หนุ่มวัยเบญจเพส ขับกระบะเหินฟ้าร่วงตกสะพานกว่า 5 เมตร ติดในรถเจ็บหนัก เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งช่วยเหลือออกจากรถส่งโรงพยาบาลด่วน

ลำปางเจ้าหน้าที่ติดตามมอดไม้สองวันสองคืน หลังลักลอบเข้าป่าสงวนแห่งชาติตัดไม้ห้วงห้าม สุดท้ายรวบตัวได้พร้อมของกลาง ขณะแปรรูปไม้เพื่อสร้างกระท่อมกลางป่าสงวนแห่งชาติ เจ้าตัวอ้างไม่มีที่อยู่อาศัย ที่ดิน จึงเข้าไปในป่าตัดไม้แผ้วถางป่าเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยกระทั่งมาถูกจับกุม เจ้าหน้าที่ยังไม่เชื่อคำให้การเพราะหลักฐานและการร้องเรียนมีเพียงคุมตัวดำเนินคดีทางกฎหมายทันที

วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ดูดวงรายสัปดาห์กับอาจารย์อัฏฐ์วุฒิ ประเทืองบริบูรณ์ ประจำวันที่ 11 -17 สิงหาคม

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

วันอาทิตย์ ท่านที่กำลังคิดถึงเรื่องของงานที่ทำอยู่ หรือคิดว่าจะสร้างฐานะของตนเองได้อย่างไรดี กับความเป็นไปของสถานการณ์ในยุคปัจจุบันทุกวันนี้ เพราะเรื่องของหน้าที่การงานที่ทำอยู่ก็ยังหาความแน่นอนไม่ได้

วันจันทร์ ยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้ตนเองนั้นมีความรู้สึกไม่สบายใจ เพราะความประมาทของตนเอง ที่ไม่ควบคุมอารมณ์ของตนเองให้ดี จึงทำให้มีความขัดแย้งกันเกิดขึ้น เพราะการที่ได้พูดหรือโต้เถียงกันนั้นไม่ดีเลย

วันอังคาร ท่านที่คิดถึงปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพราะความเห็นแก่ตัวจึงทำให้เกิดเรื่องไม่สบายใจ และเกิดความรู้สึกเสียใจ เป็นทุกข์ใจ คนที่เคยรักและให้ความไว้ใจกันมานาน แต่ก็ต้องมเลิกคบกันไปได้

วันพุธ การที่ท่านคิดที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ในเรื่องของหน้าที่การงานของตนเองนั้น ให้ถือว่าจะได้รับความสำเร็จเป็นอย่างดี เพราะผู้ใหญ่จะมองเห็นถึงความซื่อสัตย์ของตนเองจึงช่วย

วันพฤหัสบดี ท่านได้มีการพูดถึงกันในเรื่องของเงินทองที่จะทำมาเป็นทุนในการสร้างตนเองหรือเป็นการหนุนเสริมสภาพคล่องของตน หรือธุรกิจของตนเองนั้น ก็ถือว่าจะโชคดีมีเงินหนุน

วันศุกร์ ในระยะนี้ท่านอาจจะคิดมากเกินไป เพราะไม่ว่าจะคิดหรือกระทำสิ่งใด ๆ นั้นก็ถือได้ว่าจะไม่สำเร็จในช่วงนี้ จึงต้องใช้ความอดทนต่อไป ถึงแม้จะมีเพื่อน ๆ ญาติพี่น้องคอยช่วยก็ตามที

วันเสาร์ ในช่วงนี้ จะต้องตัดสินใจตนเองให้ดี ควบคุมอารมณ์ของตนเองให้ดี ไม่เช่นนั้นจะเกิดการขัดแย้งกันได้ โดยเฉพาะในเรื่องของ ทรัพย์สินเงินทองที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับตน แต่ก็จะโชคดีถูกหวย

Share:

คุยเฟื่องเรื่องศาสตร์สัมพันธ์ วันที่ 11 -17 สิงหาคม 2563



จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

บุคคลใดที่มีเส้นลูกคลื่นหรือลักษณะเป็นลูกโซ่ ลักษณะของเส้นนั้น จะมีความหมายและความสำคัญอย่างไรมาว่ากันต่อดีกว่า

