จุดทำเหมือง...แผนที่แสดงจุดที่ตั้งของเหมืองแร่ คำขอประทานบัตรที่ 8/2561 หมายเลข 30542 ของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย(ลำปาง)จำกัด พื้นที่ หมู่ 6 ต.บ้านบอม อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ซึ่งจุดสีแดงคือคำขอประทานบัตรที่ 8/2561 จุดสีเขียวคือคำขอประทานบัตรใกล้เคียง

14ล้าน...สภาพของฟุตบาททางเท้าถนนดวงรัตน์ปัจจุบัน เซรามิกแตกชำรุดเสียหายหลายชุด เนืองจากมีอายุมานาน 15 ปีแล้ว ขณะนี้ อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุง เปลี่ยนโฉมถนนดวงรัตน์ใหม่ทั้งสายโดยใช้งบประมาณของเทศบาลนครลำปาง 14 ล้านบาทเศษ จะนำพื้นเซรามิกออกทั้งหมด ส่วนประติมากรรม และเสาไฟเซรามิกยังคงอยู่

หวิดม้วย...อุบัติเหตุรถยนต์กระบะเบียดกับรถตู้พระสงฆ์ ตกร่องกลางถนน บริเวณก่อนถึงห้วยขุนทะ เขตบ้านผาลาด หมู่ 4 ต.พระบาท อ.เมือง ลำปาง บาดเจ็บหลายคน โชคดีที่ไม่มีผู้ถึงแก่ ชีวิต เหตุจากฝนตกถนนลื่น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 62 ที่ผ่านมา

วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2562

หนุ่มต้มหน่อไม้ทิ้งไว้ เผลอหลับ สะดุ้งตื่นอีกทีเจอไฟไหม้บ้านวอด

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

ระทึก หนุ่มวังเหนือ ต้มหน่อไม้ไว้ใต้ถุนบ้านก่อนจะขึ้นไปนอนพักผ่อน ตกดึกไฟเกิดลุกลามไหม้บ้านไม้สองชั้นจนวอดทั้งหลัง โชคดีหนุ่มเจ้าของบ้านปลอดภัย

เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2562 เวลา 01.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์วิทยุ สภ.วังเหนือ จ.ลำปาง ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีเหตุเพลิงไหม้ บ้านเลขที่ 280 บ้านเมืองตึง หมู่ 2 ต.วังทอง อ.วังเหนือ จ.ลำปาง หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนจะรีบประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงขององค์กรปกครองท้องถิ่นใกล้เคียงออกให้การช่วยเหลือเป็นการด่วน

 

จากนั้น พ.ต.อ.วิภาส  แสงศศิธร ผกก. ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ สุทธิศิริมงคล รอง สว.(สอบสวน) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่ง จึงเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบว่าบ้านที่เกิดเหตุ สร้างเป็นบ้านไม้สองชั้น ไฟได้โหมลุกไหม้อย่างรวดเร็ว

ต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่หลายภาคส่วนรุดเข้ามาช่วยกันดับไฟ โดยมี ปภ.ลำปาง สาขาวังเหนือ สมาคมกู้ภัยวังเหนือ อส.ปภ. เจ้าหน้าที่ อบต.วังทอง โดย นายอุดม หลักมั่น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังทอง เป็นผู้บัญชาการณ์เหตุการณ์ด้วยตนเอง กระทั่งเวลาประมาณ 03.30 น. สามารถดับไฟไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านเรือนใกล้เคียงได้

 

ส่วนบ้านที่เกิดเหตุ สุดท้ายเหลือเพียงเสาบ้าน บริเวณที่เกิดเหตุต่อมาพบเจ้าของบ้าน ชื่อนายสุวิน จานเก่า อายุ 49 ปี สอบสวนเบื้องต้น ได้ให้การว่า ช่วงหัวตนได้ต้มหน่อ ไว้ใต้ถุนบ้าน จากนั้นจึงได้ขึ้นไปนอนหลับพักผ่อน  จนกระทั่งเวลาประมาณ 00.30 น. ได้มีน้องสาวที่อยู่บ้านใกล้เคียงเห็นมีไฟกำลังโหมไหม้บ้านตนจึงวิ่งมาตะโกนเรียกตนให้ตื่น ก่อนจะช่วยกันกับเพื่อนเพื่อนบ้านช่วยกันดับไฟแต่ไม่ทันการณ์ เพราะไฟได้โหมไหม้รวดเร็วมาก ในเบื้องสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ครั้งนี้ คาดว่าน่าจะเริ่มจากไฟที่ต้มหน่อไม้เอาไว้ใต้ถุนบ้าน  โดยลุกลามลามไปไหม้กระสอบ เศษขยะ และกองไม้ที่ตกอยู่ตามพื้น จนทำให้ไฟไหม้ลุกลามจนทำให้บ้านเสียหายทั้งหลัง  อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังเหนือ จะได้ทำการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้งต่อไป

Share:

ระทึก!รถตู้เสียหลักพุ่งลงข้างทาง คณะครูจาก อ.ปัว จ.น่าน เจ็บระนาว

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

รถตู้พาคณะครูจากโรงเรียน แห่งหนึ่งในอำเภอปัว จังหวัดน่าน จะไปศึกษาดูงานในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างคนขับ ขับรถข้ามเขตจังหวัดแพร่เข้าเขตจังหวัดลำปางไม่ถึง 100 เมตร รถเสียหลักพุงลงข้างถนนชนอัดกับจอมปลวกเจ็บ 10 คน

