วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559

นายทุนใหญ่ รุกทั้งดอย ปลูกปาล์ม โค่นป่าล้อมรั้ว ยึดรีสอร์ทอีก

จำนวนผู้เข้าชม good hits

กลุ่มนายทุนไถดอยทั้งลูก ปลูกต้นปาล์มน้ำมัน รุกพื้นที่ป่าสงวน ไม่พอล้อมรั้วลวดหนามอีกชั้น เจ้าหน้าที่ใช้จีพีเอสตรวจสอบยึดคืนทันที หวั่นพื้นที่โดยรอบจะเอาแบบอย่าง  ก่อนหน้านี้ ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 ได้บุกยึดรีสอร์ทที่แม่เมาะ สร้างรุกป่าสงวนอีกราย

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.59  พ.ต.อ.สมพงษ์  สวนคร้ามดี รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง นำกำลังตำรวจ กก.4บก.ปทส.สายที่ 1 ลำปาง ตำรวจ ชป.สส.ปทส.ภ.จว.ลำปาง ศปทส.ภ.5 สายที่ 1 ลำปาง  ตชด.33 เชียงใหม่ ตำรวจ สภ.ทุ่งฝาย เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จ.ลำปาง สายตรวจปราบปรามว่าด้วยการกระทำผิดป่าไม้ สายที่ 1  เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ ลป.8 (แม่ทรายคำ)  เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่สายตรวจส่วนป้องกันและปราบปรามภาคเหนือ กรมป่าไม้ (ลำปาง)  ทหาร ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองลำปาง เจ้าหน้าที่ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จังหวัดลำปาง (สปก.ลำปาง) กว่า 50 นาย  เข้าตรวจสอบบริเวณแปลงปลูกต้นปาล์มน้ำมัน ตั้งอยู่ป่าท้ายหมู่บ้าน เขตติดต่อระหว่างบ้านห้วยฮี หมู่ 7 และบ้านจำบอนเก่า หมู่ 10 ต.ต้นธงชัย อ.เมือง จ.ลำปาง  หลังได้รับการร้องเรียนว่า แปลงปลูกปาล์มน้ำมันแห่งนี้ ได้รุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบในพื้นที่แห่งนี้มีการล้อมรั้วรวดหนามกินพื้นที่บริเวณกว้างขวาง และทับหลักเขตป่าสงวนแห่งชาติ ที่ปักหลักไว้อย่างชัดเจน  โดยเฉพาะเนินเขาและที่ลาดชันพบมีการนำรถมาไถเอาต้นไม้ออกเกือบทั้งหมด มีการปลูกต้นกล้าปาล์มน้ำมันความสูงประมาณ 1 เมตร แล้วหลายร้อยต้น โดยจากการเดินตรวจสอบพบว่า พื้นที่รุกป่าแผ้วถางครั้งนี้ มีมากถึง 35 ไร่เศษ สร้างความเสียหายแก่ผืนป่าบริเวณกว้าง ซึ่งทั้งหมดอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ทรายคำ   โดยพบหญิงรายหนึ่ง ชาวบ้าน ต.ต้นธงชัย อ.เมือง จ.ลำปาง แสดงตัวเป็นเจ้าของแปลงที่ดิน ส.ป.ก.4-01 ข แปลงเลขที่ 2 ระวาง สปก.ที่ 275   ซึ่งเป็นแปลงที่ดินใกล้เคียง ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปทำการสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่  ก่อนที่จะแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ส่ง ร.ต.อ.วรากร  สิทธิ พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งฝาย ดำเนินการตามกฎหมาย

 ส่วนการเข้าตรวจสอบและตรวจยึดพื้นที่แห่งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนว่า มีกลุ่มทุนที่ปลูกปาล์มน้ำมัน ได้เข้ามาอาศัยชาวบ้านในพื้นที่บางกลุ่มที่มี พื้นที่ สปก.เพื่อเช่าปลูกปาล์มน้ำมัน แต่ กลุ่มทุนเหล่านี้ กลับขยายอานาเขตแผ้วถางป่าอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยนำเครื่องจักรเข้ามาแผ้วถางป่าและล้อมรั้วรวดหนาวกั้นอานาเขตไม่ให้ใครรุกล้ำเข้าไป ทางเจ้าหน้าที่จึงได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบและพบการกระทำผิดจริง จึงเข้าตรวจยึดดำเนินคดีทางกฎหมายทันที ทั้งนี้ ในพื้นที่รอบๆยังพบมีการแผ้วถางป่าออกไปอีกแต่ทางเจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบพิกัดแผนที่ทางอากาศให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง ว่าพื้นที่เหล่านี้อยู่ในเขต สปก.หรือกันออกมาจากป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อให้เกษตรกรใช้ทำกิน เพื่อไม่ให้กระทำการดำเนินชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่ และหากพื้นที่ไหนมีการรุกป่าอย่างชัดเจนแล้วก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันทีพร้อมทั้งมีมาตรการที่เข้มงวดกวดขันต่อไป

