ตรวจสอบ...พ.ต.อ.สมพงษ์ บุญมาประเสริฐ ผกก.สภ.บ้านเสด็จ ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุไฟไหม้บ้านจำนวน 3 หลัง ในหมู่บ้านแลง หมู่ 2 ต.บุญนาคพัฒนา อ.เมืองลำปาง ได้รับความเสียหายรวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 21 พ.ค.62 ที่ผ่านมา

มาจากฟ้า...หัวกระสุนปืนไม่ทราบชนิด ที่ตกใส่หลังคาบ้านทะลุเข้ามาในห้องนอนของ น.ส.อภิษฏา ยนต์วงศ์ อายุ 33 ปี เฉียดศีรษะลูกสาวไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น วอนขอให้คนก่อเหตุมอบตัวและอย่าทำอีก เพราะเสี่ยงทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต

ล้มทั้งแถบ...ถนนบริเวณทางเข้าไปยังวัดพระธาตุเสด็จ ต.บ้านเสด็จ อ.เมืองลำปาง ต้องปิ ดการสัญจรชั่วคราว เนื่องจากเกิดเสาไฟฟ้าล้มขวางถนนเป็นทางยาวกว่า 20 ต้น หลังจากเกิดพายุพัดถล่มเมื่อช่วงค่ำ วันที่21 พ.ค.62 ที่ผ่านมา ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ กฟภ.ได้เข้าไปแก้ไขและจ่ายไฟได้ตามปกติแล้ว

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

กฟผ.ย้ำเถ้าลอยไม่เกี่ยว ค.1 ล้มประมูลผิด คนแม่เมาะฮือทวงสัญญา

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 ยันการประมูลเถ้าลอยต้องยึดตามระเบียบ 

จากกรณีที่กลุ่มชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอแม่เมาะ นำโดยนายถนอม กุลพินิจมาลา ประธานชมรมฯ ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือต่อนายนิมิตร ผดุงศิลป์ไพโรจน์ นายอำเภอแม่เมาะ ขอให้ กฟผ.แม่เมาะระงับการเปิดประมูลจำหน่ายขี้เถ้าลอย และระงับการทำ ค.1 โครงการโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 8-9  เมื่อวันที่ 21 พ.ค.62 ที่ผ่านมา

โดยได้ระบุว่า การยื่นหนังสือข้อเรียกร้องในครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 พ.ย.59  ได้ข้อตกลงนำไปสู่ข้อสรุปคือ  กฟผ.ไม่ขัดข้องที่จะนำเศษหินไปใช้กับประโยชน์ของส่วนรวม  ผวก.เห็นชอบและต้องการให้ทำแผนทั้ง 3 ตำบลเป็นแผน 10 ปี  ส่วนกรณีการขอซื้อเถ้าลอยต่อ กฟผ.แม่เมาะในราคาส่วนลดมากกว่า 10% จำนวนโควตา 30% ของยอดแต่ละปีนั้น ทาง กฟผ.ได้เสนอต่อคณะกรรมการ กฟผ.แล้ว โดยมีหนังสือให้ กฟผ.แม่เมาะกลับมาทบทวนใหม่ ไม่ให้ตามข้อตกลง และยังขายให้คู่ค้ารายอื่นที่ไม่ใช่ประชาชนในพื้นที่ เท่ากับหลอกให้ประชาชนให้การสนับสนุน ค.1-ค.3  การสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-7 กำลังการผลิต 655 เมกกะวัตต์ 

ดังนั้นเพื่อแสดงความจริงใจในการช่วยเหลือแก้ปัญหาของ กฟผ.แม่เมาะ ทางชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.แม่เมาะ จึงขอให้ทาง กฟผ.แม่เมาะระงับการเปิดประมูลจำหน่ายขี้เถ้าลอย และระงับการทำ ค.1 โครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทนเครื่องที่ 8-9 เอาไว้ก่อน เพื่อหาข้อสรุปและหาทางออกในการแก้ไขปัญหาที่จะเกิดกับชุมชน  รวมไปถึงการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน โดยขอให้มีการดำเนินการซื้อขี้เถ้าลอยต่อ กฟผ.แม่เมาะในราคาส่วนลดมากกว่า 10% จำนวนโควตา 30% ของยอดที่มีในแต่ละปี ผลกำไรจะนำมาพัฒนาชุมชน ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความยั่งยืนทั้งอำเภอแม่เมาะ และลดผลกระทบจากคนเดือดร้อนทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการขายขี้เถ้าลอยต่อไป 

