กรมทางหลวง จัดประชุมกลุ่มย่อย เสนอ 4 ทางเลือกแก้จราจร “แยกหลักกิโลยักษ์”
กรมทางหลวง
โดยโครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางแยกต่างระดับ จุดตัดทางหลวงหมายเลข
1 กับทางหลวงหมายเลข 11 ช่วงเกาะคา–สามัคคี
หรือบริเวณ “แยกหลักกิโลยักษ์” ได้จัดประชุมเสนอแนวคิดในการกำหนดรูปแบบทางเลือกการพัฒนาโครงการฯ
(กลุ่มย่อยครั้งที่ 1)
เมื่อวันที่
21 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมเขลางค์นคร ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลเมืองเขลางค์นคร
โดยมี นางพัชรี วรรโวหาร ปลัดอำเภอเมืองลำปาง เป็นประธาน และนายกฤตย์ คมขำ
วิศวกรชำนาญการพิเศษ สังกัดสำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง เป็นผู้กล่าวรายงาน
เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าของการศึกษา
พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่
สำหรับการประชุมครั้งนี้
นายณัฐพงษ์ ส่างช้าง วิศวกรโครงการ ได้นำผลสรุปข้อคิดเห็นจากการประชุมปฐมนิเทศมาชี้แจงสร้างความเข้าใจ
โดยภาพรวมกรมทางหลวงยืนยันว่าการเวนคืนพื้นที่ยังเป็นเพียงแนวคิดเบื้องต้นที่เน้นลดผลกระทบต่อชุมชนให้ได้มากที่สุด
พร้อมนำข้อเสนอเรื่องการจัดลำดับความสำคัญของปริมาณจราจรไปวิเคราะห์ความคุ้มค่า
ส่วนปัญหาการจราจรและจุดกลับรถที่อยู่ไกลสำหรับชุมชนรอบ ทล.1
รวมถึงเส้นทางบ้านนาก่วมใต้ - ศาลากลาง ได้วางแนวทางแก้ปัญหาในภาพรวมด้วยการออกแบบ
Directional
Ramp ร่วมกับการก่อสร้าง "สะพานบก" บริเวณโรงแรมกรีธารา
แทนการใช้เกือกม้า เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางเข้า-ออกชุมชน
นอกจากนี้
นายเจษฎา วานาสิทธิ์ วิศวกรงานทาง ได้นำเสนอ 4 รูปแบบทางเลือก
เพื่อให้ประชาชนร่วมพิจารณาปรับรูปแบบให้เหมาะสมที่สุด ประกอบด้วย
รูปแบบที่
1 (Semi-Directional
Ramp + Loop Ramp + วงเวียนบนทางคู่ขนาน): ออกแบบทางเลี้ยวขวาจาก
ทล.1 ไป จ.แพร่ (ทล.127) และทางเลี้ยวแบบวนจาก ทล.127 ไปเมืองลำปาง
รวมถึงออกแบบวงเวียนบนทางคู่ขนาน กม.699-690 พร้อมยกระดับ ทล.1 ข้ามวงเวียนเพื่อกลับรถ
รองรับทางเลี้ยวขวาจากเมืองลำปางมุ่งไป จ.เชียงใหม่
ข้อดี:
สอดคล้องกับปริมาณจราจร และรองรับปริมาณจราจรทุกทิศทางได้ดีที่สุด
ข้อเสีย:ใช้พื้นที่เวนคืนมากที่สุด
มีผลกระทบต่อการจราจรระหว่างก่อสร้างปานกลาง และมีโครงสร้างสะพานระดับ 3 ที่ต้องยกข้ามสะพานยกระดับเดิม
รูปแบบที่
2 (Semi-Directional
Ramp + วงเวียนบนทางคู่ขนาน 2 จุด):ออกแบบทางเลี้ยวขวาจาก ทล.1 ไป
จ.แพร่ พร้อมวงเวียนบนทางคู่ขนาดบริเวณ กม.699+690 และ กม.701+220 ของ ทล.1
และยกระดับ ทล.1 ข้ามวงเวียน เพื่อใช้กลับรถ รองรับรถเลี้ยวขวาจาก จาก จ.แพร่
มุ่งหน้าเข้าเมืองลำปาง และเลี้ยวขวาจากลำปางไป จ.เชียงใหม่
ข้อดี:พื้นที่ก่อสร้างส่วนใหญ่อยู่ในเขตทางเดิม
และรูปแบบสอดคล้องกับปริมาณจราจร
ข้อเสีย:
ต้องปิดทางหลักของ ทล.1 เพื่อข้ามวงเวียนทั้ง 2 จุด
กระทบการจราจรระหว่างก่อสร้างปานกลาง และมีโครงสร้างสะพานระดับ 3 ข้ามสะพานยกระดับเดิม
รูปแบบที่
3 (วงเวียนบนทางคู่ขนาน 2 จุด + ยกระดับ ทล.1 ข้ามวงเวียน):ออกแบบวงเวียนบนทางคู่ขนานบริเวณ
กม.699+690 และ กม.701+220 เพื่อใช้กลับรถ และรองรับรถเลี้ยวขวาทุกทิศทาง
ข้อดี:
อยู่ในเขตทางเดิมทั้งหมด ไม่มีสะพานระดับ 3 อำนวยความสะดวกต่อรถในชุมชนได้มากกว่ารูปแบบอื่น
และมีค่าก่อสร้างน้อย
ข้อเสีย:
รถเลี้ยวขวาทุกทิศทางต้องเลี้ยวซ้ายเข้า ทล.1 ก่อนใช้วงเวียนกลับรถ
และมีผลกระทบต่อการจราจรระหว่างก่อสร้างปานกลาง
รูปแบบที่
4 (สะพานกลับรถ 2 จุด):ออกแบบสะพานกลับรถบริเวณ กม.699+690 และ กม.701+220
เพื่อรองรับการกลับรถและรถเลี้ยวขวาทุกทิศทาง
ข้อดี:
อยู่ในเขตทางเดิมทั้งหมด ไม่มีสะพานระดับ 3 ค่าก่อสร้างน้อยที่สุด
และกระทบการจราจรบน ทล.1 ระหว่างก่อสร้างน้อย
ข้อเสีย: รถเลี้ยวขวาทุกทิศทางต้องเลี้ยวซ้ายเข้า ทล.1 ก่อน แล้วจึงขึ้นสะพานกลับรถ
ทั้งนี้
กรมทางหลวงจะนำข้อมูลความคิดเห็นในทุกด้านไปสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบโครงการที่เหมาะสมที่สุด
เพื่อดำเนินงานออกแบบรายละเอียด ติดประกาศแจ้งผลให้ประชาชนทราบ
และจัดประชุมสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ 2)
ในลำดับต่อไป






















0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น