น้ำใจไหลเชี่ยว...

เลขามูลนิธิเพื่อนช้าง กราบขอบพระคุณผู้ใจบุญทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ร่วมบริจาคเงินเข้าบัญชี เพื่อช่วยเหลือมูลนิธิเพื่อนช้างให้เดินหน้าต่อไปได้ 9 วันมียอดบริจาคเงินเช้าบัญชี 44 ล้านบาทเศษ ส่วนกรณีที่มีบางคนออกมาโจมตีการทำงานของมูลนิธิเพื่อนช้าง จะไม่ขอตอบโต้ใดๆแล้ว เพราะให้ดูที่ผลงานที่ทำมาทั้งหมด

ทับเด็ก...

รถดับเพลิง อบต.รีบไปดับไฟป่า ขับเหยียบเด็กชายวัย 11 ปี เสียชีวิตคาที่ ขณะที่คนขับรถลงมาดูก่อนขับหลบหนี อ้างตกใจกลับไปตั้งหลัก สุดท้ายยอมเข้ามอบตัวที่ สภ.เกาะคา

พิษไฟป่า

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงหน่วยงานท้องถิ่น อ.แจ้ห่ม เร่งฉีดน้ำดับไฟ ที่ลามขึ้นไหม้ต้นไม้ใหญ่ จนล้มพาดสายส่งไฟฟ้าเสียหายหนักส่งผลให้กระแสไฟฟ้าดับเกือบทั้งอำเภอใช้เวลาหลายชั่วโมง จึงจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ตามปกติ กระทบกับชาวบ้านและผู้ประกอบการอาหารแช่แข็งหลายรายเหตุเมื่อวันที่ 21 มี.ค. 60 ที่ผ่านมา

วันศุกร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2560

น้ำใจไหลเชี่ยว 44 ล้าน 'โซไรดา' ซึ้งใจต่อชีวิตมูลนิธิฯ

จำนวนผู้เข้าชม webs counters

น.ส.โซไรดา  ซาลวาลา ผู้ก่อตั้ง กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้าง เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้ร่างจดหมายส่งไปยัง ประธานมูลนิธิเพื่อนช้าง และกรรมการมูลนิธิเพื่อนช้าง เรื่องการขาดสภาพคล่องด้านการบริหารจัดการด้านการเงิน หลังจากที่เปิดให้บริการมานานกว่า 26 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ระยะห้วงเวลา 11 ปีให้หลังพบว่า มูลนิธิเพื่อนช้าง เริ่มประสบปัญหาด้านการขาดสภาพคล่อง นับเป็นปัญหาด้านการดำเนินงานให้ลุล่วงและก้าวหน้าต่อไป ดังนั้นจึงได้ร่างหนังสือขึ้นมาเพื่อให้ประธานและกรรมการได้รับทราบผลกระทบที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 60 โดยระบุว่าหากไม่มีการเร่งแก้ไขด้านอื่นๆคาดว่า มูลนิธิเพื่อนช้างคงต้องยุติบทบาทลง เพราะปัจจุบันนี้ มีเงินฝากบัญชีประจำแยกออกหลายส่วน เหลือแค่ 10 กว่าล้านบาท

น.ส.โซไรดา กล่าวว่า หลังจากที่หนังสือนี้ได้เผยแพร่ออกไป และมีการนำเสนอข่าวสารของมูลนิธิ ปรากฏว่ามีผู้สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ต่างสอบถามและเร่งให้การช่วยเหลือด้วยการบริจาคเงิน เข้าบัญชีธนาคารของมูลนิธิเพื่อนช้างกันอย่างต่อเนื่อง โดยมี บัญชีของ ธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี มูลนิธิเพื่อนช้าง  หมายเลขบัญชี 088-2-20983-0  ก่อนหน้านี้มียอดเงินในบัญชี 1,380,354.16 บาท  และบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี กองทุนชื่อและสกุลช้าง มูลนิธิเพื่อนช้าง หมายเลขบัญชี 111-227207-8   ซึ่งจากยอดบริจาคตั้งแต่วันที่ 14 - 22 มี.ค. 60   มียอดเงินเข้าทั้งสองบัญชีรวมกัน 44 ล้านบาทเศษ  ซึ่งตนถึงกับน้ำตาไหลที่คนไทยยังคงห่วงใยช้างและมูลนิธิเพื่อนช้างที่ร่วมใจกันบริจาคเงินเข้าบัญชีมาอย่างต่อเนื่อง

เลขามูลนิธิเพื่อนช้าง กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 60  มูลนิธิได้รับเช็คเงินสด จำนวน 1 ล้านบาท จากครอบครัวผู้ใจบุญท่านหนึ่งที่สั่งจ่ายให้มูลนิธิเพื่อนช้าง จำนวน 1 ล้านบาท  ตนเองจะตั้งใจนำเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้รับ ไปใช้ประโยชน์แก่ช้างจนถึงที่สุด


