วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562

สารพัดเรื่องร้อง'บิ๊กตู่' แม่เมาะร้อน ปัญหามากสุด 10 ปีไม่มีโฉนด

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

ชาวบ้าน 15 กลุ่มตบเท้าเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม สำนักนายกรัฐมนตรี อำเภอแม่เมาะเหมาไปครึ่ง กลุ่มบ้านห้วยคิง“ผู้ใหญ่แสงจันทร์” นำชาวบ้านกว่า 100 ชีวิต ขอเร่งอพยพ ครวญรอมานาน 6 ปี ด้านเครือข่ายผู้ป่วย  “มะลิวรรณ” ขอเอกสารสิทธิ์ ย้ายมา 10 ปี ยังไม่ได้  ขณะที่กลุ่มชนเผ่าขอพื้นที่จิตวิญญาณและที่ทำกินให้ชาวบ้าน  หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงรับเรื่องเอง

การลงพื้นที่ จ.ลำปาง ของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรี ในการประชุม ครม.นอกสถานที่อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 14-15 มกราคม 2562  ทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐตรี ได้มีการจัดตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ไว้หลายจุดด้วยกัน เพื่อเตรียมรับเรื่องร้องเรียนต่างๆ จากกลุ่มมวลชนในพื้นที่จังหวัดลำปาง โดยไม่มีการสกัดกั้นมวลชน แต่ให้มายื่นเรื่องร้องเรียนตามสถานที่จัดให้อย่างเป็นระเบียบ  โดยกำหนดจุดรับเรื่องร้องเรียนหลักที่ เทศบาลตำบลบ้านนาครัว อ.แม่ทะ และมหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง นอกจากนั้นยังมีจุดรับเรื่องร้องทุกข์เคลื่อนที่ ที่บริษัทอินทราเซรามิค, สะพานรัษฎา, สตรีทอาร์ต ริมน้ำวัง, อาคารศูนย์บริการทางวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, โรงเรียนอนุบาลเกาะคา(น้ำตาลอนุเคราะห์) ,วัดพระธาตุลำปางหลวง และบริเวณพระบรมราชานุเสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2562  นายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี พันเอกคฑาวุธ ขจรกิตติยุทธ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี นายสมเกียรติ ตันตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้ร่วมประชุม สวนที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคงปลอดภัย ทั้งทหาร ตำรวจ สันติบาล สำนักข่าวกรอง ฝ่ายปกครองในพื้นที่ จังหวัดทางภาคเหนือ ทั้งนี้เพื่อสรุปการข่าวที่กลุ่มมวลชนต่างๆในแต่ละพื้นที่จะเดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียน ต่อนายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางลงพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำปาง และพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง

เบื้องต้นพบว่ามีการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนต่างๆในหลายจังหวัดที่จะเดินทางมาขอพบนายกรัฐมนตรี ด้วยตัวเอง จากจังหวัดเชียงใหม่ประมาณ 13 กลุ่ม โดยเป็นการยื่นร้องเรียนเรื่อง ทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ การขอใช้กรรมสิทธิ์ที่ดิน เพิกถอนพื้นที่ป่า เป็นต้น

ส่วน จ.ลำปาง มี 15 กลุ่ม ที่จะเข้ายื่นร้องเรียน ซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นปัญหาร้องเรียนในพื้นที่ อ.แม่เมาะ เช่น นายศุกษ์ ไทยธนสุกานต์ นายก อบต.บ้านดง ยื่นร้องเรียนให้เร่งรัดปรับพื้นที่อพยพให้เสร็จในปี 62 เร่งรัด พ.ร.บ.ภาคหลวงแร่ และทบทวนการประเมินทรัพย์สินของราษฎรที่อพยพ , กลุ่มของนางแสงจันทร์ มูลซาว ผู้ใหญ่บ้านห้วยคิง หมู่ 6 ต.แม่เมาะ  ขอให้เร่งรัดพื้นที่รองรับการอพยพราษฎรบ้านห้วยคิง 400 กว่าราย ซึ่งยังคงติดปัญหาราษฎรที่เข้ามาบุกรุกพื้นที่อพยพที่ยังรอการจ่ายค่าชดเชย , กลุ่มของนายสมชาติ หลักแหลม ผู้ใหญ่บ้าน บ้านกลาง ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ  ขอความช่วยเหลือเรื่องพื้นที่ทำกิน และพื้นที่จิตวิญญาณของชาวบ้าน โดยกันออกจากพื้นที่อุทยาน , กลุ่มนายเกียรติ ปินตา ราษฎรบ้านใหม่ฉลองราช หมู่ 8 ต.แม่เมาะ  ขอให้ติดตามเรื่องการออกเอกสารสิทธิ์ราษฎรในพื้นที่รองรับการอพยพครั้งที่ 6  , กลุ่มเครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ นางมะลิวรรณ นาควิโรจน์  ติดตามการออกเอกสารสิทธิ์ และค่าชดเชยผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบ เป็นต้น

