วันศุกร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2560

"ทิปเด็ด" ดูแลรถช่วงอากาศร้อน!!

จำนวนผู้เข้าชม

ด้วยสภาอากาศที่ร้อน ร้อน มาก และ ร้อนที่สุดเหมือนว่าประเทศไทยมีเพียง 3 ฤดูกาลเท่านั้น และด้วยอากาศร้อน ถือเป็นภัยร้ายเงียบๆโดยที่เราไม่รู้ตัว ทั้งหม้อน้ำแห้ง หรืออาการ Overheat ของเครื่องยนต์ การเสื่อมสภาพของลูกยางต่างๆ ซึ่งจะมีวิธีป้องกัน และแก้ไขอย่างไรมาดูกันเลยครับ

ขั้นตอนการดูแลรถยนต์ในช่วงฤดูร้อน

- หากสภาพอากาศมีอุณหภูมิที่ร้อนจัด หรือพื้นถนนมีความร้อนที่สูง หรือร้อนจริงๆ ควรที่จะหยุดพักรถทุกระยะ 100- 200 กิโล เพื่อรักษาสภาพของเครื่องยนต์ไว้ให้อยู่กับเรานานๆ

- ไม่จอดรถบนพื้นถนนที่มีน้ำเจิ่งนองเป็นเวลานาน แล้วนำรถไปวิ่งบนผิวถนนที่ร้อนจัดในทันที เพราะอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน จะทำให้ยางบวมหรือยางระเบิด ก่อให้เกิดอุบัติเหตุที่ร้ายแรงได้

- หมั่นตรวจสอบสภาพที่ปัดน้ำฝน เพราะความร้อนจะทำให้ยางปัดน้ำฝน แข็งและกรอบ ทำให้ประสิทธิภาพของยางปัดน้ำฝนน้อยลง

- ติดตั้งฟิล์มกรองแสง โดยพิจารณาจากคุณสมบัติต่างๆ ของฟิล์ม เช่น ค่าการลดความร้อน, ค่าการลดรังสีอัลตร้าไวโอเลต, ค่าการสะท้อนแสง ซึ่งฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์คุณภาพดีนั้นจะสามารถลดความร้อนจากแสงแดดได้สูงสุดเพียง 68% เท่านั้น หากโฆษณาว่าสามารถลดความร้อนได้สูงกว่านี้ไม่ควรหลงเชื่อ

- ตรวจสอบระดับน้ำในหม้อน้ำ หมั่นเติมน้ำสะอาด และถ่ายน้ำในหม้อน้ำทิ้งทุก 4-6 เดือน หากเป็นรถใหม่ ควรตรวจสอบอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ส่วนรถที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี ควรตรวจสอบ 2 - 3 ครั้งต่อสัปดาห์

- ปิดประตูรถทุกบานให้สนิท เพราะไฟในรถ เช่น ไฟประตู ไฟเพดาน จะติดอัตโนมัติ หากปิดไม่สนิทแล้วทิ้งไว้เป็นเวลานานทำให้ความร้อนสะสมตัว ระบบไฟอาจช็อตขึ้นแล้วลุกไหม้ได้

สุดท้าย ขณะขับขี่สามารถสังเกตอาการเครื่องยนต์ร้อนจัด ได้จากเข็มวัดอุณหภูมิที่หน้าปัด โดยปกติจะอยู่ระหว่างตัว C และ H (85 - 90 องศาเซลเซียส) หากเข็มวัดอุณหภูมิเคลื่อนมาอยู่ใกล้ตัว H แสดงว่าเครื่องยนต์ร้อนจัด ให้รีบปิดแอร์เพื่อลดการทำงานของเครื่องยนต์และนำรถจอดเข้าข้างทาง พร้อมเปิดฝากระโปรงรถ เพื่อระบายความร้อน หากมีไอน้ำพุ่งขึ้นมาจากฝากระโปรงรถ ควรรอจนความร้อนของเครื่องยนต์ลดลงก่อน และห้ามราดน้ำลงไปที่เครื่องยนต์ เพราะจะทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1119 วันที่ 3 - 9 มีนาคม 2560 )
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support