตอบรับบริการหรือไม่ จึงจะมีการตอบรับเป็นทางการอีกครั้ง ไม่ใช่ว่าใครมีเงินแล้วจะขับรถเข้าไปเสียเงินใช้บริการได้เลย  เพราะอาจจะเข้าไปสร้างปัญหากับหมู่บ้านได้”

จะเห็นว่า เมื่อ 17 ปีก่อนนั้น บ้านแม่กำปองวางแนวทางรับนักท่องเที่ยวไว้อย่างชัดเจน จากบทความของวินิจเรามองถึงอนาคตได้เลยว่า หมู่บ้านนี้ต้องมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนแน่ ๆ แต่แล้วทำไม ทุกวันนี้บ้านแม่กำปองจึงต้องประสบปัญหาอย่างที่กล่าวมากันเล่า เรื่องนี้คนในพื้นที่ รวมทั้งนักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆ คงรู้อยู่แก่ใจ

ก่อนออกเดินทางตลอดปีนี้ นอกจากจะเช็คกันให้ดี ๆ ว่าเที่ยวเมืองรองมีจังหวัดไหนบ้าง เพื่อจะได้ไม่ลืมขอใบเสร็จ ใบกำกับภาษีมาด้วยทุกครั้ง ก็ยังอยากให้ Go Local กันแบบระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิตอันสุขสงบของชุมชนท้องถิ่น ขณะเดียวกัน ชุมชนเองก็ต้องคิดรอบด้านว่า คุ้มค่าหรือไม่ที่จะเปิดบ้านรับแขกผู้มาเยือน เพราะความสุข ความเป็นส่วนตัวส่วนหนึ่งต้องเสียไปอย่างแน่นอน
           

 (หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1162 วันที่ 12 -18 มกราคม 2561)
Share:

ปาโป่ง ปาเป้า แห่งปี งานฤดูหนาวของดีมีอยู่(แต่น้อย)

จำนวนผู้เข้าชม Counter for tumblr

ไม่ได้เป็นคนแถวนี้ แต่ก็มีภาพจำความเป็นงานฤดูหนาวเมืองลำปางพอที่จะบอกกล่าว เล่าสู่กันได้ ถึงความเปลี่ยนแปลง ความไม่เปลี่ยนแปลงของงานที่เรียกว่าเป็นงานปี จัดต่อเนื่องมาหลายสิบปีแล้ว คนที่เกิด โตมากับลำปาง อาจบอกได้ว่ามันก็เป็นแบบนี้มาหลายปีดีดัก มีโซนขายของ ทั้งของใช้ ของกินแบบบ้านๆ และก็มีโซนหน่วยราชการ ที่ไม่ต้องอธิบายก็รู้ว่าเป็นราชการ

เวทีคอนเสิร์ตที่มีนักร้องคิวทองมาเยือนลำปางกันทุกคืน  สร้างความสุขสนุกสนานจนเกือบถึงคืนสุดท้าย ก็สงบด้วยดี แต่จะสุดท้ายก็กลายเป็นข่าวดังทั่วประเทศ เมื่อโจ๋เมืองรถม้าตีรุมตีนใส่กันกลางเวทีคอนเสิร์ต ปู พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์

นอกจากนี้ยังมีอีกสามโซนหลักๆ โซนร้านค้า ขายเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องหนัง ของใช้สารพัดสารพัน โซนหน่วยงานรัฐ-เอกชน และโซนปาเป้า ปาโป่ง แต่ไม่มีโซนไหน หนาแน่น อบอุ่น คับคั่ง ได้ตังค์มากไปกว่าโซนปาเป้า ปาโป่งอีกแล้ว 

และด้วยวิธีเชิญชวน ด้วยสาวนุ่งสั้น ทั้งสาธิตให้ดู เชิญชวน พูดจนเหมือนต้องมนต์ ถูกสะกดจิตว่า การปาเป้า ปาโป่ง ดอกละ 20 บาท 3 ดอก 50 บาท  บิงโก 3 แผ่น 20 บาท 8 แผ่น 40 บาท ไปเลยเพ่..... ได้ไม่ยาก ปาโป่งแตก ชนะบิงโกเอาตุ๊กตาตัวโตๆไปเลย แล้วแมงเม่าก็เลยบินเข้ากองไฟกันไม่ขาดสาย