เมื่อเวลาประมาณ 05.45 น. วันที่ 20 ก.ย.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ทะ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ได้รับแจ้งว่าเกอดอุบัติเหตุรถยนต์ตู้โดยสารไม่ประจำทาง เสียหลักพุ่งชนอัดเข้ากับจอมปลวกข้างถนน บริเวณถนนสายลำปาง-เด่นชัย ฝั่งขาเข้าลำปาง เขตบ้านปางมะโอ หมู่ 8 ตำบลวังเงิน อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเขตจังหวัดแพร่ เข้ามายังจังหวัดลำปาง ก่อนถึงจุดตรวจปางมะโอ สภ.แม่ทะ แค่ 100 เมตร จึงรีบประสานเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยแม่ทะและใกล้เคียง ให้การช่วยเหลือเร่งด่วน พร้อมแจ้งให้ ร.ต.อ.โยธิน เทศศรีเมือง รอง สว.(สอบสวน) สภ.แม่ทะ ตรวจสอบเหตุ

 

โดยในที่เกิดเหตุพบรถยนต์ตู้โดยสารไม่ประจำทางสีขาว หมายเลขทะเบียน 36-0032 จังหวัดน่าน เสียหลัก พุ่งไถลลงข้างถนนเป็นระยะทางยากว่า 50 เมตร ก่อนที่รถจะพุ่งอัดกับจอมปลวกข้างถนน ซึ่งด้านข้างเป็นเหวลึก โชคดีที่รถหยุดนิ่ง ส่งผลทำให้ผู้โดยสารที่เป็นครูทั้งชายหญิง 9 คน คนขับ 1 คน รวม 10 คนได้รับบาดเจ็บ ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยแม่ทะ กู้ภัย อบตงวังเงิน กู้ภัย อบต.หัวเสือ เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลแม่ทะ รวมไปถึง ตำรวจประจำจุดตรวจปางมะโอเร่งช่วยเหลือผู้โดยสาร นำตัวออกจากรถที่ประสบเหตุแล้วทยอยนำตัวผู้บาดเจ็บรวม 9 คนออกจากรถ  ส่วนคนขับบาดเจ็บแน่นหน้าอก ยังไม่ไป ตรวจรักษายืนรอให้การแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

ทั้งนี้จากการสอบถามคณะครู ที่เดินทางมาด้วยกัน เล่าว่า คณะครูมาจากโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อที่จะไปศึกษาดูงานในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ ตนเองนั่งรถตู้คันนำหน้า ส่วนรถที่ประสบเหตุตามหลัง โดยเดินทางมาด้วยกันกว่า 20 คนใช้รถตู้รับเหมาจำนวน 2 คัน ขับตามกันมาตลอด โดยได้ออกเดินทาง เมื่อประมาณ 01.30 น.ที่ผ่านมา และเมื่อช่วง 04.30 น.ได้แวะพักปั้มน้ำมันในเขต อำเภอลอง จังหวัดแพร่ จากนั้นก็มุ่งหน้าไป จังหวัดเชียงใหม่ จนกระทั่งผ่านเข้าจังหวัดลำปาง กระทั่งมาเกิดเหตุขึ้น โดยยังไม่ทราบสาเหตุ ก่อนที่จะมีการแจ้งประสานหน่วยงานต่างๆเข้ามาช่วยเหลือ ในเบื้องต้นทางร้อยเวร ได้เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุและสอบปากคำ คนขับรถตู้เบื้องต้นก่อนที่จะนำตัวคนขับไป ตรวจร่างกายที โรงพยาบาลแม่ทะ อย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อสาเหตุและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Share:

ปรับโฉมถนนดวงรัตน์ 14 ล. รื้อฟุตบาทไม่แตะถ้วยตราไก่

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์


ปรับโฉมดวงรัตน์ 14 ล้านเศษ รื้อฟุตบาทเซรามิก คงเหลือประติมากรรม และถ้วยตราไก่  กิตติภูมิยันยังคงคอนเซ็ปเดิม  ไม่จำเป็นต้องมีเซรามิกทั้งสาย เพียงแค่มีประติมากรรมที่โดดเด่นก็เป็นถนนเซรามิกได้  ด้านช่างโยธาระบุงบประมาณถือว่าปกติ  เฉลี่ยตารางเมตรละ 5,000 บาท

