ได้แค่คืบ...

มหากาพย์เทศบาลเมืองเขลางค์นคร อีก 49 วันหมดสัญญา ก่อสร้างได้แค่ 21 เปอร์เซ็นต์ ผู้รับจ้างยื่นแผนวิกฤตขอขยายเวลาก่อสร้างถึงเดือน ต.ค. 60 ขณะที่ต้องโดนปรับวันละ 1.8 แสนบาท และรับภาระค่าเช่าสำนักงานอีกเดือนละ 1 แสน เหตุสร้างไม่ทันตามเวลาที่กำหนด ขณะที่อดีตบริษัทรับช่วงยื่นฟ้องถูกหลอกให้รับงาน เรียกค่าเสียหายกว่า 150 ล้านบาท

ซัด50หลัง...

กำลังทหาร ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนที่ประสบพายุพัดถล่ม เบื้องต้นพบความเสียหายประมาณ 50 หลัง ที่เหลือยังอยู่ระหว่างสำรวจ เพื่อให้การช่วยเหลือ

ไฟลุก...

โชว์เฟอร์รถบรรทุกขนข้าวโพดจาก จ.น่าน ไปส่งโรงานที่ จ.ลำพูน ขณะวิ่งขึ้นดอยรถกำลังตกกะทันหัน จนต้องเร่งเครื่องช่วยทำให้มีเสียงระเบิดในห้องเครื่องก่อนเกิดไฟลุกไหม้ คนขับหนีตายแทบไม่ทัน

วันเสาร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2560

สรุปมาตรการใช้รถใช้ถนน แบบไม่งงเด้...ไม่งงเด้ (1)

จำนวนผู้เข้าชม webs counters

คสช. ใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย และความปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ผมสรุปสาระสำคัญของมาตรการดังกล่าวมาให้เข้าใจกันง่ายๆ ดังต่อไปนี้ครับ

* ให้ตำรวจมีอำนาจในการเคลื่อนย้ายรถ การจอดรถในพื้นที่ห้ามจอด

นอกจากฝ่าฝืนกฎหมายจราจรแล้ว ยังสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน เป็นเหตุให้รถติด เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ และไม่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งข้อกฎหมายใหม่นี้มีความเข้มงวดและจริงจังมากขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถใช้เครื่องมือไม่ให้รถคันดังกล่าวไม่ให้รถเคลื่อนย้ายได้ อาจใช้วิธีการล็อคล้อ หรือวิธีการอื่นที่ผู้บังคับบัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนด รวมถึงมีอำนาจเคลื่อนย้ายรถไปยังพื้นที่ที่ควบคุมดูแลใกล้เคียง เช่น สถานีตำรวจ  

มาตรการดังกล่าว นับเป็นข้อดีที่ช่วยให้การจราจรมีระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น สามารถเคลื่อนย้ายรถที่อาจขัดขวางการเดินรถทำให้การจราจรติดขัดได้อย่างรวดเร็ว แต่ในส่วนเจ้าของรถหรือผู้ขับขี่หากกระทำผิดต้องเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่าย ที่รถถูกเคลื่อนย้าย หรือใช้เครื่องมือไม่ให้รถเคลื่อนที่ (ล็อคล้อ) ตลอดจนค่าดูแลรักษารถระหว่างที่อยู่ในความครอบครองของเจ้าพนักงาน อีกทั้งเจ้าพนักงานจราจร หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ไม่ต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน ยกเว้นความเสียหายที่เกิดจากความจงใจ หรือประมาท 

สรุป ถ้าเราจอดรถขวางการจราจร ในที่ห้ามจอด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเคลื่อนย้ายรถ หรือล็อคไม่ให้รถเคลื่อนที่ได้ทุกเมื่อ และเจ้าของรถต้องไปเสียค่าปรับ ค่ายกรถ รวมถึงค่าดูแลรักษาด้วย โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่รับความผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น เว้นแต่จงใจหรือประมาท

* คนขับและผู้โดยสารทุกตำแหน่ง ต้องรัดเข็มขัด

ที่ผ่านมาประเทศไทยมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตมากเป็นอันดับ 2 ของโลก (ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกปี 2557) จึงจำเป็นต้องมีมาตรการให้มีความปลอดภัย ลดการสูญเสียได้มากที่สุด   โดยมาตรการใหม่นี้ได้ระบุไว้ว่า สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลต้องรัดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง (ตามตำแหน่งเข็มขัดนิรภัยที่ติดตั้งในรถคันดังกล่าว) ไม่ว่าจะเป็นคนขับ หรือผู้โดยสาร   หากเป็นรถโดยสารสารธารณะ รถตู้ รถแท็กซี หรือรถทัวร์ ต้องรัดเข็มขัดนิรภัยด้วยเช่นกัน โดยคนขับต้องแจ้งให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัดนิรภัยก่อนออกรถ หรือจะต้องติดป้ายแจ้งเตือนให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทาง   หากคนขับรถได้แจ้งไปแล้ว แต่ผู้โดยสารไม่ปฏิบัติตาม หรือปลดออกระหว่างทาง ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบ ต้องถูกปรับทั้งคนขับและผู้โดยสาร ยกเว้นคนขับได้ยืนยันว่าบอกให้ผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัยไปแล้ว แต่ผู้โดยสารไม่ยอมคาด ทางคนขับจะไม่ถูกปรับ และปรับเฉพาะผู้โดยสาร   โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูที่เจตนาเป็นหลัก

ส่วนรถกระบะที่ติดตั้งหลังคาด้านหลังเพิ่มเติม ให้ดูว่ามีการจดทะเบียนไว้แบบใด มีกี่ที่นั่ง ก็ให้คาดเข็มขัดตามจำนวนที่นั่งที่ระบุไว้ ส่วนรถสองแถว ตามโครงสร้างรถไม่สามารถติดตั้งเข็มขัดนิรภัยได้ แต่จะใช้มาตรการอื่นควบคุมดูแลกันต่อไป   สำหรับค่าปรับ หากเจ้าหน้าที่ของกรมการขนส่งทางบกตรวจพบ ผู้ประกอบการถูกปรับ 50,000 บาท คนขับและผู้โดยสารปรับ 5,000 บาท แต่หากเป็นกฎหมายตาม พรบ. จราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคนจับกุม รถโดยสารสาธารณะจะถูกปรับ 1,000 บาท ส่วนรถยนต์ส่วนบุคคลปรับ 500 บาท 

สรุป คนขับและผู้โดยสาร ต้องรัดเข็มขัดทุกที่นั่ง ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล และรถโดยสาร เช่น รถตู้ โดยดูที่หนังสือจดทะเบียนรถเป็นหลัก ถ้านั่ง 5 คน ก็ต้องรัด 5 ที่นั่ง ตามมาตรฐานการติดตั้งเข็มขัดนิรภัยของรถรุ่นนั้นๆ เว้นแต่รถสองแถว ต้องใช้มาตรการอื่นดูแล

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1126 วันที่ 28 เมษายน - 4 พฤษภาคม 2560)
Share:

