วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

อึ้งเด็กประถม คิดศัลยกรรม-มีเซ็กส์


Child Watch ทำวิจัย พบเด็กลำปางคิดทำศัลยกรรมและมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่ประถม ขณะที่เรื่องเพศยังน่าห่วงเป็นอันดับ 2 ของภาคเหนือ โดยเฉพาะระดับอาชีวศึกษาที่มีเพศสัมพันธ์เพิ่มสูงขึ้น  เช่นเดียวกับเรื่องด้านความแข็งแรงและความปลอดภัย ที่เด็กนิยมบริโภคขนม น้ำอัดลม แต่ไม่ออกกำลังกาย

โครงการพัฒนาเครือข่ายและกลไกการศึกษาสภาวการณ์และขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนระดับภาคเหนือ (Child Watch) ได้ดำเนินการสำรวจสภาวการณ์เด็กและเยาวชนภาคเหนือ 15 จังหวัด ซึ่งในปี 2558 เป็นปีสุดท้ายของโครงการฯ   โดยได้ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฎในภาคเหนือ 7 แห่ง คือ  กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ พิบูลสงคราม  เพชรบูรณ์ ลำปาง และอุตรดิตถ์  สำรวจสภาวการณ์เด็กและเยาวชน 8 ด้าน คือ ชีวิตกับการเรียนรู้ , ชีวิตกับความแข็งแรง การบริโภคและความปลอดภัย , ชีวิตกับคุณธรรมจริยธรรม , ชีวิตกับความเครียดและสุขภาพจิต , ชีวิตกับครอบครัว , ชีวิตทางเพศ , ชีวิตกับอบายมุข , ชีวิตกับความรุนแรง และ หนึ่งวันในชีวิตเด็กภาคเหนือ  ในระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2557 ถึง เดือนมกราคม พ.ศ.2558  จากกลุ่มตัวอย่าง 1,000 คน ซึ่งครอบคลุมเด็กและเยาวชนระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา

จากการจัดลำดับสภาวการณ์เด็กและเยาวชนรายจังหวัดภาคเหนือ 15 จังหวัด ในปีนี้ไม่พบว่าลำปางขึ้นเป็นอันดับ 1 ของภาค  แต่มีสภาวการณ์เด็กและเยาวชนที่มาเป็นอันดับ 2 คือ  ชีวิตกับความแข็งแรงการบริโภค และความปลอดภัย และชีวิตทางเพศ  ส่วนที่มาเป็นอันดับที่ 3 คือ ด้านชีวิตกับคุณธรรมจริยธรรม  และด้านชีวิตกับอบายมุข  นอกจากนั้น ในด้านชีวิตกับสื่อพบว่าเด็กและเยาวชนจังหวัดลำปาง ใช้เวลาดูโทรทัศน์ วีดีโอ วีซีดี ดีวีดี และละครซีรีย์ คุยโทรศัพท์ เล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ค ผ่านโทรศัพท์มือถือ ร่วมเฉลี่ย 10ชั่วโมงต่อวัน

ผศ.จำลอง คำบุญชู  หัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า  เด็กลำปางน่าเป็นห่วงในด้านความแข็งแรงและความปลอดภัย เนื่องจากพบว่าเด็กบริโภคขนม และน้ำอัดลมมากขึ้น ตั้งแต่ระดับประถมจนถึงอุดมศึกษา ซึ่งเกินร้อยละ 50 ทุกระดับชั้น แต่การออกกำลังกายน้อย โดยเฉพาะเด็กโตระดับอุดมศึกษา  ส่วนด้านชีวิตกับความเครียดและสุขภาพจิต ถึงแม้จะอยู่อันดับ 7 ของภาค แต่ก็ยังคงน่าเป็นห่วงเกี่ยวกับความเครียดจนเกิดอาการทางร่างกาย ซึ่งเป็นตั้งแต่เด็กระดับชั้นประถมจนถึงอุดมศึกษา นอกจากนั้นยังเป็นที่น่าตกใจที่พบว่าเด็กในระดับชั้นประถมศึกษาคิดที่จะใช้ยาลดความอ้วนหรือทำศัลยกรรม  สำหรับด้านชีวิตทางเพศ ยังคงมีการป้องกันน้อย ในขณะที่การมีเพศสัมพันธ์เพิ่มขึ้นในระดับอาชีวศึกษา ร้อยละ 64.74 แต่มีการป้องกันร้อยละ 58.18  และในระดับชั้นประถมก็พบว่าเคยมีเพศสัมพันธ์ ร้อยละ 5.95   ด้านอบายมุขมีเพิ่มขึ้นในคนรอบข้าง อาจะเป็นสิ่งจูงใจที่ทำให้เด็กก้าวเข้าสู่อบายมุขได้ ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่น่าเป็นห่วงสำหรับเด็กและเยาวชน  ดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองครวจะดูแลใกล้ชิดบุตรหลานให้มากขึ้น ซึ่งจากผลการวิจัยก็พบว่าเมื่อเด็กโตขึ้นแล้วแสดงออกความรักกับครอบครัวน้อยลงไปในทุกระดับการศึกษา อย่างไรก็ตาม สถาบันครอบครัวเป็นสถาบันที่จะสร้างความอบอุ่นและเติมเต็มให้กับเด็กได้ดีที่สุด

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1035 วันที่ 3 - 9  กรกฏาคม 2558)
Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support