นายพลศรี สุวิศิษฏ์อาษา  ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2  เปิดเผยในเรื่องนี้กับลานนาโพสต์ว่า  โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 8-9 อยู่ในแผน PDP ซึ่งได้ผ่านมติ ครม.เมื่อวันที่ 30 เม.ย.62 ที่ผ่านมา ซึ่งได้กำหนดสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนให้เสร็จและเดินเครื่องได้ในปี 2569 แต่เนื่องจากพื้นที่ อ.แม่เมาะเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินใช้เวลาก่อสร้างนาน ต้องมีกระบวนการทำ ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EHIA) อีก จึงต้องเริ่มทำในตอนนี้ เมื่อเสร็จแล้วก็จะเสนอ ครม.อนุมัติ ซึ่งกว่าจะจบขั้นตอนการทำ EHIA ประมาณ 2 ปี และเริ่มก่อสร้างไปอีก 4 ปี จะจบในปี 2569 พอดี   ตอนนี้จึงเป็นเพียงการเริ่มดำเนินการ มีการเข้าพบทางส่วนราชการทั้งจังหวัด และท้องถิ่น เพื่อชี้แจงว่าจะมีการทำ EHIA รับฟังความคิดเห็นของประชาชนในครั้งแรก ในวันที่ 13 ก.ค.62   เพราะฉะนั้นในช่วงนี้อยู่ระหว่างการเข้าพื้นที่ลงไปชี้แจงให้ทราบ  ซึ่งเป็นไปได้ว่าประชาชนบางส่วนยังไม่ทราบว่าจะมีการจัดทำ ค.1  เนื่องจากทั้งอำเภอพื้นที่ค่อนข้างกว้าง ยังต้องลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 กล่าวถึงกรณีชาวบ้านขอซื้อเถ้าลอยในราคาส่วนลดว่า กฟผ. ได้มีการนำเสนอเรื่องนี้ให้คณะกรรมการพิจารณาแล้ว แต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากติดปัญหาขัดกับระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐ  ซึ่งเรื่องการขายให้ชาวบ้านในราคาถูกได้ก็ต้องเป็นทางภาครัฐเป็นผู้สั่งการ เพราะ กฟผ.ทำเองไม่ได้ เนื่องจากเป็นผู้ปฏิบัติและเป็นหน่วยงานในสังกัดของรัฐ   สำหรับการประมูลเถ้าลอยนั้นก็ยังไม่มีเหตุที่จะสั่งให้ระงับการประมูลได้ เนื่องจากหากครบกำหนดการยื่นซองประมูลแล้ว  แต่ไม่มีการเปิดซองทาง กฟผ.ก็จะโดนดำเนินคดี   

ส่วนประเด็นที่ชาวบ้านบอกว่าได้รับผลกระทบจากการขนเถ้าลอย คือ เสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ และถนนพัง  กฟผ.ก็ได้มีการปรับทีโออาร์ในการประมูลเถ้าลอย ให้มีการคุ้มครองกรณีการเกิดอุบัติเหตุ เช่น ให้มีการทำประกัน และจ่ายค่าชดเชย กรณีการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่เป็นกรณีไป เพื่อให้มีการเยียวยาอย่างสมเหตุสมผล  ส่วนเรื่องถนนหนทางได้เสนอไปยังผู้มีอำนาจดำเนินการ อยู่ระหว่างการพิจารณาอยู่  

นายพลศรี กล่าวต่อไปว่า  หลังการยื่นหนังสือผ่านนายอำเภอแม่เมาะ ทางอำเภอก็ได้ส่งมาให้ทาง กฟผ.แม่เมาะพิจารณา จึงได้ส่งหนังสือไปยังผู้บริหารระดับสูงเพื่อหารือร่วมกันในการแก้ไขปัญหาในกระบวนการต่างๆ  ว่าสามารถทำตามระเบียบได้มากน้อยแค่ไหน  จากกรณี 3 ข้อที่ชาวบ้านได้เรียกร้องมา คือเรื่องการขอใช้หินคลุก ก็ได้ดำเนินการใกล้จะสำเร็จแล้ว  รวมทั้งเรื่องการของบ CSR เพิ่มเติม ก็ได้มีการสนับสนุนให้เพิ่มตามกรอบที่สามารถทำได้ โดยสนับสนุนให้ปีละ 40  ล้านบาท เป็นงบที่เยอะพอสมควร  ส่วนเรื่องเถ้าลอยไม่สามารถทำได้เนื่องจากขัดต่อระเบียบ จึงต้องหาวิธีและทางออกร่วมกันต่อไป

ถึงแม้ว่าเรื่องการทำ ค.1  กับเรื่องเถ้าลอย เป็นเรื่องคนละประเด็นกัน แต่ความเดือดร้อนของชาวบ้านเป็นสิ่งที่ กฟผ.ต้องดูแล จึงอยากให้เรื่องเหล่านี้ไปอยู่บนเวที ค.1  เพื่อจะได้นำไปหาแนวทางแก้ปัญหา ซึ่งจะมีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเข้ามาร่วมเก็บข้อมูล  จากนั้นก็จะได้มีเวที ค.2   ค.3 ต่อไป  แต่ถ้าหากไม่มีการทำ ค.1 แล้วก็จะไม่ได้มีการพูดคุยปัญหา โรงไฟฟ้าก็จะไม่ได้สร้าง ผลกระทบก็จะเกิดกับชุมชน  เช่น โรงไฟฟ้าเครื่องที่ 8-9 จะหมดอายุในปี 2567  เมื่อหยุดผลิตไฟฟ้าก็จะไม่มีเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้า รวมไปถึงการใช้ไฟฟ้าซึ่งจะส่งผลกระทบไปทั่วประเทศ

ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า2 กล่าวทิ้งท้ายว่า เห็นใจชาวบ้านชุมชน และเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติที่มีเรื่องเดือดร้อนแล้วเสนอขึ้นมา โดยชาวบ้านก็อาจจะไม่เข้าใจถ่องแท้ในเรื่องระเบียบ  กฟผ.ก็ต้องรับฟังและอธิบายให้เข้าใจกันต่อไป ต้องพูดคุยกันว่าควรใช้วิธีใดหรือช่องทางใดได้บ้าง เชื่อว่าจะมีช่องทางหนึ่งที่สามารถตกลงกันได้

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1230 วันที่ 24 - 30 พฤษภาคม 2562)

