วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ล่าหมอเถื่อนคดีเพียบ หมายจับ5ฉบับ 'มะปราง'ยอมเปิดปาก

จำนวนผู้เข้าชม .

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 60 พ.ต.ท.ทรนง ศรีคำวัง รอง ผกก.สส. สภ.เขลางค์นคร เรียกสอบเพิ่มเติมนายอร่าม และนางศรีอำภรณ์ คำพูน พ่อและแม่ พร้อมญาติๆของนายจิรัชญา คำพูน อายุ 22 ปี นักศึกษาปริญญาโท ม.เชียงใหม่ สาขาเทคนิคการแพทย์ สาวประเภทสองที่เสียชีวิตหลังทำศัลยกรรมเสริมทรวงอก ที่คลีนิคดีไวท์ ถ.ลำปาง-แม่ทะ อ.เมือง จ.ลำปาง

โดยมีนายอร่าม นางศรีอำภรณ์ คำพูนพ่อ-แม่ พร้อมทั้งพระใบฏีกาณัฏตัฐนันท์ คุณวีโร เจ้าอาวาสวัดหนองเรือง อ.เมืองลำพูน และนายประทิน จักรขุเรือง กำนัน ต.น้องหนาม อ.เมืองฯ ญาติผู้ใหญ่ของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางเข้าพบกับ ท.ต.ท.ทรนง ครีคำวัง รอง.ผกก.สส. สภ.เขลางค์ หลังเดินทางมาถึง ทางพนักงานสอบสวนได้ให้ทั้ง 4 คนเข้าไปยังห้องสอบสวนและปิดห้องไม่ยอมให้ผู้สื่อข่าวเข้ารับฟังการสอบสวนใดๆ

กระทั่งเวลา 11.00น. ทั้งพระใบฏิกาณัฏตัฐนันท์ คุณวีโร และนายประทิน จักรขุเรือง กำนัน ต.น้องหนาม ก็ได้เดินออกมาจากห้องสอบสวน พร้อมทั้งกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เนื่องจากต้องการมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวนเพื่อเป็นหลักฐานในการเอาผิดกับเจ้าของคลีนิค ดีไวน์ ที่ทำให้หลานชายของตนเองเสียชีวิต  นายประทิน เล่าว่า ได้รับทราบจากพนักงานสอบสวนว่า ขณะนี้นายธนัชพงศ์ จิตรธีรภิรมย์  หรือเบญ ผู้แอบอ้างตัวเป็น หมอดิว มีหมายจับอยู่ถึง 5 หมายด้วยกัน เป็นคดีฉ้อโกง คือรับเงินจากผู้เสียหายมาก่อนแต่ไม่ทำการผ่าตัดให้ตามที่ตกลง และคดีในลักษณะเปิดคลินิคเสริมความงามโดยไม่ได้รับอนุญาต

 นอกจากนี้ยังได้เล่าว่า หลังเกิดเหตุทางนายเบญได้ไปที่บ้านที่ จ.ลำพูน เพื่อร่วมงานศพของหลานชาย พร้อมกับพูดคุยถึงการจ่ายเงินชดเชยการเสียชีวิตอีกด้วย ซึ่งในการเจรจากันนั้น ทางนายเบญยินยอมที่จะจ่ายเงินค่าทำศพเป็น 3 แสนบาท แต่ทางพ่อและแม่ร่วมทั้งญาติๆได้อธิบายว่า เงิน 3 แสนคงไม่พอกับการจัดงานศพ เพราะทุกอย่างมีราคาแพงมากขึ้นทุกวัน จึงของเพิ่มอีก 2 แสนบาทเป็น 5 แสน ซึ่งนายเบญก็ยอมตกลง แต่จะขอจ่ายก่อนวันเผาศพ 3 แสนบาท และอีก 2 แสนจะจ่ายหลังจากนั้นอีก 15 วัน