บุคคลใดที่มีเส้นลูกคลื่นหรือลักษณะเป็นลูกโซ่ หมายถึงความไม่คงแน่นอนในการดำเนินชีวิตของตน รวมไปถึงความเสื่อมเสียชื่อเสียง หรือความเสื่อมถอยและเสื่อมทรามในการกระทำของตนอีกด้วย

บุคคลใดที่มีเส้นชีวิตเป็นลูกคลื่น จะทำให้การใช้ชีวิตเกิดความระส่ำระสายอยู่เสมอไม่ราบรื่น หรืออีกทางหนึ่งก็หมายถึงเป็นคนเกะกะระรานในอายุตอนเส้นเป็นลกคลื่นนั้นได้เกิดขึ้น

บุคคลใดที่มีเส้นชีวิตเป็นลูกโซ่ หมายถึงเป็นคนที่มีสุขภาพไม่สู้จะดีนัก ถ้ามีในมือนุ่มจะทวีความรุนแรงมากขึ้น หรือมีนิสัยในระยะที่มีเส้นลูกโซ่นั้นเกิดขึ้น ซึ่งเป็นระยะไม่ดีชอบประพฤติตนไปในทางเสื่อมเสีย

บุคคลใดที่มีเส้นความคิดเป็นลูกคลื่น หมายถึงคนที่มีความคิดไม่แน่นอน เป็นคนมีนิสัยลังเลาไม่มีการตัดสินที่เด็ดขาด ไม่ว่าจะคิดหรือกระทำการใด ๆ ก็ตาม จึงมักจะทำความสำเร็จได้ช้า

บุคคลใดที่มีเส้นความคิดเป็นลูกโซ่ จะทำให้ความคิดของตนเองมีความเสื่อมทราม เนื่องมาจากเหตุการณ์ที่ทำให้ตนเองเศร้าโศกเสียใจ คอยรบกวนความคิดของตนเองอยู่เสมอ และมักจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดโรคเกี่ยวแก่สมองหรือเป็นโรคปวดศีรษะอยู่เนือง ๆ

บุคคลใดที่มีเส้นหัวใจเป็นลูกคลื่น เป็นคนที่มีจิจใจไม่แน่นอน ทำให้ความรักของตนเองไม่ยั่งยืน เป็นเพราะว่าตนเองไม่มีความมั่นใจ

บุคคลใดที่มีเส้นเป็นลูกโซ่ ถึงการรักเล่น ๆ ไม่มีความบริสุทธิ์ใจ นับว่ารุนแรงกว่าลูกคลื่น

บุคคลใดที่มีเส้นขาดแตก คือเส้น ๆ เดียวกัน แต่ขาดออกจากกันเป็นตอน ๆ เป็นเส้นที่ไม่ดี หมายถึงความหยุดชะงักหรือพลาดหวัง และจะมีเรื่องเกิดขึ้นในระยะที่เส้นนั้นขาดแตกออกจากกัน

บุคคลใดที่มีเส้นชีวิตขาดตอนใด หมายถึง ตอนนั้นจะเจ็บป่วยหนักหรืออาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้ หรือเป็นช่วงที่ขาดผู้อุปการะในตอนนั้นก็ได้

บุคคลใดที่มีเส้นชีวิตทางมือซ้ายขาดแต่ขวายังอยู่ดี หมายถึงว่า คนนั้นจะมีการเจ็บป่วยหนัก แต่มีหวังเยียวรักษาให้หายได้

บุคคลใดที่มีเส้นชีวิตที่ขาดและตอนที่เส้นขาดนั้นมีเส้นจากเนินศุกร์ หรือเนินอังคารเล่นมาบรรจบด้วย จะต้องระมัดระวังให้มาก เพราะอาจจะเกิดอันตรายต่อตนเองหรือชีวิตของตนขึ้นได้ เว้นแต่ในระยะตอนที่เส้นขาดนั้น เกิดมีเส้นขนานแนบอยู่ข้าง ๆ ระหว่างรอบที่ขาด ซึ่งจะนิยมเรียกกันว่าเป็นเส้นขาดต่อ ก็จะผ่อนหนักเป็นเบาลงได้มากทีเดียวและยังรับประกันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระยะนั้น จะทำให้ผู้ที่เป็นเจ้าของมือไม่เป็นไร

