วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ปีนวัดเสก็จงัดตู้บริจาคชาวบ้านรุมแช่ง


โจรใจบาปเข้างัดตู้บริจาคขโมยเงินในวิหารหลวงวัดพระธาตุเสด็จ กล้องวงจรปิดจับภาพได้ คาดรู้ว่ามีกล้องจึงสวมหมวกกันน็อคปิดบังใบหน้า แกะซองทำบุญทิ้งให้ดูต่างหน้าเรี่ยราดเต็มหน้าวัด ชาวบ้านต่างสาปแช่งให้ไม่ได้ผุดได้เกิด   
เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 4 ต.ค.58 เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุ 191 ได้รับแจ้งเหตุว่า ได้มีคนร้ายเข้าไปงัดตู้บริจาคเงินภายในวัดพระธาตุเสด็จ เลขที่ 638 หมู่ 5 ต.เสด็จ อ.เมือง จ.ลำปาง แล้วหลบหนีไป จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หลังรับแจ้งจึงประสาน ร.ต.ท.สุพจน์ ลาภมาก ร้อยเวรสอบสวน สภ.บ้านเสด็จ  พร้อมด้วย ร.ต.ต.จักรี นาคยิ้ม รอง สวป.สภ.บ้านเสด็จ  ไปทำการสอบสวน เมื่อไปถึงพบพระสงฆ์และชาวบ้านยืนรออยู่ และนำไปดูในจุดที่ถูกคนร้ายขโมยเงินไป ซึ่งอยู่ภายในพระวิหารหลวง โดยมีตู้บริจาคเงินตั้งอยู่หน้าพระประธานปรางห้ามญาติ เป็นตู้เล็กจำนวน 2 ตู้ ถูกงัดกุญแจที่ล็อคอยู่ออก และเอาเงินภายในตู้ไป ส่วนอีกตู้หนึ่งเป็นตู้ใบใหญ่มีลอยถูกงัดแงะแต่ก็ไม่ตัดแม่กุญแจออกได้

พระครูโสภิตพัฒนานุยุต เจ้าอาวาสวัดพระธาตุเสด็จ ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ในวันที่เกิดเหตุได้มีชาวบ้านได้เดินทางมาที่วัดพระธาตุเสด็จแล้วได้ขึ้นไปบนพระวิหารหลวง เพื่อที่สักการะพระประธานปรางห้ามญาติเพื่อเป็นสิริมงคล และร่วมทำบุญทำกุศลสืบสานงานพุทธศิลป์ ผ้าห่อคัมภีร์ธรรม” ขณะที่จะเอาเงินทำบุญใส่ในตู้บริจาคก็ได้สังเกตเห็นตู้บริจาคเงินถูกงัดและเปิดอยู่ จึงได้แจ้งให้กับทางเจ้าอาวาสทราบ ก่อนที่จะแจ้งให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ โดยเบื้องต้นคนร้ายได้เงินในตู้บริจาคไปประมาณ 3,000 บาท  ซึ่งทางวัดได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด สามารถจับพฤติกรรมของคนร้ายก่อเหตุได้ทั้งหมด

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของวัด พบว่าคนร้ายได้ก่อเหตุเวลาประมาณ 02.00 น.  รูปพรรณสัณฐานเป็นชายรูปร่างผอมสูง สวมหมวกกันน็อคสีขาวแบบเต็มใบ ใช้ผ้าปิดหน้า สวมเสื้อแจ็คเก็ตแบบยีนส์ กางเกงขายาวแบบยีนส์ ใช้ไขควงงัดตู้บริจาคจนสามารถขโมยเงินไปได้ 2 ตู้ ก่อนจะวิ่งหลบหนีไป และจากการตรวจสอบโดยรอบจุดเกิดเหตุ พบร่องรอยว่าคนร้ายได้ปีนกำแพงเข้าออก และมีการแกะซองทำบุญทิ้งไว้ที่ศาลาหน้าวัดด้วย โดยชาวบ้านที่ทราบเรื่องต่างสาปแช่งคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าอาจจะเป็นคนในละแวกหมู่บ้านนี้หรือหมู่บ้านใกล้เคียง เพราะรู้ทางหนีที่ไร่ดี  และยังรู้ว่าทางวัดได้ติดตังกล้องวงจรปิดไว้ จึงสวมหมวกกันน็อคและผ้าคลุมปิดหน้า เพื่อไม่ให้จำหน้าได้ในการเข้ามาก่อเหตุในครั้งนี้  อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนสอบสวนและเก็บรายละเอียดพยานหลักฐานทั้งหมด ติดตามตัวมารศาสนารายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1049 วันที่ 9 - 15 ตุลาคม 2558)
Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

รวมพลังราชการไทย

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support