วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

“นกเป็ดผีเล็ก” หนึ่งในสัญลักษณ์ความอุดมสมบูรณ์ระบบนิเวศและหลากหลายทางชีวภาพ พื้นที่ฟื้นฟูสภาพหลังการทำเหมือง กฟผ.แม่เมาะ

 


                      กว่า 41 ปี ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ ดำเนินภารกิจหลักในการผลิตถ่านหินลิกไนต์และหินปูนส่งให้โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ใช้ผลิตไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมกับดูแลชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม ควบคู่กับฟื้นฟูสภาพพื้นที่ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์

                      โดยความอุดมสมบูรณ์ของป่าที่ค่อยๆ เพิ่มพูนอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอภายใต้ดำเนินการอย่างเป็นระบบนี้ นำมาสู่ความหลากหลายทางชีวภาพ พบนกประจำถิ่นและนกอพยพแวะเวียนมาอาศัย ทำรัง คืนรัง รวมถึงหาอาหารไม่ต่ำกว่า 100 ชนิด แสดงให้เห็นถึงระบบนิเวศ แห่งอาหาร แหล่งน้ำ ที่สมบูรณ์

 


สภาพป่าฟื้นฟูที่อุดมสมบูรณ์สำรวจพบนกหลากหลายสายพันธุ์

                      นายชูชาติ แสงอบ อดีตประธานชมรมคนรักษ์นกและธรรมชาติ กฟผ.แม่เมาะ เปิดเผยว่า ชมรมคนรักษ์นกและธรรมชาติ กฟผ. แม่เมาะ ก่อตั้งเมื่อปี 2539 วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้เรื่องนก การอนุรักษ์ระบบนิเวศ และเผยแพร่ความรู้ด้านธรรมชาติ ที่ผ่านมาได้สำรวจนกมาอย่างต่อเนื่อง และพบว่ามีความหลากหลายของนกเพิ่มมากขึ้นทุกปี

สำหรับนกที่พบในพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ จะมีทั้งนกประจำถิ่น เช่น กลุ่มนกปรอด กลุ่มนกกินแมลง กลุ่มนกน้ำ ซึ่งพบเห็นได้ตลอดทั้งปี ทั้งนกจาบคาเล็ก มีสีสันสวย กินแมลง เกาะตามเสาไฟฟ้า , นกตีทอง ที่เพิ่มจำนวนขึ้น ฝูงละ 6-7 ตัว จากเดิมพบเห็นเพียง 1 ตัว , นกหัวขวานด่างแคระ เริ่มเห็นมาเจาะโพรงทำรัง , นกเขียวก้านตองหน้าผากสีทอง สีสวยชอบกินน้ำหวานจากดอกไม้ เป็นต้น     

รวมถึง นกอพยพ ในช่วงฤดูหนาวที่มักพบเห็นประจำ เช่น นกอุ้มบาตร นกอีเสือหลังแดง พบได้บ่อยมาก เห็นแทบทุกมุม รวมถึง นกคอพัน จัดอยู่ในกลุ่มค่อนข้างหายากมาทุกปี เดิมทีมาเพียงตัวเดียว ปัจจุบันเพิ่มจำนวนมากขึ้น ทั้งนี้ ในพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ จะพบนกได้ตลอดทั้งปี ช่วงฤดูหนาวจะพบหลากหลายสายพันธุ์โดยเฉพาะนกอพยพ

 


ชู “นกเป็ดผีเล็ก” สัญลักษณ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

ความอุดมสมบูรณ์ที่ กฟผ.แม่เมาะ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ฟื้นฟูสภาพหลังการทำเหมือง ทำให้มีความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) พบสิ่งมีชีวิตนานาชนิดมาอยู่รวมกันในระบบนิเวศ

ในส่วนของกลุ่มนกน้ำ ได้สำรวจพบนกอีโก้ง นกอีแจว นกอีล้ำ เป็นต้น ล่าสุด ได้สำรวจพบนกเป็ดผีเล็ก ที่สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหาร ปราศจากภัยคุกคาม และแหล่งน้ำคุณภาพดีเพียงพอในการอยู่อาศัยและสืบพันธุ์ได้

                      นายชูชาติ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า นกเป็ดผีเล็ก พบบ่อยในแหล่งน้ำที่มีพืชชายน้ำ เช่น ธูปฤาษี กก ขึ้นอยู่ริมน้ำ มักพบฝูงขนาดเล็ก มีขนาดตัวเล็ก หัวกลมทุย หัวและคอเป็นสีน้ำตาลแดง โคนปากมีแต้มสีเหลืองอ่อน ปากเล็กแหลมแตกต่างจากปากเป็ดทั่วไป ช่วงฤดูผสมพันธุ์มีลำตัวโดยรวมสีเข้ม ช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์มีลำตัวสีน้ำตาลอ่อน ชอบบินเรี่ยผิวน้ำ แต่บินได้ไม่ไกล อีกทั้งว่ายน้ำและดำน้ำได้เก่งมาก ไม่สามารถเดาได้ว่าดำน้ำไปทิศทางไหน และโผล่พ้นผิวน้ำบริเวณใด จึงเป็นที่มาของชื่อ เป็ดผีเล็ก