บุคคลใดที่มีเส้นความคิดขาด หมายถึงเจ้าของมือ อาจจะเป็นโรคสมองเกิดขึ้นในระยะนั้นได้

บุคคลใดที่มีเส้นหัวใจขาด หมายถึงความรักจะหยุดชะงักหรือสิ้นสุดลง หรือคู่ครองจะตายจากหรือเจ้าของมือจะเป็นโรคเกี่ยวแก่หัวใจในระยะนั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องพิจารณาดูให้ดีว่าในระยะนั้นจะมีเหตุการณ์ของเจ้ามือกำลังอยู่ในสถานใด ก็ให้จับข้อความได้ตรงกับเรื่อง ยกตัวอย่าง เช่น ในระยะนั้นกำลังติดพันรักใคร่กันอยู่ ก็ให้ทายว่าจะพลาดหวังจากความรักในครั้งนี้ หรือถ้าคู่ครองกำลังเจ็บป่วยอยู่ ก็ให้ทายว่าอาจจะเสียชีวิตได้ หรือถ้าเจ้าของมือป่วยเอง ก็ให้ทายว่าเป็นโรคเกี่ยวแก่หัวใจ เช่นนี้เป็นต้น และให้ระลึกถึงลักษณะของเส้นที่มีหลายเรื่องด้วยกัน ในเครื่องหมายเดียวกันด้วยทุกคราวไป เพราะความหมายของเส้นนี้จะมีเหตุเกิดขึ้นคล้ายกัน

บุคคลใดที่มีเส้นโชคขาด หมายถึงการอาภัพอับโชค ไร้ที่ทำมาหากินในระยะนั้น เช่นถูกพักราชการ การค้าอับเฉาลง

Share:

เอไอเอส เตือนคนไทยระวังโดนแฮ็กเกอร์ใช้กลวิธีจิตวิทยา (Social Engineering) หลอกขอข้อมูล! หลังสร้างความปั่นป่วน แอบอ้าง ปลอมแปลงข้อมูลทั่วโลก

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

            การเติบโตของอินเทอร์เน็ต และพฤติกรรมการใช้งานที่ไม่ปลอดภัย เป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้ผู้ใช้งานตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดี ดังนั้นการป้องกันโดยใช้ซอฟต์แวร์ที่ทันสมัยเพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่การป้องกันที่ดีที่สุด แต่ต้องสร้างการตระหนักรู้ของผู้ใช้งานไปพร้อมกันด้วย
​             นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ เอไอเอส กล่าวว่า “ในฐานะผู้พัฒนา Digital infrastructure ของประเทศ เรามีความห่วงใยคนไทยต่อการเสี่ยงถูกโจรกรรมข้อมูล ซึ่งในปัจจุบันแฮ็กเกอร์ได้พัฒนาเล่ห์เหลี่ยมใหม่ๆ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อและให้ข้อมูลแก่ตน โดยอาศัยหลักจิตวิทยา ความไม่รู้ หรือความประมาทของเหยื่อ ลอกเลียนแบบองค์กรหรือแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือเพื่อให้หลงเชื่อและกระทำการบางอย่าง อาทิ เปิดเผยรหัสผ่าน ซึ่งในทางสากลเรียกกลวิธีแบบนี้ว่า Social Engineering หรือ วิศวกรรมสังคม ดังเช่น กรณีสื่อโซเชียลมีเดียชื่อดัง ถูกแฮ็กเกอร์เข้าถึงระบบหลังบ้าน ผ่านการปลอมแปลงเป็นเว็บไซต์ภายใน ก่อให้เกิดความเสียหายรวมกว่า 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ

             ​โดยสามารถแบ่งรูปแบบการโจมตีของวิธีวิศวกรรมสังคม ได้ดังนี้ 1. Phishing การแอบอ้างเป็นช่องทางการติดต่อจากองค์กร เพื่อล้วงข้อมูลสำคัญจากเหยื่อ 2. Baiting การล่อลวงให้เหยื่อเกิดพฤติกรรมอันตรายทางไซเบอร์ โดยใช้กลวิธีกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเหยื่อ 3. Scareware การแจ้งเตือนภัยอันตรายปลอม เพื่อกระตุ้นให้เหยื่อเข้าถึงหรือติดตั้งซอฟต์แวร์อันตราย 4. Pretexting การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลสำคัญ และ 5. Mining Social Media การเรียนรู้และเก็บรวบรวมข้อมูลจากกิจกรรมบนโลกออนไลน์ของเหยื่อ เพื่อนำมาสร้างชุดข้อมูลสำหรับใช้ทำให้เหยื่อหลงเชื่อได้ง่ายขึ้น 
​ดังนั้นสิ่งที่เราอยากให้คุณปฏิบัติ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับตัวคุณ คือ ไม่เปิดอีเมลและไฟล์แนบจากแหล่งที่น่าสงสัย, เปิดใช้การยืนยันแบบ 2 ขั้นตอนสำหรับ Social Network และอีเมลส่วนตัว, อย่ารีบดำเนินการทันทีตามที่มีการแจ้ง, จัดการ Digital Footprint และตั้งค่าความเป็นส่วนตัวให้เหมาะสม รวมไปถึงหมั่นอัปเดตซอฟต์แวร์ป้องกันให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเสมอ 
             ​“เอไอเอส เราเชื่อว่า การรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ ถือเป็นอีกหนึ่งทักษะสำคัญในศตวรรษนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านเราจึงได้นำเข้าชุดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะทางดิจิทัล DQ (Digital Quotient) รวมไปถึงพัฒนาดิจิทัลโซลูชันเพื่อความปลอดภัยของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าได้อุ่นใจเมื่อใช้ทุกบริการของเอไอเอส ว่าเราจะดูแล ปกป้อง ป้องกัน ความเป็นส่วนตัวของลูกค้าสูงสุดตามมาตรฐานสากล” นางสายชล กล่าว

เกี่ยวกับ AIS
​           บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ผู้นำด้าน Digital Life Service Provider อันดับ 1 ที่มีคลื่นความถี่ในการให้บริการมากที่สุดรวม 1450 MHz และมีจำนวนผู้ใช้งานมากที่สุดกว่า 41 ล้านเลขหมาย (ณ มิถุนายน 2563) พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยเทคโนโลยี 5G ที่ครบ 77 จังหวัดแล้วเป็นรายแรกผ่าน 3 สายธุรกิจ ได้แก่ โทรศัพท์เคลื่อนที่, อินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูงภายใต้แบรนด์ AIS Fibre และบริการดิจิทัล 5 ด้าน ได้แก่ วิดีโอ คลาวด์ ดิจิทัลเพย์เมนท์ อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (IoT) และบริการร่วมกับพาร์ทเนอร์ ตลอดจนขยายสู่กลุ่มธุรกิจใหม่ อาทิ  AIS eSports, AIS Insurance ทั้งหมดนี้ เพื่อสนับสนุนความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ขยายขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยไปพร้อมกัน

Share:

ชาวบ้านพบกระเป๋าต้องสงสัยวางอยู่เขตพื้นที่รถไฟลำปาง จึงแจ้งตำรวจตรวจสอบ ก่อนพบมียาบ้าซุกซ่อน 100 เม็ด

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 11 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ภูธรจังหวัดลำปาง รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า  พบสิ่งของต้องสงสัยโดยไม่ทราบว่าใครนำมาวางทิ้งไว้บริเวณลานเก็บวัสดุหมอนรถไฟ พื้นที่สถานีรถไฟนครลำปาง จึงแจ้งประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ออกตรวจสอบ  จากนั้นทาง ร.ต.อ.ทรัพย์  ปรองดอง รอง สวป.ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร 20 จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจชุดที่ 2 ออกไปตรวจสอบ
จากการตรวจสอบพบว่า เป็นกระเป๋าสีแดงวางอยู่ จึงเปิดตรวจสอบภายในพบเสื้อลายสก๊อตสีแดงอีก 1 ชั้น ม้วนอยู่ในกระเป๋า เมื่อคลี่ออกดูก็พบว่ามียาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายใน จำนวน 100 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึด และนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง เพื่อจะได้หาตัวเจ้าของมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
โดยจากการสันนิษฐานของทางเจ้าหน้าที่คาดว่ายาบ้าที่พบดังกล่าว น่าจะเป็นของพ่อค้ายาบ้าที่มีการนัดส่งของกัน แต่ยังไม่ทันมีใครมารับเอาไป แต่มีชาวบ้านมาพบกระเป๋าซุกซ่อนยาก่อนและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบครั้งนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนหาตัวเจ้าของมารับผิดต่อไป.

