วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569

บุกยึดคืนป่าสงวนแม่สุก–แม่สอย! อดีตผู้นำชุมชนลุยเปิด “ล่องแพแม่สอยใน” รุกป่า 6 ไร่กว่า หวังรับนักท่องเที่ยวสงกรานต์

 

ตำรวจ ปทส. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กก.4 บก.ปทส. สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้  ตำรวจ ในพื้นที่ เข้าตรวจยึดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติคืน หลังมีผู้ร้องเรียนว่าอดีตผู้นำชุมชน รุกล้ำพื้นที่ป่าและลำห้วยหวังเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนหน้าร้อนนี้

วันที่ 2 มี.ค. 69 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.เอนก  เตาสุภาพ ผบก.ปทส.,พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง รอง ผบก.ปคม.รรท.รอง ผบก.ปทส.,พ.ต.อ.ณัทกฤช น้อยคำปัน ผกก.4 บก.ปทส., พ.ต.ท.เกียรติพันธ์ เจริญชนิกานต์ รอง ผกก.4 บก.ปทส., ร.ต.ท.วสุอนันต์ สารีพันธ์ รอง สว. (ป) กก.4 บก.ปทส.,พร้อมชุดปฎิบัติการ  กก.4 บก.ปทส. จ.ลำปาง สนธิกำลัง เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) กรมป่าไม้ นำโดย นายเมธี ศาสตร์ศรี ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 ภาคเหนือ (กรมป่าไม้), นายกรัณย์พล  แสงทอง ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 ลำปาง นายกมล ร่างมณี ผู้อำนวยการส่วน ป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สั่งการให้ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.7 (แม่สอย) ประสาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง เข้าร่วมตรวจสอบเหตุร้องเรียนไปยัง ตำรวจ ปทส. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

หลังพบว่า มีอดีตผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่แห่งนี้ ได้นำเครื่องจักร รถแบ็กโฮ รถไถ และคนงาน เข้ามาปรับพื้นที่ป่าเป็นบริเวณกว้าง สร้างสิ่งปลูกสร้างเพิงพักขนาดเล็ก  15 หลัง  สร้างสไลด์เดอร์ กลางลำห้วยแม่สอย และสร้างสาธารณูปโภค เพื่อบริการนักท่องเที่ยว หวังให้เป็นแหล่งพักผ่อน ท่องเที่ยวในห้วงหน้าร้อนและเทศการสงกรานต์ที่ใกล้จะถึงนี้  โดยใช้ชื่อว่า ล่องแพแม่สอยใน เปิดฤดูกาลความสนุก 1 มีนาคม 2569  ที่บริเวณลำห้วยแม่สอย เขตบ้านไร่ ม.4 ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง

จึงสนธิกำลังเข้าตรวจสอบ เบื้องต้นไปถึงพบว่า พื้นที่ถูกปรับแผ้วถางเป็นบริเวณกว้าง พบนายกรณ์พลวัช (ขอสวนนามสกุล) อายุ 48 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ กำลังขับรถไถปรับพื้นที่เพื่อให้เป็นลานจอดรถ ได้ยอมรับว่าตนเองเป็นเจ้าของพื้นที่และกำลังเร่งดำเนินการเพื่อที่จะเปิดให้บริการนักท่องเที่ยว ให้เร็วที่สุดเนื่องจากว่าการก่อสร้างปรับพื้นที่ล่าช้าออกไปยังไม่สามารถให้บริการได้ในขณะนี้  

โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้ นายกรณ์พลวัช นำเอกสารหลักฐานในการครอบครองที่ดินมาแสดง แต่อ้างว่ายังไม่สามารถนำมาได้เนื่องจากเอกสารอยู่อีกที่หนึ่ง และที่ดินแห่งนี้เป็นมรดกตกทอดมาจากบิดามารดา ซึ่งแต่เดิมเป็นพื้นที่ทางการเกษตร แต่สมัยที่ตนเองดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน มีแนวคิดที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อหาอาชีพให้แก่ชุมชน จึงได้รวมกลุ่มจัดตั้งกลุ่มสหกรณ์(แต่ยังไม่ได้ลงทะเบียนกลุ่มสหกรณ์) ได้ทำเรื่องทำถนนเข้าพื้นที่ระยะทาง 2 กิโลเมตร ได้เกิดการร้องเรียนโครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนน จนหน่วยงานราชการเข้ามาตรวจสอบแล้ว พบว่าไม่มีความผิด เพื่อไม่ให้เกิดข้อพิพาทตนเองจึงได้ลาออกจากตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน มาประกอบอาชีพส่วนตัว จนกระทั่งเมื่อปี 2567 เริ่มกลับเข้าพื้นที่และเข้ามาปรับปรุงพื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้ชุมชน

 นายกรณ์พลวัช กล่าวว่า ได้ว่าจ้างคนงานและรถเครื่องจักรต่างๆมาปรับพื้นที่โดยใช้ทุนตนเองทั้งหมด เพื่อหวังสร้างรายได้สร้างแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนเร่งปรับพื้นที่ตกแต่งพื้นที่ก่อนเพื่อที่จะเปิดบริการท่องเที่ยวให้เร็วที่สุด แต่ไม่ได้ขอนุญาตผู้ปกครองพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และไม่มีเจตนารุกป่าลำห้วยแต่อย่างใด จนกระทั่งถูกเข้ามาตรวจสอบอีกครั้ง

 ด้านเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดพื้นที่ พบว่า จุดดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่สุกป่าแม่สอย ตรวจสอบพบพื้นที่ถูกบุกรุก 6-0-61 ไร่ ค่าเสีย 419,872 บาท จึงได้ควบคุมตัวนายกรณ์พลวัชมาสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์