Share:

แม่บ้านสาวช็อคหนัก กระสุนปริศนาตกหัวนอน

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

แม่บ้านสาวช็อค กระสุนตกใส่หลังคาบ้านทะลุห้องนอน เฉียดหัวลูกสาวไม่ถึง 1 เมตร  รีบแจ้ง ตร.เข้าตรวจสอบ อยากให้หาตัวคนก่อเหตุโดยเร็ว ลั่นไม่มีใครอยากตายเพราะกระสุนปริศนา

เมื่อเวลาประมาณ 21.20 น. วันที่ 22 พ.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุกระสุนปืนตกใส่หลังคาบ้าน ที่บ้านเลขที่  292 บ.ทุ่งโค้ง หมู่ 3 ต.บ่อแฮ้ว อ.เมือง จ.ลำปาง จึงประสานเจ้าหน้าที่สายตรวจตำบลบ่อแฮ้วเข้าตรวจสอบเหตุในเบื้องต้น  จากการตรวจสอบ พบว่า จุดที่เกิดเหตุอยู่บริเวณห้องนอน โดยมี น.ส.อภิษฎา ยนต์วงศ์ อายุ 33 ปี เจ้าของบ้านนำเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบภายในห้อง พบกระสุนปืนตกอยู่ตรงหัวมุมที่นอน จึงนำมาตรวจสอบ พบหัวกระสุนมีความยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ยังไม่ทราบชนิดและขนาดของกระสุนแน่ชัด นอกจากนั้น บริเวณฝ้าเพดานใกล้กับหลอดไฟ พบรอยกระสุนทะลุลงมา มีเศษฝ้าเพดานร่วงหล่นอยู่เต็มที่นอน

น.ส.อภิษฏา เล่าว่า ขณะเกิดเหตุได้เกิดฝนตก ตนได้พาลูก 3 คน เข้านอนและปิดไฟหมดแล้ว อยู่ๆก็ได้ยินเสียงดังเหมือนระเบิด จึงเปิดไฟดู และพบว่ามีเศษฝ้าเพดานตกเกลื่อนเต็มที่นอน แหงนดูก็พบรูเหมือนรอยกระสุนปืน จึงมองหาภายในห้อง กระทั่งพบว่ากระสุนได้ตกอยู่หัวมุมที่นอน ใกล้กับหัวของลูกสาวคนเล็กนอนอยู่ไม่ถึง 1 เมตร  ตนถึงกับใจหายวาบ หากกระสุนตกใกล้กว่านี้อีกนิด อาจจะถูกศีรษะของลูกสาวได้  หลังเกิดเหตุจึงแจ้งทาง กำนัน และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ แต่เนื่องจากฝนตก จึงยังไม่สามารถตรวจสอบวิถีกระสุนได้ ทางเจ้าหน้าที่จะเข้ามาอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น  ซึ่งตนเองอยากให้หาตัวคนก่อเหตุมาลงโทษให้ได้ เพราะทำไปโดยไม่คิดว่าคนอื่นจะได้รับอันตราย ไม่มีใครอยากตายเพราะกระสุนปริศนาแน่นอน

 

ต่อมาวันที่ 23 พ.ค.62 เวลา 08.00 น. น.ส.อภิษฏา ยนต์วงศ์ ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ณรงค์ อินตา รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองลำปาง จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จึงได้เดินทางเข้าไปตรวจสอบ เพื่อเก็บหลักฐานและหาวิถีกระสุนอย่างละเอียด

ทั้งนี้ น.ส.อภิษฏา ยังได้ใช้เฟสบุ๊กส่วนตัว โพสต์เตือนภัย โดยเล่าเหตุการณ์ว่า "ขอเตือนภัยนะคะ คือไม่ทราบว่าใครยิงปืนขึ้นฟ้าตอนฝนตกเมื่อเวลาประมาณ 21.20 น. คุณรู้มั้ยคะ ว่ากระสุนที่คุณยิงขึ้นฟ้านั้น เกือบได้ปลิดชีวิตฉันกับลูก เพราะที่ตรงนั้นคือห้องนอน และเป็นเวลาที่พาเด็กๆเข้านอน ปิดไฟนอนกันหมดแล้ว อยู่ๆก็มีเสียงดังเหมือนมีอะไรระเบิด พอเปิดไฟดู เห็นเศษฝ้าเพดานเกลื่อนที่นอน เลยแหงนไปดูเพดาน เจอรูกระสุนปืน และก็พยายามมองหากระสุนปืน และก็เจอตกข้างที่นอน ตรงบนหัวลูกสาวคนเล็กพอดี ตอนนี้ต้องย้ายไปนอนอีกห้อง เพราะหลังคารั่ว น้ำหยดลงมาบนที่นอน  อยากจะบอกว่า ขอให้อย่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับใครอีกนะคะ ส่วนคนที่ยิง ก็ขอให้คุณคิดให้เยอะๆ ว่าผลที่ตามมา มันจะเป็นยังไง คงไม่มีใครอยากตายเพราะกระสุนปริศนา ที่มาพร้อมสายฝนหรอกค่ะ"  โดยมีชาวเน็ตเข้ามาตำหนิและสาปแช่งผู้ที่ก่อเหตุจำนวนมาก


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1230 วันที่ 24 - 30 พฤษภาคม 2562)
Share:

