วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ชาวบ้านทวงสัญญา นายกบ่อแฮ้วระงับโรงขยะ


ชาว ต.บ่อแฮ้วทวงสัญญานายก อบต. ขอร้องเซ็นไม่ให้สร้างในพื้นที่ผ่านไป 1 เดือนยังไร้คำตอบ ด้านนายก ขอความเห็นใจไม่ใช่เรื่องที่จะบังคับกันได้ ยันโครงการยังไม่เกิดขึ้น เบื้องต้นในที่ประชุมแกนนำเสนอให้นายกลงพื้นที่ชี้แจงความจริงกับชาวบ้านทุกหมู่บ้าน แต่พอลงมาพูดคุยชาวบ้านกลับไม่ยอม ยืนยันให้นายกทำสัญญา โดยให้เวลากลับไปคิดอีก 2 วัน 
           
เมื่อวันที่ 24 มิ..58 เวลา 09.00 กลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต.บ่อแฮ้ว  หรือกลุ่มรักษ์บ่อแฮ้ว นำโดยนายวิทยา วงค์ชมพู แกนนำกลุ่มเครือข่ายฯ พร้อมชาวบ้านได้รวมตัวกันประมาณ 150 คน แต่งเสื้อดำแสดงสัญลักษณ์คัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ เดินทางไปที่ อบต.บ่อแฮ้ว เพื่อทวงถามคำตอบจากนายสถาพร วะเท นายก อบต.บ่อแฮ้ว กรณีที่กลุ่มเครือข่ายได้ยื่นหนังสือขอคำมั่นสัญญาจากนายก อบตไปเมื่อวันที่ 21 ..58  โดยการลงนามเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะไม่ให้โรงไฟฟ้าขยะมาสร้างในพื้นที่ ต.บ่อแฮ้ว  แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ จนถึงขณะนี้ผ่านไป 1 เดือนแล้ว ชาวบ้านจึงได้มาทวงถามคำตอบจากนายก อบต.อีกครั้ง
           
ในเบื้องต้นทางนายก อบต.ได้ขอตัวแทนแกนนำชาวบ้านในแต่ละหมู่บ้านเข้าประชุม เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกันก่อน ชาวบ้านจึงได้ส่งตัวแทนร่วมประชุม 30 คน  โดยมีนายวีระเดช สมวรรณ ปลัดจังหวัดลำปาง ร่วมประชุมด้วย
           
นายสถาพร วะเท นายก อบต.บ่อแฮ้ว กล่าวว่า ตอนนี้อะไรยังไม่เกิดขึ้น แต่จะให้เซ็นข้อตกลงก็อาจจะมีผลกระทบตามมา ถ้าจะบังคับกันคงจะไม่ได้ เรื่องนี้ก็เป็นวาระแห่งชาติเป็นนโยบายของรัฐบาล และมีมาตรา 44 บังคับใช้อยู่ หากตนเซ็นอะไรไปก็อาจจะได้รับผลกระทบตามมา ขอให้เห็นใจด้วย
           
ด้านนายวีระเดช สมวรรณ ปลัดจังหวัดลำปาง กล่าวว่า ในเรื่องนี้ได้รับทราบปัญหามาโดยตลอด ทางผู้ว่าฯจึงได้มอบหมายให้ตนมาร่วมรับฟังปัญหา ยอมรับว่าไม่ได้ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้มากนัก ตั้งแต่มีการจัดการประชุมชี้แจงกับชาวบ้านป่าเหียง แต่ชาวบ้านไม่เห็นด้วยเรื่องก็ได้เงียบไป ซึ่งได้รับรายงานจากนายอำเภอเมืองถึงความคืบหน้าต่างๆ  ตอนนี้เรื่องการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะในพื้นที่ ต.บ่อแฮ้วยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆเกิดขึ้น ไม่มีการขออนุญาตก่อสร้าง ยังไม่มีรายละเอียดสถานที่ก่อสร้าง  และกระบวนการก่อสร้างซับซ้อนมาก เมื่อชาวบ้านไม่เอาก็ไม่สามารถก่อสร้างได้  การที่กลุ่มเครือข่ายฯขอให้นายก อบต.ลงนาม นายกไม่มีอำนาจและอาจจะเป็นจำเลยในภายหน้า การเซ็นเอกสารต่างๆจะมีผลผูกพันทางกฎหมาย เชื่อว่าไม่มีใครต้องการให้เกิดความเดือดร้อน แต่ตอนนี้โครงการยังไม่เกิด ขอให้ชาวบ้านใจเย็นๆก่อน ถ้าชาวบ้านไม่เห็นด้วยให้มีการก่อสร้างก็ดำเนินการต่อไปไม่ได้
           
นายวิทยา วงค์ชมพู แกนนำเครือข่ายฯ กล่าวว่า ปั­หาขณะนี้คือมีโรงไฟฟ้าขยะเข้ามา ทำให้เกิดความแตกแยกในพื้นที่ เพียงแต่นายก อบต.จริงใจกับชาวบ้าน ทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะไม่รับโครงการนี้เข้ามาทำในพื้นที่ ต.บ่อแฮ้ว  ชาวบ้านทุกคนไม่ได้อยากมาเพราะเหนื่อย เราไม่มีนายทุน หากต้องการเห็นความสงบสุขและนำวิถีชีวิตของบ้านเราคืนมา แค่ทำสัญญากับชาวบ้าน ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้ชาวบ้านสบายใจ ทุกคนพร้อมจะยุติทุกอย่าง ชาวบ้านไม่ได้มาบังคับแต่มาขอความเห็นใจ ถ้ารักชาว ต.บ่อแฮ้วจริงต้องอยู่ข้างชาวบ้าน
           