สร้างฝายให้ดีต่อใจ ไม่ทำร้ายธรรมชาติแบบคาดไม่ถึง

จำนวนผู้เข้าชม webs counters

เหมืองฝายเป็นภูมิปัญญาในการจัดการน้ำของชุมชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย มีประวัติความเป็นมายาวนานมาก เท่าที่ปรากฏพบเป็นหลักฐานนั้น มีการกล่าวถึงเรื่องเหมืองฝายในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 1100-1200 และในสมัยราชวงศ์มังรายปกครองอาณาจักรล้านนาช่วงปี พ.ศ. 1839-2101 ได้มีการตรากฎหมายมังรายศาสตร์ที่มีการบัญญัติเรื่องระบบเหมืองฝายไว้เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนของพระองค์ นอกจากกฎหมายพญามังรายจะรักษาฝายแล้ว ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับผีฝาย โดยจะมีการสร้างหอผีฝายใกล้กับปากลำเหมืองใหญ่ เพื่อให้ผีฝายรักษาฝาย เมื่อถึงเวลาทำนา ผู้คนที่ใช้สายน้ำร่วมกันจะมาร่วมเลี้ยงผีฝายเป็นประเพณีใหญ่

มาถึงทุกวันนี้เริ่มมีข้อกังขาว่า การสร้างฝายส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ จากการที่นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมออกมาให้ข้อมูลที่เราควรเปิดใจรับฟังเพราะฝายก็เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างในโลกใบนี้ มีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง

ดร. นณณ์ ผาณิตวงศ์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งรณรงค์ให้ความรู้เรื่องการสร้างฝายที่ถูกต้องมาตลอด ใช้เวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมาศึกษาและสำรวจแหล่งน้ำจืดทั่วประเทศ ได้พบเห็นฝายหลากหลายรูปแบบดร. นณณ์เปิดเผยว่า ฝายควรสร้างในคลองที่ขุดขึ้นเพื่อส่งน้ำไปตามพื้นที่เกษตร การสร้างฝายเพื่อยกระดับน้ำเป็นช่วง ๆ ย่อมทำได้ อีกที่หนึ่งคือในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ในลำธารที่เคยมีน้ำตลอดปี แต่ปัจจุบันกักเก็บน้ำไม่ได้แล้ว การสร้างฝายเพื่อช่วยกักเก็บน้ำไว้ในพื้นที่จะช่วยให้สัตว์มีน้ำกินและป่าฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ ในลำธารที่อยู่ตามป่า ซึ่งมีช่วงแล้งเป็นปกติอยู่แล้ว เช่น ป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ ก็ควรปล่อยให้แห้งไปตามธรรมชาติ

ไม่ควรสร้างฝายที่ไหน ตรงนี้สำคัญ ดร. นณณ์บอกว่า ที่ที่ไม่ควรสร้างฝายอย่างยิ่ง ได้แก่ 1. แหล่งน้ำไหล เช่น ลำห้วยในเขตป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว การสร้างฝายเป็นการนำสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในระบบนิเวศ ไม่ควรสร้างฝายเด็ดขาด 2. ตามลำธารที่ราบ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำไหล เป็นระบบนิเวศเฉพาะที่มักจะอยู่นอกเขตอนุรักษ์ เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์น้ำอีกกลุ่มหนึ่งที่ปรับตัวอยู่ในแหล่งน้ำลักษณะนี้ เช่น กลุ่มปลากัดอมไข่ ปลาจิ้มฟันจระเข้ลำธาร และปลาซิวข้างขวาน
เกี่ยวกับวัสดุที่เหมาะสมในการสร้างฝาย ไม้ไผ่เป็นตัวเริ่มที่ดี เพราะขึ้นง่าย โตเร็ว อย่าตัดไม้ยืนต้นอื่น ๆ เพราะกว่าจะโตใช้เวลาหลายปี ดีไม่ดีเป็นพันธุ์หายากหรือเปล่าก็ไม่รู้ ใช้หินก้อนใหญ่ ๆ ฝายที่ทำจากหินเวลาฝายพังหินจะตกลงมากลายเป็นแก่งเป็นที่อยู่ของสัตว์น้ำได้ ดีกว่าใช้ดินทราย ฝายพังก็ตกทับถมทำแหล่งน้ำตื้นเขิน ทำให้น้ำเสียอีกด้วย

ดร. นณณ์เน้นย้ำว่า อย่า...อย่าใช้หิน ขุดดิน ขุดทราย ที่เป็นส่วนเดิมของลำธารมาสร้างฝายเด็ดขาด เพราะพวกนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างลำธารที่มั่นคงแล้ว เป็นบ้านของสัตว์ไปแล้ว การไปรื้อไปขุดขึ้นมา พอถึงฤดูน้ำหลาก ลำธารจะพยายามหาสมดุลใหม่ จะเกิดการกัดเซาะพังทลายวุ่นวายมากกว่าจะกลับเข้าสู่สมดุลได้ อีกข้อหนึ่งคือ อย่าใช้กระสอบพลาสติก พวกกระสอบปุ๋ย-น้ำตาล-อาหารสัตว์ พวกนี้ ดร. นณณ์ทดลองใส่ทรายวางทิ้งไว้เฉย ๆ โดนแดดโดนฝนไม่ถึงปีก็พังหมด กลายเป็นขยะพลาสติกกลางป่า

อย่างไรก็ตาม ดร. นณณ์แนะนำแบบฝายไว้ว่า อย่าสร้างเป็นกำแพงตั้งขึ้นมาตรง ๆ แต่สร้างฝายให้มีการลดระดับลงเป็นแนวลาด ทั้งฝั่งต้นน้ำและปลายน้ำ แนวลาดฝั่งต้นน้ำจะทำให้ตะกอนไหลผ่านไปได้ ไม่เกิดการตกสะสม ส่วนแนวลาดด้านน้ำไหลจะมีลักษณะคล้ายน้ำตกลาด ๆ ที่สัตว์สามารถว่ายน้ำ หรือปีนข้ามได้

เพราะฝายไม่ดีย่อมส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ 1. เป็นเหตุให้น้ำไหลช้าลง ส่งผลต่อสัตว์ที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำไหล 2. ตะกอนตกทับถมหิน ทำให้ตัวอ่อนของแมลง พืชน้ำ และสัตว์น้ำหลายชนิดไม่มีที่อยู่ 3. ทำให้น้ำลึกขึ้น แสงแดดส่องไม่ถึงก้อนหินใต้น้ำ ตะไคร่น้ำและพืชน้ำ ซึ่งเป็นอาหารของสัตว์น้ำ ไม่สามารถเติบโตได้ 4. กีดขวางการอพยพของสัตว์น้ำ ในกรณีที่สร้างฝายสูงเกินไป

ทุกวันนี้การสร้างฝายดูเหมือนเป็นตัวแทนของการงานแบบจิตอาสา ทำแล้วสุขใจ แต่เราควรหันมาใส่ใจรายละเอียดกันอีกนิดถึงความเหมาะสมด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อฝายที่เราลงแรงไปนั้น จะไม่ทำร้ายชีวิตอื่น ๆ ในผืนป่า สรุปก็คือ ฝายควรสร้างในป่าที่เคยมีความสมบูรณ์ แต่ปัจจุบันถูกบุกรุกทำลาย เก็บน้ำไม่ได้แล้ว พื้นที่ตามธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์อยู่แล้ว อาทิ ตามป่าอนุรักษ์ ก็ปล่อยให้ลำธารเป็นลำธาร อย่าไปยุ่งกับเขาดีที่สุด

