วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ลำปางเปิดตัวพื้นที่นำร่วม บูรณาการ 5 กองทุน รับมือวิกฤตสิ่งแวดล้อม ชู "แม่น้ำวัง สายน้ำแห่งชีวิต" สร้างต้นแบบพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ


ลำปางจัดพิธีแสดงเจตนารมณ์ขับเคลื่อนการบูรณาการระหว่างกองทุนด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีหน่วยงานกองทุนระดับประเทศ 5 แห่ง ผนึกกำลังร่วมกันยกระดับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะของประชาชน พร้อมเลือกจังหวัดลำปางเป็นพื้นที่นำร่อง ภายใต้แนวคิด "แม่น้ำวัง...สายน้ำแห่งชีวิตของจังหวัดลำปาง"

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ณ ศาลากลางจังหวัดลำปาง นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิดงาน พร้อมผู้แทนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เข้าร่วมลงนามความร่วมมือ

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า  ที่ผ่านมากระบวนการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่มักเกิดต่างคนต่างทำ แต่ละหน่วยงานต่างมีแผนงานและงบประมาณของตนเอง ส่งผลให้การแก้ปัญหาไม่ตรงจุดและชุมชนได้รับประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ ความร่วมมือครั้งนี้มี แนวคิด "ลำปางโมเดล" จึงเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบครั้งใหญ่ โดยนำงบประมาณ งานวิชาการ และนวัตกรรมจากทุกกองทุนมารวมไว้ตรงกลาง แล้วจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกัน  เพื่อลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และชี้เป้าแก้ปัญหาได้อย่างแม่นยำ

สำหรับเป้าหมายหลักของการลงพื้นที่จังหวัดลำปาง จะมุ่งเน้นไปที่การจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุม ทั้งการดูแลระบบลุ่มน้ำ (ลุ่มน้ำวัง) สภาพภูมิอากาศ และวิกฤตฝุ่นละออง PM2.5 ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับมิติทางสังคม เศรษฐกิจ และสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะข้อมูลสถิติที่พบว่า ประชาชนในจังหวัดลำปางมีอัตราการป่วยเป็น มะเร็งปอด สูงอย่างน่ากังวล ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบจากปัญหาสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่สะสมมานาน

ในส่วนของบทบาท สสส. ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าวเสริมว่า สสส. มุ่งเน้นการปรับสภาพแวดล้อมเพื่อป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ โดยมองว่าการสื่อสารให้ความรู้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องขยับไปสู่การเสริมศักยภาพชุมชน ปรับเปลี่ยนกฎระเบียบหรือข้อตกลงร่วมในระดับท้องถิ่น ตลอดจนการพัฒนาทักษะคนทำงานในพื้นที่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีความยั่งยืน

ขั้นตอนหลังจากนี้ จะเป็นการเดินหน้าจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกับทีมงานจังหวัด นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ภาคสาธารณสุข ภาคสิ่งแวดล้อม และภาคเกษตร โดยจะกำหนดพื้นที่เป้าหมาย บทบาทของแต่ละหน่วยงาน รวมถึงการนำงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ลงไปทดลองปฏิบัติจริง พร้อมประเมินผลอย่างใกล้ชิด เพื่อขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นในวงกว้างต่อไป


ด้านนายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ระบุว่า การได้รับเลือกเป็นพื้นที่นำร่วมถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้าง "ลำปางโมเดล" เป็นต้นแบบการบูรณาการกองทุนด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในจังหวัดอื่นของประเทศได้ในอนาคต โดยจังหวัดจะจัดตั้งคณะทำงานเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกันของทั้ง 5 กองทุน มุ่งดูแลแม่น้ำวังควบคู่กับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