ถนนดวงรัตน์ เป็นเส้นทางในความรับผิดชอบของเทศบาลนครลำปาง เป็นเส้นทางสัญจรที่มีประชาชนใช้ในการสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก เป็นเส้นทางสายรองในการเดินทางไปยังเส้นทางสายหลัก คือ ถนนพหลโยธิน  บริเวณสองข้างทางมีร้านค้าเชิงพาณิชย์อยู่โดยรอบ  ซึ่งถนนดวงรัตน์ เคยได้รับการเปลี่ยนแปลงโฉมเป็นถนนเซรามิก เมื่อปี 2548  ด้วยงบยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด ประมาณ 13 ล้านบาทเศษ ได้มีการตกแต่งถนนทั้งสายด้วยเซรามิก  ไม่ว่าจะเป็นฟุตบาททางเท้า ปูพื้นใช้แผ่นเซรามิกติดสลับกับทรายล้าง  มีการติดตั้งเสาไฟรูปไม้ไผ่ทำจากเซรามิกทั้งเสา  จัดทำเก้าอี้นั่งรูปช้างตกแต่งด้วยแผ่นเซรามิก  ติดตั้งประติมากรรมรูปร่างใบเสมาขนาดใหญ่ และชามตราไก่ขนาดใหญ่ บริเวณจุดสี่แยก ฯลฯ

ผ่านระยะเวลาร่วม 15 ปี  ปัจจุบันสภาพผิวจราจร เกาะกลางถนน และสภาพภูมิทัศน์โดยรอบ ทรุดโทรมเปลี่ยนแปลงตามสภาพ เทศบาลนครลำปางจึงได้มีโครงการปรับปรุงถนนดวงรัตน์ ให้สะดวกในการสัญจร และเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์ของเมืองให้สวยงาม  ซึ่งได้มีการเริ่มดำเนินการเมื่อเดือนสิงหาคม 62 ที่ผ่านมา  โดยมี หจก.สุภสิริก่อสร้าง เป็นผู้รับจ้าง เริ่มงานตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2562 ถึง 11 กุมภาพันธ์ 2563 รวม 180 วัน  งบประมาณ 14,089,998 บาท 
 
นายกิตติภูมิ นามวงค์ นายกเทศมนตรีนครลำปาง เปิดเผยว่า  โครงการก่อสร้างถนนดวงรัตน์ จะดำเนินการงานรื้อถอนผิวทางเท้าเดิมและปูบล็อคทางเท้าใหม่ทั้งสองฝั่ง  พร้อมทั้งตัดแต่งกิ่งต้นไม้ ปรับภูมิทัศน์บริเวณเกาะกลางถนนทั้งหมด  เปลี่ยนกระถางเซรามิกที่แตกชำรุด ตกแต่งเสาโคมไฟเดิม  ปรับปรุงระบบไฟจราจร และจัดทำซุ้มทางเข้าเมืองใหม่ รวมไปถึงการตีเส้นจราจรและเปลี่ยนป้ายจราจรเดิมทั้งหมด  ซึ่งการดำเนินการเริ่มตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา  จึงอาจจะเกิดความไม่สะดวกต่อประชาชนที่อยู่ริมสองฝั่งของถนนดวงรัตน์ และผู้ใช้รถใช้ถนนในบางจุด  ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนในโอกาสนี้ด้วย

นายกเทศมนตรี กล่าวว่า การจัดทำโครงการดังกล่าว ได้จัดการรับฟังความคิดเห็น ไม่ใช่แต่การจัดประชุมเพียงอย่างเดียว แต่ได้มีการเดินสำรวจและแจกใบปลิวให้กับประชาชนในเขตเทศบาล พร้อมกับจัดทำแบบสำรวจ ตามกระบวนการตาม พ.ร.บ.รับฟังความคิดเห็นแล้ว

นายคมกริช สุรภักดี สถาปนิกปฏิบัติการ  กล่าวเพิ่มเติมว่า  รูปแบบจะมีปรับเปลี่ยนไปบางส่วน โดยเน้นเรื่องงานปรับภูมิทัศน์สวน  ส่วนของเซรามิกตัวเด่น ที่เป็นชามตราไก่ และใบเสมาก็ยังจะคงอยู่  เสาไฟส่องสว่างบางส่วนที่มีการกะเทาะออกเพราะเกิดจากแรงสั่นสะเทือนเวลารถวิ่งบนถนน ส่วนนี้ก็จะทำใหม่แบบผสมผสานปูนปั้นกับเซรามิกรวมกัน  ต่างจากของเก่าที่จะเป็นเซรามิกปิดผิวทั้งหมด เพื่อให้เกิดความทนทานมากขึ้น   และจะมีเสาสีเขียวที่เป็นทรงไม้ไผ่ยังคงสภาพดีอยู่ แต่ก็จะเปลี่ยนโคมไฟด้านบนใหม่    สำหรับฟุตบาททางเท้าจะทำการรื้อแผ่นเซรามิกออกทั้งหมด จะนำบล็อกมาปูพื้นฟุตบาททางเท้าปกติ  เนื่องจากมีชาวบ้านร้องเรียนมาตลอดว่ามีความลื่น โดยเฉพาะช่วงที่ฝนตก ส่วนเกาะกลางถนนจะมีการรื้อพื้นผิวออกและทำการตกแต่งเป็นสวนหย่อมไม้พุ่ม จะทำให้ชามเซรามิกตรงกลางจะดูโดดเด่นขึ้น 

