ขลัง....

ชาวบ้านป่าตันกุมเมือง ต.ปงแสนทอง และหมู่บ้านใกล้เคียง ต่างพากันไปจุดธูปไหว้ และถูเลขเด็ดที่ต้นขะจาวยักษ์ท้ายหมู่บ้าน หลังจากมีคนตาดีเห็นเลขที่รากต้นไม้ และนำมาเสี่ยงโชค ถูกหวย 2 งวดติด โดยเฉพาะช่วงวันใกล้หวยออก จะคึกคักเป็นพิเศษเลยทีเดียว

อีกคดี....

คณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์โรงเรียนตำรวจภูธร 5 อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ส่งตัวแทนเข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สภ.ห้างฉัตร เมื่อวันที่ 13 พ.ย.61 ที่ผ่านมา หลังจากเช็คที่ พ.ต.อ.เพื่อน ดวงจินา ประธานสหกรณ์ออม ทรัพย์ฯ นำมามอบให้กลายเป็น "เช็คเด้ง"

ทำได้ลงคอ....

คุณลุงเป็นพลเมืองดี มาวิ่งออกกำลังกายกับสุนัขคู่ใจมาพบถุงพลาสติกสีขาววางอยู่ และมีสิ่งมีชีวิตดิ้นอยู่ด้านใน เปิดดูถึงกับตะลึงพบกับเด็กทารกแรกเกิดเพศชาย ถูกนำใส่ถุงมาวางทิ้งไว้ โชคดีที่คุณลุงไปพบ และขอยืมโทรศัพท์หนุ่มเทคนิคแจ้ง1669 มารับตัวเด็กเมื่อวันที่ 15 พ.ย.61

วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เกาะวังแก้วรีสอร์ท วันธรรมด๊า..ธรรมดาต้องลองไปสักครั้ง

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์  


หากพลังแห่งธรรมชาติและขุนเขายังคงมีแรงดึงดูดให้ผู้คนที่เหนื่อยล้าจากเมืองใหญ่ เข้าไปปลดปล่อยพลังงานลบออกจากร่างกาย แล้วสูดออกซิเจนจากธรรมชาติลงสู่ปอด ดื่มด่ำกับธรรมชาติรอบกาย ชาร์จพลังให้พร้อมที่จะกลับไปลุยงานต่ออีกครั้ง

ทะเลสาบน้ำจืดเขื่อนกิ่วลม จังหวัดลำปาง เรียกได้ว่า กุ้ยหลินแห่งเมืองลำปาง ทุกวันนี้ยังถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยังความอุดมสมบูรณ์ สร้างรายได้ของชุมชนรอบเขื่อนกิ่วลม ทั้งทางประมงและการบริการท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ ปัจจุบันมีแพจากคนในชุมชนสร้างไว้ให้บริการท่องเที่ยวมากกว่า 30 ลำ
เกาะวังแก้ว รีสอร์ท นับเป็นผู้ประกอบการรายเดียวที่พัฒนาพื้นที่เกาะกลางทะเลสาบกิ่วลมมากว่า 40 ปี ตั้งแต่ยุคบุกเบิกรุ่นพ่อ (ธนา แก้วนิล อดีตนายกสมาคมท่องเที่ยวนครลำปาง) ส่งต่อมาถึงลูกชาย แชมป์ จิตตพล แก้วนิล  ถือว่าเป็นการผ่องถ่ายธุรกิจครอบครัวจากคนยุคเก่าสู่ทายาทซึ่งกำลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่นั่น

 

แชมป์บอกว่า จุดเด่นของเกาะวังแก้วรีสอร์ท คือเกาะกลางทะเลสาบพื้นที่ 20 ไร่ ถูกพัฒนาให้เป็นรีสอร์ท มีบ้านพักและร้านอาหารบริการนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจไปนอนพักผ่อน หรือแวะทานอาหาร ของว่าง เมื่อล่องแพผ่านหน้าเกาะ ขณะนี้อยู่ระหว่างพัฒนาปรับปรุง สถานที่  ห้องพัก และร้านอาหารทั้งหมด จากเดิมที่เป็นแบบรีสอร์ทบ้านไม้เรียบง่าย จะถูกพัฒนาให้เป็นที่พักในรูปแบบทันสมัยแต่คงความเป็นเอกลักษณ์ของภาคเหนือ หรือ ลานนา เอาไว้  

“เกาะวังแก้วเป็นเกาะรีสอร์ทส่วนตัวที่รุ่นคุณพ่อคุณแม่ผมสร้างไว้มาตั้งแต่ยุคบุกเบิก จนส่งต่อมาถึงรุ่นผม จึงต้องค่อยๆพัฒนารูปแบบให้ทันกับยุคสมัย จากประสบการณ์ที่ผมเรียนจบด้านภูมิสถาปัตยกรรม ก็เอาความรู้ความสามารถที่มี บวกกับประสบการณ์ที่ผมทำธุรกิจสปาที่เชียงใหม่ หลายแห่ง มาเป็นแนวทางการพัฒนาที่เกาะวังแก้ว โดยในช่วงปี 2561 ได้เริ่มปรับรูปบ้านพัก และโซนระเบียงรับแขกและร้านอาหารด้านหน้ารีสอร์ททั้งหมด เป็นแนว  Modern Tropical Lanna เพื่อให้สอดรับกับตลาดการท่องเที่ยวแนวใหม่ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่อยากมาพักผ่อนในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แต่บรรยากาศ ดูดี สะอาด ทันสมัยแต่ยังมีกลิ่นอายของความเป็นพื้นบ้านลานนา สมกับการมาเยือนภาคเหนือ ต้นปี 2562 นี้จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของการพัฒนาที่เด่นชัดขึ้น”

 

สิ่งที่ได้เห็นการพัฒนาธุรกิจรีสอร์ทขนาดเล็กๆที่เกาะวังแก้วล่าสุดเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนนี้  คือการปรับโครงสร้าง หน้ารีสอร์ทให้ออกแนวชิคชิล มีระเบียงนอนเล่นริมน้ำที่ปลอดภัย รับกับบรรยากาศการพักผ่อนที่แปลกตาออกไปจากเดิม  ขณะเดียวกันก็ได้ปรับปรุงบริเวณร้านอาหารของรีสอร์ทหลังเดิม ต่อเติมเป็นบ้านต้นไม้เล็กๆ มีชั้นดาดฟ้าใต้ต้นไม้เป็นระเบียงชมวิวภูเขา ส่วนห้องพักเดิมทุกหลังปรับปรุงให้สวยงาม มีสไตล์มากขึ้น 

ในด้านบริการ ก็มีการวางแผนพัฒนาครั้งใหญ่ โดยเริ่มจากการพัฒนารูปแบบของเมนูอาหารที่มีปลาและผักจากชุมชนเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมี กาแฟสดบริการ ภายใต้ ชื่อ The Island Coffee คือ ให้บริการ กาแฟ ที่เน้นเครื่องมือชงกาแฟแบบประหยัดพลังงานไฟฟ้า อย่าง กาแฟดริป และกาแฟจากเครื่องชงที่ทันสมัยแต่ไม่ใช้ไฟฟ้า สร้างความแตกต่างของการดื่มกาแฟบนเกาะส่วนตัวแบบสุดชิล

