วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2562

บุกเทศบาลจี้ 'กิตติภูมิ' แก้ฝุ่นบุญวาทย์ ผู้ตรวจฯ กำชับคืนถนนให้สวย

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

ชาวบ้านถนนบุญวาทย์นับร้อยบุกเทศบาล เรียกหานายกฯกิตติภูมิ ให้แก้ปัญหาฝุ่น ขุดสายไฟลงดิน  ปลัดเทศบาลออกรับหน้าขอตัวแทนร่วมประชุมด่วนแก้ปัญหา  ขณะที่ผู้ตรวจการแผ่นดินลงพื้นที่ตรวจหน้างาน กำชับผู้รับเหมาล้างถนนให้เรียบร้อยก่อนส่งคืนเทศบาล

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.62 เวลา 09.00 น. นายเธียรวิชญ์ เจนวานิชกุล อายุ 36 ปี  ได้นำกลุ่มชาวบ้านและเจ้าของกิจการร้านค้าประมาณ 100 คน ในย่านถนนบุญวาทย์ ซึ่งเป็นถนนย่านเศรษฐกิจหลักของ จ.ลำปาง พากันมารวมตัวบริเวณอาคารสำนักงานเทศบาลนครลำปาง พร้อมนำป้ายกระดาษมาชู เขียนถึงปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านเรื่องฝุ่น เรื่องถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ  โดยได้เรียกร้องให้นายกิตติภูมิ นามวงค์ นายกเทศมนตรี ออกมาพบเพื่อชี้แจงถึงปัญหา และขอคำตอบว่าจะแก้ไขอย่างไร หลังจากที่กลุ่มผู้ประกอบการนี้ เคยไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำปางมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 29 พ.ค.62 ที่ผ่านมา  สรุปได้ว่า กลุ่มผู้ร้องเรียนต้องการให้ปรับการทำงานมาทำในช่วงเวลากลางคืนเป็นหลัก ซึ่งยอมรับกับปัญหาเสียงดังได้ แต่หากต้องทำในเวลากลางวันขอให้แจ้งประชาชนทราบก่อน เพื่อจะหาแนวทางในการจราจร  ทั้งนี้ทางผู้รับเหมาจะต้องแก้ไขปัญหาท่อน้ำประปาแตกให้ด้วย  พร้อมทั้งกับทำการกลบหลุมเดิมที่มีอยู่ให้เรียบร้อย เพราะเริ่มเข้าสู่ช่วงหน้าฝนแล้วจะเกิดน้ำขังและเกิดโคลน  และช่วงที่มีฝุ่นจะต้องนำรถมาฉีดพ่นน้ำให้วันละ 3 รอบ   โดยตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง ควรจะแจ้งข่าวสารความคืบหน้าให้ประชาชนทราบทุกระยะ และกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จให้ชัดเจน ตามที่แจ้งไว้คือเดือนกรกฎาคม 62 นี้

 

ทั้งนี้ นายชาตรี สุขารมย์ ปลัดเทศบาลนครลำปาง ได้ออกมาพบกับกลุ่มชาวบ้าน โดยแจ้งว่านายกเทศมนตรีไม่ได้อยู่ที่สำนักงาน ไม่สามารถโทรศัพท์ตามได้เนื่องจากติดภารกิจอยู่ ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจและส่งเสียงโห่ร้องกันเสียงดัง โดยกล่าวว่า นายกเทศมนตรีไม่ทำงานที่เทศบาลแล้วทำงานอยู่ที่บ้านหรือ ซึ่งเหตุการณ์ต่างเกิดความตึงเครียด เพราะกลุ่มชาวบ้านจะเข้าไปพบนายกเทศมนตรีให้ได้ จนกระทั่งนายวาทิต ปัญญาคม นายอำเภอเมืองลำปง พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไกรสิทธิ์ พรหมปฎิมา ผกก.สภ.เมืองลำปางได้เดินทางมาถึง และนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดูแลความสงบเรียบร้อยบริเวณด้านหน้า เพื่อไม่ให้กระทบกับการจราจร   ทางปลัดเทศบาลจึงได้ขอตัวแทนจากกลุ่มชาวบ้านเพื่อเข้าร่วมประชุมพูดคุยกัน เพื่อหาทางออกในเรื่องดังกล่าว โดยมีตัวแทนเข้าร่วมประชุม 5 คน