ความจริงตุ๊กตาตัวโตๆที่ร้านปาเป้า ปาโป่ง ห้อยไว้ล่อตา ล่อใจลูกค้านั้น เขาซื้อเหมาโหลมาราคาถูกๆ ส่วนใหญ่จากโรงงานผลิตแถวจังหวัดราชบุรี เป็นตุ๊กตาเกรดC ที่ไม่ค่อยเห็นขายตามร้านขายตุ๊กตาทั่วไป นอกจากเอามาใช้ในร้านประเภทนี้

ต้นทุนของร้านปาเป้า ปาโป่ง นอกจากจ่ายให้กับเจ้าของคาราวานที่ประมูลงานได้แล้ว เรียกว่าต่ำมาก แต่ได้กำไรสูง ประมาณการจากจำนวนลูกค้า เวลาที่ใช้ในการปาเป้า ปาโป่ง แล้วเรียกลูกค้าใหม่เข้ามา น่าจะมีหลายหมื่นขึ้น เฉลี่ยอาจจะสูงกว่าผัดไทย 20 ขนมเบื้องสีสันจิ๊ดจ๊าด น้ำหวานแดงจัด ส้มจัด เขียวจัดด้วยสีผสมอาหาร ที่นานๆอาจจะปล่อยของได้สักชิ้นหนึ่ง

เมื่อร้านปาเป้า ปาโป่ง เป็นแหล่งรายได้หลัก ที่แทบจะเลี้ยงได้ทั้งงาน ก็ต้องยกให้เขาเป็นเจ้าของงานไป
ส่วนกลุ่มที่น่าจะเป็นหน้าตา เป็นตา เป็นเจ้าของงานตัวจริง คือหน่วยงานรัฐ หน่วยราชการในปีที่ผ่านๆมา นอกจาก ปตท. ปูน โรงไฟฟ้าแม่เมาะ  ที่ดูเอาจริง เอาจังในพื้นที่ สามารถเรียกแขกได้พอสมควร แล้ว ปีนี้ โซนหน่วยงานรัฐ โซนอำเภอ ก็ยังเงียบเหงา เศร้าซึม เหมือนเช่นเคย นานๆ จะมีคนเดินหลงเข้าไปสักคน
แน่นอนว่า มิใช่สินค้าในชุมชน หรือผลิตภัณฑ์ จะขายไม่ได้ หรือขี้เหร่กว่าสินค้าโซนชาวบ้าน แต่การจัดดิสเพลย์ หรือวิธีการเชิญชวนผู้คนไม่มี ปล่อยให้เป็นไปตามวิถีธรรมชาติ หรือว่ากันไปตามมีตามเกิด ความสนใจ รายได้ก็เลยตามมีตามเกิดไปด้วย

ที่น่ายินดีในโซนหน่วยราชการปีนี้ ก็คือ การจัดระเบียบร้านค้า ที่จัดแสดงงานท้องถิ่นเป็นกลุ่มก้อน และมีระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น

ถ้าเราคิดว่า งานฤดูหนาว คืองานประจำปี ที่ก็ต้องจัดกันไปตามหน้าที่ ให้มีคนมาประมูลงาน แล้วก็ไปบริหารจัดการเรียกเงินคืนกันเอง ด้วยวิธีการเปิดร้านปาเป้า ปาโป่ง เก็บภาษีเถื่อนริมถนน ด้วยคนที่ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการรับฝากและเรียกเงินค่าจอดบนถนนหลวง ก็ทำกันไปไม่ต้องคิดอะไรมาก

แต่ถ้าเห็นว่า งานฤดูหนาว ควรเป็นงานที่แสดงคุณค่าของความเป็นลำปางบ้าง ปีหน้าก็ควรคิดใหม่ว่าจะเปลี่ยนภาพจำปาเป้า ปาโป่งนี้อย่างไร  

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1162 วันที่ 12 -18 มกราคม 2561)
Share:

สังคมดาวแปดแฉก ประจำฉบับที่ 1162

จำนวนผู้เข้าชม Counter for tumblr

ลูกโม่.38 เข้าเวรตามปกติแล้วหลังจากที่หยุดปีใหม่ไปชาร์จพลัง *******  ความซื้อสัตย์ไม่เคยชนะ “เงิน” ได้มาตลอด  ********* หลายคนจับตามองรัฐบาลชุดรัฐประหารจะนำชาติพ้นวิกฤตทางการเมืองกับกู้ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำหรือจะนำพาประเทศเพิ่มความขัดแย้งเพิ่มขึ้น เหมือนกับว่าเขาอิเหนาเป็นเสียเอง *********  จากสถิติช่วง 7 วัน อันตรายวันหยุดยาวในเทศกาลวันส่งท้ายปี 2560 ต้อนรับปีใหม่ 2561  เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ-เจ้าหน้าที่กู้ภัย ต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อเตรียมช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยว  **** แม้ว่าหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยจะออกมารณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุ เมาไม่ขับ ง่วงไม่ขับ คาดเข็มขัด สวมหมวกนิรภัย อย่าขับเร็ว แต่ก็ยังมีการสูญเสียชีวิต บาดเจ็บ สาเหตุเพราะไม่ปฏิบัติตามกฎของข้อปฏิบัตินั่นเอง  *********  ในส่วนของตำรวจภูธรจังหวัดลำปางทางผู้บังคับบัญชาระดับสูง พล.ต.ท.พูลทรัพย์  ประเสริฐศักดิ์  ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค5 เป็นห่วงความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว ได้สั่งการให้ตำรวจทุกแห่งในเขตรับผิดชอบห้ามลาป่วยเด็ดขาด  *********  พล.ต.ต.นิยม  ด้วงสี ผบก.ภ.จ.ลำปาง จึงเข้มงวดออกตรวจจุดบริการทุกจุด โดยแบ่งให้รอง ผบก.กระจายออกตรวจเช่นกัน ********* อย่างถนนสายลำปางห้วยเป้งเป็นถนนสายมุ่งสู่แหล่งท่องเที่ยว พ.ต.อ.รัฐการ  สุรงคบพิต ผกก.สภ.บ้านเอื้อม สั่งการให้ตำรวจออกตรวจตามถนนอย่างเข้มงวด คนที่เหนื่อยสุดๆ คือ พ.ต.ท.สมาน  มหาวัน  สวป.ต้องคุมทีมทำงานคู่กับลูกน้องหามรุ่งหามค่ำ หมดสิทธิ์เที่ยวหรือร่วมสังสรรค์กับครอบครัวเพื่อนพ้องน้องพี่  ********* ระยะนี้ลำปางมีคนต่างด้าวเข้ามาอย่างถูกต้องและไม่ถูกต้องจำนวนมาก เข้ามาทำงานตามโรงงานตามร้านค้า ไม่ทราบว่าทาง  พ.ต.ท.พรต เศรษฐกร สว.ตม.ลำปาง หาทางป้องกันอย่างไรบ้าง ชาวบ้านเขาเป็นห่วงในความปลอดภัยเพราะคนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในชุมชน ********* เข้มแข็งมาตลอดด้วยบุคลิกคล่องตัวแถมมีมนุษยสัมพันธ์เยี่ยมกับทุกคน คือ ร.ต.อ.สุมิตร ปิงวัง รอง สว.จร.สภ.เมืองลำปาง  นั่นเอง อีกไม่นานคงได้เป็นสารวัตรแน่นอน ขอเอาใจช่วยและลุ้นช่วยอยากให้ตำรวจน้ำดีมีที่ยืนมากขึ้น ********* ชาวบ้านในย่านถนนสายเกาะคา-นาก่วมใต้และผู้ใช้รถเดือดร้อนเนื่องจากมีร้านจำหน่ายแบตเตอรี่ร้านหนึ่งอยู่ติดกับร้านซ่อมหม้อน้ำนำป้ายโครงเหล็กมาวางในเขตถนนอย่างไม่เกรงใจใคร วอน พ.ต.ท.ศราวุธ  วะเท รองผกก.