วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

เลือกตั้ง 69 ตลกร้ายในหีบบัตร เมื่อการเลือกตั้งไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

 

            หากสำรวจแคมเปญเลือกตั้งของสื่อต่างๆ เราจะพบแนวคิดที่แตกต่าง หลากหลาย หากแต่มีวิธีการสื่อสารที่คล้ายกันในประการหนึ่ง คือเชื่อในความเปลี่ยนแปลงหลังการเลือกตั้ง เชื่อว่าการเลือกตั้งคือความหวัง

            เครือมติชน ที่มีแนวทางเสนอข่าวการเมืองเข้ม จัดดีเบต ภายใต้หัวข้อ “สงคราม 9 พรรค THE LAST WAR  ไทยรัฐ “เริ่มใหม่ไทยแลนด์กับไทยรัฐ” เนชั่น “จุดเปลี่ยนประเทศไทย” The Standard ENDGAME เกมที่แพ้ไม่ได้” ไทยพีบีเอส “เสียงของทุกคนฝ่าวิกฤตประเทศไทย” ช่อง 7 HD “ศึกชิงผู้นำ อนาคตประเทศไทย” และช่อง 3 “เลือกตั้ง 69 เปลี่ยนใหม่หรือไปต่อ”

            สำหรับลานนาโพสต์ หากต้องคิดแคมเปญเลือกตั้ง เราอาจจะบอกว่า “เลือกตั้ง 69 ตลก 69 ไม่มีความหวังหลัง 8 กุมภา”

            เหตุผลสำคัญที่ทำให้การพยากรณ์การเมืองหลังเลือกตั้ง แตกต่างจากจารีตที่สื่ออื่นๆ มองว่า การเลือกตั้งจะเป็นประตูไปสู่ความหวังใหม่ๆ ก็เพราะภายใต้โครงสร้างการเมืองที่เป็นอยู่ การเลือกตั้งก็เป็นเพียงช่องทางของนักการเมืองที่จะเข้าสู่อำนาจ แล้วใช้อำนาจไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องเท่านั้นเอง

            คิดสมการทางการเมือง บนฐานข้อมูลจากการสำรวจคะแนนนิยมของโพลต่างๆ จะมีพรรคการเมืองเพียง ไม่เกิน 5 พรรคที่จะเป็นตัวเล่นในเกมการเมืองกระดานใหม่ ได้แก่ พรรคประชาชน ภูมิใจไทย เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ และกล้าธรรม

            พรรคที่มีศักยภาพ หรือมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นพรรครัฐบาล หรืออย่างน้อยเป็นแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล คือ พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย ส่วนประชาธิปัตย์ และกล้าธรรม จะเป็นพรรคตัวแปรที่เทไปข้างไหน พรรคนั้นเป็นผู้ชนะทันที

            แต่...พรรคประชาชนไม่ร่วมกับพรรคกล้าธรรม และไม่โหวตสนับสนุนอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี

            พรรคภูมิใจไทย ไม่ปิดทางร่วมกับพรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม แต่ไม่ร่วมกับพรรคเพื่อไทย และไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคที่มีนโยบายแก้ไขมาตรา 112

            พรรคประชาธิปัตย์ไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม

            พรรคกล้าธรรม เปิดประตูร่วมได้ทุกพรรค หากแนวทางทำงานสอดคล้องกัน และพร้อมคุยกับทุกฝ่ายหลังรู้ผลเลือกตั้ง

            พรรคเพื่อไทย ไม่ประกาศไม่ร่วมกับพรรคใดชัดเจน

            ดูสมการนี้ พรรคประชาชนจะเป็นพรรคที่มีทางเลือกน้อยที่สุด พรรคที่ร่วมได้ค่อนข้างแน่นอน คือพรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็ต้องผ่านการตกลงจัดสรรผลประโยชน์กันให้ลงตัว

            พรรคภูมิใจไทยมีโอกาสสูง แต่ก็ปิดกั้นตัวเอง โดยประกาศไม่ร่วมกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งก็จะเป็นพรรคที่มีคะแนนเสียงเป็นกอบเป็นกำ

            ความเสี่ยงอีกข้อหนึ่งของพรรคภูมิใจไทย คือเป็นพรรคที่เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มนักการเมือง มุ้งเล็ก มุ้งใหญ่ในพรรคการเมืองอื่น เพื่อหวังประโยชน์เฉพาะหน้า เป็นพรรคเฉพาะกิจไม่แตกต่างไปจากพรรคพลังประชารัฐในอดีต มีโอกาสแตกหักง่ายถ้าเจรจาแบ่งปันอำนาจและผลประโยชน์กันไม่ได้

            จำนวน ส.ส.ในสภาทั้งบัญชีรายชื่อ และส.ส.เขต จำนวน 400 คน ทุกพรรคก็ฝันว่าจะได้ ส.ส.เกินครึ่ง จะแบ่งเค้กกันแบบไหนถึงจะได้กินกันทั่วหน้า ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย ทั้งประชาชน ภูมิใจไทย และเพื่อไทย มีสิทธิฝันเกินร้อย แต่ไม่มีทางมากพอจะเป็นพรรครัฐบาลพรรคเดียวแน่นอน

            ท้ายที่สุดแล้ว แม้สมรภูมิเลือกตั้งปี 2569 จะถูกฉาบหน้าด้วยคำว่า "ความหวัง" หรือ "จุดเปลี่ยน" ผ่านแคมเปญอันเร้าใจ แต่เมื่อกางสมการอำนาจและเงื่อนไขการ "จับขั้ว" ของพรรคตัวเต็งทั้งหลาย เรากลับพบเพียงกงเกวียนกำเกวียนทางการเมืองที่วนเวียนอยู่ในอ่างใบเดิม

            เพราะในขณะที่ประชาชนเข้าคูหาเพื่อวาดฝันถึงอนาคต แต่นักการเมืองกลับกางตำราคำนวณสูตรแบ่งเค้กและขีดเส้นใต้เงื่อนไขการต่อรองไว้ล่วงหน้า

            ตราบใดที่โครงสร้างอำนาจยังไม่เคยถูกแตะต้อง การเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นเพียง "ตลกร้าย" ที่เปลี่ยนตัวละครเล่น วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ก็จะเป็นเพียงวันเปลี่ยนผ่านจาก "วิกฤตหนึ่ง" ไปสู่ "อีกวิกฤตหนึ่ง" ที่ห่อหุ้มมาในคราบของชัยชนะในหีบบัตรเท่านั้นเอง

Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์