 ส่วนกรณีที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งที่ออกมาโจมตีการทำงานของมูลนิธิเพื่อนช้าง ว่าไม่ทำงานจริง และไม่ได้ช่วยเหลือช้างจริง ในเรื่องนี้ตนเองจะไม่พูดถึงแล้ว เพราะให้ดูที่ผลการทำงานที่ผ่านมา และให้ดูถึงสิ่งที่พี่น้องคนไทยที่ร่วมใจกันช่วยเหลือมูลนิธิเพื่อนช้าง จะไม่มีการตอบโต้ใดๆอีกแล้ว ซึ่งจากการประชุมคระกรรมการวันที่ 23 มี.ค. 60  ทางคณะกรรมการได้รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และขอบคุณไปยังประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ช่วยเหลือมูลนิธิเพื่อนช้าง  โดยมีมติให้มูลนิธิเพื่อนช้างเดินหน้าต่อไปตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมาแล้ว  ตั้งแต่ที่มีเงินบริจาคเข้ามาประมาณ 20 ล้านบาท  โดยทางตนเองจะได้มีการออกแถลงการณ์แจ้งรายละเอียดที่ชัดเจนอีกครั้ง  น.ส.โซไรดา กล่าว 

     (หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1122 วันที่ 24-30 มีนาคม 2560)
Share:

เครื่องน้ำอุ่นช๊อต ไฟพรึ่บบ้านพัก หัวหน้า ปณ.งาว

จำนวนผู้เข้าชม URL Counter

เมื่อเวลา 01.30น.วันที่ 20 มี.ค.2560 ร.ต.อ.สุเรวัฒน์ บังคมเนตร รอง สว.(สอบสวน) สภ.งาว รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 5/1 ม.5 ต.หลวงเหนือ อ.งาว ที่ตั้งอยู่ภายในที่ทำการไปรษณีย์ไทย สาขา อ.งาว ซึ่งอยู่ห่างจาก สภ.งาว ออกไปประมาณ 200 เมตร จึงประสานไปยัง เทศบาลตำบลหลวงเหนือ เทศบาลตำบลหลวงใต้ ให้ช่วยออกไปดับไหม้ จากนั้นร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกไปให้ความช่วยเหลือทันที เมื่อไปถึงพบรถดับเพลิงของเทศบาลทั้งสองแห่งรวม 4 คันกำลังช่วยกันดับไฟที่กำลังลุกไหม้บ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูงอย่างรุนแรง โดยมีนายสมบูรณ์ สาธรรม อายุ 60 ปี เป็นหัวหน้าที่ทำการไปรษณีย์ และเป็นเจ้าของบ้านพัก กว่าจะควบคุมเพลิงเอาไว้ได้บ้านทั้งหลังพร้อมทรัพย์สินและรถจักรยานยนต์อีก4 คันก็ไหม้เสียหายไปแล้วทั้งหมด


จากการสอบสวนนายสมบูรณ์ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเองกำลังจะเข้านอนแต่ขณะนั้นก็ได้กลิ่นควันไฟอย่างรุนแรงจึงได้ออกจากห้องเพื่อตรวจสอบว่ากลิ่นมาจากไหน แต่พอเปิดประตูออกมาเท่านั้นก็ต้องตกใจสุดขีดเพราะเห็นไฟกำลังลุกไหม้บริเวณห้องน้ำชั้นล่างแล้วกำลังลุกลามขึ้นมาบนบ้านจึงรีบวิ่งหนีลงมาก่อนที่ไฟจะไหม้บันไดทางขึ้นลง จากนั้นจึงวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากพนักงานไปรษณีย์ ที่มีบ้านพักอยู่ในบริเวณเดียวกันเพื่อให้ช่วยกันดับไฟ ส่วนตัวเองก็รีบโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยประสานกับรถดับเพลิงมาเพื่อดับไฟ แต่ก็ไม่ทันการณ์ เพราะไฟได้เผาไหม้บ้านทั้งหลังพร้อมกับรถจักรยานยนต์อีก 4 คันของพนักงานที่นำมาฝากจอดเอาไว้ใต้ถุนบ้านเสียหายไปทั้งหมด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณเครื่องทำน้ำอุ่นในห้องน้ำชั้นล่าง  ประเมินค่าเสียหายเบื้องต้นประมาณ 7 แสนบาท  ซึ่งจะได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง ให้เข้ามาตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

 (หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1122 วันที่ 24-30 มีนาคม 2560)
Share:

รีบไปดับไฟป่า รถน้ำ อบต. ซิ่ง ทับเด็ก 11 ดับ

จำนวนผู้เข้าชม URL Counter

เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 60 เวลาประมาณ 09.30 น. เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุ สภ.เกาะคา ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุรถจักรยานสองล้อปั่นถูกเฉี่ยวชน มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เป็นเด็กชาย 1 ราย บริเวณทางแยกเข้าวัดพระธาตุดอยฮาง บ้านทุ่งขาม หมู่.9 ต.ใหม่พัฒนา อ.เกาะคา จ.ลำปาง จากนั้น จึงได้ประสานไปยัง พ.ต.ต.มนตรี ดวงวะนา สว.(สอบสวน)สภ.เกาะคา (แทน)  ร.ต.อ.เปี่ยมศักดิ์ นิลเขียว รอง สว.(สอบสวน)สภ.เกาะคา พร้อมด้วย แพทย์เวร รพ.เกาะคา และ เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยเกาะคา รุดไปยังที่เกิดเหตุ

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นถนนในหมู่บ้าน พบประชาชนต่างมุงดูและสลดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก โดยไม่พบรถของทั้งสองฝ่าย อยู่ใกล้ๆที่เกิดเหตุ ที่บนถนนพบศพเด็กชายหนึ่งราย สวมเสื้อยืดสีฟ้า กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน  นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต สภาพศพขาซ้ายมีรอยถูกรถเหยียบเป็นแผลเปิดเหวอะขนาดใหญ่ ตามร่างกายและลำตัว มีรอยถูกรถเหยียบทับเช่นกัน มีเลือดออกปากและจมูก ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ ด.ช.ยศพัฒน์ สอนบุญปาน อายุ 11 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/1 หมู่.7 ต.ใหม่พัฒนา อ.เกาะคา จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน พร้อมนำศพไปชันสูตรอย่างละเอียดต่อไป

จากการสอบสวนเบื้องต้น มีพยานเห็นว่า ขณะที่ ด.ช.ยศพัฒน์ ได้ปั่นรถจักรยาน มาพร้อมกับเพื่อนๆ 3-4 คัน จะไปในวัดที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ได้มีรถบรรทุกน้ำดับเพลิงของ อบต.ใหม่พัฒนา สีเขียว ขับตามหลังมา ก่อนเฉี่ยวชนรถจักรยาน และล้อรถเหยียบทับซ้ำจน ด.ช.ยศพัฒน์ เสียชีวิตคาที่ จากนั้น คนขับรถดับเพลิงได้ลงมาดู ก่อนจะขับหนีไป  เพื่อนๆของ ด.ช.ยศพัฒน์ จึงได้นำรถจักรยานไปเก็บไว้ก่อน   โดยเจ้าหน้าที่ฯ จะได้ติดตามคนขับรถดับเพลิงรายนี้มาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ล่าสุด จากการติดตาม ทราบว่า คู่กรณี ซึ่งเป็นคนขับรถบรรทุกน้ำดับเพลิงของ อบต.ใหม่พัฒนา ได้มามอบตัวที่ สภ.เกาะคา แล้ว พร้อมกับรถบรรทุกน้ำดับเพลิงคันสีเขียว อบต.ใหม่พัฒนา ทะเบียน บบ 5791 ลำปาง ทราบชื่อคนขับคือ นายประจักษ์ ภาวดี อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 ม.6 ต.ใหม่พัฒนา อ.เกาะคา จ.ลำปาง ได้ให้การว่า ขณะที่ตนได้ขับรถบรรทุกน้ำดับเพลิง จะไปดับไฟป่า ตามที่ได้รับแจ้ง เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุ ทันใดนั้น ก็รู้สึกว่ารถได้ชนและเหยียบกับอะไรซักอย่างไปแล้ว โดยไม่ทันเห็นและรู้ตัว จึงได้จอดรถลงมาดู ก็พบว่า รถได้ขับทับเด็กไปแล้วจนนอนแน่นิ่ง โดยไม่ทราบว่าเด็กบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตหรือยัง ด้วยความตกใจจึงได้ขับรถออกมาจากที่เกิดเหตุเพื่อไปตั้งหลัก ก่อนรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือเด็กโดยด่วน และมาทราบว่าเด็กเสียชีวิตไปแล้ว จึงได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ฯ จะได้ทำการสอบสวนเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 (หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1122 วันที่ 24-30 มีนาคม 2560)
Share:

ลำปางไม่ขาดน้ำ สองเขื่อนใหญ่เอาอยู่

จำนวนผู้เข้าชม URL Counter

เมื่อวันที่ 17 มี.ค.60 ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา ต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ลำปาง  นายวุฒิชัย เสาวโกมุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานในการเปิดการแถลงข่าว  พร้อมด้วยนายไชยงค์ จงอาสาชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2 ร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์น้ำและมาตรการรับมือปัญหาภัยแล้ง ปี 2560 ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  โดยมีคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งจังหวัดลำปาง ร่วมตอบข้อซักถามในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2 ได้แถลงข่าวเรื่องการบริหารจัดการน้ำในภาพรวมของกรมชลประทาน การพัฒนาแหล่งน้ำของกรมชลประทานในเขตจังหวัดลำปาง และนายสมจิต อำนาจศาล ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา ได้ชี้แจงสถานการณ์น้ำและการเตรียมมาตรการรับมือภัยแล้งในเขตจังหวัดลำปาง


