วันพฤหัสบดีที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เขยไหว้ขอขมา จ้วงแทงแม่ยายก่อนล้มหัวฟาดพื้น

จำนวนผู้เข้าชม my widget for counting

ลูกเขยทะเลาะตบตีกับภรรยา แม่ยายเห็นตรงเข้าห้ามดุด่าสารพัด เลยเก็บความแค้นไว้ในอก พอตกค่ำออกไปดื่มเบียร์ย้อมใจก่อนพกมีด 3 เล่ม เดินเข้าบ้าน เห็นแม่ยายนั่งดูทีวีอยู่กับภรรยา ยกมือไหว้แล้วชักมีดกระแทงไม่ยัง พ่อตา น้องเมีย และภรรยาเข้าช่วยก็เจ็บกันทั่วหน้า หลังก่อเหตุรีบวิ่งหนีออกจากบ้าน แต่โชคไม่เข้าข้างเหยีบกองเลือดลื่นล้มหัวฟาดพื้นสลบ ต้องผ่าสมอง

เมื่อเวลา 01.00น.วันที่ 1 ส.ค. 60 พ.ต.ท.บุญเชิด วงศ์แกว้ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.แม่ะท จ.ลำปาง รับแจ้งมีเหตุทะเลาะวิวาทใช้อาวุธมีดแทงกันที่บ้านเลขที่ 3 ม.1 บ้านใหม่ ต.ดอนไฟ อ.แม่ทะ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงออกไปทำการสอบสวนร่วมกับ พ.ต.ท.เกรียงไกร ศรีธัญรัตน์ รอง ผกก.สส.พร้อมชุดสืบสวน พบว่าภายในห้องโถงของตัวบ้านมีรอยเลือดสาดกระจายไปทั่วทั้งห้อง และทางญาติๆได้ช่วยคุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ ทราบว่าเป็นลูกเขยของบ้านหลังนี้ ชื่อนายอดิเทพ ฉิมมานนท์ อายุ 27 ปี บ้านเดิมอยู่เลขที่ 5 ม.1 ตำบลเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอีก 4 ราย คือ นางผัด สองเมือง อายุ 58 ปี ถูกแทงและฟันเข้าตามลำตัวตั้งแต่ ศีรษะ คอ ลำตัว แขน นับสิบแผลอาการสาหัส น.ส.นงนุช งามสวย อายุ 28 ปี น้องเมียถูกแทงเข้าที่ศีรษะ ใบหน้า ต้นแขนอาการสาหัส ซึ่งทางโรงพยาบาลแม่ทะได้รีบส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลลำปางโดยเร่งด่วน  ส่วนที่เกิดเหตุ มีนายสองเมือง งามสวย อายุ 61 ปี พ่อตาของผู้ก่อเหตุ ได้รับบาดเจ็บถูกอาวุธมีดเข้าที่มือขวา และ น.ส.นงลักษณ์ ภรรยาของนายอดิเทพ ถูกคมมีดแทงเฉียดลำได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่