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1126 วันที่ 28 เมษายน - 4 พฤษภาคม 2560)
Share:

อาถรรพ์เมืองเขลางค์

จำนวนผู้เข้าชม URL Counter
Web Tracker

ถึงวันนี้ การก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่เทศบาลเมืองเขลางค์นคร ยังคงเป็นพิมพ์เขียว ที่ยังมองไม่เห็นรูปร่างหน้าตาว่าเป็นอย่างไร ถ้าโทษว่าเป็นอาถรรพ์ของพื้นที่ที่เดิมเป็นป้าช้าเก่า จนทำให้ไม่สามารถสร้างได้สำเร็จ ก็เป็นเหตุผลที่ดี ไม่ต้องมาถกเถียงกันให้ยาวความ

แต่ถ้าจะถามความรับผิดชอบ นายกเทศมนตรีเมืองเขลางค์นคร ที่อยู่ในตำแหน่งมาตลอดระยะเวลาก่อสร้าง ควรต้องรับผิดชอบในความล่าช้า และการสิ้นเปลืองงบประมาณมหาศาลที่ต้องไปจ่ายค่าเช่าอาคารนานนับสิบปีหรือไม่

ปัญหาการยกเลิกสัญญา หาผู้รับเหมาใหม่ ก็น่าจะเป็นเรื่องปกติธรรมดาของการประมูลงานทั่วไป เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แก้ปัญหาได้ ตัดสินใจได้ที่จะตัดตอน เร่งรัดการก่อสร้างให้เสร็จ ไม่ว่าจะเป็นผู้รับเหมาช่วงรายใด

แต่คล้ายไม่มีการบริหารจัดการ ปัญหาก็วนไปวนมา เหมือนเดินขึ้นเขาวงกต จนแทบจะพูดได้ว่าในขนาดของงานก่อสร้างเช่นนี้ คงไม่มีที่ใดอีกแล้วในประเทศไทย ที่จะใช้จ่ายเวลาสิ้นเปลืองขนาดนี้ ยกเว้นสถานที่ที่มีการทุจริต คอรัปชั่น จนมองไม่เห็นฝั่งว่าจะเริ่มต้น ลงท้ายอย่างไร เช่น กรณีการสร้างสนามกีฬาจังหวัดลำปาง และอีก 6 จังหวัด

“ม้าสีหมอก” เคยไปเยือนอิตาลี ที่นั่นมีหอเอนเมืองปิซา หรือ Learing tower of Pisa 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก หอเอนปิซา ใช้เวลาก่อสร้างจนแล้วเสร็จ รวม 177 ปี ถ้าเทศบาลเขลางค์ เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส ปล่อยให้การก่อสร้างอาคารสำนักงานเดินไปเรื่อยๆตามธรรมชาติ เวลาก็อาจถอยๆไปเรื่อยๆ ตามแรงเฉื่อยชาของผู้บริหารเทศบาล ในที่สุดเราอาจมีอาคารเทศบาล 200 ปี ทำลายสถิติโลก เป็นที่เชิดหน้าชูตาคนลำปาง อีกเรื่องหนึ่งก็ได้

น่าเสียดาย ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังอุ้มผู้บริหารองค์กรท้องถิ่นไว้ ไม่มีการเลือกตั้ง ผู้บริหารชุดเก่าก็ตีตั๋วต่อ เป็นกำไรชีวิต แต่เทศบาลเขลางค์ขาดทุน ที่สูญเสียโอกาสเลือกคนดี มีความสามารถ เข้ามาแก้ปัญหาอาคารสำนักงานเรื้อรัง

 “ลานนาโพสต์” ได้ติดตามข่าวการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่เทศบาลเมืองเขลางค์นครอย่างต่อเนื่องปี 2560 นี้ ได้เข้าสู่ปีที่ 9 ของการดำเนินการตั้งแต่การจัดซื้อที่ดินจนไปถึงการก่อสร้างอาคารสำนักงานในปัจจุบัน พูดง่ายๆว่าเกือบทศวรรษจัดเป็นมหากาพย์ได้เลย

ตลอดเวลาที่ผ่านมา การก่อสร้างสำนักงานแห่งนี้ผ่านอุปสรรคมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เรื่องผู้รับชุดแรกที่ลงเสาเข็มไม่ถูกสเปค ก็เป็นเรื่องเป็นราวฟ้องร้องกันไป พอมาถึงผู้รับเหมาชุดต่อมามีคนงานเข้ามาทำการก่อสร้าง ดูท่าทีว่าน่าจะดีแต่การก่อสร้างก็คืบหน้าน้อยมาจนสุดท้ายแรงงานก็มีประท้วงว่าไม่ได้ค่าแรง ทั้งที่เทศบาลก็เบิกจ่ายกันเป็นงวดๆ และหลังจากนั้นการก่อสร้างก็หยุดชะงักไปอีกครา

นายไพฑูรย์ โพธิ์ทอง นายกเมืองเขลางค์ฯ เคยบอกว่าเดิมพื้นที่บริเวณนี้เป็นป่าช้าเก่า แต่เจ้าหน้าที่ ผู้รับเหมาก็ได้ทำพิธีต่างๆตามความเชื่อไปทุกอย่างแล้ว เพื่อให้การทำงานสงบราบรื่น  ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงมีอุปสรรคเกิดขึ้นโดยตลอด สงสัยเจ้าที่จะแรง

ถึงขนาดบวงสรวง เซ่นไหว้ บอกกล่าวเจ้าที่ขนาดนี้แล้ว เจ้าที่ยังไม่ช่วย ก็ต้องเลิกเล่นของ แล้วกลับมานั่งทบทวนความผิดพลาดของตัวเอง ที่ทำงานง่ายๆ งานที่ผู้คนให้การสนับสนุน ให้กำลังใจเช่นนี้ไม่เป็นผล

ปล่อยทิ้งร้างไปแล้ว ตั้งศาลเพียงตาขึ้นศาลหนึ่ง ไหว้เช้า ไหว้เย็น อ้วนวอนเจ้าที่ให้เห็นใจ ขณะที่ผู้บริหารก็ต้องคิดให้เป็น พวกเขาเป็นคนที่ประชาชนเลือกมา เมื่องานเท่านี้ทำไม่สำเร็จ ก็สมควรทำอัตวินิบาตกรรมหมู่ให้รู้แล้วรู้รอดไป ไม่ต้องอับอายใคร

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1126 วันที่ 28 เมษายน - 4 พฤษภาคม 2560)
Share:

ตม.ลำปางคุมเข้มต่างด้าว ต้องแจ้งชื่อเข้าพักใน24 ชั่วโมง

จำนวนผู้เข้าชม URL Counter

ตามพันธกิจของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) ซึ่งมีหน้าที่ตรวจคัดกรองบุคคลและยานพาหนะทุกประเภทที่ผ่านเข้า-ออก ราชอาณาจักร บริการคนเข้าเมืองตามนโยบายของรัฐด้านส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน และการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตรวจสอบและดูแลคนเข้าเมืองที่พักอาศัย อยู่ในราชอาณาจักร  ป้องกันปราบปรามการกระทำผิดของคนเข้าเมือง รวมทั้งอาชญากรรมข้ามชาติในรูปแบบต่างๆ เพื่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งจังหวัดลำปางขณะนี้ มีสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตั้งอยู่ที่กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง(กองเมือง) เพื่อให้บริการและปฏิบัติงานทุกภารกิจของ ตม. มาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559