นายสมจิต อำนาจศาล ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา  กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในจังหวัดลำปาง ปัจจุบัน อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ทั้ง 2 แห่ง คือ เขื่อนกิ่วลม และเขื่อนกิ่วคอหมา มีปริมาณน้ำรวมกัน 207.74 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 75 ของความจุที่ระดับเก็บกัก  ซึ่งหลังจากผ่านช่วงฤดูเพาะปลูกและฤดูแล้งแล้ว คาดการณ์ว่าน้ำทั้งสองเขื่อนจะคงเหลืออยู่ 184 ล้านลูกบาศก์เมตร

สำนักงานชลประทานที่ 2 ได้วางแผนและดำเนินการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนจังหวัดลำปาง ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำ ทั้งการอุปโภคบริโภค การประปา การรักษาระบบนิเวศท้ายน้ำ การเพาะปลูก การอุตสาหกรรม และการใช้น้ำด้านอื่น ๆ ตลอดฤดูแล้ง ปี 59/60  ระหว่างวันที่ 1 พ.ย.59  – 31 พ.ค.60 รวมทั้งมีน้ำสำหรับการเตรียมแปลงข้าวนาปี ตลอดจนสำรองไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนที่ฝนอาจทิ้งช่วง  รองรับการเพาะปลูกได้มากถึง 6 หมื่นไร่

ในเขตพื้นที่ชลประทานคาดว่าจะไม่เกิดภัยแล้ง เนื่องจากในจังหวัดลำปางมีปริมาณน้ำต้นทุนเพียงพอ ส่วนในพื้นที่นอกเขตชลประทานที่ยังมีพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งอยู่ สำนักงานชลประทานที่ 2 ได้จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ จำนวน 42 เครื่อง และรถบรรทุกน้ำจำนวน 5 คัน ไว้ให้ความช่วยเหลือได้ทันที่เมื่อได้รับการร้องขอ

นายวุฒิชัย เสาวโกมุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวว่า ปีนี้น้ำในระบบชลประทานเพียงพอตลอดฤดูกาลอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นน้ำด้านการเพาะปลูก ด้านการประปา รวมทั้งการสนับสนุนช่วยเหลือภัยแล้ง ชลประทานลำปางมีเครื่องสูบน้ำที่สามารถให้การช่วยเหลือประชาชนได้กว่า 50 เครื่อง จึงไม่ต้องกังวลว่าปีนี้จะเกิดขาดแคลนน้ำเหมือนปีที่บ้าน  นอกจากนั้นทางชลประทานยังได้แจ้งแล้วว่า ในปีนี้ จ.ลำปาง เล่นน้ำสงกรานต์ได้เต็มที่  เดือน เม.ย.นี้ เตรียมปล่อยน้ำจากเขื่อน 5 ล้าน ลบ.ม. ให้ประชาชนได้เล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนานด้วย 

       (หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1122 วันที่ 24-30 มีนาคม 2560)
Share:

ลำปางตื่นตา รถ 704 ล้อ ถูกจับหัวลากผิด

จำนวนผู้เข้าชม URL Counter
เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น.วันที่ 21 มี.ค. 60  ขบวนอุปกรณ์ของรถเครื่องกําเนิดไฟฟ้า (Generator  Stator) ขนาดใหญ่ น้ำหนัก 366 ตัน ยาว 10.48 เมตร กว้าง 4.84 เมตร สูง 4.42 เมตร โดยมีบริษัท ศิลามาศทรานสปอร์ต จำกัด ทำการเคลื่อนย้ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่เครื่องนี้ มาพร้อมกับรถเทเลอร์ขนาดใหญ่ 704 ล้อ  โดยเริ่มต้นการข้นยายมาจากท่าเรืออ่างทอง จุดหมายปลายทางที่ กฟผ.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง โดยได้เริ่มทำการขนย้ายเมื่อวันที่ 14 มี.ค.60 เป็นต้นมา  ได้เคลื่อนขบวนผ่าน จ.ลำปาง โดยเริ่มเข้า อ.แม่พริก อ.เถิน อ.สบปราบ ทางหลวงหมายเลข 1 หรือถนนพหลโยธิน ตลอดเส้นทางการเคลื่อนย้ายมีการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรตลอดเส้นทาง รวมทั้งทีมวิศวกรเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการเคลื่อนขบวนผ่านทุกจุดอย่างเข้มงวด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการขนย้ายอุปกรณ์ในครั้งนี้ ให้เป็นไปอย่างปลอดภัยและมีมาตรฐานสากล

