วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

คนฆ่าไก่ เส้นใครหว่า !?

จำนวนผู้เข้าชม Hit Web Stats
           
น่าแปลก น่าแปลกอย่างยิ่ง ที่การทำผิดกฎหมายกลางเมือง เป็นเรื่องที่กลับได้รับการปกป้อง คุ้มครอง ดูแล แก้ต่างกันพัลวันตั้งแต่ระดับผู้ใหญ่ในจังหวัด หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง จนกระทั่งถึงเทศบาล เจ้าของพื้นที่ โดยเฉพาะปศุสัตว์จังหวัดที่เป็นด่านแรกของการบังคับใช้กฏหมาย
           
การปฏิเสธความรับผิดชอบ การนิ่งดูดายในสิ่งที่ผิดกฎหมาย ก็คล้ายกับการเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ สำคัญที่สุดก็คือ นี่เป็นกิจการที่สร้างความเดือดร้อน รำคาญให้กับชาวบ้านทั่วไป  แม้จะอ้างว่าทำมาหากินสุจริต คนอื่นเขาก็ทำมาหากินสุจริต และควรจะได้สิทธิอยู่ในถิ่นที่อยู่ของเขาอย่างสงบสุขเช่นกัน
           
ความสุจริตกับการทำผิดกฎหมายนั้น เป็นคนละเรื่องคนละกรณีกัน
           
เพราะหากสุจริตแล้วก็ไม่ควรทำผิดกฎหมาย
           
พูดกันชัดๆ ชุมชนช่างแต้ม กับชุมชนพระแก้วหัวข่วง รวม 21 รายที่มีอาชีพฆ่าไก่ขาย ไม่ใช่ฆ่าไก่กินเอง ฆ่าไก่ตามพิธีทางศาสนา หรือฆ่าไก่ด้วยเหตุสุดวิสัย ซึ่งเป็นข้อยกเว้น การฆ่าไก่เพื่อการค้านี้ จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของ พระราชบัญญัติว่าด้วยการควบคุมการฆ่าสัตว์ และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2535
           
ฝ่าฝืนมีทั้งโทษปรับและจำคุก
           
แปลว่า จะต้องมีใบอนุญาตจัดตั้งโรงฆ่าสัตว์  มีการแสดงที่ตั้ง แผนผัง และหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้าง และสุขลักษณะของโรงฆ่าสัตว์ การจัดให้มีการรวบรวม หรือกำจัดมูลฝอย และสิ่งปฏิกูล การระบายน้ำทิ้ง การระบายอากาศ การจัดให้มีการป้องกัน มิให้เกิดเหตุรำคาญ และป้องกันการระบาดของโรคติดต่อ
           
ถามว่ามีใบอนุญาตตั้งโรงงานหรือไม่ ถ้ามีอยู่ที่ใด ปศุสัตว์จังหวัดยังสายตาดี หูได้ยินหรือไม่ ที่จะบอกว่าชุมชนการฆ่าและค้าไก่เป็นอุตสาหกรรมนี้ มีใบอนุญาตหรือไม่ เพราะกฎหมายเขาเขียนไว้ว่า เมื่อได้รับอนุญาตแล้วให้ติดใบอนุญาตให้เห็นชัดเจน
           
ถ้าสมมติฐาน จากการบอกปัดความรับผิดชอบของปศุสัตว์จังหวัด เมื่อลานนาโพสต์ถามคำถามนี้ ก็ต้องบอกว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และผู้รักษากฎหมายจะต้องร่วมรับผิดชอบด้วย
           
ส่วนการที่เทศบาล จะมาสร้างบ่อบำบัด ก่อนปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำวังนั้น ก็เป็นหน้าที่โดยปกติ ในฐานะที่อาสามาทำงานดูแลทุกข์สุขของคนในพื้นที่ เทศบาลไม่มีหน้าที่มาอธิบายแทนคนฆ่าไก่ เพราะความจริงไม่ได้อยู่ที่ถ้อยคำ แต่อยู่ที่กลิ่นเหม็น เสียงดัง และแม่น้ำวังที่เน่าเสีย ที่คนเขาสัมผัสรับรู้เองได้
           
หากทุกคนไม่รู้หน้าที่ ก็คล้ายวิ่งวนอยู่ในเขาวงกต คนไม่รู้ปัญหา คนที่ไม่เดือดร้อน คนที่อยู่ห่างไกลชุมชนคนฆ่าไก่ ก็ถ่ายทอดได้แต่คำแก้ตัว คำยืนยันที่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเอง ในขณะที่ชาวบ้านจำนวนมากเดือดร้อน และต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับสิ่งแวดล้อมที่เลว
           
ปัญหาคือต้นทาง คือการขออนุญาตตั้งโรงงานฆ่าไก่ ตามกฎหมาย ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขใบอนุญาต ปัญหาปลายทาง ไม่ว่าจะเป็นกลิ่น เสียง น้ำเน่าเสีย ก็จะบรรเทาลงได้
           
ในสังคมไทย หากมีใครหรือกลุ่มคนกลุ่มใด สามารถทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน ที่ไม่ต้องทำตามกฎหมาย และไม่มีใครจะจัดการอะไรได้ เขาก็มักจะซุบซิบกันว่า คนๆนั้นคนกลุ่มนั้น น่าจะเส้นใหญ่พอควร พอที่จะทำให้คนที่เกี่ยวข้องบอดใบ้ไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ
           
ใครจะเป็นคนยืนยันได้ว่า ข้อกล่าวหาเหล่านี้ไม่จริง

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1080 วันที่ 27 พฤษภาคม - 2 มิถุนายน 2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support