วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ตร.รวบคาด่าน ไอซ์ซุกกระเป๋า ยายัดยางอะไหล่

จำนวนผู้เข้าชม my widget for counting

ผบช.ภาค 5  แถลงข่าวจับกุมยาเสพติดภาคเหนือ 5 คดี รวมของกลางยาบ้าเกือบ 6 แสนเม็ด ยาไอซ์ 30 ก.ก. เผยความคืบหน้าคดียาบ้าแม่พริก 13 ล้านเม็ด มีการออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการแล้ว รวม 13 คน

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 20 ส.ค.61  พล.ต.ท.พูลทรัพย์  ประเสริฐศักดิ์  ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง  รอง ผบช.  พล.ต.ต.นิยม ด้วงสี ผบก.ภ.จว.ลำปาง  พล.ต.ต.ยุทธชัย พัวประเสริฐ  ผบก.ภ.จว.เชียงราย  พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร นำโดย พล.ต.ณัฐวุฒิ ชุณหะนันท์ ผบ.พล ร.7    และฝ่ายปกครง ร.ต.สมชาย ศิริชูทรัพย์ นายอำเภอสบปราบ นายพรพัฒน์ สุวรรณภูมิ  ผอ.ปปส.ภ.5  ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมคดียาเสพติดรายกลางในพื้นที่ภาคเหนือในห้วงวันที่ 14-19 ส.ค.61  รวม 5 คดีด้วยกัน

พล.ต.ท.พูลทรัพย์  ในท้องที่ของ สภ.สบปราบ จ.ลำปาง ได้จับกุมยาเสพติดได้ 2 คดี  คดีแรก เมื่อวันที่ 18 ส.ค.61 เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารประจำด่านตรวจ สภ.สบปราบ ได้เรียกตรวจรถทัวร์ของบริษัทสมบัติทัวร์ สายเชียงใหม่-กรุงเทพฯ และได้ตรวจค้นพบกระเป๋าเดินทางสีดำ ซึ่งมีน้ำหนักมากผิดปกติ จึงได้เรียกตัวเจ้าของกระเป๋าที่นั่งอยู่หมายเลข D5 ทราบชื่อต่อมาคือนายทุนนุ แสงแก้ว อายุ 44 ปี ราษฎร หมู่ 3 ต.เปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นชาวไทยใหญ่ มาทำการตรวจสอบกระเป๋าเดินทาง เมื่อตรวจสอบพบยาไอซ์จำนวน 30 ก.ก.อยู่ภายในกระเป๋าเดินทางใบดังกล่าว จึงคุมตัวนายทุนนุมาทำการสอบสวน จนทราบว่าได้รับจ้างขนยาไอซ์ไปส่งที่กรุงเทพ โดยตกลงค่าจ้างที่ราคา 3 แสนบาท และได้รับเงินล่วงหน้ามาแล้ว 20,000 บาท

อีกคดีหนึ่งของ สภ.สบปราบ เมื่อวันที่ 19 ส.ค.61 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตรวจรถยนต์กระบะยี่ห้ออิซูซุ หมายเลขทะเบียน ผล 6864 เชียงราย ที่ขับผ่านด่านตรวจ สภ.สบปราบ พบคนขับเป็นชาย ทราบชื่อต่อมาคือ นายหนุ่มแสง  และมี น.ส.น้อง พร นั่งโดยสารมาด้วย ทั้งสองเป็นสัญชาติเมียนมาร์  แสดงท่าทีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจค้นอย่างละเอียด กระทั่งพบความผิดปกติที่ยางอะไหล่ จึงแกะออกดูและพบห่อยาบ้าซุกซ่อนอัดแน่นอยู่ภายในจำนวน 60 มัด รวม 1.2 แสนเม็ด โดยนายหนุ่มแสง ให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนยาบ้าจาก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ไปส่งในเขต จ.ตาก ค่าจ้าง 70,000 บาท

