วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ขู่ไม่เลิกเผา 'ปิดป่า' ควันไฟพ่นพิษผู้ป่วย


ผู้ว่าฯลำปาง สั่งคุมเข้มเส้นทางเข้าออกป่าดอยพระบาทพื้นที่มีปัญหาไฟป่ามาอย่างต่อเนื่อง ระบุหากยังไม่สามารถจัดการปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้นได้ทุกวัน ก็จะมีมาตรการขั้นสุดท้ายคือสั่งปิดป่าห้ามเข้าออกพื้นที่อย่างเด็ดขาดทันที  ขณะที่ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กติดต่อทั้งสัปดาห์โดยเฉพาะ อ.แม่เมาะ ส่งผลกระทบกับผู้ป่วยทางเดินหายใจ

เมื่อวันที่ 15 ก.พ.59 นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เข้าร่วมประชุมศูนย์รับแจ้งเหตุรวบรวมข้อมูลและสั่งการ หรือวอร์รูม เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจังหวัดลำปาง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจังหวัดลำปาง ที่สร้างปัญหามลพิษทางอากาศและความเสียหายทางทรัพยากรธรรมชาติไปจำนวนมากหลังจากในพื้นที่จังหวัดลำปางเกิดไฟป่ามาเกือบสัปดาห์ กระจายไปทั่วพื้นที่จังหวัดลำปาง และหนักสุด ในพื้นที่เขตติดต่อ 3 อำเภอ คืออำเภอเมือง อำเภอแม่ทะ อำเภอแม่เมาะ บนสันเขาดอยพระบาท ที่เกิดไฟป่ากระจัดกระจาย แม้เจ้าหน้าที่จะเร่งเข้าไปดำเนินการแต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมไฟป่าที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด

โดยมีนายภานุเทพ วงศ์วาร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่13 สาขาลำปาง รายงานสรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมาว่า ได้นำเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวน เส้นทางเริ่มต้นจาก สำนักงานสวนรุกขชาติ-แยกผาลาด-อ.แม่เมาะ-อ่างเก็บน้ำห้วยคิง-เส้นทางเลียบคลองชล ประทาน-สำนักงานวัดม่อนพระยาแช่ สิ้นสุดที่สวนรุกฯ ระยะทาง รวม 92 กิโลเมตร และพบการเกิดไฟป่าบริเวณตามจุดสีเขียวในแผนที่อย่างน้อย 5 จุดใหญ่บนเขาดอยพระบาท

ส่วนสภาพหมอกควันใน จ.ลำปาง เริ่มส่งผลต่อทัศนวิสัยการมองเห็น โดยพื้นที่ราบมีระยะการมองเห็นเพียง 500 เมตร ทั่วเมืองลำปางตามถนนต่างๆ ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันไฟ ขณะที่กรมควบคุมมลพิษได้รายงานค่าเฉลี่ยของ จ.ลำปาง มายังสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง ให้ทราบว่า วันที่ 16 ก.พ.59  สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติของกรมควบคุมมลพิษที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.ลำปาง 4 แห่ง ได้รายงานค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองจากหมอกควันไฟที่ปกคลุมพื้นที่ จ.ลำปาง เกินค่ามาตรฐาน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 3 จุด โดยสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติ ที่ตั้งอยู่สำนักงานการประปาแม่เมาะ ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง วัดได้ 137 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ที่สถานีอุตุนิยมวิทยา อำเภอเมืองลำปาง วัดได้ 127 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ที่ ตำบลสบป้าด อำเภอแม่เมาะ วัดได้ 149 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนที่ตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ วัดค่าได้ 93 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง สาเหตุหลักของไฟไหม้ป่าเกิดขึ้นมาจาก การจุดไฟเผาป่าเพื่อหาของป่า และที่ผ่านมาแม้จะได้เร่งรณรงค์ประชาสัมพันธ์เชิงรุกปลูกจิตสำนึกที่ถูกต้องแก่ชาวบ้านไม่ให้มีการเผาเศษตอซังและวัสดุเหลือใช้ทางเกษตร พร้อมได้ขอความร่วมมือประชาชนที่เข้าไปหาของป่า ขอให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่จุดไฟเผาป่าไม่ว่ากรณีใดๆ แต่ก็มีกลุ่มคนเพียงไม่กี่คนที่ยังมีหยุดพฤติกรรมดังกล่าว  ดังนั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเจ้าหน้าที่ป่าไม้ อุทยาน  ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ชุด ทำทันที จ.ลำปาง เข้าไปพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่รอบๆดอยพระบาททุกแห่ง เพื่อให้คนที่มีพฤติกรรมเข้าป่าแล้วไปจุดไฟเผาป่าให้หยุดพฤติกรรม หลังจากที่ไปดำเนินการเรื่องนี้แล้วยังไม่ได้ผลก็จะนำมาตรการขั้นสุดท้ายมา ประกาศใช้เป็นเขตควบคุมห้ามเข้าป่าอย่างเด็ดขาด ซึ่งจะต้องสร้างความเข้าใจคนในพื้นที่ทั้งหมดก่อน และหากไม่ได้รับความร่วมมือถึงจะดำเนินการมาตรการขั้นสุดท้ายนี้ประกาศใช้ทันที