ได้วันแรกที่เข้าสู่ จ.ลำปาง ได้มีการจอดแวะพักบริเวณฝั่งตรงข้ามด่านตรวจยาเสพติดสบปราบ อ.สบปราบ จ.ลำปาง เนื่องจากช่วงกลางวัน มีการสัญจรทางถนนที่พลุกพล่าน อีกทั้งเพื่อความปลอดภัยในการขนย้ายเครื่องจักรเป็นไปอย่างสะดวกจึงอาศัยการเดินทางในช่วงกลางคืนแทน เพราะมีผู้สัญจรน้อยกว่ากลางวัน  โดยเคลื่อนขบวนอีกครั้งในเวลา 21.00 น. ผ่าน อ.เกาะคา และแวะจอดที่ด้านหน้าลานอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  ซึ่งตลอดเส้นทางประชาชนและชาวบ้านต่างสนใจแห่รอดูชมการเคลื่อนย้าย เครื่องจักรในครั้งนี้กันจำนวนมากเพราะหลายๆคนไม่เคยเห็นมาก่อน ถือว่าเป็นการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรขนาดใหญ่ในรอบหลายสิบปี  โดยเฉพาะที่ อ.เกาะคา มีประชาชนมาเฝ้ารอชมช่วงเวลาประมาณ 24.00 -01.00 น. มากกว่า 200 คน

ทั้งนี้ตามกำหนดเดิม การขนย้ายอุปกรณ์ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะถึง กฟผ.แม่เมาะ ในช่วงเช้าของวันที่ 22 มี.ค. 60 แต่ปรากฏว่าประสบปัญหาจากการตรวจวัดน้ำหนักที่ด่านชั่งน้ำหนัก อ.เกาะคา ซึ่งพบว่ารถหัวลากจูงมีน้ำหนักเกินทั้ง 2 คัน และไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง จึงต้องเปลี่ยนรถหัวลากใหม่มาทำการลากแทน  จนเกิดกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ทางสื่อสังคมออนไลน์ ว่าเหตุใดจึงไม่ให้รถขนย้ายอุปกรณ์เดินทางต่อไป

นายณัฐพล จูสวย  หัวหน้าสถานีตรวจชั่งน้ำหนัก อ.เกาะคา เปิดเผยว่า ทางบริษัทที่ดำเนินการขนส่งเครื่องจักรน้ำหนัก 360ตัน ของ กฟผ.แม่เมาะ ได้ทำถูกต้องมาตลอดเส้นทาง แต่เกิดรถลากเสียที่ จ.ตาก ต้องเปลี่ยนรถจูงลากคันใหม่ แต่ไม่ได้ขออนุญาตและน้ำหนักเกิน  เมื่อทางด่านชั่งน้ำหนักตรวจสอบพบว่ารถลากจูงทั้ง 2 คัน ไม่ได้อยู่ในบัญชีที่ขออนุญาตกรมทางหลวง และมีหนักเกินกฎหมายกำหนด 25ตัน คันแรกหนัก 29,510 กิโลกรัม คันที่สอง หนัก 28,030 กิโลกรัม จึงต้องแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.เกาะคา และส่งฟ้องศาลต่อไป   

“เราจำเป็นต้องทำตามกฎหมายหากละเลย หรือเลือกปฏิบัติ เราทำไม่ได้เด็ดขาด  และทางบริษัทได้ให้ความร่วมมืออย่างดี อยากให้สังคมและสื่อออนไลน์เข้าใจ”  หัวหน้าสถานีตรวจชั่งน้ำหนัก กล่าว

นอกจากนี้ ทาง กฟผ.แม่เมาะ  ได้มีการแจ้งชะลอการขนย้ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กรมทางหลวงตรวจสอบหนังสืออนุญาตขนส่งก่อนออกเดินทางต่อ  พร้อมสำรวจเส้นทางถนนพหลโยธิน ก่อนถึงสถานีไฟฟ้าแรงสูง ลำปาง 1 โดยละเอียดอีกครั้ง  เพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้สัญจร เนื่องจากมีการก่อสร้างพื้นผิวถนนบริเวณดังกล่าว โดยจอดพักรถบริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เกาะคา จ.ลำปาง  ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่ให้ความสนใจมารอชมและบันทึกภาพตลอดสองข้างทาง

ทั้งนี้ การขนส่งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่ในครั้งนี้ กฟผ. ได้กำชับไปยังบริษัท ศิลามาศ ทรานสปอร์ต  จำกัด เป็นผู้ขนส่ง ให้ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด  โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและสาธารณูปโภคในทุกด้าน มีการวางแผนสำรวจและตรวจสอบสภาพเส้นทางให้เหมาะสมที่สุดก่อนการขนส่ง ทั้งสภาพการจราจร  ความแข็งแรงและความกว้างของถนน ตลอดจนความสามารถในการรองรับน้ำหนักของถนนและสะพานผ่านการคำนวณโดยวิศวกรโยธาระดับไม่ต่ำกว่าสามัญวิศวกร รายงานไปยังกรมทางหลวงพิจารณาก่อนทำการขนย้ายทุกครั้ง