จร.สภ.เมืองลำปาง มาตรวจสอบหน่อย เพราะพื้นที่ผิวถนนเป็นความรับผิดชอบของตร.จร.ส่วนบนฟุตบาธเป็นความรับผิดชอบของเทศกิจ *********  ตามร้านขายสินค้าโต้รุ่งทั้งกลางวันและกลางคืนที่ใครๆชอบใช้บริการ ขณะนี้เพิ่มสินค้าให้จำหน่ายอีกคือยาบ้า คนขายก็คือเจ้าหน้าที่ประจำร้านนั่นเอง ฝากผู้มีหน้าที่โดยตรงตรวจสอบหน่อย สาขาที่ควรตรวจสอบคือย่านศูนย์ราชการ ตามข้อมูลของผู้ปกครองที่ได้แจ้งมา เพราะเจ้าหน้าที่สาวประจำร้านขายให้หนุ่มคู่ขานั่นเอง  **********  หลายวันก่อนลูกโม่.38 มีโอกาสพบและคุยกับ พ.ต.อ.นิคม  เครือนพรัตน์ รอง ผบก.ภ.กาญจนบุรี  ขณะเดินทางมาอวยพรขอพรผู้หลักผู้ใหญ่ท่านหนึ่งก็ยังเหมือนเดิม เข้ามาคุยเข้ามาทักทายอย่างเป็นกันเอง เมหือนครั้งที่ท่านยังเป็น ผกก.สภ.เมืองลำปาง  *******  ส่วนโอกาสหน้าการปรับโผโยกย้ายตำรวจระดับรองสารวัตร สารวัตร และนายตำรวจระดับรองผู้การและผู้การที่คาดว่าโผอาจคลอดก่อนเมษายน61 นี้ มนส่วนของตำแหน่งรองผู้การลำปางว่างอยู่ 2 ตำแหน่ง แว่วว่ามีคนจองกฐินไว้หลายคนแล้ว แต่ละคนล้วนแต่เหล็กเส้นกระเป๋าหนาทั้งนั้น  ******* แต่รายนี้โอดครวญมาตลอดถึงกับปลงคือ พ.ต.อ.นันท์วิทย์  เทียมบุญธง  รอง ผบก.ภ.จ.ลำปาง  ถูกดองอยู่ในตำแหน่งนี้จะถึง 9 ปี อยู่แล้ว ยังไม่ได้ขึ้นเป็นผู้การสักที ทั้งที่มีกระสุนเพียบแถมมีเส้นหนาทางทหารอีก ตำรวจด้วยกันถึงกับงงมาจนถึงทุกวันนี้  ********* ยาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้ายังมีทะลักทะล้นเข้ามาในไทยอยู่เรื่อยๆไม่รู้จักหมดแม้หน่วยงานจะออกมารณรงค์ต่อต้านก็ตามแต่ก็ยังมีให้จับอย่างต่อเนื่องและรุนแรง  ****** การฝึกหลักสูตรผู้บังคับและสุนัขดมกลิ่นตรวจค้นยาเสพติดจึงเป็นอีกโครงการหนึ่งของ สนง.ตร.แห่งชาติในส่วนภาค 5 เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2561 พล.ต.ท.พูลทรัพย์  ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 มอบหมายให้ พล.ต.ต.ภาณุเดช  บุญเรือง รอง ผบช.ภ.5 (รับผิดชอบงานยาเสพติด) เดินทางมาเป็นประธานการปิดฝึกอบรมทบทวนสุนัขดมกลิ่นที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค5 อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง  ******  โดยมีครูฝึกสุนัขและสุนัขดมกลิ่น 10 นาย ผู้บังคับสุนัข 25 นาย ส่วนสุนัขดมกลิ่นยศตำรวจตรี สายพันธุ์ลาบราดอร์ จำนวน 20 ตัว สายพันธุ์บีเกิ้ล 4 ตัว สายพันธุ์เยอรมันเชฟเพิร์ด 1 ตัว รวม 25 ตัว และมีนักเรียนจากโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัยจำนวน 200 คน เข้ามาศึกษาและชมการสาธิตการฝึกสุนัขด้วย  ***** โครงการนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 ธ.ค. 2560-11 มกราคม 2561 รวมระยะเวลาการอบรม 30 วัน  ****** หมดพื้นที่ลูกโม่.38 แล้ว ฉบับหน้าพับกันใหม่

