วันศุกร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ปมปริศนา ครูต้อย 22 ล้าน

จำนวนผู้เข้าชม my widget for counting

ลันที่นายสมยศ ยะม่อนแก้ว รองผอ.โรงเรียนอนุบาลลำปาง (เขลางค์รัตน์อนุสรณ์) รักษาการผู้อำนวยการ นำขบวนครู แจ้งความดำเนินคดีครูต้อย หรือสุรณี กัลยารัตนกุล หนังชีวิตเรื่อง “ผอ.กินลาบ” ก็แทบจะหักมุม เมื่อครูต้อยที่เคยเป็นโจทก์ร้องเรียนพฤติกรรมของ นายประยูร เรียนปิงวัง อดีต ผอ.กลายเป็นผู้ต้องสงสัยว่า มีส่วนในการยักยอกเงินโรงเรียน ซึ่งสูงถึง 22 ล้านบาท

จะผิดถูก เป็นเรื่องของศาล แต่เรื่องสงสัยต้องเป็นเรื่องของสังคมลำปางทั้งระบบ และคนลำปางควรตั้งคำถามได้หรือไม่ว่า ครูต้อยอาจเป็นนายหน้าหาเงินให้กับนายประยูร ไม่ได้ถูกใช้ด้วยอำนาจที่เหนือกว่า แต่เพียงอย่างเดียว หากแต่มีผลประโยชน์ร่วมกัน

ย้อนกลับไปตั้งคำถามใหม่ ว่าการที่ครูต้อยไปเป็นธุระกู้ยืมเงินจากครูคนอื่นๆ กว่า 10 ล้านบาทให้กับผอ.โรงเรียนอนุบาลลำปาง  แต่ ผอ. ไม่ยอมชดใช้ ทิ้งให้ครูต้อยแบกหนี้อยู่คนเดียว จนต้องควักเงินตัวเองรับผิดชอบไปแล้วกว่า 3 ล้านบาท

มันง่ายเกินไปหรือไม่ และเหตุใด อดีตผอ.จึงเลือกใช้เฉพาะครูต้อย นอกจากนั้นครูต้อยยังเอาเงินส่วนตัวมาจากไหนถึงกว่า 3 ล้านบาท ในขณะที่เงินเดือนครูอยู่ระดับหมื่นบาท

เรื่องเหล่านี้ คนที่ตอบได้ดีที่สุด คือครูต้อยเอง แต่ครูต้อยกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่ยอมรับ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธชัดเจน

ถึงกระนั้น สื่อในเครือผู้จัดการ อัมรินทร์ทีวี ก็ตามหาตัวเธอพบ

และได้ฟังจากปากของครูต้อยเอง

รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่องอัมรินทร์ทีวี ที่ทำท่าจะมาแรง ด้วยฝีปาก ลีลา ท่าทางของพุทธ อภิวรรณ ก็ได้ตัวครูต้อย มาบอกเล่าเรื่องราวของเธอด้วย

ครูต้อย เล่าว่า  ก่อนหน้านี้เข้ามาทำงานเป็นเลขาฯ ผอ. ทำงานอยู่ในสำนักงาน ผอ. ซึ่งในส่วนนี้จะมีเงินเข้ามาจำนวนมาก ตัวอย่าง ค่าเทอมรายปีสำหรับเด็กเตรียมอนุบาล 3 ห้อง จ่ายคนละ 41,250 บาท และแบบห้องธรรมดา 2 ห้อง คนละ 23,000 กว่าบาท ยังไม่นับรวมคลาสพิเศษ แล้วยังมีติวนอกรอบที่ไม่ได้ออกใบเสร็จของโรงเรียน ซึ่งเงินทั้งหมดจะเข้าสำนักงาน ผอ. และ ผอ. ก็ดูแลแต่เพียงผู้เดียว

ครูต้อย อธิบายเส้นทางเงินว่า เงินที่เข้ามาที่สำนักงาน ผอ. ส่วนหนึ่งใช้จ่ายไปกับส่วนของโรงเรียน และอีกส่วนหนึ่งมีการนำเงินไปใช้จ่ายส่วนตัว ที่ทราบเนื่องจากต้องนำเงินไปจ่ายให้ทุกวัน ทุกสัปดาห์ รวมถึงมีการนำเงินไปใช้จ่ายให้กับบุคคลในครอบครัว และคนใกล้ชิดของ ผอ. ด้วย

เงินส่วนตัวจ่าย ค่าผ่อนรถ 6,000 บาท 
- จ่ายหนี้ให้กับดอกเบี้ยของคนในครอบครัว ผอ.
- ค่าสาธารณูปโภคบ้านพักหลังเก่า 2 หลัง (ตอนนี้ขายไปแล้ว)
- ค่าซื้อของใช้รายวัน
- โอนเงินให้กับคนใกล้ชิดที่ ผอ. สั่ง
- ค่าแรงงานให้กับคนก่อสร้าง ที่ตอนนี้กำลังก่อสร้างบ้านพัก 2 แห่ง
- ค่าแรงอื่น ๆ รวมถึงค่าวัสดุก่อสร้าง
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวและเงินสดติดตัวสำหรับ ผอ.ซึ่งรวมทั้งค่ากินลาบ

ครูต้อย บอกด้วยว่า เงินที่ไหลเข้ามาในโรงเรียนที่ไม่ได้มีการออกใบเสร็จ ยังจ่ายเป็นค่าเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศให้กับ ผอ. และครอบครัว ทุกอย่างจ่ายออกผ่านทางสำนักงาน ผอ. ทั้งหมด จ่ายตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งหลับ ใช้เงินจากสำนักงาน ผอ. ทุกบาททุกสตางค์ แม้กระทั่งแชมพู ยาสระผม ค่าใส่ซองงานบวช งานศพ งานแต่ง ค่าจ่ายพิเศษให้กับบุคคลอื่น ๆ รองเท้าแตะของภรรยา ผอ. ค่ากินลาบ อาหารกลางวัน ค่าจิปาถะ ...มีแต่ "กางเกงใน" เท่านั้นที่ไม่ได้ใช้เงินจากสำนักงาน ผอ.

มีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่ กับบทบาทการเป็นนายหน้าหาเงินให้กับ อดีต ผอ.

ครูต้อยปกป้องเงินและผลประโยชน์ของโรงเรียนนั้นถูกต้องแล้ว แต่การหายไปของเงิน 22 ล้านบาท อันเป็นเชื้อให้เกิดข้อกล่าวหาว่าครูต้อยยักยอกเงิน ย่อมไม่เป็นผลดีต่อครูต้อย

จะนิ่งงันอยู่ หรือจะพูดความจริง ครูต้อยต้องเลือกแล้ว

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1140 วันที่ 4 - 10 กรกฎาคม 2560)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์