ทางชาวบ้านที่เข้าร่วมประชุม ได้สอบถามความเห็นว่านายก อบต.จะทำอย่างไรให้ชาวบ้านได้เกิดความสบายใจ ในเมื่อนายกไม่ทำบันทึกข้อตกลงกับชาวบ้าน เรื่องข้อผิดพลาดในการนำแผนโรงไฟฟ้าขยะเข้าบรรจุในแผน 3 ปีของ อบตชาวบ้านก็ไม่เคยได้รับทราบว่าผิดพลาดอย่างไร ทางนายก อบต.จะไปชี้แจงชาวบ้านได้หรือไม่  อย่าปิดบังข้อมูลต่างๆกับชาวบ้านเพราะชาวบ้านไม่ได้โง่ สมัยนี้เป็นยุคดิจิทัลแล้วชาวบ้านรู้ทุกเรื่อง  ถ้ามีข้อมูลอะไรขอให้พูดคุยกับชาวบ้านโดยตรง อย่าทำให้ชาวบ้านไม่ไว้ใจไปมากกว่านี้  ด้านนายสถาพร วะเท กล่าวว่า ในเมื่อตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วจะให้นำข้อมูลอะไรไปอธิบาย  ยังไม่มีใครรู้ว่าจะมีการก่อสร้างหรือไม่ สร้างตรงไหน หรือสร้างเมื่อไร  ยังไม่มีใครรู้เลยแม้แต่เรื่องเดียว    ทั้งนี้ ชาวบ้านได้ท้วงติงต่อว่า การที่ชาวบ้านมารวมตัวกันเพื่อต้องการให้ตัดไฟแต่ต้นลม ไม่ใช่มาแก้ปัญหาตอนที่เกิดเรื่องขึ้นแล้ว ถ้านายกรับปากว่าจะไม่มีการก่อสร้างใน ต.บ่อแฮ้ว เหมือนที่ทำบันทึกข้อตกลงกับชาวบ้านป่าเหียง แค่นี้เรื่องก็จบแล้ว เราไม่ได้มาบังคับแต่ต้องการความจริงใจจากนายก ถ้ารัก ต.บ่อแฮ้วทำเพื่อชาวบ้าน ต.บ่อแฮ้ว ไม่ได้เลยหรือ  ถ้าจะมีการบังคับใช้มาตรา 44 สั่งให้มาสร้าง ชาวบ้านก็จะไม่ว่าอะไร เพราะไม่ได้เกิดจากนายก อบตแต่ชาวบ้านขอให้นายกรับปากว่านายกจะไม่เอาเข้ามาในพื้นที่   ด้านนายก อบต.ได้พยายามชี้แจงว่าไม่สามารถทำข้อตกลงได้ 
           
ระหว่างที่ประชุมอยู่นั้น กลุ่มชาวบ้านได้พยายามที่จะพากันขึ้นมาที่ห้องประชุมบนชั้นสอง โดยได้พากันมายืนอยู่หน้าบันไดเพื่อจะขึ้นไปให้ได้ เนื่องจากเห็นว่าทางแกนนำได้ขึ้นมาประชุมเป็นเวลานานมากแล้ว  ทางแกนนำจึงต้องลงไปพูดคุยกับชาวบ้านว่าขอให้ใจเย็นให้รออีกสักพักซึ่งกำลังประชุมหาทางออกกันอยู่ ชาวบ้านจึงยอมถอยออกกไป
           
จนกระทั่งตัวแทนชาวบ้านในที่ประชุมจึงเสนอให้นายก อบต.จัดเวทีชี้แจงทำความเข้าใจในแต่ละหมู่บ้าน ให้พูดตามความเป็นจริงว่าเรื่องยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพื่อความสบายใจของชาวบ้าน โดยให้นายก อบต.ไปด้วยตนเอง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยได้รับฟังข้อมูลจากทาง นายก อบต.เลย  จะได้เป็นการหาทางออกร่วมกัน  เบื้องต้นในที่ประชุมจึงตกลงให้นายก อบต.ลงพื้นที่ไปทำความเข้ากับชาวบ้านทุกหมู่บ้านด้วยตนเอง จึงได้ลงไปแจ้งมติให้ชาวบ้านที่อยู่ด้านล่างฟัง แต่ปรากฏว่าชาวบ้านเสียงส่วนใหญ่่ยังยืนยันจะให้นายกเซ็นทำข้อตกลงให้ได้ ถึงแม้ว่านายก อบต.จะชี้แจงแล้วว่ายังไม่มีโครงการเกิดขึ้นในพื้นที่ก็ตาม  โดยทางกลุ่มชาวบ้านบอกว่า ให้เวลานายกคิดอีก 2 วันและจะกลับมาเอาคำตอบอีกครั้งวันที่ 29 มิ..58 ก่อนจะแยกย้ายกันกลับอย่างสงบ

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1034 วันที่ 26 มิถุนายน - 2 กรกฏาคม 2558)

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

เขลางค์เวชภัณฑ์ Web copy.jpg
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support