 

การพัฒนายกระดับทั้งสถานที่และการบริการใหม่ของเกาะวังแก้ว ดูอาจจะไม่ยากนัก เพราะประสบการณ์จากธุรกิจสปาของแชมป์ อาจจะเป็นต้นทุนที่ได้เปรียบ แต่ในเรื่องการบริหารเขายอมรับว่าต้องพัฒนาปรับแนวคิดการบริหารแนวใหม่ เรียกได้ว่าทำการบ้านหนักมากเพื่อพัฒนาการบริหารให้มีศักยภาพและความพร้อมทุกด้าน เพื่อการบริการที่น่าประทับใจ และในอนาคตยังมีแนวทางจะ สร้างกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับการสร้างรายได้เข้าไปถึงชุมชนรอบเขื่อนให้มากขึ้น

“ปัจจุบันเราเองก็เป็นผู้ให้บริการท่องเที่ยวรอบเขื่อน ที่เน้นกิจกรรมความสุข สนุกสนานบนพื้นฐานความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ทั้งกิจกรรม ล่องแพ พายเรือ เดินชมถ้ำรอบเขื่อน ไหว้พระ ดูการประมง และ ล่าสุดเราได้พัฒนานำฐานความรู้ด้านสปาที่มีอยู่ มาพัฒนารูปแบบการให้บริการนวดและสปา ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ สร้างความแตกต่างและช่องทางการตลาดใหม่ๆ ของกลุ่มตลาดบน ที่มีกำลังซื้อ และกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มองหาความแตกต่างด้าน ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ นอกเหนือจากได้เที่ยวในแหล่งธรรมชาติอีกด้วย ขณะนี้เริ่มมีกลุ่มลูกค้าจองแพคเกจ ห้องพัก และท่องเที่ยวกับเราล่วงหน้ามาหลากหลายกลุ่ม ขณะเดียวกันเราก็กำลังทำโปรแกรมเที่ยวแบบไม่ค้างแรม บางโปรแกรมเพื่อให้คนท้องถิ่นลำปางเข้าถึงบริการของเราได้ในราคาที่จับต้องได้ และนั่นคือฝันที่เราอยากทำให้เกาะวังแก้ว เป็นมัลดีฟของลำปาง ”

 

สิ่งแปลกใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ในเกาะวังแก้วในอนาคตอันใกล้ มองเห็นอนาคต ของแหล่งท่องเที่ยวลำปางแห่งใหม่ที่จะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่ดึงดูดผู้คนมาสู่ลำปาง เมืองเล็กๆที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และศักยภาพของเมืองรองตามแคมเปญ ลำปางปลายทางฝัน


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1205 วันที่ 16 - 22 พฤศจิกายน 2561)
Share:

เชื้อชั่วไม่เคยตาย ! ระบบอุปถัมภ์อุ้มคนโกง

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

คยสงสัยกันบ้างไหมว่า กรณีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ทั้งหลาย ตั้งแต่สหกรณ์โคตรโกง เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย มาจนถึงสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรภาค 5 กว่าจะจับได้ไล่ทัน เงินที่ถูกโกงไป ก็มากเสียจนไม่สามารถติดตามคืนมาได้แล้ว

ก็เพราะระบบอุปถัมภ์ที่ช่วยอุ้ม ช่วยปกปิดความผิด ให้โอกาสครั้งแล้วครั้งเล่า เช่น กรณีสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรภาค 5 ที่มีทั้งคนออกหน้าแทน มีคนช่วยอธิบาย มีคนที่ช่วยยืดระยะเวลาดำเนินคดีคนผิดไปด้วยความหวังลมๆแล้งๆ สุดท้ายคนที่รับเคราะห์ก็คือเจ้าของเงินทั้งหลาย

เราเห็นโฆษณาชวนเชื่อ ชวนให้คนปฏิเสธความร่วมไม้ร่วมมือกับคนโกง ทางจอทีวี เห็นแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ มันจะมีใครมีจิตสำนึกเช่นนี้สักกี่คน นอกจากคนที่ร่วมด้วยช่วยโกง ปรากฏการณ์การทุจริตในสหกรณ์ต่างๆที่ล้มกันระเนระนาด เหมือนโดมิโน ก็เพราะมีคนเหล่านี้อยู่นั่นเอง

อย่าว่าแต่นักอุ้มคนโกงที่อยู่ในหน่วยงานเท่านั้น สื่อมวลชนที่ควรทำหน้าที่เป็นหมาเฝ้าบ้านที่ดี ช่วยกันขุดคุ้ยหาความจริง และนำความจริงนั้นมาตีแผ่ เพราะคอรัปชั่นไม่กลัวความเห็น แต่กลัวความจริงก็หาได้น้อยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกรณีทุจริตล่าสุดนี้ มีเบาะแสมาเนิ่นนาน แต่สื่อก็ไม่ได้ให้ความใส่ใจ

ก่อนหน้านี้นานเดือน คณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์โรงเรียนตำรวจภูธรภาค 5 ได้แจ้งความสภ.ลำปาง ให้ดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.เพื่อน ดวงจินดา ผกก.สภ.ปากน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง  ข้อหายักยอกเงินจำนวน 47,443,500 บาท ในฐานะที่ พ.ต.อ.เพื่อน ดวงจินดา เป็นประธานสหกรณ์ และนำเงินสหกรณ์ไปใช้โดยมีเงื่อนงำ

ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (ผบช.ภ.5) ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.พิทยา ศิริรักษ์ รองผบช.ภ.5 ตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ประสานคณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ที่เป็นสวัสดิการให้ข้าราชการตำรวจในสังกัด ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ ของสหกรณ์โดยเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

คดีนี้ เกิดจากเจ้าหน้าที่สหกรณ์จังหวัดลำปาง ตรวจสอบพบว่า พ.ต.อ.เพื่อน ได้อาศัยอำนาจหน้าที่สั่งการให้เจ้าหน้าที่สหกรณ์จ่ายเงินยืมทดรองของสหกรณ์ให้แก่ร้านค้าสวัสดิการ ซึ่ง พ.ต.อ.เพื่อน มีตำแหน่งเป็นประธานกรรมการร้านค้าสวัสดิการ ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวไม่ใช่กิจการของสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ

โดยมีการลงลายมือชื่อผู้ยืม และผู้รับเงินในสัญญายืมเงินทดรอง จำนวน 21 รายการ เป็นเงินทั้งสิ้น 47,443,500 บาท ผิดวัตถุประสงค์และข้อบังคับของสหกรณ์ ก่อให้เกิดความเสียหาย รวมทั้งการดำเนินการดังกล่าวไม่มีการขออนุมัติที่ประชุมคณะกรรมการสหกรณ์เพื่อยืมเงินทดรองจ่าย และไม่มีมติในการจ่ายเงินแต่อย่างใด

