
ลำปางจัดพิธีแสดงเจตนารมณ์ขับเคลื่อนการบูรณาการระหว่างกองทุนด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
โดยมีหน่วยงานกองทุนระดับประเทศ 5 แห่ง
ผนึกกำลังร่วมกันยกระดับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะของประชาชน
พร้อมเลือกจังหวัดลำปางเป็นพื้นที่นำร่อง ภายใต้แนวคิด
"แม่น้ำวัง...สายน้ำแห่งชีวิตของจังหวัดลำปาง"
วันที่ 20 กรกฎาคม
2569 ณ ศาลากลางจังหวัดลำปาง นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง
เป็นประธานเปิดงาน พร้อมผู้แทนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
(สสส.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
และสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เข้าร่วมลงนามความร่วมมือ
ดร.นพ.ไพโรจน์
เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า
ที่ผ่านมากระบวนการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่มักเกิดต่างคนต่างทำ
แต่ละหน่วยงานต่างมีแผนงานและงบประมาณของตนเอง
ส่งผลให้การแก้ปัญหาไม่ตรงจุดและชุมชนได้รับประโยชน์ได้ไม่เต็มที่
ความร่วมมือครั้งนี้มี แนวคิด "ลำปางโมเดล"
จึงเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบครั้งใหญ่ โดยนำงบประมาณ งานวิชาการ
และนวัตกรรมจากทุกกองทุนมารวมไว้ตรงกลาง แล้วจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกัน เพื่อลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
และชี้เป้าแก้ปัญหาได้อย่างแม่นยำ
สำหรับเป้าหมายหลักของการลงพื้นที่จังหวัดลำปาง
จะมุ่งเน้นไปที่การจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุม ทั้งการดูแลระบบลุ่มน้ำ
(ลุ่มน้ำวัง) สภาพภูมิอากาศ และวิกฤตฝุ่นละออง PM2.5
ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับมิติทางสังคม เศรษฐกิจ และสุขภาพของประชาชนในพื้นที่
โดยเฉพาะข้อมูลสถิติที่พบว่า ประชาชนในจังหวัดลำปางมีอัตราการป่วยเป็น มะเร็งปอด
สูงอย่างน่ากังวล
ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบจากปัญหาสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่สะสมมานาน
ในส่วนของบทบาท
สสส. ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าวเสริมว่า สสส.
มุ่งเน้นการปรับสภาพแวดล้อมเพื่อป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ
โดยมองว่าการสื่อสารให้ความรู้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป
แต่ต้องขยับไปสู่การเสริมศักยภาพชุมชน ปรับเปลี่ยนกฎระเบียบหรือข้อตกลงร่วมในระดับท้องถิ่น
ตลอดจนการพัฒนาทักษะคนทำงานในพื้นที่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีความยั่งยืน
ขั้นตอนหลังจากนี้
จะเป็นการเดินหน้าจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกับทีมงานจังหวัด
นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ภาคสาธารณสุข ภาคสิ่งแวดล้อม และภาคเกษตร
โดยจะกำหนดพื้นที่เป้าหมาย บทบาทของแต่ละหน่วยงาน รวมถึงการนำงานวิจัย เทคโนโลยี
และนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ลงไปทดลองปฏิบัติจริง พร้อมประเมินผลอย่างใกล้ชิด
เพื่อขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นในวงกว้างต่อไป
ด้านนายวิวัฒน์
อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ระบุว่า
การได้รับเลือกเป็นพื้นที่นำร่วมถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้าง
"ลำปางโมเดล" เป็นต้นแบบการบูรณาการกองทุนด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในจังหวัดอื่นของประเทศได้ในอนาคต