ส่วนต้นไม้ที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ก่อนว่าจะตัดออกหรือไม่ ยืนยันว่าไม่มีการตัดต้นไม้ออก จะเป็นการตัดแต่งกิ่งเท่านั้น  แต่ทั้งนี้จะมีต้นไม้บางต้นที่เอียงเข้าไปในตึกหรือที่ออกล้ำมาทางถนน ก็ต้องนำออกตามความเหมาะสม   ซึ่งต้นไม้บางต้นอยู่ได้ด้วยฟุตบาทที่ปิดทับรากและพยุงน้ำหนักไว้ เพราะรากไม่สามารถชอนไชลงด้านล่างได้ เนื่องจากเป็นท่อระบายน้ำ  สังเกตได้จากต้นไม้เกาะกลางถนนที่ผ่านไปเป็นสิบปีก็ยังไม่เจริญเติบโตก็เพราะเหตุนี้ เมื่อทำการรื้อฟุตบาทเดิมออก ทำให้ต้นไม้บางต้นก็ล้มลงในส่วนนี้ก็ต้องนำออกเพื่อความปลอดภัย

นายคมกฤช กล่าวอีกว่า งบประมาณ 14 ล้านเศษ ไม่ใช่งบที่สูงเกินไป  เฉพาะพื้นที่ทางเท้าสองฝั่ง ระยะทาง 650 เมตร เฉลี่ยเป็นพื้นที่ 4,000 ตารางเมตร  ปริมาณงานค่อนข้างมากทำให้เนื้อเงินมากขึ้นตามไปด้วย  ถ้าเทียบราคาตามสัดส่วนจริง จะตกอยู่ที่ตารางเมตรละ 5,000 กว่าบาท ซึ่งไม่ได้ถือว่าแพงกว่าที่อื่น แต่เหตุที่งบประมาณสูงเพราะพื้นที่เยอะ  ในส่วนของซุ้มจะปรับเปลี่ยนเป็นซุ้มเข้าเมือง และเปลี่ยนเป็นรัชกาลที่ 10  งบประมาณส่วนนี้จะอยู่ที่ 2 ล้านบาทเศษ

เมื่อสอบถามว่า หากทำการรื้อพื้นฟุตบาททางเท้าที่เป็นเซรามิกออกทั้งหมด จะยังมีเอกลักษณ์ของถนนเซรามิกอยู่หรือไม่  นายกิตติภูมิ กล่าวว่า แต่เมื่อสมัย 20  ปีก่อนคนที่ทำอาจมองว่าอยากให้เป็นถนนเซรามิกทั้งสาย โดยไม่คำนึงถึงการใช้งานจริง ซึ่งตอนนี้ถนนได้ชำรุดเสียหายไปมากแล้ว ถึงเวลาอันควรที่จะต้องปรับปรุง  ประเด็นหลักคือการโชว์ประติมากรรม ซึ่งถนนดวงรัตน์ก็ยังคงเป็นถนนเซรามิกเหมือนเดิม 

กระถางประดับต้นไม้ดอกรูปทรงสูง กระถางใหญ่สูง 1.50 เมตร ทำด้วยเซรามิก ประดับด้วยดอกไม้บนปากกระถาง ชามไก่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร ภายในปลูกดอกบัว  และบัวพันธุ์กระถางละ 3 ต้นพร้อมดินปลูก 

สำหรับการก่อสร้งถนนดวงรัตน์เมื่อ 15 ปีที่ผ่านมา มีกระแสวิจารณ์ว่าใช้งบประมาณค่อนข้างสูงพอสมควร ซึ่งมีงานปูกระเบื้องดินเผาสลับกับกระเบื้อง ทั้ง 4 เกาะ  ปรับปรุงทางเท้า 2 ข้าง พร้อมปูพื้นด้วยกระเบื้องดินเผาสลับกับกระเบื้องเซรามิก  ติดตั้งเสาไฟฟ้าปล้องไม้ไผ่พร้อมฐาน ป้ายชื่อถนนเซรามิก  ติดตั้งส่วนประกอบด้วยเซรามิก เสาไฟกิ่งพร้อมตกแต่งด้วยไฟเบอร์กลาส และม้านั่งรูปช้าง

ลานนาโพสต์ได้ทำข้อมูลการสรุปค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ตามรายละเอียดดังนี้ ม้านั่งรูปช้างตัวเล็กๆ ที่วางเรียงรายอยู่ริมฟุตบาทสองข้างทางจนสุดสาย  จำนวน 40 ตัว ที่รวมค่าวัสดุและค่าแรงงานแล้ว ตกตัวละ 5,500 บาท รวม 220,000 บาท  เสาไฟกิ่งประดับด้วยเซรามิก พร้อมตกแต่งด้วยไก่ไฟเบอร์กลาสอยู่ด้านบนก็ปาไปต้นละ 30,000 บาท  รวมแล้วก็ประมาณ 50 ต้น  รวม 1.5 ล้านบาท   เสาไฟฟ้าปล้องไม้ไผ่ 12 ชุด เห็นแบบนั้น ต้นหนึ่งก็เกือบ 70,000 บาท  รวม 840,000 บาท  ป้ายชื่อเซรามิกอีก 2 ป้าย ป้ายละตั้ง 65,000 บาท  รวมเป็น 130,000 บาท   กระถางใหญ่สูง 1.50 เมตร ที่ทำด้วยเซรามิกอีก 16 ชุด ชุดละ 37,000 บาท  เป็นเงิน 592,000 บาท  กระถางประดับต้นไม้ดอกเป็นกระถางทรงสูงพร้อมฐาน คสล.ผิวทรายล้างอีก 48 ชุด ชุดละ 37,500 บาท  รวมเป็นเงิน 1.8 ล้านบาท  และถ้วยชามตราไก่ เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร พร้อมฐาน คสล.ผิวทรายล้าง 16 ชุด ชุดละ 26,000 บาท  รวมเป็น 416,000 บาท 

