เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง นางสาวตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิดงาน โครงการเวทีนโยบายสาธารณะจังหวัดลำปางจากประชาคมสู่นโยบายท้องถิ่น กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการพัฒนาเมืองจากกรณีเมืองคานาซาวะ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมพิธีลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง ความร่วมมือระหว่าง อบจ.ลำปาง กับ ดร.แบ๊งค์ งามอรุณโชติ ผู้อำนวยการ สถาบันนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (STIPI) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองลำปางในระยะยาว
ภายในงานมีการบรรยายพิเศษหัวข้อ "ความสัมพันธ์ระหว่างท้องถิ่นไทยกับประเทศญี่ปุ่น" โดย นายทากาฮิโระ สุกิกิ (Mr. Takahiro Sugiki) รองกงสุลญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ รวมถึงการเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายจากผู้แทนภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือกับเมืองคานาซาวะ ประเทศญี่ปุ่น
ดร.อรุณฉัตร คุรุวาณิชย์ ที่ปรึกษานายก อบจ.ลำปาง กล่าวว่า การจัดเวทีครั้งนี้ต่อยอดจากงานวิจัยของ STIPI ซึ่งศึกษาศักยภาพเมืองที่มีทุนทางวัฒนธรรมของไทย เปรียบเทียบกับเมืองคานาซาวะ โดยพบว่าลำปางมีศักยภาพและความคล้ายคลึงหลายด้าน ทั้งงานเซรามิก ผ้าทอ เมืองเก่า มรดกทางวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ท้องถิ่น จึงสามารถนำบทเรียนจากคานาซาวะมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาเมืองได้
จุดเด่นของคานาซาวะไม่ใช่เพียงความสวยงามหรือศิลปวัฒนธรรม แต่คือ "วิธีคิด" ที่ใช้วัฒนธรรมเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาเมือง โดยลงทุนกับองค์ความรู้ งานช่าง การพัฒนาฝีมือ การสร้างมาตรฐาน และเชื่อมโยงงานหัตถกรรมเข้ากับการท่องเที่ยว จนกลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองมาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับลำปาง มีต้นทุนด้านวัฒนธรรมและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นครบถ้วน ทั้งเซรามิก ผ้าทอ รถม้า เมืองเก่า และมรดกล้านนา ซึ่งไม่ควรมองเป็นเพียงของฝากหรือแหล่งท่องเที่ยว แต่ควรได้รับการออกแบบเป็น "สินทรัพย์ของเมือง" ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ
สำหรับการจัดเวทีครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ ศึกษาและถอดบทเรียนเชิงลึกจากแนวทางการพัฒนาเมืองคานาซาวะ เพื่อนำมาปรับใช้กับจังหวัดลำปา เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงนโยบายระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคธุรกิจ และกำหนดประเด็นความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม เพื่อใช้เป็นแนวทางหารือกับเมืองคานาซาวะในระยะต่อไป
ภายในงานยังมีนิทรรศการ "KANAZAWA x LAMPANG สายน้ำสองเมือง" ซึ่งออกแบบให้เป็นพื้นที่รวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอจากประชาชน เพื่อนำไปจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย และใช้เป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาความร่วมมือระหว่างลำปางกับเมืองคานาซาวะในอนาคต
นอกจากนี้ พิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง อบจ.ลำปาง และ STIPI ยังถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับจากงานวิจัยสู่การปฏิบัติจริง โดยมุ่งนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาผสานกับทุนทางวัฒนธรรม เพื่อสร้าง "กลไกขับเคลื่อนท้องถิ่น" (Local Growth Engine) ผลักดันให้ลำปางเติบโตบนฐานอัตลักษณ์ของตนเอง และก้าวสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนในอนาคต.















0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น