“พ.ต.อ.เพื่อน ให้เจ้าหน้าที่จ่ายเงินยืมทดรองของสหกรณ์ให้ตนเอง เมื่อคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ทราบเรื่อง จึงมีหนังสือทวงถาม และเรียกเงินคืน แต่กลับไม่ได้รับเงินคืน”

แหล่งข่าวกล่าว และว่า หลังจากมีการแจ้งความดำเนินคดี พ.ต.อ.เพื่อน ได้มีการเจรจากับสมาชิกว่า จะขอคืนเงินก่อนจำนวน 31 ล้านบาท แต่สมาชิกยืนยันให้คืนทั้งหมด ต่อมาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 ได้เซ็นเช็คจำนวน 3 ใบ ของธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. รวมเป็นเงิน 6 ล้านบาทเศษ และเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2561 พ.ต.อ.เพื่อน ได้โอนเงินเข้าบัญชีสหกรณ์อีก 30 ล้านบาท คงเหลือเงินที่ยังไม่คืนสหกรณ์อีกจำนวน 17 ล้านบาท และในที่สุดเช็คจำนวน 15 ล้านบาทเศษก็เด้งอีก

จากการสืบค้นหลักฐานบัญชีเงินยืมทดรอง พบว่า มีทั้งหมด 23 รายการ ในจำนวนนี้ ระบุเหตุผลการยืมว่า เป็นหุ่นยนต์เก็บกู้ระเบิด ในรายการที่ 12 และ เครื่องยิงปลดฉนวนระยะไกล รายการที่ 13 นอกจากนั้นเป็นรายการชำระค่าอาวุธปืน มัดจำโครงการอาวุธปืน และค่าสินค้า

พ.ต.อ.เพื่อน ดวงจินดา อธิบายว่า เงินจำนวน 47 ล้านบาทเศษนั้น เป็นการกู้สหกรณ์ โดยมีหลักทรัพย์โฉนดที่ดินมูลค่า 52 ล้านบาทเป็นประกัน ทั้งนี้ได้นำเงินไปลงทุนกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ในธุรกิจเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิด และหุ่นยนต์ กับหน่วยงานของรัฐหน่วยหนึ่ง ทั้งนี้สัญญาร่วมกับบริษัทมี 2 สัญญา สัญญาแรกได้ส่งมอบอุปกรณ์หุ่นยนต์ และได้นำเงินต้นและดอกเบี้ยคืนให้สหกรณ์แล้ว 9 ล้านบาท ส่วนสัญญาที่ 2 อยู่ระหว่างรับมอบอุปกรณ์

ถามว่าตำรวจนำเงินตำรวจไปทำธุรกิจเกี่ยวกับวัตถุระเบิด ซึ่งคู่สัญญาต้องเป็นภาครัฐด้วยกัน โดยเฉพาะหน่วยงานด้านความมั่นคง  สหกรณ์อนุมัติได้อย่างไร

ถ้าไม่มีระบบอุปถัมภ์คอยโอบอุ้มอยู่ วันนี้พ.ต.อ.เพื่อน ดวงจินดา คงลอยนวลเช่นนี้ไม่ได้แน่นอน


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1205 วันที่ 16 - 22 พฤศจิกายน 2561)
Share:

อนาคตใหม่ พรรคคนรุ่นใหม่ ทุนดี หัวก้าวหน้า แต่ไปไม่ไกล

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

ากสังคมไทย เบื่อหน่ายนักการเมืองรุ่นเก่า ที่มีแต่แก่งแย่งอำนาจ แสวงหาผลประโยชน์ เห็นและให้ค่านักการเมืองเป็นเพียงอาชีพที่สามารถสร้างรายได้สูง ลงทุนน้อย พรรคทางเลือกใหม่ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จะเป็นพรรคการเมืองลำดับต้นๆ ที่มีโอกาสสูงยิ่งในการเป็นทางเลือกใหม่ทันที

แต่วัฒนธรรมการเมืองของสังคมไทย มิได้เป็นเช่นนั้น แม้จะมีคนส่วนหนึ่งเบื่อหน่ายการเมืองระบบเก่า และหวังจะเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่คนที่ให้ความใส่ใจในเรื่องการเมือง ให้ความเห็น วิพากษ์วิจารณ์นักการเมืองผ่านทางช่องทางต่างๆ มักจะไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ตรงกันข้ามคนที่เป็นชาวบ้านในชนบท ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ จะรักษาสิทธิ์ของเขา ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นด้วยความศรัทธาในตัวผู้สมัคร หรือด้วยการผ่านระบบหัวคะแนนที่เข้มแข็ง ซึ่งเป็นผนังทองแดง กำแพงเหล็ก สำหรับนักการเมืองหน้าใหม่

ความเป็นจริงแนวคิดในการรวมตัวกัน เป็นพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ หรือคนหนุ่มคนสาว มีวิธีการแสดงออก และปรากฏตัวต่อสาธารณะแตกต่างจากนักการเมืองในอดีต มีอิทธิพลมาจากสังคมตะวันตกบางประเทศ เช่น พรรคโปเดโมสแห่งสเปน ซึ่งมีนายปาโบล อีเกลเซียส ตูร์รีออง เป็นหัวหน้าพรรค

ปาโบล ปรากฏตัวในรูปลักษณ์ของคนธรรมดาๆ ใส่เสื้อเชิ้ตพับแขน กางเกงยีนเก่าขาด ไว้หนวดเคราและผมเปีย โปเดโมส เสนอแนวคิดคัดค้านการเมืองเอียงขวา และพยายามแสดงราคาความเป็นพรรคการเมืองที่แนบแน่นและมีปฏิสัมพันธ์กับประชาชน

พรรคการเมือง ที่ถูกเรียกว่า “ซ้ายฮิปสเตอร์” แห่งสเปนพรรคนี้ ได้รับคะแนนเสียงถึง 1.25 ล้านเสียง เป็นร้อยละ 8 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งประเทศ

กลับมาประเทศไทย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็คล้ายจะมีบุคลิกเช่นบาโบล คือใส่เสื้อแขนยาวพับแขน สบายๆ ดูไม่มีพิธีรีตอง เหมือนจะเน้นเนื้อหาสาระ มากกว่ารูปแบบ ซึ่งในกลุ่มคนที่จะเริ่มเรียน ก.ไก่ ทางการเมือง ด้วยการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งแรก เนื่องจากมีอายุครบ 18 ปี ก็น่าจะให้ความสนใจพรรคอนาคตใหม่ของนายธนาธรไม่น้อย

แต่ในระนาบเดียวกับพรรคอนาคตใหม่ ก็ยังมีคนรุ่นใหม่ในพรรคเพื่อไทย คนรุ่นใหม่ในพรรคประชาธิปัตย์ และความพยายามเสนอคนรุ่นใหม่เป็นทางเลือกในพรรคการเมืองเก่าหลายพรรค รวมทั้งพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งมี ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช เป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งดูมีราคาไม่น้อยกว่าพรรคอนาคตใหม่ ดังนั้นความหวังที่จะได้คะแนนเสียงจากคนกลุ่มนี้ เป็นกอบ เป็นกำ คงไม่ง่ายนัก

