วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569

จากดอกไม้ในป่าสู่ลายผ้าอัตลักษณ์ “ดอกนางแย้มป่า” ยกระดับภูมิปัญญาปกากะญอ บ้านโป่งน้ำร้อน อ.เสริมงาม สร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน

 

ท่ามกลางสายหมอกและขุนเขาของอำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง ชุมชนเล็กๆ อย่าง บ้านโป่งน้ำร้อน ยังคงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไว้อย่างเหนียวแน่น ชาวปกากะญอที่นี่ดำเนินชีวิตกลมกลืนกับผืนป่า ถ่ายทอดรากเหง้าผ่าน "กี่เอว" และเส้นใยทอมือจากรุ่นสู่รุ่น ทว่าในโลกยุคใหม่ มรดกอันล้ำค่านี้กำลังได้รับการเจียระไนให้เปล่งประกายอีกครั้ง ผ่านการผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับงานวิจัยเชิงสร้างสรรค์



  • เริ่มต้นจากงานวิจัย สู่การค้นหาอัตลักษณ์ท้องถิ่น

จุดเริ่มต้นของการยกระดับอัตลักษณ์เกิดขึ้นเมื่อ ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา ลำปาง ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  (สคสว.) เข้ามาทำงานร่วมกับชุมชนบ้านโป่งน้ำร้อน  โดย ผศ.วรัญญา ธาราเวชรักษ์  รองคณบดีฝ่ายบริหารและแผนยุทธศาสตร์กำกับดูแลพื้นที่ลำปาง  ผศ.อนิตา ประดาอินทร์  อาจารย์หลักสูตรบริหารธุรกิจ (การตลาดและการตลาดด จิทัล) คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์  พร้อมทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา ลำปาง  ได้ลงพื้นที่ร่วมกับ  พี่พลอย  หรือนางพลอย กาวิโร  ประธานกลุ่มผ้าทอมือบ้านโป่งน้ำร้อน นำไปสู่การค้นพบแรงบันดาลใจจาก "ดอกนางแย้มป่า" หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "ดอกปิ้ง" สมุนไพรพื้นบ้านที่ผูกพันกับวิถีชีวิตและการรักษาโรคภัยไข้เจ็บของชนเผ่า

  • ดอกนางแย้มป่า แรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาสมุนไพร

ผศ.อนิตา ประดาอินทร์ เปิดเผยว่า โครงการวิจัยได้รับทุนสนับสนุนจาก สคสว. โดยเลือกบ้านโป่งน้ำร้อนเป็นพื้นที่ดำเนินงาน เนื่องจากเป็นชุมชนปกากะญอที่มีภูมิปัญญาการทอผ้าดั้งเดิมและทุนทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง อีกทั้งยังคงวิถีชีวิตที่อยู่ร่วมกับป่าอย่างกลมกลืน ทำให้มีเรื่องเล่า ความเชื่อ และองค์ความรู้ดั้งเดิมที่สามารถนำมาต่อยอดได้

  • ดอกนางแย้มป่า แรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาสมุนไพร

แนวคิดสำคัญของการออกแบบคือการนำเรื่องเล่าและวิถีชีวิตของชาวปกากะญอมาสะท้อนลงบนผืนผ้า เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะของชุมชน โดยเลือก ดอกนางแย้มป่าหรือดอกปิ้ง ซึ่งเป็นสมุนไพรท้องถิ่นที่ชาวบ้านนำมาใช้รักษาอาการเจ็บป่วยในชีวิตประจำวัน มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบลวดลาย

ทีมวิจัยร่วมกับชาวบ้านใช้เวลาพัฒนาและปรับลวดลายประมาณ 7-8 เดือน เพื่อให้ได้รูปแบบที่สวยงาม สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของชุมชน และที่สำคัญสามารถนำไปทอได้จริงในกระบวนการผลิตของกลุ่ม โดยถ่ายทอดรูปทรง ความอ่อนช้อย และคุณค่าของดอกนางแย้มป่าลงบนผืนผ้าผ่านเทคนิคการทอแบบดั้งเดิม เกิดเป็นลวดลายที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคน ป่า และภูมิปัญญาสมุนไพรพื้นบ้าน

  • ยื่นจดสิทธิบัตร คุ้มครองลายผ้าเป็นของชุมชน

นอกจากการพัฒนาลวดลายแล้ว ทีมวิจัยยังให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา โดยได้ยื่นคำขอจดสิทธิบัตรลายผ้าดังกล่าว เพื่อคุ้มครองสิทธิให้เป็นของชุมชนโดยตรง ลดปัญหาการเลียนแบบ และสร้างความมั่นคงให้กับอาชีพช่างทอในท้องถิ่น ผศ.อนิตา กล่าว