Share:

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ระทึก เกิดไฟลุกไหม้ห้องชั้น 3 โรงเรียนอนุบาลเกาะคาลำปาง ตอนเช้ามืด จนท.ดับเพลิงใช้รถ 7 คัน สกัดไฟจนสงบลงได้ ส่วนสาเหตุต้องรอผลตรวจ

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

วันที่ 11 ส.ค.63 เวลาประมาณ  04.35  น.เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศูนย์วิทยุ สภ.เกาะคา อ.เกาะคา จ.ลำปาง ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเหตุไฟลุกไหม้อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ ภายในโรงเรียนอนุบาลเกาคาซึ่งห้องอยู่ ชั้น 3 หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลตำบลเกาะคาและใกล้เคียงร่วมช่วยกันดับไฟในที่เกิดเหตุ
จากนั้นพนักงานสอบสวนเวร และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่เวรอยู่ใกล้เคียงจึงรีบไปตรวจยังที่เกิดเหตุ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยเกาะคา ซึ่งพบว่ามีรถดับเพลิงที่เข้ามาร่วมช่วยกันครั้งนี้จากหลายองค์กร จำนวน 7 คัน  โดยพบว่าจุดที่เกิดไฟลุกไหม้นั้น เป็นห้องปฏิบัติการของโรงเรียนซึ่งอยู่บนชั้น 3 โดยอยู่ทางด้านทิศเหนือ ในเบื้องต้นสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ซึ่งมีข้าวของได้รับความเสียหายเป็นบางส่วน  ซึ่งสาเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจะได้เข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้งหนึ่งต่อไป.

Share:

ตัวแทนชาวบ้าน อ.แม่พริก เข้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ พร้อมแนบรายชื่อชาวบ้านกว่า 1 พันคน ยืนยันไม่เอาเหมืองแร่เข้ามาในพื้นที่ ยื่นคำขาดขอให้ยกเลิกการยื่นขอประทานบัตรทั้งหมด


จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

          เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 11 ส.ค. 63  นายประยุทธ กองจันทร์เพ็ชร พร้อมด้วยตัวแทนชาวบ้าน อ.แม่พริก จำนวน 7 คน ได้เดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดลำปาง ขอเข้าพบนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และได้ทำการยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ ขอคัดค้านและให้ยกเลิกคำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ในพื้นที่ หมู่ 7 และหมู่ 11 อ.แม่พริก จ.ลำปาง  โดยได้แนบประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ลงวันที่ 23 มิ.ย. 63   รูปภาพการรวมตัวของชาวบ้านที่ร่วมคัดค้าน เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมา และรายชื่อชาวบ้านที่ร่วมลงชื่อคัดค้านอีกกว่า 1,000 คน  โดยทางผู้ว่าฯได้รับเรื่องและส่งมอบให้นางศุกลรัตน์ จันทร์มณี ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำปาง ดำเนินการต่อให้เร็วที่สุด
          นายณรงค์ศักด์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวว่า ได้ทราบเรื่องเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 63 ว่าชาวบ้านมีการคัดค้าน  ซึ่งได้ส่งเรื่องให้ทางศูนย์ดำรงธรรมดำเนินการต่อ โดยจะต้องเรียกทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด  ตัวแทนชาวบ้าน มาร่วมพูดคุยหาทางออกร่วมกัน  ขอให้ชาวบ้านอย่าใจร้อน เพราะกระบวนการทำงานต่างๆต้องเป็นระเบียบขั้นตอน  แต่สามารถมาติดตามความคืบหน้าได้ตลอด