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1162 วันที่ 12 -18 มกราคม 2561)
Share:

ความตายคืออุตสาหกรรมสื่อ คนทำสื่อไม่มีวันตาย !

จำนวนผู้เข้าชม Counter for tumblr

ยายความจากที่ “จอกอ” ตอบคำถามอาจารย์สุภาพร โพธิ์แก้ว แห่งคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในรายการ “สื่อสันติภาพ จับจ้องมองสื่อ” หัวข้อ “ความท้าทาย โอกาส และความหวังของคนทำสื่อปี 2561 วิทยุจุฬา CU Radio 101.5 MHz เมื่อวันอาทิตย์ (7) ที่ผ่านมา ว่า ความตายที่ปรากฏในวันนี้ มิใช่ความตายของสื่อ หากแต่เป็นความตายของอุตสาหกรรมสื่อ

แปลว่า เมื่อกิจการสื่อเติบโต ขยายตัว จนมีคนเห็นช่องทางว่า นอกจากบทบาทของสื่อในการสร้างอำนาจ อิทธิพล ที่สำคัญกันมาผิดๆว่า เป็น “ฐานันดรสี่” แล้ว สื่อยังมีโอกาสสร้างผลกำไรในทางธุรกิจด้วย

ในยุคก่อนการลงทุนในธุรกิจสื่อ เป้าหมายหลักคือการสร้างอำนาจ อิทธิพล รวมทั้งปกป้องผลประโยชน์ทางธุรกิจ ซึ่งมีทั้งธุรกิจเปิดเผยและธุรกิจใต้ดิน นายทุนสื่อจึงล้วนมีเบื้องหน้า เบื้องหลัง เป็นนักธุรกิจ เป็นนักการเมือง เป็นตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ

เมื่อเกิดตลาดหุ้นขึ้นเมื่อสามทศวรรษก่อน กิจการสื่อหลายแห่ง ต่างเข้าไปจดทะเบียนเป็นบริษัทในตลาดหุ้น เพื่อระดมทุนจากคนทั่วไป ในแง่หลักการ พวกเขาอธิบายว่า ประชาชนทั่วไปจะได้มีส่วนร่วมเป็นเจ้าของสื่อ เป็นผู้กำหนดทิศทาง และกำหนดเนื้อหาที่จะตอบสนองความพึงพอใจของผู้บริโภคข่าวสารเอง

“จากนี้ไป เราจะเป็นกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพในวงการหนังสือพิมพ์ไทยกลุ่มเดียว ที่กล่าวได้อย่างภาคภูมิใจว่า เป็นกลุ่มที่ “มหาชน” มีส่วนเป็นเจ้าของ ไม่เพียงแต่ต้องพิสูจน์ผลงาน “วันต่อวัน” ต่อผู้อ่านเท่านั้น ยังต้องพิสูจน์ผลการดำเนินงานต่อผู้ถือหุ้นทั้งปวงอีกด้วย”

คำประกาศของผู้บริหารองค์กรสื่อ องค์กรหนึ่ง ในยุคเฟื่องฟู และเหยียดหยันกิจการหนังสือพิมพ์ในยุคเดียวกันนั้นว่า เป็นกิจการในครอบครัว หรือเป็นของคณะบุคคลเพียง 2 3 คน ที่คิดและตัดสินใจ โดยยากที่คนอื่นจะเข้าไปรับรู้และตรวจสอบ ความเจริญรุ่งเรืองและความเสื่อมทรุด เป็นเรื่องเฉพาะของคนส่วนน้อยเท่านั้น

ไม่นานนักก็พิสูจน์ว่า คำว่ามหาชนนั้น คือมหาทุนทั้งหลายที่ล้วนมีบาดแผล และวาระแอบแฝง ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเป็นหุ้นใหญ่ มหาชนที่เป็นชาวบ้าน เป็นคนบริโภคข่าวสาร เป็นคนเล็ก คนน้อย ไม่ได้มีส่วนร่วมในกิจการมหาชนนั้นเลย

ที่เลวร้ายยิ่งไปกว่านั้น ความเป็นบริษัทมหาชน กลับซุกซ่อนความผิดพลาด ล้มเหลวไว้มากมาย ความเป็นบริษัทมหาชน ช่วยสร้างฐานะ ความร่ำรวย และมีบันทึกไว้ว่า นี่คือกิจการที่ผู้บริหารองค์กรเคยมีรายได้สูงสุดในกลุ่มองค์กรสื่อด้วยกัน

กลุ่มกิจการหนังสือพิมพ์ ที่บริหารในรูปแบบครอบครัว หรือเป็นของคนเพียงไม่กี่คน แม้จะถูกพายุความเปลี่ยนแปลงพัดกระหน่ำอยู่บ้าง แต่พวกเขายังคงมั่นคง และสามารถยืนอยู่ได้บนซากปรักหักพังของบริษัทมหาชน ของกิจการที่พยายามก้าวกระโดดไปเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