นอกจากนั้นยังมีกลุ่มชาวบ้านจาก อ.งาว นายประเวศน์ ยืนเงิน ประธานกลุ่มเครือข่ายชนเผ่า ขอความช่วยเหลือการส่งเสริมอาชีพ ขอโครงการพระราชดำริ ขอใช้ประโยชน์จากป่าอย่างมีส่วนร่วม จัดสรรที่ดินทำกิน  ส่วน อ.เมืองลำปาง นายบุญสม ชมพูมิ่ง  ขอให้แก้ปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัย ป่าแม่ตุ๋ยฝั่งซ้าย  และที่ อ.แม่ทะ กลุ่มนางจันทร์ฉาย สุภากาวี ประธาน อสม.อ.แม่ทะ  เรียกร้องเรื่องการจ่ายค่าตอบแทน อสม. และชาวบ้าน อ.แม่ทะ ยื่นคัดค้านกลุ่มฮักน้ำจาง เกี่ยวกับการทับซ้อนการออกโฉนดที่ดินบ้านนากว้าวกิ่ว อ.แม่ทะ เป็นต้น

ทั้งนี้ ทางสำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีการจัดเตรียมสถานที่ ให้กลุ่มมวลชน เข้ามายื่นหนังสือได้ตามจุดที่ได้กำหนดไว้ โดยให้ทำความเข้าใจแก่มวลชนต่างๆเข้าไปยื่นเรื่องตามสถานที่จัดและแจ้งไว้ โดยทุกกระทรวงได้มีการตั้งโต๊ะรับเรื่อง และจะมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงคอยรับเรื่องและให้คำปรึกษาในทันที
 
นางแสงจันทร์ มูลซาว  ผู้ใหญ่บ้านห้วยคิง หมู่ 6  กล่าวว่า  ตนเองได้เข้ายื่นหนังสือเพื่อขอให้เร่งรัดการอพยพราษฎรบ้านห้วยคิง หมู่ 6 โดยเร็ว โดยได้ยื่นที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ทั้ง 2 จุด คือ ม.ราชภัฎลำปาง และโรงเรียนอนุบาลแม่เมาะ โดยมีชาวบ้านร่วมเดินทางไปด้วยประมาณ 100 คน  ซึ่งมีหัวห้าฝ่ายความมั่นคง สำนักนายกรัฐมนตรีมารับเรื่องด้วยตนเอง เนื่องจาก ราษฎรหมู่ 6 บ้านห้วยคิง ได้ปิดถนนประท้วงเมื่อวันที่ 22 พ.ค 52  ทำให้ เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 56 คณะรัฐมนตรีมีมติให้อพยพราษฎรบ้านห้วยคิงจำนวน 476 ครัวเรือน และเมื่อวันที่  22 มีนาคม 59  ศาลปกครองจะ.เชียงใหม่ตัดสินให้อพยพราษฎรออกจากพื้นที่ๆได้รับผลกระทบภายใน 1  ปี มาจนถึงวันนี้รวมระยะเวลา มาตั้งแต่เริ่มวิ่งเรื่องที่ทางราษฎรได้รับผลกระทบรวมระยะเวลา มา 10  ปีแล้ว  จึงได้ส่งเอกสารปัญหาเรื่องให้ทางท่านนายกรัฐมนตรี ขอให้ประสานไปยังรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน นำปัญหาเข้าครม.ขอมติเห็นชอบในการสั่งจ่ายเงินแก่ผู้ครอบครองพื้นที่รองรับการอพยพของราษฎรหมู่ 6 บ้านห้วยคิง พื้นที่ 590 ไร่ มีกลุ่มผู้บุกรุกเข้าไปครอบครองจำนวน 63 ราย รวม 74  แปลงจำนวนเงินที่ขออนุมัติสั่งจ่ายจาก ครม.จำนวนเงิน 73 ล้านบาทโดยเร็ว เพื่อให้การอพยพเดินหน้าต่อไปได้

ขณะที่นางมะลิวรรณ นาควิโรจน์  ประธานเครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ  กล่าวว่า การออกเอกสิทธิ์ของราษฎรที่ได้รับการอพยพ ยังไม่มีไรคืบหน้ายังติดเรื่องพื้นที่ป่าอยู่ รอมา 12 ปีแล้ว จึงได้ยื่นร้องเรียนเพื่อให้ทางรัฐบาลเร่งรัดในเรื่องดังกล่าว

สำหรับการยื่นหนังสือร้องเรียนของกลุ่มมวลชนต่างๆนั้น เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้านและอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี ซึ่งทางกลุ่มชาวบ้านต่างคาดหวังว่าจะได้รับการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ฉบับที่ 1213 วันที่ 18 - 24 มกราคม 2562)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

เขลางค์เวชภัณฑ์ Web copy.jpg
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support