พ.ต.ท.พรต เศรษฐกร สารวัตตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า แม้จังหวัดลำปางเป็นเมืองเล็ก แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยว และผู้พำนักอาศัยที่เป็นชาวต่างชาติอยู่ไม่น้อย ทั้งนี้แบ่งข้อมูลออกเป็น 2 กลุ่มคือ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาพำนักในลำปาง ส่วนใหญ่เป็น ชาวยุโรป และเอมริกัน เกาหลี ทั้งนักธุรกิจ หรือบุคลากรชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานทักษะขั้นสูง เช่น เป็นครูอาจารย์ หรือเป็นโค้ช นักกีฬา รวมถึงบุคคลที่มีครอบครัวเป็นคนไทย ขณะนี้มีประมาณ 1,500 คน ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเป็นแรงงานต่างด้าว ที่ทำงานตามโรงงานหรือ สถานประกอบการในลำปาง 30 แห่ง จำนวน 3,000 คน

ส่วนนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาเที่ยวและพักชั่วคราวเฉลี่ยเดือนละ ....คน "ขณะนี้เราได้พยายามประชาสัมพันธ์ให้ สถานประกอบการ และคนลำปางทั่วไปที่มีชาวต่างชาติพำนักอาศัยอยู่ด้วย รวมถึงโรงแรมที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพัก แจ้งแก่ สำนักงาน ตม. ทุกราย ภายใน 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ตามระเบียบกฎหมายที่ ชาวต่างชาติ ที่เข้ามาพักในลำปางเองก็ต้องแจ้งรายงานตัวเองในระยะ 90 วัน จะต้องแจ้งทุกครั้งเมื่อมีการย้ายไปพักชั่วคราวด้วยเช่นกัน ด้วย ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อความมั่นคงของประเทศ และการรักษาความสงบเรียบร้อย ประโยชน์ทุกด้านทั้งแก่ชาวไทย และชาวต่างชาติ หากเกิดกรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสร้างความเดือดร้อนเสียหาย หรือได้รับความเดือดร้อนเสียหายอันใด การเช็คสถานะที่อยู่พำนักที่อัพเดทล่าสุดจะเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน หรือแม้แต่ให้ความช่วยเหลือเช่นการค้นหาบุคคลชาวต่างชาติ ซึ่งอาจถูกทำร้ายเสียชีวิตในราชอานาจักรไทย จะสืบค้นข้อมูลได้ง่ายรวดเร็ว ขณะเดียวกันเราก็จัดระบบการให้บริการที่รวดเร็วและสะดวกที่สุดให้การสื่อสารข้อมูลเป็นไปตามเป้าหมาย"

นอกจากด้านการประชาสัมพันธ์ที่กำลังพยายามดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เครื่องมือที่ ตม.ใช้ที่สำคัญที่ต้องประชาสัมพันธ์ให้คนในพื้นที่ทราบว่า ตม. ทำงาน 2 ส่วน คืองานด้านบริการและมีหน้าที่บริหารจัดการข้อมูล เช่นงานทะเบียน แจ้งย้าย เข้าออก รวมถึงงานเพิกถอน สิทธิ์ในการอนุญาต คนต่างชาติทุกประเภท  ซึ่งงานด้านบริการนี้เน้นเพื่อความมั่นคง ซึ่งจะมีข้อมูลประวัติการพักอยู่ของชาวต่างชาติเอง และข้อมูลแวดล้อมอื่นๆ

อีกส่วนสำคัญคือสิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างเต็มประสิทธิภาพ คือการสืบสวนปราบปราม ซึ่งในลำปางมีการจับกุมไม่น้อยกว่า 100 คดี ส่วนใหญ่เป็นคดี แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานผิดกฎหมาย หรือแจ้งแต่ทำงานผิดประเภทตามที่แจ้งไว้ รวมถึงกลุ่มชาวต่างชาติบางส่วนที่เข้ามาประกอบอาชีพที่ส่งผลกระทบหรือไม่เป็นธรรมต่อชาวไทย เช่น คดีชาวจีนมาลักลอบขุดทอง เมื่อหลายเดือนก่อน และกรณีชาวอินเดีย หรือกลุ่มเอเชียใต้ที่ เข้ามาประกอบอาชีพปล่อยเงินกู้ผิดกฎหมาย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ระบุว่า ภารกิจของตม. นอกจากจะเกี่ยวข้องกับความมั่นคงภายในพื้นที่ แล้วมีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่สำคัญด้วยเช่นกัน

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1126 วันที่ 28 เมษายน - 4 พฤษภาคม 2560)
Share:

คอสตูม สไตล์ลิส เนรมิตไอเดียเป็นอาภรณ์

จำนวนผู้เข้าชม URL Counter

บ้านไม้ชั้นเดียวบนถนนเจริญประเทศหลังนั้นสะกดสายตาผู้คนด้วยดิสเพลย์ที่ชวนมองยิ่งนักหุ่นโชว์ทั้งสี่สวมใส่เดรสฟูฟ่องลายดอกสีแดงสดสไตล์ย้อนยุคต้องมีหญิงสาวสักคนอดจินตนาการไม่ได้ว่า กำลังเดินทอดน่องอยู่บนชายหาดหัวหินตามนวนิยายสุดคลาสสิกเรื่องปริศนา

แม้ว่า ร้าน Costume Stylist ของ สมยศ กูลระวัง ช่างตัดเสื้อผ้าวัย 50 ปี จะระบุว่ารับตัดทั้งชุดไทย ชุดแฟนซี ชุดแดนเซอร์คอสเพลย์ชุดดรัมเมเยอร์-เชียร์ลีดเดอร์ ชุดไทยล้านนา ชุดผ้าไหม และชุดราตรี ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่ชุดสไตล์ย้อนยุคดูเหมือนจะเป็นจุดเด่นของร้านมากที่สุดสมยศบอกว่า ร้านของเขาคือร้านแรกๆ ที่บุกเบิกชุดสไตล์นี้

ย้อนกลับไปราวปี พ.ศ. 2532 ที่จังหวัดภูเก็ต ชายหนุ่มคนหนึ่งตกหลุมรักนักร้องสาว ซึ่งก็เป็นเขาที่ทำหน้าที่คอยไปรับและส่งคืนชุดนักร้อง เห็นฝ่ายหญิงต้องจ่ายค่าชุดหลายพัน บางครั้งนับหมื่น ด้วยความเสียดายเงิน จึงเกิดความคิดว่า ถ้าสามารถออกแบบและตัดเย็บชุดนักร้องเองได้ก็คงดี