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1245 วันที่ 20 กันยายน - 3 มิถุนายน 2562)

Share:

นายกฯ เขลางค์ข้องใจ ทิ้งทรายแม่วังข้ามเขต

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

สับสนพื้นที่ทิ้งทรายขุดลอกแม่น้ำวัง ข้ามเขตเทศบาล นายกฯไพฑูรย์ตั้งคำถามทำได้เหรอ   ด้านกิตติภูมิมึนไม่รู้เรื่อง เผยทำไม่ได้เพราะผิดวัตถุประสงค์ ตำหนิปลัดทำเกินหน้าที่ เทศบาลมีโรงพัสดุสำหรับเก็บทรายเอง ไม่ต้องไปเก็บบ้านคนอื่น

เกิดเป็นประเด็นปัญหาขึ้นเมื่อนายไพฑูรย์ โพธิ์ทอง นายกเทศมนตรีเมืองเขลางค์นคร ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมกับนำข้อความจากเฟซบุ๊กของเทศบาลนครลำปาง  เรื่องการวางแผนขุดลอกแม่น้ำวังปีงบประมาณ 2563 ระยะทาง 7,000 เมตร  ซึ่งในเนื้อหาระบุว่า มีการวางแผนการขนส่งทราย 65,000 คิว ไปกองไว้บริเวณที่ดินเปล่าข้างบ่อรวบรวมน้ำเสีย ต.ปงแสนทอง ซึ่งเป็นที่ดินในชื่อกรรมสิทธิ์ของเทศบาลนครลำปาง    นายไพฑูรย์ จึงตั้งคำถามว่าเทศบาลนครลำปางจะทำได้ไหม ถ้าขนทราย 65,000 คิว ผ่านเทศบาลเมืองเขลางค์นครโดยไม่ได้รับอนุญาต  หลังจากนั้นก็ได้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องนี้กันอย่างกว้างขวาง  ซึ่งสังคมออนไลน์ต่างมาแสดงความคิดเห็นว่า เกิดจากปัญหาการแบ่งแยกทางอำนาจ ขั้วการเมืองที่แตกต่างกัน  ไม่มีการประสานงานร่วมกัน


นายกิตติภูมิ นามวงค์ นายกเทศมนตรีนครลำปาง  เปิดเผยว่า เรื่องนี้ตนเองไม่รู้เลย มารู้อีกทีตอนเกิดปัญหาเรื่องความไม่เข้าใจกัน  และก็ยังไม่เห็นเอกสารใดๆจากกรมเจ้าท่าเข้ามาเลย  ไม่รู้ว่ามีโครงการจริงหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นความเข้าใจผิดกัน  จริงๆแล้ว คนของเราเองที่ทำเกินหน้าที่ โดยไม่มีข้อมูล ซึ่งได้ตำหนิไปแล้ว  เบื้องต้นก็ได้บอกไปแล้วว่าไม่สามารถทำได้ เพราะมีระเบียบข้อกฎหมายรองรับอยู่ 

ในพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ที่ขออนุมัติจากสภาเทศบาลเมืองเขลางค์นคร นำมาให้จัดทำเป็นบ่อบำบัดน้ำเสีย  ไม่ใช่เป็นพื้นที่ไว้สำหรับเก็บทรายแม่น้ำ เรื่องนี้เป็น พ.ร.บ.กิจการนอกเขต เพราะฉะนั้นถ้าจะทำก็ต้องขออนุมัติสภาเทศบาลเมืองเขลางค์อีกครั้งหนึ่ง  แต่คงไม่ทำ เพราะโครงการขุดลอกแม่น้ำวังมีเป็นประจำ เทศบาลนครก็มีที่เก็บของตัวเองอยู่ที่โรงพัสดุ ข้างโรงเรียนเคนเน็ตแมคเคนซี  ถ้ามีโครงการเข้ามาจริงก็ต้องนำมาเก็บที่ของเรา คงไม่นำไปกองไว้บ้านคนอื่น


ด้านนายไพฑูรย์ โพธิ์ทอง นายกเทศมนตรีเมืองเขลางค์นคร  กล่าวว่า  การที่ตนได้แสดงความคิดเห็นบนเฟซบุ๊กส่วนตัวนั้น เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง การจะนำทรายมาเก็บไว้ในเขตเทศบาลเมืองเขลางค์นครโดยไม่แจ้งให้เข้าของพื้นที่ทราบไม่สามารถทำได้   เนื่องจากเทศบาลเมืองเขลางค์นครก็ได้มีการปรับปรุงถนนหนทางหลายสายในเขต ต.ปงแสนทองอย่างดีแล้ว หากมีการขนทรายเข้ามาอาจทำให้ถนนเสียหาย และชาวบ้านได้รับผลกระทบ  การจะทำอะไรก็ต้องมีการประชาคมชาวบ้านก่อน