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า นายธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ  มีความพร้อมในเกือบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเงินทุน ความฉลาดหลักแหลม ความสามารถในการระดมคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพเข้ามาร่วมพรรค อีกทั้งความเข้าใจในการใช้สื่อ และการที่เคยมีบทบาทเป็นผู้สนับสนุนสื่ออย่างน้อย 2 แห่ง คือประชาไท และมติชน นายธนาธร น่าจะได้เปรียบในการชิงพื้นที่สื่อมากกว่า

เมื่อนายธนาธร ลาออกจากการเป็นกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) มีบางถ้อยคำที่เขาพูดถึงสื่ออย่างน่าสนใจ และเข้าใจบทบาทของความเป็นสื่อ ที่จะต้องแยกแยะให้ชัดเจน ไม่ว่าความเป็นจริง มติชนจะยังสนับสนุนนายธนาธร อยู่หรือไม่ก็ตาม

“ผมได้เลือกเส้นทางใหม่ในชีวิตซึ่งเป็นการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนชีวิตผมตลอดไป  เพื่อไม่ให้เป็นภาระซึ่งกันและกันและเพื่อความสง่างามของมติชน ผมขอลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัท ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลังจากนี้ผมจะยังคงอ่านมติชนทุกเช้าดังที่ได้ทำมาตลอด 20 ปี และผมคงมีแต่ความหวังดีที่ให้กับมติชนในการฝ่ามรสุมทั้งสองลูก ขอให้มติชนเป็นเสาหลักของความจริง, สิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย และเป็นแรงบันดาลใจให้กับสื่ออื่นว่าสื่อที่ยืนยันถึงคุณภาพยังมีที่ทางในโลกใบใหม่

หากต่อไปมติชนจะสนับสนุนผม ก็ขอให้การสนับสนุนนั้นเป็นไปด้วยจุดยืนและการกระทำของผม ไม่ใช่เป็นเพราะเราเคยมีความสัมพันธ์กัน ผมหวังว่าเส้นทางของเราจะกลับมาผ่านพบกันอีกในวันที่สังคมไทยได้มาซึ่งประชาธิปไตย ส่วนอนาคตข้างหน้าของเราจะเป็นอย่างไรนั้น โปรดอย่ารอคอย แต่จงติดตามด้วยความระทึกในดวงหทัยพลัน”

ถึงวันนี้ ยังไม่มีใครเชื่อมโยงนายธนาธร กับมติชน และไม่มีใครสังเกตเห็นว่า มติชนให้พื้นที่กับพรรคอนาคตใหม่ และนายธนาธร มากกว่าพรรคอื่นหรือไม่

แต่ถึงกระนั้น แม้พรรคอนาคตใหม่ จะท่าทีดี เลือกใช้สื่อด้วยความฉลาด และสังคมก็ยอมรับบทบาทของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะนักการเมืองหน้าใหม่ มากกว่าคนอื่นๆ แต่ในโลกของความเป็นจริง อุดมการณ์ ความมุ่งมั่นไม่เพียงพอสำหรับพรรคอนาคตใหม่

ด้วยความศรัทธาที่คนมีต่อนักการเมืองของเขาอย่างเหนียวแน่น ประกอบกับวัฒนธรรมหัวคะแนนที่แข็งแกร่งของพรรคการเมืองเก่า นักการเมืองรุ่นเก่า อนาคตใหม่ ในอนาคตของสภาใหม่ ดีที่สุดก็เป็นพรรคต่ำสิบเท่านั้น

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1205 วันที่ 16 - 22 พฤศจิกายน 2561)
Share:

สังคมดาวแปดแฉก ประจำฉบับที่ 1205 วันที่ 16 – 22 พฤศจิกายน 2561

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

ลูกโม่.38 เข้าเวรตามปกติ  *******  “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แย้มหากมีเรื่องเกิดขึ้นปัจจุบันทันด่วน เลือกตั้ง 24 ก.พ. 62 ก็ต้องเลื่อน และเฉยๆกับโพลของพรรคเพื่อไทยจะกวาด ส.ส. 290 ที่นั่ง  **************  นโยบายด้านเศรษฐกิจและการปราบปรามยาเสพติด การบริการของเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกกระทรวง ถือเป็นนโยบายล้มเหลวยิ่งกว่าน้ำของรัฐบาล คสช. ***********  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หน.คสช. ต้องปรับบทบาทจากทหารให้เป็นชาวบ้านธรรมดาถึงจะซื้อใจของชาวบ้านได้ และต้องทำทุกอย่างได้เหมือน อดีตนายกฯทักษิณ แล้วชาวบ้านจะลืมบุคคลนี้ได้เอง  **************  วันก่อนทางทนายนำตัวผู้ต้องหาในคดีสาวม้งกินยาลาตายเหตุไปร่วมนอนกับอดีตผู้ใหญ่บ้านม้งด้วยกันมาที่ศาลจังหวัดลำปาง ยันไม่ผิดและบอกไม่ได้ข่มขืน แต่ยินยอมเต็มใจเอง พร้อมจะชดเชยค่าเสียหายให้ญาติฝ่ายหญิงตามสมควร แต่วืดเพราะญาติฝ่ายสาวม้งไม่มาศาล  ***********  นายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ ทนายความฝ่ายอดีต ผญบ.ม้ง ยืนยันคดีนี้ยอมความตกลงค่าเสียหายกันได้ เพราะฝ่ายชายไม่ได้ฆ่าหรือบังคับให้ดื่มยาพิษ และไม่ได้ข่มขืน และไม่ได้หลับนอนกันต่อเนื่อง แต่เพียงครั้งเดียวลงมือ 5 ครั้ง และไม่รู้ฝ่ายหญิงมีสามี  ***********  งานนี้ตำรวจในฐานะพนักงานสอบสวนที่ทำสำนวนส่งฟ้องให้อัยการ อาจมีคิวยาวพร้อมสื่ออีกหลายคนหลายสำนักก็ว่ากันไป  ***********  คดีเงินกู้ 47 ล้านบาทของสหกรณ์ออมทรัพย์โรงเรียนตำรวจภูธรภาค 5 อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ได้มาถึงจุดวิกฤตแล้ว เมื่อ พ.ต.อ. เพื่อน  ดวงจินา  ผกก.ปากน้ำประแสร์ จ.ระยอง และในฐานะประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ ไม่สามารถนำเงินจำนวน 47 ล้านบาทมาคืนจนครบได้  ***********  จนทาง พ.ต.อ.นันทวิทย์  เทียมบุญธง รักษาการ ผบก.โรงเรียนตำรวจภูธรภาค 5 โดดลงมาเล่นงานนี้ด้วยตนเอง และประสานงานให้ลูกน้องคนสนิทที่รู้กฎหมายทางสหกรณ์มาดูอีกแรง คือ พ.ต.อ.เด่น  ตันไชย  ผกก.สอบสวน ภ.จ.ลำปาง จนสามารถรวบรวมหลักฐานความสลับซับซ้อนคดีนี้ส่งสำนวนให้อัยการฟ้อง ผู้ต้องหายศ พ.ต.อ.ได้  ***********  เงินจำนวน 47 ล้านบาท พ.ต.อ.เพื่อน ดวงจินา  สามารถหาเงินมาคืนได้มากถึง 35 ล้าน คงขาดอีก 15 ล้าน ก็ต้องยอมรับว่าเก่ง แต่ก็เห็นใจเพราะเงินไม่ใช่หลักหมื่นหรือแสน แม้คดีนี้จะไม่สร้างผลกระทบต่อชาวบ้านทั่วไป แต่เป็นเพียงสมาชิกของสหกรณ์ประมาณ 700 ราย ซึ่งมีทั้งตำรวจปัจจุบัน ตำรวจเกษียณ และนักเรียนพลตำรวจเท่านั้น แต่ภาพรวมของเรื่องทั้งหมดทำให้กิจการของสหกรณ์ฯได้รับความเสียหาย ขาดความเชื่อถือไปมาโข  ***********  ด้าน พ.ต.อ.สมพงษ์  ตั้งตัว ผกก. สภ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง กล่าวกับลูกโม่.38 ว่าได้ทำหนังสือแจ้งไปที่ตำรวจภูธรจังหวัดระยองแล้วว่า พ.ต.อ.เพื่อน  ดวงจินา  ผกก.ปากน้ำประแสร์ จ.ระยอง ตกเป็นผู้ต้องหาแล้ว ขั้นตอนจากนี้จะออกหมายเรียกมาสอบหากยังไม่มาก็คงเป็นหมายจับ  ***********  เตรียมพร้อมแล้วกับการแบ่งเส้นทางสายต่างๆในเขตเทศบาลนครลำปางในประเพณีล่องสะเปาในระหว่างวันที่ 21-22-23 พ.ย. นี้ พ.ต.ท. ศราวุธ  วะเท รอง ผกก. (จร.)สภ.เมืองลำปาง จะเน้นส่วนริมสองฝั่งแม่น้ำวังช่วงเขื่อนยางและถนนบ้านเชียงรายที่จะต้องปิดแต่เปิดเป็นทางเดินเท้าเท่านั้น ผู้ใช้รถควรหาข้อมูลเส้นทางไว้ล่วงหน้า จะได้ไม่เสียเวลา  ***********  และจะมีการตั้งจุดตรวจเฉพาะกิจแบบ4 มุมเมือง เพื่อตรวจค้นการลอบนำลูกปิงปองยักษ์มาจุดป่วนงานหรือนำมาถล่มคู่อริ หากตำรวจพบจะถูกจับกุมมาดำเนินคดีทันที และ ลูกโม่.38 ทราบว่า ตลอดคืนทั้ง 3 วันจะมีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบและในเครื่องแบบ ตำรวจบ้าน สายตรวจ 191 ทั้งเดินเท้าและชุดเคลื่อนที่เร็ว ออกลาดตระเวนเพื่อรักษาความปลอดภัยผู้มาเที่ยวงานล่องสะเปา  ***********  ปัจจุบันอาชีพข้าราชการทุกหน่วยงานต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากทุกคนมีสื่อมีกล้องอยู่ในมือกันทุกคน กระทบกระทั่งกับชาวบ้านอย่าอวดดีให้มากนัก พูดจาอะไรก็ถนอมเอาไว้บ้างเพราะสื่อออนไลน์ไม่มี บก.ตรวจสอบ อาชีพมือปืนรับจ้างทั้งคนมีสีและคนทั่วไปหลายคนก็วางมือ ถอดเขี้ยวเล็กเพราะกล้องวงจรผิดมีทุกมุมเมือง  ***********  ไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับตำรวจ สภ.แห่งหนึ่งของ จ.ลำปาง จับธุรกิจรับต่อทะเบียนและทำประกันรถ แต่หัวใสออกป้ายวงกลมทะเบียนปลอมให้ลูกค้าจนร่ำรวยมีเงินหมุนเป็น 10ล้าน ใครก็ตามที่ต่อภาษีกับบุคคลภายนอกรวมทั้งสถานตรวจสภาพของเอกชนควรระวังและตรวจสอบให้ดีว่ามีความน่าเชื่อถือ และมีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ เพราะปัจจุบันมีการหากินบนธุรกิจแปลกๆ และไม่ทราบตำรวจยศจิ๊บๆรายนี้วิ่งเต้นล้มคดีได้ยังไง ทั้งๆที่เป็นคดีฉ้อโกง เป็นภัยกับสังคม  ***********  ปิดท้ายด้วยงานบุญทอดกฐิน วันก่อนลูกโม่.38 ได้ไปร่วม งานบุญทอดกฐินที่วัดบ้านทุ่งฮัว อ.วังเหนือ จ.ลำปาง เจ้าภาพมี นายไพโรจน์  โล่สุนทร อดีต รมช.มหาดไทย นายกสมาคมกีฬาจังหวัดลำปาง (เจ้าภาพร่วม) กับ พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ อดีตรอง ผบช.ภาค5 พ.ต.อ.กฤษดา  พันธ์เกษม รอง ผบก.ภ.จ.ลำปาง  พ.ต.อ.อภิรักษ์  นักไร่  ผกก.สภ.วังเหนือ  พ.ต.ท.ภิรมณ์  สุทา  รอง ผกก.(ป)สภ.วังเหนือ  พ.ต.ท.พิฐิกรณ์  เนื่องหล้า รอง ผกก. (สส.) สภ.วังเหนือง ตลอดจน พ่อเลี้ยงอำพล  ศิริวัฒนกุล อดีต ส.ส.ลำปาง เขต 2 และชาวอำเภอวังเหนือจำนวนมากมาต้อนรับอย่างคึกคัก ได้ทั้งรอยยิ้มและอิ่มบุญไปตามๆกัน *********** หมดพื้นที่ ลูกโม่.38 แล้ว ฉบับหน้าพบกันใหม่


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1205 วันที่ 16 - 22 พฤศจิกายน 2561)
Share:

การตลาดแบบหลอกๆ เน้นงานเสร็จแต่ไม่เน้นความสำเร็จของงาน

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

ไม่ต้องแปลกว่าช่วงนี้งานกิจกรรม อีเวนท์ในลำปางมีเยอะมาก เยอะจนตามไม่ทันว่า งานไหน มีเมื่อไหร่ อย่างไร ที่ไหน งานของใคร หน่วยไหนดูแลรับผิดชอบ จัดเพื่ออะไร ใครได้ประโยชน์จากงานกันบ้าง

เพราะเดี๋ยวนี้ หน่วยงานเจ้าภาพงบประมาณ เน้นการจ้างบริษัทออแกไนซ์ รายใหญ่ จาก กทม.มา จัดงานให้ เป็นแพคเกจสำเร็จรูป ดังนั้นเรื่องการประชาสัมพันธ์ก็ตามห้อยอยู่ในแพคเกจนั้นเป็นเรื่องธรรมดา