ในช่วง “ขาขึ้น” ของบริษัทสื่อในตลาดหุ้น  มีการเติบโตแบบกระจายตัว หรือ Diversification อย่างรวดเร็ว มีทั้งกระจายไปสู่ธุรกิจประเภทอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกับธุรกิจสื่อสารมวลชน เช่น ร้านขายหนังสือ หรือแตกต่างอย่างมาก เช่น สนามกอล์ฟ โรงแรม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

การคาดคะเน ผลสำเร็จทางธุรกิจจากการที่มีเงินไหลเข้ามาจำนวนมาก คือการกระจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจหลายๆประเภท ซึ่งน่าจะมีโอกาสสร้างผลกำไรรวมมากขึ้น

แต่นั่นคือการ ดีดลูกคิดรางแก้ว คือการทำสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัด ไม่เชี่ยวชาญ ไม่รู้จริง

“จอกอ” สรุปความเห็น เรื่องความท้าทาย โอกาส และความหวังของคนทำสื่อปี 2561 ว่า เลิกคิดการใหญ่ ลดอัตตา ลดความปรารถนา ที่จะร่ำรวยมั่งคั่งจากอาชีพสื่อ และกลับมาทำสิ่งที่ตัวเองรัก ที่ชอบ ที่เชี่ยวชาญ เราจะเป็นคนผลิตงานสื่อเล็กๆที่มีความรับผิดชอบ  ที่รู้ว่าใครอ่าน ใครดู ใครฟัง โดยที่สื่ออื่นทดแทนไม่ได้  แล้วเราจะพบคำตอบว่าเราอยู่รอดได้

พื้นที่ของเราอาจจะไม่ใหญ่โตมากนัก แต่ขอให้ทุกตารางนิ้วคือความสุขที่ได้เป็นคนทำสื่อ เท่านี้ก็เพียงพอ

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1162 วันที่ 12 -18 มกราคม 2561)
Share:

กินแห้วมันเป็นเช่นนี้

จำนวนผู้เข้าชม Counter for tumblr

มีประเด็นที่คนพูดถึงกันวงกว้างเรื่อของสนามบินนานาชาติแห่งที่2 ของภาคเหนือ  ลำปางที่ก่อนหน้านี้ คนลำปางก็เชียร์กันหนักหนา กับข่าวที่ว่า มันเป็นไปได้ ให้เสนอพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมที่อำเภอห้างฉัตร นับพันไร่เป็นพื้นที่เป้าหมาย โครงการสนามบินจามเทวี ฟังดูชื่อโครงการก็แปลกๆว่า เขาตั้งชื่อสนามบินใหม่ว่า สนามบินนานาชาติพระนางจามเทวี จะลงทุนไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 90,000 ล้านบาท หอการค้าลำปางมีข้อเสนอเชียร์ให้สร้างที่ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง หรือ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน เป้าหมายแรก บริเวณ อ.ดอยหล่อ หรือ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

ล่าสุดข่าวจากผู้ว่าลำปางทรงพล สวาสดิ์ธรรม พร้อม รองผู้ว่าฯศรีโจรน์ นิมมานพัชรินทร์ ก็ยืนยันว่า ลำปางหลุดเป้าหมายไปแล้ว แถม เป็นพื้นที่ใหม่ที่บ้านธิลำพูน ..โอ้ววว..ก่อนหน้านี้ อีกาดำบอกแล้วว่า ข่าวลม ที่เขาช่วยกันชม ช่วยกันปั้นให้เห็นเป็นเมฆเลาๆ ให้เดากันไป มากมาย

แต่สุดท้าย ไม่ต้องเดา ใช้งบรัฐบาล จ้างที่ปรึกษา ศึกษาความเป็นไปได้กันเถอะ..แน่นอน  และนั้นก็เป็นเมฆวิมานปูทาง สำหรับงบประมาณ ศึกษาความเป็นไปได้ทั้งหลายทั้งปวง

สำหรับพื้นที่ที่มีศักยภาพในการก่อสร้างโครงการสนามบินนานาชาติแห่งที่ 2 เขตอำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน ซึ่งบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ได้เคยทำการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ไว้แล้ว โดยประเมินที่ตั้งท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่แห่งใหม่ไว้ที่ ต.บ้านธิ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน

กระนั้นลำปางก็เลยต้องรับกระทุ้งดันแผนพัฒนาขยายรันเวย์ให้เสร็จเร็วพลันตามเป้าหมาย ให้จังหวัดลำปางได้มีโอกาสเติบโต ก่อนที่สนามบินนานาชาติจะเกิด

น่าเสียดายที่ ภาครัฐและเอกชนก็หลงทางไปกับโครงการหอมหวานสนามบินนานาชาติแห่งใหม่ หลงลืม จะผลักดันให้พัฒนาสิ่งที่มีอยู่ขึ้นมาใช้ประโยชน์ก่อนอย่างต่อเนื่อง ดั่งโบราณว่า ใกล้เกลือกินด่าง ทั้งที่รู้ว่าจะได้กินแห้ว..ว.ว. 