ไฟไหม้กลางดึก บ้าน 3 หลังวอด ระดมทุนช่วย

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

ไฟไหม้บ้านกลางดึก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและชาวบ้านตื่นช่วยดับกันชุลมุน แต่ช่วงเกิดเหตุมีลมแรง จึงทำให้ ลุกลามหนักไปบ้านข้างเคียงอีก 2 หลัง วอดทั้งหมดรวม 3 หลัง  มูลค่าเสียหายหลายล้านบาท เพื่อนบ้านและหลายหน่วยงานระดมทุนช่วยเหลือ

เมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 21 พ.ค.62  สภ.บ้านเสด็จ อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง  ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้าน ภายในหมู่บ้านแลง หมู่ 2 ต.บุญนาคพัฒนา อ.เมืองลำปาง  จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงอบต.บุญนาคพัฒนา และท้องถิ่นใกล้เคียง ให้การช่วยเหลือระงับเหตุอย่างเร่งด่วนเพราะไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว  จากนั้นได้ประสาน พ.ต.ท.ไกรสร ทองอินทร์  สว.(สอบสวน) สภ.บ้านเสด็จ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ทราบว่าเป็นบ้านเลขที่ 67 หมู่ 2  ต.บุญนาคพัฒนา พบรถดับเพลิงรวม 3 คัน จาก อบต.บุญนาคพัฒนา  และ อบต.บ้านเสด็จ ได้เร่งระดมฉีดน้ำดับไฟอย่างเร่งด่วน โดยมีนายทิตย์ พรมปิงเครือ นายก อบต.บุญนาคพัฒนา และ นายพีระพงษ์ ดวงชินผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 2 ต.บ้านแลง เข้ามา

 

อำนวยการสั่งการด้วยตนเอง และให้กำลังใจกับนายสงวน อินนวล เจ้าของบ้านหลังที่เกิดเหตุ  แต่เนื่องจากขณะเกิดเหตุนั้นได้เกิดลมแรงและไฟได้ลุกไหม้อย่างรุนแรง เพราะเป็นบ้านไม้ที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไฟได้เกิดลามไปยังบ้านข้างเคียงอีกจำนวน 2 หลัง  คือบ้านเลขที่ 67/2  บ้านของสำลี บุญทาแดง  และบ้านเลขที่ 65 ของนายมาด มะโนวัง  ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้พยายามฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างสุดความสามารถ และต้องประสานขอรถดับเพลิงเพิ่มเติมจากพื้นที่ใกล้เคียง  แต่บ้านทั้ง 3 หลังเป็นบ้านไม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว  ทำให้ถูกไฟไหม้วอดเสียหายไปหมดรวม 3 หลัง  โดยเจ้าของบ้านต่างเศร้าสลดต้องยืนดูบ้านตัวเองถูกไฟไหม้ไปต่อหน้าต่อตา จนกระทั่งเวลา 03.00 น.ของวันที่ 22 พ.ค.62 จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ซึ่งใช้เวลาร่วม 5 ชั่วโมง  เบื้องต้นค่าความเสียหายอยู่ที่ประมาณ  3 ล้านบาท 

ต่อมาทาง พ.ต.อ.สมพงษ์ บุญมาประเสริฐ ผกก.สภ.บ้านเสด็จ ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น  ทั้งนี้ หลังจากเกิดเหตุได้มีชาวบ้านตั้งรับบริจาคเพื่อขอความช่วยเหลือเจ้าของบ้านทั้ง 3 หลัง รวมทั้งได้โพสต์ขอความช่วยเหลือผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียหลายช่องทาง นอกจากนั้นยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือบางส่วนแล้ว

สำหรับสาเหตุเพลิงไหม้ อยู่ระหว่างสอบสวน โดยแจ้งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดลำปาง ร่วมตรวจสถานที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
           

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1230 วันที่ 24 - 30 พฤษภาคม 2562)
Share:

พายุถล่มบ้านพันหลังยับ เสาไฟล้มระนาวมืดนาน 12 ชั่วโมง

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

8 อำเภอโดนพายุถล่ม บ้านเรือนชาวบ้านเสียหายกว่าพันหลัง  พื้นที่ ต.บ้านเสด็จ อ.เมืองลำปาง เสาไฟฟ้าแรงสูงล้มระเนระนาดกว่า 20 ต้น  ไฟดับมานานกว่า 12 ชั่วโมง กฟภ.เร่งเปลี่ยนเสาไฟฟ้าเพื่อจ่ายไฟให้ชาวบ้าน  

จังหวัดลำปาง ได้รับผลกระทบจากเหตุวาตภัย พายุฝนพัดถล่ม เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวานวันที่ 21 พ.ค.2562 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง หลายตำบลได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทั้งเสาไฟฟ้าหักโค่น บ้านเรือนถูกพายุพัดเอาหลังคาปลิวพังเสียหาย ต้นไม้หักโค่นขวางถนน เป็นแนวยาว เจ้าหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือ

โดยเฉพาะเส้นทางไปยังวัดพระธาตุบ้านเสด็จ ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ที่มีระยะทางประมาณ 1.4 กิโลเมตร โดยผ่านเข้าปากทางเข้าไปประมาณ 100 เมตร ปรากฏว่า เสาส่งไฟฟ้าแรงสูง หักโค่นขวางถนนเป็นแนวยาวกว่า 1 กิโลเมตร คาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 20 ต้น รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านสัญจรไปมาได้ ต้องเส้นทางเลี่ยงประมาณ 2 กิโลเมตร โชคดีขณะเกิดเหตุไม่มีการสัญจรทางถนน  นอกจากนี้ยังทำให้บ้านเรือนชาวบ้าน เขตพื้นที่ตำบลบ้านเสด็จ ตำบลพิชัย  อำเภอเมืองลำปาง ได้รับผลกระทบจำนวนมากส่วนใหญ่หลังคาพังเสียหายจากพายุพัดถล่ม ต้นไม้หักโค่นทับหลังคาบ้านพังเสียหาย

