วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559

สารคดีท่องเที่ยว ตามรอยเจงกิสข่าน..จักรพรรดิโลก

จำนวนผู้เข้าชม URL Counter

ม่นานนักหลังจากการเยือน “ฟุกุโอกะ” เมืองบนเกาะคิวชูทางใต้ของญี่ปุ่น เมืองถัดมาที่น่าตื่นตา ตื่นใจที่ได้ไปทักทายคือเมืองที่เป็นถิ่นกำเนิด เตมูจิน  มองโกเลีย
           
เตมูจิน ต่อมาคือเจงกิสข่านและจากเจงกิสข่าน ก็ต่อจิ๊กซอว์ไปถึงชนกลุ่มใหญ่ในประเทศจีน รวมทั้งคนเชื้อสายมองโกลมุสลิมทั้งในเอเชีย ตะวันออกกลางและยุโรป
           
ภาพในใจของคนไทย เมื่อคิดถึงคนจีนในไทย คิดถึงประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ นั่นคือภาพวัดจีน พิธีกรรมเกี่ยวกับจีน คนจีนพุทธฝ่ายมหายาน ลัทธิขงจื้อ ลัทธิเต๋า ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ควบคู่ไปกับการบูชาบรรพบุรุษ
           
แต่น้อยคนนักที่จะเข้าใจว่า คนจีนที่นับถือศาสนาอิสลามนั้นมีอยู่กว่า 30 ล้านคน ในประเทศไทยตัวเลขทางการล่าสุดเท่าที่สืบค้นได้ มีมุสลิมไทย 3.9 ล้านคน
           
ใน 30 ล้านคนของมุสลิมจีนนี้ มีการขยายตัวของประชากรอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมุสลิมจีนมิได้อยู่ภายใต้เงื่อนไขนโยบายลูกคนเดียว (One Child Policy) ในขณะที่รัฐบาลจีนเพิ่งผ่อนปรนให้คนจีนมีลูกคนที่สองเมื่อไม่นานมานี้
           
กล่าวกันว่า มุสลิมในประเทศจีนมีจำนวนรวมกันมากกว่า ประชากรในประเทศซีเรียซึ่งเป็นมุสลิมเกือบทั้งประเทศทีเดียว
           
เมื่อพูดถึงมุสลิมในประเทศจีน หากยกเว้นไม่กล่าวถึง “เจงกิสข่าน” แม่ทัพมองโกล ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นเสมือนจักรพรรดิผู้ครองโลก เนื่องเพราะทัพของเขาได้บุกตะลุยยึดครองจีน ปักธงชัยที่จงตู หรือปักกิ่งในปัจจุบัน ลุยไปสุดขอบฟ้าทะเลทรายที่ตะวันออกกลาง ก็คงขาดช่วงประวัติศาสตร์สำคัญของมุสลิมจีนไป
           
ผ่านยุคเจงกิสข่าน ก็สืบทอดมาเป็นกษัตริย์ ระดับกษัตริย์ของมองโกลคนแรกที่เข้ารับอิสลามมีชื่อว่า บะเราะกะฮฺ ข่าน(Berke Khan) เป็นบุตรชายของ ญูญียฺ ผู้ซึ่งเป็นบุตรชายคนโตของเจงกิสข่าน ผู้ปกครองในเขต Golden Horde
           
การเข้ารับอิสลามของเขานั้นมาจากการสนทนาธรรมกับมุสลิมที่เมืองบุคอรอ เขาได้รับคำอธิบายที่ชัดเจน จนนำสู่การรับอิสลาม และได้นำอาณาจักรของเขาสู่การเป็นอาณาจักรอิสลาม
           
สำหรับ เจงกิสข่าน เขา เป็นเพียงหัวหน้าเผ่ามองโกลเล็กๆ ยังชีพด้วยการเลี้ยงสัตว์ แพะ แกะ อูฐ และม้าบนทุ่งหญ้าและผืนทะเลทราย เมื่อวันหนึ่งเขาคิดการใหญ่ เจงกิสข่านก็จัดทัพบุกไปทุกหนแห่งในโลก จากจีนถึงตะวันออกกลาง อิรัก อิหร่าน ฮานอย และเลยมาถึงพุกามในประเทศพม่า
           
แม้จะเป็นแม่ทัพที่ดุดัน และโหดเหี้ยม ด้วยบางเมืองที่เจงกิสข่านยึดได้ เขาสั่งเผาเมืองและผู้คน ไม่เว้นเด็ก ผู้หญิง และคนชรา เหลือไว้แต่เพียงผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ในศิลปะวิทยาการต่าง ๆ แต่ในด้านศาสนาและวัฒนธรรม เจงกิสข่านให้การสนับสนุน และเปิดเสรีให้กับความเชื่อทุกชนิด รวมทั้งความเชื่อและศรัทธาในอิสลาม

นอกจากการเดินทางมาตั้งรกรากในผืนแผ่นดินจีน ของมุสลิมในตะวันออกกลางตามทัพของเจงกิสข่านกลับมาแล้ว ตัวเจงกิสข่านเองก็นับถือทุกศาสนา ซึ่งอาจรวมทั้งศาสนาอิสลาม
           
