วันศุกร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2560

เทพทันใจ

จำนวนผู้เข้าชม

อาจเพราะวัดศรีชุมเป็นวัดพม่า จึงรับเอาความคิดความเชื่อของชาวเมียนมามาด้วย

จากประตูทางเข้าวัดศรีชุม ด้านซ้ายมือเราเห็นรูปปั้นของนัตโบโบยีและเทพกระซิบ ราวกับว่านี่คือเจดีย์โบตะทาวในเมืองย่างกุ้งของเมียนมา

เจดีย์โบตะทาวเป็นหนึ่งในพุทธสถานของเมียนมาที่นักท่องเที่ยวชาวไทยรู้จักมากที่สุดรองจากเจดีย์ชเวดากอง ก็ด้วยเหตุผลที่เจดีย์แห่งนี้เป็นที่สถิตของ “เทพทันใจ” ที่ชาวไทยนิยมไปกราบไหว้ขอพร

นอกจากความศรัทธาในพระพุทธศาสนาแล้ว ชาวเมียนมายังมีความเชื่อในนัต (Nat) ที่ฝังรากลึกไม่ต่างจากกัน นัตไม่ใช่ผี ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่เทพ แต่นัตคือจิตวิญญาณของผู้ที่ตายแล้ว แต่อยู่ในระดับ

สูงกว่าผีและต่ำกว่าเทพ ส่วนใหญ่เป็นคนที่เคยสร้างความดี แต่อาจเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิตอย่างกะทันหัน วิญญาณจึงยังคงผูกพันกับภาระหน้าที่ ดังนั้น นัตส่วนใหญ่จึงเป็นผู้คุ้มครองปกปักรักษาเมือง สถานที่สำคัญ ๆ รวมทั้งพุทธสถาน แต่ละเมือง แต่ละวัด แต่ละเจดีย์ ก็จะมีนัตคุ้มครองแตกต่างกันไป

เทพทันใจ หรือนัตโบโบยี (Bo Bo Gyi) เป็นหนึ่งในนัตที่ชาวเมียนมานับถือมากที่สุด นัตตนนี้ถูกค้นพบพร้อมกับพระเกศธาตุ มีลักษณะยืนชี้นิ้วไปทางองค์เจดีย์ ชาวเมียนมาจึงเชื่อว่า นัตตนนี้คือผู้ปกปักรักษาพระเกศธาตุ ส่วนเหตุที่ชื่อว่าเทพทันใจ ก็เพราะเชื่อว่า เมื่ออธิษฐานขอสิ่งใดก็จะสมปรารถนาทันใจ ชาวเมียนมาจึงนิยมนำกล้วย มะพร้าวอ่อน และผลไม้ จัดใส่ตะกร้ามาถวาย จากนั้นนำธนบัตร 2 ใบม้วนใส่ในมือที่กำลังชี้มาข้างหน้าของท่าน ใบหนึ่งเก็บกลับมาเป็นเงินขวัญถุง ส่วนอีกใบบริจาคให้เป็นค่าใช้จ่ายของทางวัดไป อีกสิ่งสำคัญคือ เวลาขอพรให้เอาหน้าผากไปแตะตรงปลายนิ้วชี้ของนัตโบโบยี เท่านี้เป็นอันเสร็จพิธี

 นอกจากเทพทันใจแล้ว ตรงข้ามกับเจดีย์โบตะทาวยังเป็นที่สถิตของเทพกระซิบ หรือเมียะนานหน่วย (Mya Nan Nwe) ซึ่งคนไทยนิยมไปต่อคิวยาวเพื่อขอพรด้วยเช่นกัน เทพกระซิบเป็นรูปปั้นหญิงสาวผมยาว หน้าตาสะสวย นั่งพนมมือค้อมหัว ชาวพม่าเชื่อว่าเมียะนานหน่วยไม่ใช่นัต แต่เป็นเพียงดวงวิญญาณ ชาวเมียนมานิยมนำน้ำนมข้าวตอกและดอกไม้หอมมาถวาย พร้อมกระซิบขอพรที่ข้างหูเบา ๆ บ้างก็ถวายผ้าแพรสีเขียวผืนบางที่ต้องฉีดน้ำหอมให้หอมฟุ้งก่อนถวาย และกระซิบขอพรจากท่าน ซึ่งเมื่อมองไกล ๆ ก็เหมือนท่านกำลังตั้งใจรับฟังด้วยเช่นกัน

สำหรับที่วัดศรีชุมมีการจัดทำป้ายชี้แจงถึงวิธีสักการะนัตโบโบยีและเทพกระซิบอย่างละเอียด  พร้อมมีของสักการะขาย ส่วนรูปปั้นนัตโบโบยีของวัดศรีชุมก็ยืนชี้นิ้วเหมือนที่เมียนมา และเต็มไปด้วยผ้าที่ผู้ศรัทธานำมาถวาย ด้านเทพกระซิบ ซึ่งอยู่เยื้อง ๆ กันของวัดศรีชุมทั่วทั้งองค์เป็นสีน้ำตาล ตั้งอยู่ท่ามกลางดอกไม้ประดิษฐ์หลากสี แต่ที่เมียนมาองค์สีขาว ผมสีดำขลับ แต่งหน้าสะสวย

เราไม่ได้เข้าไปในวัดศรีชุมนานมากแล้ว จึงแปลกใจเมื่อเห็นทั้งเทพทันใจและเทพกระซิบจากเมืองย่างกุ้งที่วัดศรีชุม อาจเพื่อเป็นจุดขายทางการท่องเที่ยวในหมู่ชาวไทยที่นิยมขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สะท้อนให้เห็นการเลื่อนไหลถ่ายเททางความคิดความเชื่อระหว่างไทยกับเมียนมาด้วยเหมือนกัน  และพรนั้นหากให้ผลทันใจก็ยิ่งยอดเยี่ยม ตามยุคสมัยที่ทุกอย่างต้องรวดเร็วและรอไม่ได้

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1161 วันที่ 29 ธันวาคม 2560 - 11 มกราคม 2561)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

รวมพลังราชการไทย

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support