ไม่เพียงแค่คิด แต่สมยศที่เพิ่งจบการศึกษาระดับ ปวส. ด้านการตลาดก็ลงทุนไปร่ำเรียนกับสถาบันสอนออกแบบเสื้อผ้าที่ถือเป็นสุดยอดในยุคนั้น โดยไปเรียนตัดชุดราตรีกับช่างที่จบจากแดงส์ดีไซน์ เรียนตัดชุดไทยหลักสูตรของโรงเรียนสอนตัดเสื้อระพี และเรียนตัดชุดกลางวันหลักสูตรของโรงเรียนสอนตัดเสื้อพรศรี หลังเรียนจบก็ลองตัดชุดนักร้องให้แฟนสาวอย่างที่ตั้งใจไว้ ผลปรากฏว่าเป็นที่ชื่นชอบของนักร้องคนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน สมยศจึงได้โอกาสฝึกปรือการออกแบบและตัดเย็บชุดนักร้องตั้งแต่นั้น

 “ชุดนักร้องสมัยนั้นต้องฟู่ฟ่า ปักเลื่อมด้วยมือทั้งชุด ลูกค้าส่วนใหญ่ก็คือเพื่อนๆ แฟนนั่นแหละครับ” หนุ่มใหญ่ชาวนครศรีธรรมราชเล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดีกระทั่งมาถึงยุคที่นักร้องไม่นิยมสวมใส่ชุดสไตล์ฟูฟ่องหรือปักเลื่อมอีกต่อไป แต่กลับชื่นชอบเสื้อสายเดี่ยว กระโปรงสั้นๆ ราคาไม่กี่ร้อยบาท สมยศจึงเบนเข็มไปตัดชุดไทย แต่สุดท้ายก็อิ่มตัวกับการแข่งขันที่ห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด จึงหันไปหาชุดดรัมเมเยอร์ ช่วงนี้สมยศเริ่มทำการตลาดด้วยการตัดเย็บชุดดรัมเมเยอร์หลายๆ แบบจากนั้นพับใส่ถุงทะเลหอบหิ้วขึ้นรถทัวร์ไปเสนอขายตามร้านตัดเย็บเสื้อผ้าในจังหวัดตรัง พังงา สุราษฎร์ธานี ฯลฯ แล้วก็ไม่เคยผิดหวัง ร้านต่างๆ รับซื้อ จนกลายมาเป็นลูกค้าประจำที่ส่งออเดอร์ให้กันตลอด

“อยู่ภูเก็ตสักระยะก็มีเหตุพลิกผันให้มาอยู่อยุธยาครับ แต่ด้วยความที่ใกล้กรุงเทพฯ เราจึงโดนกดราคา ร้านที่อยุธยาเขาเช็คราคากับทางกรุงเทพฯ ตลอด ของเราตัดเย็บขายราคานี้ ถ้าทางกรุงเทพฯ ให้ถูกกว่า เราก็ขายไม่ได้ ผมจึงเริ่มมองหาจังหวัดอื่น จริงๆอยากไปอุตรดิตถ์นะ แต่ผมว่ามันเงียบไป เชียงใหม่ก็เมืองใหญ่เกิน การแข่งขันสูงแน่ๆ เลยมาลงที่ลำปาง”

ปี พ.ศ. 2558 สมยศหอบชุดสไตล์ย้อนยุคขึ้นรถไฟมาลงลำปาง นำชุดไปเสนอขายร้านตัดเย็บเสื้อผ้าหลายร้าน

“เจ้าของร้านเขาถามผมว่า ชุดพวกนี้เอาไปทำอะไรหรือ” สมยศหัวเราะเสียงดังตามประสาคนใต้ “ผมคิดในใจเลยนะว่า นี่เราคงมาผิดที่เสียแล้วกระมัง” ทว่าในที่สุดชุดสไตล์ย้อนยุคของสมยศก็มีคนซื้อ นั่นทำให้เขาตัดสินใจกลับไปอยุธยา เพื่อเก็บข้าวของแล้วย้ายมาอยู่เมืองลำปางทันที

“ของผมไม่มีอะไรมากหรอกครับ มีแค่จักรซิงเกอร์ตัวนี้ ซึ่งเป็นตัวที่สามในชีวิต ถุงทะเลใส่เสื้อผ้า แล้วก็เงินอีกสองสามหมื่น”

ปีแรกที่มาถึงสมยศวิ่งหาออเดอร์จากร้านตัดเย็บเสื้อผ้าต่างๆ รวมถึงเวดดิงสตูดิโอ ขณะเดียวกันลูกค้าเก่าๆ ที่เคยอุดหนุนกันมาก็ไม่ได้ละทิ้ง ทว่าหลังเจอปัญหารุมเร้า สมยศตัดสินใจเปิดหน้าร้าน เลิกตัดส่งร้านอื่นๆ แต่หันมารับงานเอง ออกแบบ ตัดเย็บ ขายเอง ทำคนเดียวทั้งหมด งานหลักคือรับตัดชุดให้งานกีฬาสีโรงเรียนในเมืองลำปาง ซึ่งแต่ละปีมีเงินสะพัดนับสิบล้านบาทรวมไปถึงการออกแบบ-ตัดเย็บตามธีมงานเลี้ยงขององค์กรต่างๆ

“ช่วงกีฬาสีโรงเรียนนี่ ผมปิดรับออเดอร์จากที่อื่นทั้งหมดเลยครับ งานกีฬาสีเป็นอะไรที่อลังการมาก” สมยศเล่า “นอกเหนือจากนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นธีมงานเลี้ยงองค์กร งานเกษียณ ซึ่งลูกค้ามีธีมการแต่งตัวในใจอยู่แล้ว เขาเข้ามาในร้านพร้อมตัวอย่างชุดที่ปรินต์มาเลย บอกจะเอาแบบนี้เป๊ะๆ ก็ได้ครับ ผมทำให้ได้หมดภายใต้งบที่คุณมี อันนี้สำคัญ” สมยศพูดพลางยิ้ม “จริงๆ ผมเป็นคนใจอ่อนหรอกครับ เจอลูกค้าอ้อนหน่อยก็ทำให้หมดล่ะ มีงบเท่าไร ผมก็ทำเต็มที่”

ร้านของสมยศให้บริการตัดเช่า คือ วัดตัวตัดตามผู้สั่ง หลังจากสวมใส่เสร็จแล้วก็ต้องนำมาคืน สมยศจะส่งซัก-รีด จากนั้นลงขายออนไลน์เป็นชุดมือสอง  ลูกค้าที่รอคอยชุดมือสองของเขามีทั้งที่เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก นครสวรรค์ นครราชสีมา ร้อยเอ็ด และระยอง

ทั้งนี้ หลังรับออเดอร์จากลูกค้าชาวลำปาง สมยศจะเริ่มตระเวนหาผ้า หากต้องตัดหลายชุด เขาจะขึ้นรถไฟตั้งแต่เช้ามืดเพื่อไปหาผ้าที่เชียงใหม่ ซึ่งมีให้เลือกมากกว่าและราคาถูกกว่าร้านในลำปาง ขณะเดียวกันก็จะสื่อสารกับลูกค้าทางไลน์ว่า ผ้าแบบนี้ตรงตามต้องการหรือยัง หากภารกิจลุล่วง สมยศจะกลับมาถึงบ้านเย็นๆ รุ่งขึ้นก็ลงมือสร้างแพทเทิร์นและตัดเย็บทันที ทุกชุดตัดเย็บอย่างประณีต จึงเก็บไว้สวมใส่ได้อย่างคงทน เน้นความเรียบหรู แต่ดูดีมีระดับ โดยเฉพาะชุดสไตล์ย้อนยุคใครๆ ก็ชื่นชอบหากเป็นสไตล์นี้ หลายคนมักนึกถึงร้านคอสตูม สไตล์ลิสก่อนเป็นอันดับแรก