ตนเห็นแล้วว่าทางนายกฯกิตติภูมิ ได้ออกมาให้ข้อมูลว่าไม่ทราบเรื่องเนื่องจากไปรับรางวัลที่กรุงเทพฯ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในของเทศบาลนครลำปางที่จะจัดการกันเอง  โดยตามขั้นตอนทางปลัดเทศบาลก็ต้องรายงานเรื่องให้กับนายกเทศมนตรี หรือรองนายกฯได้รับทราบ หรือขอคำปรึกษาก่อน ไม่ใช่ว่าจะทำอะไรก็ทำได้เลย  นายไพฑูรย์ กล่าว

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1245 วันที่ 20 กันยายน - 3 มิถุนายน 2562)
Share:

สุดสลดหนุ่มแม่ทะชนต้นไม้ล้มขวาง ถูกทับซ้ำร่างเละ

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

สลดใจ หนุ่มแม่ทะขี่ จยย. ประสบอุบัติเหตุชนต้นไม้ที่ล้มขวางถนน โชคร้ายถูกรถที่ขับตามหลังชนซ้ำจนเสียชีวิตอย่างน่าอนาถ

เมื่อเวลาประมาณ 21.50 น.วันที่ 14 กันยายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์วิทยุ สภ.แม่ทะ จ.ลำปาง รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ชนต้นไม้ล้มขวางถนน และมีรถที่ขับตามเหยียบทับคนขี่จักรยานยนต์เสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนสายลำปาง แพร่ ก่อนถึงโรงโม่หินชัยประภารุ่งเรือง 2 กิโลเมตร หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ ก่อนแจ้งให้เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยแม่ทะออกตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัย อบต.หัวเสือ  จากนั้นพนักงานสอบสวนเวร แพทย์เวรโรงพยาบาลแม่ทะ จึงรุดไปตรวจยังที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย นอนอยู่ในสภาพเสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ย ร่างถูกรถทับจนเละผิดรูป มีชิ้นส่วนกระจัดกระจายอยู่บนถนนบางส่วน ภายหลังทราบว่าผู้เสียชีวิตชื่อนายสมชาติ ยะโส อายุ 53 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 113/2 บ้านหมู่ 4 ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง  ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงินดำ ล้มอยู่พังเสียหายไปทั้งคัน แต่ไม่พบรถคู่กรณีแต่อย่างใด

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นายสมชาติได้ขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนนสายดังกล่าว ขณะมาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งค่อนข้างจะมีมืด ได้มีต้นไม้ล้มขวางถนนอยู่  คาดว่านายสมชาติ ไม่ทันเห็นและไม่ทันระวัง จึงพุ่งชนต้นไม้จนรถจักรยานยนต์ล้มลง  และเป็นจังหวะเดียวกันที่อาจมีรถยนต์ไม่ทราบชนิดขับตามมาเบรกไม่ทันจึงพุ่งชนทับร่างนายสมชาติจนเสียชีวิตดังกล่าว  หลังการตรวจพลิกศพทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนหารถที่พุ่งชนผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ต่อไป.

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1245 วันที่ 20 กันยายน - 3 มิถุนายน 2562)
Share:

ฝนตกถนนลื่น กระบะเบียดตู้ พลิกตกร่องถนน

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

รถตู้พระภิกษุสงฆ์ ถูกกระบะเบียดเสียหลักพุ่งตกร่องกลางถนนข้ามไปอีกเลน บาดเจ็บหลายคน เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

เมื่อเวลา 180.00 น.วันที่ 15 กันยายน 2562 พ.ต.ท.กมล คิดอ่าน สว.(สอบสวน)  สภ.เมืองลำปาง รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่ บริเวณก่อนถึงห้วยขุนทะ เขตบ้านผาลาด หมู่ 4 ถ.วชิราวุธดำเนิน(ลำปาง-แพร่) ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง มีผู้บาดเจ็บทั้งพระภิกษุสงฆ์และฆราวาส หลายคนและติดภายในรถไม่สามารถนำตัวออกมาจากตัวรถได้ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่  1669 โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลลำปาง เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยนครลำปาง และหน่วยงานกู้ภัยในพื้นที่ใกล้เคียงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เบื้องต้นพบรถยนต์ตู้ฮุนได สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน 4 กฒ 3535 กทม.เสียหลักพุ่งชนร่องกลางถนนพุ่งข้ามทะลุไปจอดอีกฝั่งสภาพหน้ารถพังยับเยิน ในรถมีผู้บาดเจ็บเป็นพระภิกษุสงฆ์ 2 รูป และฆราวาสอีก 2 คน ติดภายในรถ เจ้าหน้าที่สามารถลำเลียงออกมาได้อย่างปลอดภัยก่อนปฐมพยาบาลแล้วนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลลำปาง ส่วนคนขับรถตู้ คือ นายกฤตภาส  หวังสุวรรณ อายุ 23 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 258 หมู่ 1 ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี รอให้การแก่เจ้าหน้าที่

 