นกเป็ดผีเล็กนี้จะดำน้ำหาอาหารเป็นหลัก ได้แก่ สัตว์น้ำขนาดเล็กพวกกุ้ง หอย ปลา แมลงในน้ำ ตัวอ่อนแมลงปอ พืชน้ำจำพวกสาหร่าย เป็นต้น แหล่งน้ำที่อาศัยต้องสะอาด สภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย ปลอดภัย มีอาหารที่สมบูรณ์ รวมถึงมีพืชลอยน้ำหรือพืชที่ขึ้นอยู่ในน้ำ เพื่อใช้เป็นที่พรางตัวหลบซ่อนและทำรัง โดยในพื้นที่ฟื้นฟูสภาพเหมือง พบนกเป็ดผีเล็กเพิ่มจำนวนมากขึ้น ตามแหล่งน้ำต่างๆ อยู่กันเป็นฝูงเล็กๆ 4-5 ตัว    เช่น อ่างน้ำบริเวณที่ทิ้งดินด้านตะวันออกเฉียงเหนือ อ่างน้ำด้านหลังสวนเฉลิมพระเกียรติฯ และ อ่างเก็บน้ำ Sump B

คืนความเขียวขจีปลูกป่าทดแทนไปแล้วกว่า 13,300 ไร่

                      ด้าน นางสาวฐิตินันท์ หุตะยานนท์ หัวหน้าแผนกวิชาการฟื้นฟูสภาพเหมือง (หวฟม-ช.) กองฟื้นฟูสภาพเหมือง (กฟม-ช.) ฝ่ายการผลิตเหมืองแม่เมาะ (อผม.) กล่าวว่า เหมืองแม่เมาะ มีการวางแผนแม่บทฟื้นฟูสภาพเหมือง (Reclamation Master Plan) ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2525 จนสิ้นสุดการดำเนินงานในปี 2586 และปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางการพัฒนาพื้นที่ภายหลังการทำเหมืองแม่เมาะ (Post-Mining) ให้มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ สภาพความเป็นอยู่ของชุมชนพื้นที่โดยรอบ รวมถึงการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ และส่งคืนพื้นที่ดังกล่าวให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 โดยมีวัตถุประสงค์ในการฟื้นฟูเพื่อปรับปรุงพื้นที่ที่ได้ใช้งานแล้วให้มีสภาพปลอดภัย มั่นคง  มีเสถียรภาพ ปลอดภัยต่อชีวิตความเป็นอยู่ ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการชะล้างพังทลายจากกระบวนการทางธรรมชาติ และที่สำคัญเพื่อให้สภาพพื้นที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ตามศักยภาพ สอดคล้องกับความต้องการร่วมกันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่สำคัญยังเป็นการปฏิบัติตาม พรบ. และกฎหมายต่างๆ ที่ เกี่ยวข้อง รวมถึง เงื่อนไขแนบท้าย EIA และนโยบายของ กฟผ. ด้วย

สำหรับพื้นที่ฟื้นฟูสภาพเหมืองแม่เมาะรวมกว่า 40,200 ไร่ ตามแผนแม่บทฟื้นฟูสภาพเหมือง ได้กำหนดวัตถุประสงค์การใช้ประโยชน์สุดท้ายของที่ดิน (End-Use) ออกเป็น 3 ส่วน คือ 1. พื้นที่ปลูกป่าทดแทน 93% จำนวน 37,200 ไร่ , 2. พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ 4% จำนวน 1,700 ไร่ และ 3. พื้นที่กักเก็บน้ำ 3% จำนวน 1,300 ไร่

                      จากพื้นที่ภูเขาดินทิ้ง งานฟื้นฟูสภาพเหมือง ได้คืนความเขียวขจีกลับสู่ผืนป่าอีกครั้ง ข้อมูล ณ ปี 2568 ปลูกป่าทดแทนไปแล้วกว่า 13,300 ไร่ของพื้นที่ที่ต้องดำเนินการทั้งหมด พันธุ์ไม้ที่ปลูกไม่น้อยกว่า 90 ชนิด จำนวนกว่า 2,200,000 ต้น โดยพันธุ์ไม้ที่ปลูกนั้นล้วนแล้วแต่เป็นพันธุ์ไม้ยืนต้นที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น สัก มะค่าโมง ประดู่ ไผ่ สะแก ขะจาว สะเดา ขี้เหล็กบ้าน พฤกษ์ เพกา เสี้ยว หว้ารวมถึงชนิดพันธุ์ที่สามารถดึงดูดสัตว์ป่าและนก เช่น ตะขบ หว้า ไทร มะขามเทศ มะขามป้อม แคแสด ทองหลาง เป็นต้น ขณะเดียวกัน ยังมีพืชคลุมดินพืชที่สามารถเจริญเติบโตรวดเร็ว เพื่อเพิ่มธาตุอาหารในดินและยึดเกาะหน้าดิน เช่น หญ้าแฝก ถั่วฮามาต้า ปอเทือง หญ้ารูซี่ เป็นต้น

ในส่วนของพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ เช่นบริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 84 พรรษา เหมืองแม่เมาะ ได้ถูกออกแบบจัดวางโครงสร้างของพื้นที่เพื่อให้เอื้อต่อการฟื้นฟูและดำรงอยู่ของระบบนิเวศธรรมชาติ มีแนวไม้ใหญ่ให้ร่มเงา แปลงไม้ดอกไม้พุ่ม พื้นที่หญ้าโปร่ง และบ่อเก็บน้ำ ช่วยสร้างแหล่งอาศัยให้สัตว์ป่า โดยเฉพาะนกหลากหลายชนิดเข้ามาใช้ประโยชน์ด้วย

ระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ ความหลากหลายทางชีวภาพบริเวณพื้นที่ฟื้นฟูเหล่านี้ ล้วนเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญยิ่ง สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจ ของ กฟผ.แม่เมาะ ที่ได้ดำเนินการมาโดยตลอดในการฟื้นคืนผืนป่าให้กลายมาเป็นแหล่งเรียนรู้ สร้างคุณค่าให้ชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต ข่าวจาก: แผนกประชาสัมพันธ์เหมืองแม่เมาะ







 

 

 

Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์