ผมมาจีนครั้งนี้ ด้วยคำเชื้อเชิญของสมาคมนักข่าวจีน All Chaina Journalists Assoiation เป็นครั้งที่ 4 ที่ได้เหยียบปักกิ่ง แต่เป็นครั้งแรกทีได้ไปเยือนมองโกเลียใน ซึ่งเป็นถิ่นที่พำนักของชนเผ่ามองโกลส่วนใหญ่ นอกเหนือจากมองโกลราว 2 ล้านคนในประเทศมองโกเลีย ซึ่งแยกตัวออกไปด้วยการสนับสนุนของรัสเซีย
           
มองโกเลียในเป็นเขตปกครองตนเอง เป็น 1 ใน 4 เมืองที่มีประชากรมุสลิมหนาแน่นในประเทศจีน
           
Wikipedia แสดงข้อมูลเกี่ยวกับมุสลิมในประเทศจีนว่ามีจำนวนชาวมุสลิมอยู่กว่า 30 ล้านคนเป็นร้อยละ 2.3 ของจำนวนประชากรโดยรวม
           
ชาวมุสลิมในจีนส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ด้านตอนในและซีกตะวันตกของประเทศ อาทิ มณฑลหนิงเซี่ยะ (Ningxia) มณฑลกานซู่ (Gansu) เขตปกครองอิสระมองโกเลียใน (Inner Mongolia)ที่ผมไปเยือนและเขตปกครองอิสระซินเจียง (Xinjiang)
           
นอกจากนั้นยังมีมุสลิมจีนกระจายตัวอยู่ตามเมืองใหญ่ต่าง ๆ หากไปปักกิ่งจะพบร้านอาหารมุสลิมจำนวนมาก โดยเฉพาะร้านราเมี่ยง กานซู หลานโจว ซึ่งเป็นแฟรนไชส์ร้านบะหมี่มุสลิม ต้นกำเนิดราเม็งของญี่ปุ่น จัดว่าเป็น The best noodle of China ที่ได้รับการอุดหนุนอย่างคับคั่งทั้งจากมุสลิมจีน คนจีนทั่วไป และมุสลิมจากประเทศไทย
           
สมาคมอิสลามแห่งประเทศจีน (Chinese Islamic Association) แสดงข้อมูลว่าประเทศจีนมีอิมามทำงานแบบเต็มเวลา มีเงินเดือน จำนวนกว่า 40,000 คน ซึ่งคล้ายกับอิมามที่มัสยิดฮะรอม มัสยิดบานาวีย์และอีกหลายมัสยิดในประเทศซาอุดิอาระเบีย
           
มีมัสยิดกระจายตัวในหัวเมืองต่าง ๆ ถึงกว่า 23,000 แห่ง เช่น กรุงปักกิ่ง (Beijing) มีชาวมุสลิม 200,000 คน มัสยิดสำคัญ 32 แห่ง เมืองเซินเจิ้น (Shenzhen) มีชาวมุสลิม 120,000 คน มัสยิด 1 แห่ง  นครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai) มีชาวมุสลิม 70,000 คน และมัสยิด 7 แห่ง 
           
นครกว่างโจว (Guangzhou) มีชาวมุสลิม 60,000 คน และมัสยิด 6 แห่ง นครซีอาน (Xian) มีชาวมุสลิม 50,000 คน และมัสยิด 11 แห่ง   นครเฉิงตู (Chengdu) มัสยิด 9 แห่ง    เมืองกุ้ยหลิน (Guilin) มัสยิด 6 แห่ง นครคุนหมิง (Kunming) มัสยิด  6 แห่ง  นครลาซ่า (Lhasa) มีมัสยิด 3 แห่ง และนครอูหลู่มู่ฉี (Ulumqi) มีมัสยิดสำคัญ 9 แห่ง
           
นี่เป็นตัวเลขประชากรมุสลิมที่เป็นทางการ และเฉพาะมัสยิดสำคัญเท่านั้นส่วนเมืองที่ยังระบุจำนวนประชากรไม่ได้ อาจไม่ได้เป็นรวมเป็นกลุ่มขนาดใหญ่มาก แต่การอยู่ในข้อยกเว้นนโยบายลูกคนเดียว ก็น่าเชื่อว่าจำนวนคนมุสลิมในแต่ละเมืองนั้น น่าจะขยายตัวรวดเร็ว และมีจำนวนไม่น้อย
           
มาเยือนจีน และเดินทางไกลหลายร้อยกิโลเมตร ฝ่าท้องทุ่งหญ้าเขียวไสวสุดสายตา ตัดกับขอบฟ้าสีครามบนที่ราบสูงมองโกเลียในครั้งนี้ คล้ายอยู่ท่ามกลางฝูงม้าศึกที่ควบขับนำโดยเจงกิสข่าน จักรพรรดิแห่งโลกที่บุกไปทุกหน ทุกแห่ง เผา ฆ่า ทำลาย จนสามารถครองแผ่นดินได้ แต่ไม่สามารถครองใจผู้คน

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1089  วันที่ 29 กรกฎาคม  - 4 สิงหาคม 2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support