ใกล้กันพบรถยนต์กระบะสีบรอนเงิน หมายเลขทะเบียน กจ 7725 ลำปาง สภาพเสียหลักตกลงไปในร่องกลางถนนพังยับเยินคนขับปลอดภัยดี  ทราบชื่อคือนายนราธิป ทะระ อายุ 25 ปี  ราษฎร หมู่ 4 ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ส่วนหญิงที่มาด้วยบาดเจ็บที่ศีรษะ เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทั้งนี้ ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงจังหวะที่คณะของเจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก จ.เชียงราย และพะเยา กำลังมุ่งหน้าเดินทาง ไปช่วยเหลือพี่น้องในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี จึงได้จอดรถให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว โดยอุบัติเหตุครั้งทำให้ต้องปิดการสัญจรทางถนน ทันทีเนื่องจากว่ารถกีดขวางการจราจรต้องเปิดการสัญจรวิ่งสวนทางกัน

เบื้องต้นทราบว่า รถตู้จะเดินทางไปยัง จ.เชียงใหม่  โดยมีรถยนต์กระบะขับขี่วิ่งตามกันมาและช่วงนั้นเกิดฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมขังถนน จากนั้นรถสองคันได้เกิดเฉี่ยวชนกัน และพุ่งลงร่องกลางถนนอย่างรวดเร็วจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว 

สำหรับจุดเกิดเหตุนี้เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2562 ได้เกิดอุบติเหตุรถบัสนำเที่ยวต่างชาติเสียหลักตกข้างถนนเพราะสาเหตุมาจากถนนเพราะฝนตกหนักมาแล้ว ล่าสุดมาเกิดขึ้นอีกครั้งจึงฝากเตือนผู้สัญจรทางถนนให้ระมัดระวังให้มากเมื่อเกิดฝนตกหนัก จากนั้น พ.ต.ท.กมล คิดอ่าน สว.สอบสวน  สภ.เมืองลำปาง ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพี่อที่จะดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1245 วันที่ 20 กันยายน - 3 มิถุนายน 2562)
Share:

คนแม่ทะต้าน 'ปูน' ปักธง เหมืองลิกไนต์ เกือบพันไร่หวั่นกระทบ

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

ปูนซิเมนต์ลำปางเล็งเปิดเหมืองลิกไนต์ อ.แม่ทะ  ยื่นขอประทานบัตร 4 ใบ เนื้อที่กว่า 9 ร้อยไร่  ล่าสุดสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ลงพื้นที่จัดทำเวทีรับฟังความคิดเห็นของชุมชน แต่ยังมีชาวบ้านไม่เอาด้วย เกรงส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำในชุมชน และไม่ได้จ่ายภาษีท้องที่เพราะจดทะเบียนที่แจ้ห่ม 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2562 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง ได้มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของชุมชนในพื้นที่ขอประทานบัตรเพื่อการทำเหมืองแร่ประเภทที่ 3 ในโครงการเหมืองแร่ถ่านหินของ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย(ลำปาง)จำกัด จำนวน 4 คำขอประทานบัตร ในพื้นที่ ม.6 ต.บ้านบอม อ.แม่ทะ จ.ลำปาง โดยเวทีรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวจัดขึ้นที่ ศาลาเอนกประสงค์ ม.6 ต.บ้านบอม อ.แม่ทะ จ.ลำปาง

จากข้อมูลทราบว่า พื้นที่คำขอประทานบัตรทั้ง 4 แปลงนั้น อยู่ในพื้นที่ป่าเศรษฐกิจและพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร (สปก.) รอบด้วยเทือกเขาซึ่งเป็นป่าอนุรักษ์ในทิศเหนือ ทิศตะวันตก และทิศใต้ บริเวณตอนเหนือติดกับอ่างเก็บน้ำห้วยแม่กอง มีลำห้วยเล็กๆไหลจากเทือกเขาด้านตะวันตก ทิศเหนือและทิศใต้ไหลลงอ่างเก็บน้ำ ส่วนในบริเวณพื้นที่คำขอประทานบัตรไม่มีลำห้วยที่มีน้ำไหลตลอดปีไหลผ่าน แต่ในแผนที่ของกรมแผนที่ทหาร มีลำห้วยไพรอยู่ในพื้นที่คำขอ 7 / 2561  และ ห้วยมหาวรรณอยู่ทิศตะวันออก และ ห้วยแม่กอง อยู่ทางทิศเหนือ 

โดยโครงการดังกล่าว เป็นของ บริษัทปูนซิเมนต์(ลำปาง)จำกัด  ซึ่งได้มีการยื่นขอประทานบัตรจำนวน 4 แปลง ประกอบด้วย คำขอประทานบัตรที่ 7/2561 หมายเลขหลักเขตเหมืองแร่ที่ 30543 เนื้อที่ 290-1-65 ไร่  คำขอฯที่ 8/2561 หมายเลขฯ 30542 เนื้อที่ 298-3-15 ไร่, คำขอฯที่ 9/2561 หมายเลขฯ 30544 เนื้อที่ 267 – 0 – 40 ไร่ และ คำขอฯที่ 10/2561 หมายเลขฯ 30545 เนื้อที่ 102 – 0 – 81 ไร่ รวมพื้นที่ประทานบัตรทำเหมือนแร่ถ่านหินกว่า 900 ไร่  เพื่อทำเหมืองแร่ลิกไนต์ ส่วนหนึ่งนำไปใช้ในการผลิตปูนซิเมนต์ของโรงงาน และส่วนหนึ่งจะมีการขนส่งปิดมิดชิดในการนำไปส่งแหล่งรับซื้อภายนอก