จากการประชุมตัวแทนได้ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องปิดผนึกถึงนายกเทศมนตรีนครลำปาง โดยมีนายชาตรี สุขารมย์ ปลัดเทศบาลเป็นผู้รับหนังสือแทน  ซึ่งทางปลัดเทศบาลยืนยันว่าแผนการทำงานจะดำเนินการเสร็จทันภายในกำหนดคือวันที่ 25 ก.ค.62 อย่างแน่นอน เพราะขณะนี้ถือว่างานเดินหน้าไปได้มากแล้ว เหลือเพียงการคืนพื้นที่ถนนให้กับประชาชนอีก 2 ช่วง ขอให้อดทนรออีกสักนิด  และได้กำชับผู้รับเหมาแล้วว่าให้ทำงานด้วยความรวดเร็วและรอบคอบ  และเมื่อเสร็จงานแล้วต้องทำให้จุดที่มีการขุดเจาะกลับมาเรียบร้อยเหมือนเดิม ในเรื่องการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบนั้น หากจะให้ทาง กฟภ.ลดค่าไฟฟ้าให้กับชาวบ้าน ก็จะต้องทำให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหารือและดำเนินการกันอยู่  อย่างไรก็ตามในการประชุมดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านพอใจในระดับหนึ่งก่อนจะแยกย้ายกันกลับ

จากการสอบถามผู้ประกอบการรายหนึ่งที่ค้าขายอยู่บริเวณถนนบุญวาทย์  กล่าวว่า  ไม่ทราบว่ามีการรวมกลุ่มกันไปที่เทศบาลนครลำปาง ซึ่งในโซนที่ตนค้าขายอยู่ตั้งแต่ร้านขายยาไทไทโอสถ ไปจนถึงศาลหลักเมือง ก็ไม่มีใครไปร่วม ยังคงเปิดร้านค้าขายกันตามปกติ ถึงแม้ว่าจะขายได้บ้างไม่ได้บ้างก็ตาม เพราะต้องทำมาหากิน  แต่ครั้งที่แล้วที่มีการรวมตัวกันไปที่ศาลากลางจังหวัด ได้มีเด็กวัยรุ่นนำใบปลิวมาแจกให้เพื่อชวนไปร่วมกัน ครั้งนั้นก็ไม่ได้ไปเช่นกันเพราะติดธุระ ซึ่งยืนยันว่าผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อนจริง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องฝุ่นที่คละคลุ้งมากในช่วงกลางวัน  ไม่มีรถมาฉีดน้ำให้วันละ 3 เวลาตามที่ร้องขอไปแต่อย่างใด  รวมถึงปัญหาเรื่องการปิดถนน ไม่มีการแจ้งวันและเวลาให้ทราบล่วงหน้า อยากจะปิดเมื่อไรก็ปิด ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถบริหารจัดการตัวเองได้  อยากให้ผู้รับเหมามีการแจ้งล่วงหน้าทุกครั้ง  ซึ่งสองเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยากให้ช่วยแก้ไขให้เร็วที่สุด

 

ขณะเดียวกันผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ลงพื้นที่จังหวัดลำปาง เพื่อติดตามปัญหาย้ายระบบไฟฟ้า และสายสื่อสารลงใต้ดิน  โดยช่วงเช้าวันเดียวกัน นายบูรณ์ ฐาปนดุลย์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยนายวทัญญู ทิพยมณฑา รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน  พันโท เทพจิต วีณะคุปต์ ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน 4 และคณะ  ลงพื้นที่ถนนบุญวาทย์  ติดตามการดำเนินการจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่ชุมชนเมืองและเขตเทศบาลนครลำปาง  ซึ่งถือเป็นถนนสายเศรษฐกิจของจังหวัดลำปาง เพื่อรับทราบถึงปัญหาการดำเนินการในพื้นที่  และนำโครงการสายไฟลงดินของ จ.ลำปาง เป็นโมเดลการบริหารจัดการในพื้นที่อื่นๆ  

