วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2557

เวทีแจ้งเกิด เลือกตั้งกำมะลอ


คล้ายทำเทียมๆ ขึ้นมา ไม่ได้คิดหวังว่าจะเกิดจริงจัง เลือกตั้งครั้งนี้จึงขอเรียกว่า เลือกตั้งกำมะลอ ที่เงียบเหงายิ่ง วังเวงยิ่ง

เริ่มต้นดูบรรยากาศใจกลางมหานคร กรุงเทพวันนี้ แทบจะหาป้ายโฆษณาหาเสียงของผู้สมัครจากพรรคการเมืองต่างๆไม่ได้เลย นอกจากพรรคเพื่อไทย และพรรคชาติพัฒนา แม้กระทั่งชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่เคยเป็นสีสันเมืองหลวง ก็เงียบสนิทไร้ร่องรอย ผู้สมัครไม้ประดับที่เคยมีดาษดื่นก็พร้อมใจกันวางเฉย ไม่คิดจะลุ้นเป็น ส.ส.ในบรรยากาศสุญญากาศเช่นนี้ กลับมาดูบ้านเรา เงาของความเงียบเหงาวังเวง ก็ทอดเงาลงมาไม่ต่างจากในมหานคร

นับแต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศยุบสภา การเลือกตั้งจึงเป็นขั้นตอนต่อไปของประชาธิปไตยไม่ว่าจะต้องผ่านการปฏิรูปก่อนหรือไม่ก็ตาม 

ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นระดับท้องถิ่น หรือระดับประเทศ เช่น การเลือกผู้แทนของคนลำปาง สิ่งที่ตามมาทันทีหลังทราบกำหนดการเลือกตั้งนั่นคือการประชาสัมพันธ์หาเสียงเลือกตั้ง เดินสายลงพื้นที่ของเหล่าว่าที่ผู้แทนราษฏรที่ต่างลั่นวาจาว่าจะไปทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชน ป้ายไวนิลที่ปกติแล้วจะมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าและทีมงานมืออาชีพผลิตและติดตั้งป้ายโฆษณาหาเสียงต่างพร้อมที่จะเสกป้ายเหล่านั้นให้เต็มพรึบในชั่วข้ามคืน พร้อมด้วยรถแห่หาเสียงที่ขับสวนกันเต็มพื้นที่ เหมือนร่างเงาของว่าที่ส.ส. ที่คอยชี้แจงแถลงนโยบายแต่ละพรรคให้ผู้มีสิทธิได้รับทราบแนวทางที่ท่านว่าที่จะทำเพื่อพี่น้องประชาชน

แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ บรรยากาศแปลกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา พรรคเล็กพรรคใหญ่ติดป้าย ทำการประชาสัมพันธ์เสนอตัวน้อยกว่า เหมือนยังสงวนท่าที ดูลาดเลาทั้งที่กำหนดการเลือกตั้งเดินมาครึ่งทางแล้ว เหลืออีกเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น

แต่พรรคใหม่ที่ประกาศตัวชัดเจนใช้ลูกขยันลงพื้นที่ ทีมงานติดตั้งป้ายกองโจรทำทันทีที่ทราบวันเลือกตั้งจับจองเสาไฟ ต้นไม้แทบทุกต้น ยึดหัวหาดทำเลทองเพื่อแจงให้ทราบถึงความมีตัวตนและความตั้งใจในการลงสนาม ขอเพียงให้แจ้งเกิด ไม่ได้ส.ส.ไม่ว่ากัน ไม่มีเลือกตั้งก็ไม่สำคัญ

ย้อนไปถึงช่วงต้นปีที่ไปเที่ยวเมืองกรุง เมืองขุนแผนแดนสุพรรณบุรี บรรยากาศก็ไม่ต่างกัน การโฆษณาหาเสียง หรือแม้แต่การประชาสัมพันธ์การรณรงค์หาเสียงของ กกต.แต่ละจังหวัด ที่ปกติจะขึ้นป้ายให้ออกมาใช้สิทธิใช้เสียงตามระบอบประชาธิปไตยก็หงอยเหงาด้วยเช่นกัน เหมือนจะรู้กันวงใน หรือรอดูท่าทีของ กปปส.ที่ประกาศ Shut down เมืองหลวง ปิดหน่วยงานราชการ โรงเรียนในพื้นที่ต่างประกาศหยุดเรียนเพื่อความปลอดภัยเพราะหากยั่วยุจะถึงจุดเดือด การปะทะกันก็เป็นสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้แม้จะไม่อยากให้เกิดขึ้นก็ตาม

แต่หากจะว่าไปแล้ว สัญญาณของความไม่แน่นอนของการเลือกตั้งที่ถึงจะกำหนดวันที่แน่นอนของการลงคะแนนเสียง กลับส่งสัญญาณออกมาเป็นระยะ เช่นคำเตือนของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ที่ว่าจะสูญเสียเงินจัดการเลือกตั้ง 3,800 ล้าน ละลายหายไปโดยไม่ได้มีผลอะไร คำขอให้รัฐบาลประกาศพระราชกฤษฎีกา กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ของคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.)

บรรยากาศยิ่งร้อนแรงมากขึ้นเมื่อมีวาทกรรม Respect My Vote พร้อมกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ไม่ว่าจะเป็นการใส่เสื้อขาว ปล่อยลูกโป่งสีขาว จุดเทียน เพื่อต้องการให้มีการเลือกตั้ง เริ่มมีให้เห็น แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรมากนัก กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.กลับเป็นฝ่ายยึดกุมสภาพการนำ และอาจยืดเยื้อไปถึงวันเลือกตั้ง

การเลือกตั้งกำมะลอครั้งนี้ จึงมีประโยชน์เป็นเพียงเวทีแจ้งเกิดของผู้สมัครหน้าใหม่บางคนเท่านั้น


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ฉบับที่ 961  17 - 23 มกราคม 2557) 
Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

12 ทศวรรษ บุญวาทย์วิทยาลัย

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support