แต่มันไม่ธรรมดาตรงที่ บางงานเล่นใช้สื่อแบบ เร่งๆ ลวกๆ เร็วๆ ตามข้อกำหนด ที่เขียนกันใน ข้อกำหนดว่าจ้างงาน TOR แบบ เร่งด่วน อนุมัติง่ายกันเองๆ เช่นการ สื่อประชาสัมพันธ์ ในช่วง 7 วัน ถามว่าจะสื่อสร้างการรับรู้ให้ประชาชนได้ผลจริงหรือก็คงไม่มีใครสนใจ ขอให้ครบตามข้อกำหนดสัญญาว่าจ้างก็พอ

ที่รู้สึกว่ามันไม่น่าจะโอเค นั่นคือ การใช้สื่อที่ไม่ครอบคลุม และ ส่วนใหญ่คิดว่าสื่อจากการสร้างเพจเฟซบุ๊คเฉพาะกิจขึ้นมานั้นได้ผล ทั้งที่มันอาจไม่ได้ผล แทนการใช้บริการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนในพื้นที่ สิ่งที่ปรากฏปัจจุบันคือการเชิญสื่อไปร่วมงานแถลงข่าว แล้วก็เอาภาพไปแปะลงในรายงาน TOR ว่ามีสื่อมวลชนมาทำข่าว แต่ไม่มีรายงานว่าข่าวนั้นเผยแพร่หรือไม่ที่ไหน อย่างไร ผลเป็นอย่างไร

เหมือนกันหลอกใช้สื่อให้ไปช่วยฟรี แต่เอางบประชาสัมพันธ์ไปใช้ละลายกันเอง

ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อมวลชน เชิญสื่อไปเป็นเครื่องมือทางการตลาด และเป็นส่วนหนึ่งของรายงานกิจกรรมการรับเหมางาน มันก็ไม่ต่างกับการหลอกใช้สื่อ มันก็ไม่ปฏิเสธว่าสื่อมวลชน คืองานเผยแพร่เพื่อสังคม แต่คนทำสื่อหรือองค์กรสื่อ ก็มีต้นทุน ทั้งค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายบริหารจัดการองค์กรเช่นกัน การจัดงานอีเวนท์ที่เน้นการ ประชาสัมพันธ์แบบง่าย หลอกใช้สื่อยิ่งง่ายกว่า จึงไม่แปลกใจที่สื่อบางส่วนไม่ไปร่วมงานอีเวนท์ และไม่ช่วยประชาสัมพันธ์ เพราะเขาถือว่า เมื่อเจ้าของงานเอางบประมาณ ไปจ้างโฆษณาสื่อส่วนกลางหรือสื่อกรุงเทพ ก็ควรเอาสื่อมาจาก กทม.กันเอง

เรื่องของการตลาดงานอีเวนท์ที่เป็นเรื่องเมาท์มอยในวงสื่อก็วนๆเรื่องเดิมแบบนี้ หน่วยงานไหนรับไปคิดพิจารณากันบ้างก็ดี การกระจายสื่อต้องมืออาชีพเพื่อให้ได้ทั้งผลลัพธ์ที่ดี เป็นธรรม และให้เกียรติกัน จะเป็นผลทางการตลาดและประชาสัมพันธ์ที่คู่กับความสำเร็จของงานครับผม


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1205 วันที่ 16 - 22 พฤศจิกายน 2561)
Share:

ลำปางเมืองก๋าไก่ ที่ไหน ๆ ก็ไก่ขาว

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

ไก่คือสัญลักษณ์ของเมืองลำปางที่เราพบเห็นมากที่สุด จริง ๆ รถม้านั่นก็ใช่ แต่รถม้าเป็นดังสัญลักษณ์ทางการท่องเที่ยว ไม่เหมือนสัญลักษณ์รูปไก่ขาวที่เห็นบ่อย ๆ ในชีวิตประจำวันอย่างตราสัญลักษณ์ของเทศบาลนครลำปาง ตราไก่นี้แทรกแซมอยู่ทุกแห่งหน บางครั้งเราอาจจะผ่านมันไปแบบชินตา ลองสังเกตดูสิ ตั้งแต่ถังขยะ เสาของสะพาน โคมไฟริมแม่น้ำ แบริเออร์แบ่งช่องจราจร ทุกแห่งหนล้วนมีแต่ไก่ อ้อ...ชามกับถ้วยน้ำจิ้มนั่นก็ด้วย มีก็แต่เพียงฝาท่อระบายน้ำเท่านั้น ที่เป็นรูปรถม้า

ไก่ขาวถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของลำปางมาช้านาน มีที่มาจาก “กุกกุฏนคร” ซึ่งเป็นอีกชื่อหนึ่งของลำปาง แปลว่า เมืองไก่ขัน ชื่อนี้มีตำนานเล่าว่า เมื่อครั้งพุทธกาล สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาประทับ ณ เมืองลำปาง พระอินทร์ทราบข่าวจึงแปลงเป็นไก่ขาว เพื่อขันปลุกพระพุทธองค์ให้ตื่นขึ้นมาปฏิบัติภารกิจ ทั้งยังเป็นห่วงว่าชาวเมืองลำปางจะตื่นขึ้นมาใส่บาตรพระพุทธองค์ไม่ทัน จึงขันปลุกชาวบ้านให้ตื่นมาหุงหาอาหารเตรียมใส่บาตรด้วย

 

บางตำนานก็กล่าวว่า ช่วงที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาประทับที่เมืองลำปาง พระอินทร์ได้เนรมิตไก่ขาวให้คอยขันเพื่อแจ้งให้ฤาษีทราบว่า พระพุทธองค์ได้เสวยภัตตาหารที่ถวายให้แล้ว

ส่วนชามตราไก่นั้นมาทีหลัง อันที่จริงชามไก่มีต้นกำเนิดในประเทศจีน โดยชาวจีนแคะ ตำบลกอปี อำเภอไท้ปู มณฑลกวางตุ้ง และชาวจีนแต้จิ๋ว นอกจากจะใช้ในประเทศจีนแล้ว ชามไก่ยังเป็นสินค้าส่งไปจำหน่ายแก่ชาวจีนโพ้นทะเลด้วย ดังนั้น ส่วนหนึ่งจึงถูกส่งมายังประเทศไทย ซึ่งมีชาวจีน โดยเฉพาะชาวจีนแต้จิ๋วและชาวจีนแคะอาศัยอยู่จำนวนมาก

 

ภาษาจีนแคะ หรือฮากกา เรียกชามไก่ว่า แกกุงหว่อน ภาษาแต้จิ๋วเรียก โกยอั้ว ด้านภาษาจีนกลางเรียก จีหว๋าน ภาพวาดไก่ในชามก็มีลักษณะแตกต่างกันไป เช่น ไก่เตี้ย ไก่เดินเยื้องย่าง ไก่วิ่ง ไก่อ้วน ไก่สีแดงสด อย่างไรก็ตาม ชามไก่ทุกวันนี้เราจะพบว่าไม่ค่อยมีแบบแผนเท่าใดนัก ลักษณะไก่สีชมพู หางสีน้ำเงิน บ้างก็ตัวสีแดง หางสีดำ