“ตั้งโชว์ชุดหน้าร้านไม่กี่วันก็โดนก็อปปีครับ ผมจำได้หมดว่าใครเอาแบบของผมไปบ้าง แต่ต่อให้ก็อปฯ ไปอย่างไรแพทเทิร์นก็ไม่เหมือนกันหรอกครับ ลูกค้าจะรู้ว่า ใส่ของผมแล้วเป๊ะ ไม่มีขาด ไม่มีเกิน” ด้วยประสบการณ์ สมยศรับมือกับปัญหาการก็อปปีงานด้วยฝีมือล้วนๆ ซึ่งสิ่งนี้มัดใจลูกค้าได้

เราอยากรู้สถานการณ์ที่ยากสำหรับเขา สมยศบอกว่า การตัดชุดให้คนอ้วนคือสิ่งที่เขากังวลทุกครั้ง

“เราต้องทำให้เขาดูดีที่สุด ผมจะบอกลูกค้าเลยว่า ผมไม่สามารถทำให้คุณดูผอมได้ แต่ผมมีวิธีที่จะทำให้คุณดูดี ดูรวมๆ แล้วสะอาดตา” สมยศเสริมว่า เขาจะอำพรางจุดด้อย ขณะเดียวกันก็จะดึงจุดเด่นในเรือนร่างของลูกค้าออกมา ภายใต้ข้อแม้ว่า ต้องอดทนกับความอึดอัดสักหน่อย ซึ่งลูกค้าก็ยอมแต่โดยดี

“ผมมองว่า คนลำปางแต่งตัวเก่งนะครับ และดูเหมือนว่าจะรักสุขภาพ เพราะผมเห็นคนสูงอายุหลายคน หุ่นยังสมส่วนดูดีกันอยู่เลย แต่คนลำปางชอบจ่ายน้อยๆ” เขาหัวเราะ

ชุดของร้านคอสตูม สไตล์ลิส เริ่มต้นที่ราคา 800-2,800 บาท สมยศเปิดแบบเสื้อผ้าให้เราดู แต่ละชุดสวยงามอลังการ มีทั้งชุดเหล่าเจ้าหญิงดิสนีย์ชุดสไตล์ย้อนยุค ชุดหญิง-ชายชาวโรมันคอสเพลย์สไตล์ญี่ปุ่น และไม่ว่าในมือของคุณจะถือแบบชุดมาจากไหน หลุดโลก เกินจินตนาการ เราเชื่อว่า ผู้ชายคนนี้เนรมิตให้เป็นจริงได้ โดยที่คุณยังดูดีเสมอ

ร้าน Costume Stylist โทรศัพท์ 09-5918-9144
  
(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1126 วันที่ 28 เมษายน - 4 พฤษภาคม 2560)
Share:

ขนมหวานบ้านสบายดี ขนมมงคลอร่อยดีมีความหมาย

จำนวนผู้เข้าชม URL Counter

มีธุรกิจเล็กๆที่เต็มไปด้วยความหวาน...น่ารักกรุบกริบกิ๊บเก๋ เป็นที่รู้จักกันมากขึ้นในนาม “ขนมหวานบ้านสบายดี” ร้านขนมไทยที่สร้างชื่อด้วยฝีมือและความแตกต่างในท้องตลาด   พี่เก๋ กมลวรรณ อัมมวรรธน์ เจ้าของใจดี ทำขนมด้วยใจรักเป็นทุนเดิม เติมใส่ดีไซน์เก๋ไก๋ ด้วยรูปร่างหน้าตาขนมไทยที่ออกแนว น่ารัก น่าทาน นอกจากขายหน้าร้านทั่วไป ที่ร้านเจียง ก๋วยเตี๋ยวปลา ย่านหลังโรงเรียนประชาวิทย์ แล้วยังรับสั่งทำขนมทุกแนว สำหรับจัดอาหารว่าง ตามงานอีเวนท์ งานประชุม งานเลี้ยง งานบุญ  งานแต่งงาน งานมงคล โดยจัดรูปแบบ ขนมแต่ละอย่างให้ เหมาะสำหรับงานแต่ละแนว

สิ่งแรกที่แตกต่างของ ขนมหวานบ้านสบายดี คือ การประยุกต์ขนมไทยให้ มีหน้าตาสวยงาม เช่น ขนมชั้นดอกกุหลาบ ขนมจีบแปลงโฉมเป็นนกน้อย เมนูช่อม่วง และขนมตระกูลทองทั้งหลาย หม้อแกง วุ้น ลูกชุป และอีกมากมาย ลูกค้าไหนสนใจสื่อโซเชียลเฟสบุค “ขนมหวาน บ้านสบายดี “ มีทุกเมนูให้เลือกสรร และสั่งซื้อออนไลน์ได้ทุกเวลา จุดขายสำคัญคือ รับสั่งทำและแพ็คพร้อมส่งต่างจังหวัดได้ด้วย

สนใจอยากได้ขนมไทยมีสไตล์ ติดต่อพี่เก๋ ได้ไม่ยากแค่ โทร.084-485-8482

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1126 วันที่ 28 เมษายน - 4 พฤษภาคม 2560)
Share:

ปิดข่าวเรือดำน้ำ ปิดปากสื่อ ?

จำนวนผู้เข้าชม URL Counter

ถึงแม้นักข่าวทั่วไป จะไม่รู้ และต้องฟังคำตอบของ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ เจ้ากระทรวงกลาโหม    

“..พวกสื่อจะรู้ไปทำไม หรือจะต้องถามด้วยว่าจะหายใจอย่างไร จะต้องถามกันอย่างไร จะเกิดประโยชน์อะไรกับประเทศบ้าง ในเมื่ออนุมัติแล้ว แล้วเป็นอย่างไร ก็ให้รู้ว่าอนุมัติแล้วก็จบ ไม่ต้องไปลงว่าอนุมัติวันที่เท่าไร ในเมื่อเป็นเอกสารลับก็ต้องลับอย่างนี้ ดีก็แล้วกันไม่เห็นเป็นอะไรเลย ไม่ใช่เป็นการอนุมัติเงียบ ครม.ทั้งคณะรู้ทั้งหมด ที่ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมไม่ชี้แจงให้ประชาชนทราบนั้น เดี๋ยวมันก็ทราบกันเอง

แต่นักข่าวพิเศษเฉพาะรายคนหนึ่งอาจได้รู้ก่อนใคร

มีคนช่วยอธิบายโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำหยวนคลาส เอส 26 ที (Yuan Class S26T) จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน  วงเงิน 13,500 ล้านบาทจำนวนไม่น้อย  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ บอกว่า เรือดำน้ำมีประโยชน์ยิ่งกว่าความมั่นคง ฟังดูคล้ายจะเอาเรือดำน้ำไปทำประมง หรือขุดหาสมบัติล้ำค่าใต้ทะเลด้วย

