วันศุกร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2560

น้ำป่าทะลัก4อำเภอบ้านทรุด-จม500หลัง

จำนวนผู้เข้าชม url and counting visits

ลำปางเกิดน้ำป่าหลากต่อเนื่องในพื้นที่ 4 อำเภอ  กระทบหลายหมู่บ้านคาดเสียหายมากกว่า 500 หลังคาเรือน  ด้านบ้านทุ่งหก ต.วอแก้ว อ.ห้างฉัตร ถึงกับเสาบ้านทรุด กำแพงทะลุ   ส่วนบ้านจำ ต.ปงยางคก โดนประจำทุกปี ย้ำผู้นำท้องถิ่นเฝ้าระวัง หากพบผิดปกติให้เร่งประกาศเสียงตามสายเตือนลูกบ้าน 

ในพื้นที่ จ.ลำปางเกิดเหตุการณ์น้ำป่าหลากติดต่อกันมานานถึง 1 สัปดาห์เนื่องจากเกิดฝนตกหนักในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน เริ่มจากเขตบ้านจู้ด ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา และบ้านจำ ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร ซึ่งได้รับผลกระทบทุกปี จากน้ำป่าในเขตอทุยานแห่งชาติขุนตาลไหลรวมกันลงลำห้วย ทำให้เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร เสียหายกว่า 100 หลังคาเรือน

เมื่อ วันที่ 27 ส.ค. 60 เวลา 16.00 น. ที่บริเวณถนนสายเกาะคา-ห้างฉัตร ตั้งแต่เขตติดต่อระหว่าง บ้านจู้ด ตำบลลำปางหลวง อำเภอเกาะคา และบ้านจำ ตำบลปงยางคง อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง สภาพน้ำที่เอ่อท่วมสูงถนนทำให้รถสัญจรไปมาค่อนข้างลำบากและบางจุดรถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้เพราระดับน้ำสูงกว่า 50 เซนติเมตร ขณะเดียวกันระดับน้ำที่ท่วมสูงยังท่วมทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านในพื้นที่ ชาวบ้านดังได้ระทบผลกระทบมากว่า 100ครัวเรือน ทั้งสองอำเภอ ในจังหวัดลำปาง

 ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้างฉัตร สภ.เกาะคา เจ้าหน้าที เทศบาลตำบลลำปางหลวง เทศบาลตำบลปงยางคง ได้เร่งให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับกระทบ สำหรับ น้ำป่าที่ไหลหลากเข้าท่วมครั้งนี้มาจากฝนที่ตกหนักในพื้นที่ เขตอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ที่ตกหนักส่งผลให้น้ำในลำห้วยหลายแห่งไหลสมทบลงลำห้วยแม่ตาลน้อย พื้นที่ป่าต้นน้ำบ้านปางปงปางทรายก่อนจะทะลักเข้าท่วมหมู่บ้านดังกล่าวและไหลหลากมาตามห้วยเรื่อยๆ ซึ่งหลังเกิดเหตุในพื้นที่ดังกล่าวได้แจ้งเตือนประสานงานไปยังหมู่บ้านที่มีลำห้วยแม่ตาลน้อยไหลผ่านให้เตรียมพร้อมรับมือและระดับน้ำได้เอ่อทะลักเข้าท่วมดังกล่าว

ต่อมาวันที่ 28 ส.ค.60 สภาพน้ำในลำห้วยแม่ตาลน้อยที่ไหลท่วมบ้านจำ ต.ปงยางคก และบ้านจู้ด ต.ลำปางหลวง  ได้หลากเข้าท่วมในพื้นที่ หมู่บ้านบ้านม้าเหนือ หมู่ 6 บ้านม้าใต้ หมู่ 9 และบ้านม้ากลางหมู่ 13 ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา โดยเฉพาะถนนเชื่อต่อในหมู่บ้านหลายสาย ถูกน้ำเอ่อท่วมทะลักเข้าท่วมถนนจนทำให้เล็กสัญจรค่อนลำบาก และบางจุดต้องปิดการสัญจรทางถนนทันที นอกจากนี้ยังระดับน้ำดังกล่าวยังได้ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านได้รับผลกระทบกว่า 100 ครัวเรือน เพราะระดับน้ำท่วมสูงกว่า 50 เซนติเมตร  ทำให้ประชาชน ชาวบ้าน เด็กนักเรียนในชุมชนดังกล่าวที่บ้านอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ต่างต้องเดินลุยน้ำที่ท่วมขังออกไปทำธุระทำงานและไปโรงเรียนอย่างทุลักทุเล  ในส่วนของการช่วยเหลือเบื้องต้นทาง เทศบาลตำบลลำปางหลวง ได้นำกระสอบ และทรายมาแจกจ่ายชาวบ้านเพื่อนำไปทำแนวกันน้ำมากว่า 500 กระสอบ