อันที่จริงหากเป็นชามไก่ดั้งเดิม จะมีการวาดลวดลายดังนี้ ไก่จะมีขนคอและตัวสีส้ม หางและขาสีดำ เดินบนหญ้าสีเขียว มีดอกเบญจมาศสีชมพูอมม่วง ใบสีเขียวตัดเส้นด้วยสีดำอยู่ด้านซ้าย มีต้นกล้วย 1 ต้นสีเขียว ตัดเส้นด้วยสีดำอยู่ด้านขวา บางใบจะมีค้างคาวห้อยหัวอยู่ฝั่งตรงข้ามกับไก่ มีดอกไม้ใบไม้เล็ก ๆ แต้มก้นชามด้านใน ซึ่งก็คือดอกจิกนั่นเอง



ชามตราไก่ที่ยังคงไว้ซึ่งขนบการวาดลวดลายแบบโบราณ รายละเอียดมากมายเช่นนี้ หากเป็นจังหวัดอื่นคงไม่มีให้เห็น แต่เมืองลำปางยังมีบางโรงงานผลิตอยู่ และราคาก็อาจจะสูงสักหน่อย

ไก่ยังเป็นอาหารเช้าแสนวิเศษ สังเกตไหมว่า ลำปางเป็นเมืองที่กินข้าวมันไก่กันจริงจัง เรามีร้านข้าวมันไก่ตั้งอยู่บนถนนแทบทุกสาย ช่วงเทศกาลทีไร นักท่องเที่ยวแน่นขนัดแทบทุกร้าน แสดงว่าไก่ของเรานั้น ขาวจริง อร่อยจริง 

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1205 วันที่ 16 - 22 พฤศจิกายน 2561)

Share:

ยันเซรามิคแฟร์ของแท้ งานเดียวไทวัสดุ เซ็นทรัลยอมถอย

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

นายกสมาคมเครื่องปั้นลั่นขอจัดงานแฟร์ใหญ่งานเดียว  เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสน  เซ็นทรัลยอมยกเลิกหลังประกาศจัดแสดงเซรามิกช่วงเดียวกัน ขณะที่อินทราเซรามิกกลับเข้าร่วมงาน ส่วนอินทราเอาเลทแฟร์ยังจัดตามปกติเป็นปีที่ 2

งานลำปาง เซรามิกแฟร์ ครั้งที่ 31  ซึ่งจัดโดยสมาคมเครื่องปั้นดินเผาจังหวัดลำปาง ในปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่  1-10 ธันวาคม 2561  โดยย้ายสถานที่จัดงานมาเป็นลานเอนกประสงค์ ด้านหน้าห้างไทวัสดุสาขาลำปาง  ชูเรื่องราวของ "Creative Industrials Design Capital"  หรือ "ลำปาง นครหัตถศิลป์ ถิ่นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์" ซึ่งได้แถลงข่าวการจัดงานไปเมื่อวันที่ 8 พ.ย.61 ที่ผ่านมา โดยมีนายประจวบ กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นายอนันต์ สีแดง ผอ.ททท.สำนักงานลำปาง นายต่อศักดิ์ ประคำทอง นายกสมาคมเครื่องปั้นดินเผาจังหวัดลำปาง และนายชัยณรงค์ จุมภู ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง ร่วมแถลงข่าว

สำหรับกิจกรรมภายในงานยังคงเป็นรูปแบบเดิม คือการออกบูธจำหน่ายสินค้าของผู้ประกอบการเซรามิกในจังหวัดลำปาง มากถึง 120 บูธ  มีโซนสินค้าโอทอป และโซนอาหาร  และยังมีในส่วนการแสดงนิทรรศการมีการให้ความรู้ต่างๆการแสดงผลงานเซรามิก ที่ได้รับรางวัลทั้งจากหน่วยงาน และสถาบันการศึกษาจากหลากหลายพื้นที่ ผลงานที่ได้รับรางวัลต่างๆเซรามิกสวยงาม จากศูนย์ศิลปาชีพบ้านแม่ต๋ำ และโครงการพระราชดําริฯ บ้านทุ่งจี้ เช่น การสาธิตการเผาเคลือบแบบรากุ แนวศิลปะแบบญี่ปุ่น กระบวนการผลิตเซรามิกจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เริ่มจากการใช้แรงงานในการผลิตจนเป็นระบบไม่ใช้แรงงานคนในการผลิต Automatic   พบแขนกล Low Cost Automatic (LCA) ช่วยการผลิตในโรงงานยุค 4.0  การบริการให้คำปรึกษาเชิงลึกในเรื่องของการผลิตผลิตภัณฑ์เซรามิก และผู้สนใจโดยผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์  ITC Industry Transformation Center อำเภอเกาะคา กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกระทรวงอุตสาหกรรมและสินค้านวัตกรรมใหม่

ขณะเดียวกันในวันที่ 1-17 ธันวาคม 61  อินทราเอาท์เลท สาขาห้างฉัตร ได้มีการจัดงาน “อินทราเอาท์เลทแฟร์ ครั้งที่ 2  พร้อมกันนี้ ทางศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลำปาง ยังได้มีแผนการจัดงาน ลำปาง เซรามิค 2018 :city of art Innovation  ระหว่างวันที่ 5 -10 ธันวาคม 2561  บริเวณลานลำปางหนาและลานรถม้าชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าลำปาง  ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับการจัดงาน ลำปางเซรามิกแฟร์ ครั้งที่ 31 ด้วย

จากการสอบถาม นายต่อศักดิ์ ประคำทอง นายกสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง ได้เปิดเผยถึงการเปลี่ยนสถานที่จัดงานในปีนี้ว่า  เนื่องจากคณะกรรมการสมาคมฯ ได้มีการลงมติร่วมกันว่าการจัดงานที่ไทวัสดุ ซึ่งเป็นพื้นที่โล่ง อยู่ในบริเวณเดียวกันทั้งหมด มีความสะดวกสบายมากกว่า และไม่มีการแบ่งแยกขนาดโรงงาน ส่วนที่เซ็นทรัลนั้น จะมีการแบ่งพื้นที่เป็นการจัดบูทในห้างและนอกห้าง ทางห้างต้องการตัดเลือกตัวสินค้า ทำให้เป็นการแบ่งแยกสินค้าขนาดใหญ่และขนาดเล็ก จึงเห็นว่าไทวัสดุมีความเหมาะสม  โดยได้แจ้งกับทางเซ็นทรัลทราบแล้วตามมติของคณะกรรมการ

ปีนี้ตั้งเป้ายอดการขายภายในงาน 30 ล้าน ซึ่งจะไม่ห่างจากปีที่แล้วมากนัก แต่คาดการณ์ไว้ว่าการจัดงานเซรามิกแฟร์ ครั้งที่ 31  ที่ไทวัสดุ สถานที่จะสะดวกสบายและมีเวลาในการเปิดร้านได้เร็วขึ้น จะทำให้ขยายเวลาการขายได้มากขึ้นกว่าการจัดงานในห้าง ส่งผลให้ยอดขายเซรามิกเพิ่มขึ้นด้วย  นายต่อศักดิ์ กล่าว