นอกจากนั้น เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.59 ที่ผ่านมา  เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานสนธิกำลังเข้าตรวจสอบ รีสอร์ท กลางอำเภอแม่เมาะ หลังพบรุกพื้นที่ป่าสงวน สร้างเสร็จเรียบร้อยเตรียมเปิดให้บริการ โดยมีนายชูเกียรติ พงศ์ศิริวรรณ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง)นายศักรินทร์ ปัญญาใจ ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและรักษาป่าภาคเหนือ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ทหารค่ายฝึกรบพิเศษที่ 3 ประตูผา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. สายที่ 1ลำปาง ตำรวจ ศปทส.ภ.5 สายที่ 1 ลำปาง ตำรวจ กก.สส.ปทส.ภ.จว.ลำปาง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่เมาะ เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จ.ลำปาง ร่วมประชุมและทำความเข้าใจการเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่มีการรุกป่า ก่อสร้างที่พักอาศัยถาวร ก่อนที่จะเดินทางลงพื้นที่ร่วมกัน

จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปยังที่หมาย บริเวณห้องพักไม่เลขที่ บ้านห้วยคิง หมู่ 6 ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง  เมื่อไปถึงพบว่าบริเวณดังกล่าวได้มีการปรับพื้นที่ และก่อสร้างห้องพักไปแล้ว 15 ห้อง และมีรั้วรอบขอบชิดทั้งหมด ที่ประตูรั้วมีกุญแจปิดล๊อคไว้ แต่ขณะนั้นเอง มีชายคนหนึ่งเข้ามาบอกว่า เป็นเจ้าห้องพักและที่ดินผืนนี้ ทราบชื่อภายหลัง คือ นายสมพงษ์ โพธิอยู่ อาย 52 ปี  ชาวบ้าน ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง และได้เปิดกุญแจให้เจ้าหน้าที่เข้าไปข้างในเพื่อทำการตรวจสอบ และได้หอบเอกสารหลักฐานในการครอบครองที่ดินผืนนี้มาแสดง

ในเบื้องต้นพบว่า หลักฐานการครอบครองที่ดินผืนนี้เป็นเพียง ใบ ภบท.5 หรือใบเสร็จเสียภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งไม่ใช่หลักฐานการครอบครองที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทางด้านเจ้าของห้องพักแห่งนี้อ้างว่าตนเองไม่ทราบข้อกฎหมายเรื่องนี้เลย ก่อนหน้านี้ได้ซื้อที่ดินจากชาวบ้านในพื้นที่ โดยมีใบ ภบท.5 ซึ่งคิดว่าสามารถเข้าทำประโยชน์ได้ทันที จึงลงทุนกับครอบครัวด้วยกัน 3 พ่อแม่ลูก ซื้อที่ดินและสร้างห้องพักไป 15 ห้อง และขณะนี้อยู่ระหว่างตกแต่งใกล้แล้วเสร็จ  ซึ่งหากรู้ว่าผิดกฎหมายคงไม่ทำ อีกทั้งเงินที่ลงทุนไปถือว่าเป็นเงินก้อนที่สะสมกันมากับครอบครัว ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงว่า ได้ตรวจวัดจับพิกัดแล้วพบว่าพื้นที่การครอบครองและก่อสร้างแห่งนี้ เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่เมาะ ถูกยึดถือครอบครอง เนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน 53 ตารางวา  ไม่สามารถที่จะเข้ามาก่อสร้างอาคารและเปิดห้องพักโรงแรมได้ จึงได้ควบคุมตัวมาบันทึกจับกุม พร้อมส่งเรื่องถึงพนักงานสอบสวน สภ.แม่เมาะ ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที เบื้องต้นยังตรวจสอบพบว่า ยังมีอีกหลายจุดที่เข้าข่ายทำผิดเงื่อนไขการใช้ประโยชน์ที่ดินซึ่งจะเร่งตรวจสอบและดำเนินการทั้งหมดในเร็วๆนี้

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1108 วันที่  9 - 15  ธันวาคม 2559)
Share:

1 ความคิดเห็น:

  1. ทำไมไม่ทำเป้นวาระแห่งชาติ จัดระเบียบทั่วประเทศเลย ให้ชัดเจนครับ

    ตอบลบ

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support