วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2559

เกษตรกรสูญ 5 หมื่น เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์

จำนวนผู้เข้าชม website counter

เกษตรกรชาว อ.ห้างฉัตร ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นตำรวจสืบสวน หลอกโอนเงิน สูญ 55,000 บาท  เพิ่งกู้จาก ธกส.เพื่อนำไปปลูกมันสำปะหลัง ด้าน ผช.ผจก.ธกส.ห้างฉัตร รุดเยี่ยมให้กำลังใจ ขยายเวลาใช้หนี้ให้  1 ปี
เมื่อวันที่  2 มิ.ย.59  นายชัยวัฒน์ ขัดทวงศ์  ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคาร ธกส.สาขาห้างฉัตร ได้เข้าพบนางธาดารัตน์ ไชยโส อายุ 43 ปี ชาวบ้านบ้านล้อง ต.หนองหล่ม อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง  ซึ่งเป็นลูกค้า ธกส.สาขาห้างฉัตร  เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้การช่วยเหลือ

หลังจากที่นางธาดารัตน์ ถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินให้ โดยผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้สูญเงินไปจำนวน 55,000 บาท   ด้านนางธาดารัตน์  เล่าว่า ตนเองได้รับโทรศัพท์จากหมายเลข 091-556-5413 พร้อมแจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนพิเศษ ชื่อ ร.ต.อ.พิชัย จำนามสกุลไม่ได้  โดยบอกว่าตนเองตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกันยักยอกเงินกับเจ้าหน้าที่ ธกส.ห้างฉัตร และ ธกส.อำเภอเมือง  คนเป็นระดับหัวหน้าโดนไล่ออกไปแล้ว แต่คนที่ทำงาน ธกส.ห้างฉัตร ยังทำงานอยู่ ซึ่งตนเองก็สงสัยเลยถามว่าเขาเอาชื่อไปได้อย่างไร เขาก็บอกว่ามีการปลอมแปลงเอกสาร และลายเซ็นของตนเองไปใช้ในการเปิดบัญชีในการยักยอกเงินระหว่างสองสาขา ซึ่งตนเองก็บอกว่าไม่ได้ทำผิดอะไร เขาเลยบอกว่าจะกันตัวเป็นพยานไม่ตกเป็นผู้ต้องหา แต่ทั้งนี้ต้องร่วมมือกับเขา โดยให้นำเอกสารบัตรประชาชนและสมุดเงินฝากของ ธกส.ทั้งหมด เพื่อไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงให้นำสมุดไปปรับ แล้วเข้าไปถอนเงินให้คงเหลือในบัญชีไว้ 1,000บาท และหากพนักงานถามก็ไม่ต้องบอก และเมื่อเข้าไปขอให้สังเกตคนชื่อกัลยาด้วย ว่าเขาทำงานอยู่ตรงนี้หรือไม่ หากคนคนนี้ทำงานอยู่และคุณทำตัวมีพิรุธเขาจะไหวตัวทัน และการรวบรวมหลักฐานจะสะดุดไป ตนเองหลงเชื่อจึงรีบเข้าไปถอนเงิน ซึ่งตลอดเวลาเขาจะไม่ให้ปิดโทรศัพท์ และจะพูดสั่งการทั้งหมดตลอดเวลา มีคนมาสลับสับเปลี่ยนพูดคุยด้วยถึง 3 คน  อ้างทั้งยศ พ.ต.อ.   พ.ต.ท.  พยายามเกลี้ยกล่อมไม่ให้วางสาย เพราะจะไม่ปลอดภัยกับตนเอง และเหมือนกับรู้ความเคลื่อนไหวของตนตลอด

