วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560

กลุ่มชาติพันธ์ เล็ง2หมื่นไร่ ทำป่าชุมชน เครือข่ายประชารัฐ ยื่นกอ.รมน.สอบ







จำนวนผู้เข้าชม website counter

หวั่นป่าไม้ลำปางสูญ หลังกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ 200 คนยื่นขอป่าอุทยานกว่า 2 หมื่นไร่เป็นป่าชุมชน ทั้งที่เคยได้รับพื้นที่ไปแล้ว 4 พันกว่าไร่  เครือข่ายประชารัฐขับเคลื่อนเพื่อจัดตั้งอุทยานแห่งชาติจังหวัดลำปาง จึงยื่นหนังสือถึง กอ.รมน.ตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2560 นาย บริบูรณ์ บุญยู่ฮง เลขานุการเครือข่ายประชารัฐขับเคลื่อนเพื่อจัดตั้งอุทยานแห่งชาติจังหวัดลำปาง เข้ายื่นหนังสือถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง เพื่อขอให้ตรวจสอบการขอกันพื้นที่ป่าสมบูรณ์ในเขตเตรียมการอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท เป็นป่าชุมชนของหมู่บ้านชาวกระเหรี่ยงกว่าสองหมื่นไร่ โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่า ตามที่เครือข่ายประชารัฐขับเคลื่อนเพื่อจัดตั้งอุทยานแห่งชาติจังหวัดลำปาง ได้ทราบเรื่องเกี่ยวกับโครงการจัดสัมมนา 3 ทศวรรษ สิทธิชุมชน-ท้องถิ่น ชาติพันธุ์ และชนเผ่ากับการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน และการประกาศสัมมนาเขตคุ้มครองพื้นที่เขตวัฒนธรรมและจิตวิญญาณชาวกะเหรี่ยง ณ บ้านกลาง ตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ในระหว่างวันที่ 20-21 ม.ค.2560 นั้น เครือข่ายประชารัฐเพื่อจัดตั้งอุทยานแห่งชาติจังหวัดลำปาง อยากให้ทางการตรวจสอบว่า การดำเนินการดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ในการเรียกร้องสิทธิชุมชน ให้กันพื้นที่จำนวน 20,269 ไร่ ในเขตเตรียมการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติถ้าผาไท ซึ่งแต่เดิม เมื่อปี พ.ศ.2541 ได้มีการสำรวจตรวจสอบกันพื้นที่อยู่อาศัย ไร่หมุนเวียน สถานที่ราชการ และพื้นที่สาธารณะประโยชน์อื่นไปแล้ว 1338 ไร่จากนั้นในปี 2559 ที่ผ่านมา อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ได้สำรวจและตรวจสอบพื้นที่เพิ่มเติมโดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศ พิสูจน์ร่องรอยของการใช้ประโยชน์ และมีการกันพื้นที่ให้ใช้ประโยชน์เพิ่มเติมจากเดิม 1,338ไร่ ให้เป็น 2,338 ไร่ และพื้นที่สาธารณะประโยชน์เพิ่มเติมอีก อีก 1,322 ไร่ รวมเป็นพื้นที่กันออกจากแนวเขตอุทยานฯ 4,082 ไร่ โดยมีการบันทึกยอมรับแนวเขตจากผู้นำชุมชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่ ขณะนี้ทางชุมชนและเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ ขอกันพื้นที่ป่าที่ยังคงอุดมสมบูรณ์อีกจำนวน 20,269 ไร่ ให้เป็นป่าชุมชนของหมู่บ้าน และมีการประกาศสถาปนาเขตดังกล่าว จึงเห็นว่าการกระทำของกลุ่มชาติพันธุ์ดังกล่าวไม่เหมาะสม และเป็นการขัดขืนต่อนโยบายของรัฐบาลในการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ของประเทศ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบเพื่อความเป็นธรรม และปกป้องแผ่นดินและผืนป่าสมบูรณ์ให้ยังคงเป็นของรัฐและเป็นแผ่นดินของประชาชนคนไทยไทยทั้งประเทศ ให้พ้นจากการบุกรุกเข้าครอบครองใช้ประโยชน์จากป่าในลักษณะเป็นการเฉพาะตนและพวกพ้องหรือกลุ่มใด

นายบริบูรณ์ บุญยู่ฮง เลขานุการเครือข่ายประชารัฐขับเคลื่อนเพื่อจัดตั้งอุทยานแห่งชาติจังหวัดลำปาง กล่าวว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้เป็นการทักท้วงความเป็นธรรมให้กับการปกป้องสิทธิแผ่นดินของคนทั้งประเทศ เพราะการเรียกร้องการกันพื้นที่ป่าไปใช้ประโยชน์ของชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ครั้งนี้ อาจเกินสิทธิ์ที่สมควร เพราะก่อนหน้านี้มีการกันพื้นที่ให้ใช้ประโยชน์ไปถึงสองครั้งแล้ว แต่ยังไม่พอจะขอเพิ่มอีก 2 หมื่นกว่าไร่ ทั้งที่ประชากรในพื้นที่ดังกล่าวมีเพียง 200 กว่าคน เมื่อคำนวณต่อพื้นที่ต่อคนของประชากรแล้ว คิดเป็นคนละประมาณ 84ไร่  ซึ่งกำลังจะมีการสถาปนาเขตโดยไม่เป็นธรรมและชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้อาจส่งผลการเปลี่ยนแปลงการครอบครองในอนาคต จากพื้นที่ป่าสมบูรณ์ในขณะนี้ซึ่งพร้อมจะประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งเป็นสมบัติของชาติ ตกไปเป็นของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งถึงสองหมื่นไร่โดยที่คนลำปางหรือไทยทั้งประเทศควรมีสิทธิ์ปกป้องเป็นเจ้าของร่วมกัน

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2560  นายสมชัย กิตเจริญรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิดงานโครงการสัมมนา 3 ทศวรรษ สิทธิชุมชน-ท้องถิ่น : ชาติพันธุ์และชนเผ่ากับการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนและการประกาศสถาปนาเขตคุ้มครองพื้นที่เขตวัฒนธรรมและจิตวิญญาณชาวกะเหรี่ยง ณ บ้านกลาง ตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง  โดยมีผอ.ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากร สำนักอุทยานแห่งชาติ นายชลธร ชำนาญคิดพร้อมด้วยผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ สบอ.13 แพร่,ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ สบอ.16 เชียงใหม่,ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ สบอ.13 สลป.,หน.,ผช.อช.ถ้ำผาไท,หน.อช.ถ้ำสะเกิน,หน.อช.นันทบุรี,หน.อช.ออบขาน,หน.อช.ดอยเวียงผา,หน.อช.แม่เงา,หน.อช.ลำน้ำกก และจนท.ที่เกี่ยวข้อง, ทหาร มว.รส.ที่ 3 ร้อย ฝรพ.ที่ 3 (อำเภอแม่เมาะ) ร่วมสังเกตการณ์

ผู้สื่อข่าว รายงานเพิ่มเติมว่า ในกรณีนี้ยังมีการหารือระหว่างหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องถึงความเหมาะสมของการจัดการประกาศ หรือสถาปนาที่ดินดังกล่าวของกลุ่มชาติพันธ์ ซึ่งจะต้องมีการคัดค้านการกันพื้นที่กว่าสองหมื่นไร่ให้เป็นป่าของชุมชน ซึ่งควรจะเป็นอุทยานแห่งชาติเป็นสมบัติของประเทศชาติต่อไปอย่างแน่นอน

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1114 วันที่  27 มกราคม - 2 กุมภาพันธ์ 2560 )
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support