"เรามีผลประโยชน์ทางทะเลมหาศาล เพราะเรามีพื้นที่ตอนใต้ติดทะเลมีความยาวกว่า 3,000 กิโลเมตร และเป็นทะเลที่เชื่อมต่อหรือพื้นที่เปิด ใครจะเข้ามาก็ได้ ซึ่งที่ผ่านมาเราเสียโอกาสไปมากเพราะไม่มีเรือดำน้ำ ดังนั้นเรือดำน้ำจะช่วยสำรวจและดูแลทรัพยากรทางทะเล แต่ขณะนี้ทำได้ไม่เต็มรูปแบบ เพราะขาดเครื่องไม้เครื่องมือ นั่นคือ เรือดำน้ำ มองว่าสังคมต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจในมิติของเศรษฐกิจ อย่ามองแต่มุมความมั่นคงเพียงอย่างเดียว การมีเรือดำน้ำ จะเป็นตัวช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจเติบโต เนื่องจากขุมทรัพย์ของโลกในอนาคตอยู่ในทะเล และจำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องมีเรือดำน้ำ

ก็คงเหมือนทุกครั้ง ที่ทหารยึดอำนาจ เรือดำน้ำอาจไม่จำเป็นในช่วงรัฐบาลเลือกตั้ง แต่มันจะจำเป็นอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในรัฐบาลทหาร มองย้อนหลังเส้นกราฟการเติบโตของงบประมาณกองทัพจะพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทุกครั้งหลังรัฐประหาร

สรุปคือ การมีเรือดำน้ำจะมีประโยชน์ต่อประเทศชาตินี้มากมาย ทั้งทางด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ เมื่อมีประโยชน์มากเช่นนี้ ก็ควรเป็นเรื่องที่เปิดเผย ชัดเจน ทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใส ในฐานะที่กองทัพใช้เงินภาษีราษฏรจำนวนมหาศาล ในท่ามกลางสังคมไทยที่กำลังยากแค้น ด้วยภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

คนร้อยคนหิวโหย คนๆหนึ่งไปซื้อปืน บอกว่าปืนสำคัญกว่าปากท้อง

น่าสนใจผลกระทบต่อสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน แม้ยังไม่มีกฎหมายคุมสื่อ ที่รัฐจะใช้โซ่มัดมือ มัดเท้าสื่อมวลชน พวกเขาก็สามารถปิดหู ปิดปาก ปิดตาสื่อได้แล้ว และหากกฎหมายคุมสื่อ ที่ใช้ระบบตีทะเบียนมาเป็นเครื่องมือ ใช้โทษจำคุกขนาดฆ่าคนตายมาขู่ให้สื่อจดทะเบียน สื่อสำนักไหนจะกล้าหาญ กล้าที่จะแหกกฎนี้ได้

กสทช.ปิดวอยซ์ทีวี วอยซ์ทีวี หนีไปแพร่ภาพทาง เฟสบุ๊ค ไลฟ์ กสทช.ตั้งอนุกรรมการคุมเฟสบุ๊คไลฟ์ กระทรวงดีอี เอาคำสั่งศาลอาญามากำราบประชาชนทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องในคดี ห้ามเป็นเพื่อน ห้ามติดตามผู้ต้องหาความมั่นคง กสทช.ออกคำสั่งซ้ำหยุดออกอากาศ วิทยุ เอฟเอ็ม 98.5 ของสปริงเรดิโอ เพราะฟังมาว่าเสนอเนื้อหากระทบความมั่นคง

ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาอันเนื่องแต่ความมั่นคงทั้งสิ้น

วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล วิพากษ์การจัดซื้อเรือดำน้ำมูลค่ามหาศาลในขณะที่คนไทยส่วนใหญ่ยังยากจน หลับตาก็พอมองเห็นภาพว่า นอกจากกระบวนการคัดกรองที่น่าจะเข้มข้นเรื่องพฤติกรรม ประวัติการทำงานที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงก่อนให้ใบอนุญาตแล้ว ระหว่างทาง หากสื่อวิพากษ์เรื่องเหล่านี้ ซึ่งเป็นหน้าที่โดยปกติของสื่อมวลชนในระบอบประชาธิปไตย พวกเขาจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือไม่

แค่พูดว่า ครับคำเดียว ก็อาจเป็นความผิดต่อความมั่นคงได้ ในบริบทที่ผู้มีอำนาจ มือตีนของผู้มีอำนาจทั้งหลายเชื่อว่าอำนาจเท่านั้นจะคุมสื่อได้อย่างเบ็ดเสร็จ

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1126 วันที่ 28 เมษายน - 4 พฤษภาคม 2560)
Share:

แอ่วลำปาง ม่วนแต้หนา

จำนวนผู้เข้าชม URL Counter

เว้นวรรคให้กับเรื่องราววุ่นวายของชีวิต แล้วมองไปรอบๆบ้าน จะพบนครแห่งความสุข โอบล้อมด้วยต้นไม้ ใบหญ้าเขียวขจี ธารน้ำใส ใกล้ๆเรานี่เอง และเมื่อกาลเวลาเดินทางมาถึงวันที่ต้องฉีกปฏิทินใบเก่าทิ้ง แขวนไว้ด้วยปฏิทินปีใหม่ เราควรจะได้ออกไปสัมผัสโลกภายนอกกันบ้าง

วันเปลี่ยน คืนผ่านอย่างรวดเร็ว รู้สึกว่าเราเพิ่งจะแฮปปี้นิวเยียร์มาไม่นาน หลับตาแป๊บๆก็ถึงตรุษจีน กระพริบตาสองหน...ก็วันสงกรานต์ มาตอนนี้จะเข้าเดือนพฤษภาคม รู้สึกตัวอีกทีก็จะกลางปีแล้ว

ผ่านปี 60 มาได้ครึ่งปี หลายคนรู้สึกท้อแท้ ท้อเทียม อิดหนาระอาใจกับภาวะเศรษฐกิจที่กล้ำกลืนฝืนทน จน..แล้วจนอีกก็ยังไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แต่ชีวิตก็ต้องสู้กันต่อไป  ตราบใดที่เรายังมีสมอง สองมือและสองเท้า อุปสรรคใดๆก็ต้องข้ามผ่านไปให้ได้ 

แต่ถ้าใครเครียดมากๆถึงมากที่สุด โปรดหาเวลาไปปลดปล่อยความเครียดบ้าง หลายคนอาจจะบอกว่า..”เศรษฐกิจแบบนี้ ไม่มีเงิน ไม่อยากไปเที่ยวไหน” แร็ค ลานนา ก็อยากจะบอกว่า เที่ยวลำปางบ้านเรานี่แหละ ได้ปลดปล่อย ได้คลายเครียด และไม่เสียตังค์เยอะด้วยนะเออ ...