นอกจากนี้ช่วงกลางดึกของวันที่ 29 ส.ค.60  น้ำป่าได้หลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร บ้านทุ่งกล้วย ต.บ้านเอื้อม อ.เมืองลำปาง ติดต่อกับหมู่บ้านทุ่งหก ต.วอแก้ว อ.ห้างฉัตร  บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายอีกประมาณ 100 หลัง  และมีบ้านหลังหนึ่งถูกน้ำหลากซัดเสาบ้านจนหัก ทำให้บ้านทุรดตัวลง ต้องขนย้ายคนไปไว้ที่ปลอดภัย  โดย ร.ท.สมเกียรติ อ้อชัยภูม หน.ชป.มวลชน มณฑลทหารบกที่32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ทหารฯ ผู้ใหญ่บ้านบ้านทุ่งหก กำนันตำบลวอแก้ว เดินลุยน้ำเข้าไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 103 บ้านทุ่งหก หมู่ 5 ตำบลวอแก้ว อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง หลังจากบ้านหลังดังกล่าวที่เป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ลอยยกสูงถูกกระแสน้ำจากลำห้วยแม่ไพร และลำห้วยทราย ไหลทะลักทะลุคันกันน้ำ จนเสาบ้านถูกน้ำซัดจนหัก ทำให้บ้านเอียงและทรุดลงอาจเกิดอันตรายได้  หลังเกิดเหตุทางเพื่อนบ้านและญาติได้เข้าไปช่วยเหลือนำตัวเจ้าของบ้านและลูกชาย ที่อาศัยที่บ้านหลังดังกล่าว ออกมาจากบ้านได้อย่างปลอดภัยและให้ไปอาศัยบ้านญาติชั่วคราวไปก่อน เพราะหวั่นว่าบ้านจะพังเสียหายลงมาอีก

นอกจากนี้กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราดได้พัดกำแพงรั้วบ้านเรือนชาวบ้านหลายแห่ง จนกระแสน้ำพัดเข้าท่วมบ้านเรือนได้รับผลกระทบมากว่า 30 หลังคาเรือน เนื่องจากไม่สามารถขนย้ายทรัพย์สินได้ทันท่วงที ทำให้จมน้ำเสียหาย  สำรวจในเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรืออันตรายแต่อย่างใด  

ในช่วงเช้าวันที่  30 ส.ค.60  กำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอห้างฉัตร เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้างฉัตร ทหารจากมณฑลทหารกบที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี  เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ผู้ใหญ่บ้านกำนัน และชาวบ้านบ้านทุ่งหก หมู่ 5 ตำบลวอแก้ว อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก ช่วยกันออกสำรวจบ้านเรือนในหมู่บ้าน ซึ่งระดับน้ำแม้จะลดลง แต่ยังมีบางหลังที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่   โดยกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย ได้กระจายกำลังเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านในการขนย้ายทรัพย์สินสิ่งของที่จมน้ำไว้ในที่ปลอดภัย และเร่งทำความสะอาดบ้านเรือนที่จมโคลน

ส่วนบ้านของชาวบ้านในพื้นที่ที่ถูกกระแสน้ำพัดเสาบ้านพังเสียหายและบ้านทรุดตัวลงมา เจ้าหน้าที่ห้ามเข้าไปในบ้านหลังดังกล่าวเด็ดขาด เพราะหวั่นจะพังลงมาได้ทุกเมื่อ  ซึ่งจะประสานส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบสภาพความมั่นคงต่อไป

 และยังมีอีกหลายหมู่บ้านที่ถูกน้ำทะลักเข้าท่วมเดือนร้อนไปหลายครอบครัวเช่นกัน เช่น ที่บ้านทุ่งปี้  ต.ทุ่งฮั้ว อ.วังเหนือ  จ.ลำปางว่า   เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าสู่ในหมู่บ้าน  จึงทำให้มี ชาวบ้าน อีกหนึ่งฝั่ง ไม่สามารถข้ามมาหาอีกฝั่งได้ เจ้าหน้าที่จึงใช้เชือกดึงไว้ และนำชาวบ้านออกมาได้เบื้องต้น  แต่โชคดีน้ำป่าหลากไปอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านจึงข้ามไปอีกฝั่งได้ปลอดภัย  ส่วนที่ ต.บ้านเอื้อม อ.เมืองลำปาง น้ำไหลหลากท่วมหมู่บ้านทุ่งกล้วย บ้านทุ่งกล้วยใต้ บ้านแม่ต๋ำ ตำบลบ้านเอื้อม เข้าท่วมบ้านเรือนราษฏร ได้รับความเสียหาย จำนวน 125 หลังคาเรือน   ในเบื้องต้นมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก 4 อำเภอ คืออำเภอห้างฉัตร อำเภอเกาะคา อำเภอเมืองลำปาง และอำเภอวังเหนือ มีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 500 ครัวเรือนแล้ว

ล่าสุดวันที่  31 ส.ค. 60 เกิดน้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่หมู่บ้านจามเทวี หมู่ 11 ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา จ.ลำปาง ซึ่งอยู่ด้านหลังวัดพระธาตุลำปางหลวง วัดศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังของจังหวัดลำปาง หลังจากที่ตลอดทั้งคืนมี่ผ่านได้มีฝนตกหนักกระจายไปทั่ว ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านได้รับผลกระทบไปหลายครัวเรือน

 ในส่วนของหมู่บ้านจามเทวี น้ำจากลำห้วยแม่แก้ ไหลทะลักออกจากท่อระบายน้ำท่วมบ้านเรือนชาวบ้านได้รับผลกระทบกว่า 20 ครัวเรือน ในเบื้องต้น นายอดุลย์ กัลธิดา นายกเทศมนตรีตำบลลำปางหลวง พร้อมด้วยกำนันตำบลลำปางหลวง นายอดิเทพ จันทร์ทิพย์ ผู้ใหญ่บ้านจามเทวี ได้เข้าสำรวจตรวจสอบ พบปะพูดคุยกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ส่วนใหญ่ทรัพย์สินหลายอย่างไม่สามารถขนย้ายหนีน้ำได้ทัน เนื่องจากว่าระดับน้ำมาเร็วและล้นลำห้วยเข้าท่วมทันที  เจ้าหน้าที่เทศบาลและชาวบ้านจึงเร่งนำกระสอบบรรจุทรายมาวางทำเป็นแนวกั้นน้ำไว้ไม่ให้เอ่อเข้าท่วมมากขึ้นกว่าเดิม

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1144 วันที่ 1  - 7 กันยายน 2560)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support