นอกจากนี้ ผู้ว่าฯได้มอบไฟฉายแก่ หัวหน้าสวนป่าฯ หัวหน้าหน่วยดับไฟป่า ในพื้นที่ จังหวัดลำปาง เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์โดยเฉพาะไฟฉายแก่เจ้าหน้าที่ ที่เข้าพื้นที่ไปดับไฟป่าในช่วงกลางคืนเพื่อให้เกิดความสะดวกในการเดินป่ากลางคืนมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ได้สนับสนุนน้ำดื่ม เวชภัณฑ์ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือแก่เจ้าหน้าที่เหล่านี้ให้ทำงานประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกันจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เกิดในพื้นที่ จ.ลำปางติดต่อกัน 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-16 ก.พ.59 ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจในเขต อ.แม่เมาะ เพิ่มขึ้น  โดยนายธีระ พลวงศ์ศรี อายุ 84 ปี เป็น 1 ในผู้ป่วยกลุ่ม 113 ราย ที่ฟ้องร้อง กฟผ.แม่เมาะ และศาลฯสั่งให้ กฟผ.แม่เมาะ ให้จ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมือง กฟผ.แม่เมาะ ซึ่งป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ กล่าวว่า ตนเองป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจมาหลายสิบปีแล้ว และย้ายมาอยู่ที่ชุมชน ม่อนหินฟู ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง เพื่อหลบหลีกปัญหาด้านมลพิษทางอากาศ แต่มาอยู่ที่นี่ได้ 5 ปีก็ต้องประสบปัญหาเรื่องมลพิษทางอากาศอีกในช่วงนี้คือ ปัญหาหมอกควันจากไฟป่า ที่ตนเองต้องระมัดระวังตัวในการออกนอกบ้าน หรือเดินทางไปไหนต้องพกยารักษาโรคประจำตัวและหากวันไหนที่กลิ่นควันไฟมากขึ้นก็ต้องปิดประตูหลบอยู่แต่ภายในบ้าน และต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้น เพราะสภาพร่างกายที่แก่ลงทุกวัน
  
ด้านนางบัว สวนดอก ซึ่งเป็นราษฎร บ้านสบเติ๋น หมู่ 2 ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ที่ป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจก็ประสบปัญหานี้เช่นกัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไปอยู่บ้านญาติมาพักหนึ่งและเมื่อกลับมาบ้านตัวเองไม่กี่วัน สภาพร่างกายที่ป่วยอยู่แล้วต้องมาเผชิญปัญหาหมอกควัน จนร่างกายรับไม่ไหวเกิดอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ต้องส่งรักษาที่โรงพยาบาลหลายวันจนอาการดีขึ้นมาบ้างแล้วในขณะนี้แต่ต้องทานยาเป็นประจำและใส่ผ้าปิดจมูกก่อนออกนอกบ้าน


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1067 วันที่ 19 - 25 กุมภาพันธ์ 2559)
Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support