วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ขอหมายจับลูกทิพย์ช้างรุกที่โรงแรมทายาทแย้งยังมีสิทธิในที่ดิน

จำนวนผู้เข้าชม

บสก.ยื่นบังคับคดีขอหมายศาลไล่ที่ทายาททิพย์ช้าง หลังเกิดพิพาทนำที่กั้นมาปิดทางเข้าออก เปิดให้เข้าเฉพาะรถบางคัน และเก็บเงินค่าจอดรถรายวัน-รายเดือน ด้านทายาททิพย์ช้างแย้งเรื่องอยู่ระหว่างฟ้องศาล ยังมีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่

กรณีที่ดินบริเวณโรงแรมทิพย์ช้าง ถ.ท่าคราวน้อย ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง ตั้งแต่ปี 2550 ที่ผ่านมา รวมเวลา 10 ปี ยังยืดเยื้อไม่จบสิ้น แม้ว่าพื้นที่ดังกล่าวจะถูกโอนกรรมสิทธิ์เป็นของ บริษัทบริหารสินทรัพย์  กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด หรือ บสก.(BAM) เต็มตัวเมื่อปี 2555 แล้วก็ตาม  แต่ล่าสุดทางทายาทอดีตเจ้าของโรงแรมทิพย์ช้าง ได้มีการนำราวเหล็กมากั้นปิดทางเข้าออก โดยอ้างว่ายังมีสิทธิ์ในที่ดินบริเวณดังกล่าวอยู่  ทาง บสก.จึงได้เข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน สภ.เมืองลำปาง

โดยเมื่อวันที่ 6 พ.ย.60 ที่ผ่านมา นายพจน์ เพียรจริง ผู้ได้รับมอบอำนาจจาก บริษัทบริหารสินทรัพย์  กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินบนโฉนดเลขที่ 1093 และ 7577  ต.หัวเวียง อ.เมือง จ.ลำปาง (โรงแรมทิพย์ช้างเดิม)  ได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ถนัดชัย เครือวัง รอง ผกก. (สอบสวน)สภ.เมืองลำปาง ว่า น.ส.อมลยา เจนตวณิชย์  เป็นลูกเจ้าของโรงแรมทิพย์ช้างเดิม ทำการปิดกั้นราวเหล็กไม่ให้ผู้ใดเข้าออกสถานที่ดังกล่าว โดยอ้างว่าตนเองยังมีสิทธิ์ในพื้นที่ เนื่องจากคดีอยู่ระหว่างร้องต่อศาล ซึ่งทาง บสก.บอกให้ทำการรื้อถอนออกไปแต่ไม่ยอมทำการรื้อถอน จึงเป็นการรบกวนการครองครองสิทธิ์

ต่อมาวันที่ 13 พ.ย. 60 สำนักงานบังคับคดีจังหวัดลำปาง ได้ยื่นคำแถลงต่อศาลจังหวัดลำปาง กรณีพิพาทระหว่าง บรรษัท บริหารสินทรัพย์ไทยฯ โจทก์   บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)ฯ ผู้สวมสิทธิ์แทนโจทก์ และบริษัท ทิพย์ช้าง จำกัด จำเลยที่ กับพวกรวม คน เป็นจำเลย

คดีนี้ศาลได้ออกหมายบังคับคดี ตามที่ผู้สวมสิทธิ์ฯ หรือ บสก.ร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกา และเมื่อวันที่ 17 พ.ค.59  บสก.ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการขับไล่จำเลยและบริวาร ยังทรัพย์ที่ดินโฉนดเลขที่ 1093,7577  ต.หัวเวียง อ.เมือง จ.ลำปาง และได้ทำการปิดประกาศขับไล่จำเลยและบริวารให้ออกไปจากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว และให้ผู้ที่อ้างว่าไม่ใช่บริวารของจำเลย ยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายในกำหนด 8 วัน นับแต่วันที่ปิดประกาศ เมื่อครบกำหนดปรากฎว่าไม่มีผู้ใดยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษต่อศาล  บสก.จึงได้แถลงขอเจ้าพนักงานบังคับคดี รายงานศาลออกหมายจับ นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์  บริวารจำเลยที่ 1  ซึ่งศาลได้ออกหมายจับแล้ว   หลังจากนั้น บสก.ได้ไปยังที่ตั้งทรัพย์  พบกับ น.ส.อมลยา เจนตวานิชย์  ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ บสก.เข้าพื้นที่ และได้ทำสิ่งกีดขวางไม้ยกขึ้นลงปิดกั้นไม่ให้เข้าในพื้นที่ดิน  และยังพบนางอรนรี เจนตวณิย์  น.ส.บุญเบญญา ยิ่งมีทอง  น.ส.อมลยา เจนตวนิชย์  และนายพล เจนตวนิชย์  เข้าออกทรัพย์พื้นที่พิพาทตลอดเวลา  จึงถือว่าบุคคลทั้ง 5 คน  บุกรุกเข้าอาศัยอยู่ในทรัพย์พิพาท โดยไม่แสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายในกำหนด  จนถึงขณะนี้ บสก.ก็ยังไม่ได้เข้าไปครอบครองทรัพย์พิพาท  จึงขอเจ้าพนักงานบังคับคดี รายงานต่อศาลเพื่อมีคำสั่งจับกุมและกักขังบริวารจำเลยที่ 1 และผู้บุกรุกทรัพย์พิพาท  ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง  ซึ่งบุคคลที่จะขอศาลมีคำสั่งจับกุมและกักขังคือ  นางอรนรี เจนตวณิย์  น.ส.บุญเบญญา ยิ่งมีทอง  น.ส.อมลยา เจนตวนิชย์  และนายพล เจนตวนิชย์ บริวารจำเลยที่ 1 และผู้บุกรุกต่อไป