เช่นเดียวกันกับที่บริเวณด้านหลัง จุดตรวจ สภ.บ้านเสด็จ ฝั่งตรงข้าม สภ.บ้านเสด็จ อำเภอเมืองลำปาง มีเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง หักโค่นอีกจำนวน 12 ต้น พังเสียหายทั้งหมด ทำให้กระแสไฟฟ้าในพื้นที่ เขตเมืองหลายแห่งได้รับผลกระทบมานานกว่า 12 ชั่วโมง ไม่มีไฟฟ้าใช้   โดยทาง กฟภ.จังหวัดลำปาง ได้ประสานส่วนที่เกี่ยวข้องจัดกำลังและเครื่องจักรต่างๆเพื่อเร่งซ่อมแซมเสาไฟฟ้าที่หักโค่นให้กลับมาจ่ายกระแสไฟฟ้าได้เร็วที่สุด  นอกจากนี้ต้นไม้ที่อยู่ร่องกลางถนน สองฝากฝั่งถนน ซุปเปอร์ไฮเวย์สายลำปาง-งาว ตั้งแต่เข้าพื้นที่ ตำบลบ้านเสด็จ แนวยาวกว่า 5 กิโลเมตร ต้นไม้หักโค่นขวางถนนนับร้อนต้นเจ้าหน้าที่เร่งตัดแต่งกิ่งเพื่อให้การสัญจรทางถนนปลอดภัย

และที่บ้านเลขที่ 140 หมู่ 8 บ้านลูเหนือ ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เป็นอีก 1 ในกว่า 50 หลัง ที่ได้รับผลกระทบจากพายุพัดถล่มในหมู่บ้านแห่งนี้ พบว่าหลังคาบ้านถูกลมพายุหอบพัดเอาโครงหลังคาออกไปเกือบทั้งหลัง เสียหายทั้งหมด นอกจากนี้น้ำฝนยังส่งผลทำให้ทรัพย์สินภายในบ้านโดยเฉพาะเสื้อผ้า ที่นอน หมอนมุ้งผ้าห่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า เสียหายไปกับน้ำฝน

 

โดยเจ้าของบ้านเล่าว่าช่วงเกิดเหตุ ได้อยู่ที่บ้าน ขณะนั้นได้มีพายุฝนพัดถล่มมาทุกทิศทุกทางก่อนที่พายุจะหอบเอาโครงหลังคาบ้านออกไปเกือบทั้งหมด ซึ่งตนเองและครอบครัวต้องหลบอยู่ใต้ถุนบ้าน เพื่อเอาตัวรอด จนเหตุการณ์สงบเช่นเดียวกับบ้านเรือนชาวในพื้นที่อื่นๆก็ได้รับผลกระทบจากพายุพัดถล่มเช่นกัน

 ตลอดทั้งวันของวันที่ 22 พ.ค. 2562 เจ้าหน้าที่จากหลายภาคส่วนในจังหวัดลำปาง เร่งระดมกำลังเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุพายุพัดถล่ม ทั้งในอำเภอเมืองลำปาง อำเภอห้างฉัตร อำเภอเมืองปาน  หลังเกิดเหตุ นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นายอำเภอเสริมงาม เกาะคา ห้างฉัตร เมืองปาน เถิน เมืองลำปาง แม่ทะ และอำเภองาว ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ได้สำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น โดยมีหน่วยงานที่ร่วมสำรวจและเข้าให้การช่วยเหลือมีในการเกิดวาตภัยครั้งนี้มี อำเภอ เทศบาล อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อส. อปพร. ทหาร มทบ.32 ประชาชนจิตอาสา ปภ.สาขาเถิน สาขาวังเหนือ ร่วมให้การช่วยเหลือ สนง.ปภ.จ.ลำปาง ร่วมเยี่ยมให้กำลังใจราษฎร และ จัดชุดเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องมือ ช่วยตัดและขนย้ายต้นไม้ที่ล้มทับบ้านเรือนและเส้นทางสัญจร บรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรผู้ประสบภัย

 ด้าน พล.ต.สุรคล ท้วมเสม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ได้นำกำลังพล และแพทย์ทหารจากโรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี เข้าตรวจเยี่ยม มอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัย และให้กำลังใจ ผู้ประสบภัย และกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือชาวบ้านในการ ซ่อมแซมบ้านเรือนโดยเน้นให้กำลังพลระมัดระวังในการทำงาน เนื่องจากโครงสร้างบ้านเรือนหลายแห่ง อาจจะไม่แข็งแรงจึงให้ระมัดระวังให้มากที่สุด พร้อมกำชับให้กำลังพลเร่งซ่อมแซมบ้านเรือนชาวบ้านให้รวดเร็วเพราะสภาพพื้นที่ อาจจะมีฝนตกลงมาอีกก็ได้

