วันพฤหัสบดีที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

แจ้คอนลุกฮือ ต้านลิกไนต์ข้องใจถามซ้ำ มีมติแล้วไม่เอา หวั่นอำนาจมืด

จำนวนผู้เข้าชม

ชาวบ้านแจ้คอน หมู่ 2 ต.ทุ่งผึ้ง อ.แจ้ห่ม ลุกฮือ หลังจากบริษัท ทวีทรัพย์ลานนา จำกัด และบริษัท กรีนซีเมนต์ จำกัด ได้มีหนังสือลงวันที่ 14 ก.ค.60 ถึงกำนันตำบลทุ่งผึ้ง เพื่อขอให้เปิดการประชุมประชาคมชาวบ้านแจ้คอน หมู่ 2 เพื่อจัดทำประชาคมตามคำขอประทานบัตรเหมืองแร่ถ่านหิน คำขอที่ 2/2553 และคำขอที่ 3/2553  ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านแจ้คอน หมู่ 2 ต.ทุ่งผึ้ง อ.แจ้ห่ม  ในวันที่ 24 ก.ค.60   โดยชาวบ้านได้มีข้อสงสัยว่า เหตุใดจึงมีการขอประชุมประชาคมอีก เนื่องจากเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.59  ได้มีการประชุมประชาคมไปแล้วครั้งหนึ่ง และชาวบ้านยกมือไม่เห็นชอบในการขอประทานบัตรเหมืองแร่ดังกล่าว  ซึ่งชาวบ้านส่วนหนึ่งที่ใช้โซเซียลมีเดีย ต่างแสดงสัญลักษณ์โดยการเปลี่ยนรูปประจำตัวทางเฟสบุ๊ก เป็นภาพเสื้อสีดำ “หยุดเหมืองแร่แจ้คอน หยุดประชาคมซ้ำซาก”  นอกจากนั้นยังได้มีการติดตั้งป้ายพื้นที่ดำ “ชาวแจ้คอนรวมพลัง ไม่เอาเหมืองแร่”  ตั้งแต่ทางเข้า ต.ทุ่งผึ้ง ไปจนถึงด้านในหมู่บ้าน

นายสุรชัย ต่อสู้  ผู้ประสานงานกลุ่มรักษ์ทุ่งผึ้ง บ้านแจ้คอนไม่เอาเหมืองแร่ เปิดเผยว่า  เมื่อปี 2554  บริษัทนี้ได้เข้ามาขอประชาคมไปแล้วครั้งหนึ่ง โดยขอเข้ามา 3 แปลง  แปลงที่ 1 อยู่พื้นที่บ้านแจ้คอน หมู่ 2  แปลงที่ 2 คาบเกี่ยวพื้นที่บ้านแจ้คอน หมู่ 2 และบ้านหัวฝาย หมู่ 3   และแปลงที่ 3 คาบเกี่ยวพื้นที่บ้านหัวฝาย หมู่ 3 และบ้านทุ่งผึ้ง หมู่ 4   รวมประมาณ 900 ไร่   แต่ทำไม่สำเร็จ มีการล้มประชาคม ชาวบ้านเกิดความแตกแยกกันอย่างมาก ทางบริษัทจึงได้หยุดไปนาน 5 ปี กระทั่งวันที่ 20 ธ.ค.59 ได้ส่งหนังสือเข้ามาว่าขอทำประชาคมใหม่ ซึ่งชาวบ้านให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยปลัดอาวุโสอำเภอแจ้ห่ม ได้รับมอบหมายจากนายอำเภอแจ้ห่มมาเป็นประธาน มีชาวบ้านเข้าประชุม 300 กว่าคน  ผลการประชุมประชาคมลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าไม่เอาเหมืองแร่ มีเพียง 4 คนที่ไม่ยกมือ  ในครั้งนั้นชาวบ้านเข้าใจว่าเรื่องจบแล้ว แต่ล่าสุดทางบริษัทก็ได้ส่งหนังสือเข้ามาอีกขอทำประชาคมใหม่ในวันที่ 24 ก.ค.60 นี้   ชาวบ้านจึงติดใจ เพราะครั้งก่อนก็ได้สรุปแล้วว่าชาวบ้านไม่เอา น่าจะยุติการดำเนินการ  และการประชาคมทุกครั้งก็สร้างความแตกแยกในชุมชน