          นายประยุทธ กองจันทร์เพ็ชร ตัวแทนชาวบ้าน อ.แม่พริก กล่าวว่า การมายื่นหนังสือให้กับทางผู้ว่าฯ เพื่อความสบายใจของชาวบ้าน อ.แม่พริก ว่าทางผู้ว่าฯได้รับเรื่องโดยตรง มั่นใจว่าจะได้รับการช่วยเหลือและการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เนื่องจากผู้ว่าฯให้ความสำคัญกับประชาชน  ที่ผ่านมาชาวบ้านไม่ทราบเรื่องหนังสือสัมปทานมาก่อน จนกระทั่งหมดเวลายื่นคำร้องคัดค้าน ไม่ทราบว่าหนังสือถูกหมกเม็ดอยู่ที่ไหน เบื้องต้นทางผู้ว่าฯรับปากจะดำเนินการให้ และจะแจ้งรายงานให้ทางตัวแทนชาวบ้านทราบ  แต่ต้องดูตามเหตุและผล พยานหลักฐานตามกระบวนการ
          “สิ่งที่ชาวบ้านต้องการคือ ยกเลิกการขอสัมปทานไปเลย ไม่ต้องมีการทำประชาพิจารณ์ใดๆทั้งสิ้น เพราะชาวบ้านไม่ต้องการเหมืองแร่ทุกประเภทเข้ามาในหมู่บ้าน ชาวบ้านจะได้เอาเวลาไปทำมาหากินไม่ต้องมารวมตัวกันคัดค้าน ขอให้ยกเลิกการขอสัมปทานไม่ว่าจะกรณีใดๆ ชาวบ้านต้องการรักษาป่าและแหล่งน้ำในพื้นที่ หากไม่มีแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตชาวบ้านจะอยู่ได้อย่างไร” ตัวแทนชาวบ้าน อ.แม่พริก กล่าว

เรื่องเดิม ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 63  ชาวบ้านจากหลายตำบลใน อ.แม่พริก ได้รวมตัวกันกว่า 500 คน เดินจาก อบต.แม่พริก เดินไปยังที่ว่าการอำเภอแม่พริก เพื่อเข้ายื่นหนังสือต่อนายนพรัตน์ รักษ์ไพรสาณฑ์  นายอำเภอแม่พริก หลังจากเพิ่งทราบเรื่องว่า ได้มีการขอประทานบัตรเหมือแร่  คำขอประทานบัตรที่ 2/2563 ลงวันที่ 23 มิ.ย. 63  ของนางสาวกาญจนาพร พันธุ์สุข  ชนิดแร่แมงกานีส ตั้งอยู่ในพื้นที่ หมู่ 7 และหมู่ 11 ต.แม่พริก อ.แม่พริก จ.ลำปาง  จำนวน 199 ไร่ 3 งาน 81 ตารางวา  หากมีผู้ใดมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน หรือคัดค้าน ให้ยื่นต่อคำร้องต่อกลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง ภายใน 30 วัน แต่ปรากฏว่าชาวบ้านทราบเรื่องหลังจากพ้นกำหนดการยื่นคัดค้านแล้ว  เนื่องจากไม่เคยเห็นหนังสือการยื่นขอประทานบัตรแต่อย่างใด  ชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันออกมาคัดค้านดังกล่าว


Share:

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2563

สลด หนุ่มนักศึกษาลำปาง ขี่ จยย.จะกลับบ้าน ระหว่างทางเกิดพุ่งชนอัดกับรถยนต์กระบะ ส่งผลให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์


เมื่อเวลาประมาณ 20.50 น. วัน 10 ส.ค. 63 เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ภูธรจังหวัดลำปาง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถยนต์กระบะ บนถนนสายลำปาง ห้วยเป้ง บริเวณปากทางเข้าบ้านฮ่องกอก ต.บ่อแฮ้ว อ.เมือง จ.ลำปาง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยนครลำปาง ออกตรวจสอบร่วมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจตำบลแฮ้ว จากนั้นพนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองลำปาง และแพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์ลำปางจึงรุดไปตรวจตามรับแจ้ง โดยที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า R 15 สีน้ำเงินไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ชนอัดด้านข้างรถยนต์กระบะ อีซูซุ แค๊ป สีบอร์นเงิน ทะเบียน บบ 7180 ลำปาง จนพังยับ ใกล้กันนั้นพบร่างชายวัยรุ่นนอนเสียชีวิตจมกองเลือด ทราบชื่อต่อมาชื่อนายวัฒน์ วัย 15 ปี ราษฎรตำบลบ้านค่า อ.เมือง จ.ลำปาง และกำลังศึกษาอยู่ระดับ ปวช.ปี 1 ของวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่งของจังหวัดลำปาง ส่วนรถยนต์กระบะอีซูซุ รถคู่กรณี คนขับคือนายแทน อายุ 59 ปี ราษฎรตำบลบ่อแฮ้ว ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเองได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวจะเลี้ยวเข้าไปในหมู่บ้านฮ่องกอก ขณะเดียวกันได้มีรถจักรยานยนต์คู่กรณีแล่นมาทางตัวเมืองและชนอัดกับรถของตนเองข้างซ้าย จนทำให้มีคนเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนถึงเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้งต่อไป.(ขอบคุณภาพ สมาคมกู้ภัยนครลำปาง)