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1162 วันที่ 12 -18 มกราคม 2561)
Share:

สตง.งัดข้อ 'กิตติภูมิ' เรียกคืนเงินกองทุน

จำนวนผู้เข้าชม

สตง.เรียกคืนเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพ จ่ายค่าเช่าเครื่องเสียง ทั้งที่ชุมชนมีการจัดซื้อเครื่องเสียงอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเช่าอีก แนะให้ตรวจสอบกลั่นกรองโครงการก่อนที่จะอนุมัติ  กิตติภูมิยันไม่ใช่เรื่องใหญ่ ชี้แจงแล้วตามขั้นตอน

กรณีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ได้ตรวจสอบงบประมาณประจำปี 2559  ของเทศบาลนครลำปาง ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 58 ถึงวันที่ 30 ก.ย. 59  และมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการตั้งงบประมาณไม่เป็นไม่ตามเกณฑ์ตามที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด โดยรายละเอียดระบุว่า

เทศบาลนครลำปางได้ตั้งงบประมาณเป็นค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารเทศบาลนครลำปาง เพื่อจ่ายเป็นค่าประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารและการปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ โดยการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์และการจัดงานต่างๆ  เช่น การจัดทำสื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ จดหมายข่าว แผ่นพับ วารสารฯลฯ ไว้ในแผนงานบริหารงานทั่วไป หมวดค่าใช้สอยประเภทรายจ่ายเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการที่ไม่เข้าลักษณะรายจ่ายหมดอื่น และได้เบิกเป็นค่าจ้างจัดทำรายการกิจการประจำปี 2558 ของเทศบาลนครลำปาง เป็นเงิน 335,000 บาท ตามฎีกาเลขที่คลังรับ 9670 ลงวันที่ 1 ก.ย. 59  ซึ่งค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารของเทศบาลนครลำปางที่ตั้งงบประมาณและเบิกจ่ายไม่ปรากฏอยู่ในการจำแนกประเภทงบประมาณรายจ่ายประเภทรายจ่ายเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติราชการที่ไม่เข้าลักษณะรายจ่ายหมวดอื่นแต่อย่างใด

 และการออกกำลังกายที่มีลักษณะต่อเนื่องทั้งปี  และบางโครงการมีการจัดโครงการเป็นประจำต่อเนื่องจากปีก่อนจำนวน 10 โครงการ มีการเบิกจ่ายค่าเช่าเครื่องเสียง ตั้งแต่ 6,000 -38,000 บาทต่อโครงการ  อีกทั้งภาพถ่ายประกอบการรายงานผลดำเนินงาน เครื่องเสียงที่มีการเช่าเป็นเครื่องเสียงที่มีราคาไม่เกิน 5,000 บาท โดยข้อมูลจากการจัดซื้อของโครงการที่ขอรับสนับสนุนเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์จำนวน 18 โครงการ จัดซื้อเครื่องเสียงในลักษณะเดียวกันจากร้านค้าเครื่องละ 5,000 บาท ทั้งหมด 18 ชุมชน  โดยกองทุนหลักประกันสุขภาพสามารถพิจารณาสนับสนุนกลุ่ม ประชาชน และหน่วยงานได้ ตามประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการและบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ พ.ศ.2557   เป็นที่น่าสังเกตว่ามีโรงเรียน 4 แห่ง จัดทำโครงการแกว่งแขนลดพุ่งมุ่งสู่สุขภาพดี  โดยมีการเช่าเครื่องเสียงจำนวน 36 ครั้ง ครั้งละ 200 บาท  เป็นเงินโรงเรียนละ 3,200 บาท คิดเป็นเงิน 28,800 บาท

เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีการจ่ายค่าเช่าเครื่องเสียง เป็นค่าใช้จ่ายหลักในการดำเนินกิจกรรมของโครงการ เช่นกิจกรรมออกกำลังกาย มีค่าเช่าเครื่องเสียงในจำนวนที่สูง เมื่อเปรียบเทียบกับราคาที่สามารถจัดซื้อครุภัณฑ์ได้ในราคาไม่เกิน 5,000 บาท  และครุภัณฑ์ยังสามารถนำไปใช้ในกิจกรรมโครงการอื่นๆของชุมชน และหน่วยงานอื่นๆต่อไปได้  สาเหตุจากคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพ ไม่มีข้อมูลของกลุ่ม ประชาชน  หน่วยงานที่มาขอรับเงินสนับสนุนเพียงพอ เพื่อนำมาใช้ในการอนุมัติโครงการ  โดยคณะอนุกรรมการกลั่นกรองไม่มีการสำรวจข้อมูลก่อนการพิจารณาโครงการ และไม่ใช้ข้อมูลมาประกอบการพิจารณาโครงการ ส่งผลให้สูญเสียงบประมาณจำนวนมากและต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

เทศบาลนครชี้แจงว่า จะพบปัญหาในภายหลังจากที่มีการจัดซื้อครุภัณฑ์แล้ว เป็นสิ่งที่คณะอนุกรรมการกองทุนฯ สามารถกำหนดมาตรการและแนวทางการใช้ครุภัณฑ์ การเก็บรักษา และการบำรุงรักษาให้กับกลุ่ม องค์กร หน่วยงานที่ขอรับการสนับสนุนได้  ซึ่งการชี้แจงดังกล่าวไม่สามารถรับฟังได้

ทาง สตง.จึงเสนอแนะให้เรียกเงินคืนกองทุนฯโดยเร็ว กรณีที่โรงเรียน 4 แห่ง มีค่าเช่าเครื่องเสียงในการจัดกิจกรรม 28,800 บาท และกำชับให้คณะอนุกรรมการและคณะกรรมการในการพิจารณาอนุมัติโครงการต่างๆให้รัดกุมและรอบคอบมากขึ้น   ในส่วนของชุมชน 18 ชุมชน มีมีการขออนุมัติโครงการจัดซื้อเครื่องเสียงแล้ว แต่ยังมีค่าใช้จ่ายค่าเช่าเครื่องเสียงสำหรับโครงการอื่นอีก ให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่ามีการนำเครื่องเสียงมาใช้สำหรับเบิกค่าเช่าโครงการอื่นๆของชุมชนหรือไม่  หากเกิดความเสียหายต่อทางราชการให้ดำเนินการเรียกเงินค่าเช่าเครื่องเสียงคืนกองทุนโดยเร็ว   และให้กรรมการกองทุนฯ สั่งให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองสำรวจข้อมูลกลุ่มหรือองค์กรชุมชน หรือหน่วยงานที่ขอรับการสนับสนุน ว่ามีกลุ่มหรือองค์กรหรือหน่วยงานใดที่มีเครื่องเสียงใช้ในการดำเนินการอยู่แล้ว  แต่ขอรับการสนับสนุน ให้เรียกเงินค่าเช่าเครื่องเสียงคืนกองทุนโดยเร็ว แล้วรายงานข้อมูลการสำรวจให้คณะกรรมการกองทุน เพื่อประกอบการพิจารณาในการอนุมัติโครงการต่อไป  กรณีที่มีการอนุมัติโครงการ ที่มีการจัดซื้อครุภัณฑ์ให้คณะกรรมการกองทุนกำหนดมาตรกาและแนวทางการใช้ครุภัณฑ์ การดูแลรักษา และการบำรุงรักษาให้กับหน่วยงานที่ขอรับการสนับสนุน และสั่งการให้คณะอนุกรรมการติดตามประเมินผล กำกับดูแลการใช้ประโยชน์จากครุภัณฑ์ดังกล่าว

ด้านนายกิตติภูมิ นามวงศ์ นายกเทศมนตรีนครลำปาง กล่าวว่า ในเรื่องนี้ทางเทศบาลได้มีการชี้แจงไปยัง สตง.เรียบร้อยแล้ว  เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา  ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่มีการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ ทางเทศบาลได้รับการท้วงติงมากกว่า 100 เรื่อง แต่เมื่อมีความเข้าใจไม่ตรงกันก็ชี้แจงทำความเข้าไปไป ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1162 วันที่ 12 - 18 มกราคม 2561)
Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support