นายสุรชัย กล่าวว่า  ชาวบ้านที่คัดค้านไม่ให้อยากให้เหมืองแร่เกิดในพื้นที่ เพราะพื้นที่ขอสัมปทานเหมืองอยู่เหนือหมู่บ้าน และอยู่ติดตลอดแนวแม่น้ำวัง  ห่างจากหมู่บ้านไม่ถึง 1 กิโลเมตร  โดยที่ดินดังกล่าว เป็นพื้นที่ สปก.ของชาวบ้านบางส่วน และที่ดินจับจองที่ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิ์บางส่วน รวมประมาณ 300 ไร่  เบื้องต้นทราบว่าเป็นเหมืองถ่านหินลิกไนต์ ที่จะส่งไปขายให้กับบริษัทปูนซิเมนต์ เมื่อมีเหมืองแร่เข้ามาก็จะทำให้วิถีชีวิตของชาวบ้านก็จะเปลี่ยนไป  ซึ่งการทำเรื่องขอประทานบัตรของบริษัท ก็ไม่เห็นเอกสารแผนที่ประกอบมาให้ชาวบ้านได้ศึกษาผลกระทบแต่อย่างใด ตอนนี้ชาวบ้านก็ยังไม่รู้ว่าแผนที่การทำเหมืองอยู่แนวไหน ทราบเพียงแต่ว่าจะมาทำบริเวณใดเท่านั้น ตามหลักที่ถูกต้อง ทางบริษัทต้องเข้ามาทำความเข้าใจกับชาวบ้าน แจ้งรายละเอียดให้ชาวบ้านทราบก่อนว่าจะทำอะไรตรงไหน ถึงจะมาขอมติจากที่ประชุมประชาคมอีกครั้ง แต่เขาไม่เคยมาชี้แจงอะไรเลย  อยู่ๆก็เข้ามาขอประชาคมอย่างเดียว

ตัวแทนชาวบ้านแจ้คอน กล่าวอีกว่า  การเข้าประชุมในวันที่ 24 ก.ค.60  ชาวบ้านจะไม่ใช้ความรุนแรง แต่จะแสดงออกทางสัญลักษณ์โดยสันติ อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านหวาดระแวงอยู่  กลัวว่าจะมีอำนาจมืด   แต่จะไม่มีการผ่านประชาคมอย่างเด็ดขาด

ด้านนายถวิล กุญชร นายกเทศมนตรีตำบลทุ่งผึ้ง  กล่าวว่า  การที่บริษัทแจ้งเข้ามาขอทำประชาคมอีกครั้งนั้น ตนก็ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด เนื่องจากเมื่อเดือน ธ.ค.59 ก็ได้ทำไปแล้วครั้งหนึ่ง และชาวบ้านมีมติไม่เห็นชอบ  การที่บริษัทยื่นขอเปิดประชุมประชาคมเข้ามาก็เป็นพื้นที่แปลงเดิม และการส่งมาหนังสือมาให้เทศบาลดำเนินการเปิดประชุมประชาคมชาวบ้านนั้น ตนได้ให้ทางปลัดเทศบาลตรวจสอบแล้วก็พบว่าเป็นการผิดขั้นตอน โดยตามขั้นตอนแล้วจะต้องมีการแจ้งไปยังสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดก่อน  ทางอุตสาหกรรมจังหวัดจึงจะส่งหนังสือแจ้งมายังเทศบาลให้ดำเนินการแจ้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจัดประชุมได้  ดังนั้นตนจึงได้แจ้งหนังสือกลับไปยังบริษัทแล้วว่าขั้นตอนไม่ถูกต้อง  แต่ทราบว่าทางบริษัทได้ส่งหนังสือไปให้ทางกำนันตำบลทุ่งผึ้งด้วย  และมีกำหนดจัดการประชาคมในวันที่ 24 ก.ค. 60 ตามกำหนดการเดิม ส่วนมติในที่ประชุมจะเป็นอย่างไรนั้น อยู่ที่ชาวบ้านเป็นผู้ตัดสินใจ ตนเองในฐานะของคนในพื้นที่ก็จะเข้าไปร่วมสังเกตการณ์ด้วยเช่นกัน  

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1139 วันที่ 21 - 27 กรกฎาคม 2560)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support