ส่วนกรณีการจัดงานของศูนย์การค้าเซ็นทรัล นายกสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง  กล่าวว่า ทางเซ็นทรัลเคยเสนอไอเดียว่าอยากจะจัดงานร่วมกัน  โดยมีการแบ่งงานไปที่เซ็นทรัลส่วนหนึ่ง เรื่องนี้เคยนำเสนอเข้าที่ประชุมแล้วและมีมติว่าขอจัดงานสถานที่เดียว  ซึ่งงานเซรามิกแฟร์เป็นงานใหญ่ของจังหวัด ที่แต่ละโรงงานได้เตรียมตัวเต็มที่เพื่อมาออกบูธขายสินค้า ทางโรงงานจึงไม่สะดวกที่จะแยกตัวไปที่เซ็นทรัล  ทางสมาคมได้พูดคุยกับทางเซ็นทรัลว่าขอจัดที่เดียว ไม่อยากให้ลูกค้าเกิดความสับสนว่างานเซรามิกแฟร์จัดที่ไหนแน่  ถ้าเซ็นทรัลจะจัดงานหลังจากงานเซรามิกแฟร์ไปแล้ว ทางสมาคมก็ยินดีที่จะเข้าไปร่วมอยู่แล้ว  ซึ่งทางผู้จัดการห้างก็เข้าใจและได้ยกเลิกการจัดงานดังกล่าวไป  

นายต่อศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนงานอินทราเอาท์เลทแฟร์  ทางอินทรามีโชว์รูมที่มีมาตรฐาน และมีสินค้าที่ส่งออกต่างประเทศ  ซึ่งสถานที่จัดงานค่อนข้างจะห่างกันพอสมควร ปีที่แล้วทางอินทราไม่ได้เข้าร่วมงานเซรามิกแฟร์ อาจเป็นเพราะมีการเตรียมงานของเอาท์เลท แต่ปีนี้ทางอินทราได้สนับสนุนทางสมาคมเหมือนเดิม ได้เข้าร่วมงานเซรามิกแฟร์ด้วยจำนวน 4 บูธ  และมีการจัดงานที่เอาท์เลทร่วมด้วย ซึ่งสินค้าต่างๆก็เป็นสินค้าของอินทราเอง
ทั้งนี้ หลังจากที่มีกระแสการจัดงานซ้ำซ้อนกันหลายที่ ในช่วงเวลาเดียวกัน ทางฝ่ายประชาสัมพันธ์ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ได้โทรศัพท์แจ้งให้กับทางผู้สื่อข่าวทราบว่า ทางเซ็นทรัลได้ยกเลิกการจัดงานดังกล่าวแล้ว เพื่อให้เกิดความสบายใจต่อทุกฝ่าย

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1205 วันที่ 16 - 22 พฤศจิกายน 2561)


Share:

กู้ระทึกรถน้ำมันรั่ว พลิกคว่ำไหลนองพื้น

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

ระทึก พลเมืองดีแจ้งเห็นรถเทรลเลอร์บรรทุกน้ำมันรั่วไหลเต็มพื้นถนน ก่อนจะเสียหลักพลิกคว่ำ คนขับได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเร่งให้การช่วยเหลือ ปิดกั้นเส้นทางเพื่อความปลอดภัย  

เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.วันที่ 12 พ.ย. 61  ศูนย์วิทยุ 191 จ.ลำปาง ได้รับแจ้งว่าจากพลเมืองดีว่า มีรถน้ำมันรั่วไหลตามถนนจำนวนมาก ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำบริเวณทางโค้งสะพานแม่ดำ เขตบ้านท่าสี หมู่ 3  ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ  หลังรับแจ้งจึงประสาน ร.ต.อ.ไพโรจน์ ธิแจ้  รอง สว.(สอบสวน)สภ.แม่เมาะ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัย และรถดับเพลิงจาก อบต.บ้านดง เข้าให้การช่วยเหลือ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถเทรลเลอร์บรรทุกน้ำมัน 18 ล้อ ติดโลโก้ของ บริษัท พีที  หมายเลขหัวลากทะเบียน 61-4704  กรุงเทพฯ  พ่วงท้าย 61-4708 กรุงเทพฯ  พลิกตะแคงอยู่กลางสะพานข้ามลำห้วยแม่ดำ โดยเจ้าหน้าที่กั้นไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปใกล้ได้  บริเวณกลางถนนมีคราบน้ำมันไหลกระจายเต็มไปทั่ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องปิดช่องทางการจราจรช่วงขาออก ให้รถวิ่งสวนทางกันช่องทางเดียวในระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อป้องกันอันตรายและเคลียร์พื้นที่รถน้ำมันออกก่อน  เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นคนขับรถ ทราบชื่อคือนายจิรอังกูล ใจสาร อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 250/1 หมู่ 7 ต.นาแก้ว อ.เกาะคา จ.ลำปาง มีบาดเจ็บบริเวณแขนด้านขวาฉีกขาดยาวกว่า 10 ซ.ม. เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล 


นายพงษ์ศักดิ์ เชียงจันทร์  อายุ 60 ปี ผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยกัน เล่าว่า ได้ขับรถไปรับน้ำมันดีเซลมาจากคลังในตัวเมืองลำปางมาเต็มคันรถจำนวน 40,000 ลิตร และจะไปส่งที่ จ.พะเยา ขณะขับมาก็ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ และไม่ทราบว่ามีน้ำมันรั่ว จนกระทั่งคนขับรถได้บอกว่ารถมีปัญหาและควบคุมไม่ได้ จากนั้นก็เกิดพลิกคว่ำทันที ตนเองจึงปีนหนีออกมาได้ ส่วนนายจิรอังกูลได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ในเบื้องต้นพบว่าน้ำมันที่รั่วไหลออกมานั้นเป็นน้ำมันดีเซล รั่วออกจากช่องเก็บน้ำมันช่องสุดท้าย ประมาณ 7,000 ลิตร  จากทั้งหมด 40,000 ลิตร  ทางรถดับเพลิงของ อบต.บ้านดงได้ฉีดพรหมน้ำสกัดรถน้ำมันไว้ป้องกันการเกิดความร้อนและไฟลุกไหม้ โดยมีรถบรรทุกน้ำ 10,000 ลิตร ของ ปภ.เขต 10  ลำปาง  1 คัน และรถดับเพลิงของ กฟผ.เข้ามาสนับสนุนอีกจำนวน 2 คัน  จากนั้นได้ประสานบริษัทน้ำมันจาก จ.พะเยา เข้ามาทำการฉีดโฟม ลงบนพื้นถนนที่เต็มไปด้วยน้ำมัน เพื่อป้องกันการเกิดไฟปะทุ  รวมทั้งหมวดทางหลวงบ้านเสด็จ แขวงทางหลวงที่ 2  ได้นำสารเคมีกำจัดน้ำไปโรยบริเวณจุดเกิดเหตุ  ซึ่งใช้เวลา 9 ชั่วโมงกว่าจะเคลียร์เส้นทางได้  

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1205 วันที่ 16 - 22 พฤศจิกายน 2561)
Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

12 ทศวรรษ บุญวาทย์วิทยาลัย

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support