  • 5 เฉดสีธรรมชาติ ถอดรหัสวิถีชีวิตปกากะญอ

ผ้าทอลายดอกนางแย้มป่า นอกจากจะแสดงถึงลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว   ผศ.วรัญญา ธาราเวชรักษ์ ได้นำทีมวิจัยถอดรหัสสภาพแวดล้อมและเรื่องเล่าท้องถิ่นออกมาเป็น “5 เฉดสีธรรมชาติ”  ที่มีมาตรฐานสากล (PANTONE) สะท้อนวิถีชีวิตและความเชื่ออย่างลึกซึ้ง  โดยกล่าวว่า

สีน้ำเงินหรือสีฟ้า: ตัวแทนความศรัทธาต่อ "พระอินทร์"  , สีเทา: ไอเย็นของ "น้ำแร่ธรรมชาติ" ในหมู่บ้าน , สีดำ: ความสมบูรณ์ของ "แร่ธาตุ" จากแหล่งน้ำพุร้อน , สีชมพู: ความอบอุ่นอันบริสุทธิ์ของ "ผ้าห่มแม่"  และสีน้ำตาล: "ลูกสะบ้า" พืชและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อท้องถิ่น

  • สีจากธรรมชาติ 100% สู่ผืนผ้ายั่งยืน

ความโดดเด่นของกระบวนการนี้ คือการสกัดสีจากธรรมชาติ 100% เช่น การสังเกตเปลือกไม้และใบไม้แห้งในป่า เพื่อสกัดให้ได้เฉดสีน้ำตาลเข้มของลูกสะบ้า พร้อมทั้งใช้เทคนิคการตรึงสี จากธรรมชาติทั้งหมด โดยปราศจากสารเคมีสังเคราะห์ ยึดหลักความยั่งยืนและปลอดภัยเป็นสำคัญ

  • เปลี่ยนผ้าพื้นถิ่นสู่แฟชั่นร่วมสมัย

การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้มี  พี่พลอย กาวิโร เป็นหัวเรือใหญ่ในการขับเคลื่อน จากเดิมที่ชุมชนทอผ้าและตัดเย็บ "เสื้อกะเหรี่ยง" ทรงโบราณเพื่อใช้ในพิธีกรรม พี่พลอยได้เปิดรับการพัฒนาโดยร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ปรับดีไซน์เสื้อผ้าให้สวมใส่ง่ายในชีวิตประจำวันของคนยุคใหม่ แต่ยังคงกลิ่นอายงานฝีมือชนเผ่าไว้อย่างครบถ้วน

พี่พลอย กล่าวว่า ชุมชนมีภูมิปัญญาการทอผ้าของชาวปกากะญอ ทั้งการทอด้วยกี่เอว การปักผ้า และการใช้วัสดุจากธรรมชาติ เดิมกลุ่มเน้นการทอผ้าและทำเสื้อกะเหรี่ยงทรงโบราณสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันและพิธีกรรม แต่ยังมีข้อจำกัดด้านการออกแบบและการสร้างมูลค่าเพิ่ม

  • ต่อยอดลายดอกนางแย้มป่า สู่ตลาดยุคใหม่

เมื่อได้รับโอกาสร่วมงานกับสถาบันการศึกษา จึงนำงานวิจัยและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาผ้านุ่งและเสื้อผ้าให้มีรูปแบบร่วมสมัย สวมใส่ง่าย และเข้ากับชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ โดยยังคงเอกลักษณ์ของงานฝีมือและวัฒนธรรมปกากะญอไว้ พร้อมให้ความสำคัญกับวัตถุดิบธรรมชาติในพื้นที่ เพื่อสะท้อนวิถีชีวิตที่เคารพและพึ่งพาธรรมชาติ

“การนำ "ลายดอกนางแย้มป่า" มาผสมผสานลงบนเสื้อกะเหรี่ยงประยุกต์ นับว่าเป็นการเตรียมต่อยอดสู่ช่องทางการตลาดออนไลน์ และการออกบูธนิทรรศการ หลังการจดสิทธิบัตรเสร็จสิ้น”   พี่พลอย กล่าว

ความสำเร็จของผ้าทอบ้านโป่งน้ำร้อน ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสวยงามบนผืนผ้า หากแต่คือสะพานเชื่อมระหว่างภูมิปัญญากับนวัตกรรม ที่เปลี่ยนต้นทุนทางธรรมชาติและวัฒนธรรมให้กลายเป็นอาชีพที่มั่นคง ส่งต่อความภาคภูมิใจจากรุ่นสู่รุ่น และยืนยันว่า วิถีชีวิตที่เคารพธรรมชาติ สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนได้ในโลกร่วมสมัย

Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์