 (หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1122 วันที่ 24-30 มีนาคม 2560)
Share:

ขนยา 1.1 ล้าน ซ่อนในถังน้ำ จนมุมเจอด่าน

จำนวนผู้เข้าชม URL Counter

เมื่อ 18  มี.ค.2560 ที่ผ่านมา  กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด โดยเจ้าหน้าที่ บก.สป.3 , บก.ขส.  บช.ปส. ได้จับกุมตัว นายศักดา  ศรีโสด อายุ 30  ปี อยู่บ้านเลขที่  65/3 ม.1 ต.คลองขลุง  อ. คลองขลุง จ.กำแพงเพชร  พร้อมของกลางยาบ้าประมาณ 1,100,000 เม็ด รถบรรทุกหกล้อยี่ห้อฮีโน่สีขาว หมายเลขทะเบียน 83-0528 กำแพงเพชร 1 คัน โทรศัพท์มือถือจำนวน 4 เครื่อง  ด่าน X-ray แม่พริก ทางหลวงหมายเลข 1 ขาล่อง อ.แม่พริก จ.ลำปาง ก่อนจะนำตัวไปขยายผลการจับกุม

ทั้งนี้ ชุดจับกุมสืบทราบว่า จะมีขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ จะลำเลียงยาบ้าจำนวนมาก มาจากแนวชายแดน จังหวัดเชียงราย โดยใช้รถบรรทุกหกล้อเป็นพาหนะ เจ้าหน้าที่จึงติดตามดูพฤติการณ์รถที่ผู้ต้องหาขับเป็นหกล้อ ยี่ห้อฮีโน่สีขาว ทะเบียน 83-0528 กำแพงเพชร ซึ่งเป็นรถเป้าหมาย  เพื่อให้เกิดความแน่นอนในการตรวจสอบ ว่าในรถคันดังกล่าวมียาเสพติดหรือไม่อย่างไร เจ้าหน้าที่จึงวางแผนให้รถดังกล่าวเข้า X-ray ที่ด่าน X-ray แม่พริก อ.แม่พริก จ.ลำปาง  จนกระทั่งมาถึง ถนนพหลโยธิน ถึงด่าน X-ray แม่พริก เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเรียกรถให้หยุด เพื่อขอตรวจค้นโดยนำเข้าเครื่อง X-ray  ซึ่งรถคันดังกล่าวท้ายรถคลุมผ้าอย่างมิดชิด  ผลการ X-ray ปรากฏภาพวัตถุต้องสงสัยอยู่ภายในท้ายกระบะรถหกล้อ จึงทำการตรวจค้นโดยละเอียด และพบยาบ้าของกลางซุกซ่อนอยู่ในถังพลาสติกที่บรรทุกมากับรถประมาณ 1,100,000 เม็ด  จึงนำตัวนายศักดาไปสอบสวน

จากการสอบสวน นายศักดา ให้การรับสารภาพว่า ได้ขนยาบ้าลักษณะนี้เป็นครั้งที่ 2แล้ว  โดยนำยาบ้ามาจากพื้นที่ชายแดนจังหวัดเชียงราย แล้วขนยาบ้ามาส่งต่อให้รถบรรทุกคันอื่นในพื้นที่ อ.เมืองตาก จ.ตาก แต่นายศักดาไม่ให้ร่วมมือในการขยายผลการจับกุม เนื่องจากขบวนการการค้ายาบ้าเป็นพี่น้องกัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา จำหน่ายและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแก่นายศักดา ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 (หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1122 วันที่ 24-30 มีนาคม 2560)
Share:

รุกคืบสนามกีฬา เจาะทุจริต ยืนสอบสัญญา ป.ป.ท.เข้ม จี้สนามนราฯ

จำนวนผู้เข้าชม URL Counter

จากที่ลานนาโพสต์ได้นำเสนอข่าว สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสนามกีฬา จ.ลำปาง และสนามกีฬา จ.สกลนคร   ซึ่งทั้ง 2 แห่งอยู่ในความรับผิดชอบของ ศูนย์สร้างทางลำปาง ปรากฏว่า การตรวจสอบสนามกีฬาทั้ง 2 แห่ง พบข้อพิรุธจำนวนมาก  เช่น กรณีเหล็กเส้นที่สนามกีฬา จ.ลำปางอ้างว่านำมาฝากไว้ที่ จ.สกลนคร  เจ้าหน้าที่โยธาศูนย์สร้างทางลำปาง กรมทางหลวง ยอมรับกับผู้ว่า สตง. ว่าได้นำไปก่อสร้างสระว่ายน้ำที่สนามกีฬา จ.สกลนคร