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวต่อไป  อีกคดีที่พบในพื้นที่ของ สภ.แม่จัน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 61 เป็นคดีที่น่าสนใจเนื่องจากผู้ต้องหามาจากทางภาคใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตรวจรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้าสีขาว เลขทะเบียน กร 5485 เชียงราย  และพบบิลส่งพัสดุของบริษัทเคอรี่ เอ็กเพรส สาขาแม่จัน อยู่ในช่องเก็บของหน้ารถ โดยชายคนขับรถ ทราบชื่อภายหลังคือนายมูฮำมัด เจะโอ๊ะ อายุ 23 ปี  ราษฎร หมู่ 5 ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง มีท่าทางลุกลี้รุกลน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานไปยังบริษัทเคอรี่เพื่อทำการตรวจสอบกล่องพัสดุ  ปรากฏว่าพบห่อยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในกล่องของเล่นจำนวน 2 กล่อง รวม 33 ก้อน จำนวน 66,000 เม็ด  โดยนายมูฮำมัด สารภาพว่าได้รับว่าจ้างจากคนใต้ด้วยกันให้นำยาเสพติดส่งไปยัง จ.สุราษฎร์ธานี ตกลงค่าจ้างกันในราคา 3 แสนบาท

คดีที่ 4 วันที่ 17 ส.ค.61 ด่านตรวจปูแกง สภ.พาน จ.เชียงราย เรียกตรวจค้นรถยนต์กระบะโตโยต้าสีบรอนด์ทอง ทะเบียน บม 649 ประจวบคีรีขันธ์ พบยาบ้า 2 แสนเม็ดซุกซ่อนมากับกล่องผลไม้วางอยู่ท้ายกระบะรถ พร้อมจับกุมตัวนายพงษ์ศักดิ์ นุชนารถ อายุ 32 ปี ราษฎร หมู่ 3 ต.เขาน้อย อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์  สารภาพว่ารับจ้างขนยาบ้าจากนายเฮีย โดยรับยาบ้าจาก จ.เชียงรายไปส่งปลายทางยังไม่ได้แจ้งสถานที่  ได้รับค่าจ้างล่วงหน้ามาแล้ว 37,000 บาท จากที่ตกลงกัน 5 แสนบาท   และรายที่ 5  สภ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ได้ร่วมกันจับกุมนายจะจู จะแตะ อายุ 49 ปี  ราษฎร หมู่ 12 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ได้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีขาวแดง ทะเบียน 1กภ 1550 เชียงใหม่ ลำเลียงยาบ้าใส่กระสอบดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง จำนวน 2 กระสอบ ขี่รถมุ่งหน้าไปตามถนนท่าตอน-แม่จัน เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามและควบคุมตัวไว้ได้ พบยาบ้าอยู่ในกระสอบจำนวน 204,200 เม็ด  เพื่อจะนำไปส่งที่ท่าเรือกกน้อย อ.เมืองเชียงราย  จึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบช.ภ.5 ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า คดียาเสพติดที่จับกุมได้ทุกคดีไม่ได้มีการละทิ้ง  และได้มีการสอบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง  โดยคดีที่ สภ.แม่พริก สามารถจับกุมยาบ้าจำนวน 13 ล้านเม็ด ที่ขนส่งมากับรถบรรทุกตู้เอกสาร เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.61ที่ผ่านมา ได้มีการขยายผลจนสืบหาผู้ร่วมขบวนการได้ทั้งหมด 13 คน และได้ออกหมายจับทั้งหมดแล้ว  สามารถจับกุมตัวได้แล้ว 5 คน  ส่วนอีก 8 คนอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว สำหรับการลักลอบยาเสพติดผ่านพื้นที่ภาคเหนือยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง เพราะแหล่งผลิตอยู่ในเขตของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นเครือข่ายของนายจะลอโบ่ และมีการผลิตแบบเต็มกำลัง มีกองกำลังติดอาวุธ นอกจากนี้ยังไม่คนไทยที่หลบหนีหมายจับไปร่วมขบวนการด้วย ทางรัฐบาลไทยไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ จึงทำให้มียาบ้าทะลักเข้าสู่ทางภาคเหนือเป็นจำนวนมาก  หากสามารถจับกุมบุคคลเหล่านี้ได้ คาดว่าจะทำให้ยาเสพติดลดน้อยลงไปมาก  ดังนั้นหากพบเบาะแสใดขอให้แจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ทราบทันที เพื่อช่วยกันป้องกันและปราบปรามปัญหาเหล่านี้ให้หมดไป


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1193 วันที่ 24 - 30 สิงหาคม 2561)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

รวมพลังราชการไทย

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support