ผู้ว่าฯ ได้กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ว่า แม่น้ำวังถือเป็นแม่น้ำสายหลักของชาวลำปาง ไหลผ่านระบบกักเก็บน้ำสำคัญ เช่น เขื่อนกิ่วคอหมา และเขื่อนกิ่วลม อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาพบว่า สภาพแม่น้ำวังในเขตเมืองมีปัญหาความสะอาด ไม่สวยงาม และระบบนิเวศยังไม่สมบูรณ์ เนื่องจากการตื้นเขินของลำน้ำบริเวณหน้าฝายยางสวนพิรมย์ธารที่ไม่มีการขุดลอกมานานหลายสิบปี รวมถึงการระบายน้ำเสียจากชุมชนและบ้านเรือนลงสู่แม่น้ำ

สำหรับแผนการแก้ไขปัญหาระยะยาว จังหวัดลำปางได้ร่วมมือกับองค์การจัดการน้ำเสีย (อจ.น.) และกรมเจ้าท่า ในการขยายระบบบำบัดน้ำเสียในเขตเมือง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการผลักดันงบประมาณต่อเนื่องในช่วงปี 2570–2572 รวมวงเงินเกือบ 400 ล้านบาท เพื่อรวบรวมน้ำเสียจากเขตเมืองส่งไปบำบัดยังระบบบำบัดน้ำเสียที่ตำบลสบตุ๋ยอย่างเต็มระบบ

นายสุวัฒน์ ตรีมานะพันธ์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครลำปาง เปิดเผยถึงทิศทางการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในแม่น้ำวัง เขตเทศบาลนครลำปาง โดยระบุว่า ปัญหาน้ำเสียในแม่น้ำวังที่เรื้อรังมานานกว่า 20 ปี มีสาเหตุหลักมาจากการที่เทศบาลเคยถูกขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) เนื่องจากปัญหางบประมาณในอดีต ส่งผลให้โครงการระบบบำบัดน้ำเสียชะงักลง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หน่วยงานระดับนโยบายได้ปลดล็อกดังกล่าวแล้ว เปิดโอกาสให้เทศบาลนครลำปางสามารถยื่นขอสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมเพื่อดำเนินโครงการเต็มรูปแบบอีกครั้ง

เทศบาลนครลำปางได้วางแผนงานรวบรวมน้ำเสียเพื่อแก้ปัญหาทั้งระบบด้วยงบประมาณกว่า 400 ล้านบาท โดยเตรียมก่อสร้างท่อรับน้ำเสียขนานแม่น้ำวังทั้งสองฝั่ง เพื่อดักน้ำเสียจากครัวเรือนและตัวเมือง ก่อนส่งไปยังสถานีบำบัดน้ำเสียที่บ่อ ต.ปงแสนทอง

นายสุวัฒน์ กล่าวว่า  ในระหว่างรอโครงการระยะยาว เทศบาลนครลำปางได้รับความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ในการระดมหน่วยงานภาคี อาทิ ปภ., อบจ.ลำปาง, เทศบาลเมืองเขลางค์นคร, เทศบาลตำบลพิชัย และกรมชลประทาน เข้ามาฟื้นฟูแม่น้ำวังร่วมกัน ส่งผลให้ค่าวัดระดับออกซิเจนในน้ำ ปรับตัวดีขึ้นทันทีถึง 30% นอกจากนี้ ยังมีแผนปรับปรุงฝายสำรองน้ำบริเวณวัดต้นธงชัย เพื่อช่วยเพิ่มความเร็วในการผลักดันและเปลี่ยนถ่ายน้ำในเขตเมืองให้เร็วขึ้นจาก 2 วัน เหลือเพียงครึ่งวัน

นอกจากนั้น ยังได้รับการสนับสนุนจาก 5 กองทุนระดับประเทศ ที่เล็งเห็นศักยภาพของจังหวัดลำปาง และเลือกให้เป็น "พื้นที่นำร่วม" ในการบูรณาการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างครบวงจร เพื่อขับเคลื่อนให้แม่น้ำวังกลับมาเป็นสายน้ำแห่งชีวิตของชาวลำปางอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ การลงนามแสดงเจตนารมณ์ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงพิธีเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการผสานงบประมาณ องค์ความรู้ และความร่วมมือจากทั้ง 5 กองทุน เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวลำปางให้สามารถอยู่ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน





Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์