สำหรับสนามกีฬา จ.ลำปาง งบประมาณการก่อสร้างทั้งหมด 107,944,000 บาท  กกท. โอนให้แล้ว 70,450,000 บาท  ซึ่งศูนย์สร้างทางลำปางเบิกไปแล้วกว่า 50 ล้านบาท แต่มีปริมาณงานเพียง 9 เปอร์เซ็นต์  ส่วนสนามกีฬา จ.สกลนคร งบประมาณรวมกว่า 150 ล้านบาท โดยศูนย์สร้างทางลำปางเบิกค่าจ้างจนถึงวันที่ 14 ธ.ค.59  เหลือเงินเพียงกว่า 2 แสนบาทเท่านั้น  แต่ปริมาณงานมีเพียง 60 เปอร์เซ็นต์

โดยนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส  ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ให้สัมภาษณ์กับลานนาโพสต์ว่า ต้องขยายผลการตรวจสอบไปทุกจังหวัดที่ศูนย์สร้างทางลำปางเป็นผู้รับผิดชอบในการก่อสร้างสนามกีฬา ไม่ว่าจะเป็น นราธิวาส  สกลนคร  สระบุรี สระแก้ว  และ สตง.ต้องขอเจาะลึก หาต้นตอก่อนว่าการกีฬากับกรมทางหลวงมาเจอกันได้อย่างไร

ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 มี.ค. 60 ที่ผ่านมา  ลานนาโพสต์ได้ทำหนังสือแจ้งถึงผู้อำนวยการศูนย์สร้างทางลำปาง เรื่องขอสำเนาเอกสารสัญญาโครงการก่อสร้างสนามกีฬาลำปาง โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.2540   เพื่อติดตามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องราวการก่อสร้างสนามกีฬาดังกล่าว  ขณะนี้อยู่ระหว่างรอหนังสือตอบกลับจากศูนย์สร้างทางลำปาง

ลานนาโพสต์ได้ติดต่อไปยังศูนย์สร้างทางลำปาง เมื่อสอบถามข้อมูลความคืบหน้าในการก่อสร้างสนามกีฬาแห่งใหม่ ในพื้นที่ ต.ศาลา อ.เกาะคา  โดยเจ้าหน้าที่แจ้งให้สอบถามข้อมูลได้ จากนายสวัสดิ์ ปิงฟอง  รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายแผนงาน  เมื่อติดต่อไปนายสวัสดิ์ติดประชุมอยู่ทุกครั้ง จึงไม่สามารถให้ข้อมูลได้   ทั้งนี้ ลานนาโพสต์ยังได้ติดต่อไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดลำปาง  เพื่อขอสอบถามกรณีการตรวจสอบโครงการก่อสร้างสนามกีฬาลำปางด้วย  โดยทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า สตง.ทำการตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างเท่านั้น จึงโอนให้ทางสำนักตรวจสอบพิเศษแทน  ทางเจ้าหน้าที่สำนักตรวจสอบพิเศษ ได้ขอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้และแจ้งว่าจะติดต่อกลับมาภายหลัง  ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ลานนาโพสต์เคยติดต่อไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ทางสำนักฯไม่ได้ติดต่อกลับมาแต่อย่างใด

รายงานข่าวแจ้งว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งภาครัฐ (ป.ป.ท.)  เขต 9  ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสนามกีฬากลางจังหวัดนราธิวาส งบประมาณเกือบ 500 ล้านบาท ที่ถูกปล่อยทิ้งให้รกร้างยังสร้างไม่เสร็จ  ซึ่งกรมทางหลวงรับผิดชอบในการก่อสร้างอัฒจรรย์รอบสนาม งบประมาณ 177 ล้านบาทเศษ  ขณะที่มีการเบิกเงินไปแล้ว 118 ล้านบาทเศษ  แต่งานก็ยังสร้างไม่เสร็จ และถูกปล่อยทิ้งร้างไว้  ซึ่งทาง ป.ป.ท.เขต 9 ได้เร่งรัดให้ผู้รับผิดชอบเข้ามาก่อสร้างให้แล้วเสร็จ  โดยผู้รับเหมาได้มีการตัดเหล็กที่ใช้ในการก่อสร้างเดิมไปตรวจสอบสภาพว่ายังมีคุณภาพดีอยู่หรือไม่ หากยังใช้ได้ก็ให้ใช้โครงสร้างเดิม แต่หากใช้ไม่ได้ผู้รับเหมาต้องรับผิดชอบเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด

ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 60 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ  และหัวหน้า คสช. เร่งรัดตรวจสอบกรณีที่การกีฬาแห่งประเทศไทย โอนงบประมาณ 1,270 ล้านบาท ให้กรมทางหลวงไปดำเนินการสร้างสนามกีฬา 7 แห่ง และสนามกอล์ฟอีก 1 แห่ง ซึ่งมีการเซ็นบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) กันตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. 55 แต่จนบัดนี้ยังสร้างไม่เสร็จแม้แต่แห่งเดียวโดยเรื่องนี้มีความผิดปกติตั้งแต่การโอนงบประมาณจากการกีฬาฯ ไปให้กรมทางหลวง ซึ่งไม่ได้มีภารกิจเรื่องการสร้างสนามกีฬา ทั้งยังความผิดปกติที่กรมทางหลวงมอบให้ศูนย์สร้างทางจังหวัดลำปางไปสร้างสนามกีฬาถึง 4 แห่ง โดยอ้างว่าเป็นศูนย์ที่มีความพร้อมที่สุด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการยื่นร้อง สตง. และป.ป.ช. ไปแล้ว กระทั่ง สตง.ได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบในที่สุด