จากรายงานเบื้องต้น ทราบว่า ชาวบ้านในพื้นที่ยังไม่ได้มีการคัดค้านในเรื่องดังกล่าว เพียงแต่มีข้อกังวลเกี่ยวกับเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น อาจเกิดฝุ่นละออง การตกค้างของสารเคมีในการทำเหมือง  เสียง  การใช้เส้นทางการขนส่ง   แหล่งน้ำสาธารณูปโภคและใช้ในการเกษตรกรรม อาจเกิดการปนเปื้อน ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้านและการหมดอายุของอ่างเก็บน้ำ เนื่องจากการสะสมตะกอนดินที่เกิดจากการชะล้างในการทำเหมืองไหลเข้าสู่อ่าง ทำให้ใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ รวมถึงการจ่ายภาษี ซึ่งบริษัทปูนซิเมนต์ไทย(ลำปาง) จดทะเบียนที่ อ.แจ้ห่ม  แต่ในพื้นที่จะได้รับค่าภาคหลวงแร่ ร้อยละ 20

อย่างไรก็ตาม ในส่วนรายละเอียดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมจะอยู่ในรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งบริษัทฯอยู่ระหว่างการจัดทำรายงาน
           
(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1245 วันที่ 20 กันยายน - 3 มิถุนายน 2562)
Share:

วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2562

511 ครั้ง ป่วน 1669 รพ.เตือนอย่าทำ

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

เบอร์นิรนามโทรป่วน 1669 กว่า 511ครั้ง ผอ.รพ.ลำปาง มอบนิติกรแจ้งตำรวจ สืบจนรู้ตัวผู้ก่อเหตุ พบเป็นชายสติไม่สมประกอบ ผู้ปกครองรีบนำตัวมาขอโทษ ด้านโรงพยาบาลลำปางฝากเตือน หากไม่มีเหตุฉุกเฉินอย่าโทร

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา ได้มีบุคคลภายนอกใช้หมายเลขโทรศัพท์ 097 – 9481xxx โทรศัพท์เข้ามาก่อกวนสายด่วน 1669  ทำให้มีผลกระทบต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการของโรงพยาบาลลำปาง  โดยได้โทรศัพท์เข้ามาตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2562 ถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 รวมจำนวนทั้งสิ้น 511 ครั้ง  โดยไม่พูดและวางสายไป ซึ่งเป็นแบบนี้ตลอดทั้งวัน ซึ่งก็ทำให้เจ้าหน้าที่และประชาชนผู้ที่ประสบเหตุฉุกเฉินได้รับผลกระทบ

ซึ่งต่อมาวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 นายทรงวุฒิ  ทรัพย์ทวีสิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำปาง ได้มอบอำนาจให้นายธนากร  สุปันต๋า นิติกรโรงพยาบาลลำปาง เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสภ.เมืองลำปาง เพื่อให้ติดตามหาตัวผู้ก่อกวนตามหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าว จนกระทั่ง ทางโรงพยาบาลลำปาง ได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง  ว่าพบตัวเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ดังกล่าวแล้ว  คือ นายตุ้ย  สันวงศ์  แต่โทรศัพท์ดังกล่าว จะเอาให้นายวัชรพงษ์   สันวงศ์ อายุ 22 ปี  เป็นบุตรชายเอาไว้ใช้   โดยนายวัชรพงษ์นั้นมีอาการพิการทางสติปัญญา ได้ใช้โทรศัพท์เครื่องดังกล่าวโทรมาก่อกวนที่เบอร์ 1669  โดยที่บิดาไม่ทราบ  จนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งเรื่องไป 

และเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา นายตุ้ย  สันวงศ์ บิดาผู้ก่อเหตุ ได้นำตัวนายวัชรพงษ์ สันวงศ์ มาขอโทษต่อเจ้าหน้าที่ศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการของโรงพยาบาลลำปาง   ทางด้านนายธนากร  สุปันต๋า นิติกรโรงพยาบาลลำปาง  ได้แจ้งให้ทราบว่าการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นความผิดตามมาตรา 397 ตามประมวลกฎหมายอาญา ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 รวมทั้งมาตรา 38 พระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน 2551 ผู้ใดใช้ระบบสื่อสารและเทคโนโลยีที่จัดไว้สำหรับการปฏิบัติการฉุกเฉินโดยประการที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่การปฏิบัติการฉุกเฉิน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท  ซึ่งนายตุ้ยได้เข้าใจเป็นอย่างดี และจะคอยดูแลไม่ให้เกิดเรื่องขึ้นอีก   ในส่วนของทางโรงพยาบาลลำปางไม่ได้ติดใจเอาความ เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นผู้ป่วยพิการทางสมอง  

แต่อย่างไรก็ตาม  โรงพยาบาลลำปางขอฝากเตือนให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการใช้สายด่วนฉุกเฉิน 1669 เพราะถือเป็นสายด่วนในการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินของผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านการแพทย์ หากมีการโทรศัพท์เข้ามาในลักษณะก่อกวนจะมีความผิดดังกล่าวข้างต้น
                       
 หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่  1245 วันที่ 20 ตุลาคม -  3 ตุลาคม 2562

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

เขลางค์เวชภัณฑ์ Web copy.jpg
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support