ทั้งนี้ สำนักงาน ปภ.จ.ลำปาง ได้สรุปสถานการณ์วาตภัย  เมื่อวันที่ 21 พ.ค.62  พบว่าได้รับผลกระทบในพื้นที่ 8 อำเภอ 22 ตำบล 63 หมู่บ้าน มีบ้านเรือนเสียหายประมาณ 1,295 หลัง แยกเป็น อำเภอเสริมงาม 2 ตำบล 6 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 25 หลัง , อำเภอเกาะคา 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 20 หลัง  ,อำเภอห้างฉัตร 3 ตำบล 8 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 101 หลัง ,อำเภอเมืองปาน 3 ตำบล 13 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 183 หลัง ,อำเภอเถิน 3 ตำบล 5 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 17 หลัง ,อำเภอเมืองลำปาง 6 ตำบล 24 หมู่บ้าน บ้านเสียหายอยู่ระหว่างการสำรวจ (เบื้องต้นประมาณ 947 หลัง ,อำเภอแม่ทะ 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 2 หลัง  ,อำเภองาว 3 ตำบล 4 หมู่บ้าน (บ้านเสียหายอยู่ระหว่างสำรวจ)


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1230 วันที่ 24 - 30 พฤษภาคม 2562)
Share:

เก๋งซิ่งข้ามเลน ชนรถอีกคันยับ ตาย 1 สาหัส 3

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

ฝนตกถนนลื่น เก๋งเสียหลักพุ่งข้ามเลนมาชนเก๋งอีกคัน ผลรถพังยับเยินทั้งคู่  บาดเจ็บสาหัส 3 คน ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 1 คน

เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. เมืองลำปาง ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 จ.ลำปาง ว่าเกิดอุบัติเหตุรถชนกัน บริเวณถนนสายผาลาด-แม่เมาะ  เขตบ้านหลวงผาลาด หมู่ 4 ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย หลังรับแจ้งจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยนครลำปาง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเทศบาลตำบลแม่เมาะ ออกให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างเร่งด่วน พร้อมประสาน พ.ต.ท.ปภากร ทะชมภู  สว.(สอบสวน) สภ.เมืองลำปาง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีบรอนทอง หมายเลขทะเบียน กค 8242 ลำปาง จอดขวางอยู่กลางถนน สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน มีคนขับเป็นชาย 1 คน อาการสาหัสไม่สามารถให้การได้  เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยฟื้นคืนชีพ และนำส่งโรงพยาบาลลำปางทันที  ส่วนรถคู่กรณีอีกคันเป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีขาว หมายเลขทะเบียน กม 4566 ลำปาง  ตกลงไปอยู่ไหล่ทางสภาพรถพังยับเยินเช่นกัน  รถคันนี้มีผู้โดยสารรวมกัน 3 คัน ชาย 1 คน หญิง 2 คน พบว่าหญิงอาการทั้งสาหัส 2 คน ติดอยู่ในรถ  เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลลำปาง กู้ชีพโรงพยาบาลแม่เมาะ สมาคมกู้ภัยลำปาง กู้ภัยเทศบาลแม่เมาะ ได้ช่วยกันงัดรถนำตัวออกมาได้ ส่วนชายคนขับ พบว่ายังรู้สึกตัวดี บาดเจ็บเช่นกัน เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาล ก่อนเร่งตัวทั้ง 3 คน ส่งรักษาที่โรงพยาบาลลำปาง

 

จากการสอบถาม พลเมืองที่เห็นเหตุการณ์ที่ได้ยืนรอให้การแก่เจ้าหน้าที่ ทราบว่า ได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามรถยนต์เก๋งฮอนด้าซีตี้  สีขาว  หมายเลขทะเบียน กม 4566 ลำปาง โดยช่วงนั้นมีฝนตกโปรยปรายตลอดทาง และได้สังเกตเห็นว่า รถยนต์เก๋งฮอนด้าซีวิค สีบอร์นทอง หมายเลขทะเบียน กค 8242 ลำปาง ได้ขับแซงรถคันอื่นๆมาตามทาง  แต่จู่ๆรถเสียหลักพุ่งข้ามเลนมากะทันหัน พุ่งชนรถยนต์เก๋ง ฮอนด้าซิตี้ สีขาว อย่างจัง ตนเองรีบเข้าไปดูพบคนเจ็บจำนวนมาก จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือ    

ล่าสุด พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งจาก รพ.ลำปางว่า ผู้บาดเจ็บเป็นชายคนขับรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีบอร์นทอง หมายเลขทะเบียน กค 8242 ลำปาง ทราบชื่อภายหลังคือ นายอัครเดช แก้วกระโทก อายุ 52 ปี ราษฎรบ้านวังหม้อ หมู่ 2 ต.ต้นธงชัย อ.เมืองลำปาง ได้เสียชีวิตลงแล้วที่ รพ.ลำปาง 

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนคู่กรณีอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ เส้นทางดังกล่าวมักจะมีอุบัติเหตุทางถนนเป็นประจำ เนื่องจากเส้นทางมืดและมักจะมีรถสัญจรกันจำนวนมาก จึงแจ้งเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้ระมัดระวังให้มากที่สุด


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1230 วันที่ 24 - 30 พฤษภาคม 2562)
Share:

จยย.ขี่ตัดหน้า กระบะพุ่งชนลุงกระเด็นดับ

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

ลุงวัย 69 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ข้ามทาง กระบะมาทางตรงเจอตัดหน้ากะชั้นชิดเบรกไมทันพุ่งชนอย่างจัง รถไถลไปกว่า 50 เมตร เสียชีวิตคาที่

เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2562 เวลา 17.40 น. สภ.งาว อ.งาว จ.ลำปาง ได้รับแจ้งว่าอุบัติเหตุ รถยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย  ที่บริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 สาย พะเยา-งาว ม.2 ต.ปงเตา อ.งาว จ.ลำปาง  จึงแจ้งให้ ร.ต.อ.พงศกร อินทร์หอม รอง สว.(สอบสวน) สภ.งาว  พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลงาว และเจ้าหน้าที่กู้ภัยอำเภองาว ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถคู่กรณีทั้งสองคัน เป็นรถยนต์กระบะยีห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน ผข 8988 เชียงราย  สภาพหน้ารถฝั่งซ้ายมีร่องรอยการเฉี่ยวชน จนไฟหน้าแตกและตัวรถด้านข้างยุบ โดยคนขับรถเป็นชาย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทราบชื่อคือ  นายตะวัน พงษ์ศรีมาศ อายุ 63 ปี  บ้านเลขที่  118/67 ม.7 ต.ปงเตา อ.งาว จ.ลำปาง  โดยมีนางผูแคะ แซ่เติ๋น อายุ 59 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 133/1 ม.7 ต.ร่มเย็น อ.เชียงคำ จ.พะเยา  นั่งโดยสารมาด้วย ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด  ทั้งสองคนรอให้การอยู่ในที่เกิดเหตุ    

ส่วนอีกคันเป็น รถจักรยานยนต์ยีห้อ ฮอนด้าดรีม ทะเบียน ขยพ 639 ลำปาง  สภาพพังเสียหาย ล้มอยู่กลางถนนห่างจากรถกระบะไปประมาณ 30  เมตร และพบศพชายไทย สภาพนอนหงาย ใบหน้ามีบาดแผลฉกรรจ์ บริเวณข้อเท้าข้างขวาหักจนเห็นกระดูก  ทราบชื่อภายหลังคือ  นายสองเมือง จันมะโน อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่  48/1 ม.1 ต.บ้านร้อง อ.งาว จ.ลำปาง

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถกระบะได้ขับมาทางตรง ส่วนรถจักรยานยนต์ได้จอดรอเพื่อที่จะข้ามทางเพื่อรัดร่องกลางถนนไปอีกฝั่งหนึ่ง ระหว่างที่รถกระบะขับมา เป็นช่วงที่รถจักรยานยนต์ได้พุ่งข้ามทางพอดีจึงเกิดการตัดหน้า และพุ่งชนกันอย่างจัง จนทำให้รถจักรยานยนต์รวมทั้งคนขับไถลไปไกลเกือบ 50 เมตร เป็นเหตุให้คนขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิตคาที่  ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนพยานผู้เห็นเหตุการณ์อย่างละเอียดต่อไป

 (หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1230 วันที่ 24 - 30 พฤษภาคม 2562)

Share:

อดีตสัปเหร่อเบื่อชีวิตพิการผูกคอลาโลก

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

อดีตสับปะเหร่อเบื่อหน่ายชีวิตขาพิการ ตัดสินใจผูกคอตายลาโลกในห้องน้ำ

เมื่อเวลา 07.30 น.ของวันที่ 18 พ.ค.62   เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.งาว ได้รับแจ้งว่ามีคนผูกคอตาย ที่บ้านเลขที่ 54 หมู่ 5 ต.บ้านโป่ง อ.งาว  หลังรับแจ้งจึงประสานพนักงานสอบสวน พร้อมด้วยแพทย์ รพ.งาว และเจ้าหน้าที่กู้ภัยงาว ร่วมตรวจที่เกิดเหตุและชันสูตรพลิกศพ

โดยบริเวณห้องน้ำชั้นล่างของบ้าน พบศพนายประเสริฐ  ธรรมวงค์  อายุ 72 ปี เจ้าของบ้าน ใช้สายยางโยงผูกคอกับขื่อ ในสภาพนอนหงายไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงกีฬาสีดำ  คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8 ชม. ซึ่งผู้มาพบศพ คือ นางศรีนวล ธรรมวงค์ ภรรยาของผู้ตาย อยู่ในอาการตกใจและร้องไห้ 

นางศรีนวล ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า  สามีของตนเคยทำงานเป็นสับปะเหร่อมาก่อน แต่ประสบอุบัติเหตุเดินไม่สะดวก จึงต้องเลิกทำและมาอยู่บ้าน  ที่ผ่านมาสามีก็เคยมาพูดเปรยว่า อยากจะฆ่าตัวตาย เพราะเบื่อหน่ายกับชีวิต ที่มีความพิการทางขาเดินไม่สะดวก ต้องนั่งรถวิลแชร์ตลอด ตนก็ให้กำลังใจกับสามี และไม่คิดว่าจะตัดสินใจฆ่าตัวตายจริง  ทั้งนี้ ทางญาติไม่ติดใจในการตายในครั้งนี้  ได้มอบศพให้ญาติรับไปจัดการตามประเพณีต่อไป


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1230 วันที่ 24 - 30 พฤษภาคม 2562)
Share:

วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

สึนามี คนข่าว ! เจ้าของเริงร่า ลูกจ้างรันทด

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

บอนุญาตช่องทีวีดิจิทัล 7 ช่อง ที่คืน กสทช. กับปรากฎการณ์ลอยแพ ฝ่ายข่าวกว่า 70 ชีวิต ของช่อง GMM 25 ทำให้
คนงานในโรงงานอุตสาหกรรมข่าว ตกงานทันทีนับพันคน ขณะที่เจ้าของจะได้รับค่าเยียวยา ราว 3 พันล้านบาท แปลว่า ถึงแม้จะไม่มีคลื่นไว้ทำมาหากินอีกต่อไป แต่ก็พอมีความหวัง