 จากการสอบถามนายสองเมือง ทราบว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา นายอดิเทพลูกเขยซึ่งมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านของตนเกิดทะเลาะมีปากเสียกับภรรายาจนเรื่องลุกลามใหญ่โตถึงกับลงมือตบตี น.ส.นงลักษณ์ ผู้เป็นภรรยา  ซึ่งขณะนั้นภรรยาของตนเองก็อยู่และเห็นเหตุการณ์จึงได้เข้าห้ามปรามและดุด่าว่ากล่าวลูกเขยสารพัดอย่าง ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป กระทั่งช่วงพลบคำลูกเขยก็เดินออกจากบ้านหายไปทราบว่าไปนั่งดื่มเบียร์อยู่ที่บ้านนากวาง ม. 2 ซึ่งเป็นบ้านยายของตัวเอง จนเมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืน ลูกเขยก็เดินกลับเข้าบ้านมา จึงมาพบแม่ยายและภรรยากำลังนั่งดูทีวีอยู่ในห้องโถง นายอดิเทพจึงเดินเข้าไปยกมือไหว้แม่ยาย พร้อมกับชักเอามือปลอกผลไม้ที่พบติดตัวมาตรงเข้าแทงเข้าตามร่ายกายของนางผัดอย่างไม่ยัง ทำให้นางผัดส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ซึ่งขณะนั้น น.ส.นงลักษณ์ ตนเอง และ น.ส.นงนุช ลูกสาวคนเล็กก็พยายามเข้าห้าม นายอดิเทพจึงเดินถอยหลังเพื่อหนีออกจากบ้าน แต่มือก็ยังคงจ้วงแทงคนที่เดินเข้าใกล้อยู่ตลอดเวลาคล้ายกับคนบ้าคลั่ง จนถูกคมมีดไปตามๆกัน และโชคก็ไม่เข้าข้างคนผิด เพราะนายอดิเทพเกิดเดินไปเหยียบกองเลือดจนลื้นล้มหัวฟาดพื้นสลบแน่นิ่งไปทันที

ทางญาติจึงได้รีบนำตัว นางผัด แม่ยาย และ น.ส.นงนุช น้องเมียส่งโรงพยาบาลแม่ทะ เพราะมีอาการสาหัสกว่าคนอื่นๆ ส่วนตนเอง และ น.ส.นงลักษณ์ ภรรยาของนายอดิเทพก็ยืนเฝ้าร่างของลูกเขยที่นอนสลบเหมือบอยู่ เพื่อให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเข้าเก็บหลักฐานพบมือปลอกผลไม้เปื้อนเลือดที่ตออยู่ในที่เกิดเหตุ 1 เล่ม และยังพบมีดปลอกผลไม้อีกสองเล่มพกอยู่ที่เอวของลูกเขยจึงยึดไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจึงให้เจ้าหน้าที่รีบนำตัวลูกเขยส่งโรงพยาบาลทันที ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนในที่เกิดเหตุอยู่นั้นก็ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลว่า นางผัด ผู้เป็นแม่ยายทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียจึงชีวิตในที่สุด จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไปร่วมชันสูตรพลิกศพที่โรงพยาบาล

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า นายอดิเทพ คงจะเก็บกดมานาน เนื่องจากที่ผ่านมาทั้งคู่ก็เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันมาโดยตลอด และทุกครั้งก็มักจะมีแม่ยายที่เป็นคอยห้ามปรามและดุด่าว่ากล่าวมาโดยตลอด จึงอาจทำให้เกิดความแค้น วันเกิดเหตุจึงออกไปดื่มเบียร์เพื่อย้อมใจก่อนจะพบมีดปลอกผลไม้ 3 เล่มเข้ามาในบ้าน เมื่อมาพบแม่ยายจึงเดินเข้าไปยกมือไหว้เป็นการขอโทษก่อนจะลงมือแทงเพื่อระบายแค้น แต่เมื่อมีคนเข้ามาห้ามจึงพยายามแทงสวนไม่ให้เข้าใกล้ แต่เพราะความรีบร้อนจึงเดินไปเหยียบเลือดของแม่ยายที่ตกเรี่ยราดอยู่บนพื้นบ้าน  จนลื่นล้มลงเอาศีรษะฟาดฟื้นอย่างแรงจนสลบไปในที่สุด ซึ่งตำรวจจะได้เร่งทำการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

และล่าสุด พ.ต.ท.เกรียงไกร ศรีธัญรัตน์ รอง ผกก.สส.สภ.แม่ทะ ได้เปิดเผยว่า ได้รับทราบจากแพทย์โรงพยาบาลลำปาง ว่า นายอดิเทพอาจต้องเข้ารับการผ่าตัดสมองเป็นการด่วน เนื่องจากศีรษะได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ขณะนี้ยังอยู่ในห้องไอซียู ไม่สามารถให้การใดๆได้ 

 (หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1140 วันที่ 4 - 10 สิงหาคม 2560)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support