สำหรับการก่อสร้างสนามกีฬา ในความรับผิดชอบของศูนย์สร้างทางลำปาง รวม  7 แห่ง ประกอบด้วย  สนามกีฬาจังหวัดลำปาง วงเงิน 107.9 ล้านบาทเศษ ก่อสร้างได้ 9 เปอร์เซ็นต์  สนามกีฬาสกลนคร 150.9 ล้านบาทเศษ ก่อสร้างได้ 60.6 เปอร์เซ็นต์   สนามกีฬาจังหวัดสมุทรปราการ 151.8 ล้านบาท ก่อสร้างแล้ว 78.9 เปอร์เซ็นต์  สนามกีฬาจังหวัดนราธิวาส  177 ล้านบาท  ก่อสร้างแล้ว 48 เปอร์เซ็นต์ ศูนย์ฝึกกีฬาจังหวัดสระบุรี 161.8 ล้านบาทเศษ  และศูนย์ฝึกกีฬากอล์ฟสระบุรี 100 ล้านบาท ก่อสร้างเสร็จแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ รวมงบประมาณทั้งสิ้น 965 ล้านบาท  ซึ่งได้มีการเบิกจ่ายเงินไปแล้ว 847 ล้านบาท

 (หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1122 วันที่ 24-30 มีนาคม 2560)

Share:

วันเสาร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2560

อารยสถาปัตย์ลำปาง ยกระดับรองรับคนพิการ

จำนวนผู้เข้าชม good hits 

สุวัฒน์ พรมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เผยในโอกาสเป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อม พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง MOU และ Kick off โครงการ นครลำปาง สู่ความเป็นเมืองอารยสถาปัตย์ เมืองท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลเมื่อ 13 มีนาคม 2560 ว่า ลำปางเตรียมพร้อมส่งเสริมปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว ตามโครงการอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เป็นแนวคิดการออกแบบสภาพสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย สถานที่ สิ่งของ ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบๆ ตัวเราให้รองรับการใช้งานของมวลสมาชิกในสังคม โดยไม่ต้องออกแบบหรือจัดทำขึ้นสำหรับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ การออกแบบดังกล่าวจะเน้นประโยชน์สูงสุดของคนในสังคมร่วมกัน โดยไม่มีข้อจำกัด เช่น การทำทางลาดขึ้นลง ทางเท้า และอาคารสถานที่ต่างๆ ให้กับผู้พิการที่ใช้รถเข็น หรือ บล็อกทางเดินสำหรับคนตาบอด เพื่อให้พวกเค้าเหล่านั้นใช้ชีวิตนอกบ้านได้อย่างสะดวก และปลอดภัย
        โดยพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) และ Kick off โครงการ "นครลำปาง สู่ความเป็นเมืองอารยสถาปัตย์ เมืองท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล" ดังกล่าวจะมี ขึ้นในวันที่ 28 เมษายน 2560 นี้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว) เป็นประธานในพิธีฯ และจะเดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ที่จัดสิ่งอำนวยความสะดวก ดังนี้ สถานีรถไฟนครลำปาง เทศบาลตำบลเกาะคา วัดพระธาตุลำปางหลวง เดินทางเยี่ยมชมสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ ณ ปั๊มน้ำมัน ปตท.ห้างฉัตร และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) และ Kick off โครงการฯ ณ สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง
        “ขณะนี้จังหวัดลำปาง ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ ผู้สูงอายุ และทุกคน ในสถานที่ราชการ วัด โบราณสถาน โรงแรม ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยว โดยในปีงบประมาณ 2560 จังหวัดลำปางได้ดำเนินการ ขับเคลื่อนชุมชนต้นแบบเพื่อคนทั้งมวล (Design Community Model)” ในพื้นที่อำเภอเกาะคาและพื้นที่อื่นในจังหวัดลำปาง โดยได้เตรียมความพร้อมในการเป็นเมืองอารยสถาปัตย์ เมืองที่เป็นมิตรกับคนทุกวัย ในด้านการจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งในบริเวณที่พักอาศัย สถานที่ท่องเที่ยว สวนสาธารณะ ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก รวมถึงความสะดวกด้านการเดินทางต่างๆ ตามแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2560 2565 ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการ ขจัดการเลือกปฏิบัติเพื่อให้คนพิการเข้าถึงสิทธิได้จริง

         (หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1121 วันที่ 17-23 มีนาคม 2560)
Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support