สำหรับโรงแรมทิพย์ช้างลำปางนั้น  เมื่อวันที่ 3 ม.ค.55   ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เรื่อง คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดบริษัท ทิพย์ช้าง จำกัด  คดีหมายเลขแดงที่ ล.  7367/2554  ประกาศระบุว่า   ด้วย บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลล้มละลายกลาง ขอให้ลูกหนี้ล้มละลายและศาลได้มีคำสั่งลงวันที่ 1  ส.ค.54  ให้พิทักษ์ทรัพย์ของ บริษัท ทิพย์ช้าง จำกัด ลูกหนี้ที่ 1  เด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483  แล้ว นับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่ง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจจัดการเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายฯ 

ทั้งนี้ เมื่อปี 2541 บริษัท ทิพย์ช้าง จำกัด ได้นำที่ดินจำนองไว้กับ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) ต่อมาปี 2548 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน)  ได้โอนที่ดินทั้ง 2 โฉนดให้กับบรรษัทสินทรัพย์ไทย ในปี 2550 บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ได้รับโอนที่ดินรวม 2 โฉนด ตามมาตรา 76 แห่งพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ.2544  ตามหนังสือ บสท.ที่ฝสผ.พก.38/2550 ลงวันที่ 5 ม.ค.2550  ซึ่งตามกฎหมายแล้วบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย สามารถถือกรรมสิทธิ์ที่ดินได้เพียง ปี เท่านั้น     ในปี 2555  จึงได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามโฉนดเลขที่ 1093 และ 7577 รวม 2 แปลง ให้กับบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.) เป็นผู้ถือครอบกรรมสิทธิ์ที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย  ต่อมาเมื่อเดือน เม.ย.60  บสก.ได้ประกาศประมูลทรัพย์ ตามโฉนดเลขที่ 1093 และ 7577 (โรงแรมทิพย์ช้างเดิม) ซึ่งมีผู้ยื่นซองประมูล 2 รายด้วยกัน  และมีผู้ประมูลได้ในวงเงิน 75 ล้านบาทเศษ  แต่ปรากฏว่ายังไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ผู้ประมูลทรัพย์ได้  เนื่องจากที่ดินดังกล่าวยังคงติดคดีที่เจ้าของเดิมฟ้องร้องอยู่  

ขณะที่ทางฝ่ายทายาทโรงแรมทิพย์ช้างได้มีการโต้แย้งว่า ทางผู้ประมูลทรัพย์ได้ยังไม่ได้เป็นเจ้าของอย่างแท้จริง เนื่องจากบอร์ดของ บสก.ยังไม่ได้อนุมัติราคา ยังไม่มีการทำสัญญาซื้อขาย เพียงแต่มีการจ่ายเงินประกันซองไว้ 2 ล้านบาทเท่านั้น  รวมทั้งพื้นที่ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการฟ้องร้องกันในชั้นศาล 3 คดีด้วยกัน คือ เพิกถอนการประมูล  เพิกถอนการโอนของ บสท.ซึ่งฟ้องล้มละลายในมูลหนี้ที่ไม่ถูกต้อง  และครอบครองปรปักษ์ที่ดิน  ซึ่งมีการตัดสินไปแล้ว 1 คดี อยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์ ดั้งนั้น บสก.จึงยังไม่สามารถขายทรัพย์ได้ ไม่ปฏิเสธว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นของ บสก. แต่ต้องแย้งสิทธิ์ของตัวเองเพราะเราเป็นผู้มีส่วนได้เสีย

วันที่ 13 พ.ย.60  เจ้าหน้าที่จาก บสก.ลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่โรงแรมทิพย์ช้างเดิม หลังจากเจ้าของรายเก่าได้มีการนำป้ายมาปิดทับป้ายของ บสก. พร้อมกับปิดป้ายด้านหน้าระบุว่า “ที่ดินบริษัท ทิพย์ช้าง จำกัด ห้ามบุคคลภายนอกเข้า”  นอกจากนั้นยังพบว่า มีคนงานเข้ามาทำแผงรั้วเพื่อจะนำไปกั้นทางเข้าออกด้านหน้าอีกด้วย  ทางเจ้าหน้าที่จึงทำการบันทึกภาพและเก็บข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน

ระหว่างนั้นก็ได้เกิดการชุลมุนขึ้น เนื่องจากธุรกิจร้านค้าบริเวณดังกล่าวได้รับความเดือดร้อน รถจากภายนอกไม่สามารถเข้ามาจอดด้านในได้ จึงมีการยื้อแย่งราวเหล็กที่กั้นพื้นที่อยู่จนสามารถเปิดออกได้ ซึ่งเกิดมีปากเสียงกันเล็กน้อย จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจึงได้เข้ามาระงับเหตุ ต่างฝ่ายจึงต่างแยกย้ายกันไป โดยทราบจากแหล่งข่าวได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกันไว้ที่ สภ.เมืองลำปางด้วย

ทั้งนี้ บริษัท ทิพย์ช้าง จำกัด ประกอบธุรกิจโรงแรม  จดทะเบียนก่อตั้ง   24 พฤศจิกายน 2521  ทุนจดทะเบียนปัจจุบัน  38,000,000  บาท กรรมการบริษัท คนประกอบด้วย นายทรงชัย เจนตวนิชย์   นาง อาศยา เจนตวนิชย์   นายสกล เดชประมวลพล  ผลประกอบการของ ทิพย์ช้าง ประสบปัญหาขาดทุน ตั้งแต่หลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 เรื่อยมา ทั้งนี้ กิจการที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทิพย์ช้างฯ ส่วนใหญ่ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1155 วันที่ 17 - 23 พฤศจิกายน 2560) 
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support