โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด มอบนโยบาย และกล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการประมาณ 800 คน ประกอบด้วย คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ. ข้าราชการ และบุคลากร อบจ. จาก 17 จังหวัดภาคเหนือ รวมถึงสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย
นางสาวตวงรัตน์
โล่สุนทร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง
กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงานว่า ในนามของ อบจ.ลำปาง
รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากร
อบจ.ภาคเหนือ ทั้ง 17 จังหวัด ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ บทบาทของ
อบจ.
จึงไม่สามารถจำกัดเพียงแค่การจัดทำบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานแบบเดิมได้อีกต่อไป
แต่ต้องยกระดับเป็น "เครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของท้องถิ่น"
(Local
Growth Engine) เพื่อสร้าง "ระบบนิเวศแห่งความร่วมมือ"
ในการเปลี่ยนต้นทุนทางภูมิปัญญา ทรัพยากร และวัฒนธรรมให้เป็นสินค้า บริการ
และโอกาสทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง ตอบโจทย์บริบทพื้นที่อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้
อบจ.ลำปาง ยังได้จัดเตรียมโปรแกรมศึกษาดูงานในพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริง
ได้แก่ การบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อย่างยั่งยืน ณ
วัดพระธาตุลำปางหลวง, การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์
ณ Lampang Gateway และ "กาดฮักหนา Night
Market" ที่ผสานงานฝีมือ ศิลปะ วัฒนธรรม
และอาหารท้องถิ่นเข้าด้วยกัน
เพื่อแสดงให้เห็นโมเดลการเปลี่ยนทุนวัฒนธรรมให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจและการกระจายรายได้สู่ชุมชนฐานราก
ด้าน
นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย
ในฐานะประธานสมาพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดภาคเหนือ กล่าวว่า การจัดงานดังกล่าว
เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของบุคลากร อบจ.
ภาคเหนือ ยกระดับบทบาทของ อบจ.
ในการประยุกต์ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี
และการวิเคราะห์การตลาดสมัยใหม่สร้างตลาดใหม่ให้เศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างภูมิคุ้มกัน
เพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง
และเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นสินค้าและบริการมูลค่าสูง และสร้างเครือข่ายความร่วมมือและการทำงานบูรณาการร่วมกันระหว่าง
อบจ. ทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ
ขณะที่
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวว่า
รัฐต้องปรับบทบาทมาเป็นผู้สร้างสภาพแวดล้อมที่เชื่อมโยงนโยบาย องค์ความรู้
เทคโนโลยี และงบประมาณลงไปตอบโจทย์พื้นที่ โดยกระทรวง อว. พร้อมนำองค์ความรู้
งานวิจัย และเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัยมาแก้ไขโจทย์จริง ผ่านความร่วมมือรูปแบบ รัฐ – ท้องถิ่น – มหาวิทยาลัย – เอกชน
– ประชาชน เพื่อต่อยอดต้นทุนเกษตรกรรม
อาหาร การท่องเที่ยว และศิลปวัฒนธรรมของภาคเหนือ
ให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้และสร้างรายได้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน







0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น