มีเพียงคนงานหรือลูกจ้างในอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลเท่านั้น ที่มองอนาคตแล้ว ยังต้องหวั่นไหว แม้ท้ายที่สุดบริษัทคงต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย แต่ก็คงไม่มีทางใดที่จะได้รับค่าชดเชยการเลิกจ้าง มากกว่าที่กฎหมายแรงงานกำหนด ตามคำร้องขอของนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.หรือตามแถลงการณ์ขององค์กรวิชาชีพสื่อ

เพราะเงินเยียวยา ก็ไม่ได้คุ้มกับการลงทุนที่จ่ายไป เป็นเรื่องปกติธรรมดาของธุรกิจ การจ่ายเพิ่มก็จะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการมากขึ้น การที่ต้องจ่ายค่าชดเชยด้วยคำขอ มิใช่ด้วยสภาพบังคับตามกฎหมาย ย่อมเป็นเรื่องเลื่อนลอยอย่างยิ่ง ความหวังที่ลูกจ้างจะได้เงินก้อนโตเพื่อบรรเทาความเสียหาย จากค่าใช้จ่ายประจำต่างๆที่ไม่ได้หยุดไปตามภาวะการจ้างงาน ทั้งผ่อนบ้าน ผ่อนรถ และค่าใช้จ่ายอื่นๆอีกจิปาถะ ก็คงยังเป็นเงาทอดทะมึนในชีวิต ที่ทางออกคงหาได้ไม่ง่ายนัก

แล้วเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

ก่อนหน้าที่จะมีการเปิดประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ไม่มีใครพูดถึงความไม่พร้อมของ กสทช.ไม่มีการประเมินความเสี่ยงในภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนไป มีแต่ความฮึกเหิมมั่นใจ มีแต่ความฝัน และคำประกาศกับพนักงานว่า ทีวีดิจิทัล จะนำความโชติช่วงมาสู่ทุกคน

รวมทั้งตลาดแรงงานมหาศาล ของนักนิเทศศาสตร์รุ่นใหม่

ความตายของทีวีดิจิทัลวันนี้ ทำให้กลุ่มที่ตัดสินใจไม่ร่วมประมูลทีวีดิจิทัล เช่น กลุ่มโพสต์ และมติชน ที่ขอมีเพียงบทบาท รับจ้างผลิตเนื้อหา มองย้อนอดีตแล้ว ถือว่ามีวิสัยทัศน์ในการมองอนาคต ที่ไม่ลิงโลดกระโจนเข้าไปในทีวีดิจิทัล ซึ่งในตอนนั้นเป็นความฝันของกลุ่มธุรกิจสื่อ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่หลงผิดว่านี่คือบันไดหนีตายในยามที่สิ่งพิมพ์ซบเซา

การมาถึงของทีวีดิจิทัล ในสถานการณ์ที่ยอดจำหน่ายหนังสือพิมพ์หดหาย โฆษณาลดฮวบ ประกอบกับผลประกอบการของฟรีทีวี ที่สวนทางกับการถดถอยของรายได้หนังสือพิมพ์ ทำให้ผู้ประกอบการหนังสือพิมพ์ ดีดลูกคิดรางแก้ว แล้วเชื่อว่าทีวีดิจิทัล  จะเป็นสื่อที่ฉุดดึงพวกเขาขึ้นมาจากหล่มโคลนแห่งความสับสนและไร้ทิศทางได้

พวกเขาคิดว่านี่คือปราสาทแห่งความหวัง ที่จะสร้างความร่ำรวย และสนองความต้องการในการใช้สื่อทีวีดิจิทัล ทำข่าวและรายการที่สร้างสรรค์ ที่คิดฝันจะทำในตอนที่เป็นเพียงผู้รับจ้างผลิตงานให้เจ้าของสัมปทานทีวีเดิม แต่ในที่สุดปราสาทแห่งความหวังกลับกลายเป็นปราสาททราย

กิจการฝั่งทีวี ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดี มีการลงทุนสร้างสตูดิโอ สถานที่ทำงานโอ่โถง พนักงานกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ จำนวนไม่น้อย ถูกโยกย้ายไปทำทีวี ในขณะที่มีคนจำนวนน้อยอย่างยิ่งที่ถูกทิ้งให้เฝ้าหนังสือพิมพ์ แต่แล้วในที่สุดการลงทุนอย่างมหาศาล การจ้างงานด้วยอัตราค่าจ้างที่สูงสำหรับผู้บริหาร และคนหน้าจอ ก็ล้มครืน

กิจการล้ม คนไม่ล้ม ผู้บริหาร ล้วนกอบโกย สร้างกำไรจากราคาหุ้นตุนไว้เป็นทุน สร้างความมั่นคงในชีวิตต่อไปได้ แต่คนจำนวนมาก ที่อาจไม่ได้เป็นคนหน้าจอ ไม่มีสถานะเป็นคนดัง พวกเขาต่างต้องยอมก้มหน้ารับชะตากรรม เพียงเพราะความฝันลมๆแล้งๆของคนบางคน

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1229 วันที่ 17 - 23 พฤษภาคม 2562)

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

เขลางค์เวชภัณฑ์ Web copy.jpg
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support