นายบูรณ์ ฐาปนดุลย์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน  กล่าวว่า  จากการประชุมหารือร่วมกับ นายฉลาด อาสายุทธ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน กสทช. ภาค 3  นายสเฐียรพงศ์ ฤทธิเรืองเดช ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการพิเศษ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (สำนักงานใหญ่) นายกิตติภูมิ นามวงค์ นายกเทศมนตรีนครลำปาง   นายคมกฤช เจริญพัฒนสมบัติ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำปาง นายศุภวัณณ์ มงคลสวัสดิ์ โทรศัพท์จังหวัดลำปาง ผู้แทนบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ผู้แทนบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับแผนงานปรับปรุงระบบไฟฟ้า-สื่อสาร เป็นเคเบิลใต้ดิน เส้นทางถนนบุญวาทย์  พบปัญหาอุปสรรคหลักๆ คือ เมื่อดำเนินการขุดเจาะเพื่อวางแนวท่อใหม่ ก็จะพบกับแนวท่อเก่ากีดขวางเส้นทางใต้ดินอยู่ ต้องแจ้งให้หน่วยงานที่ดูแลแนวท่อนั้น มาดำเนินการรื้อถอนก่อน เพราะผู้รับเหมาตามแผนงานปรับปรุงไม่สามารถรื้อถอนได้โดยพลการ ปัญหาการทำข้อตกลงดูแลรับผิดชอบระหว่างหน่วยงานด้วยกันหลังก่อสร้างเสร็จ ตลอดจนความพร้อมด้านการบริหารจัดการงบประมาณที่ต้องรองรับต่อการก่อสร้างปรับปรุงระบบขนาดใหญ่ ดังนั้น การบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงสำคัญมาก เพื่อความเป็นเอกภาพในการทำงานและสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

นายบูรณ์  กล่าวต่อว่า  จ.ลำปางเป็นจังหวัดที่ริเริ่มเรื่องนี้ เป็นการบูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงานได้ดี จึงมาดูในพื้นที่เป็นตัวอย่างให้กับจังหวัดอื่น ที่ยังไม่ได้ทำ ในขณะเดียวกันได้รับทราบปัญหาของชาวบ้านว่าเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งด้านการสัญจรไปมา ด้านฝุ่น ก็จะนำหน่วยงานหลายหน่วยงานมาร่วมหารือกันว่าจะคืนถนนให้ชาวบ้านได้เมื่อไร ในเบื้องต้นทางผู้รับเหมาก็ได้ดำเนินการคืนถนนแล้วบางส่วน  สำหรับการทำให้สวยงามนั้นก็อยู่ที่ทางเทศบาลจะดำเนินการอีกครั้งหนึ่ง  

 

ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวด้วยว่า ได้กำชับให้ผู้รับเหมา ไฟฟ้า และจังหวัด ล้างถนน ทำความสะอาด ให้เรียบร้อย ก่อนส่งมอบงานให้เทศบาล

นายวทัญญู ทิพยมณฑา รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน   กล่าวเพิ่มเติมว่า  เรื่องนี้ได้มีการร้องเรียนต่อเนื่อง เกี่ยวกับการไม่เป็นระเบียบของสายไฟฟ้าและสายสื่อสารที่ระโยงระยางเต็มไปหมด เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายกับประชาชน  จึงได้รับเรื่องไว้ ซึ่งได้มองเห็นว่าการแก้ปัญหาไม่ได้มองถึงการแก้เฉพาะรายเท่านั้น แต่ดูถึงการแก้ปัญหาที่เป็นระบบ  จึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง และทราบว่าที่ จ.ลำปางกำลังดำเนินการในเรื่องสายไฟสายเคเบิลลงใต้ดินอยู่  เลยมาลงพื้นที่เพื่อติดตามการดำเนินการ  ซึ่งมีการร่วมมือกันระหว่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และเทศบาลนครลำปาง  โดยใช้งบประมาณ 2 ส่วนของแต่ละหน่วยงาน  พบว่าการทำงานใกล้เสร็จแล้ว และสิ้นสุดสัญญาปลายเดือนกรกฎาคม 62 นี้  

ที่ผ่านมาเมื่อพบปัญหาการพาดสายสื่อสารต่างๆ  ทางการไฟฟ้าก็ไม่กล้าเข้าไปตัดสาย เพราะไม่ทราบว่าจะเกิดความเสียหายอย่างไรบ้าง จึงต้องดูแลร่วมกันทั้ง กสทช.และการไฟฟ้า  รวมทั้งภาคเอกชนที่เป็นบริษัทต่างๆ ในช่วงนี้ระหว่างทางอาจมีปัญหาบ้างในเรื่องฝุ่น ต้องยอมรับว่าจะต้องมีปัญหาบ้าง เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เกิดผลกระทบเลย โดยได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากรู้ว่าปัญหาเกิดจากจุดไหนก็จะต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว  ซึ่งประเด็นปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้องทางกฎหมาย แนวทางแก้ไข และข้อคิดเห็นที่ได้จากที่ประชุม  ผู้ตรวจการแผ่นดินจะนำไปพิจารณาประกอบข้อเสนอแนะเพื่อเสนอไปยังนายกรัฐมนตรีให้เป็นแนวทางการบริหารจัดการโครงการลักษณะเดียวกันนี้ในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1233 วันที่ 14 - 20 มิถุนายน 2562)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์