วันเสาร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2560

ปิดข่าวเรือดำน้ำ ปิดปากสื่อ ?

จำนวนผู้เข้าชม URL Counter

ถึงแม้นักข่าวทั่วไป จะไม่รู้ และต้องฟังคำตอบของ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ เจ้ากระทรวงกลาโหม    

“..พวกสื่อจะรู้ไปทำไม หรือจะต้องถามด้วยว่าจะหายใจอย่างไร จะต้องถามกันอย่างไร จะเกิดประโยชน์อะไรกับประเทศบ้าง ในเมื่ออนุมัติแล้ว แล้วเป็นอย่างไร ก็ให้รู้ว่าอนุมัติแล้วก็จบ ไม่ต้องไปลงว่าอนุมัติวันที่เท่าไร ในเมื่อเป็นเอกสารลับก็ต้องลับอย่างนี้ ดีก็แล้วกันไม่เห็นเป็นอะไรเลย ไม่ใช่เป็นการอนุมัติเงียบ ครม.ทั้งคณะรู้ทั้งหมด ที่ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมไม่ชี้แจงให้ประชาชนทราบนั้น เดี๋ยวมันก็ทราบกันเอง

แต่นักข่าวพิเศษเฉพาะรายคนหนึ่งอาจได้รู้ก่อนใคร

มีคนช่วยอธิบายโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำหยวนคลาส เอส 26 ที (Yuan Class S26T) จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน  วงเงิน 13,500 ล้านบาทจำนวนไม่น้อย  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ บอกว่า เรือดำน้ำมีประโยชน์ยิ่งกว่าความมั่นคง ฟังดูคล้ายจะเอาเรือดำน้ำไปทำประมง หรือขุดหาสมบัติล้ำค่าใต้ทะเลด้วย

"เรามีผลประโยชน์ทางทะเลมหาศาล เพราะเรามีพื้นที่ตอนใต้ติดทะเลมีความยาวกว่า 3,000 กิโลเมตร และเป็นทะเลที่เชื่อมต่อหรือพื้นที่เปิด ใครจะเข้ามาก็ได้ ซึ่งที่ผ่านมาเราเสียโอกาสไปมากเพราะไม่มีเรือดำน้ำ ดังนั้นเรือดำน้ำจะช่วยสำรวจและดูแลทรัพยากรทางทะเล แต่ขณะนี้ทำได้ไม่เต็มรูปแบบ เพราะขาดเครื่องไม้เครื่องมือ นั่นคือ เรือดำน้ำ มองว่าสังคมต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจในมิติของเศรษฐกิจ อย่ามองแต่มุมความมั่นคงเพียงอย่างเดียว การมีเรือดำน้ำ จะเป็นตัวช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจเติบโต เนื่องจากขุมทรัพย์ของโลกในอนาคตอยู่ในทะเล และจำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องมีเรือดำน้ำ

ก็คงเหมือนทุกครั้ง ที่ทหารยึดอำนาจ เรือดำน้ำอาจไม่จำเป็นในช่วงรัฐบาลเลือกตั้ง แต่มันจะจำเป็นอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในรัฐบาลทหาร มองย้อนหลังเส้นกราฟการเติบโตของงบประมาณกองทัพจะพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทุกครั้งหลังรัฐประหาร

สรุปคือ การมีเรือดำน้ำจะมีประโยชน์ต่อประเทศชาตินี้มากมาย ทั้งทางด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ เมื่อมีประโยชน์มากเช่นนี้ ก็ควรเป็นเรื่องที่เปิดเผย ชัดเจน ทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใส ในฐานะที่กองทัพใช้เงินภาษีราษฏรจำนวนมหาศาล ในท่ามกลางสังคมไทยที่กำลังยากแค้น ด้วยภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

คนร้อยคนหิวโหย คนๆหนึ่งไปซื้อปืน บอกว่าปืนสำคัญกว่าปากท้อง

น่าสนใจผลกระทบต่อสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน แม้ยังไม่มีกฎหมายคุมสื่อ ที่รัฐจะใช้โซ่มัดมือ มัดเท้าสื่อมวลชน พวกเขาก็สามารถปิดหู ปิดปาก ปิดตาสื่อได้แล้ว และหากกฎหมายคุมสื่อ ที่ใช้ระบบตีทะเบียนมาเป็นเครื่องมือ ใช้โทษจำคุกขนาดฆ่าคนตายมาขู่ให้สื่อจดทะเบียน สื่อสำนักไหนจะกล้าหาญ กล้าที่จะแหกกฎนี้ได้

กสทช.ปิดวอยซ์ทีวี วอยซ์ทีวี หนีไปแพร่ภาพทาง เฟสบุ๊ค ไลฟ์ กสทช.ตั้งอนุกรรมการคุมเฟสบุ๊คไลฟ์ กระทรวงดีอี เอาคำสั่งศาลอาญามากำราบประชาชนทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องในคดี ห้ามเป็นเพื่อน ห้ามติดตามผู้ต้องหาความมั่นคง กสทช.ออกคำสั่งซ้ำหยุดออกอากาศ วิทยุ เอฟเอ็ม 98.5 ของสปริงเรดิโอ เพราะฟังมาว่าเสนอเนื้อหากระทบความมั่นคง

ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาอันเนื่องแต่ความมั่นคงทั้งสิ้น

วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล วิพากษ์การจัดซื้อเรือดำน้ำมูลค่ามหาศาลในขณะที่คนไทยส่วนใหญ่ยังยากจน หลับตาก็พอมองเห็นภาพว่า นอกจากกระบวนการคัดกรองที่น่าจะเข้มข้นเรื่องพฤติกรรม ประวัติการทำงานที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงก่อนให้ใบอนุญาตแล้ว ระหว่างทาง หากสื่อวิพากษ์เรื่องเหล่านี้ ซึ่งเป็นหน้าที่โดยปกติของสื่อมวลชนในระบอบประชาธิปไตย พวกเขาจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือไม่

แค่พูดว่า ครับคำเดียว ก็อาจเป็นความผิดต่อความมั่นคงได้ ในบริบทที่ผู้มีอำนาจ มือตีนของผู้มีอำนาจทั้งหลายเชื่อว่าอำนาจเท่านั้นจะคุมสื่อได้อย่างเบ็ดเสร็จ

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1126 วันที่ 28 เมษายน - 4 พฤษภาคม 2560)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support