วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2569

รองนายกเทศมนตรีนครลำปาง แจงปมสั่งพนักงานจ้างย้ายทะเบียนบ้านเข้าพื้นที่ภายใน 3 เดือน ยันขอความร่วมมือ หวั่นเสียสถานะเทศบาลนคร กระทบงบประมาณและการจ้างงาน

 

กรณีเพจชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย เผยแพร่เอกสารบันทึกข้อความของเทศบาลนครลำปาง ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 เรื่องรายงานข้อมูลที่อยู่พนักงานจ้าง ซึ่งระบุถึงการให้พนักงานจ้างที่มีทะเบียนบ้านอยู่นอกเขตเทศบาล ดำเนินการย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาในเขตเทศบาลภายใน 3 เดือน หากไม่สามารถดำเนินการได้ให้แจ้งเป็นรายบุคคล จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของคำสั่งดังกล่าว

ล่าสุด นายสุวัฒน์ ตรีมานะพันธ์ รองนายกเทศมนตรีนครลำปาง ชี้แจงว่า เทศบาลนครลำปางเคยมีประชากรมากกว่า 70,000 คน แต่ปัจจุบันลดลงเหลือต่ำกว่า 50,000 คน ขณะที่ประชากรผู้สูงอายุมีสัดส่วนมากกว่า 34% ของประชากรในเขตเทศบาล ส่งผลให้จำนวนประชากรมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง

ตามหลักเกณฑ์การจัดตั้งเทศบาลนคร ต้องมีประชากรมากกว่า 50,000 คน เทศบาลจึงต้องการสนับสนุนให้มีประชากรเพิ่มขึ้นในเขตเทศบาล เพื่อรักษาสถานะเทศบาลนครลำปางไว้ เนื่องจากหากถูกปรับลดสถานะเป็นเทศบาลเมือง อาจส่งผลต่อการจัดสรรงบประมาณและเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งคำนวณตามจำนวนประชากรในพื้นที่

สำหรับการแจ้งให้พนักงานจ้างและลูกจ้างตามสัญญาย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาในเขตเทศบาลนั้น นายสุวัฒน์ ยืนยันว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อขอความร่วมมือ ไม่ได้มีเจตนาบังคับหรือมีเงื่อนไขให้ต้องย้ายเข้าทะเบียนบ้านส่วนกลางของเทศบาล โดยเปิดให้ดำเนินการได้หลายแนวทาง เช่น ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านของญาติพี่น้อง หรือให้บุคคลในครอบครัว รวมถึงบุตรหลาน ย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาอยู่ในเขตเทศบาลได้ โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ

นายสุวัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการพูดคุยกับพนักงานและลูกจ้าง พบว่าทุกคนเข้าใจเหตุผลและพร้อมให้ความร่วมมือ โดยย้ำว่าหากเทศบาลนครลำปางถูกปรับลดสถานะและงบประมาณลดลง ผู้ที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรงคือพนักงานจ้างและลูกจ้างตามสัญญา เนื่องจากงบประมาณที่ลดลงอาจทำให้เทศบาลมีข้อจำกัดในการจ้างบุคลากรกลุ่มดังกล่าว

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวเป็นกรณีที่มีการเผยแพร่เอกสารคำสั่งและคำชี้แจงจากฝ่ายบริหารเทศบาล โดยยังมีข้อสงสัยจากสังคมเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติและเงื่อนไขในการย้ายทะเบียนบ้าน ซึ่งควรมีการชี้แจงรายละเอียดให้ชัดเจน เพื่อให้พนักงานจ้างได้รับทราบและเข้าใจตรงกัน

 

Share:

0 comments:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์