ลองเก็บความทุกข์ วุ่นวายในชีวิต ไว้ในลิ้นชักชั่วคราว ตาม แร็ค ลานนา มาเที่ยวลำปางดู  แล้วคุณจะรู้ว่า เที่ยวลำปาง ไม่ได้เสียสตางค์มากอย่างที่คิดถ้ารู้จักลำปางดี

เป้าหมายที่พลาดไม่ได้ในช่วงอากาศหนาว คือ ต้องมาแช่อออนเซนเมืองลำปาง นั่นคือ ที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน มีบริการเต็นท์ให้เช่าพร้อมอุปกรณ์เครื่องนอน ไม่ว่าจะเป็น หมอน ถุงนอน และที่นอน รวมไปถึงเตาอั้งโล่พร้อมถ่านใช้ทำอาหาร ได้บรรยากาศเข้าค่ายลูกเสือสุดๆ   แต่บอกว่า ลำปางร้อนมาก....โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ จะให้ไปแช่ออนเซ็นคงไม่ไหว ก็ขอบอกว่า น้ำตกแจ้ซ้อนนี่สุดยอด น้ำใสไหลเย็น มีจุดเล่นน้ำเยอะ เรียกได้ว่า รับประกันความฟิน

หลังจากไปรับลมเย็นละอองน้ำ เล่นน้ำตกแล้ว ก็มาแช่น้ำแร่ต่อ ที่นี่มีบ่อน้ำแร่กลางแจ้ง บ่อรวม และห้องอาบน้ำแร่ส่วนตัว แช่ตัวเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้า จากนั้นก็ไปต่อด้วยการนวดแผนไทยที่กลุ่มคนท้องถิ่นรวมตัวกันเพื่อเป็นรายได้พิเศษ

จำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่ง แร็ค ลานนา ไปนวดตัว ลากเบาะนวดไปนอนนวดกลางแจ้งใต้ร่มไม้ (เพราะคนเยอะในศาลานวดเต็ม) ขอบอกว่าฟินเจ้า นวดตัว ฟังเสียงนกร้อง อากาศเย็นสบาย เคล้าเสียงน้ำตก สุขแบบนี้ เอาสเต๊กมาแลกก็ไม่ย๊อมมมม

พอสบายตัวแล้วก็ต่อด้วยสบายท้อง เมนูที่พลาดไม่ได้สำหรับการมาเยือนที่นี่คือ ยำไข่น้ำแร่เพราะที่นี่มีบ่อน้ำแร่แอ่งน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิสูงถึง 80 องศาเซลเซียส ที่เอาไข่ไก่ลงไปแช่ในน้ำแร่ 17 นาที เราก็จะได้ไข่ยางมะตูมที่ไข่แดงจะแข็งไข่ขาวจะเหลว บีบมะนาว น้ำปลา น้ำตาล ซอยหอมแดงหอมหัวใหญ่ โรยพริกขี้หนู แค่นี้ก็จะได้เมนูอร่อยเลิศตามแบบฉบับที่หาได้เพียงที่นี่ที่เดียว

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงแจ้ห่ม นั่นคือ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ ที่ตอนนี้ ฮิตสุดๆ แบบ Unseen in Lampang ที่ต้องเดินขึ้นไปถึงยอดดอยภูผาโชค ราว 1 กิโลเมตร มีความชันไม่มากแค่ราวๆ 40 องศา เท่านั้นเอง ฟังดูอาจจะลำบาก แต่เมื่อไปถึงยอดดอย ภาพที่อยู่ตรงเบื้องหน้าทำให้เราหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เพราะวิวแบบพาโนรามา ท้องฟ้า ทุ่งนา แม่น้ำ รอต้อนรับนักเดินทางให้หายเหนื่อย ทำให้เราลืมความเหนื่อยล้าจากชีวิตในเมืองกรุงมาชาร์จพลัง เพื่อกลับไปผจญภัยในโลกแห่งความจริงได้อย่างเต็มสูบ

จากนั้น หากใครชอบเที่ยวแบบอนุรักษ์นิยม ไม่ควรพลาด โฮมสเตย์บ้านป่าเมี้ยง ชุมชนบนเขาสูงที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี มีอาหารการกินและวิถีชีวิตตามแบบบ้านป่าเมี้ยง ที่นำใบชา ใบเมี้ยงมาประกอบอาหารให้กินแบบมีที่นี่ที่เดียวที่นี่ยังรอให้นักท่องเที่ยวไปสัมผัสบรรยากาศ หรือเดินทางออกไปอีกหน่อย ที่อำเภองาว ก็จะมีอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท สถานที่ท่องเที่ยวเก่าแก่ที่ดูเหมือนว่าคนลำปางจะลืมเลือนมันไปแล้ว รู้หรือไม่ว่าที่แห่งนี้มีสถานที่เก่าแก่อย่าง ถ้ำผาไท ถ้ำภูเขาไฟที่เก่าแก่ที่สุด มีรอยจารึกพระปรมาภิโธยย่อป.ป.ร.ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงจารึกไว้เมื่อครั้งเสด็จประพาสถ้ำผาไทในปี พ.ศ. 2469

ไม่ไกลจากนั้นมี น้ำตกแม่แก้ อยู่ในเขตป่าแม่แก้ ซึ่งเป็นผืนป่าต้นน้ำที่สำคัญ น้ำฝนที่ตกจะถูกดูดซับเก็บไว้ในเทือกเขาแม่แก้ไหลเป็นแม่น้ำลงสู่พื้นล่างสองด้าน ด้านหนึ่งไหลลงไปอำเภอแจ้ห่ม อีกด้านหนึ่งไหลลงมาทางอำเภองาว มาเป็นแม่น้ำสายรองคือ น้ำแม่แก้ เป็นมรดกทางธรรมชาติที่ชาวหล่อเลี้ยงชีวิตชาวลำปาง สุดท้าย หล่มภูเขียว แอ่งน้ำขนาดใหญ่บนภูเขาคล้ายปากปล่องภูเขาไฟ ซึ่งมีน้ำลึกจนมองเห็นเป็นน้ำสีเขียวใสๆ เห็นปลาแหวกว่าย เป็นภาพมหัศจรรย์ที่ถูกธรรมชาติซ้อน รอนักเดินทางไปเยือน นอกจากนี้ยังมี น้ำตกเกาฟุ ที่สวยงามตระการตารอคนลำปางและนักท่องเที่ยวไปสัมผัสความงาม

นี่ยังไม่นับอีกสารพัดที่เที่ยวของเมืองลำปาง ไม่ว่าจะเป็น ช๊อปเซรามิกสีสันสดใสที่อินทราเอาท์เลท หรือไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ธนบดีเซรามิกที่มีเตามังกรที่ขึ้นทะเบียนเป็นของเก่าแก่ หรือควอลิตี้เอาท์เลท และเซรามิกข้างทางที่วางกันเป็นกองๆให้เลือกใช้

หรือใครใคร่เที่ยววัดก็มีมากมายไม่ว่าจะเป็นวัดพระธาตุลำปางหลวง วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม วัดศรีชุม วัดไชมงคล  วัดไหล่หิน วัดเจดีย์ซาว และอีกมากมาย ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศแต่ขอกระซิบว่าคนลำปางหลายคยยังไม่เคยไปครบเลย  เอาเป็นว่าจัดทัวร์แสวงบุญที่ลำปาง ไม่ผิดหวังแน่ อีกทั้งของอร่อยลำปาง ทั้งของคาวของหวาน กาแฟก็มากมี ในราคาสบายกระเป๋า

ฉบับนี้ แร็ค ลานนาขอพักสมอง ลองเป็นไกด์นำเที่ยวให้ชีวิตรื่นรมย์สักครั้ง

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1126 วันที่ 28 เมษายน - 4 พฤษภาคม 2560)
Share:
40 ปี อินทราเซรามิค

Lannapost | Blog Gadgets

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support