นอกจากนี้นายเบญ ยังได้บอกว่า ตนเองได้ทำประกันชีวิตเอาไว้ในบริษัทประกันแห่งหนึ่ง โดยบริษัทประกันจะคุ้มครองชีวิตตนเองยาวนานถึง 99 ปี และตนเองก็ยังต้องส่งเงินประกันในทุกๆเดือนเป็นเงินกว่า 1 หมื่นบาท ซึ่งตนก็จะเอาเงินส่วนนี้มาผ่านจ่ายให้กับพ่อแม่ ของผู้ตายอีกเดือนละ 5 พันจนกว่าจะครบ 2 ล้านบาท (รวมทั้ง 5 แสนบาทที่ตกลงครั้งแรก) ทั้งนี้ก็เพราะเห็นใจในความสูญเสียของพ่อแม่ หลังทำการตกลงกันแล้ว นายเบญก็นัดว่า ก่อนวันเผาศพ 1 วันจะนำเงินสด 3 แสนบาทมาให้ จากนั้นจึงลากลับไป แต่จนถึงขณะนี้ทางเราก็ยังไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว จะมีก็แค่เงินค่าซื้อโลงศพ และเงินที่ร่วมเป็นเจ้าภาพสวนพระอภิธรรมศพในคืนสุดท้ายอีก 2,500 บาทนั้น ซึ่งเงินก็จะผ่านมาทางผู้จัดการ คลีนิคดีไวน์ พร้อมทั้งพนักงานกว่า 10 คนในร้านที่ไปร่วมงาน โดยไม่เคยพบเห็นหน้านายเบญอีกเลย ซึ่งก็จึงทำให้ตนเองมั่นใจว่า นายเบญคือจอมลวงโลกและเป็นหมอเถื่อนอย่างแน่นอน และไม่แปลกใจเลยที่ทางพนักงานสอบสวนมาบอกว่า มีหมายจับถึง 5 หมายด้วยกัน ยิ่งมาคิดดูถึงเรื่องที่มาบอกว่าจะผ่อนจ่ายเงินให้อีกเดือนละ 5 พันจากเงินค่าประกันชีวิตตัวเองที่ยาวนานถึง 99 ปี ก็ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะคงไม่มีบริษัทประกันที่ไหนจะคุ้มครองชีวิตคนประกันนานถึงขนาดนั้น และงานนี้ตนคิดว่าเมื่อไม่สามารถเอาผิดกับนายเบญโดยตรงได้ ก็จะขอเอาผิดกับ น.ส.จันทร์จิรา หรือมะปราง ซึ่งมีชื่อเป็นเจ้าของคลินิค แทน และตนเองก็คาดว่ามะปรางคงจะรู้เรื่องภายในดีที่สุด แต่เมื่อไม่ยอมเล่าเรื่องที่แท้จริงให้พนักงานสอบสวนฟังก็ตองรับผิดชอบไปคนเดียว เพราะอยากปากแข็งเอง

จากนั้นช่วงเย็นวันที่ 6 พ.ย.60 พนักงานสอบสวน สภ.เขลางค์นคร ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดลำปางออกหมายจับ นายธนัชพงศ์ จิตรธีรภิรมย์  หรือเบญ  อายุ 29 ปี ในข้อหาฆ่าผู้อื่น โดยไม่เจตนา พร้อมส่งหมายจับไปยัง สภ.ทั้ง 13 อำเภอ รวมถึง สภ.จังหวัดใกล้เคียง พร้อมกับแจ้งจุดตรวจจุดสกัดต่างๆหากพบเห็นชายดังกล่าวจับกุมได้ทันที  นอกจากนั้นนายธนัชพงศ์ ยังมีหมายจับอยู่ที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ 2 ฉบับ ข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ และปลอมแปลงเอกสาร และหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง 3 ฉบับ ข้อหาประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต ออกเช็คเพื่อค้ำประกัน

ต่อมาวันที่ 7 พ.ย.60  น.ส.จันทร์จิรา ธิวงศ์เงิน หรือมะปราง อายุ 20 ปี ผู้มีชื่อเป็นเจ้าของคลินิก ได้เดินทางมาพบกับพนักงานสอบสวน พร้อมนำบัญชีธนาคารของคลินิกดีไวน์มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งพบว่าเหลือเงินในบัญชีอยู่เพียง 42 บาทเท่านั้น  นอกจากนี้ น.ส.จันทร์จิรา ยังเปิดปากรับสารภาพว่า เคยทำงานร่วมกับนายธนัชพงศ์ มานานแล้วตั้งแต่อยู่กรุงเทพฯ โดยจะเดินทางไปมากระหว่างกรุงเทพฯ-ลำปาง และทราบมาตลอดว่านายธนัชพงศ์ ไม่ใช่หมอแต่อย่างใด  ขณะเดียวกันได้มีผู้เสียหายเดินทางเข้ามาแจ้งความอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมประมาณ 30 คนแล้ว

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1154 วันที่ 10 - 16 พฤศจิกายน 2560)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support