โดยจังหวัดจะจัดตั้งคณะทำงานเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกันของทั้ง 5 กองทุน
มุ่งดูแลแม่น้ำวังควบคู่กับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว
ผู้ว่าฯ ได้กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ว่า แม่น้ำวังถือเป็นแม่น้ำสายหลักของชาวลำปาง ไหลผ่านระบบกักเก็บน้ำสำคัญ เช่น เขื่อนกิ่วคอหมา และเขื่อนกิ่วลม อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาพบว่า สภาพแม่น้ำวังในเขตเมืองมีปัญหาความสะอาด ไม่สวยงาม และระบบนิเวศยังไม่สมบูรณ์ เนื่องจากการตื้นเขินของลำน้ำบริเวณหน้าฝายยางสวนพิรมย์ธารที่ไม่มีการขุดลอกมานานหลายสิบปี รวมถึงการระบายน้ำเสียจากชุมชนและบ้านเรือนลงสู่แม่น้ำ
สำหรับแผนการแก้ไขปัญหาระยะยาว
จังหวัดลำปางได้ร่วมมือกับองค์การจัดการน้ำเสีย (อจ.น.) และกรมเจ้าท่า
ในการขยายระบบบำบัดน้ำเสียในเขตเมือง
โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการผลักดันงบประมาณต่อเนื่องในช่วงปี 2570–2572 รวมวงเงินเกือบ 400 ล้านบาท
เพื่อรวบรวมน้ำเสียจากเขตเมืองส่งไปบำบัดยังระบบบำบัดน้ำเสียที่ตำบลสบตุ๋ยอย่างเต็มระบบ
นายสุวัฒน์
ตรีมานะพันธ์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครลำปาง
เปิดเผยถึงทิศทางการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในแม่น้ำวัง เขตเทศบาลนครลำปาง
โดยระบุว่า ปัญหาน้ำเสียในแม่น้ำวังที่เรื้อรังมานานกว่า 20 ปี
มีสาเหตุหลักมาจากการที่เทศบาลเคยถูกขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) เนื่องจากปัญหางบประมาณในอดีต
ส่งผลให้โครงการระบบบำบัดน้ำเสียชะงักลง อย่างไรก็ตาม
ขณะนี้หน่วยงานระดับนโยบายได้ปลดล็อกดังกล่าวแล้ว
เปิดโอกาสให้เทศบาลนครลำปางสามารถยื่นขอสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมเพื่อดำเนินโครงการเต็มรูปแบบอีกครั้ง
เทศบาลนครลำปางได้วางแผนงานรวบรวมน้ำเสียเพื่อแก้ปัญหาทั้งระบบด้วยงบประมาณกว่า
400 ล้านบาท โดยเตรียมก่อสร้างท่อรับน้ำเสียขนานแม่น้ำวังทั้งสองฝั่ง
เพื่อดักน้ำเสียจากครัวเรือนและตัวเมือง ก่อนส่งไปยังสถานีบำบัดน้ำเสียที่บ่อ
ต.ปงแสนทอง
นายสุวัฒน์
กล่าวว่า ในระหว่างรอโครงการระยะยาว
เทศบาลนครลำปางได้รับความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง
ในการระดมหน่วยงานภาคี อาทิ ปภ., อบจ.ลำปาง, เทศบาลเมืองเขลางค์นคร,
เทศบาลตำบลพิชัย และกรมชลประทาน เข้ามาฟื้นฟูแม่น้ำวังร่วมกัน
ส่งผลให้ค่าวัดระดับออกซิเจนในน้ำ ปรับตัวดีขึ้นทันทีถึง 30% นอกจากนี้
ยังมีแผนปรับปรุงฝายสำรองน้ำบริเวณวัดต้นธงชัย
เพื่อช่วยเพิ่มความเร็วในการผลักดันและเปลี่ยนถ่ายน้ำในเขตเมืองให้เร็วขึ้นจาก 2
วัน เหลือเพียงครึ่งวัน
นอกจากนั้น ยังได้รับการสนับสนุนจาก
5 กองทุนระดับประเทศ ที่เล็งเห็นศักยภาพของจังหวัดลำปาง และเลือกให้เป็น
"พื้นที่นำร่วม" ในการบูรณาการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม สุขภาพ
และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างครบวงจร
เพื่อขับเคลื่อนให้แม่น้ำวังกลับมาเป็นสายน้ำแห่งชีวิตของชาวลำปางอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ การลงนามแสดงเจตนารมณ์ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงพิธีเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการผสานงบประมาณ องค์ความรู้ และความร่วมมือจากทั้ง 5 กองทุน เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวลำปางให้สามารถอยู่ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน







0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น