นางธาดารัตน์ เล่าต่อว่า   หลังจากถอนเงินออกมาก็ให้นำเงินมาใส่ที่ตู้ ATM ธนาคารกรุงเทพ เพื่อตรวจสอบลายน้ำของเงินดังกล่าว โดยให้โอนเงินทุกบัญชีของตนที่มี รวมได้ 56,000 บาท ไปที่บัญชี ธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี วารีรัตน์ ลำปานิล สาขาพัฒนาการ เลขที่บัญชี 1984 7 100 69  ซึ่งตนเองได้โอนก่อน 6,000บาท แต่เงินเด้งคืนมา 1,000 บาท  ตอนนั้นก็ยังกังวลว่าจะถูกหลอก จึงบอกกับนายตำรวจไปว่าโอนให้แค่นี้พอหากจะจับก็ให้มาจับที่ลำปาง นายตำรวจนายนั้นก็บอกอีกว่า ทำงานในเรื่องนี้มา 10 กว่าปีแล้ว ผมเอาตำแหน่งรับประกัน หากคุณไม่โอนเงินมาให้ตรวจสอบทั้งหมด ผมก็จะต้องลำบากอาจจะถึงกับต้องออกจากงานแล้วลูกเมียผมจะทำอย่างไร และก็ไม่รู้อะไรดลใจให้ตนเองเอาเงินโอนไปอีก 50,000 บาท หลังจากนั้นนายตำรวจนายนั้นก็บอกว่าไม่เกิน 15-20 นาที เงินก็จะโอนกลับมา หากไม่เชื่อใจก็ให้เอาสลิปเงินที่โอนไปแจ้งความที่ สภ.ได้  หลังจากนั้นก็หยุดการติดต่อกันไป    ตนเองรอเกือบชั่วโมงก็ไม่มีเงินโอนเข้ามา จึงรู้ว่าถูกหลอกและได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อกลับไปแต่หมายเลขดังกล่าวปิดเครื่องไม่สามารถติดต่อได้แล้ว จึงแจ้งความไว้กับ ร.ต.อ.ณัฐวุฒิ เพชรตา รอง สว.(สอบสวน) สภ. ห้างฉัตร

นางธาดารัตน์  ระบุว่า  ตนเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ยอมถอนเงินแล้วโอนไปให้เขา  ในเมื่อเราก็ไม่รู้จักกันมาก่อน เขาอาจจะมีจิตวิทยาสูงที่จะหลอกล่อเราโดยพูดเกลี้ยกล่อมหว่านล้อมอยู่ตลอด แต่พอรู้ว่าถูกหลอกถึงกับเป็นลม เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์หามาด้วยน้ำพักน้ำแรง แถมเป็นบัญชีลูกอีกหนึ่งบัญชี ซึ่งเพิ่งกู้เงินมาเมื่อต้นเดือน พ.ค. 59 เพื่อจะทำไปลงทุนทำไร่มันสำปะหลัง แต่มาถูกหลอกเอาไปทั้งหมด เสียใจมากว่าทำไมถึงเกิดเรื่องนี้ขึ้นกับตนเองเพราะเราทำมาหากินสุจริต

นายชัยวัฒน์ ขัดทวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคาร ธกส.สาขาห้างฉัตร ได้กล่าวว่า  กรณีของลูกค้ารายนี้ได้กู้ยืมเงินจากธนาคารมา 50,000 บาท แต่ก็ถูกมิจฉาชีพหลอกเอาไปจนหมด  ทางธนาคารก็จะช่วยในการติดตามเรื่องทางคดีให้อย่างใกล้ชิด โดยได้เช็คหมายเลขบัญชีที่ผู้เสียหายโอนเงินเข้าไป ไปที่ธนาคารกรุงเทพ ซึ่งทางธนาคารกรุงเทพ แจ้งว่า จะต้องคัดสำเนาใบแจ้งความ พร้อมกับให้ทางพนักงานสอบสวนทำเรื่องเป็นเอกสารมาให้ เพื่อจะนำไปตรวจสอบตามชื่อบัญชี

ส่วนเงินกู้เนื่องจากลูกค้าจะต้องส่งในปี 2560 นี้ และด้วยเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้นทางธนาคารก็จะขยายเวลาในการผ่อนชำระออกไปให้อีก 1 ปี โดยระหว่างนี้ลูกค้าก็ยังสามารถกู้เงินมาใช้เพื่อทำการเกษตรกรได้

ทางธนาคารได้ประชาสัมพันธ์ในเรื่องมิจฉาชีพเหล่านี้ ให้กับลูกค้าอยู่เป็นประจำ แม้แต่การถอนเงินก็มีหลายขั้นตอนเพื่อความปลอดภัยของลูกค้า แต่กรณีนี้มิจฉาชีพมีความชำนาญเป็นอย่างมากไม่ยอมให้ลูกค้าพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เลย หากใครพบเจอกรณีเช่นนี้ อย่าเพิ่งโอนเงินเข้าไปให้เด็ดขาด ให้สอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ก่อนว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ จะได้แจ้งตำรวจจับกุมตัวคนร้ายได้ 

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1081 วันที่ 3 - 9 มิถุนายน 2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support