Share:

วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ชาวแม่พริก รวมพลต้านเหมืองแร่แมงกานีส ขอสัมปทานในเขตป่าต้นน้ำเกือบ 200 ไร่ เดินขบวนเข้าพบนายอำเภอ ยื่นหนังสือแสดงจุดยืน “ไม่เอาเหมือง” ชัดเจน

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

          เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 10 ส.ค. 63 ที่สนามด้านหน้า อบต.แม่พริก อ.แม่พริก จ.ลำปาง ได้มีชาวบ้าน ต.แม่พริก อ.แม่พริก รวมตัวกันกว่า 500 คน นำรถแห่พร้อมเครื่องขยายเสียง และป้ายผ้าเขียนข้อความ “คนแม่พริกไม่เอาเหมืองแร่”  มารอยื่นหนังสือต่อนายนพรัตน์ รักษ์ไพรสาณฑ์  นายอำเภอแม่พริก เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการขอสัมปทานเหมืองแร่ในพื้นที่ ต.แม่พริก อ.แม่พริก  แต่เนื่องจากทางชาวบ้านได้รับแจ้งว่านายอำเภอติดประชุมไม่สามารถเดินทางมารับหนังสือได้  ชาวบ้านจึงได้รวมกันตั้งขบวนจาก อบต.แม่พริก เดินไปยังที่ว่าการอำเภอแม่พริก เพื่อเข้าพบนายอำเภอด้วยตนเอง  

ทั้งนี้ หลังจากเมื่อช่วงต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา นายนพรัตน์ รักษ์ไพรสาณฑ์  นายอำเภอแม่พริก ได้มีหนังสือแจ้งถึงนายก อบต.แม่พริก ขอให้มีการปิดประกาศการขอประทานบัตรเหมือแร่  คำขอประทานบัตรที่ 2/2563 ลงวันที่ 23 มิ.ย. 63  ของนางสาวกาญจนาพร พันธุ์สุข  ชนิดแร่แมงกานีส ตั้งอยู่ในพื้นที่ หมู่ 7 และหมู่ 11 ต.แม่พริก อ.แม่พริก จ.ลำปาง  จำนวน 199 ไร่ 3 งาน 81 ตารางวา จึงให้ปิดประกาศประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ หากมีผู้ใดมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน หรือคัดค้าน ให้ยื่นต่อคำร้องต่อกลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง ภายใน 30 วัน หากไม่มีผู้ร้องคัดค้าน จะดำเนินการจัดรับฟังความคิดเห็นของชุมชนต่อไป
          ชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันออกมาคัดค้าน เนื่องจากเกรงว่าการทำเหมืองแร่จะทำลายป่าต้นน้ำลำธาร รวมไปถึงทำให้เกิดมลพิษและสารพิษปนเปื้อนในพื้นที่ ลงในแหล่งน้ำกินน้ำใช้ของชาวบ้าน รวมทั้งไม่ต้องการให้นายทุนจากนอกพื้นที่เข้ามาทำลายธรรมชาติของชาวแม่พริก จ.ลำปาง  ซึ่งจากการตรวจสอบรายชื่อผู้ยื่นขอประทานบัตร พบว่า เป็นชาว จ.เลย  และเป็นหุ้นส่วนธุรกิจหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น กิจการค้าปลีก ค้าส่ง กิจการเช่าซื้อเครื่องบิน  กิจการขนส่งมวลชน เป็นต้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการทำเหมืองแร่แต่อย่างใด  อย่างไรก็ตาม กลุ่มชาวบ้านจะรอฟังคำตอบจากทางนายอำเภอแม่พริก  หากไม่มีความคืบหน้าจะส่งตัวแทนมายังจังหวัดต่อไป




Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support