วันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

รถไร้คนขับอาจมาเร็วกว่าที่คิด

จำนวนผู้เข้าชม my widget for counting

ชื่อ Waymo อาจทำให้ชวนสงสัยเพราะไม่คุ้นหู แต่ถ้าบอกว่าเค้าคือผู้ผลิตรถยนต์ไร้คนขับของ กูเกิลทุกคนก็ต้องร้องอ๋อ รถยนต์ไร้คนขับ อาจไม่มีความหมายสำหรับคนที่มีอาการครบ 32 และยังอยู่ในวัยฉกรรจ์ แต่สำหรับคนตาบอดแล้ว มันถึงกับเปลี่ยนชีวิตของเขาเลยทีเดียว
  
เพราะเขาสามารถขึ้นนั่งรถที่ว่านี้ แล้วให้มันนำพาเขาไปไหนมาไหนได้ที่ชีวิตเขาในวันหนึ่งต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำเป็นอย่างการไปรับเสื้อซักแห้ง การไปจ่ายตลาด หรือเรื่องที่เขามีอารมณ์ อย่างการไปกินอาหารตามร้านอร่อยๆ
  
คุณลุงคนที่ว่านี้ชื่อ สตีฟ โมแฮน อาศัยอยู่ที่เท็กซัส ชีวิตเปลี่ยนเพราะวิสัยทัศน์ของ กูเกิล ที่สร้างรถไร้คนขับขึ้นมา และเชิญเขาเป็นผู้ขับที่ไม่ต้องขับแบบกิตติมศักดิ์เป็นคนแรก เซอร์เกย์ บริน ผู้ก่อตั้ง กูเกิล นอกจากจะทำให้เราท่องโลกกว้างด้วยนิ้วมือ ยังทำให้คนที่ไม่เคยได้ไปไหนมาไหนเนื่องจากเพราะข้อจำกัดต่างๆ ได้พบกับอิสรภาพของการเดินทาง เขาคิดว่าในแต่ละวันคนเราต้องใช้เวลามากเหลือเกินในการเดินทางด้วยการขับรถ หลายชั่วโมงที่ต้องขับรถไป มืออยู่ที่พวงมาลัย ตาอยู่ที่ถนน แทนที่จะเอาเวลาเหล่านั้นไปทำอย่างอื่น นี่ขนาดเขาไม่ได้มาเจอรถติดระเบิดในเมืองไทยน่ะ

รถไร้คนขับทำงานด้วยเซนเซอร์และซอฟท์แวร์ที่ตรวจจับคนเดินเท้า และพาหนะอื่นๆ การทำงานบนถนน ในระยะห่างถึง 2 สนามฟุตบอล โดยครอบคลุม 360 องศาอย่างเช่น ถ้ารถกำลังแล่น แล้วมีจักรยานอยู่ข้างหน้ายื่นมือออกมาขอทาง เครื่องมันจะตรวจจับได้และชะลอรถลงให้จักรยานขี่ขึ้นหน้าไป หรือเมื่อรถเคลื่อนไปแล้วเจอสิ่งกีดขวางข้างหน้า เช่น ป้ายทำถนน กรวยสามเหลี่ยม มันก็จะหลบไป และเปลี่ยนเลนได้อย่างปลอดภัย ถ้าหากเจอที่กั้นทางรถไฟ มันก็จะหยุด รอจนที่กั้นเปิดขึ้น รถจึงเคลื่อนต่อ Waymo ได้ริเริ่มโครงการทดลองรถไร้คนขับตั้งแต่ปี 2009 แล้ว โดยใช้รถ โตโยตา พรีอุส ซึ่งเป็นรถไฟฟ้า ได้ทำการทดสอบบนท้องถนนแล้วกว่า 3 ล้านไมล์ ปี 2012 ทาง กูเกิล ได้เพิ่มรถ เล็กซัส 450 เอช เข้าไปในฟลีทอีกหลายคันเพื่อให้พนักงานได้ทดลองใช้โดยสารไปทำงาน และพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์
และหลังจากที่ทดสอบจนมั่นใจแล้วในปี 2015 มันก็พร้อมลองวิ่งออกสู่ท้องถนน ปี 2016 คือ ปีที่มีการจัดตั้งบริษัท Waymo ซึ่งใช้โลโก้เป็นทางรถแล่นสีน้ำเงินเขียวเป็นรูปตัว W

ผมกำลังคิดถึงพ่อแม่ที่ต้องไปทำงานตอนเช้า และจะต้องขับรถส่งลูกไปโรงเรียน รถแบบนี้ก็นับว่าสะดวกดีหรือครอบครัวที่มีผู้สูงอายุที่ต้องไปโรงพยาบาล ไปธุระ และตนเองธุระยุ่ง หรือต้องอยู่ในที่ทำงาน รถแบบนี้ก็จะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีที่ยังไม่ทราบรายละเอียด ก็คือ เราจะเอารถที่มีอยู่แล้วมาติดตั้งเซนเซอร์และซอฟท์แวร์ให้กลายเป็นรถไร้คนขับได้หรือไม่ หรือว่าต้องซื้อรถใหม่เอี่ยมอ่องกันเลย


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1137 วันที่ 14 -20 กรกฎาคม 2560)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support